เพียงใจรัก

ตอนที่ 20 : บทที่ 10 - ปากไม่ตรงกับใจ ( 50% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ย. 58

























รบกวนทุกคนช่วยเข้าไปกดไลค์แฟนเพจเพื่อนแพงด้วยนะคะ รับรองว่ามีนิยายสนุกๆ ให้อ่านตลอดทุกปีจ้า ^^
https://www.facebook.com/FriendShip.writerpage/

 

รีอัพอีกรอบจร้า ^^

สวัสดีค่ะ ^^ เป็นตอนแรกที่อัพให้อ่านกันนะคะสำหรับเรื่อง ( รีอัพจร้า ) “ เพียงใจรัก “ ^_^ ที่เพื่อนแพงลงเรื่องนี้ให้อ่านกันก็เป็นเพราะว่าเพื่อนแพงนำนิยายเรื่องนี้ลงขาย E BOOK นะคะ แล้วเพื่อนแพงก็มีตัวอย่างให้ได้โหลดอ่านกันทั้งหมด 70 กว่าหน้าด้วยกันในเว็บของ MEB นะคะ แต่ที่เพื่อนเอามาอัพในนี้ก็เอาตัวอย่างที่ลงให้โหลดมาอัพแหล่ะค่ะ เพราะว่าเผื่อคนที่ไม่อยากไปโหลดอ่านในเว็บ MEB หรือคนที่ยังไม่เคยได้สมัครสมาชิก MEB ได้อ่านจากตรงนี้ก่อน เผื่อชอบยังไงก็ค่อยไปโหลดซื้ออ่านกันได้นะคะ ก็จะลง ทุกวัน !!! นะคะ สำหรับเรื่องนี้ เม้นๆ  โหวตๆ ให้กันด้วยนะคะ แต่ถ้าใครอยากอ่านเลยแบบเต็มๆ เรื่องก็โหลดได้เลยนะ เพื่อนแพงมีเว็บมาให้โหลดถึงที่ค่ะ ราคาเพียง 259 บาทเท่านั้น ! ( ไปอุดหนุนกันเยอะๆ น้า เขาตั้งใจเขียนมากๆ โลยยย ) มีเว็บมาให้โหลดด้วยน้า ^^ 
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiODM2MDkwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzA3ODAiO30


วิธีโหลดนิยายนะคะ ( สำหรับคนที่สนใจแต่ยังไม่เคยโหลด )
https://www.mebmarket.com/index.php?action=HowToBuy



 

10

ปากไม่ตรงกับใจ ( 50% )


            “ ชนิดาเป็นยังไงบ้าง ฟื้นหรือยัง “ พอเห็นเพื่อนเดินเข้ามาภาคินก็ไม่รอช้ารีบปรี่ตัวเข้าไปถามไถ่อาการของสาวน้อยในทันที อาการร้อนรนของเขามันทำให้วัชระเริ่มรู้สึกแปลกใจในอะไรหลายๆ อย่าง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดแล้วตอบคำถามเพื่อนกลับในท่าทีปกติ

                “ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ตอนนี้ยังไม่ฟื้น น้องภาดูแลอยู่ “

                “ อืม “

                รับฟังความจากเพื่อนจบชายหนุ่มก็เดินออกมาทำงานในส่วนของตัวเองต่อ วัชระมองตามหลังภาคินใช้ความคิดหนัก เขาพยายามแล้วที่จะไม่คิดแล้วก็ไม่สงสัยอะไรสำหรับในเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา แต่พอมาวันนี้วันที่เขาเห็นอาการร้อนรนของเพื่อน เขาก็มั่นใจเต็มร้อยเลยว่าระหว่างชนิดาและเพื่อนของเขามันต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังกันอย่างแน่นอน หากตอนนี้เขายังไม่รู้รายละเอียดของเรื่องที่แท้จริงเท่านั้นเอง

 

