ฺฺBLACK ROSE II หัวใจรักต้องมนตรา ( ริชาด )

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 - ปีศาจแล้งน้ำใจ! ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 พ.ค. 62















บทที่ 6

ปีศาจแล้งน้ำใจ!





“ไม่ได้!!!

        ลานนาอยากจะกัดลิ้นตายให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป ทำไมเธอจะจำน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแบบนี้ไม่ได้ มันก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ คนที่เธอเกลียดและไม่ชอบขี้หน้า

          “ฉันจะฟังคำตอบของปลายฟ้าคนเดียว คนอื่นไม่เกี่ยว!” ร่างบางตอบโดยไม่หันไปมองด้านหลัง รับรู้โดยสัญชาตญาณว่าชายหนุ่มกำลังยืนมองเธออยู่ และถ้าให้เดาก็คงกำลังโกรธจนแทบพ่นไฟใส่หัวเธออยู่เป็นแน่

          “แล้วเธอกล้าดียังไงถึงพูดจาไม่สุภาพกับราชินี” ริชาดเดินมาหยุดยืนข้างๆ หญิงสาว

          “ทำไม ทีนายยังพูดจาไม่สุภาพกับเธอได้เลย” ลานนายอกย้อนร่างสูง

          “แต่ต้องไม่ใช่กับที่นี่” กดเสียงในลำคอ อารมณ์เดือดของเขาเริ่มจะปะทุเสียแล้ว

          “จะที่นี่หรือที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ ถ้านายเคารพเธออย่างที่พยายามบีบบังคับคนนั้นคนนี้จริงๆ ก็ต้องพูดจาสุภาพและนอบน้อมกับเธอตลอดเวลา”

          “เธอ!

          มือหนาตั้งท่าจะคว้าลำคอระหงส์มาบีบเหมือนเช่นเคย

          “หยุดนะริชาด!” ปลายฟ้าห้ามเสียงแข็งพร้อมกับจ้องใบหน้าคมคายดุดัน แววตาของเธอไม่มีความอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง ริชาดรู้สึกว่าราชินีจะปกป้องเชลยผู้นี้เป็นพิเศษ

          “ห้ามทำไม” ถามไม่สบอารมณ์

          “ฉันไม่ชอบให้ใครมาใช้ความรุนแรงในห้องนอนของฉัน”

          ปลายฟ้าว่าแล้วเดินไปคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง ดวงหน้าสง่างามสบกับนัยน์ตาสีเหล็กกล้าของชายร่างสูง ริชาดเองก็จ้องกลับแบบไม่เกรงกลัว

          “ฉันจะอนุญาตให้ลานนาเลี้ยงกระต่ายตัวนี้ได้”

          “ว่าไงนะ?!” คิ้วเข้มขมวดแน่น “เธอก็รู้ว่ามันเป็นกฎของทางราชสำนัก เราจะไม่เลี้ยงสัตว์นอกธรรมเนียบ โดยเฉพาะไอ้สัตว์อ่อนแอ” ประโยคสุดท้ายคนพูดเบนสายตาไปทางกระต่ายขนฟู

          ไม่รู้ทำไมแค่มองมันก็รู้สึกหงุดหงิดและไม่ชอบใจแปลกๆ

          “สัตว์อ่อนแอก็ยังดีกว่าปีศาจไร้หัวใจแบบนายก็แล้วกัน” ลานนาที่รักสัตว์อดรนทนฟังไม่ได้ ดวงตาคมเข้มวาววับยามที่หญิงสาวกล้าต่อกรกับเขา

          “สัตว์ทุกตัวมันก็มีความรู้สึก รักตัวกลัวตายไม่ต่างอะไรกับคน มันเดือดร้อนมาก็ควรให้ความช่วยเหลือสิ ทำไมต้องแบ่งแยกด้วยว่าต้องเป็นสัตว์ในธรรมเนียบเท่านั้นที่จะเลี้ยงดูได้ แล้วฉันอยากรู้นักว่าสัตว์ในธรรมเนียบที่นายว่ามันจะวิเศษวิโสสักแค่ไหนเชียว หึ คงหนีไม่พ้นสัตว์ประหลาดกินเลือดกินเนื้อ!

