คฤหาสน์สีทอง

ตอนที่ 6 : บทที่ 3 - ปะทะคารม! ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ก.ค. 61








ขออนุญาตฝากแฟนเพจนิยายด้วยนะคะ ไปกดถูกใจกันเยอะๆ น้า

https://www.facebook.com/DekDHayase/

















บทที่ 3

ปะทะคารม!

 

 

 

งานเลี้ยงต้อนรับชยกฤตเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฐิติวรดาไม่ได้ไปร่วมงานแต่อย่างใด แม้คุณปู่จะให้คนมาตามแต่หญิงสาวก็ยืนกรานปฏิเสธ เธอไม่ต้องการไปเป็นที่รำคาญใจของภัคคิณีและมาริษา เนื่องรู้ดีว่าเขาไม่ชอบก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องเฉียดใกล้ให้อึดอัดซึ่งกันและกัน หญิงสาวจึงขอทำหน้าที่คอยดูแลเรื่องอาหารและเครื่องดื่มแต่ภายในในครัว รสชาติคาวหวานถูกปากแขกเหรื่อทั้งงาน ต่างพากันชื่นชมเป็นเสียงเดียวว่าอร่อยหาที่ติไม่มี ภัคคิณีและมาริษายิ้มรับทุกคำชมจากผู้ดีตระกูลดังทั้งหลาย แต่ภายในใจริษยาอีกฝ่ายเหลือคณา

        “เมื่อคืนแขกทุกคนชมว่าอาหารที่คุณทำอร่อยมาก” เสียงเข้มเอ่ยหลังจากดักรอเจ้าหล่อนตรงสวนดอกไม้หลังตึกใหญ่

        ใช่ดักรอ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน รู้เพียงแต่ว่าเขาอยากคุยกับเธอ อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียงหวานๆ อีกครั้ง ฝ่ายหญิงสาวเองก็ตกใจไม่น้อยด้วยไม่คาดคิดว่าจะเจอชายหนุ่มที่นี่ ใบหน้านวลเกิดความลำบากใจเมื่อต้องอยู่กับเขาสองต่อสอง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวัง

        “คุณฐิติวรดาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” คนตัวโตถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย

        “ฉันว่าเราสองคนอย่าพูดคุยกันจะดีกว่านะคะ” เสียงหวานเอ่ย คำพูดของเธอทำให้เขาขมวดคิ้วเป็นปม ก่อนจะยิ้มมุมปาก

        “ทำไมครับ ผมไม่เข้าใจ”

นั่นสิ ทำไมต้องห้ามพูดคุยกันด้วยล่ะในเมื่อคนอยู่บ้านเดียวกัน ความจริงเขาออกจะสงสัยด้วยซ้ำว่าเหตุใดเธอถึงไม่ไปทานข้าวบนตึกใหญ่ ทุกครั้งที่รับประทานอาหารคุณท่านจะถามถึงเธอเสมอ และมักจะได้รับคำตอบว่าเธอขอตัวทานในครัวร่วมกับบ่าวไพร่คนอื่นๆ เขาไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้เสียจริง มีศักดิ์เป็นถึงหลานสาวของคุณท่านซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน แต่เหตุใดถึงชอบขลุกตัวอยู่แต่ในครัวหรือไม่ก็สวนดอกไม้

“มันไม่เหมาะค่ะ” ฐิติวรดาตอบเสียงเรียบ

        “ไม่เหมาะยังไงครับ” ฝ่ายร่างสูงไม่ยอมเข้าใจเสียที เอาแต่ถามในสิ่งที่ตนค้างคาใจ

        “คุณเป็นพี่ชายของคุณหญิง และคุณน่าจะรู้ดีว่าคุณหญิงไม่ชอบฉัน การที่คุณมาคุยกับฉันนั่นเท่ากับว่าคุณกำลังเปิดช่องทางให้คุณหญิงเข้ามาหาเรื่องฉัน ขอประทานโทษค่ะ ฉันไม่อยากเดือดร้อน” ร่างบางจ้องดวงตาคมกริบจริงจัง ทุกคำพูดล้วนแล้วแต่กลั่นออกมาจากความรู้สึกทั้งสิ้น

