คัดลอกลิงก์เเล้ว

Inner Demon

โดย lucaman

ร่างกายฉัน...เปลี่ยนไป...เป็นอสูรร้าย...เพราะมัน...สติฉันกำลังจะ...ขอโท...ทุกคน...

ยอดวิวรวม

128

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


128

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  24 มิ.ย. 58 / 12:54 น.
นิยาย Inner Demon Inner Demon | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
บัดนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ถึงเวลาแก้แค้นด้วยไอเดียสูตรลับที่สามารถกองทัพปีศาจได้ เขาได้ค้นพบชายที่เหมาะแก่การทดลองโดยสมบูรณ์หลังจากเหยื่อของเขาประสบความล้มเหลวมาโดยตลอด นี่เรื่องราวของชายผู้เคราะห์ร้ายถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอสูรร้าย

ลองแต่งเรื่องสั้นๆเล่นๆดูฝากคอมเม้นกันด้วยนะครับ
ชุดหูกระต่ายให้นึกถึงชุดแบบ Appleseed ดูนะครับ


เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 มิ.ย. 58 / 12:54


ณ ห้องวิจัยลับแห่งหนึ่ง ปี 205X

     ร่างกายแผดเผาไปทั่วทั้งร่างแทบจะมีไอระเหยออกตามรูขุมขนได้ ผิวหนังค่อยๆลอกออกทีละส่วนอย่างช้าๆแทนที่ด้วยเกร็ด สติสัมปชัญญะกำลังหลุดลอย เสียงหัวเราะของชายผู้สวมเสื้อโค้ดแลปขาวดังก้องไปในหัว ทรมานไปทั่วร่าง ทั้งกล้ามเนื้อต่างเริ่มขยับขยาย ทั้งอุ้งมือและอุ้งเท้าค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นอสูรร้ายขมเล็บที่แหลมคม ฉันตะโกนส่งเสียงร้องสุดเสียงไม่ใช่เสียงตัวเองที่เคยจำได้ คนที่อยู่เบื้องบนไม่มีทางได้ยินมีเพียงผู้บงการที่อยู่นอกห้องกระจกเท่านั้นได้ยิน แรงมหาศาลที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ดิ้นหลุดจากเชือกที่มัดพันตัวไว้แน่นจนไม่สามารถขยับไปไหน ล้มลงไปดิ้นรนบนพื้นเย็นเฉียบอย่างทะลุทะเล สัมผัสได้ถึงร่างที่ขยายใหญ่ขึ้นไม่อาจยืนอยู่ด้วยสองเท้าได้อีก ปากที่รู้สึกยื่นออกมาเผยขมเขี้ยวที่งอกเงย มีเขาขาวเรียวโค้งงอกยาวออกซึ่งสีขัดกับเกร็ดทั่วร่างที่เป็นสีดำ สัมผัสได้ถึงหางที่โผล่ขึ้นปลายหางมีขนสีดำอยู่ประปราย ช่วงสันหลังมีขนหนาเตาะเหลืองอ่อนปกคลุม ร่างกายที่สูงกว่ามนุษย์ทั่วไปเกือบสามเท่าลำตัวยาวเกือบหนึ่งในสี่ของห้องทดลองนี้ ดวงตาฟ้าอ่อนบัดนี้ได้กลายเป็นสีเหลืองไร้แววตาความอ่อนโยนที่ครั้งหนึ่งเป็นมนุษย์ ฉันจดจำร่างใหม่ได้ลางๆ ก่อนรวบตัวจะปกคลุมด้วยความมืดมิดมองเห็นภาพผ่านดวงตาคู่ใหม่เป็นเพียงกระจกส่องเล็กๆได้แต่นั่งขดขู้ดหันกลับไปมองแต่ความมืดมิดไม่อยากรับรู้สึกอื่นใดใจที่ขาวบริสุทธิ์แตกสลายไม่สามารถควบคุมร่างได้อีกต่อไป

