DEVIL BAD BOY กับดักรัก ( ร้าย ) ของนายปีศาจ !!!

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 - ชีวิตของดาวมหา'ลัย ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    26 พ.ค. 60

*อ่านทล็อคสักเล็กน้อยนะคะ เพื่อนแพงมีเรื่องแจ้งเรื่องที่คอมเม้นนิยายไม่ขึ้นให้อ่านในหน้าหลักค่ะ ^_^ 


























































บทที่ 2 

ชีวิตของดาวมหา'ลัย ( 100% ) 

 


           พักกลางวัน ณ โรงอาหาร คณะนิเทศศาสตร์

               ซุบซิบ

               ซุบซิบ

                พักกลางวันนี้ฉันต้องนั่งกินข้าวคนเดียว เนื่องจากว่าน้ำใสติดธุระสำคัญที่บ้านวันนี้เลยไม่ได้มาเรียนด้วย เซ็งที่สุด ทำไมยัยนั่นต้องมาติดธุระในวันที่ฉันเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ด้วยนะ เฮ้อ

                “ นั่งด้วยคนนะครับ “ เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นหลังจากที่ฉันเพิ่งตักข้าวคำแรกเข้าปากไป ผู้ชาย ( อีกแล้ว ) อะไรอีกเนี่ย อย่าบอกนะว่าฉันจะไม่มีทางได้อยู่เป็นสุขเลยแม้แต่วินาทีเดียว ฮอตเกิ้นผู้หญิงคนนี้ !

                “ เชิญค่ะ “ ฉันตอบกลับโดยไม่สบตากับเขา ยังคงนั่งกินข้าวมันไก่แสนอร่อยของตัวเองไปแบบไม่สนใจโลก แต่หางตาก็แอบเห็นว่าผู้ชายคนนั้นวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ และตามด้วยชามเกี๋ยวเตี๋ยวขนาดใหญ่

                เหอะ แปลกเนอะ ถ้าเดาจากน้ำเสียงฉันเขาก็น่าจะรู้นะว่าฉันไม่ได้อยากให้นั่งด้วย

                “ ชอบทานข้าวมันไก่หรือครับ ?

                นั่งปุ๊บก็ถามปั๊บ ! เนี่ยแหละ สไตล์ของบรรดาผู้ชายที่เข้ามาจีบฉัน

                “ ก็ทานได้ค่ะ ไม่จำเป็นว่าต้องชอบ “ ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วกินต่อ นี่ฉันหิวจริงอะไรจริงนะเนี่ย อยากกินอย่างมีความสุขน่ะ อยากกินคนเดียว ไม่ได้อยากมีเพื่อนนั่งกินด้วย รำคาน !

                “ ทานเก่งจังเลยนะครับ ดูท่าน่าจะสั่งพิเศษ “ พูดเสียงขันๆ

                อะไร ? ตลกอะไร ? ฉันกินข้าวมันไก่เก่งนี่มันน่าตลกมากเหรอ ?

                ถึงจะไม่ค่อยชอบใจกับคำพูดของบุคคลปริศนาตรงหน้า แต่ฉันก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูดแล้วตั้งหน้าตั้งตากินต่อ จนกระทั่ง

                ปัง !

                “ ว๊าย ! ตาเถร !

                “ เอ่อขอโทษนะครับ ผม

                “ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย ! แค่ฉันไม่สนใจจะคุยด้วยถึงกับต้องตบโต๊ะให้จานข้าวฉันมันกระเด็นเลยเหรอ เรียกร้องความสนใจมากเกินไปหรือเปล่า ?!