          สาวน้อยที่พูดตามใจปากหารู้ไม่ว่ากำลังนำภัยมาเยือนตัว เพียงสิ้นประโยคอันยาวเหยียดก็เกิดลมพัดรุนแรงราวกับพายุ กลิ่นคาวเลือดที่ไม่รู้ว่าต้นตอมาจากไหนปะทะจมูกโด่งรั้น ดวงตากลมโตต้องปิดแน่นเนื่องด้วยเศษหินดินทรายที่มากับลมพัดรุนแรงกำลังเล่นงานม่านตาให้ได้รับความแสบมหันต์

          “นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

ลานนายกมือปิดหน้าปิดตาเมื่อรู้สึกร้อนระอุเหมือนมีใครจุดไฟเผาแก้มนวลทั้งสองข้าง เพียงชั่วอึดใจหายนะครั้งใหญ่ก็มาเยือนอีกหน เมื่อร่างของเธอลอยหมุนคว้างเป็นลูกข่างโดยมีหมอกควันสีดำรายล้อมอยู่รอบตัว

          “กรี๊ด! อะไรเนี่ย ปล่อยฉันนะ กรี๊ด!

          เสียงแหลมกรีดร้องด้วยความตกใจ ปลายฟ้าพยายามช่วยด้วยพลังทั้งหมดที่มีแต่ก็ไม่เป็นผล ราชินีหันไปมองผู้อยู่เบื้องหลัง ใบหน้าคมคายดูมีความสุขเมื่อเห็นร่างบางกำลังเดือดร้อน ริชาดรู้สึกสนุกที่เห็นผู้หญิงปากดีหวาดกลัวจนต้องกรีดร้องออกมา ยิ่งเธอกลัวเขาก็ยิ่งต้องทำให้เธอจำ ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาอวดดีกับคนอย่างเขาอีก!

          ชายหนุ่มเพ่งสายตาไปยังร่างบาง ใช้มนตราทำให้พายุเข้ามาเพิ่มอีกสามเท่า ลานนารู้สึกเหมือนจะสิ้นลมหายใจเมื่อสติอันน้อยนิดเริ่มเลือนราง

          “พอได้แล้วริชาด!” ปลายฟ้าตวาดก้อง

          แต่คนถูกหมายหัวยังไม่สำนึก

          “ฉันสั่งให้พอ!” ปลายฟ้าจ้องตาเขา ประกายไฟผุดขึ้นที่ดวงตากลมโตทั้งสองข้าง

          ริชาดเห็นดังนั้นจึงปล่อยให้ร่างของมนุษย์ไร้ค่าเป็นอิสระ หญิงสาวร่วงหล่นกับพื้นพรม แรงกระแทกทำให้ศีรษะเล็กฟาดเข้ากับโต๊ะรับแขกที่มีน้ำชาและของว่างตั้งวางอยู่ เลือดสีแดงสดปรากฏขึ้นต่อสายตาบุคคลทั้งสอง ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นสลบไปเสียแล้ว

          “ลานนา!

          ปลายฟ้าตกใจรีบปรี่เข้าไปประคองหญิงสาว ใบหน้าเรียวเล็กนั้นซีดเผือด เธอสูญเสียพลังไปไม่น้อยจากการถูกลงโทษโดยร่างสูง เนื้อตัวร้อนเป็นไฟแทบระเบิด หัวใจของสาวเจ้าก็เต้นอ่อนแรงลง

          “ตามหมอหลวงมา!” ปลายฟ้าตะโกนลั่นห้อง บรรดานางในที่ประจำการอยู่ด้านนอกรีบทำตามพระบัญชาอย่างรวดเร็ว “เห็นไหมริ-ชาด ท่านทำบ้าอะไรลงไป” ราชินีหันไปกัดฟันพูดใส่ตัวต้นเหตุ

          วูบหนึ่งที่ปลายฟ้าเห็นสีหน้าแห่งความกังวลปรากฏขึ้น แล้วมันก็สลายหายไป

          “ช่วยไม่ได้ยัยนี่ปากหาเรื่องเอง” ร่างสูงยักไหล่ไม่แคร์ ปลายฟ้าส่ายหน้ากับการกระทำอันป่าเถื่อนของเขา หญิงสาวตั้งท่าจะพูดอะไรต่อแต่บรรดาคณะแพทย์ของราชสำนักก็กรูกันเข้ามาเสียก่อน

          “พาเธอไปที่ห้องพยาบาล ฉันจะช่วยรักษาอีกแรง เร็ว!

