เพียงใจรัก

ตอนที่ 15 : บทที่ 7 - ความจริงที่เจ็บปวด ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 พ.ค. 60






























































รบกวนทุกคนช่วยเข้าไปกดไลค์แฟนเพจเพื่อนแพงด้วยนะคะ รับรองว่ามีนิยายสนุกๆ ให้อ่านตลอดทุกปีจ้า ^^

https://www.facebook.com/DekDHayase/

 

ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ เป็นเพจใหม่ค่ะ เนื่องจากเพจเก่าถูกระงับบัญชีผู้ใช้ค่ะเลยต้องสร้างใหม่ รบกวนทุกคนเข้าไปกดถูกใจกันเยอะๆ นะคะ จะได้ติดตามกัน สัญญาว่าจะพยายามทำให้เพจนี้เป็นเพจสุดท้ายไม่เปลี่ยนแปลงแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ



 

รีอัพอีกรอบจร้า ^^

สวัสดีค่ะ ^^ เป็นตอนแรกที่อัพให้อ่านกันนะคะสำหรับเรื่อง ( รีอัพจร้า ) “ เพียงใจรัก “ ^_^ ที่เพื่อนแพงลงเรื่องนี้ให้อ่านกันก็เป็นเพราะว่าเพื่อนแพงนำนิยายเรื่องนี้ลงขาย E BOOK นะคะ แล้วเพื่อนแพงก็มีตัวอย่างให้ได้โหลดอ่านกันทั้งหมด 70 กว่าหน้าด้วยกันในเว็บของ MEB นะคะ แต่ที่เพื่อนเอามาอัพในนี้ก็เอาตัวอย่างที่ลงให้โหลดมาอัพแหล่ะค่ะ เพราะว่าเผื่อคนที่ไม่อยากไปโหลดอ่านในเว็บ MEB หรือคนที่ยังไม่เคยได้สมัครสมาชิก MEB ได้อ่านจากตรงนี้ก่อน เผื่อชอบยังไงก็ค่อยไปโหลดซื้ออ่านกันได้นะคะ ก็จะลง ทุกวัน !!! นะคะ สำหรับเรื่องนี้ เม้นๆ  โหวตๆ ให้กันด้วยนะคะ แต่ถ้าใครอยากอ่านเลยแบบเต็มๆ เรื่องก็โหลดได้เลยนะ เพื่อนแพงมีเว็บมาให้โหลดถึงที่ค่ะ ราคาเพียง 259 บาทเท่านั้น ! ( ไปอุดหนุนกันเยอะๆ น้า เขาตั้งใจเขียนมากๆ โลยยย ) มีเว็บมาให้โหลดด้วยน้า ^^ 
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiODM2MDkwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzA3ODAiO30


วิธีโหลดนิยายนะคะ ( สำหรับคนที่สนใจแต่ยังไม่เคยโหลด )
https://www.mebmarket.com/index.php?action=HowToBuy


บทที่ 7

ความจริงที่เจ็บปวด ( 100% )


 

                วันนี้คณะของเธอไม่มีการเรียนการสอนเพราะว่าอาจารย์เขาติดประชุมด่วนกัน ชนิดาจากตอนแรกที่ว่าตั้งใจจะกลับบ้านไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ก็เป็นอันต้องล้มเลิกความคิดทั้งหมด เพราะว่าวัชระรุ่นพี่หนุ่มสุดหล่อบอกกับเธอว่าวันนี้มีเรื่องสำคัญของทางคณะที่ต้องการจะบอกให้ทุกคนรับทราบ

                ชนิดานั่งทานข้าวกลางวันคนเดียว... เนื่องจากวรรณภาเพื่อนรักของเธอออกไปทานข้าวนอกรั้วมหาลัยกับภาคินหญิงสาวเลยต้องนั่งทานข้าวในโรงอาหารเพียงลำพัง ริมฝีปากอวบอิ่มยิ้มเยาะตัวเองอย่างเย้ยหยัน เมื่อวานนี้เธอยังมีความสุข ได้อยู่ชิดใกล้กับคนที่เธอรักอยู่เลย แต่พอมาตอนนี้ทุกอย่างก็พลันมลายหายไปเสมือนว่าไม่เคยเกิดขึ้นจริง

                ทุกอย่างมันเป็นเพียงแค่ความฝันจริงๆ สินะ

                หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้วชนิดาก็ไปยังสถานที่ที่รุ่นพี่ได้นัดพวกรุ่นน้องปีหนึ่งให้เข้ามารับฟังเรื่องราวสำคัญ เธอนั่งฟังเพลงจากไอโพนแบบไม่สนใจใคร ไม่ใช่ว่าเธอหยิ่งหรือว่าอะไรทั้งนั้นแต่เป็นเพราะว่าถ้าไม่ได้สนิทกันจริงๆ เธอก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปคุยแบบสุงสิงด้วย

                “ กรี๊ด ! เธอๆ ดูนั่นสิ พี่คินเขามาส่งแฟนตัวเองด้วยแหละ “ เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น แล้วต่อมาก็มีอีกเสียงที่ทำให้ชนิดาถึงกับเย็นวาบไปถึงสันหลัง

                “ แต่ฉันแอบสงสารภานะตัวเธอ รู้อะไรไหมว่ายัยชนิดาน่ะกำลังจะแย่งแฟนเพื่อน “

                “ จริงเหรอ ? แล้วนี่เธอไปรู้มาได้ยังไงล่ะ “ เสียงของคนหนึ่งตั้งคำถาม

                “ ก็วันนั้นฉันไปกินข้าวกับพี่สาวที่ร้านอาหารในเครือของครอบครัวพี่คินเขา แล้วก็เห็นว่ายัยดาน่ะเดินเคียงข้างกระแซะๆ มากับพี่คิน สองคนนั้นเขามากินข้าวด้วยกันสองต่อสอง หน้ายัยนั่นเนี่ยนะ บานเท่าจานดาวเทียมเลยล่ะ !

