ฺฺBLACK ROSE II หัวใจรักต้องมนตรา ( ริชาด )

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 - เพื่อนตัวน้อย ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.พ. 61

























บทที่ 5

เพื่อนตัวน้อย

 

 

 

ลานนานั่งทอดมองสภาพแวดล้อมภายนอกอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง มุมหลังพระราชวังกลายเป็นมุมโปรดของเธอไปเสียแล้วนับตั้งแต่ต้องมาติดอยู่ที่เมืองปีศาจแห่งนี้ หญิงสาวใช้เวลาเกือบวันมานั่งดูดาวชมนกชมไม้ ไม่สิอย่าเรียกว่าชมนกชมไม้ ต้องเรียกว่า ชมค้างคาวเขี้ยวใหญ่เสียมากกว่า!

          แม้จะเป็นค้าวคาวตัวโตน่าเกลียดน่ากลัวแต่ทว่ากลับให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด พวกมันไม่ได้พุ่งตัวเข้ามาทำร้ายเธอเหมือนที่แอบคิด พวกมันอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ๆ แล้วพากันบินร่อนไปเร่มาราวกับเป็นเจ้าของท้องฟ้าแต่เพียงผู้เดียว หญิงสาวมองภาพเบี้ยงบนแล้วเผยรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครได้เห็นนอกจากพวกค้างคาวมีปีกเหล่านี้

          กุกกักๆ

          ขวับ!

          ลานนาหันมองข้างกายเมื่อรับรู้ได้ถึงการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตตัวน้อย

          “อุ๊ย น่ารักจังเลย” เสียงหวานพูดแล้วรีบเดินไปอุ้มเจ้ากระต่ายน้อยขนปุยมาไว้ในอุ้งมือ “โอ๊ะ มีแผลด้วยนี่น่า” ลานนกตกใจเมื่อเห็นบาดแผลลึกอยู่ข้างต้นขาซ้ายของมัน

          แต่เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วกลับไม่แสดงความรู้สึกเจ็บปวดให้เห็นแม้แต่น้อย

          “ไหนๆ ขอดูหน่อยสิ” มนุษย์ผู้มีจิตใจดีชูเจ้ากระต่ายสีขาวขึ้นตรงหน้าแล้วสำรวจอาการบาดเจ็บของมัน แววตาเป็นมิตรของเธอทำให้สัตว์ในอุ้งมือผ่อนคลายมากขึ้น

          “เดี๋ยวฉันพาไปทำแผลนะ” ลานนาบอกด้วยรอยยิ้ม ร่างบางรีบลุกขึ้นจากพื้นดินที่ใช้พักกายและใจมาเป็นเวลานานอย่างรวดเร็ว เวลานี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น หญิงสาวตั้งใจว่าถ้าทำแผลให้เจ้ากระต่ายตัวนี้เสร็จเธอจะขออนุญาตปลายฟ้ารับมันมาเลี้ยงไว้ในวัง

          ก็เลี้ยงไว้ในห้องของเธอคนเดียวนั่นแหละ

          “เดี๋ยวฉันขอกล่องปฐมพยาบาลหน่อยนะ” ลานนาบอกกับนางในคนหนึ่งที่ลีโอให้อยู่คอยรับใช้เธอ

          จะว่าไปที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายซะทีเดียวในบางครั้ง หญิงสาวมาในฐานะเชลยที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีมรกตจันทราหายไป ความจริงไม่ได้อยากจะรับรู้อะไรนักหรอกแต่ได้ยินใครต่อใครต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามรกตจันทราเป็นสิ่งมีค่าที่ราชินีแห่งเมืองควรมี

          และมันตกทอดกันมาเป็นเวลากว่าสามพันปีแล้ว!

          บ้าจริงๆ ตกทอดกันมาเป็นเวลายาวนานขนาดนั้นแล้วทำไมถึงพึ่งมาหายในตอนที่เธอเกิดด้วยนะ ความซวยหล่นทับจริงๆ จนไม่พอยังถูกยัดเหยียดข้อกล่าวหาหัวขโมยอีก

          “มีใครเป็นอะไรหรือเจ้าคะ?