     ร่างกายอสูรร้ายจดจำเจ้านายและพรรคพวกใหม่ของตนได้ทันทีที่ชายหยิบอุปกรณ์ที่เหมือนหมวกกันน็อคโปร่งใสที่สามารถควบคุมสั่งการมันและยังกันคลื่นเสียงร้ายของมันได้อีก คำอธิฐานที่เป็นจริง ผลการทดลองที่คว้าล้มเหลวมาโดยตลอด แต่กับสำเร็จได้เพียงเพราะมนุษย์ผู้โง่เขลาที่แอบลักลอบตรวจสอบในคฤหาสน์ทิ้งล้างด้วยตัวคนเดียวไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นวัตถุดิบชั้นหนึ่งได้ การทดลองได้สำเร็จลุล่วงพวกเขาสามารถสั่งสัตว์อสรูร้ายตัวใหม่ทำตามที่พวกเขาสั่งพวกเขาส่งหนูทดลองลงไปมนุษย์รวมถึงเผ่าอื่นด้วยทดสอบกับคลื่นเสียงร้ายท่าพิเศษมัน ถึงเวลาแล้วรายงานผลต่อหัวหน้าแล้ว

     เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วเชียว ใจฉันยังจ้องมองอยู่ในความมืดไม่กล้าหันไปมองโลกภายนอกผ่านกระจกขุ่นขมัว แต่กระนั้นก็ยังสัมผัสถึงร่างกายอสูรที่เคลื่อนไหวตามคำสั่ง ความทรงจำครั้นที่เป็นมนุษย์ค่อยๆถูกลืมสูญสลายไปอย่างช้าๆไม่อาจปะติดปะต่อได้ เราเกิดมาทำไม หน้าที่ของเรา จะมีใครเป็นห่วงเราไหมนะ แม้แต่ชื่อแม้แต่ตัวตน คนรอบข้างก็ไม่อาจนึกไม่ได้ ยิ่งพยายามนึกใจมันก็ยิ่งปวดร้าวเกินกว่าจะทนจนต้องหยุด ร่างอสูรที่กำลังพักหลับตาไม่เคลื่อนไหว หูเรียวยาวของมันสั่นไหวเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเคลื่อนไหวได้ยินคำสั่งถึงเวลาปฏิบัติการ เข็มฉีดยาฉีดลงเข้าเส้นเลือดใหญ่มัน ร่างอสูรน้อมรับก่อนหลับไหลไปเป็นเวลายาวนาน ใจฉันรู้สึกหวั่นไหวถึงแผนการร้ายเมื่อนึกย้อนกับเสียงแผดร้องของผู้เคราะห์ร้ายที่เจอคลื่นเสียงของร่างใหม่เราไป บัดดนี้ใจฉันหันกลับไปมองกระจกที่ขุ่นมัวเห็นแต่ความมืดมิดเมื่อร่างอสูรปิดตา ใจฉันก็ไม่อาจมองผ่านสายตาจนได้ แม้จะกระวนกระวายยังไงก็ไม่อาจทำอะไรได้อยู่ดี สัมผัสร่างกายทีถูกแบก บรรจุเข้าไปพื้นผิวเหมือนตู้คอนเทนเนอร์ ยินเสียงใบพัดสั่นไหว แม้จะรับรู้ถึงสภาพรอบข้างแต่ก็รู้แก่ใจว่าใจฉันกับร่างกายไม่มีวันประสานกันเป็นหนึ่งอีกต่อไป ได้เพียงแต่ฝ่ายเฝ้ามองเป็นอย่างเดียว