                ฉันขึ้นเสียงใส่ผู้ชายที่นั่งทำหน้าเหวอไม่รับประทานอย่างอารมณ์เสียสุดๆ ให้ตายเถอะ แค่ฉันไม่คุยด้วยอีตานี่ถึงกับลงทุนตบโต๊ะกินข้าวซะเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปหมด ทำเอาฉันกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนในโรงอาหารทันที ดีๆ ! ชีวิตนี้ ยัยไอรีนทำอะไรก็ตกเป็นเป้าสายตาไปซะหมด น่าภูมิใจจริงๆ

                “ ผมไม่ได้เรียกร้องความสนใจนะครับ แต่ว่าผมเห็นยุงตัวเบอเร่อมันกำลังดูดเลือดคุณอยู่ก็เลยตบโต๊ะเพื่อให้มันตกใจ “ น้ำเสียงเข้มตอกกลับอย่างคนไม่พอใจ ( เช่นกัน )

                ยุงเหรอ ? ยุงที่ไหนกัน ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย ข้ออ้างหรือเปล่า ?

                “ และผมก็ไมได้โกหกนะครับ ในเมื่อหลักฐานมันอยู่ตรงนี้ “ เขาว่าพลางกับยื่นฝ่ามือมาตรงหน้าฉัน

                ชัดเจน มันมีเจ้ายุงลายตัวหนึ่งได้นอนสิ้นชีพอยู่บนฝ่ามือใหญ่ของเขา ด้วยสภาพเลือดท่วม เอนั่นเลือดฉันหรือเปล่าน่ะ

                “ ผมตบมันได้หลังจากที่มันตกใจเสียงตบโต๊ะของผม “ เขาบรรยายเสร็จสรรพ ก่อนจะพูดต่อ “ ยุงตัวใหญ่กัดคุณอยู่ขนาดนั้นคุณไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือครับ ? “ ใบหน้าหล่อใสเอียงคอถาม

                ใบหน้าหล่อใส เหรอ ? นั่นสินะฉันก็เพิ่งสังเกตใบหน้าของเขาชัดๆ ก็คราวนี้แหละ ใบหน้าหล่อเนียนใสเรียวยาว ดวงตาคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางน่าจุ๊บ องค์ประกอบโดยรวมแล้วเขาช่าง

                “ คุณครับ ? ผมถามคุณอยู่นะครับ “ เสียงของเขาดังขึ้นทำลายความฟินของฉันทั้งหมด

                “ เรื่องของฉันเหอะ ! นายนี่มันช่างยุ่งวุ่นวายจริงๆ อารมณ์เสีย “ ฉันลุกขึ้นจากโต๊ะทันที ไม่กงไม่กินมันแล้ว หมดอารมณ์ วันๆ เจอแต่เรื่อง

                ซุบซิบ

                เหอะ นี่ก็เหมือนกัน เป็นอะไรหนักหนาถึงได้ชอบจ้องชอบเมาส์ฉันกันนัก หงุดหงิดที่สุด !

                “ เดี๋ยวสิคุณ ! “ เสียงร้องเรียกตะโกนมาจากทางด้านหลัง ตายๆๆๆ เดินหนีออกมาขนาดนี้แล้วยังจะมีหน้ามาเดินตามฉันอีกเหรอ บ้าหรือเปล่า ?

                “ หยุดก่อนครับ หยุดก่อน ! “ เสียงเรียกยังคงดังต่อเนื่อง แต่ถึงกระนั้นฉันก็ไม่หยุด เรื่องอะไรจะต้องมาหยุดคุยกับนายคนนั้นอีก คนอะไร เจอกันครั้งแรกก็ทำเอาฉันฟิวส์ขาดได้ขนาดนี้

                “ คุณครับ หยุดก่อน !

                ฝันเหรอยะ ? ตะโกนเรียกให้คอแตกตายฉันก็ไม่หยุดหรอกย่ะ

                หมับ !

                “ จับได้แล้ว “ คนพูดว่าพลางกับยิ้มตาพราว

                “ ปล่อยแขนฉันเดี๋ยวนี้นะ !