                ตกเย็นวรรณภาเดินเข้ามาที่โรงครัวเพื่อจะมารับอาหารไปให้กับเพื่อนที่นอนป่วยอยู่ หญิงสาวกำลังตั้งท่าจะยกถาดอาหารที่มีประมาณสามสี่อย่าง แต่ก็มีมือที่สามรีบแทรกเข้ามาขออาสายกสำรับนี้แทนเธอ

                “ พี่ช่วยนะครับน้องภา “ ภาคินบอกด้วยรอยยิ้ม วรรณภานึกกระหยิ่มอยู่ในใจเพราะว่ารู้ทันความคิดของผู้ชายตรงหน้า รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา

                คงห่วงยัยดามากจนอยากเจอหน้าล่ะสิ

                วรรณภาเพียงแต่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มแล้วเดินนำชายหนุ่มออกไปจากโรงครัว โดยที่ทั้งสองคนไม่ทันเห็นสายตาของใครอีกคนหนึ่งที่เฝ้ามองมาจากทางด้านหลัง วัชระมองทั้งสองเดินไปยังทางบ้านพักของแม่เฒ่า

                “ ดาเขาฟื้นแล้วหรือครับ “ คำถามออกแนวกล้าๆ กลัวๆ

                “ ค่ะ ฟื้นแล้ว ตอนนี้กำลังนั่งรออาหารอยู่ค่ะ บ่นใหญ่เลยว่าหิวม้ากมาก ! “ หญิงสาวแสร้งลากเสียงยาวเลียนแบบเพื่อน ภาคินลอบยิ้มกับตัวเองเมื่อได้ยิน ประสบการณ์จากการที่เขาพาสาวน้อยแก้มป่องไปทานอาหารด้วยกันในคราวนั้น เขายังจำได้แม่นเลยว่าสาวน้อยร่างบางทานเก่งมากแค่ไหน

                พอเดินมาถึงหน้าบันไดของบ้านที่ชนิดาพักผ่อนอยู่ ภาคินถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามระงับความรู้สึกตื่นเต้นในการต้องเผชิญหน้ากับเธอ เขาทำไม่ดีกับเธอเอาไว้หลายอย่าง ทั้งพูดจาทำร้ายจิตใจ ไหนจะชอบทำให้ร่างบางมีรอยฟกช้ำที่ต้นแขนนวลอยู่บ่อยครั้ง

                “ เย้ ! อาหารมาแล้ว “ เสียงร้องทักเป็นเด็กน้อยของชนิดา ทำให้แขกที่ตามมาด้วยอย่างชายหนุ่มอมยิ้ม ฝ่ายชนิดาเองก็หมดอารมณ์อยากอาหารในทันทีที่เห็นหน้าเขา หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากันพลางกับจ้องหน้าเพื่อนสาวแบบไม่พอใจ

                “ พี่คินเขาอาสาช่วยยกมาให้น่ะ ฉันยกเองไม่ไหวหรอก “ วรรณภาที่พอจะดูสายตาของเพื่อนออกรีบพูดกลบเกลื่อนบรรยกาศที่ไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่นัก

                “ แล้วพี่วัชไปไหน?“ เสียงหวานถามหา พอได้ยินว่าเธอเรียกหาวัชระร่างหนาก็กัดฟันอย่างพยายามระงับอารมณ์ของตัวเอง

                “ พี่วัชเขาไม่ว่างหรอก ต้องคุมงานข้างนอก “ วรรณภาตอบเพื่อน

                “ ภา ! ภา ! ไปช่วยทำกับข้าวหน่อยจ้ะ “

                บทสนทนาของเธอและชนิดาถูกขัดด้วยเสียงเรียกของเพื่อนในคณะ วรรณภามองสบตากับชนิดาพักหนึ่ง หญิงสาวจำใจพยักหน้าให้เพื่อนลงไปช่วยงาน ทีนี้ก็เหลือแต่เพียงเธอและเขาเท่านั้นที่ต้องอยู่ด้วยกันตามลำพังเนื่องจากแม่เฒ่ามีงานทำเยอะแยะไปหมดไม่ค่อยได้อยู่บ้านเท่าใดนัก

