Chase Hunter องค์กร(รับจ้าง)กำจัดปีศาจ

ตอนที่ 2 : ---0---0---0 Chase Hunter 1 ---0---0---0 เปิดตำนานนักล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ต.ค. 56

THE★ FARRY
 


---0---0---0  Chase Hunter 1 ---0---0---0

 

“ หมาป่า (Werewolf) เป็นผีจำพวกเดียวกับแวมไพร์และมีพฤติกรรมคล้ายกัน คือ ดื่มกินเลือด

และเนื้อของมนุษย์และสัตว์อื่นเป็นอาหาร เป็นความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของ
ชาวยุโรปในยุคกลาง

โดยที่เชื่อว่า บุคคลที่เป็นมนุษย์หมาป่าจะกลายร่างเป็นหมาป่า
ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง อาจจะ

แปลงร่างเป็นหมาป่าทั้งตัวเลยก็ได้ หรือครึ่งคนครึ่ง
หมาป่า หรือแม้….

 
 

ผมตัดสินใจปิดหนังสือเล่มหนาปึ๊กในมือลงหลังจากนั้งอ่านตำราที่ทีเรื่องเล่าแปลกๆซึ่ง

กล่าวขานกันมายาวนาน ตัวผมไม่รู้หรอกว่ามีจริงมั้ย แต่ก็ยังไม่มีใคร
สามารถพิสูทจ์ได้เสียหน่อย

ว่าสัตว์จำพวกนี้มีจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่อยาก
เอากลับไปคิดให้รกสมองหรอก ใช่ ตอนนี้

ผมอยู่ที่ห้องสมุดของ ร.ร. ผมเลิกได้สักพัก
แล้วแต่ยังไม่อยากกลับบ้านไปเจอยัยอเล็กซ์พี่สาวของ

ผมที่ชอบใช้งานผมเยี่ยงทาส
ผมเดินเตร่อยู่ในห้องสมุดเพื่อหาหนังสือดีๆมีสาระและอ่านสนุกไว้

อ่านแก้เบื่อแต่ก็ไม่
มีจนมาเจอหนังสือเล่มนี้เข้า ผมยังไม่รู้เลยว่าผมนึกยังไงถึงหยิบมันมาอ่านเปิด

ได้หน้า
สองหน้าผมก็จัดการปิดมันและเอาเข้าที่ไป

เหมือนเดิม....

 

05.45 PM


เวลาเย็นท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้มนั้นยิ่งทำให้ ‘เคลวิน’ เด็กหนุ่มอายุ 16 ปี

หน่อยๆก้าวเดินออกมาจากห้องสมุดเพื่อกลับบ้านระหว่างทางก็คิดไปด้วย
ว่าเย็นนี้จะซื้ออะไร

เข้าไปทำเมนูมื้อเย็นดีเพราะหวังจะพึ่งพี่สาวที่เข้าครัวแล้วทำครัว
ไหม้ไปครึ่งแถบคงไม่ดีเท่าไร เคล

วินเดินไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี

 

 

เคลวินอาศัยอยู่กับอเล็กซ์พี่สาวที่อายุมากกว่าเพียง 2 ปี พ่อและแม่ของทั้งคู่เสียไปเมื่อนาน

มาแล้วจากอุบัติเหตทางรถยนต์เขาจึงต้องอาศัยอยู่กับพี่สาวเพียงสอง
คนในเมืองชิชิสเตอร์ใน

อังกฤษ
แรกๆก็ลำบากพอดูเนื่องจากยังเด็กกันทั้งคู่นึกถึงตอนนั้นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ในวันที่เขา

อ่อนแอที่สุดมีผู้หญิงคนหนึ่งคอยโอบกอดเขาเอาไว้
ผู้หญิงที่พยาเข้มแข็งไม่ร้องไห้ แต่เขายังเห็น

อเล็กซ์แอบกอดกรอปรูปครอบครัวแล้วนั่ง
ร้องไห้คนเดียวอยู่ในห้องนอนอยู่คนเดียว

.

.

.

.

.