        “ผมขอโทษ” ใบหน้าหล่อเข้มสงบนิ่ง “ผมเพียงแต่อยากทำความรู้จักกับคุณก็เท่านั้น”

        “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ตัวฉันเป็นเพียงลูกของผู้หญิงหากิน เป็นแค่ไพร่ไม่มีค่ามากพอให้คุณอยากรู้จักหรอกค่ะ” ฐิติวรดาเอ่ยอย่างคนน้อยเนื้อต่ำใจ ตั้งแต่มาอยู่บ้านหลังนี้หญิงสาวไม่เคยมีความสุขเลยสักครั้ง แม้จะได้รับความรักความเมตตาจากผู้เป็นปู่ หากนั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหล่อนรู้สึกสบายใจยามอยู่ในที่แห่งนี้

        ถ้าเลือกได้หญิงสาวอยากกลับไปอยู่กับมารดาที่เพชรบูรณ์เสียมากกว่า

        “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ ยังไงซะคุณก็คือหลานสาวคนหนึ่งของคุณท่าน” ชยกฤตไม่เข้าใจว่าเธอจะต้องพูดจากดตัวเองให้ต่ำลงเพื่ออะไร

        “ฉันทราบค่ะ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้” เสียงหวานเอ่ย ดวงตากลมโตมีน้ำใสเอ่อคลอหากก็พยายามไม่ให้มันไหลต่อหน้าเขา เธอไม่ชอบร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น ไม่อยากให้ใครมองว่าอ่อนแอ

        ก่อนมารดาจะจากไปแล้วทิ้งให้เธอเผชิญโลกแห่งความโหดร้ายในคฤหาสน์หลังนี้เพียงลำพังนั้น มารดากำชับให้บุตรสาวเข้มแข็งและกตัญญูต่อผู้มีพระคุณทุกคน โดยเฉพาะผู้เป็นปู่ ประมุขใหญ่ของบ้านที่เปรียบเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นที่พึ่งสำหรับลูกหลานและบ่าวไพร่น้อยใหญ่

        “คุณโอเคไหมครับ?” ชยกฤตรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาว เท้าหนาขยับเข้าไปใกล้แต่เจ้าหล่อนรีบถอยห่างอย่างระวังตัว ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่

        “ผมว่า” เสียงเข้มยังพูดไม่ทันจบประโยคก็มีเสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

        “พี่กฤตคะ คุณปู่เรียกให้พบค่ะ”

        มาริษาเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม สาวสวยสุดมั่นมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาเกลียดชังระคนตำหนิ ฐิติวรดาทำท่าจะเดินจากไปด้วยไม่อยากมีปัญหา แต่เธอคิดผิดเพราะคราวนี้บุตรสาวของภัคคิณีไม่มีวันปล่อยให้จำเลยลอยนวล

        “เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป” น้ำเสียงวางอำนาจเอ่ยขึ้น ชยกฤตถอนหายใจ รับรู้ถึงศึกหนักที่กำลังมาเยือน

        ฐิติวรดาหันหน้ามาเผชิญกับผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง

        “พรุ่งนี้เพื่อนของฉันจะมาเที่ยวบ้าน ช่วยเตรียมอาหารต้อนรับเพื่อนฉันด้วย” มาริษาสั่งการ

        “แล้วทำไมหญิงต้องไปใช้คุณฐิติวรดาเขาด้วยล่ะ ในเมื่อแม่ครัวเราก็มี” ชยกฤตทักท้วง ท่าทีไม่เห็นด้วยชัดเจน

        “แล้วหญิงจะใช้แม่ครัวไปทำไมกันคะ ในเมื่อเรามีคนที่ทำอาหารอร่อยจนแขกเหรื่อชมไม่ขาดปาก ดีเสียอีกจะได้ช่วยให้แม่นี่ฝึกปรือฝีมืออีกด้วย ไหนๆ ก็เลือกเรียนคหกรรมแล้วนี่” น้ำเสียงดูแคลนชัดเจน

