ฺฺBLACK ROSE II หัวใจรักต้องมนตรา ( ริชาด )

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 - หวาดระแวง… ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.พ. 61











เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ












บทที่ 4

หวาดระแวง

 

 

        “พอได้แล้วริชาด!

          เสียงหวานหากทรงพลังดังขึ้นจากทางด้านหลังของปีศาจหนุ่ม ริชาดหันไปมองตามเสียงสั่ง รอยยิ้มเหยียดมองคนตรงหน้าแบบไม่สนใจ ยังคงเดินหน้ามอบความทรมานให้กับลานนาอย่างต่อเนื่อง

          ปลายฟ้ารวบรวมพลังจิตที่แข็งแกร่งกว่าชายหนุ่มจ้องมองไปยังฝ่ามือหนา เพียงชั่วเวลาไม่ถึงอึดใจริชาดก็ต้องปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ เมื่อฝ่ามือของตนถูกไฟร้อนดุจโลกันต์แผดเผา ดวงตาคมกริบมองใบหน้าสวยอย่างเจ็บใจ

          “อย่าทำแบบนี้กับเธออีก!” ปลายฟ้าสั่งเสียงแข็ง แม้จะไม่ค่อยได้ใช้อำนาจจัดการกับผู้คนในราชวังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่ง

          ในเมื่อเมืองนี้คนที่มีอำนาจรองลงมาจากลีโอก็คือ ราชินี เยี่ยงเธอ

          “สั่งฉันเหรอ?” ริชาดถามเสียงหยัน

          “แล้วไม่ได้หรือไง” ปลายฟ้าเองก็ไม่ยอมแพ้ ริมฝีปากอิ่มเหยียดยิ้มด้วยท่าทีที่มีชัยเหนือกว่า “ราชินีออกคำสั่ง ตอบสิว่าท่านจะไม่ทำตาม!

          ริชาดกัดฟันแน่นไม่เคยเห็นปลายฟ้าทำแบบนี้กับใครมาก่อน เขาเป็นคนแรกเลยก็ว่าได้ที่หญิงสาวออกคำสั่งพร้อมกับใช้มนตราที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากลีโอจัดการตน!

          “อย่าคิดว่าจะมีคนปกป้องเธอได้ตลอดนะ” เสียงเข้มหันไปหาเรื่องร่างบางที่เอาแต่หลบหลังปลายฟ้า “ถ้าไม่ยอมปริปากบอกที่อยู่ของมรกตจันทราล่ะก็ เตรียมตัวบอกลาพระเจ้าได้เลย เพราะฉันไม่เอาเธอไว้แน่!

          ปีศาจหนุ่มทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้กับบุคคลทั้งสอง

          “เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ปลายฟ้าจับร่างบางให้ลุกขึ้นนั่งกับเก้าอี้ ใบหน้าซีดเซียวชวนให้สงสารนัก มือเรียวทำท่าจะจับลำคอระหงส์ แต่เจ้าตัวรีบหลบทันควัน

          “ไม่ทำอะไรหรอก แค่จะรักษาให้” ราชินีพูดแล้วยิ้ม

          “เธอจะมาช่วยฉันทำไม ในเมื่อเธอ

          “เป็นพวกเดียวกับปีศาจ” ปลายฟ้าต่อความให้

          ลานนาไม่พูดต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับ เธอรู้ความจริงอีกข้อของเมืองนี้คือปีศาจพวกนั้นมีพลังอำนาจมากพอที่จะล่วงรู้ความคิดของเธอ เห็นทีต่อไปนี้คงต้องระวังตัวให้มากขึ้นเสียแล้ว

          “มา ฉันรักษาให้”

          ปลายฟ้าดึงร่างเล็กให้เข้ามาใกล้ตน จากนั้นก็จัดการรักษาความเจ็บปวดให้กับคนตรงหน้า รอยแดงที่เกิดจากน้ำมือของริชาดค่อยๆ พลันสลายหายไป จนในที่สุดไม่เหลือแม้แต่ความเจ็บให้ระคายผิวหนัง เพียงแค่หญิงสาวใช้ฝ่ามือจับคอของเธอก็เหมือนกับว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น ลานนากลับมาปกติเหมือนเดิม