 

 

ฮึก พ่อฮะ แม่ฮะ ทำไมถึงทิ้งผมไว้คนเดียวล่ะ


เคลวินเมื่อยังเล็กนักยืนร้องไห้จ้าหน้างานศพของพ่อกับแม่อย่างน่าสงสารญาติๆที่มีก็มีมา

งานบ้างนิดหน่อยแต่ไม่มีใครเลยที่จะรับปากว่าจะดูแลสองพี่น้องที่
ต้องอยู่กันเพียงสองคน เคลวิน

ยืนร้องไห้จนเสียงแหบแห้งแต่พ่อกับแม่ก็ไม่มีทางได้ยิน
เสียงเขาอีกต่อไปแล้ว ใกล้ๆกันนั้นเด็ก

หญิงซึ่งโตกว่าเคลวินเล็กน้อยยืนมองเขานิ่ง
สายตานิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์มองเลยเข้าไปในงาน

ศพที่ยังมีแขกเหรื่ออยู่นิดหน่อย
เธอเดินเข้าไปลูบหัวเขาเบาๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

 

เคล นายจำที่พ่อกับแม่สอนเราได้ใช่มั้ย สองมือน้อยๆวางบนหัวไหล่เล็กๆของเขาเองในเวลานั้น

มันเป็นมือที่อบอุ่นมากที่สุดสำหรับเด็กชายที่พึ่งเสียครอบครัวไป

 

ฮืออ พี่ฮะ’ เคลวินหันหน้ามามองพี่สาวคนเดียวแล้วเบะปากร้องเสียงดังอีกครั้ง ทำไม

เรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดกับคนที่เขารัก ต้องมาเกิดกับครอบครัวของผมด้วยฮะ

 

เข้มแข็งเอาไว้นะอย่าอ่อนแอ’ อเล็กซ์บีบไหล่ของน้องชายไม่แรงมากพอให้เคลวินได้สติ

 

...

 

เราต้องอยู่กันให้ได้

 

ผมไม่เหลือใครแล้ว

 

เคล’ น้ำเสียงเพียงแผ่วเบาที่เอ่ยอย่างสงสาร น้องของเธอยังเล็กเกินกว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้

ตัวเธอเองก็ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่พอที่จะดูแลเคลวินได้หนำซ้ำญาติพี่น้อง
ที่เคยรักเคยเอ็นดูทั้งคู่เมื่อสมัย

พ่อและแม่ยังอยู่ก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

 

ฮือออ ทำไมพ่อกับแม่ทิ้งเรา

 

อย่างน้อยเราก็เหลือกันอยู่สองคน...เคล’ น้ำเสียงนั้นลอยไปกับสายลมพร้อมกับใบหน้าที่หมองลง

ก่อนน้ำตาเม็ดเล็กจะไหลออกมาจากตาข้างขวาเพียงหนึ่งหยดก็เกิน
พอแล้วสำหรับพี่สาวคนเก่ง

แต่เด็กชายในอ้อมกอดไม่มีทางเห็น เธออยู่ในฐานะที่จะ
อ่อนแอไม่ได้ เธอต้องดูแลน้องชายเพียงคน

เดียวของเธอ ถึงจะเด็กอยู่แต่อเล็กซ์ก็
มั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างแน่นอนและใช่ที่สุดเธอไม่

ได้บอกเรื่องนี้แก่เคลวิน

 
 

“แกร๊บ”

เสียงใบไม้แห้งๆที่ถูกเหยียบทำให้ผมสะดุ้งออกจากภวังค์ความคิดเมื่อหลายปีที่แล้วตอนนี้

ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มมากขึ้นผมก้มมองดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ



06.15 PM’


“แย่แล้ว”


เคลวินอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้วก่อนจะเร่งฝีเท้าเพื่อไปที่บ้านของเขาเองให้

เร็วที่สุดเพราะฟ้ามืดมาแบบนี้ไม่นานต้องมีฝนตกลงมาเป็นแบล็กกราว
เป็นแน่แท้ส่วนเรื่องมื้อเย็น

ค่อยบอกอเล็กซ์ก็ได้ว่าวันนี้ให้กินไข่รองท้องไปก่อน แต่ด้วย
ความรีบทำเอาไปเดินชนกับใครบาง

คนเข้า


ผลั่ก

 

“เหวออ / อ่ะ”

 

ตุบ

 

“โอ้ยยยยยยยยยย”

 

ความรู้สึกที่มีตอนนี้คือเจ็บ จี๊ดดดดดด เดี๊ยวจะมองตามกันเพราะงั้นมาดูดีๆอีกครั้งไม่ทัน