        มาริษาและฐิติวรดาร่ำเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษาด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่เจ้าหล่อนเลือกเรียนบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเอกชลชื่อดังแห่งหนึ่ง ส่วนร่างบางสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลอันดับต้นๆ ของประเทศได้ หล่อนยังจำวินาทีที่ผู้เป็นปู่รู้ผลเอ็นทรานซ์ของฐิติวรดาได้ไม่ลืม วันนั้นท่านมอบกำไลข้อมือเพชรแท้ให้กับศัตรูชีวิต ความอิจฉาริษยายิ่งเพิ่มทวีคูณเป็นเท่าตัว

        “คุณเรียนคหกรรมหรือครับ” ชยกฤตถามด้วยรอยยิ้ม ถึงว่าทำไมรสมือการปรุงอาหารของเธอถึงอร่อยนัก อีกทั้งฝีมือการแกะสลักผักผลไม้ยังหาตัวจับยากทีเดียว

        “แล้วคุณหรือเปล่าที่จัดแจกันดอกไม้ในงานเลี้ยงต้อนรับผม” เขาถามขึ้นอีกครั้ง ฝ่ายหญิงสาวพยักหน้าแทนคำพูด

        “พี่กฤตคะ หญิงว่าพี่กฤตรีบไปพบคุณปู่เถอะค่ะ ประเดี๋ยวท่านจะรอนาน” มาริษาไม่พอใจที่เห็นแววตาชื่นชมของชายหนุ่มที่มีต่ออีกฝ่าย

        “จริงด้วยสิ” ชยกฤตเพิ่งนึกขึ้นมาได้ “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ประโยคสุดท้ายเขาพูดกับสาวน้อยหน้าหวาน

        “อย่าคิดจะยุ่งกับพี่ชายของฉัน!” เมื่อเห็นว่าชยกฤตเดินจากไปแล้วมาริษาก็รีบเปิดศึกกับฐิติวรดาทันที

        “ฉันไม่เคยคิดยุ่งกับพี่ชายของคุณค่ะ” สาวเจ้าบอกเสียงเรียบ ท่าทีนิ่งสงบในแบบที่ตนชอบทำ

        “ให้มันจริงเถอะนังตัวดี อย่าคิดนะว่าฉันรู้ไม่เท่าทันเธอ” มาริษากอดอกมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูก

        “แล้วคุณรู้อะไรคะ?” ฐิติวรดาย้อนถาม เกิดความรู้สึกขุ่นมัวขึ้นมาบ้างเสียแล้ว สายตาของเจ้าหล่อนที่มองมายังตนนั้นสามารถดับความใจเย็นที่พยายามสร้างได้จนหมดสิ้น

        “พอเห็นพี่กฤตหล่อเหลาการศึกษาดีเข้าหน่อยก็คิดจะจับ คงหวังจะใช้พี่กฤตเป็นสะพานให้ตัวเองไต่ขึ้นไปเป็นผู้ดีซินะ เธอมันก็คงเหมือนแม่ของเธอที่ชอบคิดจับผู้ชายรวยๆ”

        “กรุณาอย่าก้าวร้าวแม่ของฉัน!” น้ำเสียงหวานใสดั่งระฆังแก้วขุ่นมัว

        “ฉันจะพูดใครจะทำไม!” มาริษาไม่ยอมแพ้เช่นกัน เป็นครั้งแรกที่เห็นอีกฝ่ายเป็นเดือดเป็นร้อน ซึ่งเธอสะใจนักที่กระตุกต่อมความไม่ดีของญาติผู้น้องได้ “ถ้าแม่แกไม่วางแผนจับคุณอาวศินจนมีแกออกมา คิดเหรอว่าชาตินี้จะได้มีโอกาสเข้ามาชูคออยู่ในคฤหาสน์หลังงามแห่งนี้ อย่างมากก็คงหนีไม่พ้นขายตัวอยู่ที่ซ่องไหนสักแห่ง!

        “คุณหญิง!