          “มือของฉันฆ่าได้ก็รักษาได้เช่นกัน” ปลายฟ้าว่าเสียงเรียบ

          “เธอมาช่วยฉันเพื่อต้องการให้ฉันตายใจใช่ไหม” ลานนาเอ่ยถามอย่างคนไม่ไว้ใจ

          “เธอคิดเช่นนั้นหรือ?” ปลายฟ้าอมยิ้ม

          “ฉันไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่เธอต้องช่วยเหลือฉัน”

          “เวลาเห็นเธอฉันรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในอดีต” ปลายฟ้าตอบ ดวงตาเลื่อนลอย

          “อดีต” ลานนาขมวดคิ้ว

          “ใช่ อดีต” ปลายฟ้าพยักหน้า “เมื่อก่อนฉันก็เคยถูกจับตัวมาแบบเธอนี่แหละ เพียงแต่ฉันมาในฐานะของผู้หญิงของผู้ปกครองรัฐ แต่เธอมาในฐานะของเชลยที่มีส่วนรู้เห็นกับหัวขโมยมรกตจันทรา”

          “หมายความว่าเธอเป็นมนุษย์งั้นเหรอ?” คนที่ได้รู้ความจริงตาโต “งั้นเธอก็ช่วยฉันสิ เราเป็นมนุษย์เหมือนกันช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ทีนะ” ลานนาจับมือปลายฟ้าเขย่าไปมา

          รู้สึกมีความหวังอีกครั้ง

          “ฉันเคยเป็น” ปลายฟ้าตอบเสียงเรียบ

          “อะไรนะ?

          “ฉันเคยเป็นมนุษย์”

          ลานนาปล่อยมือคนตรงหน้าทันที รู้สึกถึงคำว่าหมดหวังมันเป็นแบบนี้นี่เอง ดวงตากลมโตสบกับใบหน้าสวยหยาดเยิ้ม

          “แล้วทำไมเธอถึงกลายเป็นพวกเดียวกับมันล่ะ” ลานนาถามต่อ

          “มีเหตุผลเดียวที่จะทำให้มนุษย์อย่างเราเป็นพวกเดียวกับปีศาจ นั่นก็คือ” ปลายฟ้ายังพูดไม่ทันจบเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน ร่างสูงเพรียวในชุดราตรีสีดำก้าวเท้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งภายในห้องนอน

          “คาร่า

          คนถูกทักทายย่อกายทำความเคารพราชินีด้วยท่าทีสุภาพ จากนั้นก็ส่งสัญญาณมือให้บรรดานางในทุกคนเข้าไปจัดห้องนอนให้กับผู้มาอยู่ใหม่ ลานนามองภาพตรงหน้าอย่างงุนงง แต่แล้วต้องงงหนักเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งพาเธอไปยืนตรงกระจกเงาบานใหญ่ แล้วเรียกเพื่อนๆ เข้ามาช่วยกันดึงทึ้งเสื้อผ้าของเธอออกจากตัว

          “ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ ปล่อย!” ลานนาตกใจ บิดร่างกายหนีเป็นพัลวัน เรียกรอยยิ้มได้ดีจากราชินีสาว “นี่เธอ สั่งให้ลูกน้องของเธอหยุดทำบ้าๆ เดี๋ยวนี้นะ”

          ปีศาจพวกนี้มันยังไงกันนะ จับตัวเธอมาไม่พอยังจะมาทำลามกอนาจารใส่กันอีก

          “อยู่เฉยๆ เถอะ พวกเขาแค่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเธอ” ปลายฟ้าบอกเสียงเรียบ แววตามีแต่ความเอ็นดู

          “แต่ฉันไม่ต้องการ นี่ปล่อย โอ๊ย!