                ชนิดากัดปากตัวเองกลั้นความโกรธและความเสียใจ !

                เป็นเพราะหญิงสาวเปิดเสียงเพลงคลอๆ เบาๆ เท่านั้น เธอจึงได้ยินในสิ่งที่คนรอบข้างเธอพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น หญิงสาวบอกตัวเองว่าให้ใจเย็นและปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่สนใจคนที่กำลังนินทาตัวเองอยู่ พวกหล่อนคงนึกว่าเธอไม่ได้ยินเพราะเห็นว่าอยู่ค่อนข้างห่างและเจ้าตัวเองก็ยังฟังเพลงอีกด้วย แต่ใครจะรู้ว่าชนิดารับรู้ทุกคำพูด

                ดวงตากลมโตมองไปยังภาพตรงหน้าก็เห็นว่ารุ่นพี่หนุ่มกำลังใช้มือเกลี่ยไรผมให้กับเพื่อนของเธอด้วยความอ่อนโยน สายตาที่เขาใช้มองวรรณภาต่างกับที่ใช้มองเธออย่างสิ้นเชิง

                สายตาแบบนี้คือสายตาที่ใช้มองคนที่รักสินะ...

                “ น่าอิจฉามาก ฉันนะอยากจะมีแฟนที่ทั้งหล่อ รวย และดูอบอุ่นแบบนี้บ้างอ่ะ ! “ เสียงพูดของสาวๆ ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ภาพที่ได้เห็นคงไปกระตุ่นต่อมอิจฉาของใครหลายๆ คนเข้าอย่างจัง

                ชนิดาพยายามไม่มองและไม่ใส่ใจกับภาพตรงหน้า เธอเลือกเปิดเพลงดังๆ และก้มหน้าก้มตาจ้องมองแต่หน้าจอโทรศัพท์ มือเรียวก็กดนั่นนี่ไปเรื่อยเพื่อไม่ให้ตัวเองดูว่างจนเกินไป ไม่นานนักไหล่บางก็ต้องสะดุ้งเพราะว่าฝ่ามือของเพื่อนวางทาบลงมาแบบไม่ค่อยเบาแรงนัก

                “ ยัยดา !!! “ เสียงตะโกนของเพื่อนสาวดังเล็ดลอดเข้าใสโสตประสาท ขนาดเปิดเพลงดังในระดับขีดสุดแล้วนะ เพื่อนคนนี้นี่

                “ แกจะแหกปากทำไมไม่ทราบ อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง “ ชนิดาว่าเพื่อนพลางเก็บหูฟังและโทรศัพท์ใส่ลงกระเป๋าดังเดิม วรรณภาส่งขวดน้ำส้มคั้นให้กับเธอ

                “ พี่คินฝากมาให้ “ วรรณภาพูดด้วยรอยยิ้ม ชนิดาทำหน้างงพลางกับใช้สายตามองแต่ขวดน้ำส้มคั้นอย่างพิจารณา “ แกจะทำหน้างงเพื่อ ? รับๆ ไปเหอะน่า ถือนานๆ ฉันเย็นมือนะ “ เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ยอมรับไปถือเองเสียที วรรณภาจึงต่อว่าเข้าให้

                “ ก็... แล้วทำไมพี่คินเขาต้องฝากมาให้ฉันด้วยล่ะ ? “ หญิงสาวรับขวดน้ำส้มคั้นมาถือเอาไว้ในมือ แม้ว่าปากจะถามออกไปแบบนั้น แต่กระนั้นข้างในหัวใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ

                “ เอ้า ฉันจะไปรู้เหรอ แค่เขาถามฉันว่าแกชอบดื่มน้ำอะไรฉันเลยบอกไปว่าแกดื่มน้ำอะไรก็ได้ แต่ถ้าได้เป็นน้ำส้มคั้นก็จะชอบเป็นพิเศษ เขาก็เลยแวะซื้อน้ำส้มคั้นร้านประจำของเขามาให้แก “ วรรณภาพูดพลางกับใช้หางตาปรายมองไปที่เพื่อนรัก ชนิดารับฟังด้วยรอยยิ้มอย่างปิดไม่มิด ความจริงก็อยากจะแกล้งแซวต่อให้เจ้าตัวเขินอาย แต่มานึกอีกทีก็ไม่อยากทำให้เพื่อนเสียการทรงตัวเลยปล่อยปละละเลยไป