        “อย่ามาขึ้นเสียงใส่ลูกฉันนะนังกาฝาก”

        ภัคคิณีที่ยืนแอบฟังอยู่นานปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความเดือดดาลที่บุตรสาวของตนเป็นคนจุดปะทะ หญิงวัยกลางคนหากความงามยังคงอยู่ปรายตามองเด็กสาวที่เธอนั้นเกลียดสุดขั้วหัวใจ

        “แกเป็นใคร ลูกฉันเป็นใคร หัดเจียมกะลาหัวเสียบ้าง” คนพูดดูแคลน ยกมือโอบไหล่บางของแก้วตาดวงใจ “ลูกหญิงเองก็ไม่น่าลงมาเกลือกกลั้วกับคนพรรณนี้เลยลูก เกิดเป็นหงส์ก็ควรอยู่ส่วนหงส์ จะบินร่อนเรี่ยดินให้อีกามันจิกใส่ได้ยังไงกัน!

        ทุกถ้อยคำช่างเสียดแทงคนฟังเหลือคณานับใบหน้านวลลออที่เคยมีแต่รอยยิ้มบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความขึงขัง ฐิติวรดาช้อนดวงตาขึ้นมองสตรีต่างวัยทั้งสองพลางแสยะยิ้มมุมปาก

        “แกยิ้มแบบนั้นหมายความว่าไง!” มาริษาถามเสียงแข็ง

        “ก็ยิ้มให้กับความเป็นหงส์ของคุณหญิงยังไงล่ะคะ” ร่างบางตอบเสียงหวาน ทว่ามันคือการจีบปากจีบคอพูดต่างหาก “จริงอย่างที่คุณป้าท่านว่า คุณหญิงเกิดเป็นหงส์ควรอยู่บนฟ้าไม่ควรลงมาเกลือกกลั้วกับอีกาเยี่ยงฉัน”

        “สำนึกได้ก็ดีแล้ว” ภัคคิณีเยาะหยัน

        “ฉันสำนึกตลอดเวลาค่ะว่าเป็นอีกา ไฉนเลยคิดจะเป็นหงส์ก็ไม่กล้ามากพอ อีกาก็คืออีกา อยู่กับดินกับทรายจนชินเสียแล้วค่ะ ต่างกับคุณหญิงนะคะ”

        “ต่างยังไง!” มาริษาถามต่อ แววตาแข็งกระด้าง

        “ก็ต่างตรงที่คุณหญิงยังคงไม่สำนึกว่าตัวเองไม่ใช่หงส์แท้ยังไงล่ะคะ” ฐิติวรดาพูดเสียงใส ทำหน้าบริสุทธิ์ยียวน

        “นังกาฝาก นี่แกกล้าด่าลูกฉันเหรอ” ภัคคิณีชี้หน้าหญิงสาว

        “คุณป้าคะ ใครจะไปกล้าด่าคุณหญิงกัน เพียงแต่อยากเตือนให้มีสตินึกคิดอยู่ตลอดเวลา คนบางคนมโนว่าตัวเองสูงศักดิ์เหนือผู้อื่น คิดจะเป็นหงส์แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นได้แค่” หญิงสาวเว้นคำพูดเอาไว้พลางยิ้มมีเลศนัย “ห่านตัวหนึ่งก็เท่านั้น!

        สองแม่ลูกเบิกตากว้าง

        เสมือนถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง สองแม่ลูกอ้าปากค้างไม่คิดว่าจะถูกคนที่ตัวเองกดจิกหัวใช้อยู่ทุกเชื่อวันด่าทออย่างเจ็บแสบ ครั้นพอจะตอบโต้กลับอีกฝ่ายก็ไม่อยู่ให้ทำตามที่ต้องการ ร่างบางเดินหายลับพ้นจากคลองสายตา

        “มันด่าหญิงคุณแม่ มันด่าหญิง!

มาริษาจิกเล็บลงบนฝ่ามือ กัดริมฝีปากจนห้อเลือด แค้นใจนักที่มัวแต่ยืนนิ่งให้เลือดไพร่มาด่าทอ

        “แม่รู้ลูก แม่รู้”

ภัคคิณีปลอบประโลมบุตรสาว สายตาอาฆาตแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

        นังกาฝาก แกไม่มีวันได้อยู่ดีมีสุขแน่!’