คนตัวเล็กร้องลั่นเมื่อถูกกระชากอาภรณ์เดิมออก รอยขาดวิ่นไม่สามารถนำกลับมาใส่ใหม่ได้ ใบหน้าหวานเขินอายกับสายตาของสตรีไม่ต่ำกว่าสิบคนในห้อง คาร่ายิ้มขันในความไร้เดียงสาของร่างบาง ทั้งสองยืนมองมนุษย์คนหนึ่งกำลังถูกปีศาจนางในของพระราชวังแปลงโฉมอยู่เงียบๆ จนทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย ความงดงามที่ปรากฏต่อสายตานั้นทำเอาคาร่าเองก็ยังอดที่จะชื่นชมไม่ได้

“สวยมาก สวยเหมือนพระองค์ตอนนั้นเลย” คาร่าบอกกับปลายฟ้า ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่ สวยมาก” ปลายฟ้าชมอีกเสียง พอเห็นหญิงสาวตรงหน้าเธอก็มีความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว

“นี่พระองค์กำลังคิดว่า” คาร่าไม่อยากเอ่ยต่อ

“แล้วไม่ดีหรือไง?

 ปลายฟ้ายิ้มตอบ หญิงสาวส่งสัญญาณให้คาร่าเดินตามตนออกมาจากห้องเพราะไม่อยากให้เธอผู้นั้นได้ยินบทสนทนาต่อจากนี้

เมื่อแน่ใจแล้วว่าห่างไกลจากห้องของลานนามาพอสมควร คาร่าจึงรีบเปิดประเด็นทันที

“ไม่ยักรู้ว่าราชินีของเราก็ชอบทำตัวเป็นแม่สื่อหาคู่ให้คนอื่นด้วย”

“ฉันทำเพื่อพวกเราทุกคน” ปลายฟ้าเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตานั้นกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “มันก็ดีไม่ใช่เหรอถ้าทำให้ผู้ชายคนนั้นหลงใหลในตัวเธอ”

“แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นนะเพคะ ท่านพี่ริชาดไม่ใช่คนที่จะหลงอะไรง่ายๆ” คาร่ายิ้มด้วยรู้นิสัยของพี่ชายดี

“แต่ถ้าเขาเกิดรู้สึกพึงพอใจในตัวของลานนาขึ้นมา ผู้หญิงคนนั้นจะได้อยู่ที่นี่อย่างมีความสุข ไม่ต้องหวาดระแวงและยอมเปิดใจตามหามรกตจันทราไปพร้อมกับพวกเรา”

“ต่อให้พี่ริชาดชอบเธอก็ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงคนนั้นจะยอมไว้ใจเรานะเพคะ” คาร่าขัดแย้ง ไม่เห็นด้วยกับผู้สูงศักดิ์

“เธอไม่จำเป็นต้องไว้ใจเรา แค่ไว้ใจริชาดคนเดียวก็พอ”

ปลายฟ้ายิ้มอย่างหมายมั่น!

…………………………………

 

 

[ บันทึกพิเศษ : ริชาด ]

“น่าเจ็บใจนัก!

ริชาดชกหมัดลงกับต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่มานานกว่าพันปี เพียงแค่สัมผัสอันแรงกล้ากระทบกระเทือนผิวหยาบกร้าน เจ้าต้นไม้ต้นใหญ่ก็ทำหน้าตาไม่พอใจทันที

“หงุดหงิดอะไรก็อย่ามาลงกับฉันสิ นิสัยไม่ดี” เสียงแหลมว่า

“หุบปาก!” ริชาดส่งเสียงคำราม เจ้าต้นไม้ใหญ่ไม่กล้ากับปีศาจหนุ่มเลือดร้อนได้แต่สงบเสงี่ยมยอมเป็นที่ระบายอารมณ์ต่อไป

          ชายหนุ่มอยากจะฆ่ายัยมนุษย์นั่นนัก ภายใต้ใบหน้าที่อ่อนโยนทำตัวไร้เดียงสากลับมีอะไรบางอย่างบอกกับเขาว่าหล่อนนั้นไม่ธรรมดา ถึงปากจะปฏิเสธเสียงแข็งว่ามรกตจันทราไม่ได้อยู่กับตน เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เธอคนนั้นแล้วจะเป็นใครที่เอามันไป ในเมื่อกลิ่นของมันติดตรึงอยู่กับกระเป๋าของเจ้าหล่อน ยัยนั่นต้องมีส่วนรู้เห็นกับหัวขโมยตัวจริงแน่