                อยากจะบ้า ! นายคนนี้กล้าดียังไงถึงมาแตะเนื้อต้องตัวฉัน ขนาดพวกผู้ชายที่คลั่งไคล้ฉันยังไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวฉันแบบนี้เลย แล้วอีตานี่เป็นใคร มากไปแล้วนะ มากไปแล้ว

                “ ผมไม่ปล่อย ปล่อยไปคุณก็เดินหนีผมอีก ไม่ต้องได้คุยกันพอดี “ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอา

                “ ก็ฉันไม่อยากคุยกับนายไง ! ไม่เข้าใจเหรอ ปล่อย ! “ ฉันพยายามจะบิดแขนตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ก็นะ แรงผู้ชายยังไงซะมันก็มีพละกำลังมากกว่าแรงผู้หญิง แถมนายคนนี้ยังกำแขนฉันแน่นอีกต่างหาก

                “ แต่ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณจริงๆ นะครับ คือว่าผม

                “ ไม่ชอบ ! “ ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยคฉันก็รีบแทรกขึ้นมาก่อน

                “ อะไร ? ไม่ชอบอะไรของคุณ นี่ผมงงไปหมดแล้ว คุณรู้เหรอว่าผมจะพูดว่าอะไร ? “ เขาถามกลับอย่างไม่เข้าใจ ผู้หญิงคนนี้ท่าจะหนักเอาการแฮะ

                “ เหอะ ดูก็รู้ว่านายจะพูดว่าอะไร อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ! “ ฉันเบ้ปากใส่

                “ อ่ะ ไหนลองบอกมาสิว่าผมจะพูดว่าอะไร ? “ เขาถามกลับ

                “ นายกำลังจะบอกว่าชอบฉัน เลยอยากจะขอออกเดตด้วย ใช่ไหมล่ะ “ ฉันยิ้มหยัน

                พวกผู้ชายที่เข้าหาฉันมันจะมีใครคิดเป็นอย่างอื่นบ้าง นอกจากเรื่องอย่างว่า !

                “ ผิดเลยครับ ! “ เขาเฉลยเสียงเข้มชัดเจน จนคนฟังถึงกับหลุดเหวอ แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาได้เห็นสีหน้าตกใจปนไม่อยากจะเชื่อของหญิงสาว เพราะไม่นานร่างบางตรงหน้าก็กลับมามีสีหน้าที่อวดเก่งเหมือนเดิม

                “ โกหก ! อย่ามาฟอร์มหน่อยเลย ฉันรู้นะว่านายชอบฉัน “

                ผู้ชายบ้า ? กล้าโกหกเพื่อรักษาหน้าของตัวเอง โธ่ กลัวหน้าแตกล่ะสิที่ฉันจับไต๋ได้ เชอะ !

                “ นี่ครับ นามบัตรผม “ เขาใช้มืออีกข้างหยิบเอานามบัตรสีทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยื่นมันส่งให้กับฉัน “ ผมมาจากบริษัท Hi Magazine ครับ “ คนตรงหน้ายิ้มสุภาพ

                Hi Magazine คุ้นๆ นะ เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหน

                อ้อ ! นึกออกแล้ว บริษัทที่รวบรวมอุตสาหกรรมของวงการบันเทิงไว้ทั่วทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น ดารา นักร้อง โมเดล หรือแม้แต่พวกบรรดาเบื้องหลังทั้งหลายก็อยู่ในบริษัทแห่งนี้ทั้งสิ้น ถ้าจะให้พูดแบบเข้าใจง่ายไม่อ้อมค้อมนั่นก็คือ บริษัทที่นายคนนี้อ้างตัวนั้นคือบริษัทที่ปั้นดารานักร้องของบ้านเรานั่นเอง

            อันดับหนึ่งของเมืองไทยเชียวล่ะ !

                “ แล้วไง ? นายให้ฉันทำไม “ ฉันถามพลางหรี่ตามองเขา

เพิ่งสังเกต นายคนนี้ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาของทางมหา'ลัยของเรานี่ ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมกับกางเกงยีนส์ขายาวได้รูปที่มองแวบเดียวก็รู้ว่ามันเป็นเบรนยี่ห้อดัง

                “ คุณจ้องผมแบบนี้“ ชายหนุ่มก็หรี่ตามองเธอเช่นกัน

                “ นายไม่ได้เป็นนักศึกษาของที่นี่เหรอ ? “ ฉันถาม ซึ่งเขาก็ส่ายหน้าแทนคำตอบ “ แล้วนายเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่ และมาตามวอแวฉันทำไม ? “ ฉันเลยถือโอกาสถามต่อในสิ่งที่ค้างคาใจ

                “ ผมเป็นแมวมองครับ “ ชายตรงหน้ายิ้มละมุน

                แมวมอง ? พวกที่มีหน้าที่เฟ้นหาคนที่จะเข้าไปในวงการน่ะเหรอ ฉันเข้าใจถูกไหม ?

