Love Diary บันทึกรักด้วยหัวใจ

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 - ชุดรีไซเคิลแห่ง 'มิสพอเพียง' ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ส.ค. 60



























































แจ้ง FC ทุกท่านนะคะ แฟนเพจเก่าของเพื่อนแพงมีปัญหาถูกบล็อกไปแล้ว นี่เป็นแฟนเพจใหม่ที่เพื่อนแพงเพิ่งสร้างขึ้นมา รบกวน FC ทุกคนที่ติดตามผลงานไปกดไลค์กันเยอะๆ เหมือนเดิมนะคะ ข้าน้อยจะพยายามรักษาแฟนเพจอันนี้เอาไว้ให้ดีที่สุดคร๊าบ

https://www.facebook.com/DekDHayase/?ref=bookmarks





 

อ่านแล้วเม้นๆ โหวตๆ กดแอดเป็น FC แท้เพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ^^ 



 

บทที่ 7

ชุดรีไซเคิลแห่ง มิสพอเพียง’ ( 100% ) 

 

          ในที่สุดฉันก็ได้ผ้าถุงแสนสวยผืนที่พ่อทำให้กับแม่มาใส่สำหรับการเป็นผู้เข้าประกวด มีสพอเพียง ผ้าถุงผืนนี้เป็นผืนที่แม่ของฉันรักและก็หวงแหนมากที่สุดในชีวิต เนื่องจากว่ามันเป็นสมบัติเพียงสิ่งเดียวที่แสดงให้เห็นถึงความรักที่พ่อของฉันมีให้ต่อแม่ แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่า พ่อแอบชอบแม่อยู่หลายปีตั้งแต่แม่ย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพใหม่ๆ ( ดั้งเดิมแม่ของฉันเป็นคนจังหวัดนครปฐม ) คอยทำเนียนมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าประตูบ้านตลอดเวลา แต่ก็ต้องโดนยายของฉันไล่ตะเพิดทุกครั้ง >_<

          ยายเป็นคนที่รักและก็หวงลูกสาวมาก แม่ของฉันท่านเป็นคนสวย หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เทียวขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน แต่แม่ก็ไม่ได้มีท่าทีหรือว่าสนอกสนใจใครเป็นพิเศษนะ ( แม้แต่พ่อก็ตาม ) จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อทำใจกล้าบุกเข้ามาหาแม่ถึงในบ้าน โชคดีที่วันนั้นยายออกไปจ่ายตลาดข้างนอก พ่อนำผ้าถุงลายหงส์สีเหลืองทองที่พ่อเป็นคนปักเย็บเองกับมือมาให้แม่ เพราะรู้ว่าแม่ชื่นชอบผ้าถุงมาก ในตอนนั้นแม่ดีใจที่สุด ไม่เคยคิดฝันว่าจะมีใครมาทำอะไรให้แบบนี้ ผ้าถุงผืนหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่นึกจะปักก็ปักนึกจะเย็บก็เย็บ มันต้องมีขั้นตอนตั้งมากมายที่เราต้องตระเตรียม ตั้งแต่การออกแบบลวดลาย เลือกเนื้อผ้า หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ใช้ในการปักเย็บทั้งหลาย

          แม่เล่าให้ฟังว่าในตอนนั้นแม่รับรู้ได้ถึงความจริงใจของพ่ออย่างสุดซึ้ง รู้เลยว่าพ่อรักแม่มากขนาดไหน เพราะว่าบรรดาพวกผู้ชายที่เที่ยวมาขายขนมจีบตามไล้ตามขื่อแม่นั้น ไม่เคยมีใครตรัสรู้เลยสักคนว่าแม่ชอบอะไรไม่ชอบอะไร แต่ว่าพ่อรู้ นั่นจึงเป็นเครื่องบ่งชี้แสดงให้เห็นว่าพ่อเป็นคนช่างสังเกตุและก็เอาใจใส่แม่มาก แม่ก็เลยไม่ลังเลที่จะรับรักจากพ่อ

          แต่ว่าความรักที่ยิ่งใหญ่ก็ย่อมต้องมีอุปสรรค์ T^T

          ยายของฉันท่านเป็นคนที่หัวโบราณสุดๆ ไม่ยอมที่จะเปิดใจรับพ่อเข้ามาง่ายๆ ตั้งเงื่อนไขว่าหากพ่อไม่สามารถสร้างฐานะที่มั่นคงให้กับตัวเองได้ก็อย่ามายุ่งกับลูกสาวของท่าน แถมยังตั้งราคาค่าสินสอดสูงถึง หนึ่งแสนบาท อีกต่างหาก ซึ่งเงินแสนหนึ่งในสมัยนั้นถือได้ว่ามีค่ามหาศาลเท่ากับเงินหนึ่งล้านในสมัยนี้ มันเป็นเรื่องยากที่คนจนๆ ธรรมดาๆ อย่างพ่อฉันจะหาเอามาสู่ขอแม่ได้