          “คอยดูเถอะ ถ้าจับได้ว่าโกหกล่ะก็ ฉันจะฆ่าให้ตายอย่างทรมานเลย คอยดู!” เสียงเข้มว่า แววตานั้นวาวโรจน์

          ยิ่งนึกถึงคำพูดคำจาสามหาวของผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งหงุดหงิด เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าอวดดีกับเขาสักครั้ง แล้วเธอเป็นใคร เป็นแค่มนุษย์ชั้นต่ำแต่กล้ามาผยองกับคนอย่างเขา

          “หงุดหงิดชะมัด!” ยิ่งคิดก็ยิ่งคันไม้คันมือ อยากจะลากแม่คนปากดีมาลงโทษให้เข็ดราบ

          “ดูนายจะร้อนรนเป็นพิเศษนะริชาด” น้ำเสียงยียวนดังขึ้น ริชาดถอนลมหายใจ

          “อะไรกัน แค่ฉันเข้ามาคุยด้วยก็ถึงกับเหนื่อยใจเลยหรือไง” คนติดเล่นเอ่ย ไม่สนท่าทีฉุนเฉียวของอีกฝ่าย

          “ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี จะไปไหนก็ไป” ริชาดว่า

          “น่าแปลกนะ” ฟินิกซ์โพล่งขึ้นมา

          “อะไรน่าแปลก” ริชาดมองคนข้างกายด้วยหางตา

          “ก็น่าแปลกที่นายเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องของมนุษย์ผู้นั้นไงล่ะ” ฟินิกซ์ยิ้ม จ้องใบหน้าหล่อเย็นชา “หรือว่านายกำลังจะ

          “ถ้าไม่อยากตายก็เงียบปากไป!” คนที่กำลังโมโหว่าเสียงเขียว แต่ยิ่งเขาออกอาการมากเท่าไหร่ฝ่ายตรงข้ามก็ยิ่งพอใจมากเท่านั้น

          ฟินิกซ์จึงเดินหน้ากลั่นแกล้งต่อเนื่อง

          “เมื่อกี้ฉันเดินผ่านห้องของเธอ เห็นว่ามีพวกนางในเอาเสื้อผ้าไปให้เปลี่ยนใหม่แล้ว พวกนั้นลือกันว่าสวยงดงามเหมือนตอนที่ปลายฟ้ามาเยือนที่นี่ครั้งแรก ฉันชักอยากจะเห็นเสียแล้วสิ”

          เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่งั้นหรือ?

          ริชาดคิดตามคนพูด ไม่ทันสังเกตว่าอากัปกิริยาของตนกำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาล้อเลียน กว่าจะรู้ตัวก็ถูกลูบคมไปเสียแล้ว

          “ทำไม หรือว่านายเองก็อยากจะยลโฉมเธอเหมือนกัน” ฟินิกซ์แสร้งเย้า

          “ถ้านายยังไม่หยุดพูดเพ้อเจ้ออย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” ริชาดว่าแล้วเดินกระแทกไหล่ฟินิกซ์ญาติผู้น้องไปแบบอารมณ์เสีย

          ทิ้งให้คนที่ยั่วยุอารมณ์สำเร็จพึงพอใจกับผลงาน

…………………………………

 

          ร่างบอบบางในชุดกระโปรงลากยาวถึงพื้นกำลังทอดมองบรรดานางในทั้งหลายยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมมื้อเย็นให้กับบรรดาราชวงศ์ ลานนารู้จากปลายฟ้าว่าเมื่อพระอาทิตย์ตกดินพวกเขาจะต้องลงมาทานอาหารพร้อมเพียงกันที่โต๊ะยาวตัวนี้ ลานนามองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น แท่งเทียนสีสวยถูกประดับประดาไปตามทางยาวของโต๊ะไม้สักลายงาม กลิ่นหอมจากดอกไม้นานาพรรณช่วยให้อารมณ์ของเชลยสาวเย็นลง ดวงตากลมโตอดที่จะตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นไม่ได้ ทั้งอาหารสีสันสดใสรวมไปถึงความหรูหราอลังการ นักดนตรีประจำราชสำนักกำลังบรรเลงเพลงอันไพเราะยามค่ำคืน กลิ่นหอมกรุ่นช่างยั่วยุกระเพาะอาหารของร่างบางได้ดีเหลือเกิน

