คฤหาสน์สีทอง

ตอนที่ 9 : บทที่ 5 - เหยียบย่ำศักดิ์ศรี! ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ก.ค. 61










ขออนุญาตฝากแฟนเพจนิยายด้วยนะคะ ไปกดถูกใจกันเยอะๆ น้า

https://www.facebook.com/DekDHayase/

 



บทที่ 5

เหยียบย่ำศักดิ์ศรี!



         “ทำไมลงมาช้าจังเลยล่ะลูก พี่หญิงเขารอตั้งนาน”

        ภัคคิณีพูดด้วยรอยยิ้มพลางดึงแขนเรียวของร่างบางให้ไปยืนข้างตน สำรวจหญิงสาวอย่างชื่นชม แววตาเป็นมิตรแบบก้าวกระโดดของคนเบื้องหน้าทำให้หัวใจสาวลุ้นระทึก เธอไม่ได้โง่ขนาดจนดูไม่ออกว่ากำลังถูกสองแม่ลูกเล่นเกมส์ตีสองหน้าใส่ ฐิติวรดายิ้มเล็กน้อยพอเป็นมารยาท ชายชราที่มองอยู่อดปลื้มปิติไม่ได้

        รักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนี้คนแก่อย่างเขาก็สุขใจนัก

        “วันนี้น้องสวยมากเลยลูกหญิง” ภัคคิณีหันไปพูดกับบุตรสาว ที่วันนี้แต่งกายสุดมั่นตามสไตล์เจ้าตัว

        “ใช่ค่ะคุณแม่ ทั้งสวยทั้งหวาน” น้ำเสียงแหลมบาดหูไม่มีอีกแล้ว มีเพียงรอยยิ้มและสุ่มเสียงนุ่มที่เอ่ยกับเหยื่ออันโอชะ

        ฉันชมเพราะต้องการให้แกตายใจหรอกนะ นังกาฝาก!’

        มาริษาคิดในใจถ้าไม่ติดว่าวันนี้ต้องเล่นละครเป็นคนดีล่ะก็ หล่อนล่ะอยากจะตรงเข้าไปฉีกกระชากเสื้อผ้ามีราคาที่อยู่บนเรือนกายของอีกฝ่ายนัก ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ามันสวยหรูจนส่งให้ร่างบอบบางดูเป็นนางฟ้านางสวรรค์ ความอิจฉาริษยาปะทุขึ้นภายในใจ ไม่อยากเห็นคนที่เกลียดเข้าไส้ได้ดีไปกว่าตน!

        “คุณแม่ขา หญิงขอตัวก่อนนะคะ กลัวว่ารถจะติดแล้วจะไปงานเลี้ยงไม่ทัน” บุตรสาวเอ่ยกับมารดา สาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างบาง “ไปกันเถอะจ้ะน้องนิด วันนี้พี่หญิงอยากจะเปิดตัวน้องสาวสุดสวยคนนี้จะแย่”

        ฐิติวรดาทำตัวไม่ถูกไปกันใหญ่เมื่อหญิงสาวที่เคยด่าทอเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายมายืนยิ้มยืนพูดคุยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “ไปเถอะลูก” ผู้เป็นปู่พยักหน้าให้กับหลานสาวทั้งสอง หัวใจพองโตเมื่อเห็นพี่น้องหันหน้าเข้าหากัน

        “ค่ะ”

        ฐิติวรดารับคำแล้วยกมือไหว้ประมุขของบ้าน เธอมักเป็นเช่นนี้เสมอ ไปลามาไหว้ทุกครั้งจนติดเป็นนิสัย ผิดกับมาริษา เจ้าหล่อนหัวสมัยใหม่ขั้นรุนแรง รับเอาวัฒนธรรมทางชาติตะวันตกเข้ามาใส่ตัวจนหลงลืมขนบธรรมเนียมไทย แม้จะถูกผู้มีพระคุณตำหนิตรงส่วนนี้อยู่บ่อยครั้งแต่เจ้าหล่อนก็หาฟังไม่

        “วันนี้น้องนิดสวยมากเลยนะจ้ะ” ระหว่างที่สองสาวนั่งอยู่บนรถลีมูซีนคันหรูนั้น มาริษาก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อนเป็นคนแรก