          แน่นอน ! พ่อของฉันท่านเป็นผู้ชายรักจริงหวังแต่ง ต่อให้ค่าสินสอดที่ยายตั้งไว้จะสูงเฉียดฟ้าแค่ไหนพ่อก็ไม่ยอมแพ้ขอสู้เพื่อแม่ พ่อพยายามตั้งใจศึกษาเล่าเรียนในหลักสูตรศึกษาผู้ใหญ่ ( กศน. นั่นเอง ) และสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ในที่สุด ใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรประมาณสี่ปี จนกระทั่งพ่อสำเร็จการศึกษาเรียนจบได้ติดยศเป็นนายร้อยตำรวจสมใจ ทำงานเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีเงินหนึ่งแสนมาสู่ขอแม่จากยาย

          แม่เล่าว่าในวันนั้น วันที่พ่อพาผู้ใหญ่มาสู่ขอแม่จากยาย ยายแกยิ้มหน้าบานเที่ยวโพทะนาไปทั่วว่าลูกสาวคนสวยกำลังได้จะเป็นคุณนายของนายร้อยตำรวจ และแม่กับพ่อของฉันก็ได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข

          ท่านทั้งสองครองรักกันมาได้เป็นสิบๆ ปี อยู่ด้วยกันจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต พ่อของฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งตับตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด ท่านเสียไปโดยไม่มีโอกาสให้ฉันได้ตอบแทนพระคุณของท่าน ฉันเคยเสียใจกับเรื่องนี้มากจนแม่ต้องคอยปลอบใจอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งฉันทำใจยอมรับมันได้ และทุกวันนี้ถึงแม้ว่าฉันจะไม่มีโอกาสได้อยู่กับพ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่ฉันก็ระลึกอยู่เสมอว่าฉันเป็นลูกสาวของพ่อ และพ่อของฉันก็เป็นผู้ชายที่เก่งแล้วก็แสนดีที่สุดในโลก

          ซาบซึ้งเนอะ ^_^

          “ได้ผ้าถุงที่ชอบมาแล้ว คราวนี้แกจะทำยังไงต่อไป ? คิดหรือยังว่าจะดัดแปลงตรงไหนบ้าง OoO

          ยัยแกรมม่าเอ่ยถามหลังจากที่เราทั้งคู่จัดการเลือกวัสดุชิ้นแรกนั่นก็คือผ้าถุงเสร็จเรียบร้อย ฉันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงกว้าง นอนมองเพดานห้องเพื่อระดมความคิดในหัวสมอง

          “คิดได้ยัง =__=^” ยัยแกรมม่าถามซ้ำ

          “ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะให้ชุดออกมาในรูปแบบไหน แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันคิดได้ ฉันจะไม่มีวันดัดแปลงผ้าถุงผืนนี้เด็ดขาด !” ฉันบอกเสียงหนักแน่น

          ฉันไม่มีวันให้ผ้าถุงที่พ่อของฉันเป็นคนตัดเย็บเองกับมือต้องมาแปดเปื้อนมีรอยตัดรอยฉีกส่วนไหนทั้งสิ้น เพราะผ้าถุงผืนนี้มีค่าที่สุดในชีวิตของฉันกับแม่ และมันก็มีเพียงชิ้นเดียวในโลกด้วย ><

          “เอ้า O_o ! ถ้าแกไม่ดัดแปลง แล้วแกจะทำยังไงกับมัน >_<” ยัยแกรมม่าลุกขึ้นโวย

          -__-^^

          “ไม่รู้ล่ะ >< ผ้าถุงผืนนี้ ห้ามตัด ห้ามฉีก ห้ามขาด !

          ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้ !

          “ไม่ให้ตัด ไม่ให้ฉีก ไม่ให้ขาด แล้วมันจะเรียกว่าดัดแปลงหรือหะไอ้เพี้ยน >O<

          “ก็… U_U” เศร้าแปบ

          “เฮ้อ” ยัยแกรมม่าถอนหายใจ ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาลายสีชมพูหวานแหวว

          ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยชุดรีไซเคิลเนี่ย ตอนแรกคิดว่าถ้าได้วัสดุหลักเช่นผ้าถุงแล้วจะทำอะไรก็คงง่ายเสมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ งานนี้มันงานระดับงาช้างเผือกชัดๆ ( ดูเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก -_-^ )

          บวกกับหัวสมองขี้เลื่อยอย่างฉันด้วยแล้ว ยิ่งยากคูณแปดกาแลคซี่ YY_YY

          “โอ๊ยยยยย ! TOT “ ฉันขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด “ คิดไม่ออกเว้ย @_@