          “มาทำอะไรตรงนี้”

          หญิงสาวสะดุ้งเพราะเสียงเข้มของใครบางคนดังขึ้น ความตกใจทำให้ร่างเล็กที่กำลังเดินมองนั่นนี่เสียหลักจะล้ม แต่โชคดีที่มือหนาเข้ามารับร่างบางเอาไว้ได้ทัน

          ลานนาตกใจคว้าต้นคอของเขาคนนั้นเอาไว้ ดวงตากลมโตค่อยๆ ลืมขึ้นมองใบหน้าคมคาย

          ริชาดทอดมองใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมแห่งเมือง Black Rose เครื่องประทินโฉมเหล่านี้วัตถุดิบมาจากสัตว์ป่าและดอกไม้นานาชนิดที่อยู่ในหุบเขาลึก ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้มันประดับตกแต่งใบหน้าให้สวยสดใสได้นั้นต้องมีศักดิ์ใหญ่โตขึ้นไป ประชาชนธรรมดาไม่สามารถมีของพวกนี้ได้เพราะถือว่าผิดขนบธรรมเนียมของเมือง สัดส่วนบอบบางนั้นก็ช่างกระไร ยิ่งอยู่ในชุดกระโปรงที่มีเพชรประดับรอบตัวยิ่งเสริมให้ร่างบางงดงามขึ้นผิดหูผิดตา หญิงสาวในเวลานี้ดูกลมกลืนไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์เลยสักนิด

          ลานนารู้สึกร้อนหนาวกับสายตาคมคายของเขา

          “นาย!

          หญิงสาวรีบสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดแกร่ง มือเรียวปัดไปตามร่างกายอย่างรังเกียจ ริชาดมองการกระทำเหล่านั้นด้วยหางตา

          “น่าปล่อยให้ล้มหัวฟาดพื้นตายไปซะนี่” คนตัวโตว่ากระทบกระแทกร่างเล็ก

          ลานนาหันมามองค้อน

          “ถ้าการตายมันหลุดพ้นจากนายและเรื่องบ้าๆ นี่ฉันก็อยากตายๆไปซะ” เสียงหวานประชด

          “รู้แบบนี้บีบคอซะให้เข็ด” ริชาดว่าเสียงเขียว

          “ถนัดนักนิบีบคอผู้หญิง หึ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย” ลานนากอดอกเบ้ปากใส่ร่างสูง

          “ยิ่งเป็นมนุษย์น่ารังเกียจแบบเธอด้วยแล้วฉันยิ่งชอบเลยล่ะ จะลองอีกไหม?” ริชาดเริ่มอยากแกล้งคนตรงหน้า

          “ถ้านายกล้าทำร้ายฉันล่ะก็ ปลายฟ้าไม่เอานายไว้แน่” หญิงสาวถอยทัพหนีไปทีละก้าวพร้อมขู่ฟ่อ

          ริชาดหัวเราะร่วนกับคำพูดปกป้องตัวเองของสาวเจ้า

          “เผลอๆ ถ้าจะตายเพราะคำพูดของตัวเองนะ ไม่รู้หรือไงว่าคนที่เธอเรียกสรรพนามเฉยๆ เป็นถึงราชินีของเมืองนี้ จะพูดจะจาอะไรระวังปากหน่อยก็ดีนะ” ริชาดเตือนสติ

          “ฉันก็แค่

          “ไม่เป็นอะไรหรอกริชาด” น้ำเสียงใจดีดังขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์

          โหสวยมาก! ลานนาคิดในใจ

          “ขอบคุณ” ปลายฟ้าอ่านความคิดของสาวเจ้า ทำเอาเจ้าของความคิดหน้ามุ่ยทันที เธอไม่ชอบเลยกับการที่คนนั้นคนนี้เที่ยวอ่านความคิดของเธอ มันให้ความรู้สึกไม่เป็นส่วนตัว

          “ขอโทษที่เสียมารยาทนะ ต่อไปจะพยายามไม่อ่านความคิดของเธอแล้ว” ปลายฟ้าว่าเสียงกลั้วหัวเราะ

          คำว่า จะพยายาม แปลว่า ไม่รับปากนั่นเอง!