                “ ขะ ขอบใจนะ “ ชนิดาพูดขึ้น

                “ ขอบใจใคร ? ขอบใจฉันหรือว่าขอบใจเจ้าของน้ำส้มคั้นขวดนี้กันจ้ะ “ วรรณภาอดไม่ได้ที่จะหยอกนิดหยอกหน่อย ช่วยไม่ได้นี่น่า ก็เพื่อนของเธออยากน่ารักน่าแกล้งทำไมล่ะ

                “ บะ บ้า ! ฉันก็ขอบใจทั้งสองคนนั่นแหละ ไม่ได้เจาะจงใครเป็นพิเศษสักหน่อย “ แก้มนวลแดงระเรื่อเพราะคำพูดของเพื่อน ชนิดาเปิดขวดน้ำส้มคั้นออกแล้วยกขึ้นดื่มเพื่อขับไล่ความร้อนรุ่มภายในกาย หญิงสาวทำแก้มป่องแล้วจ้องมองขวดน้ำส้มที่ถืออยู่ในมือด้วยความเขินอาย

                โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของเธอถูกจับจ้องด้วยสายตาของชายหนุ่ม

                ห่างออกไปไม่ไกลนัก... ภาคินหลบมุมยืนมองปฏิกิริยาของรุ่นน้องคนที่เขาให้น้ำส้มคั้นไปด้วยรอยยิ้ม ชนิดาทำแก้มป่องในแบบที่เจ้าตัวชอบทำอีกแล้ว เธอเขินเขาเลยทำท่าทางแบบนั้น เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้ผู้ชายตัวโตอย่างเขาเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหยุด

                “ ไงเพื่อน เห็นยืนยิ้มอยู่นานแล้ว มีเรื่องอะไรให้มีความสุขไม่ทราบครับ “ วัชระที่แอบมองเพื่อนของตนอยู่นานก็อดไม่ได้ที่จะต้องเข้ามากวนเล่น

                “ ปะ เปล่า ฉันก็แค่ยิ้มไปเรื่อยเปื่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอก “ ภาคินกล่าว จะให้เขาบอกว่าแอบมองผู้หญิงคนที่เพื่อนชื่นชอบอย่างชนิดาแล้วยิ้มเนี่ยนะ มีหวังได้แลกหมัดกันตรงนี้แน่นอน

                “ โห ! ไอ้ไก่อ่อน แอบมองน้องภาแล้วยิ้มก็บอกมาตรงๆ เหอะไอ้คิน “ วัชระที่เข้าใจว่าแบบนั้นแซวเพื่อนด้วยความหมันไส้ ภาคินเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งใจที่เพื่อนเข้าใจว่าเป็นแบบนั้น

                น่าแปลก... เขาชอบน้องภารู้สึกดีกับน้องภา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ชอบในรอยยิ้มและความร่าเริงสดใสของชนิดา ในบางครั้งเขาก็อยากจะอยู่ใกล้เธอมากกว่าผู้หญิงที่ตัวเองชื่นชอบเสียด้วยซ้ำ ความรู้สึกแบบนี้มันเพิ่งจะมาแรงกล้าก็ตอนที่เขาและเธอได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกันอยู่ด้วยกันทั้งวัน วันที่เธอทำแผลให้กับเขาบนรถนั้น สัมผัสอ่อนโยนจากมือน้อยๆ เขายังจำมันได้ไม่รู้ลืม

                ชนิดาเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ในตัวมากพอที่จะทำให้ใจเขาสั่นคลอนได้เลยทีเดียว !

                “ แล้ววันนี้มีเรื่องอะไรวะ เลยต้องเรียกน้องๆ ปีหนึ่งมารวมตัวกันน่ะ ? “ ภาคินถามวัชระที่กำลังเตรียมความพร้อมในการเข้าไปชี้แจงรายละเอียดกับน้องๆ ที่รออยู่

                “ คณะฉันจะไปค่ายอาสาที่ต่างจังหวัดน่ะ ก็เลยว่าจะมาชวนน้องๆ ใครที่เต็มใจก็ไป ใครไม่เต็มใจไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป “ ชายหนุ่มหยักไหล่แบบไม่แยแส

                “ แล้ว... “ ภาคินหรี่สายตามองชนิดากับวรรณภา “ แกคิดว่าสาวน้อยสองคนนั้นเขาจะไปค่ายอาสาของแกไหม ? “ ภาคินชี้นิ้วไปที่สาวน้อยทั้งสองคนที่เขาพูดถึง วรรณภาและชนิดากำลังหยอกล้อด้วยการตีแขนกันไปมา วัชระอมยิ้มกับภาพตรงหน้า

                “ ไม่รู้ว่ะ แต่ค่อนข้างมั่นใจ “ ร่างสูงยักคิ้วให้เพื่อน

                “ อะไรของแก บอกไม่รู้แต่กลับค่อนข้างมั่นใจ ขยายความสิไอ้วัช “ ภาคินแยกเขี้ยวใส่เพื่อนที่หัวเราะหึๆ ในลำคอ วัชระไม่ตอบอะไรนอกจากผิวปากแล้วย่างกรายเข้าไปหากลุ่มน้องๆ ปีหนึ่งที่ตนนัดไว้