          “ไม่ต้องคิด -_-^

          “เชอะ ! พูดง่ายเนอะ ใช่ซี้ ( เสียงสูง ) ก็แกไม่ได้เป็นคนที่ต้องลงประกวดเหมือนกับฉันนี่ L

          ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นยิ่งแค้นก็ยิ่งโมโห ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้พวกเพื่อนในห้องมันพากันถีบหัวส่งฉันออกมาหรอกเหรอ ฉันถึงได้ต้องมามีสภาพเป็นอีบ้าคิดแล้วคิดอีกแบบนี้ เห็นแก่ตัวกันที่สุด >_< ปล่อยให้ฉันทุกข์ใจเพียงคนเดียว แล้วพวกมันก็พากันลั้นลาปาปีก้าสบายใจเฉิบ L

          “ไอ้เพี้ยน -__-^ แกนึกว่าฉันไม่เครียดเหรอ เห็นแกเครียดฉันก็เครียดเหมือนกันนะโว๊ย !” ยัยแกรมม่าเริ่มโวยขึ้นมาบ้าง

          U_U <<<< หน้าฉัน

          T_T <<<<< หน้ายัยแกรมม่า

          และหน้าของเราสองคน ( รวมกัม )

          YYOYY <<<<< ที่สุดแห่งความเครียด !

          O_O

          คิดออกแล้ว !

          “เปิดเน็ตหามะ ?

          “ฉันหาแล้วเมื่อกี้อ่ะ มีแต่อะไรไม่รู้ เรานำมาใช้ไม่ได้หรอก =__=^” ยัยแกรมม่าถอนหายใจ

          เพื่อนฉันก็ช่วยสุดตัวเหมือนกัน

          “ทำไงดี TOT

          คิดจนรากจะงออกแล้วยังคิดไม่ออกเลยโว๊ยยยยย >_< อยากตายยยยย >_< เบื่ออออออ >_<

          หรือฉันจะเปลี่ยนใจไม่เข้าประกวด ขอถอนตัวไปเลยเพื่อตัดปัญหาทุกอย่าง มันต้องเวริค์แน่ ต้องเวริค์อย่างแน่นอน แต่ฉัน ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก Y_Y ฉันเดินมาไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น ทุกคนฝากความหวังไว้ที่ฉัน แม่ก็คอยให้กำลังใจ ส่วนพ่อเอง พ่อก็คงคอยมองฉันอยู่บนสวรรค์

          แล้วฉันจะถอนตัว ยอมแพ้ ทำให้ทุกคนต้องเสียใจเนี่ยนะ ? ทำไมฉันถึงได้คิดอะไรที่มันงี่เง่าเต่าตุ่นได้ขนาดนี้เนี่ย U_U

          หัวสมองฉันช่าง

          ปิ้ง ! ( เสียงแห่งความคิด )

          O_O

          โอ๊ะ !

          “ฉันคิดออกแล้ว ! ^O^

          กระโดดโลดเต้นบนเตียงด้วยความดีใจ ในที่สุดฉันก็สามารถงัดเอาความฉลาดที่มันซ่อนเร้นอยู่ภายใต้กลีบสมองน้อยๆ ออกมาได้สำเร็จ ><

          “ว่า >_<” ยัยแกรมม่าถามอย่างตื่นเต้น

          “ไม่ต้องดัดแปลงอะไรเลย ^^

          -__-^

          =__=^

          .

          “ทำไม ? แกทำหน้าแบบนั้นอ่า T.T

          “นี่ไม่ได้เรียกว่าคิดออก แต่มันเรียกว่าไม่ได้คิดอะไรเลยต่างหาก ! L” ตะโกนพร้อมกับหยิบตุ๊กตาหมีปาใส่หน้าฉันเต็มๆ

          ทำร้ายร่างกายกันอีกแล้วนะยัยเพื่อนบ้า >_<

          “เจ็บนะ T_T” หน้ายิ่งสวยๆ อยู่

          “เจ็บสิดี ! แกจะได้เลิกเล่นแล้วหันมาจริงจังกับชุดที่จะใส่ประกวดสักที L” ยัยแกรมม่ายังคงทำหน้าตาโหดเหี้ยม

          “ฉันไม่ได้เล่นนะยัยแกรมม่า แต่ฉันพูดจริง !” ฉันเถียงเสียงดัง ก่อนจะพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเริ่มทำการอธิบายอย่างเป็นงานเป็นการ “ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว การจะรีไซเคิลชุดนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องฉีก ต้องดึง ต้องทึ้งให้มันขาดหรือแปรเปลี่ยนจากสภาพเดิมเสมอไป แต่เราสามารถนำมันมาประยุกต์ใช้ให้มันเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้ โดยที่ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด และอาจจะหาวัสดุเหลือใช้อื่นๆ มาเสริมทับเพื่อให้ชุดของเราดูเด่นขึ้นแทน J

