FACE OFF PHARAOH /เผยโฉมหน้าฟาโรห์

ตอนที่ 8 : ตามหาร่องรอยของฟาโรห์ในราชวงศ์ที่ 1 แถมเรื่องอาหาร + การแพทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 มี.ค. 53


ยุคก่อนราชวงศ์ (Dynasty 0) ราว 3100 ปีก่อนคริสตกาล

• ปลายยุคก่อนราชวงศ์ (3100 ปี ก่อนค.ศ.) เป็นยุคที่ยังไม่ได้ตั้งเป็นอาณาจักร
• เมื่อราวเจ็ดพันปีก่อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้ซาฮาราค่อยๆแห้งแล้ง และกลายเป็นทะเลทราย เหลือแต่เพียงพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำไนล์ที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่ และเนื่องจากทุกปีแม่น้ำไนล์จะพัดเอาตะกอนหน้าดินมาถมฝั่ง ทำให้พื้นดินแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ผู้คนเริ่มอพยพเข้ามาจับจองพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำและเริ่มมีการเพาะปลูกขึ้น แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ เรียกว่าโนมส์ 

• ในแต่ละโนมส์จะปกครองโดยกลุ่มนักบวชหรือหมอผี ต่อมามีการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ การจัดระบบชลประทาน ชุมชนก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาเป็นนครรัฐขนาดเล็กๆกระจัดกระจายตามริมฝั่งแม่น้ำดินแดนของแม่น้ำไนล์

• ดินแดนของแม่น้ำไนล์ถูกแบ่งตามสภาพภูมิศาสตร์เป็นอียิปต์บนและอียิปต์ล่าง เนื่องจากแม่น้ำไนล์ไหลจากทางใต้ขึ้นสู่ทางเหนือ ดังนั้นอียิปต์บนจะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำไนล์ พื้นที่ส่วนนี้มีทุ่งหญ้าและเขตป่าละเมาะที่เหมาะแก่การล่าสัตว์และทำปศุสัตว์ ส่วนอียิปต์ล่างจะตั้งบริเวณทิศเหนือซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำไหลลงทะเลและมีพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ที่สมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก การค้าขายและศูนย์กลางที่สำคัญชื่อว่า บูโท
ส่วนทางอียิปต์บนพลเมืองจะอาศัยอยู่หนาแน่นบริเวณเมืองนากาดาและเฮียราคอนโพลิส ในราวสี่พันปีก่อนคริสตกาลชาวอียิปต์เริ่มพัฒนารูปแบบอักษรจากรูปภาพ และกลายเป็นอักษรเฮียโรกลิฟฟิคในเวลาต่อมา




กำเนิดแห่งอาณาจักร ในราว 3200 ปีก่อนคริสตกาล ราชาแมงป่อง (Scorpion king) ผู้ครองนครธีส (This) อันตั้งอยู่บริเวณตอนกลางแห่งลุ่มน้ำไนล์ได้กรีฑาทัพ เข้ายึดครองนครรัฐต่างๆในอียิปต์บนและตั้งตนเป็นฟาโรห์แห่งอาณาจักรบน ราชาแมงป่องปรารถนาจะรวมอียิปต์เข้าด้วยกันแต่พระองค์สิ้นพระชนม์เสียก่อน โอรสของพระองค์(ข้อนี้นักประวัติศาสตร์ยังไม่แน่ใจนักแต่จากหลักฐานที่มีแสดงว่าทั้งสองพระองค์น่าจะเกี่ยวดองกัน)นามว่า นาเมอร์(Namer)ได้สานต่อนโยบายและกรีฑาทัพเข้าโจมตีอียิปต์ล่าง จนกระทั่งมาถึงสมัยของ ฟาโรห์เมเนส(Menese)พระองค์สามารถผนวกทั้งสองอาณาจักรเข้าด้วยกันได้สำเร็จและ สถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นฟาโรห์พระองค์แรกของอียิปต์โดยตั้งเมืองหลวงที่ เมมฟิส (Memphis) ซึ่งอยู่ตอนกลางของลุ่มน้ำไนล์ ฟาโรห์เมเนสเป็นฟาโรห์องค์แรกแห่งราชวงศ์ที่หนึ่งของอียิปต์โบราณ 
 