        “ไม่สวยเท่าคุณหญิงหรอกค่ะ” คนถูกชมถ่อมตัว

        “แหม คุณหญิงอะไรกัน เรียกพี่หญิงสิจ้ะ” มาริษาว่าพลางยิ้มขบขัน

        “แต่ว่า

ฐิติวรดามีท่าทีอึกอัก ฝ่ายตรงข้ามหมันไส้นักกับท่าทางทำราวกับนกน้อยตัวเล็กๆ ที่โดนนายพรานรังแก

        “พี่รู้นะจ้ะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่ทำไม่ดีกับนนิดเอาไว้มาก กลั่นแกล้งพลางต่อว่าสารพัด แต่พี่อยากให้นิดยกโทษให้พี่ได้ไหม พี่สำนึกผิดแล้ว สิ่งที่พี่ทำไม่ได้ส่งผลให้ชีวิตพี่มีความสุขเลย พี่อยากให้เราสองคนพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวซึ่งกันและกัน คุณปู่เองก็หวังให้เราดีกัน พี่อยากทำให้ท่านสบายใจ” มาริษาเอ่ยเสียงอ่อน

        ฐิติวรดาเริ่มใจอ่อนบ้างเล็กน้อย แต่ยังไม่อ่อนไหวตามถ้อยคำเจ้าหล่อนง่ายๆ

        “หรือน้องนิดเกลียดพี่มากจนไม่อาจอภัยให้กันได้” เมื่อเห็นคนตัวเล็กนิ่งเงียบ หญิงสาวจึงใช้ไม้ตายตามที่มารดาได้สั่งสอน

        “ไม่ใช่นะคะคุณหญิง เอ่อพี่หญิง ฉัน

        “ไม่เอาสิจ้ะ แทนตัวว่านิดสิ” มาริษาแสร้งดุ เธอเล่นละครได้แนบเนียนเสียจนฐิติวรดาเริ่มหลงเชื่อว่าหล่อนสำนึกผิดจริงๆ

        “นิดไม่ได้เกลียดพี่หญิงนะคะ”

        คนพูดว่าไปตามใจคิด แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะโดนดูถูกสารพัดแต่เธอกลับไม่เคยนึกเกลียดผู้หญิงคนนี้เลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะก่อนที่มารดาจะจากไปได้กำชับให้เธอรักทุกคน เพราะพวกเขาคือครอบครัวตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาหญิงสาวจึงยึดคำสอนนั้นไว้เป็นมั่น เธอรักคุณปู่ รักคุณภัคคิณี และรักคุณหญิง ไม่สนว่าเขาจะรังเกียจตนเพียงใด

        หลายครั้งที่ฐิติวรดาท้อแท้อยากหนีไปอยู่กับผู้เป็นแม่ที่บ้านเกิด แต่ทุกครั้งเธอต้องพยายามหักห้ามใจ เพราะหน้าที่ของเธอคือต้องอยู่เพื่อตอบแทนพระคุณของปู่ที่เคารพ หญิงสาวทำได้เพียงแวะเวียนไปหามารดาเป็นครั้งคราว และติดต่อโทร.คุยกันเป็นประจำเท่านั้น อย่างน้อยๆ มันก็พอให้คลายความเศร้า ความคิดถึงลงไปได้บ้าง

        “ถ้าไม่เกลียดก็ให้อภัยพี่นะจ้ะ ต่อไปนี้พี่จะไม่ทำร้ายหรือรังแกน้องนิดอีกแล้ว” มาริษาให้คำมั่นสัญญา

        ซึ่งคนแสนดีอย่างฐิติวรดาก็หลงเชื่อจนหมดใจ

        “ค่ะ พี่หญิง”

        สองพี่น้องส่งยิ้มให้กันตลอดเส้นทางที่รถลีมูซีนคันหรูขับนำพาหญิงสาวทั้งสองไปยังจุดหมายปลายทาง ใช้เวลาเกือบร่วมชั่วโมงก็ถึงโรงแรมหรูระดับห้าดาว อันเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับจัดงานในค่ำคืนนี้