          ราชินีสูงศักดิ์ตวาดอย่างเร่งรีบ อัตราการเต้นของหัวใจดวงน้อยนั้นเริ่มจะขาดหายไปเป็นช่วงๆ ปลายฟ้ากลัวว่าเธอจะไม่มีแรงที่จะต่อต้านความเจ็บปวด

          ทุกคนออกไปจากห้องบรรทมของปลายฟ้าแล้ว เหลือเพียงแต่ชายหนุ่มที่มีสีหน้าเคร่งขรึม!

-----------------------------------------------------------

 

          “ครั้งนี้นายทำเกินไปนะริชาด”

          เสียงของลีโอดังขึ้นในที่ประชุม บรรดาพี่น้องแห่งตระกูล Black Rose ต่างพยักหน้าเห็นด้วย คนถูกตำหนินั่งฝึกมนตราแบบไม่คิดสนใจใคร กิริยาของเขายิ่งยั่วโทสะของประมุขหนุ่มดีนักเชียว ลีโออยากจะพุ่งตัวเข้าไปต่อยใบหน้านิ่งเฉยนั่นให้แหลกคามือ

          “มรกตจันทราก็ยังหาไม่เจอ เกิดเธอผู้นั้นเป็นอะไรไปพวกเราจะซวยกันหมด!” เสียงเข้มต่อว่าต่อเนื่อง

          “ใช่เพคะ น้องไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านพี่ถึงต้องทำรุนแรงแบบนั้นด้วย ลานนาเป็นแค่มนุษย์ เธอไม่ได้ถึกทนเหมือนปีศาจอย่างพวกเรานะเพคะ” คาร่าเอ่ย สีหน้าหงุดหงิด

          ร่างกายของมนุษย์นั้นอ่อนแอมากถึงมากที่สุด และยิ่งเป็นมนุษย์ที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางพลังอำนาจแห่งเมืองปีศาจด้วยแล้วจะยิ่งอ่อนแอมากกว่าเดิม เจอมนตราของคนตรงหน้าเข้าไปไม่ตายก็ถือว่าบุญหล่นทับ

          “นี่นายไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือไง!” ฟินิกซ์ที่ฟังมานานเสียงขึง ริชาดยังคงนิ่งไม่สะทกสะท้านต่อคำครหาต่างๆ ชายหนุ่มเพ็งสายตาไปที่ลูกไฟห้าลูกตรงหน้า

          “มีอะไรสำคัญไปกว่าการฝึกมนตราของฉันหรือไง?” น้ำเสียงเข้มที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น แต่เป็นการพูดที่ไม่เข้าหูใครต่อใคร

          “ท่านพี่ริชาดเพคะ ถ้าไม่คิดเวทนาผู้หญิงคนนั้นก็ช่วยเห็นผลลัพธ์ผลเสียที่มันจะตามมาด้วยเถอะเพคะ อย่าทรงทำร้ายลานนาแบบนี้อีก เธอเป็นมนุษย์ที่มีร่างกายอ่อนแอ” คาร่าเน้นย้ำอีกครั้ง

          ดวงตาคมกล้าสั่นไหววูบหนึ่งแล้วเก็บลูกไฟเจ้าปัญหาเข้าไปยังร่างกายของตน รอยยิ้มเหยียดผุดขึ้นบนริมฝีปากหยัก

          “ท่านพี่ยิ้มแบบนี้” คาร่าไม่ไว้วางใจ

          “ลีโอ” ริชาดเรียกประมุขหนุ่มเสียงเข้ม หากแววตานั้นล้อเล่นในท่าที

          “ว่า?” ลีโอจ้องคนที่ต้องการพูดกับตน

          “ตอนนายทำให้ปลายฟ้ากลายเป็นปีศาจครึ่งหนึ่ง มันรู้สึกดีไหม?” คนถามยิ้มมีเลศนัย

          ทุกสายตามองไปที่เขาอย่างไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ได้ฟังเมื่อครู่จะหลุดออกมาจากคนตัวโต