--------------------------------------------------------

        ก๊อกๆ

        มือหนาเคาะประตูสามครั้งตามมารยาทรอให้อีกฝ่ายตอบรับการมาเยือนของตน ไม่นานผู้อาวุโสที่นั่งทำงานอยู่ด้านในก็อนุญาตให้อาคันตุกะเข้าพบได้ ใบหน้าหล่อเหลาสุขุมขึ้นเมื่อต้องอยู่กับประมุขของบ้านตามลำพัง ชยกฤตนับถือท่านเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิด เขาได้อะไรจากผู้ชายคนนี้มากเหลือเกิน ไม่เพียงแต่ส่งเสียเงินทองให้ไปร่ำเรียนวิชาความรู้ถึงต่างแดน แต่เขานั้นได้รับความรักและความเมตตาจนไม่รู้สึกขาดสิ่งใด

        “ตั้งแต่กลับมาเรายังไม่ได้คุยกันจริงๆ จังๆ เลยนะ” ชายชราเป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อนคนแรก

        “ครับ คุณท่านยุ่งมาก”

ชายหนุ่มตอบตามที่เห็น แม้จะมีวัยที่มากแล้วแต่ชายชราผู้นี้ก็ยังทำงานหนักไม่แปรเปลี่ยน เพราะท่านเป็นคนขยันและมีสติปัญญาอันชาญฉลาด ธุรกิจที่ทำถึงได้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้

        “ก็อยากจะวางมือแล้วล่ะ” เสียงแหบแห้งเอ่ย

        “หมายความว่ายังไงครับ?” ชยกฤตขมวดคิ้วถาม คนฟังยิ้มเอ็นดูพลางมองสบนัยน์ตาคมเข้ม

“ไม่อยากทำงานพิสูจน์ฝีมือเสียหน่อยหรือ” ชายชราเอ่ยถาม ก่อนจะพูดต่อ “ฉันส่งให้เธอไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนาก็เพราะต้องการให้เธอมาช่วยกิจการของครอบครัว”

คำว่า ครอบครัว ทำให้หัวใจที่แห้งแล้งชุ่มช่ำเสมือนได้รับน้ำทิพย์จากฟ้า คำๆ นี้เขาเคยคิดว่าคงไม่มีวันได้นึกถึงอีกแล้วนับแต่คราวผู้ให้กำเนิดจากไป ใครจะคิดหนอว่าสวรรค์ยังเข้าข้างคนอย่างเขา ส่งผู้มีเมตตามารับอุปถัมภ์อุ้มชู

บุญคุณครั้งนี้ต่อให้ตอบแทนทั้งชีวิตก็ไม่สามารถชดใช้ได้!

“แต่ว่า” ชยกฤตยังคงแอบหวั่นกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

        “ไม่มีแต่ฉันตัดสินใจดีแล้ว” ชายชราตัดบทเสียงมั่น

        เขามองชายหนุ่มผู้นี้มานานนัก ชยกฤตเป็นคนดีและเป็นคนเฉลียวฉลาดมีไหวพริบปฏิภาณอันดีเยี่ยม ตัวเขาเองก็แก่ชราภาพลงไปทุกวัน อีกทั้งลูกหลานที่มีเหลืออยู่ก็มีแต่ผู้หญิง ไม่มีผู้ชายให้สืบทอดวงศ์ตระกูลสืบไป จะมีก็แต่ร่างสูงคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่จะพอฝากฝังให้ดูแลสิ่งต่างๆ ที่ตนและลูกชายอีกสองคนสร้างเอาไว้ได้

        พอคิดไปถึงบุตรชายทั้งสองชายชราก็เจ็บปวดยิ่งนัก ความตายพรากเอาคนที่รักไปจนหมดสิ้น ดีแค่ไหนที่พวกเขายังทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

        “ฉันจะแต่งตั้งให้เธอเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ”

--------------------------------------------------------

        ประโยคที่ได้ยินนั้นทำเอาภัคคิณีดีใจแทบตัวลอย หญิงวัยกลางคนที่แอบยืนฟังคนทั้งสองจากด้านนอกอดตื่นเต้นไม่ได้ ในที่สุดอำนาจในการปกครองก็ตกเป็นของชยกฤตบุตรบุญธรรม ที่เธอสนับสนุนเขาเพราะต้องการควบคุมอำนาจทุกอย่างไว้กับตัว หากวันดีคืนดีพ่อสามีเกิดหลงนังกาฝากนั่นจนมอบทุกอย่างให้กับมันก็จบเห่กันพอดี ไม่มีทางที่คนอย่างเจ้าหล่อนจะปล่อยให้ใครมาชุบมือเปิบ ที่สู้ดักดานอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้มานานนับหลายสิบปีหลังจากสามีตายก็นับว่าเป็นการลงทุนที่มากโขแล้ว เธอจะไม่มีวันยอมให้สมบัติแม้แต่แดงเดียวตกเป็นของฐิติวรดาเด็ดขาด!