ในช่วงปลายยุคก่อนราชวงศ์ มีการแยกการปกครองออกเป็น 2 อาณาจักร คือ อียิปต์เหนือ และอียิปต์ใต้ ===อียิปต์เหนือ===

อียิปต์เหนือ หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม "Red Land" ประกอบด้วยอาณาเขตทางตอนล่างของแม่น้ำไนล์ รวมไปถึงทะเลทรายรอบข้าง โดยมีผู้ปกครองดังนี้


                    ราชาแมงป่อง (Scorpion king)

อิยิปต์ใต้ หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม "Black Land" ประกอบด้วยอาณาเขตทางตอนเหนือของแม่น้ำไนล์ รวมไปถึงพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ มีผู้ปกครองดังนี้


อ้างอิงจาก

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี อียิปต์โบราณ




                                                    จานสีของฟาโรห์นาเมอร์

Please note that all images use for references only/ Do not use for commercial benefits/purposes.


อ่านประวัติของพระองค์ได้ที่บอร์ดนี้http://zensuz.exteen.com/20090617/entry

The First King/Pharaoh


Pharaoh  Menes

There is contradictory information regarding the first king of Egypt. Some authorities believe he might have been Aha, while others contend that Menes held this title. Very little information on the Egyptian pharaohs of the first and second dynasties is known. The few facts that are known about the sixteen or so ancient Egyptian pharaohs who ruled Egypt during this time has been gleaned from the Palermo stone, an ancient stone tablet that contains information such as lists of pharaohs and other facts of daily life from the ancient pharonic periods.

เป็นที่ถกเถียงกันมากค่ะว่า A-ha - Menes - Namer มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนๆเดียวกัน อย่างไรก็ตามหลักฐานเพียงน้อยนิดเกี่ยวกับราชวงศ์ที่ 1 - 2 ก็มีปรากฏเป็นลายลลักษณ์อยู่บนศิลาพาเลอร์โมที่บันทึกไว้ปลายราชวงศ์ที่ 4 เป็นศิลาโบราณที่บันทึกรายพระนามของฟาโรห์และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ในยุคนั้น

ราชวงศ์ที่ 1

1.  ฟาโรห์เมเนส
                         
อ่านประวัติของพระองค์เพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.oceansmile.com/Egypt/EpOld.htm


2. ฟาโรห์เจอร์ (Djer)

                      
อ่านประวัติของพระองค์เพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.ancientegyptonline.co.uk/Djer.html


3. ฟาโรห์เจต (Djet) มีรูป Horus และ Cobra ที่อยู่เหนือพระราชวังเป็นตัวแทน


          

อ่านประวัติของพระองค์เพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.ancientegyptonline.co.uk/Djet.html


4. ฟาโรห์เดน (Den)



อ่านประวัติของพระองค์เพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.ancientegyptonline.co.uk/Den.html


5. ฟาโรห์อเนจิบ (Anedjib) มีของให้ดูต่างหน้าแค่นี้

          

อ่านประวัติของพระองค์เพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.ancientegyptonline.co.uk/Anedjib.html


6. ฟาโรห์เซเมอร์เคต (Semerkhet)


           

อ่านประวัติของพระองค์เพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.ancientegyptonline.co.uk/Semerkhet.html

7. ฟาโรห์กา (Qa'a)

              
อ่านประวัติของพระองค์เพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.ancientegyptonline.co.uk/Qa'a.html



ตัวอย่างพระนามอักษรเฮียโรกริฟของฟาโรห์ราชวงศ์แรกๆ



พาไปชมตัวอย่างสุสานของฟาโรห์ในราชวงศ์ที่ 1 ที่ขุดพบที่อไบดอสกันดีกว่า


                       

Please note that all images use for references only/ Do not use for commercial benefits/purposes.