          “นี่นายอย่าบอกนะว่า” แฟ็กเตอร์ลุกขึ้นยืน

          “มันก็ดีไม่ใช่หรือไง”

          ริชาดตอบแล้วหัวเราะในลำคอ ชายหนุ่มกำลังนึกถึงภาพที่ทำให้หัวใจแกร่งลุ้นระทึก มันจะเป็นยังไงนะหากร่างบอบบางของหล่อนนอนทอดกายอยู่บนเตียงกว้างเพื่อรอรับการเติมเต็มจากเขา มันคงจะดีไม่น้อยที่จะได้เห็นแววตาตื่นตระหนกของยัยมนุษย์หน้าโง่ผู้นั้น สาบานต่อพระเจ้าว่าถ้าเขาได้มีค่ำคืนแสนวิเศษนั่นเมื่อไหร่ เขาจะทำให้เธอลืมความเร่าร้อนไม่ลงเลยทีเดียว!

          เพียะ!

          ใบหน้าคมคายหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือเรียว

          “หยุดความคิดสรกปรกแบบนั้นเดี๋ยวนี้นะ” ปลายฟ้าที่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ปรี่เข้ามาลงทัณฑ์ปีศาจไร้สำนึก หญิงสาวโกรธจนปากคอสั่น

          ริชาดที่เพิ่งถูกราชินีผู้ยิ่งใหญ่ทำโทษต่อหน้าพี่น้องทุกคนค่อยๆ หันมาสบตากับร่างบาง เลือดสีเขียวไหลซึมออกจากริมฝีปากหยัก แววตาดุดันกลับดูมีความสุขที่ได้รับโทษเหล่านั้น

          “นายมันโรคจิตริชาด!” ปลายฟ้ากัดฟันกรอด “อย่าคิดทำเรื่องระยำกับลานนาเด็ดขาด ทันทีที่พบมรกตจันทราพวกเราทุกคนต้องส่งเธอกลับไปยังโลกมนุษย์ อย่าริอาจทำให้ผู้หญิงที่บริสุทธิ์ต้องแปดเปื้อนน้ำมือคนเลวๆ อย่างนาย จำเอาไว้!” สุรเสียงของราชินีดังก้องกังวาน

          ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์ และก็เป็นลีโอที่ได้สติก่อนใครเพื่อน ร่างสูงรีบเดินไปหาคนตัวเล็กแล้วรั้งคนรักให้มายืนข้างตน เขาไม่เคยเห็นปลายฟ้าโกรธจัดขนาดนี้มาก่อน ดูเหมือนว่าเธอจะรักและห่วงใยมนุษย์ผู้นั้นมาก

          หรือเธอกำลังเห็นตัวเองในอดีต

          “ใช่ ฉันคิดแบบนั้น”

          คนพูดหันมาจ้องใบหน้าชายที่รัก แววตาสั่นไหวมีน้ำใสๆ เอ่อคลอ ปลายฟ้าเม้มริมฝีปากเล็กแน่นแล้วรีบเดินออกไปจากห้องโถงกว้างใหญ่

          “ปลายฟ้า ปลายฟ้า โธ่เว้ย!” ลีโอตีชกอากาศเมื่อถูกหญิงสาวโกรธเอาจนได้ การที่ริชาดคิดและพูดแบบนั้นไม่เพียงแต่ทำร้ายจิตใจของปลายฟ้า แต่ยังเป็นการรื้อฟื้นความทรงจำที่เขาเองก็อยากลืมเช่นกัน

          “ฉันว่านายควรไปสงบสติอารมณ์สักหน่อยนะริชาด เผื่อว่าความบ้าระห่ำมันจะทุเลาลงบ้าง!” ลีโอกระแทกเสียงใส่คนที่หัวเราะในลำคอ

          ทุกคนมองริชาดด้วยแววตาเอือมระอาระคนหวั่นเกรง ปีศาจอย่างเขามันพวกเดาใจยาก แต่มีสิ่งเดียวที่บรรดาพี่น้องรู้ดีก็คือนิสัยอันเด็ดเดี่ยวของริชาด ฆ่าคือฆ่า ตายคือตาย

          เขาไม่เคยเกรงกลัวอะไรอยู่แล้ว…!