        “ถึงแล้วหรือคะ”

เสียงหวานถามอย่างกลัวๆ เธอไม่เคยออกงานสังคมมาก่อนในชีวิต จึงไม่แปลกหากจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ

        “ใช่จ้ะ” มาริษาตอบพลางเปิดประตูลงจากรถ ฐิติวรดารีบลงตามมาติดๆ ใบหน้าหวานเริ่มตื่นเต้นจนคนข้างกายจับสังเกตได้ “น้องนิดตื่นเต้นหรือจ้ะ”

        “นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวตอบ

        โรงแรมหรูหรามากล้นไปด้วยแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ แต่ละคนแต่งตัวสวยหล่อประหนึ่งต้องการประชันความอลังการ เสื้อผ้าหน้าผมรวมไปถึงเครื่องประดับเรือนกายช่างมองแล้วให้ความรู้สึกแพงหูฉี่ แม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องแบรนด์เนมเท่าใดนัก หากเธอก็พอจะมองออกว่าอะไรเป็นอะไร งานเลี้ยงระดับนี้คงมีแต่พวกไฮโซด้วยกันทั้งสิ้น ทุกคนดูยิ้มแย้มให้กันอย่างเป็นมิตร แต่เธอกลับไม่คิดเช่นนั้นฐิติวรดารู้สึกว่าพวกเขากำลังใส่หน้ากากเข้าหากัน ไม่มีความจริงใจอย่างที่ควรจะเป็น

        ภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยแสงสีเสียงตื่นตาตื่นใจ เวทีใหญ่ยักษ์ถูกประดับตกแต่งสวยงามจนไม่อาจละสายตาไปจากที่แห่งนั้นได้ อาหารและเครื่องดื่มวางเรียงรายอวดความน่ารับประทาน ฐิติวรดาตื่นเต้นจนมือไม้เย็นเฉียบ หญิงสาวพยายามเดินเคียงข้างมาริษาตลอดเวลา ยิ่งเวลามีสายตาหื่นกระหายของบรรดาบุรุษเพศมองมาด้วยแล้วเธอยิ่งหวาดหวั่น

        มาริษาชอบใจนักที่เห็นหล่อนเป็นที่จับตามองของผู้ชายภายในงาน เธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่พากาฝากตัวนี้มาเฉิดฉาย แม้จะหมันไส้ที่ร่างบางแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วสวยกว่าตน ทว่าถ้าผลตอบรับจะส่งผลช่วยให้แผนการของเธอสำเร็จ เธอก็ยินดี

        “เดี๋ยวพี่จะพาน้องนิดไปทำความรู้จักกับกลุ่มเพื่อนๆ ของพี่นะจ้ะ” มาริษาเอ่ยกับน้องสาวร่วมสายเลือด

        “ค่ะ”

        ฐิติวรดาพยักหน้าเดินตามพี่สาวสุดมั่นที่ดูเหมือนทุกคนภายในงานจะรู้จักมาริษาเป็นอย่างดี ไม่ว่าเจ้าหล่อนจะเยื้องย่างกายไปยังทิศทางใดย่อมได้รับเสียงทักทายตลอดเวลา ไม่แปลกหากเธอผู้นี้จะเป็นที่รู้จัก มาริษาเป็นสาวสังคมจ๋า ออกงานสังสรรค์มาจนนับครั้งไม่ถ้วน อีกทั้งยังถูกจัดให้เป็นไฮโซสาวสวยสุดฮอตของวงการอีกต่างหาก เป็นที่ทราบกันดีว่าหญิงสาวนั้นตกเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ทุกคน

        “ขอโทษนะพวกเธอที่มาสาย พอดีว่ารถติดนิดหน่อยน่ะ” มาริษาทักทายเพื่อนพ้องด้วยรอยยิ้ม สายตาชายหญิงต่างจดจ้องมองมายังสาวน้อยปริศนา

        “ใครกันยัยหญิง” เสียงเพื่อนสาวคนหนึ่งเอ่ยถาม และเพื่อนชายในกลุ่มก็เริ่มส่งเสียงชื่นชมตามๆ กัน