ณ กลางกรุงเมืองหลวงทวีปแห่งหนึ่ง

     บนดาดฟ้าโล่งกลางเมืองหลวงแห่งหนึ่ง เป็นจุดรวมศูนย์กลางค้าบริการมากมาย ผู้คนต่างสายพันธุ์ยังใช้บริการจับจ่ายใช้สอยยิ่งในช่วงวันหยุดแล้วก็แน่นเอี๊ยด ใจฉันไม่ได้มองเห็นทิวทัศน์ท้องฟ้าในยามเย็นสลัวๆผ่านกระจกขุ่นมัวตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ใจฉันคิดอย่างสงบไม่อาจฝืนการกระทำได้ ร่างอสูรที่ฟื้นสติได้มองไปรอบๆเห็นพรรคพวกแต่งตัวมิดชิดสวมหมวกกันน็อตแบบเดียวกับเจ้านายตนแต่เป็นสีดำแทนที่จะโปร่งใส และหันไปรอบๆเห็นเจ้านายกำลังติดตั้งเครื่องจักรเสาอะไรสักอย่างดูเหมือนจะใกล้เสร็จแล้วด้วย เมื่อรู้ตัวอีกทีก็พบเท้าทั้งสี่ถูกพันธนาการด้วยแท่งเหล็กรัดไว้อยู่ แม้จะรำคาญแค่ไหนแต่คงเป็นเพราะของที่เจ้านายมันมอบให้ เจ้านายเหมือนกำลังคุยกับผู้อยู่เหนือหัวกว่า ผู้บงการผู้อยู่เบื้องหลังสินะใจฉันที่แอบอยู่คิด

     ชายผู้รับผิดชอบต่อโครงการยังคงใส่เสื้อแลปโค้ดตัวเก่งอยู่หันไปทางอสูรร้ายผลงานชิ้นโบว์แดงแล้วเดินเข้าหาพร้อมสัมผัสลูบคอมันเบาๆพร้อมกระซิบหูมันด้วยรหัสสั่งการให้ใช้คลื่นเสียงพิเศษ เปลี่ยนใครก็ตามที่ได้ยินเสียงกลายสภาพเป็นแบบมันแม้ตัวจะไม่ใหญ่ตามแม้จะมีขนาดเท่ากับร่างต้นหรือเขาที่แสดงถึงความเป็นอัลฟ่าจ่าฝูงก็ตาม แต่ได้ลูกสมุนที่เชื่อฟังมาเพิ่มก็ดีไม่น้อย เขาสั่งให้ทีมงานดำเนินเครื่องผนึกพลังเวทย์ที่กินระยะไกลถึง 30 กิโลเมตร ส่วนเครื่องที่พันขาอสูรไว้ทำให้มันสามารถใช้เวทย์ของมันได้ รวมถึงพรรคพวกเราทุกคนก็ติดด้วย เสียงแผดร้องดังก้องไปทั่วทุกสารทิศรอบตึกใครที่ไม่อาจทนการวิวัฒนการนี้ก็ต้องตายไป ความพังพินาศมาเยือนผู้โง่เขลาผู้ปฏิเสธความอัจฉริยภาพในตัวข้ามีเพียงบอสเท่านั้นที่เข้าใจ เขาได้กลับไปในตัวตึกตามบอสเขาไปเพื่อเฝ้าดูบอสที่ถ่ายทอดแถลงการณ์ก่อการร้าย แม้จะรู้ถึงจุดอ่อนของคลื่นดีว่าจะใช้ได้ใหม่ต้องรออีกห้าวัน