                “ ไอ้นี่ วอนโดนกระทืบจริงๆ “ ภาคินพ่นไฟใส่ตามหลังเพื่อนไปติดๆ จากนั้นร่างสูงจึงเดินเข้าไปหาที่นั่งใกล้ๆ แถวๆ น้องคณะแพทย์ศาสาตร์ปีหนึ่ง สายตาเกือบจะทุกคู่รีบเบนหันไปมองรุ่นพี่หนุ่มอย่างภาคินกันเป็นแถว เพราะความหล่อคมเข้มบวกกับกระแสของความฮอตเป็นเดิมทุนอยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกที่จะมีผู้คนให้ความสนใจ

                “ เอาล่ะครับ น้องๆ ทุกคน “ วัชระพูดใส่ไมค์ฯ พลางเหลือบสายตามองเพื่อนของตนที่นั่งไขว่ห้างออกไปไม่ใกล้ไม่ไกลมากนัก “ กรุณาช่วยให้ความสนใจพี่กันสักนิดหนึ่งนะครับ “ ประโยคถัดมาของรุ่นพี่หนุ่มเรียกเสียงหัวเราะได้ดีจากบรรดารุ่นน้อง แม้แต่ภาคินเองก็ยังหลุดขำออกมา

                “ วันนี้ที่พี่เรียกน้องๆ มารวมตัวกันที่นี่ด่วนเพราะว่าพี่มีเรื่องอยากจะขอความร่วมมือจากน้องๆ นะครับ คือว่าทางคณะของพวกเราได้จัดทำการเปิดโลกกิจกรรมไปค่ายอาสาเพื่อทำประโยชน์ให้กับเด็กๆ ที่ไร้โอกาสทางการศึกษา คือเราจะไปช่วยกันสร้างโรงเรียน และบรรดาสื่อการเรียนการสอนต่างๆ ให้กับเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสครับ งานนี้พวกพี่ไม่มีการบังคับแต่อย่างใดนะครับ ขอแค่ความสมัครใจอย่างเดียวเลย เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจก็มาลงชื่อกับพวกพี่ๆ ที่ด้านหลังน้องๆ เลยแล้วกันนะครับ ขอบคุณมากครับ “

                ข้างหลังนั้นเต็มไปด้วยรุ่นพี่หลายคนที่มารอรับลงชื่อผู้สนใจไปค่ายอาสา มีบางคนพอได้ยินคำว่าค่ายอาสาก็เบือนหน้าหนีกันไปทันที เพราะว่าการออกค่ายอาสานั้นมันค่อนข้างจะมีแต่ความลำบากเลยไม่ค่อยมีใครอยากจะไปกันเท่าไหร่นัก ผิดกับสองสาวอย่างวรรณภาและชนิดาที่รีบปรี่เข้าไปลงชื่อด้วยความตื่นเต้น

                “ ต้องสนุกแน่ๆ เลยยัยดา ฉันอยากไปมาก ! “ วรรณภาเอามือขึ้นมาประสานกันด้วยความดีใจ ชนิดายิ้มแล้วสายตาก็ไปสะดุดกับผู้ชายคนที่นั่งไขว่ห้างเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ

                “ ฉันเองก็อยากไป ความฝันฉันเลยนะในการที่จะได้ไปช่วยเหลือเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสน่ะ “ ชนิดาแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจกับคนๆ นั้น แล้วหันมาพูดกับเพื่อน ภาคินพอเห็นว่าสาวน้อยทำท่าไม่สนใจตน ความหงุดหงิดก็วิ่งเข้ามาทักทายจนทำให้ร่างสูงต้องเดินเข้าไปหาสองสาวด้วยตนเอง

                ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วยวะ ? !ภาคินคิดในใจพลางมองชนิดา

                “ ไปค่ายอาสากันเหรอครับ ? “ เขาถามแล้วมองสบนัยน์ตากับชนิดา เหมือนต้องการจะต่อว่าเธอทางอ้อมว่าอย่าทำท่าทางเหมือนไม่เห็นตัวตนของเขา วรรณภามองคนทั้งสองอย่างใช้ความคิด ชนิดาไม่ยอมตอบชายหนุ่มสาวน้อยอีกคนก็เลยต้องทำหน้าที่เปล่งคำพูดออกมาแทน

                “ ค่ะ น่าสนุกดีนะคะ “ วรรณภาพูด แต่ดูเหมือนว่าภาคินจะไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่นัก เขายังคงมองใบหน้าหวานของหญิงสาวอีกคนหนึ่งอย่างไม่ลดละ

                ยิ่งเจอกับสายตาคล้ายหาเรื่องแบบนั้นของรุ่นพี่หญิงสาวก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกไปกันใหญ่ ภาคินไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ? แต่ที่รู้ในเวลานี้ก็คือเขากำลังหงุดหงิด หงุดหงิดมากที่สุดที่เห็นว่าคนที่เคยยิ้มให้เขาอย่างชนิดาทำหน้านิ่งเหมือนไม่ต้องการมองหน้าเขา

                “ อุ๊ย ! คุณแม่โทรมาค่ะ ภาขอตัวก่อนนะคะ “ วรรณภาบอกกับรุ่นพี่หนุ่ม ชนิดากำลังตั้งท่าจะเดินตามเพื่อนออกไป แต่ข้อมือเล็กก็ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน จึงทำให้เธอตามเพื่อนออกไปไม่ทัน