                “ ผมมาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาหาผู้หญิงที่ชื่อไอรีน“ เขาหยุดพูดแล้วมองหน้าฉันจริงจัง “ คนที่เป็นดาวมหาลัย ของที่นี่คุณพอจะรู้จักเธอคนนั้นหรือเปล่าครับ ? “ ชายหนุ่มถามหญิงสาว

                “ หะ ? นี่นายกำลังจะบอกฉันว่า นายมาตามหาผู้หญิงที่ชื่อไอรีนโดยไม่เคยรู้จัก หรือว่าเคยเห็นหน้าเขามาก่อนเนี่ยนะ “ ฉันถามเสียงสูงแบบคนไม่เชื่อ ก็มันน่าเชื่อที่ไหนกัน อีตานี่บอกว่ามาตามหาฉันแต่กลับมาถามฉันว่าฉันเป็นใคร

                ถามฉันว่ารู้จักตัวเองไหมเนี่ยนะ ? ตลกสิ้นดี

                “ ครับ ทำไมเหรอ ? ผมไม่รู้จักไอรีนนี่มันผิดมากหรือครับ “ คนตรงหน้าถามเสียงอ่อย ไอรีนถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย จากน้ำเสียงที่เธอได้ยินก็รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มนั้นคงจะไม่รู้จักเธอจริงๆ อย่างที่ว่า

                “ แล้วมาหาไอรีนทำไมเหรอ ? “ ฉันเลยถือโอกาสที่เขาไม่รู้ว่าฉันคือใครถามเอาซะเลย

                จะว่าไปก็แอบตกใจไม่น้อยนะ ที่อยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายมาตามหาและบอกว่าตัวเองเป็นแมวมองของทางบริษัทจำพวกปลุกปั้นดาราอะไรเทือกพวกนั้น แต่ทุกคนอย่าเข้าใจผิดและคิดว่าฉันจะดีด๊าแต่อย่างใด เพราะวงการบันเทิงสำหรับฉันไม่เคยอยู่ในหัวสมองเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่เคยมีภาพของตัวเองที่ปรากฏอยู่ในหน้าจอทีวีเลยสักนิด

                เสี้ยวความคิดเล็กๆ ก็ไม่มี !

                “ คือว่ามีคนๆ หนึ่งเขาอยากให้ผมมาทาบทามคุณไอรีนให้ไปถ่ายโฆษณาของทางบริษัทน่ะครับ แล้วเขาก็บอกว่าเธออยู่ที่นี่เลยให้ผมมาตามหา “ ร่างสูงสาธยาย

                “ ถ่ายโฆษณา ? “ ฉันทำหน้าเหวอ

                “ ครับ “

                “ แล้วทำไมต้องให้ฉะ เอ่อ ไอรีนไปถ่ายโฆษณาที่บริษัทของนายด้วยล่ะ “ นั่นน่ะสิ ทำไม

                “ เจ้านายของผมเขาบอกว่าชอบคุณมากครับ เลยอยากจะชักชวนคุณให้มาร่วมงานกับทางเรา “

                ชอบฉัน แล้วเจ้านายของอีตานี่เขาไปเจอฉันจากช่องทางไหนกัน เรื่องอะไรเนี่ย ฉันงงจนเป็นไก่ตาแตกไปหมดแล้ว

                “ เอ่อแล้วนี่ผมจะมาบอกเล่าอะไรให้คุณฟังตั้งมากมาย ในเมื่อคุณเองก็ไม่ใช่คุณไอรีนสักหน่อย “ อยู่ดีๆ ชายหนุ่มก็บ่นอุบอิบขึ้นมาเสียดื้อๆ