        “ดีใจกับตำแหน่งใหม่ที่ได้รับด้วยนะจ้ะคนเก่งของป้า”

        ชยกฤตที่เพิ่งลงมาจากชั้นบนตกใจเล็กน้อยที่คนตรงหน้าทักเขาด้วยรอยยิ้มหวาน

        “นี่คุณป้า

ชายหนุ่มไม่พูดต่อเพราะรู้แน่ชัดว่าไม่ควร ปรายตามองบรรดาสาวใช้คนอื่นที่นั่งหน้าสลอนเรียงราย และเหมือนภัคคิณีจะรู้เท่าทันจึงสั่งให้ทุกคนออกไปจากห้องรับแขก เหลือเพียงเธอและเขาตามลำพัง

“ผมเองยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้ดีสักเท่าไหร่” เสียงเข้มบอกกับผู้เป็นป้าพลางส่ายหน้า

        “ป้าว่ากฤตทำได้ และต้องทำได้ดีมากด้วย” มือเรียวกุมมือหนาเอาไว้มั่น จ้องลึกสบมองกับคนร่างสูง “ป้าเชื่อใจในตัวกฤตนะลูก กฤตของป้าเก่งอยู่แล้ว”

        ชยกฤตรู้สึกซาบซึ้งที่คนตรงหน้าให้ความเชื่อมั่นในตัวเขาถึงเพียงนี้ จากความไม่มั่นคงในคราแรกพอได้รับกำลังใจจากคนที่รัก ชายหนุ่มก็เกิดความหึกเหิมขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

        “ครับ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อคุณป้าและคุณท่าน” เสียงเข้มบอกกับคนเบื้องหน้า

        “เพื่อครอบครัวของเรา!

        ภัคคิณีเอ่ยเสียงหนักแน่นราวกับต้องการให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง

ttttttttttttttt






สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักของเพื่อนแพงทุกคน ^^ วันนี้เพื่อนแพงเปิดฤกษ์งามยามดีอัพนิยายเรื่อง คฤหาสน์สีทอง ให้แล้วนะคะ เพื่อนแพงจะอัพ 2 ตอนเลยนะคะ อยากให้อ่านกันเยอะๆ ติ ชม ได้เต็มที่เลยนะคะ เพื่อนแพงยินดีรับฟังค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นอีกแนวที่ตั้งใจแต่งมากๆ ตัวละครทุกตัวมีความเป็นมนุษย์ รัก โลภ โกรธ หลง ไม่ได้ขาว 100% และไม่มีใครเทา 100% เช่นกันค่ะ ยังไงเพื่อนแพงต้องขอฝากให้ติดตามด้วยนะคะ อ่านแล้วก็เม้นๆ โหวตๆ ให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ เพื่อนแพงอยากอ่านคอมเม้น อยากรู้ว่าทุกคนชอบหรือไม่ชอบ

ปล, นิยายเรื่องนี้ เพื่อนแพงอัพให้อ่าน วัน เว้น วัน นะคะ

ฝากติดตามแฟนเพจและ E-Book ทุกเรื่องของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ตอนนี้มีเรื่องจัดโปรฯ อยู่ ถ้าสนใจก็ไปอ่านกันได้นะคะ สนุกทุกเรื่องจ้า




ฝากนิยาย E-Book เรื่องอื่นๆ  ด้วยนะคะ สนุก แซ่บ ทุกเรื่องจ้า

( หลายเรื่องกำลังโปรฯ อยู่นะคะ ภายในเดือนนี้เท่านั้น รีบหน่อยน้า โหลดเลย ^^ ) 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น