                “ เป็นอะไร “ น้ำเสียงที่ค่อนข้างจะออกไปทางตะคอกถามขึ้น คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกโบว์ได้ ชนิดาพยายามที่จะสลัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมแต่เธอก็ทำไม่สำเร็จ หญิงสาวจึงทำเสียงขึ้นจมูกใส่ชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ

                “ อย่ามาทำน้ำเสียงใส่พี่แบบนี้นะ “ ภาคินกัดฟันพูด

                “ ดาจะทำ พี่คินมีสิทธิ์อะไรมาห้ามดาคะ ? “ ร่างบางสบตาเขาอย่างท้าทาย ภาคินรู้สึกเหมือนตัวเองจะหายใจไม่ออก ไม่อยากเชื่อเลยว่าสาวน้อยน่ารักยิ้มเก่งอย่างเธอบทจะดื้อก็ดื้อเสียจนน่าใจหาย

                “ ชนิดา ! มากไปแล้วนะ !!! “ ด้วยความโกรธทำให้เขาเผลอตะคอกใส่ร่างบางเสียงดังจนหลายคนหันมามอง วัชระที่กำลังจดรายชื่อน้องๆ อยู่ก็หันมองด้วยความตกใจ เขากำลังจะลุกขึ้นเข้าไปถามไถ่เหตุการณ์แต่ก็ไม่ทันภาคินที่ลากหญิงสาวออกไปที่อื่นเสียแล้ว

                “ พี่คินปล่อยดานะ ปล่อย ! “ ร่างบางพยายามยื้อตัวเองจากคนร่างสูงอยู่ตลอดทางเดิน ภาคินไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้นว่าใครจะมองเขาแค่ไหนยังไง ตอนนี้เขาแค่อยากจะเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่องรู้ราวเท่านั้น

                ชนิดาถูกลากมายังรถปอร์เช่แล้วก็ถูกจับยัดเข้าไปข้างในด้วยความไม่เต็มใจ พอทรงตัวได้จะเปิดออกก็ช้าเกินกว่าเจ้าของรถที่เข้ามานั่งประจำที่คนขับเรียบร้อย หนำซ้ำชายหนุ่มยังกดล็อคประตูทุกทางเพื่อป้องกันไม่ให้เธอหนีลงไปได้

                “ พี่คินจอดรถ “ ชนิดาพูดเสียงนิ่งนั่งกอดอกมองถนนตรงหน้า ภาคินทำเหมือนหูทวนลมไม่สนใจคำพูดของหญิงสาว “ พี่คินดาบอกให้จอดรถไง ! “ หญิงสาวตะคอกใส่ร่างสูงข้างกาย ยิ่งเธอทำกิริยาแบบนี้มากเท่าไหร่ชายหนุ่มก็ยิ่งขับเร็วและแรงมากเท่านั้น

                “ ฉันบอกให้คุณจอดรถ !!!

                เอี๊ยด !

                สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้ภาคินหักพวงมาลัยจอดรถเข้าข้างทาง นัยต์ตาคมกริบหันมามองใบหน้าหวานของหญิงสาวด้วยความโกรธจนตัวสั่น

                “ พูดว่าอะไรนะ ? “ เขาถามด้วยน้ำเสียงน่ากลัว “ ฉัน คุณ งั้นเหรอ“ คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ร่างสูงหัวเราะหึในลำคอมือหนากำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น

                “ ค่ะ ฉัน กับ คุณ “ ชนิดาเน้นทีละคำ

                “ เป็นอะไรดา ทำไมต้องทำท่าทางแบบนี้ใส่พี่ด้วยเรารู้สึกดีต่อกันไม่ใช่เหรอ ? เราก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียดกันนี่ แล้วทำไมดาทำแบบนี้ล่ะครับ “

                ชายหนุ่มทำอารมณ์ให้เย็นลงเพราะว่าเขาไม่อยากลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงว่าต้องการจะคุยกับหญิงสาว ชนิดาหันขวับมามองหน้ารุ่นพี่หนุ่มด้วยดวงตาที่แดงก่ำ น้ำตาแห่งความอ่อนแอกำลังจะไหลเทลงมาแต่เธอก็พยายามกลั้นมันเอาไว้

                “ ใช่ค่ะเราไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดกัน... “ ร่างบางเงียบเพื่อกลืนไอ้ก้อนแข็งๆ ที่จุกอยู่ตรงลำคอลงไป “ แต่เราก็ไม่ได้รักกัน... “ ประโยคถัดมาน้ำเสียงเบาลงจนเห็นได้ชัด ภาคินอึ้งไปทันทีที่ได้ยิน

                 “ เราไม่ได้เป็นอะไรกันถึงขนาดที่พี่คินต้องมาซื้อน้ำส้มคั้นให้ดาโดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นอะไรกันจนถึงขนาดที่พี่คินต้องมาทำท่าทางโกรธที่ดาไม่ยอมพูดด้วย ไม่ได้เป็นอะไรกันถึงขั้นที่พี่คินต้องลากดาออกมาจากมหาลัยแล้วตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย... “