-----------------------------------------------------------

 

          เปลือกตาคู่สวยหนักอึ้งเหมือนมีใครเอาค้อนหนักมาวางทับไว้ หญิงสาวพยายามลืมตาขึ้นมองสรรพสิ่งรอบกาย นานนับหลายนาทีกว่าร่างบางจะทำสำเร็จ ลานนาปรับม่านตาเพื่อทอดมองไปยังรอบๆ ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ แล้วที่นี่เป็นที่ไหนกันนะ? ทำไมเธอถึงถูกส่งมาที่นี่ ก่อนหน้านั้นเธอกำลังคุยเรื่องจะขอเลี้ยงกระต่ายน้อยกับปลายฟ้า แล้วจู่ๆ ริชาดก็เข้ามาห้าม เธอกับเขาก็เกิดปะทะคารมกันขึ้น แล้วหลังจากนั้น

          ใช่…! ผู้ชายคนนั้นทำร้ายเธอ

          จริงสิเจ้ากระต่ายน้อยล่ะ?

          “ไม่ใช่ว่าตกใจตายไปแล้วหรือไง” เสียงหวานเป็นกังวล ร่างบางตั้งท่าจะลุกจากเตียงแต่ความแสบผิวกายเข้าเล่นงานจนเจ้าตัวต้องทิ้งกายนอนราบไปกับที่นอนดั่งเดิม

          “ห่วงตัวเองก่อนดีไหม?

          น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้อง ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามย่างกรายเข้ามาใกล้หญิงสาวช้าๆ แต่ทว่าหนักแน่นไปทุกช่วงจังหวะ ดวงตาคมสีเหล็กกล้าไล่มองร่างขาวเนียนที่อยู่ในอาภรณ์เนื้อบาง สายตาโลมเลียของเขายังไม่เท่ากับความแข็งแกร่งทางร่างกายบุรุษเพศที่กำลังอวดสายตาสาว ลานนาพยายามแสร้งมองไปทางอื่น หญิงสาวยอมรับว่าเขินอายกับเรือนร่างที่สมชายชาตรีของเขา หัวใจของหล่อนกำลังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ

          “ป่วยแล้วยังคิดลามกอีกนะ” ริชาดยิ้มมุมปาก

          “อะไร ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลยนะ” ลานนารีบปฏิเสธ สายตาก็ยังไม่กล้าจ้องคนตรงหน้าอยู่ดี

          ริชาดมองคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อยเท่านั้น ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงหนานุ่มข้างกายสาว ยื่นมือไปจับใบหน้าเล็กที่ซีดเซียว ลานนาอยากจะบิดกายหนีฝ่ามือร้อน แต่ไม่สามารถขยับกายได้

          “เจ็บมากไหม?

          น้ำเสียงที่ดีแต่ตวาดกร้าวเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวล ลานนาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินโทนเสียงที่แสดงออกถึงความห่วงใยแบบนี้จากคนร่างสูง

          “ฉัน เอ่อ ฉัน” ลานนาพูดไม่ถูก ไม่ชินกับความใจดีของเขา ปกติร้ายกับเธอตลอด

          “ว่าไงเจ็บมากไหม?” ริชาดถามย้ำอีกครั้ง หากก็ยังไม่เกรี้ยวกราด

          “ลองมาโดนแบบฉันไหมล่ะ จะได้รู้ว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ” หญิงสาวตวัดเสียงใส่ คำตอบของเธอเรียกเสียงหัวเราะได้ดีจากชายหนุ่ม ลานนาไม่เข้าใจว่าเขาจะหัวเราะทำไม คำพูดของเธอมันมีอะไรน่าขันนักหรือ

          แล้วความข้องใจของเธอก็ได้รับการเฉลยจากร่างสูง

          หมับ!