          “เอาล่ะ ไหนๆ ก็มากันครบแล้วประจำที่เลยแล้วกัน” ลีโอประมุขของเมืองเอ่ยขึ้น ทุกคนต่างเดินแยกย้ายไปนั่งเก้าอี้ตัวโปรดของใครของมัน มีเพียงลานนาที่ยังยืนงงเพราะไม่รู้ว่าควรนั่งที่ใด

          หมับ!

          “เจ็บนะ!” เสียงหวานร้องบอกเมื่อถูกมือหนาของริชาดกระชากให้นั่งลงข้างๆ เขา

          “อย่าเยอะแล้วก็นั่งนิ่งๆ” ริชาดกระซิบเสียงเข้ม

          ลีโอพยักหน้าให้นางในเสิร์ฟอาหารมื้อดินเนอร์สุดหรู กลิ่นหอมมาพร้อมกับบรรดาอาหารหน้าตาน่ารับประทาน ลานนาที่ไม่ได้ทานอะไรมาทั้งวันตั้งแต่เกิดเรื่องถึงกับลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ หญิงสาวมองเมนูแต่ละอย่างแล้วแทบอดใจรอไม่ไหว อยากจะตักมันเข้าปากให้รู้แล้วรู้รอด

          “ทานได้เลยนะลานนา” ปลายฟ้าบอกด้วยความเอ็นดู สิ้นเสียงของเธอคนถูกชักชวนก็ไม่ปล่อยให้ความปรารถนาดีต้องสูญเปล่า ลงมือตักอาหารคำแรกเข้าปากก่อนใคร

          “หืม อร่อยมาก” แววตาความสุขที่ทุกคนในที่นี้เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เธอก้าวเข้ามา

          “นี่ก็อร่อย นั่นก็อร่อย มีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้นเลย” น้ำเสียงสนุกสนานเอ่ยหลังจากลองชิมเมนูแต่ละอย่าง

          ปีศาจทุกตนต่างก็มองเธอด้วยความเอ็นดูยกเว้น

          “กินเหมือนคนตายอดตายอยาก มูมมาม!” ริชาดว่า

          “เรื่องของฉัน!” ลานนาไม่สนใจคำพูดของคนปากเสีย หญิงสาวเดินหน้ารับประทานอาหารที่รสชาติล้ำเลิศต่อเนื่อง

          “แฮ่กๆ”

          “สมน้ำหน้า! กินให้มันดีๆ หน่อยสิ ไม่ได้ตายเพราะมือฉันหรอกเธอน่ะ จะตายเพราะความตะกละของตัวเองนี่แหละ” แม้จะต่อว่าไม่หยุดแต่มือหนาก็ทำหน้าที่ทุบแผ่นหลังบาง

          “กินน้ำซะ” ริชาดส่งแก้วน้ำสีทองสลักลวดลายสวยให้กับหญิงสาว

          ทุกการกระทำของเขาต่างตกอยู่ในสายตาของบรรดาพี่น้องทุกคน โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่ากำลังเป็นเป้าเพ็งเล็ง

          “ถ้าจะช่วยแล้วด่าเอาๆ ทีหลังไม่ต้องช่วยนะ!” ลานนาว่าหลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤติอันตรายมาแล้ว

          “น่าปล่อยให้สำลักตาย!

          ไม่รู้ทำไมถึงต้องหงุดหงิดกับทุกคำพูดของผู้หญิงคนนี้นัก ริชาดก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

          คาร่าและปลายฟ้ามองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม






ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ ^^ จะได้ติดตามผลงานกันง่ายขึ้น



Friend_Ship & เพื่อนแพง


ฝากนิยาย E-BOOK ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ^^






\













นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #10 poppy09 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:28
    วางฟอร์มจริงๆริชาด

    #10
    0
  2. #8 minkunmar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:30
    ริชาดนางเริ่มมีมุมน่ารักแล้วนะ. ถึงจะยังปากร้ายอยู่ก็เถอะ
    #8
    0