                “ เราเป็นพี่น้องกัน เราสนิทกันนะ “ ชายหนุ่มพูด ชนิดายิ้มขันแล้วส่ายหน้าตอกย้ำคำพูดของรุ่นพี่หนุ่ม

                “ ดาเป็นลูกคนเดียวค่ะ แล้วเราก็ไม่ได้สนิทกัน ! “ ชนิดาเอ่ยเสียงเข้ม เธอต้องการจบทุกความรู้สึกเพราะไม่อยากเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว เธอเบื่อที่จะต้องมานั่งคิดเรื่องของเขาอยู่ในหัวนั่นนี่เต็มไปหมด

                “ จะบอกอะไรชนิดา “ ชายหนุ่มถามเสียงเข้ม เขาไม่ชอบคำพูดของเธอเลยสักนิด

                “ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป กรุณาอย่ามายุ่งกับดาอีก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งนั้นดาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับพี่คิน ขอให้เราต่างคนต่างอยู่ เจอหน้าก็ไม่ต้องมองเลยยิ่งดี !

                เหมือนถูกไม้หน้าสามฝาดเข้าที่กลางใบหน้าเข้าอย่างจัง ภาคินถึงกับกัดฟันกรอดเพราะความโกรธ เขาไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมหรืออะไรที่ทำให้รุ่นน้องที่เคยน่ารักเสมออย่างชนิดาเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ และเขาเองก็ไม่ได้อยากจะรับรู้อะไรแล้วด้วย ความรู้สึกที่ว่ามันจะเรียกว่าอะไรเขาไม่รู้ ? แต่ที่รู้คือตอนนี้ร่างกายกำลังเดือดพล่านจนแทบฆ่าใครสักคนได้ เพียงแค่ได้ยินว่าสาวน้อยกำลังบอกให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับตน

                “ ขนาดนั้นเลยเหรอ ? ทำไมดา หรือว่ารังเกียจพี่มากจนไม่อยากสุงสิงด้วย หะ !!! “ ร่างบางสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงอันดังกึกก้องหากก็ทำใจกล้าไม่กลัวอะไรให้เขาเห็น

                “ ค่ะ ดาไม่อยากให้ใครต่อใครมานั่งนินทาหาว่าดาแย่งแฟนเพื่อน ดาไม่ชอบ !

                “ แต่พี่กับภาเรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน “ ชายหนุ่มลดเสียงลง

                “ พี่คินพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ ไหนพี่คินบอกว่ารักยัยภามากพอยัยภาลองเปิดใจให้แล้วทำไมพี่คินต้องพูดเหมือนกับไม่อยากจะสนใจยัยภาอีกต่อไปด้วยคะ? “ ชนิดาถามพลางจ้องหน้าชายหนุ่มนิ่ง ภาคินเบือนหน้าหนีสายตาของสาวน้อยที่ส่งมาให้เขา เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป

                “ เอาเป็นว่าเราเข้าใจตรงกันแล้วนะคะ หลังจากนี้ไปก็ต่างคนต่างอยู่ “ ร่างบางพูดขึ้นมาเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากชายหนุ่ม ภาคินหันขวับมาจ้องใบหน้าหวานของชนิดา “ ปลดล็อคให้ดาด้วยค่ะ ดาจะลง “ คำพูดของเธอทำให้ชายหนุ่มหมดความอดทนทุกสิ่งอย่าง มือหน้าทั้งสองข้างกระชากร่างบางให้เข้ามาใกล้ตนด้วยความโกรธจัด

                “ ทำไมชนิดา เธอเป็นบ้าอะไร !!! “ เสียงดังลั่นถามขึ้น ร่างน้อยสั่นเทาคล้ายกับลูกนกที่กำลังหวาดกลัวต่อสิ่งโหดร้าย ดวงตากลมโตของเธอกำลังมีน้ำใสๆ เอ่อคลอ

                “ พี่คิน... ดาเจ็บนะคะ “ เธอพูดเสียงอ่อน หากแต่ในเวลานี้ไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าหยุดอารมณ์ร้อนลงเลยสักนิด ภาคินยังคงบีบต้นแขนของหญิงสาวเอาไว้แน่นและแรงมากกว่าเดิมจนมันเกิดรอยแดงเต็มไปหมด

                “ เจ็บก็ตอบมา ว่าทำไมต้องมางี่เง่าทำตัวไร้เหตุผลแบบนี้ด้วย เมื่อวานเรายังพูดดียังทำดีด้วยกันอยู่เลยแล้วทำไมวันนี้เธอเปลี่ยนไปชนิดา บอกมาสิว่าทำไม เป็นบ้าอะไรก็บอกมาสิ บอกมา !!!

                “ พี่คินนั่นแหละที่บ้า ! “ เมื่อความอดทนเดินทางมาจนถึงวินาทีสุดท้ายหญิงสาวก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป “ ตัวเองเป็นคนบอกว่าชอบยัยภา แล้วยังมาเที่ยวทำตัวดีหว่านเสน่ห์ให้กับเพื่อนรักของเขาอีก ดาไม่อยากรู้สึกอึดอัดไม่อยากรู้สึกอะไรทั้งนั้น ดาเลยเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่คินอีกต่อไป เข้าใจไหมคะ ?