     ใจฉันกรีดร้องอยู่ท่ามกลางห้องมืดในจิตใจร่างอสูรเมื่อได้ยินเสียงทุนรนทุลายเสียงแบบเดียวที่ฉันเคยส่ง ความโศกเศร้าความรู้สึกผิดเข้ามาอย่างท่วมท้นแบบรับไว้ในใจไม่อาจมีวันลบลืมเลือนหายเหมือนความทรงจำมนุษย์ เสียงอสูรร้ายยังคงดังก้องกังวาลระยะไกลถึง 10 กิโลเมตร ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธ์ไหนต่างก็ล้มลงไปเตรียมรับชะตากรรมสูญเสียสติเช่นตนน้อมรับคำบัญชาจากร่างอสูรร้ายตัวฉันเพียงผู้เดียว ใจฉันไม่อาจทักท้วงหรือห้ามอะไรใจได้เลย ได้แต่ส่งเสียงบอก หยุดเสียที หยุดเสียที ใครก็ได้หยุดเสียที ใครก็ได้หยุดเสียที พร้อมกับนึกถึงใบหน้าอันเลือนลางพวกพ้องที่เคยร่วมสู้ ร่วมฝึกกันมา ได้โปรดใครก็ได้ช่วยปลิดชีวิตฉัน เสียงโศกเศร้าและเจ็บปวดดังก้องไปทั่วห้องแต่ก็ไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวคนเดียว ก่อนที่จะสลบหลับใหลอยู่คนเดียวก็ได้ยินเสียงบอสของชายผู้เปลี่ยนตนเข้าแทรกคลื่นออกอากาศของประเทศนี้แถลงการณ์ก่อการการร้ายและยื่นข้อเสนอ จะมีใครจำฉันได้บ้างนะ ฉันผู้มีนามว่า...ชื่อฉัน...จำไม่ได้แล้ว...สักวันใจฉันก็คงสูญสลายเหมือนกับความทรงจำเหลือเพียงร่างอสูรอันเป็นเพียงเปลือกนอกที่ว่างเปล่า ใจฉันหลับใหลลงทิ้งภาพเมืองที่แสนวุ่นวายและความกลหลไว้เบื้องหลัง

สี่วันให้หลัง หลังการก่อการร้าย
    
     ใจฉันจ้องมองภาพที่อยู่เบื้องหน้ากระจกขุ่นมัวด้วยใจที่ว่างเปล่าเพราะไม่รู้จะนึกคิดอะไรดี ใจฉันเริ่มมัวหมองลงไปกว่าเก่า สัมผัสร่างอสูรที่พึ่งเสร็จออกตระเวน สั่งการลูกสมุนตนนับล้านและทำตามที่เจ้านายเป็นคนสั่ง อสูรร้ายสัมผัสถึงความหงุดหงิดของเจ้านายตนได้จึงพยายามใช้คอคลอดเคลียเจ้านายเบา เจ้านายใช้มือแตะลูบเบาๆเป็นการตอบกลับ ก่อนจะหายไปในตัวตึกทิ้งอสูรร้ายสีหน้าที่แสดงความกังวลไว้เบื้องหลัง

     นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องและบอสต่างมีสีหน้าไม่พอใจกับท่าทีกับการไม่ยอมจำนนของรัฐบาลและเริ่มวางแผนก่อนการร้ายจุดต่อครั้งนี้จะเป็นที่ทำเนียบรัฐสภากันเลย พวกกลุ่มนักการเมืองงี่เง่าคงหวังพึ่งกองกำลังพิเศษตนอยู่สิแต่ไม่มีหวังสู้กองทัพอสูรพวกข้าได้หรอก วันพรุ่งนี้เป็นกำหนดการดำเนินแผนการว่าที่คลื่นเสียงพิเศษของสัตว์อสูรร้ายใช้ได้อีกรอบ


ที่ศูนย์ปฏิบัติการลับแห่งหนึ่ง

     สีหน้าทีมงานไม่สู้ดีนัก จอมอนิเตอร์เบื้องหน้าที่แสดงเหตุการณ์กลางกรุงที่เต็มไปด้วยอสูรร้ายและเครื่องผนึกเวทย์ หัวหน้าแผนกยิ่งเครียดหนักไปกว่าเก่าเพราะเส้นตายคือวันพรุ่งนี้แล้วไม่รู้ว่ามันจะมาไม้ไหนต่อแล้วการอพยพผู้คนก็ไม่ได้ราบลื่นอย่างที่คิดไว้ จะต้องปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบแม้ชุดหูกระต่ายเสริมพละกำลังที่สั่งผลิตทำเพิ่มผลิตเสร็จแค่ไม่กี่ชุดเอง แถมลูกทีมคนนึงก็หายหัวไปเลยติดต่อกลับหรือตามตัวก็ไม่ได้ ลูกทีมคนอื่นก็ออกไปสืบหาวิธียับยั้งอีก เหลือเพียงชายผู้ฝีมือเก่งกาจนักรบจากต่างแดนให้พึ่งอยู่ก็เถอะ แต่เขาขอวางมือเป็นครูฝึกให้คนรุ่นใหม่ก็ตามทีก็เถอะ