เสียงแรก
ผลั่ก’ เขาเดินชนผู้หญิงคนหนึ่งเป็นสาเหตุให้เซหลุนๆไปข้างทางเสียงที่สองคือเสียงของ

เขาที่กำลังเสียหลักและเสียงที่สี่ 
ตุบ’ ก้นเคลวินกระแทกกับกองขยะข้างทางและเสียงสุดท้ายคือ

เสียงร้องของเขาเองเพราะกองขยะมันร่วงลงมา
ทับเขาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของขยะไปแล้ว

เรียบร้อย

 

 

“ฮ่าๆๆ ดูสภาพนายสิ”

 

ผู้หญิงที่ผมเดินชนไม่สิเรียกแทบจะวิ่งชนเลยก็ได้ดูไม่เป็นอะไรเลยสักนิดผิดกับผมที่เนื้อตัว

เปียกชุ่มไปด้วยน้ำขยะและกลิ่นอันเหม็นเน่านอกจากจะไม่ช่วยผม
แล้วยัยผู้หญิงผมแดงเข้มยังมา

หัวเราะใส่ผมอีก ผมลุกขึ้นจากกองขยะเน่านั้นแล้วมอง
หน้าเธออย่างโกรธเคืองที่มาหัวเราะเยาะ

กันแบบนี้ แต่ดวงนั่นเหมือนสะกดผมเอาไว้
สีเขียว ?? น่าแปลกในขณะที่สีผมเป็นสีแดงเพลิงนั่น

ตากลับมีตาสีเขียวมรกตน่ะหรอ
บ้าน่าคอนแทคแน่ๆ

 

“คุณก็มีส่วนผิดนะ” เคลวินแย้งอย่างเคืองๆ หญิงสาวผมสีแดงเพลิงจึงหยุดหัวเราะและยืนนิ่งๆ

อย่างหยั่งเชิงว่าเขาจะพูดอะไรต่อ

 

 

“ถึงผมจะเป็นคนวิ่งแต่การที่คุณมาหัวเราะแบบนี้มันเสียมารยาทมากเลย” เคลวินปัดเนื้อปัดตัวให้

เรียบร้อยและมองมาทางหญิงสาวผมสีแดงเพลิงอย่างต้องการคำขอโทษ

 

 

               หญิงสาวผมแดงหน้าตึงเล็กน้อยก่อนจะเหยียดยิ้มมุมปากอย่างนึกอะไรดีๆขึ้นมา

ออก
รอยยิ้มแบบนี้มันทำให้เคลวินเสียวสันหลังวาบๆเลย

 

 

“นายชื่ออะไร”

 

“ทำไมผมต้องบอกด้วย”

 

“เป๊าะ เพราะฉันอยากรู้” เสียงดีดนิ้วอย่างชิลๆ ก่อนจะบอกเหตุผลที่ไม่น่าใช่เหตุผลทำให้เคลวิน

เริ่มโมโห หญิงสาวผมแดงกดยิ้มอย่างถูกใจเมื่อเห็นใบหน้าที่เริ่มมีโทสะ
ขึ้นมาเล็กน้อยของเคลวิน

 

“ผมไม่บอก”

 

“อ่ะนี่”

เคลวินชะโงกมองดูกระดาษสี่เหลี่ยมใบเล็กๆในมือของหญิงสาวที่ยื่นกระดาษ


ออกมาให้มันคล้ายๆนามบัตรหรืออะไรสักอย่างในนั้นมีลายหมึกพิมพ์ขยุกขยุยอยู่


ด้วยเคลวินมองอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะกลับไปยิ่นนิ่งๆอย่างเดิม

 

หญิงสาวผมแดงถอยหลังออกไปสามก้าวและเงยหน้ามองมาทางเคลวินก่อนจะส่งยิ้ม

ละมุนมาให้ซึ่งเคลวินลงความเห็นว่ามันน่ากลัวกว่ารอยยิ้มเยาะนั่นเสียอีก

 

“ฉันให้เวลานายตอบตกลง 3 วิ”

 

“ห้ะ ?” เคลวินเอ่ยอย่าง งงๆ แต่ก่อนจะงงไปมากกว่านี้สายตาของเขาเหลือบไปเห็นใบกระดาษสี่

เหลี่ยมเล็กๆที่ถูกส่งมาให้ตอนแรกนั้นเข้ามาอยู่ในมือของเขาเสียแล้ว

 