        “น้องสาวฉันเอง” มาริษาหันมองฐิติวรดาชั่วครู่แล้วจึงหันไปตอบเพื่อนๆ

        “โหไม่ยักรู้นะว่าแกมีน้องสาวที่สวยขนาดนี้” เสียงเพื่อนชายคนหนึ่งเอ่ย พลางมองสาวน้อยแสนหวานด้วยสายตาจาบจ้วง

        ฐิติวรดาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย

        “ก็อยากจะเซอร์ไพรส์ไง” มาริษาแกล้งว่า

        “แต่คุณป้าภัคคิณีมีหล่อนเป็นลูกคนเดียวไม่ใช่หรือยะ แล้วทำไม” คนพูดมองมายังฐิติวรดาอีกครั้ง

        หัวใจสาวเจ้าเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เหมือนมีลางอะไรบางอย่างกำลังบอกให้เธอรู้ว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่หวังไว้

        “ฐิติวรดาเป็นลูกสาวของคุณอาวศันต์น่ะ”

        “อ้อลูกพี่ลูกน้องกันนี่เอง แล้วแม่ของคุณฐิติวรดาเป็นทายาทของตระกูลไหนคะ?” คนเดิมเอ่ยถามต่อ ทุกคนต่างลุ้นกับคำตอบของร่างบาง

        การจะคบใครสักคนเป็นเพื่อนพวกเธอให้ความสำคัญกับชาติกำเนิดเป็นที่สุด เงินก็ต้องต่อเงินเป็นของธรรมดา คงไม่มีไฮโซคนไหนคบค้าสมาคมกับพวกหาเช้ากินค่ำหรอก จริงไหม?

        “เอ่อคือว่า” เสียงหวานอึกอัก ดวงตากลมโตสบมองใบหน้าสวยมั่นของมาริษา หล่อนต้องการความช่วยเหลือจากเธอ

        และแล้วเหมือนสวรรค์เป็นใจ คนที่ตกเป็นเป้าสายตาอยู่นานก็เคลื่อนสายตาจ้องมองเธอเช่นกัน ฐิติวรดายิ้มกว้าง

        "บอกพวกเขาไปสิว่าแม่เธอเป็นใครมาจากไหน?" เสียงแหลมจีบปากจีบคอเอ่ย คนถูกกดดันยืนนิ่งไม่กล้าสบตาผู้คนที่จ้องมองร่างบางอย่างลุ้นในคำตอบ 

"สงสัยจะอายเลยไม่กล้าพูด" มาริษาแสร้งว่าพลางยิ้มร้าย "งั้นเดี๋ยวฉันพูดแทนให้เอาไหม?" 

"คุณหญิง..." ฐิติวรดาหน้าซีด มือไม้สั่นเทา 

"อะไรกันยัยหญิง ตกลงน้องสาวแกเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันแน่" บรรดาเพื่อนพ้องไฮโซเอ่ยถาม 

"ใจเย็นๆ สิพวกหล่อน ของดีก็ต้องรอกันหน่อย รับรองว่าเรื่องแม่ของน้องสาวฉันทำให้พวกเธอเซอร์ไพรส์แน่นอน" มาริษาเอ่ยแล้วหัวเราะในลำคออย่างมีจริต หญิงสาวเบนสายตามองร่างเล็กข้างกายแล้วนึกสะใจ ก่อนจะเชิดลำคอขึ้นเพื่อเตรียมเล่าที่มาที่ไปของอีกฝ่าย 

โดยไม่สนว่าเจ้าตัวจะรู้สึกเช่นไร...!

“แม่ของน้องสาวแสนสวยของฉันมีธุรกิจส่วนตัว” มาริษาพูดแล้วยิ้มมุมปาก

        “มาจากตระกูลนักธุรกิจเหรอคะ?” บรรดาเพื่อนๆ ต่างหันไปถามเจ้าตัว ฐิติวรดาหน้าซีดเผือด รู้สึกใจเต้นแรงมากกว่าเก่า

        “ไม่ใช่หรอก” มาริษารีบค้าน ก่อนจะเอ่ยต่อ “แม่ของน้องสาวฉันเป็นผู้หญิงขายตัว!