ช่วงเที่ยงคืน และแล้วก็เข้าสู้วันใหม่

     บอสเตรียมแผนสั่งคนให้ไปแอบสร้างเครื่องผนึกพลังเวทย์ในเป้าหมายล่วงหน้าไว้แล้ว ที่เหลือก็แค่รอเวลาให้อสูรของพวกเราฟื้นทักษะคลื่นเสียงใหม่อีกครั้ง บอสเมื่อวางแผนเสร็จก็ทำการงีบหลับในห้องเพื่อเก็บแรงไว้พรุ่งนี้ต่อ นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องคนนี้ขึ้นบนดาดฟ้าเพื่อตรวจดูสภาพผลงานอสูรร้ายอีกครั้ง ก่อนจะกลับเข้าไปพักผ่อนฝนตึก

     เวลาผ่านไปใจฉันที่หลับใหลอยู่ในจิตใจไปพร้อมๆกับอสูรร้ายส่งเสียงกรนเบาๆ หูที่เรียวยาวของสัตว์อสูรได้ยินเสียงแปลกปลอมเสียงไอ่พ่นของเครื่องโดยสารส่งคนแม้จะเบาแค่ไหนก็ตาม ปลุกให้อสูรลืมตาขึ้นแล้วส่งเสียงร้องเตือนเหล่าสมุนเตรียมรับสู้ ก่อนที่พระอาทิตย์ยามเช้าตรู่จะแผ่รับ ผู้ก่อการร้ายในตึกตื่นขึ้นและเตรียมรับมือ

     ใจฉันกรีดร้องอีกครั้งเมื่อเห็นลูกสมุนตนเองได้รับบาดเจ็บถึงตายจากการบุกรุกของกลุ่มกองกำลังปริศนา ในใจข้ารู้ดีแม้ภายนอกจะเป็นอสูรยังไงแต่ก็ยังมีจิตใจคนเหมือนกับฉันอยู่ ร่างอสูรแผดร้องดวงตาสีเหลืองมันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานคลุ้มคลั่ง พุ่งตระโจนเข้าใส่กลุ่มที่ใส่ชุดประหลาดๆและมีหูกระต่ายยื่นออกที่ขยับไปตามอารมณ์ของผู้ชวมใส่ บัดนี้ร่างอสูรจับจ้องมองชายชุดหูกระต่ายส่งเสียงท้าดวลในมือถือกระบองเหล็กยาวที่แฝงไปด้วยลูกเล่น 'เข้ามาสิ' ใจข้าพยายามตะโกนส่งเสียงไปให้ถึงเขาพยายามบอกให้หนีไปแต่เสียงก็ส่งไปไม่ถึงทว่าอสูรได้ส่งเสียงคำรามจังหวะเดียวกับที่ข้าคิด ชายคนนี้ต่างหลบหลีกด้วยความว่องไวแม้จะไม่สามารถใช้เวทย์เสริมแต่ทักษะประสบการณ์เหมือนผ่านศึกสงครามมากมาย ชายคนนี้ยังคงยั่วโทสะอสูรร้ายต่อไป

     กลุ่มก่อการร้ายต้องเผชิญกับกองกำลังชุดหูกระต่ายแม้จำนวนที่มากกว่าแต่ประสบการณ์ที่ผ่านวิกฤติมานับต่อครั้งแล้วทำให้ฝ่ายหูกระต่ายมีชัย บัดนี้มีชายหนุ่มได้ออกวิ่งไล่ตามกับตัวการหลักสองคนที่กำลังหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