          “เจ้ากระต่ายตัวนี้น่ะ มันบาดเจ็บฉันเลยอยากทำแผลให้กับมัน” ลานนาตอบพลางกับชูร่างเล็กของกระต่ายขนปุยให้นางในตรงหน้าดู

          “แผลลึกขนาดนี้หม่อมฉันว่าให้หมอหลวงมาทำดีกว่าเจ้าค่ะ จะได้ตรวจหาโรคอื่นๆ ให้กับมันด้วย” นางในเสนอความคิดเห็น

          “จริงด้วยสิ แล้วหมอหลวงอยู่ที่ไหนเหรอ?

          “ถ้าท่านต้องการหม่อมฉันก็จะเรียกมารับใช้ให้เจ้าค่ะ” นางในตอบอย่างสุภาพ

          “ฉันต้องการ” ร่างเล็กรีบพยักหน้ารัวๆ “อย่าช้านะ ฉันกลัวว่ามันจะเป็นอันตรายไปซะก่อน” น้ำเสียงสุดท้ายหันไปพูดกับกระต่ายน้อยในอ้อมกอด

          แววตาของมันที่มองเธอนั้นช่างน่าเวทนาเหลือเกิน

          “เจ้าค่ะ”

          นางในรับคำสั่งแล้วหายตัวไปต่อหน้าต่อตาร่างบาง

          “จะเดินเข้าออกประตูให้มันเหมือนคนปกติไม่ได้หรือไงนะ บ้าบอที่สุดเลย” ลานนาอดหงุดหงิดไม่ได้ แม้จะอาศัยออยู่ที่เมืองแห่งนี้มาเป็นระยะเวลาร่วมสองอาทิตย์แล้ว แต่ใครเล่าจะไปชินกับการใช้เวทมนต์พร่ำเพรื่อของผู้คนที่นี่

          เอ๊ะไม่ใช่คนสิ ปีศาจต่างหากล่ะ!

 ----------------------------------------------------


          ไม่นานห้องนอนอันกว้างขวางที่มีมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวเป็นเจ้าของก็อัดแน่นไปด้วยบรรดาหมอหลวงและเหล่านางพยาบาลที่รับใช้สำนักพระราชวัง ภาพที่เห็นก็คือกระต่ายตัวเล็กเพียงหนึ่งตัวที่นอนอยู่บนเตียงกว้างแล้วมีปีศาจมากหน้าหลายตามายืนมุ่งดู ตรวจไล่ไปตามร่างกายอ้วนป้อมที่ปกคลุมด้วยขนสีขาวสะอาดตา

          ลานนามองภาพตรงหน้าแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ เจ้ากระต่ายตัวนี้ดูท่าจะตื่นตูมผู้คนไม่น้อย มันคอยจ้องแต่จะกระโดดหนีอยู่เรื่อย นี่ถ้าไม่มีนางพยาบาลคอยจับเอาไว้มันคงกระโดดออกนอกหน้าต่างเป็นแน่

          “เป็นอะไรมากไหม?” ลานนารีบเข้าไปถามเมื่อดูท่าหมอหลวงจะทำการตรวจเสร็จสิ้นแล้ว

          “มีอักเสบบ้างเล็กน้อยขอรับเพราะแผลที่ได้รับลึกมากพอสมควร แต่โดยรวมแล้วพักสองสามวันก็หายเพราะอาการของมันปกติดีทุกอย่าง ไม่มีสภาวะแทรกซ้อนใดๆ” น้ำเสียงนิ่งตามวัยเอ่ย

          “แล้วฉันเลี้ยงมันได้หรือเปล่า?

          “เรื่องนี้ท่านต้องไปถามฝ่าบาทหรือราชินีเอาเองขอรับ หม่อมฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะตอบได้” คนตรงหน้าโค้งศีรษะเป็นเชิงขอโทษสตรีงดงาม

          “นั่นสินะ” ลานนาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพูดกับบรรดาคณะทีมแพทย์หลวงของราชสำนัก “ขอบคุณพวกท่านมากที่มาช่วยดูเจ้ากระต่ายตัวนี้ให้ฉัน พวกท่านไปผักผ่อนเถอะ” หญิงสาวยิ้มบางเบาเป็นการตอบแทน