        ดวงตาของผู้ฟังเบิกกว้างไปตามๆ กัน

        “โอ้มายก๊อต! เธอพูดจริงหรือยัยหญิง” หนึ่งในเพื่อนสาวยกมือป้องปากด้วยท่าทีตกใจ และพาลมองฐิติวรดาด้วยสายตาดูถูก

        “ลองถามน้องสาวฉันดูสิจ้ะ ว่าไงคะน้องนิด บอกเพื่อนๆ พี่ไปสิว่าแม่ของน้องทำอาชีพให้ความสุขกับผู้ชายมากหน้าหลายตาเพื่อแลกกับเศษเงิน ก่อนที่แม่ของเธอจะพาเธอมาอยู่ในบ้านของฉัน เธอเองก็เคยอาศัยหลับนอนที่สลัมข้างทางมาก่อน อดมื้อกินมื้อจนแทบคุ้ยขยะกิน บอกเขาไปสิ!” แววตาของมาริษากลับมาร้ายกาจเหมือนก่อน

        ฐิติวรดาน้ำตาไหลอาบแก้ม เจ็บใจตัวเองนักที่หลงเชื่อในถ้อยคำหวานหูของผู้หญิงคนนี้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขารังเกียจตนราวกับไส้เดือนกิ้งกือ แต่เพราะความโง่ก็ทำให้คิดว่ามาริษาจะเป็นมิตรกับตนได้

        ไม่มีทางที่กาฝากอย่างเธอจะเทียบชั้นพวกเขาได้ ไม่มี

        “ฉัน

        “ตายแล้ว น่ารังเกียจที่สุด! เธอพาอีพวกไร้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้มางานได้ยังไงยะ นี่มันงานเลี้ยงต้อนรับคุณชนะศึกตระกูลดังพันล้านเลยนะ ถ้าเกิดเจ้าของงานเขารู้ว่าเธอพาคนน่าขยะแขยงแบบนี้มาร่วมงานด้วย มีหวังถูกต่อว่าสาปส่งแน่นอน หยี้!” น้ำเสียงดูแคลนจนคนฟังเจ็บร้าวไปทั้งใจ

        เธอผิดหรือที่เธอเกิดมาต่ำต้อยกว่าพวกเขา ผิดหรือที่ไม่ได้สูงส่งอย่างที่ใครๆ คาดหวัง

        “ผมไม่มีความคิดต่ำช้าแบบนั้นหรอกครับ!

ttttttttttttttt 









สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักของเพื่อนแพงทุกคน ^^ วันนี้เพื่อนแพงเปิดฤกษ์งามยามดีอัพนิยายเรื่อง คฤหาสน์สีทอง ให้แล้วนะคะ เพื่อนแพงจะอัพ 2 ตอนเลยนะคะ อยากให้อ่านกันเยอะๆ ติ ชม ได้เต็มที่เลยนะคะ เพื่อนแพงยินดีรับฟังค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นอีกแนวที่ตั้งใจแต่งมากๆ ตัวละครทุกตัวมีความเป็นมนุษย์ รัก โลภ โกรธ หลง ไม่ได้ขาว 100% และไม่มีใครเทา 100% เช่นกันค่ะ ยังไงเพื่อนแพงต้องขอฝากให้ติดตามด้วยนะคะ อ่านแล้วก็เม้นๆ โหวตๆ ให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ เพื่อนแพงอยากอ่านคอมเม้น อยากรู้ว่าทุกคนชอบหรือไม่ชอบ

ปล, นิยายเรื่องนี้ เพื่อนแพงอัพให้อ่าน วัน เว้น วัน นะคะ

ฝากติดตามแฟนเพจและ E-Book ทุกเรื่องของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ตอนนี้มีเรื่องจัดโปรฯ อยู่ ถ้าสนใจก็ไปอ่านกันได้นะคะ สนุกทุกเรื่องจ้า





 ฝากนิยาย E-Book เรื่องอื่นๆ  ด้วยนะคะ สนุก แซ่บ ทุกเรื่องจ้า

( หลายๆ เรื่องกำลังโปรฯ อยู่นะคะ ภายในเดือนนี้เท่านั้น รีบหน่อยน้า โหลดเลย ^^ ) 






นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น