 

”เฮ้ย!  มาได้ไง” เคลวินก้มมองกระดาษในมืออย่างพิจารณา

                                             


        

               กำจัดปีศาจ ?? นี่มันยุคไหนกันแล้วเรื่องหลอกเด็กแบบนี้ผมไม่มีเวลามานั่งต่อล้อต่อ

เถียง
ด้วยหรอกนะ 


 

1

 

“นี่มันอะไรกัน”

 

ผมงงไปหมดแล้ว ผมพึ่งเคยเจอสาวผมแดงคนนี้เป็นครั้งแรกแต่ต้องมาเจอเรื่องแปลกๆ

ป่านนี้ยัยอเล็กซ์บ่นแย่แล้วล่ะ ผมเหลือบมองฟ้าที นาฬิกาทีอย่างใช้
ความคิด เอางี้ละกัน ขอตัวไป

แบบตรงๆเลย

 

 

2

 

“ผมขอตัวก่อนนะคุณ ขอโทษด้วยที่วิ่งชน”

 

3

 

วาร์เพส!!

 
 

ผมเดินสวนเธอยังไม่ถึงเมตรก็ต้องสะดุ้งกับน้ำเสียงที่ทรงพลังที่เอ่ยเรียกชื่อใครสักคนออก

มาหลังจากนั้นก็เหมือนมีลมพัดผ่านหลังผมไวๆจนผมต้องหันหลังกลับไป
มองและผมก็เห็นผู้ชาย

คนหนึ่งผมสีขาวสะอาดตาถูกมัดเอาไว้อย่างดี พันผ้าผูกคอ
คล้ายพ่อบ้านแต่ดูดีอย่างประหลาดใส่

เสื้อสีดำลายเรียบๆแลดูเรียบร้อยและกางเกง
ขายาวสีเดียวกันกับเสื้อและที่น่าตกใจคือเขามีดวง

ตาเป็นสีม่วงคล้ายทับทิม

 

“ครับคุณหนู”

 

ผมตัดสินใจออกตัววิ่งทันทียัยผมแดงนี่ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ถึงอายุจะดูรุ่นราวคราวเดียวกัน

กับผมก็เถอะผมได้ยินเสียงผู้ชายที่คล้ายพ่อบ้านขานรับเธออย่างสุภาพ
ก็อดจะเบะปากใส่ไม่ได้

อายุก็ดูจะน้อยกว่าแต่ทำไมชอบวางอำนาจนักนะ

 

ผมวิ่ง วิ่งมาเรื่อยๆอย่างไม่หยุด


แต่....

 

“จะไปไหนเล่า”

 

ยัยผมแดงผมตกใจจนเกือบหยุดเท้าตัวเองเอาไว้ไม่อยู่เพราะข้างหน้าผมนั้นมียัยผมแดงที่

ผมพึ่งวิ่งหนีมายืนยิ้มร่าอยู่ ส่วนผมก็ได้แต่ยืนมองยัยผมแดงที่ยืนขวาง
หน้านี่อย่างสงสัยว่ามาได้

ยังไง ถึงผมไม่ใช่นักวิ่งแต่ยังไงผมก็ผู้ชายนะ น่าจะวิ่งเร็ว
กว่าสิและที่สำคัญผมออกตัวมาก่อนยัย

ผมแดงตั้งเยอะ

 

 

“จับเขาไว้สิวาร์

 

“อย่าเข้ามานะ!

 

ผมเอานิ้วชี้หน้าคุณพ่อบ้าน (เรียกแบบนี้ไปก่อน) จนเขาหยุดกึก เมื่อตั้งสติได้ผมรีบเอาเป้ที่

สะพายอยู่ด้านหลังเอามาไว้ด้านหน้าและจัดการรูดซิปเปิดออกหาของที่
พอจะเอามาเป็นอาวุธได้

บ้าง แต่เมื่อเปิดออกมาก็พบแต่ ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้
บรรทัด  ฯลฯ  อ๊ากกกกกกกก จะรอด

มั้ยเนี่ย เอาวะไม้บรรทัดก็ไม้บรรทัด

 

“คุณหนู ดูท่าเขาจะไม่ไปกับเรานะครับ”

 

คุณพ่อบ้านเอ่ยยิ้มๆ

 

ยิ้มๆ ?

 

ยิ้มๆงั้นเรอะ!