                “ เหอะ ! “ ฉันทำเสียงขึ้นจมูกอย่างคนไม่พอใจ

                พูดมาได้ว่าฉันไม่ใช่ไอรีน

                “ คุณรู้จักไอรีนหรือเปล่าครับ บอกผมได้หรือเปล่าว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนและเป็นใคร “ น้ำเสียงกระตือรือร้นถามหญิงสาว หากวันนี้เขาไม่ได้คำตอบจากผู้หญิงที่ชื่อไอรีนกลับไปให้เจ้านาย เขาต้องโดนฆ่าหมกส้วมอย่างแน่นอน

                เอาแล้วไง ? ฉันจะบอกเขาดีไหมนะ ถ้าบอก ก็ต้องมานั่งตัดสินใจว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี แต่ถ้าไม่บอกแล้วทำเฉยๆ ไปเลย ฉันก็ไม่ต้องมานั่งตัดสินใจ และก็ไม่ต้องมานั่งตอบคำถามใครด้วย ชิวๆ งั้นเอาเป็นว่าครั้งนี้ฉันจะขอหลอกตัวเองสักครั้งแล้วกัน

                ไม่บอกดีกว่า

                “ เอ้า ไอรีน ! วันนี้น้ำใสไม่มาเรียนเหรอ นานๆ ทีจะเห็นดาวมหาลัยเดินคนเดียวขาดเพื่อนสาวคู่ใจนะเธอ “

เสียงหนึ่งๆ ทักขึ้นก่อนที่ฉันจะทันได้ปฎิเสธอะไรออกไป พอทัก ( พร้อมกับทิ้งระเบิดไว้ให้กับฉัน ) เสร็จ พวกนางทั้งกลุ่มก็เดินจากไปทันที ไปแบบไม่หันกลับมามองข้างหลังเลย

                “ อะ ไอรีน“ ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยอย่างตกใจ มือที่จับแขนเรียวของเธอค่อยๆ ปล่อยลงอย่างช้าๆ

                “ ฉันเกลียดการเป็นดาวมหาลัยที่สุด !!!




คุยกันหน่อยนะคะ ^^ 
มาอีก 1 ตอนแล้วนะคะ ครบ 100% แล้ว เช่นเดิมนะคะ คอมเม้นให้กันด้วยนะคะ แงๆๆๆ เพื่อนแพงพยายามแก้ไขโค๊ตอยู่ค่ะ เรื่องที่คอมเม้นไม่ยอมขึ้นให้ในหน้าหลักนิยาย แต่ขึ้นให้แค่ในตอนๆ นั้นๆ ของนิยาย ถ้าใครเม้นในตอนนั้นๆ ที่อ่านเลย เพื่อนแพงก็จะสามารถอ่านคอมเม้นของทุกคนได้ค่ะ แต่ถ้าใครอ่่านแล้ว มาเม้นในหน้าหลักนิยาย มันไม่ขึ้นให้เพื่อนแพงนะคะ เพื่อนแพงเห็นแต่มีคนมาคอมเม้นแต่ไม่ขึ้นเนื้อหาให้ค่ะ เอาเป็นว่ามาเม้นกันในตอนนั้นๆ ที่อ่านเลยดีกว่าเนอะ เพื่อนแพงจะได้มีโอกาสอ่านความคิดเห็นของทุกคนด้วย ถ้าแก้ไขได้แล้วจะรีบแจ้งนะคะ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ ยังไงก็ฝากทุกคนที่ติดตามช่วยคอมเม้นให้กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^ 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #88 จิตร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 02:24
    สนุกคะ
    #88
    0
  2. #32 Looking (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 03:16
    ชอบๆๆๆๆมากๆๆคร้าาาาา

    สู้ๆนะค่ะไรท์
    #32
    0
  3. #18 natty (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 13:35
    ชอบค่ะ สนุกกกก
    #18
    0
  4. #11 kk855 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 00:44
    อัพพพพพ
    #11
    0