                “ คุณวางอาหารไว้เถอะค่ะ ฉันทานเองได้ ขอบคุณมากที่ช่วยยกมาให้ “ ชนิดาพูดพลางกับค่อยๆ ขยับร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนล้าให้เข้าไปใกล้อาหารน่ารับประทานตรงหน้า หญิงสาวใช้มือขวาหยิบช้อนเตรียมจะตักข้าวคำแรกเข้าปาก แต่เรี่ยวแรงที่มีก็ไม่เอื้ออำนวยให้ทำอะไรด้วยตัวเองได้เลยสักนิด ช้อนข้าวเลยหล่นลงกระทบกับจานสังกะสีอย่างไม่ตั้งใจ

                ชนิดาหงุดหงิดที่ไม่มีแรงจะทานข้าวด้วยตนเอง !

                “ อวดเก่งทั้งที่ไม่มีอะไรจะให้อวด ! “ ชายหนุ่มที่เห็นทุกการกระทำต่อว่าสาวน้อย

                “ นี่ คุณ ! “ เธอควันออกหูในทันทีที่ได้ยินคำต่อว่าซึ่งๆ หน้า ร่างบางมองเขาด้วยแววตาคล้ายกับจะกินเลือดกินเนื้อ ภาคินยิ้มมุมปากนิดๆ พอมีเสน่ห์ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ เธอแล้วจัดการป้อนข้าวให้กับผู้หญิงฟอร์มจัด ชนิดาเบนหน้าหนีช้อนข้าวที่ชายหนุ่มยื่นมันมาตรงหน้าเธอ

                “ หิวไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่กิน “

                “ ฉันกินเองได้ ไม่ได้ง่อยพิการอะไรถึงกับต้องมีคนมานั่งป้อน “ วาจาไม่ยอมคนเอ่ยประชดประชัน กิริยาของสาวน้อยทำให้อารมณ์ของภาคินรื่นเริงขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล

                “ ก็เกือบจะง่อยแล้วล่ะ ดูจากท่ากินของเธอเมื่อกี้แล้วบอกตรงๆ เลยนะ ว่าสมเพชเวทนา “ ชายหนุ่มพูดกลั้วรอยยิ้ม ทำให้หญิงสาวต้องกัดฟันอีกรอบ

                “ ถ้าคุณจะมาว่ามาด่าก็กลับไปซะ อีกเดี๋ยวพี่วัชก็คงจะเข้ามาดูอาการของฉันแล้ว “ คำพูดที่หลุดออกมาจากคนตัวเล็กทำให้อารมณ์ที่กำลังเย็นๆ ของชายหนุ่มต้องร้อนเป็นไฟขึ้นมาอีกครั้ง

                เขาวางช้อนกระแทกลงบนจานข้าวเสียงดัง ชนิดารู้สึกตกใจในการกระทำของเขาที่อยู่ดีๆ ก็เกิดของขึ้น

                “ พูดถึงมันทำไม ! “ เสียงเข้มถามอย่างไม่สบอารมณ์

                “ ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ ในเมื่อพี่วัชคือคนที่ฉันสนิทด้วย “ เสียงหวานก็เอ่ยอย่างไม่ยอมลดละด้วยเช่นกัน เธอไม่ใช่นักโทษหรือว่านางทาสในสมัยราชกาลที่ห้านะ ที่จะต้องมานั่งเกรงกลัวหรือว่าไม่กล้าต่อปากต่อคำกับคนไร้เหตุผล

                “ สนิทเหรอ ? หึ “ เขาแสยะยิ้มร้ายกาจ “ ใช่สิ ! สำหรับเธอความสนิทมันก็มีให้กับผู้ชายทุกคนนั่นแหละ “