          มือหนาบีบแก้มนวลทั้งสองข้างอย่างแรง แววตาที่เคยอาบล้นไปด้วยความเป็นห่วงกลับมาฉายแววแห่งความโหดร้ายเหมือนเดิม ไม่ต่างอะไรกับแรงบีบที่ถูกส่งผ่านมายังร่างเล็ก

          “ระ ริชาด” เสียงหวานร้องทรมาน จ้องสบกับดวงตาคม “ปะ ปล่อยนะ”

          “เธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะของเชลยที่ถูกหมายหัวเรื่องมรกตจันทรา เพราะฉะนั้นก็ควรรีบเร่งหามันให้เจอ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะมาเดินเฉิดฉายไปวันๆ!” มือหนาผลักใบหน้าสาวทันทีที่เอ่ยจบ

          ลานนาเจ็บร้าวไปทั้งหน้า หญิงสาวหันมองคนใจร้ายที่รังแกกันไม่จบสิ้น

          “ต่อให้ขังฉันไว้ที่นี่จนตายพวกนายก็ไม่มีวันได้มรกตจันทราหรอก”

          “ว่าไงนะ?” ริชาดหรี่ตาถาม

          “เพราะฉันบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าฉันไม่รู้จักไอ้เครื่องประดับบ้าบอนั่น ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน แต่พวกนายก็บ้าทึกทักกันไปเอง ต่อให้ร่างของฉันต้องเน่าตายอยู่ที่นี่ก็ไม่มีวันหามรกตจันทราเจอ!” เสียงหวานตะคอกลั่นห้อง

          “อย่ามาอวดดีนะลานนา ถ้าฉันหมดความอดทนเธอจะไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจ” คนตัวโตกดเสียงต่ำ

          “แล้วฉันหมดความอดทนไม่เป็นหรือไง!” หญิงสาวสวนกลับ ดวงหน้าหวานมีแต่น้ำตาอาบแก้ม

          ริชาดตกใจไม่คิดว่าจะได้เห็นน้ำตาของเธอ

          “นายเห็นฉันเป็นอะไร นึกจะทำร้ายก็ทำ นึกจะด่าก็ด่า ฉันเป็นคนนะ ฉันมีหัวใจ มีความรู้สึก ฉันไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ร้ายกาจของนายนะ ไอ้ปีศาจนิสัยไม่ดี!

          ลานนาที่อดทนกับเรื่องราวทุกอย่างมานานทรุดหน้าร้องไห้กับฝ่ามือ หญิงสาวปล่อยเสียงสะอื้นแบบไม่คิดอาย ไม่สนว่าผู้ชายคนนี้จะหัวเราะเยาะหรือสมน้ำหน้า รู้เพียงแต่ว่าอยากระบายทุกสิ่งที่มันติดค้างอยู่ในใจ

          “ฮือๆ”

          เสียงร้องไห้ทำเอาริชาดไปไม่เป็น ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปรอบๆ ห้อง มือหนากุมศีรษะอย่างคิดไม่ตก

          “ฮือๆ”

          ฝ่ายสาวเจ้าเองก็เอาแต่ร้องไห้

          “หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ”

          ริชาดออกคำสั่ง เขาเป็นอะไรกัน? ทำไมต้องรู้สึกแย่กับเสียงร้องไห้ของยัยมนุษย์ไร้ค่าคนนี้ด้วย

          “ฉันสั่งให้หยุดร้องไง!

          คนเจ้าอารมณ์ตวาดกร้าว ลานนาหยุดร้องโดยอัตโนมัติ หญิงสาวเงยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมองร่างสูง

          “ถ้าทนฟังไม่ได้ก็ออกไปสิ ฉันจะร้องให้กับความซวยของฉัน”

          “งี่เง่า น่ารำคาน!” ริชาดชี้หน้าคนตัวเล็ก “เอาเวลามานั่งร้องไห้ไปคิดว่าจะทำยังไงเพื่อตามหามรกตจันทราจะดีกว่า”

          ร่างสูงใหญ่ตามมาตรฐานชายชาตินักรบสาวเท้าเข้ามาหาตัวเธอ แววตานั้นดุดันจนน่าเกรงขาม

          “และถ้าฉันรู้ว่าเธอคิดไม่ซื่อล่ะก็ ฉันเอาเธอตายแน่!



























เพื่อนแพงไม่อัพแล้วนะคะ บทนี้เป็นบทสุดท้ายแล้วจ้า เนื้อหาที่เหลืออยู่ในเล่มแบบฉบับ E-Book ค่า ^^ ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #12 Minarimin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:43
    นี่ริชาดเริ่มหวั่นไหวแล้วรึเปล่า~~~ แต่ยังคงความโดฝหดร้ายไว้อย่างดี -*-
    #12
    0