ที่เห็นอยู่นี้คือสุสานหรือมาสตาบา (TOMB OF PHARAOH DEN - DYNASTY 1) ของฟาโรห์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์ที่ 1  การสร้างสุสานของราชวงศ์ที่ 1 เป็นการขุดลงเป็นใต้ดินค่ะ  วัสดุก่อสร้างสำคัญคืออิฐสอโคลนหรืออิฐที่ทำมาจากโคลนซึ่งใช้สร้างที่อยู่อาศัยในสมัยนั้นนั่นเอง ยังไม่มีการใช้หินที่ตัดมาเป็นก้อนๆวางเรียงซ้อนๆกันเหมือนวิหารที่สร้างถวายแด่เทพโอซิริสในยุคหลังที่ขุดพบในอไบดอสซึ่งเป็นของฟาโรห์เซติและรามเสสที่ 2 ผู้โด่งดัง

ฟาโรห์เจอร์ผู้ครองราชย์ต่อจากฟาโรห์เมเนส..พระองค์ทรงเป็นฟาโรห์ที่เปี่ยมด้วยความสามารถและฉลาดล้ำ  อย่างไรก็ตามพระองค์ทรงมีด้านมืด (DARKSIDE) นั่นคือร่างของข้าราชบริพารกว่า 300 ร่างที่ถูกส่งไปรับใช้พระองค์ในโลกหน้าที่ขุดพบบริเวณห้องรอบนอกของสุสานที่อไบดอส

ในช่วงต้นราชวงศ์ที่ 1 สุสานที่ขุดพบไม่มีความซับซ้อน..กล่าวคือไม่มีการแบ่งเป็นห้องๆเพื่อใช้เก็บสมบัติของใช้ + ของกินที่ฟาโรห์จะนำไปด้วยในโลกหน้า( ลัทธิความเชื่อเรื่องโลกหน้าของชาวไอยคุปต์มีมานานมากๆ ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างอาณาจักร) ดังนั้นสุสานฟาโรห์ไม่ว่าจะเป็นนาเมอร์  เมเนส จึงมีความเรียบง่ายและไม่มีห้องหับ + สมบัติมากมาย...อาจจะเพราะมัวแต่รบเพื่อรวบรวมดินแดนอียิปต์บนล่าง

แต่เมื่อเวลาผ่านไปฟาโรห์มีเวลาว่างจากการออกรบ...พระองค์ก็เริ่มให้ความสนใจที่อยู่ใหม่สำหรับโลกหน้ามากขึ้น...จนมีการออกแบบสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าสุสานนี้ให้ซับซ้อนและวิจิตรมากขึ้น  มีการนำสปาปัตยกรรมการก่อสร้างของอาณาจักรเมโสโปเตเมียมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับอียิปต์ + นำเข้าภาชนะและศิลปะสวยงามจากดินแดนโพ้นทะเลแดงและปากแม่น้ำไนล์มาเก็บไว้ในห้องสมบัติ


ในยุคก่อนราชวงศ์มีการค้าขายแลกเปลี่ยนกับอาณาจักรรอบๆโดยอาศัยเส้นทางลำเลียงทางแม่น้ำไนล์...จึงมีการนำเข้าไม้สนเซดาร์จากเลบานอนมาสร้างเรือและเครื่องเรือน โลงพระศพของฟาโรห์ 

ส่วนสินค้าส่งออกหลักของอียิปต์ก็คือเหล้า ไวน์ และเบียร์ภายใต้ยี่ห้อการค้าที่มีตราเซเรค ( ป้ายพระนามในราชวงศ์ที่ 1 ที่ได้รับการพัฒนาเป็นคาร์ทูชในราชวงศ์หลังๆ) บนไหเหล้าที่ขุดพบในประเทศอิสราเอลและประเทศที่ติดต่อค้าขายโดยรอบ

อียิปต์ยังมีสินค้าเกษตรที่ผลิตเพื่อบริโภคในประเทศเป็นหลักเช่นข้าวสาลีที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขนมปังและเบียร์  นอกจากนี้ก็มีผักสวนครัวเช่นแตงกวา ผักกาดฝรั่ง  หัวหอม ถั่วชนิดต่างๆ ต้นมิ้นท์ ต้นโรสแม่รี่   หัวมัน  กระเทียม ต้นอ่อนของกกปาปิรัส