          ปีศาจทุกตัวโค้งศีรษะเพื่อแสดงความเคารพต่อร่างบาง แม้จะเป็นเพียงเชลยที่เขาจับมาไว้เป็นตัวประกันแต่ผู้คนที่นี่ก็ต้องให้เกียรติและเคารพเธอในฐานะคนสำคัญของราชินี เพราะปลายฟ้าคอยอยู่ข้างหลังและปกป้องเธอจากความไม่ปลอดภัยทั้งปวง ลานนาขอบคุณราชินีเสมอที่ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจ เมื่อครั้งที่ได้พูดคุยกันเธอก็ได้รู้จักตัวตนของปลายฟ้ามากยิ่งขึ้น หญิงสาวเคยเป็นมนุษย์เต็มตัวมาก่อนแต่ทว่าพอได้เป็นราชินีแห่งฝ่าบาทจึงมีเลือดของปีศาจอยู่ครึ่งหนึ่ง และเครื่องประดับประจำกายของราชินีก็คือมรกตจันทราที่ทุกคนกำลังตามหาอยู่นั่นเอง

          ลานนารู้มาว่ามันมีค่าและมีพลังอำนาจมาก หากผู้เป็นราชินีไม่มีไว้ในครอบครองจะส่งผลให้พระราชาและบ้านเมืองเกิดอาเพศได้

          “ฉันมาเข้าเฝ้าราชินี”

          เสียงหวานบอกกับทหารหน้าดุที่ยืนเฝ้าหน้าตำหนักของประมุขทั้งสอง ถ้าเลือกได้ลานนาไม่อยากจะมาที่นี่สักเท่าไหร่เพราะเกรงกลัวสายตาและท่าทางของบรรดาทหารกล้าเหล่านี้ มันทั้งน่ากลัวและดุดันจนเลือดในกายเย็นวาบไปทั้งตัว

          “นัดไว้หรือเปล่า!” น้ำเสียงแข็งกร้าวเอ่ยถาม แววตานั้นแทบจะเผาไหม้เธอได้

          “ปะ เปล่า”

ลานนาแม้จะไม่ค่อยกลัวใครแต่ก็แอบเสียวสันหลังไม่น้อย น้ำเสียงที่หญิงสาวเปล่งออกมานั้นจึงสั่นไหวไม่ต่างอะไรกับหัวใจที่เต้นโครมคราม ในมืออุ้มกระต่ายน้อยไว้แนบอกราวกับกลัวว่ามันจะรู้สึกตกใจไปด้วย

          “เอาอะไรมาด้วย!” ทหารนายหนึ่งถามพลางกับพยายามจ้องมายังฝ่ามือของเธอ

          “เอ่อ คือ

          “ฉันถามว่าเอาอะไรมา!” คราวนี้น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้างยิ่งกว่าเดิม

          ลานนาเหงื่อตกริมฝีปากเล็กซีดเซียวเหมือนคนไม่ได้เลือดมานานนับปี

          “เสียงดังอะไรกันเอะอะโวยวายไปถึงข้างใน พวกนายไม่รู้เหรอว่าฝ่าบาททรงกำลังทรงงานอยู่”

ร่างสูงสง่าที่บนศีรษะมีมงกุฎแสดงความเป็นใหญ่เอ่ยขึ้น แววตาคู่งามมองบรรดาทหารหน้าวังอย่างตำหนิ ไม่มีใครกล้าต่อต้านหรือสบตากับหญิงสาว บุคคลที่เคยแหกปากตะโกนใส่เธอนั้นก้มหน้ามองพื้น

          “ขอประทานอภัยพะยะค่ะ”

          ปลายฟ้าเคลื่อนตัวมายังร่างเล็กที่หวาดกลัวจนสั่นเทิ้ม ใบหน้าที่ดุดันเมื่อครู่ค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมาให้คนมองได้ใจชื้น

          “มาถึงนี่มีอะไรหรือเปล่าลานนา” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถาม

          “เธอเห็น” ร่างบางเงียบชะงักเมื่อปลายฟ้ายกนิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากเป็นเชิงบอกให้หยุดพูด

          “เราไปคุยกันที่ห้องบรรทมของฉันเถอะ” พูดจบเจ้าตัวก็พาร่างของเธอและลานนาให้วับไปจากตรงนี้ทันที ทิ้งให้เหล่าทหารกล้ามองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดราชินีต้องให้ความสำคัญกับมนุษย์ผู้นี้มากถึงเพียงนี้ด้วย