            เอาอีกแล้วนะ เขาดูถูกเธออีกแล้ว

                “ ออกไป “

                ชนิดาสั่งเสียงนิ่ง ไม่มีอาการอะไรแสดงออกมาจากตัวเธอ นอกเสียจากการทำให้ผู้ชายคนนี้รู้ว่าเธอรังเกียจในคำพูดและความคิดของเขามากเพียงใด ภาคินที่เหมือนจะได้สติขึ้นมาแล้วก็ถอนหายใจออกมาหนักๆ

                “ จะออกก็ต่อเมื่อเธอกินข้าวหมด “ คนหน้าทนเอ่ย

                “ ฉันกินเองได้ ส่วนคุณออกไปได้แล้ว “ ยังคงไม่มองหน้าชายหนุ่ม

                ภาคินยิ้มก่อนที่จะทำใจกล้าขยับกายเข้าไปใกล้หญิงสาว แล้วไวเท่าความคิดจมูกโด่งก็ฉกเอาความหอมจากพ่วงแก้มนวลเนียน คนถูกหอมเบิกตาโพลงด้วยว่าตกใจในการกระทำที่อุกอาจ ร่างบางยกมือขึ้นมากุมแก้มด้านขวาของตัวเอง

                “ คุณภาคิน !!!

                “ ถ้าเธอยังดื้อไม่ยอมกินข้าว ฉันก็จะหอมแก้มเธออีก แต่ไม่แน่อาจจะมากกว่าการหอมแก้มธรรมดา อาจจะ“ ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง พลันสายตาก็จ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มของเธอไปด้วย

                “ คนบ้า ! คุณนี่มันลามก นิสัยไม่ดี “ เสียงหวานต่อว่าชายหนุ่มอย่างเหลืออด ไม่มีเสียงโต้ตอบใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดังออกมาจากลำคอของเขา

                “ ไงจะกินไหมข้าวน่ะ หรือว่าต้องให้ฉัน“ เขาทำท่าจะขยับเข้าไปใกล้เธออีก

                “ หยุดนะ ! “ ชนิดารีบชี้นิ้วห้ามสั่งเสียงดัง “ ฉันจะกินข้าว ห้ามนะ ห้ามทำอะไรฉันเด็ดขาด “ เธอขู่ฝ่อ ร่างบางจำใจยอมอ้าปากกินข้าวโดยที่มีเขาเป็นคนป้อนให้แต่โดยดี

                “ เอาหมูด้วย “ เธอพูดทั้งๆ ที่ยังมีข้าวอยู่เต็มปาก แก้มที่ปกติก็ป่องอยู่แล้วเลยยิ่งป่องเข้าไปอีกเมื่อหญิงสาวทำตัวคล้ายเด็ก ภาคินอดยิ้มกับภาพเหล่านี้ไม่ได้จริงๆ ชนิดาเป็นคนที่ทำให้ใครหลายคนหลงเสน่ห์ได้อย่างง่ายดาย

                “ ฉันบอกว่าเอาหมูด้วย คุณป้อนอะไรของคุณเนี่ย ฉันหิวนะ “ เสียงหวานประท้วงเมื่อคนป้อนไม่ยอมทำหน้าที่ให้ดีเท่าที่ควร

                “ อืมเอาแบบนี้ดีกว่า เธอหอมแก้มฉันทีหนึ่ง ฉันก็จะป้อนข้าวเธอคำหนึ่ง โอเคไหม ? “ ชายหนุ่มเอียงคอถามยิ้มๆ แต่คนที่ฟังถึงกับหน้าแดงขึ้นมา

                “ บะ บ้า ! ไม่โอเคเลย คุณนี่มันเห็นแก่ตัวหาทางเอาเปรียบกันชัดๆ “

                “ เอาเรียบตรงไหนไม่ทราบ ก็เหมือนคนขายกับคนซื้อ เธอหอมแก้มฉัน ฉันป้อนข้าวเธอ แฟร์ๆ กันทั้งสองฝ่าย “ คนขี้แกล้งยักไหล่หนาขึ้นเล็กน้อยตอนพูด ยิ่งทำให้สาวเจ้าเกิดอาการหมันไส้