แหล่งอาหารโปรตีนประเภทเนื้อสัตว์ก็มีปลานีล..ปลาแห่งแม่น้ำนีลหรือไนล์ (ปลานิลที่เราเอาของเค้ามาขยายพันธุ์จนคิดว่าเป็นของเรานั่นแหละ)  ปลาดุก  ปลาคร๊าปตัวสีเทาๆไม่ใช่แบบสีสดใสที่เลี้ยงไว้ดูสวยงาม....ปลาอื่นๆอีกมากมายที่ปรากฏรูปภาพสลักตามผนังสุสานของขุนนางราชวงศ์ที่ 3 ในสุสานที่ซักการา...การจับปลาก็จับกันในฤดูน้ำหลากค่ะ...ปริมาณปลาก็มากขนาด + คั้กๆจนต้องใช้วิธีดองปลาเค็ม...เป็นการถนอมอาหารไว้กินในช่วงฤดูแล้งของชาวนายากจนค่ะ

การทำปลาเค็มนั้นมีมาแต่โบราณกาลค่ะโดยขอดเกล็ด ควักไส้  ต่อจากนั้นใช้เกลือนาตรอนดอง (แบบที่ใช้ดูดน้ำออกจากร่างกายคนตาย...ขั้นตอนหนึ่งของการทำมัมมี่นั่นแหละ)  เท่านี้ชาวบ้านก็มีปลาเค็มกินทั้งปี

ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์อย่างห่านป่า  นกเป็ดน้ำ  ..ก็ต้องหาทานกันตามฤดูกาลอพยพของสัตว์ที่หนีหนาวมาพึ่งอากาศที่อบอุ่นกว่าของอียิปต์ค่ะ

อาหารประเภทกวาง นกกระจกเทศ  สัตว์ป่าอื่นๆก็แล้วแต่จะล่าได้ ส่วนสัตว์ปีกบางชนิดก็มีเลี้ยงไว้เป็นอาหารเช่นห่าน เป็ด ไก่....ในช่วงฤดูแล้งจัดๆ ชาวบ้านต้องหาเต่า ตะพาบ หอยกาบตามหนองน้ำกินแทนปลาที่หายาก

โดยปกติอาหารประเภทเนื้อสัตว์สดๆที่นำมาปรุงอาหารเช่นเนื้อวัว แกะ แพะ รวมทั้งผักผลไม้สดตามฤดูกาลเช่นกล้วย ส้ม อินทผลัม มะเดื่อ อ้อย ข้าวโพดเป็นอาหารที่ชนชั้นสูง/คนรวยมีกินตลอดทั้งปี  

แต่สำหรับชาวนา/กรรมกร/คนยากจนก็ต้องอาศัยขนมปัง เบียร์ ปลาแห้ง ต้นกกปาปิรัสที่ลอกเปลือกออกกินแทนผักสดที่มีราคาแพงมาก

ส่วนการเติมน้ำตาลลงในอาหาร...ชาวอียิปต์ทั่วไปไม่รู้จักการทำน้ำตาล  แต่สำหรับชนชันสูงมีการเติมน้ำผึ้งลงในอาหารและเครื่องดื่มต่างๆเพื่อให้ได้รสกลมกล่อมขึ้น  ดังนั้นรสหวานที่ชาวบ้านทั่วไปได้ลิ้มลองน่าจะเป็นผลไม้สุก  ผลไม้งอมตากแห้ง  น้ำผลไม้

นอกจากนี้น้ำผึ้งยังมีบทบาทสำคัญทางการแพทย์ที่ใช้ช่วยสมานแผลและทำความสะอาดแผลเนื่องจากคุณสมบัติต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียนั่นเอง

อยากรู้เรื่องอาหารการกินเพิ่มเติมตามมาดูบอร์ดนี้ได้เลย
http://www.pantown.com/board.php?id=36953&area=3&name=board14&topic=43&action=view

ส่วนเรื่องการแพทย์ตามมาดูบอร์ดนี้เลยค่ะ
http://www.pantown.com/board.php?id=36953&area=3&name=board3&topic=56&action=view