          แถมสรรพนามที่สตรีนางนั้นใช้เรียกพระองค์อีก

          “เธอลืมใช่ไหมว่าถ้าเราอยู่ต่อหน้าคนอื่นเธอต้องพูดคำราชาศัพท์กับฉัน”

คนพูดเอ่ยถามเมื่อยามที่สองเท้าของทั้งคู่แตะพื้นพรมห้องบรรทมอันกว้างใหญ่ ลานนาลอบมองสิ่งต่างๆ ตรงหน้า ทุกอย่างมันช่างอลังการและสวยงามเหลือเกิน นี่ถ้าไม่ได้ย่างกรายเข้ามาที่ห้องๆ นี้เธอคงละเมอคิดว่าห้องของตัวเองนั้นยิ่งใหญ่ หากมันเทียบไมได้เลยกับห้องบรรทมของราชินีแห่งเมือง Black Rose

“ขอโทษนะ ฉันลืมตัวน่ะ” ลานนายอมรับความผิด

“ไม่เป็นไรฉันเข้าใจ” ปลายฟ้ายิ้ม ผายมือเชื้อเชิญให้เธอนั่งลงบนโซฟาสีม่วงกำมะหยี่ “นั่งก่อนสิ”

          “ขอบคุณค่ะ”     

          “มีอะไรก็ว่ามา?” ปลายฟ้าเสกน้ำชาและของว่างลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างละสองชุด สำหรับเธอและแขกผู้มาเยือน “ดื่มไปคุยไปน่าสนุกดีนะ” คนพูดหัวเราะเบาๆ

          “ชานี่รสชาติดีนะ” ลานนายกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ รสชาติของมันหวานหอมเหมือนกลีบกุหลาบยามเช้า

          “ชากุหลาบของฉันเอง ฉันปลูกไว้ที่สวนหลังวัง ไว้วันหลังจะพาไปดูนะ” ราชินีผู้ยิ่งใหญ่ยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้า มือเรียวทรงเสน่ห์วางแก้วชาลงกับโต๊ะแล้วนั่งสบตากับลานนาด้วยความจริงจัง

          “มาพูดเรื่องธุระของเราดีกว่า เธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรือ ถ้าให้เดาคงเกี่ยวกับ” ปลายฟ้าชี้นิ้วไปยังกระต่ายตัวเล็กขนปุย

          “อ้อ จริงสิ” ลานนาอุ้มกระต่ายตัวเล็กให้ออกมาสบตากับหญิงสาว ดูท่ามันจะตื่นตระหนกไม่น้อย มือบางสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาของมัน “ไม่ต้องกลัวนะ” เสียงหวานกระซิบบอก

          “ฉันไปเจอมันที่หลังพระราชวังใหญ่ เห็นมันบาดเจ็บอยู่เลยพามันไปทำแผลกับหมอหลวง” ลานนาอธิบายความเป็นมา คนฟังพยักหน้าไม่ขัดอะไร

          “ฉันก็เลยอยากจะขอ

          “เลี้ยงมัน” ปลายฟ้าช่วยต่อให้ คนฟังพยักหน้าทันที

          “ฉันเลี้ยงมันได้ไหมปลายฟ้า?” ลานนาถามอย่างเป็นกังวล เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะทำอะไรตามอำเภอใจได้ ลำพังมาอาศัยดินแดนแปลกถิ่นก็ลุ้นอยู่ทุกวันว่าจะเจอกับเรื่องราวประหลาดๆ อะไรบ้าง

          ลานนาเองก็เป็นห่วงเจ้ากระต่ายน้อยตัวนี้ มันกำลังบาดเจ็บถ้าปล่อยเลยตามเลยก็คงจะใจร้ายเกินคน

          “ไม่ได้!!!

          น้ำเสียงเข้มของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น…!









ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ ^^ จะได้ติดตามผลงานกันง่ายขึ้น


Friend_Ship & เพื่อนแพง


ฝากนิยาย E-BOOK ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ^^



 

















นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #11 poppy09 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:39
    ริชาดแน่เลยมาเสียงเขียวแบบนี้ 
    #11
    0
  2. #9 minkunmar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:35
    ลานนานี่ใจดีจัง ริชาดขึ้นเสียงอีกแล้วนะ เดี๋ยวเถอะ
    #9
    0