     ขณะที่ร่างอสูรทุ่มสมาธิเจาะจ้องไปยังชายผู้เบื้องหน้า อยากฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ ก็มีใครสักคนเอาเข็มแหลมจิ้มแทงเข้าไปในหลอดเลือดใหญ่เชื่อมไปยังประสาท ด้วยความรู้สึกเหมือนโดนขัดขวาง รำคาญจึงหันกลับไปเหวี่ยงกรงเล็บแหลมคมทะลุร่างของคนที่เข้ามาขวางทางทันที ร่างผู้กล้าได้ร่วงตกลงพื้นสิ้นลมหายใจทันทีหมวกหูกระต่ายได้แตกเพราะแรงกระแทก หลุดออกจากหัวของเธอ หัวของเธอ หัวของเธอ หัวของเธอ หัวของเธอ หัวของเธอ หัวของเธอ หัวของเธอ หัวของเธอ เลือดแดงฉานออกจากหัวของเธอ ร่างที่ไส้ทะลักไร้ลมหายใจ ใจฉันกรีดร้องคราวนี้ร่างอสูรส่งกรีดร้องคำรามไปด้วยร่างที่สั่นไหวและกำลังหมดเรี่ยวแรงตามไปด้วย ใจฉันความทรงจำที่ผลุขึ้นมา ความทรงจำที่สมควรเลือนหายไป ความทรงจำเมื่อเห็นใบหน้าเธอที่นอนจมในกองเลือดด้วยอุ้มมือฉัน ใจข้าส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนพร้อมๆกับอสูรส่งเสียงคำรามอันแสนเจ็บปวดที่สะสมอยู่ในฉันไม่อาจขยับไปไหนได้อีก ใจฉันเริ่มประสานกับร่างอสูรอีกครั้งดวงตาอันแดงฉานค่อยๆเปลี่ยนกลับเป็นสีเหลืองอ่อน อาการคลุ้มคลั่งเริ่มหายไป เมื่อตาอสูรกระพริบตาอีกครั้งเผยให้เห็นดวงตาฟ้าอ่อนที่แสดงความอ่อนโยนอีกครั้ง ชายผู้ที่ท้าดวลถึงกับตกใจเมือ่เห็นแววตาที่คุ้นเคยตัวจริงของสัตว์อสูร บัดนี้ห้องมืดในจิตใจแตกสลายมอดไหม้ไปพร้อมกับตัวตนของเธอ ไม่จำเป็นต้องใช้กระจกขุ่นมัวมองอีกต่อไป มีเพียงสายตาของสัตว์ร้ายเท่านั้นที่จับจ้องร่างเธอ เธอ ผู้ที่ฉันไม่อาจบ่งความรู้สึกในใจได้อีก ใจฉันที่เป็นทุกข์น้ำตาอสูรที่ไหลลินตาม ร่างอสูรแนบนิ่งลงไปกับพื้นดาดฟ้าต้อนรับรุ่งอรุณวันใหม่ รุ่นอรุณที่แสนโศกเศร้า คำอธิฐานของเธอเหมือนจะสมหวัง ชายคนนั้นคิด เมื่อมองรอบๆไปยังเหล่าลูกสมุนอสูรร้ายร่างทั้งหมดต่างหยุดการเคลื่อนไหวแน่นิ่ง แม้จะมีลมหายใจหรือแรงอยู่ก็ตาม เมื่อใจอัลฟ่าจ่าฝูงไม่สามารถสั่งการต่อใจพวกสมุนก็ไม่มีเรียวแรงที่จะสู้ต่อ ยังพอมีทางรักษาคนพวกนี้อยู่ ชายในชุดหูกระต่างจ้องมองไปร่างอสูรยักษ์ใหญ่ก่อนมองไปยังเธอลูกทีมที่ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงด้วยสายตาไว้อาลัย ก่อนจะทำการรายงานกลับไปถึงศูนย์บัญขาการ ในจังหวะที่ชายชุดกระต่ายขึ้นมาเพื่อรายงานการจับกุมตัวการสองคนได้เรียบร้อย ทว่าก่อนจะได้ทันรายงานก็ได้เห็นร่างของน้องสาวนอนสิ้นชีวิตอยู่ เขารีบวิ่งไปกอดร่างของเธอแล้วเรียกชื่อของเธออย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ เขาหันกลับมาจ้องมองในสายตาอสูรเห็นน้ำตาของฉันเห็นน้ำตาที่โศกเศร้าสายตาที่ดูคุ้นเคยอันแปลกประหลาด เขาโทษฉัน โทษฉันเพียงคนเดียว ฉันได้แต่จ้องมองไม่อาจขยับส่งเสียงอะไรได้ ภาพเบื้องหน้าเริ่มสั่นมัวและจมสู่ความมืดไปร่างกายอสูรร้ายบัดนี้ได้หลับลงอย่างสงบอีกครั้ง สัมผัสแสงอาทิตย์อันอบอุ่นอาบร่างของฉัน