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก IYAKOOP  WEB/BOARD ที่นำมาอ้างอิงณ.ที่นี้ด้วยค่ะ
Please note that all images use for references only/ Do not use for commercial benefits/purposes.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #35 -LuX- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2552 / 23:45
    ถ้าจำไม่ผิด ราชวงศ์ปโตเลมีเป็นชาวกรีกค่ะ ปโตเลมีเป็นแม่ทัพคนสนิทที่อเล็กซานเดอร์มหาราชให้อยู่ปกครองอียิปต์
    #35
    0
  2. #19 sweet dreamer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 12:38
    การแบ่งยุคของไอยคุปต์ แบ่งเป็น 3 อาณาจักร 31 ราชวงศ์ค่ะ
        เริ่มราชวงศ์ที่ 1 และ 2 นั้น ถือว่าเป็นราชวงศ์แรกเริ่ม

    1. สมัยราชอาณาจักรเก่า - ราชวงศ์เรืองอำนาจครั้งแรก หรือเรียกว่ายุคพีระิมิด คือตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 3-6 เมืองหลวงอยู่ที่เมมฟิส
    ราชวงศ์เริ่มไร้อำนาจครั้งทีื 1 ในช่วงราชวงศ์ทีื่ 7-10 ขุนนางและนักบวชมีอำนาจมาก โดยที่ฟาโรห์ไร้อำนาจ

    2. สมัยอาณาจักรกลาง - ราชวงศ์เรืองอำนาจครั้งที่ 2 ราชวงศ์ืที่ 12 กลับมาเรืองอำนาจอีกครั้ง เป็นช่วงสั้นๆเพียง 100 ปีเศษ เมืองหลวงอยู่ที่ธีปส์ ราชวงศ์ก็เริ่มไร้อำนาจครั้งที่ 2 คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกรุกรานโดยพวกฮิคซอส ช่วงราชวงศ์ที่ 13-17 ราว 200 ปี จึงย้ายศูนย์กลางอำนาจไปที่เมืองอวาริส เมื่อชาวฮิคซอสมีจำนวนน้อยลงจนไม่สามารถควบคุม ครอบครองอาณาจักรที่กว้างใหญ่ได้ เมืองที่อยู่ห่างอวาริสก็เริ่มมีชาวไอยคุปต์ตั้งตนเป็นผู้ครอง รอเวลาที่จะมีใครก้าวขึ้นมายึดอำนาจคืนจากฮิคซอส

    3.สมัยอาณาจักรใหม่- ฟาโรห์อาโมสที่ 1 (Ahmose) ฮิฮิ... แห่งราชวงศ์ที่ 18 รวมไอยคุปต์บนและล่างไว้ได้อีกครั้ง พอมาถึงฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 1 ซึ่งเป็นฟาโรห์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์นี้ อำนาจก็แข็งแกร่ง นับเป็นยุคทองของไอยคุปต์อย่างแท้จริง และสืบทอดไปถึงราชวงศ์ที่ 20 เป็นระยะเวลารวม 200 ปี มีฟาโรห์ที่สำคัญหลายองค์
    -ฟาโรห์หญิงฮัตเซปซัต
    -ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3
    -อเคนาเตน (+เนเฟอร์ติติ) ผู้ล้มล้างคติเทพเจ้าหลายองค์ แล้วหันมานับถือเทพอาเตนเพียงองค์เดียว
    -ตุตันคาเมน
    -เซติที่ 1
    -รามเสสที่ 2 มหาราช (The Great King) แห่งราชวงศ์ที่ 19
    -รามเสสที่ 3 แห่งราชวงศ์ที่ 19

    และแล้วก็มาถึงช่วงราชวงศ์ไร้อำนาจครั้งที่ 3 ในช่วงราชวงศ์ที่ 21-24 ก่อนจะถูกรุกรานจากชาวลิเบียและนูเบีย เมื่อราว 700 ปีก่อนคริสตกาล อีก 200 ปีต่อมาก็ตกเป็นของเปอร์เซีย อีก 200 ปีต่อมาอเล็กซานเดอร์มหาราชก็ยกทัพเข้ามาครอบครองอย่างง่ายดาย แล้วย้ายเมืองหลวงมาที่อเล็กซานเดรีย ตั้งราชวงศ์ปโตเลมีของชาวกรีก เป็นราชวงศ์สุดท้ายที่มีฟาโรห์ครองอิยิปต์ ก่อนจะผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันในยุคคริสตกาล

    จะเห็นได้ว่าหลังจากราชวงศ์ที่ 20 ไอยคุปต์ก็ไม่สามารถแผ่อำนาจได้อีกเลย แต่กงล้อประวัติศาสตร์ก็ยังคงหมุนไปด้วยน้ำมือฟาโรห์ต่างชาติทั้งสิ้น..... แล้วคนไทยล่ะค่ะ อิยิปต์ยังเป็นแบบนี้ แล้วบ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร ถ้าไทยไม่ปกป้องไทย แล้วไอฝรั่งที่ไหนจะมีความจริงใจกับเรา.... SD ออกทะเลไปนู่น

    ข้อมูลจากหนังสือ "ตำนานอิยิปต์โบราณ" ของคุณชลิตดาค่ะ
    #19
    0
  3. #18 sweet dreamer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 12:16
    โอ้... เจ้าชายแมงป่องหรือสกอเปี้ยน เป็นฟาโรห์องค์แรกของอิยิปต์ในสมัยราชวงศ์ที่ 1 ราว 3150 ก่อนคริสตกาล ประวัติศาสตร์บันทึกชื่อไว้เป็นพระองค์แรก ...โรแมนติกมาก
      ทรงเป็นฟาโรห์ที่ทรงมงกุฏขาวแห่งไอยคุปต์บน และครองอำนาจอยู่ที่เมืืองฮีราคอนโปลิส บูชาเทพฮอรัส ที่ว่ากันว่าทรงยิ่งใหญ่เกรียงไกรห้าวหาญ อาจเป็นเพราะสมญานามแมงป่องนั่นเอง

        ต่อมาในสมัยฟาโรห์นาเมอร์ หรือที่ชาวกรีกเรียกว่า "เมนาส" ว่ากันว่าเป็นโอรสของสกอร์เปี้ยนก็สามารถรวมสองปฐพีเข้าเป็นหนึ่งได้ เป็นฟาโรห์องค์แรกที่ครองสองแผ่นดิน ...ขนลุก  ทรงย้ายเมืองหลวงมาที่เมมฟิส ที่จุดกึ่งกลางระหว่างอิยิปต์เหนือและใต้พอดี ว่ากันทรงเลือกได้อย่างเหมาะสมแล้ว หลังจากรัชสมัยของพระองค์ ฟาโรห์ทุกองค์ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์สองแผ่นดิน นั่นเป็นตำนานที่จารึกอิงประวัติศาสตร์ ปรากฎพระนามให้ต้องค้นหาด้วยความหลงใหลต่อไป เพราะเป็นเรื่องราวที่ถอยหลังไปถึง 5000 ปี มันเต็มไปด้วยปริศนา และความลึกลับ

        ใครเล่าจะไปรู้ว่าปัจจุบันจะไม่มีชาวไอยคุปต์หลงเหลืออยู่บนแผ่นดินอิยิปต์อยู่เลย ไม่มีใครเล่าขานตำนานฟาโรห์อีกต่อไป นั่นเป็นสิ่งที่นักโบราณคดีต้องตามหา

       การแบ่งยุคนั้นว่ากันว่าฟาโรห์ในราชวงศ์ปโตเลมี (ราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครอง กระเดียดไปทางเชื้อสายกรีก-โรมัน) พระนามว่า "ปโตเลมีที่2" ทรงมีรับสั่งให้เรียบเรียงประวัติความเป็นมาไว้ นั่นคือย้อนหลังชาติพันธุ์ของตนไปถึง 3000 ปี ว่าตนเองมีรากเหง้ามาจากไหน เป็นใคร บันทึกให้ชัดเจน
     แต่มันจะทำได้อย่างไร แค่อายุอารยธรรมก็ปวดหัวแล้วหนอ

      
    #18
    0