เพียงเท่านั้นน้ำตาเจ้ากรรมก็รินไหลลงมาไม่ขาดสาย มือหนาคลายลงจากต้นแขนเรียวเล็กอย่างช้าๆ ชนิดาก้มหน้าร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กน้อยที่สูญเสียของเล่นไปก็ไม่ปาน

                “ ดาชอบพี่คิน ชอบมาตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นแต่พี่คินไม่ได้ชอบดา พี่คินให้ดาเป็นแม่สื่อช่วยให้พี่คินสมหวังกับยัยภา ดาก็ยินดีช่วยโดยไม่เคยหวังอะไรตอบแทนเลยสักนิดเดียวขอแค่ให้คนที่เรารักมีความสุขแค่นั้นก็พอแล้วสำหรับดา พี่คินไม่มีวันรู้หรอกว่าความรู้สึกของคนที่ต้องมานั่งอยู่ตรงกลางระหว่างความรักของคนที่เราชอบ แล้วเราก็รู้ตัวดีว่าเราเป็นส่วนเกินสำหรับเขามันเจ็บปวดมากแค่ไหน ฮือๆ “ หญิงสาวเงียบแล้วจึงระบายความรู้สึกทั้งหมดออกมาอีกครั้ง “ วันนี้ดาได้ยินคนที่คณะเขานั่งนินทาดา เขาหาว่าดาแย่งแฟนเพื่อนเพราะเมื่อวานเขาเห็นเราสองคนไปทานข้าวด้วยกันมา ดาไม่อยากให้ใครพูดแบบนี้อีกไงคะดาเลยเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่คินอีก ฮึกๆ “

                เหมือนความรู้สึกทั้งหมดมันได้ถูกระเบิดออกมาให้ได้พูดได้ระบายเพราะความอัดอั้นตันใจ ภาคินเมื่อได้ฟังความจริงทุกอย่างก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้สาวน้อยตรงหน้าต้องมาแบกรับทุกสิ่งอย่างของเขาเอาไว้เองเสียหมด นัยน์ตาคมเข้มเห็นรอยแดงช้ำบนแขนเรียวเล็กก็ยิ่งเจ็บใจตัวเอง เขาทำให้เธอเจ็บทั้งกายและใจ

                “ น้องดา... “ มือหนาค่อยๆ ประคองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาให้เงยขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด ยิ่งเห็นน้ำตาของเธอชัดๆ เขาก็รู้สึกเหมือนว่าหัวใจของตัวเองกำลังเจ็บปวด

                ทำไมเขาต้องรู้สึกแบบนี้กับชนิดาด้วย มันคือความรู้สึกอะไรกันแน่ ?

                “ พี่คินเลิกยุ่งกับดาเถอะนะคะ “ สาวน้อยอ้อนวอน ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น จะให้เขาเลิกยุ่งกับเธอได้ยังไงในเมื่อเวลาที่มีสาวน้อยคนนี้อยู่ใกล้ๆ หัวใจของเขาก็เหมือนถูกอาบไปด้วยพลังแห่งความสุข เขาอิ่มใจทุกครั้งที่ได้เห็นหรือว่าได้ยินเสียงของชนิดา

                “ ไหนน้องดาบอกว่าชอบพี่ แล้วทำไมต้องเรียกร้องให้พี่เลิกยุ่งเกี่ยวด้วย“ ชายหนุ่มถาม

                “ ดาชอบพี่คินก็จริง แต่พี่คินกำลังดูใจอยู่กับเพื่อนของดา ดาไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดและพูดถึงเราเสียๆ หายๆ “ พูดมาน้ำตาก็ไหลอยู่เรื่อยแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ภาคินลอบยิ้มออกมาน้อยๆ เธอเป็นผู้หญิงที่ขี้แยมากเลยสำหรับเขา

                ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ? แต่เขารู้สึกว่าหัวใจพองโตมากเมื่อได้รับรู้ว่าชนิดานั้นแอบชอบเขามาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น มันมีความสุขมากยิ่งกว่าตอนที่ได้โอกาสจากวรรณภาเสียอีก

                “ ไม่ร้องนะคะ “ เสียงนุ่มลึกเอ่ยปลอบคนตัวเล็ก ชนิดาส่ายหน้าพร้อมกับส่งเสียงสะอื้นไห้อยู่ตลอดเวลา เธอเกลียดช่วงเวลาแบบนี้ที่สุด เธอไม่ชอบเลยที่ชายหนุ่มล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอแบบนี้

                รู้ความจริงทุกอย่างแล้วแล้วทำไมไม่ปล่อยเธอไป !