ที่ศูนย์ปฏิบัติการลับแห่งหนึ่ง

  
ผ่านไปเดือนนึงนับจากเกิดการก่อการร้ายในจอทีวีห้องกุมขังที่สร้างเป็นพิเศษ นักข่าวสาวได้รายงานข่าวและไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต และยินดีกับผู้รอดชีวิตและผู้ที่สามารถกลับร่างเดิมได้  ด้วยผลของเลือดอสูรร้ายสามารถแก้ไขการแปลงสภาพกลับไปเป็นร่างเดิมได้แต่ต้องใช้เวลาในการผลิตต่อรอบนาน ทว่าเลือดตัวมันเองก็ไม่อาจช่วยอสูรร้ายตัวมันเองได้ มันเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวด ผู้บงการสองคนและพรรคพวกต่างถูกกุมขังไว้รอวันที่รับพิพากษาชาวเมืองต่างเกลียดชังพวกเขาพร้อมประนามอย่างหนักรวมถึงตัวฉันร่างอสูร บัดนี้ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะมีชีวิตอยู่กับถูกพยุงด้วยเครื่องช่วยชีวิตที่จัดทำเป็นพิเศษและร่างที่นอนราบกับฟู่เตียงใหญ่หน้าหันไปทางกระจกใสถูกพัฒนาการไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนเผื่อกรณีเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ร่างกายอสูรฉันยังคงบริจาคเลือดเพื่อผลิตยาเซรุ่มช่วยเหลือคนนับล้านที่ถูกเปลี่ยนไปเพราะคลื่นเสียง ท่าคลื่นเสียงที่ไม่มีวันใช้งานได้อีกเพราะการต่อสู้บนดาดฟ้าที่นักรบโจมตีใส่จุดกำเนิดคลื่นเสียงอย่างต่อเนื่อง ตัวฉันได้แต่รำลึกถึงวันเก่าๆที่มีกับเธอ วันที่ได้อยู่เขียงข้าง วันที่แอบหลงรักเธอ ตราบาปที่ต้องเก็บไปช่วงชีวิตนี้ แม้ตอนนี้ยังยินเสียงกระซิบคำอธิฐานของเธอตามหลอกหลอนอยู่เลย ความโศกเศร้าที่ไม่มีวันลืมเลือน โลกเพดานขาวมองผ่านสายตาสัตว์อสูรร้ายตนนี้ วันนี้พี่ชายเธอมาแวะเยี่ยมฉันไม่ได้พูดอะไรมากนักก็ได้แต่จ้องมองด้วยสายตาอาฆาตและโศกเศร้าก็ไม่ผิดหรอก ในที่สุดเขาก็ขยับปาก เอ่ยชื่อๆหนึ่ง ชื่อของฉันเพื่อบอกบางอย่าง...ชื่อที่ลืมเลือนไปนานมาก

Fin

ผลงานอื่นๆ ของ lucaman

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น