          O_+

          +_O

          “แกจะกระพริบตาทำไม =__=^

          O_O

          “โอ้แม่เจ้า ! นี่แกคิดอะไรที่มันลึกและซับซ้อนได้ขนาดนี้เชียวหรือ ><

          ดูมันพูด L

          “แล้วแกคิดว่าไง ?” ฉันถาม

          “ฉันกำลังคิดว่าที่แกพูดมามันก็โอเคนะ แต่แกจะพูดอย่างเดียวไม่ได้ แกต้องรู้ด้วยว่าจะทำชุดให้ออกมาในรูปแบบไหน คอนเซ็ปต์อะไร” ยัยแกรมม่าเกาคางตัวเอง

          “ไม่ต้องห่วงเพื่อนรัก ข้อนั้นฉันคิดไว้แล้วล่ะ ^_^

          หึๆ มายด์เฟรนซะอย่าง ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก ยะฮู้ \^O^/

          “ยังไง ?

          ฉันไม่ตอบยัยแกรมม่านอกจากลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเอาชุดเดรสเกาะอกสีฟ้าขึ้นมาชูตรงหน้า ชุดนี้เป็นชุดที่แม่ฉันซื้อให้ฉันเมื่อวันเกิดปีที่แล้ว เห็นครั้งแรกนี่แบบตกใจสะดุ้งเฮือก >O< ไม่คิดไม่ฝันว่าแม่จะซื้อชุดอะไรแบบนี้ให้ แต่พอลองเอามาใส่ดูแล้วมันก็โอเคใช้ได้

          ตอนนั้นมีแต่คนชมว่าฉันใส่แล้วสวย ^O^

          “ชุดนี้มัน O_o

          “ใช่ ^^” ฉันยิ้มกว้าง “ไอเดียก็คือฉันจะเนรมิตผ้าถุงของแม่ให้ออกมาในรูปแบบชุดเดรสเกาะอกแบบนี้ โดยที่ไม่ต้องดัดแปลงอะไรมากมาย ส่วนคอนเซ็ปต์ก็คือฉันจะอนุรักษ์ความเป็นไทยด้วยผ้าถุงผืนนี้ J

          เป็นไง

          O_o

          O_O

          OoO

          “สะ สุดยอด ! >O<” ยัยแกรมม่าชูนิ้วโป้งให้ฉัน “แกคิดทั้งไอเดียและคอนเซ็ปต์ได้เป๊ะเว่อร์อ่ะ >O<

          รู้หรือยัง ไผเป็นไผ ^^

          “แกว่ามันโอป่ะ ?” ฉันถามเพื่อความมั่นใจ

          “มันไม่โอหรอก แต่มันเลอค่ามากเลยจ้า ^O^” ยัยแกรมม่ายิ้มกว้าง

          “เย้ ! ในที่สุดเราก็ได้ไอเดียและคอนเซ็ปต์แล้ว \^O^/

          หลังจากนี้ก็เหลือแค่ขั้นตอนการทำเท่านั้น มันไม่มีอะไรยากเกินความสามารถฉันหรอก J

----------------------------------------------------

 กลับมาอัพเรื่องนี้ให้ถึงบทที่ 15 นะคะ แล้วหลังจากนั้นจะไม่อัพแล้วนะคะ ถ้าอยากติดตามต่อก็สามารถโหลดเป็นแบบฉบับ E-Book ได้นะคะ เพราะว่าช่วงนี้กำลังโปรโมรชั่นจากราคา 99 บาท เหลือเพียง 59 บาทเท่านั้นค่า ^^

 กดลิ้งค์นี้ได้เลยค่า ^^ 

 

LOVE DIARY บันทึกรักด้วยหัวใจ
Friend Ship
www.mebmarket.com
ในพื้นที่เล็กๆ ของหัวใจเรามักมีคนสำคัญซ่อนอยู่เสมอ :) มายเฟรนด์... เด็กผู้หญิงตัวอวบที่สวมแว่นตาหนาเตอะ จะทำเช่นไรเมื่อเธอแอบชอบรุ่นพี่สุดฮอตอย่าง พี่พัตเตอร์ ! เด็กน้อยงัดทุกกลยุทธ์ขึ้นมาใช้เพื่อมัดใจรุ่นพี่สุดหล่อ แต่ทุกอย่างกลับไม่ง่ายดั่งใจนึก เมื่อความรักมีอุปสรรค์มาขวางกัน มายเฟรนด์จะทำอย่างไรกับความรักครั้งนี้ ?




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น