                “ พอเถอะค่ะพี่คิน อย่าทำแบบนี้เลย ดาเหนื่อย ดาไม่อยากวิ่งหรือดิ้นรนหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บปวดอีกแล้ว เราต่างคนต่างอยู่กันเถอะนะคะ นะคะดาขอร้อง “ น้ำเสียงหวานใสสั่นเครือจนชายหนุ่มถึงกับใจหาย เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่มาร้องไห้ต่อหน้าต่อตาเขาขนาดนี้มาก่อน ชนิดาเป็นคนแรกที่เขารู้สึกว่าเขาทำให้เธอทรมานมากจริงๆ

                “ ตอนนี้พี่คินก็ได้ทุกอย่างที่พี่คินต้องการแล้ว พี่คินได้โอกาสดูใจกับยัยภา เพราะฉะนั้นดาจะถือว่าหน้าที่ของดาจบลงตั้งแต่วินาทีนี้แล้วนะคะ ดาขอให้พี่คินมีความสุขกับคนที่พี่คินระอื้อ

                คนตัวเล็กยังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดจนจบประโยค ชายหนุ่มเลือดร้อนก็ดึงร่างบางเข้ามาจุมพิตอย่างรวดเร็วและดุดันมากจนทำให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บแสบไปหมด ฝ่ามือน้อยๆ รัวกำปั้นทุบลงบนอกกว้างของรุ่นพี่เต็มแรงเท่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงจะมี แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ร่างหนาสะทกสะท้านแม้แต่น้อยเลยสักนิด สำหรับภาคินแรงของสาวเจ้าไม่ต่างอะไรกับแรงมดตัวน้อย

                เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ชนิดารู้แต่เพียงว่าจากจุมพิตที่เร่าร้อนและดุดันนั้นก็กลับกลายเป็นอ่อนหวาน เรียกร้อง และโหยหาทุกความรู้สึก ด้วยความที่อ่อนประสบการณ์บวกกับความตกใจยิ่งทำให้หญิงสาวพ่ายแพ้ต่อเปลวไฟเสน่หาที่ชายหนุ่มเป็นคนจุดมันขึ้นมาเองกับมือ !

                ภาคินค่อยๆ ละริมฝีปากออกจากคนตัวเล็กด้วยความเสียดาย สายตาได้ประจักษ์ต่อริมฝีปากที่บวมเจ่อของคนตรงหน้าที่เขาเป็นต้นเหตุ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นและพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ นัยน์ตาสั่นระริกมีน้ำใสเอ่อคลอที่แสดงถึงความเจ็บปวดที่มีอยู่ภายในใจ ยิ่งได้เห็นน้ำตาของชนิดาหัวใจของภาคินก็ยิ่งเจ็บปวดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

                “ พี่คินใจร้าย!“ ชนิดาต่อว่าคนตัวโต ฝ่ามือน้อยเช็ดริมฝีปากแรงๆ เหมือนต้องการจะให้สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน ไม่ใช่ความจริง ภาคินเห็นเช่นนั้นเขาก็ยิ่งโกรธตัวเอง โกรธที่ทำให้หญิงสาวมองเขาในทางที่ไม่ดี ร่างหนายื่นมือไปสัมผัสแก้มใสของเธอ แต่คนที่กำลังเสียใจอยู่จึงสะบัดมือเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี!

                “ น้องดา พี่คินขอ

                “ เก็บคำขอโทษของพี่คินเอาไว้เถอะค่ะ ดาไม่ต้องการได้ยินมัน หรือถ้าพี่คินอยากจะไถ่โทษจริงๆ ก็กรุณาช่วยปลดล็อคให้ดาได้ลงไปเสียที ! “ ชนิดาเสียงแข็ง ภาคินจากที่ตอนแรกต้องการจะขอโทษสาวน้อยดีๆ พอเจอกับน้ำเสียงและท่าทางแบบนี้เข้าไป ก็ทำให้คนที่รักศักดิ์ศรีเสียยิ่งชีพพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับหัวใจออกมา

                “ ฉันเองก็ไม่ได้สำนึกผิดอะไรนักหรอกนะ เธออยากจะลงไปไหนก็เชิญ !!!




สวัสดีค่ะ ^^ มาอีก 1 ตอนแล้วนะคะ สำหรับเรื่อง “เพียงใจรัก” เรื่องนี้เพื่อนแพงมีขายเป็น E BOOK นะคะ ราคาไม่แพงค่ะ 259 บาท >< ถ้าใครชอบและอยากอ่านต่อจนจบเรื่องเลย ก็สามารถไปอุดหนุนเพื่อนแพงกันได้นะคะ เดี๋ยวเพื่อนแพงจะทิ้งลิ้งค์ E BOOK เอาไว้ให้ทุกคนนะคะ ^^ ส่วนที่นำมาลงในเว็บนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างจำนวนหนึ่งนะคะ เพื่อนแพงเอามาลงเผื่อว่าใครไม่อยากโหลดตัวอย่างอ่านจากในเว็บ MEB ก็สามารถอ่านจากตรงนี้ก่อนได้เนอะ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจและถ้าจะอุดหนุนกันก็ยินดีและขอบคุณมากๆ เลยนะคะ สุดท้ายนี้ก็ฝากทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาช่วยไปกดไลค์เพจให้เก๋าด้วยน้า ขอบคุณค่ะ ^^ ปล.เรื่องนี้อัพวันเว้นวันนะคะ จนกว่าจะครบโควตาสำหรับตัวอย่างทดลองอ่าน ^^ 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

121 ความคิดเห็น

  1. #111 JIJIPHOD (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 01:17
    ทำร้ายกันอยู่ได้นะ คุณคิม
    #111
    0
  2. #95 พิชารัตน์ ปฐมรักษ์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 19:28
    มาอัพต่อเรวๆๆๆนะค่ะ จะรอติดตามนะค่ะ ^_^
    #95
    0