                “ ถ้างั้นฉันก็ไม่กิน ฉันไม่ยอมให้คุณมา โครกคราก

                พูดยังไม่ทันจบประโยคเสียงท้องร้องก็ดังประท้วงให้คนเป็นเจ้าของต้องอับอาย ภาคินหลุดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเสียงแห่งความหิวโหยดังออกมาจากกระเพาะของเธอ

                “ ไม่กินไม่ได้แล้วล่ะนะ “ ชายหนุ่มยิ้มยียวน

                ชนิดาทำแก้มป่องแบบขัดใจ เธอไม่มีแรงมากพอแม้แต่จะหยิบช้อนแบบนี้แล้วจะเอาอะไรไปสู้รบปรบมือกับคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาได้ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ว่าจะดูยังไงเธอก็ยังเป็นรองเขาอยู่ดี

                “ ก็ได้ ! “ คนหมดหนทางพูดแบบโมโห สาวน้อยค่อยๆ บรรจงยื่นใบหน้าเข้าไปหาใบหน้าของเขา หยุดนิ่งอยู่เนิ่นนานก่อนจะตัดสินใจจรดปลายจมูกลงบนแก้มสากอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่คนที่ถูกหอมก็ยังแทบไม่รู้สึกอะไร

                “ ว้า งวดหลังขอช้าๆ เน้นๆ กว่านี้หน่อยนะ “ ปากว่าอย่างนั้นแต่ชายหนุ่มก็รักษาคำพูด เขาทำหน้าที่ป้อนข้าวให้กับเธอ

                คำแล้วคำเล่าที่เธอต้องยอมทนหอมแก้มของรุ่นพี่หนุ่มเพื่อแลกกับข้าว ภาคินรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ๆ สาวน้อยคนนี้ ได้แกล้งได้หยอกล้อด้วยมันทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ หลายครั้งแล้วที่เขาเฝ้าถามตัวเองมาโดยตลอดว่าความรู้สึกระหว่างเขาที่มีให้กับชนิดานั้นมันคืออะไร จนตอนนี้ถ้าให้เขาถามตัวเองอีกครั้ง เขากล้าตอบอย่างมั่นใจเลยว่า

                เขาหลงรักสาวน้อยแก้มป่องที่ชื่อชนิดาเข้าแล้ว !


สวัสดีค่ะ ^^ มาอีก 1 ตอนแล้วนะคะ สำหรับเรื่อง “เพียงใจรัก” เรื่องนี้เพื่อนแพงมีขายเป็น E BOOK นะคะ ราคาไม่แพงค่ะ 259 บาท >< ถ้าใครชอบและอยากอ่านต่อจนจบเรื่องเลย ก็สามารถไปอุดหนุนเพื่อนแพงกันได้นะคะ เดี๋ยวเพื่อนแพงจะทิ้งลิ้งค์ E BOOK เอาไว้ให้ทุกคนนะคะ ^^ ส่วนที่นำมาลงในเว็บนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างจำนวนหนึ่งนะคะ เพื่อนแพงเอามาลงเผื่อว่าใครไม่อยากโหลดตัวอย่างอ่านจากในเว็บ MEB ก็สามารถอ่านจากตรงนี้ก่อนได้เนอะ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจและถ้าจะอุดหนุนกันก็ยินดีและขอบคุณมากๆ เลยนะคะ สุดท้ายนี้ก็ฝากทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาช่วยไปกดไลค์เพจให้เก๋าด้วยน้า ขอบคุณค่ะ ^^ ปล.เรื่องนี้อัพวันเว้นวันนะคะ จนกว่าจะครบโควตาสำหรับตัวอย่างทดลองอ่าน ^^ 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

121 ความคิดเห็น