 

ตอนนี้ผมกำลังเอาไม้บรรทัดแกว่งไปแกว่งมาเหมือตั๊กแตนฟันดาบอยู่ตรงหน้าเขาแทนที่เขา

จะกลัว(
?) เขากลับหันไปพูดกับยัยผมแดงนั่นอย่างขำๆแทน รึผมยังน่ากลัวไม่พอ 

 
 

“ฉันสั่งนายก็จับเขาเอาไว้เถอะ” เธอดูหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะจ้องมาทางเคลวินที่ยังคงกวัดแกว่ง

ไม้บรรทัดในมืออย่างไม่ยอมแพ้

 

“ได้เลยครับ....คุณหนู”

 

“เฮ้ยๆ ออกไปนะ”

 

จากคุณพ่อบ้านที่เป็นคนอยู่ๆก็มีหาง งอกออกมาจากคนเริ่มกลายเป็นหมาป่าขนสีเทาที่มี

ขนาดใหญ่ความสูงถึงหน้าอกผมเลยทีเดียว ขนที่เริ่มขึ้นมาเรื่อยๆนั้นทำ
เอาผมหยุดแกว่งไม้บรรทัด

ในมือ ผมกำลังจะวิ่งไปทางเดิมแต่ก็ถูกตะครุบตัวไว้ได้ทัน
จนตอนนี้ผมลงมานอนกับพื้นโดยด้าน

บนมีคุณพ่อบ้านที่กลายเป็นหมาป่าไปแล้ว
เรียบร้อยแยกเขี้ยวขู่อยู่เหนือหัว แหม มองผมน้ำลาย

เยิ้มเลยนะครับ อ๊ากกกกกก ใคร
ก็ได้ช่วยผมด้วย เป็นไปไม่ได้ มนุษย์หมาป่าไม่มีอยู่จริง นี่มันเรื่อง

บ้าอะไรกัน ผมยังตี
กับความคิดของตัวเองไม่ได้นานก็เป็นอันต้องแหกปากลั่น

 

 

“โฮกกกกกกก  แฮ่ โฮกกกกกก”

 

“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

ตอนนี้สิ่งที่ผมรับรู้คือตัวผมตอนนี้หนักอึ้งซึ่งมาจากน้ำหนักตัวของหมาป่าตัวใหญ่ที่แยก

เขี้ยวขู่อยู่ในตอนนี้ก่อนที่ผมจะฝืนสติตัวเองไม่ไหว ก่อนที่ทุกอย่างจะดับ
มืดลง

 

 


เช้าวันต่อมา....

 

“งืมๆ”

 

“เฮ้”

 

“งืมๆ อืมม”

 

“เฮ้!

 

“ฉันคิดว่าคงยากถ้าให้เขาตื่นเอง”

 

หญิงสาวผมสีแดงเพลิงทำหน้าเหม็นเบื่อมองไปที่โซฟาแล้วพบกับร่างอันสลบไสลของเคล

วินที่ตอนนี้เธอพยายามปลุกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่นสักที พยายามจนเซ็ง

 

 

“เธอไปทำอะไรเขาล่ะเซน”

 

เสียงที่มาก่อนตัวของ ‘ทอร์ว’ ทำให้เด็กสาวผมสีแดงเพลิงนามว่า เอเซน’ หันไปมองก่อนทำ

หน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่ทำเอาทอร์วถอนหายใจออกมาเสียงดังเพราะเขาชินซะ
แล้วกับการตอบไม่ตรงถาม

ของเด็กสาว

 

วาร์เพสล่ะ ไปตามมาให้หน่อย”

 

“รับลูกค้าอยู่สักพักคงมา”

 

“อืม แล้วคนอื่นๆล่ะ”

 

“เลสเตอร์คงออกไปหาเลือดกินมั้ง”

 

“ฉันว่าฉันสั่งเขาแล้วนะว่าให้กินในตู้” เด็กสาวทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อนึกถึงแวมไพร์หนุ่มที่ชอบ

ขัดคำสั่งอยู่เรื่อย ในตู้ที่ว่าพอมีเลือดของแพะอยู่เอเซนเป็นคนไปซื้อมาเก็บ
ไว้เพราะไม่อยากให้เลีย

สเตอร์ออกไปหาเหยื่อที่ไหนแต่มักได้เหตุผมเดิมๆกลับมาทุกที


'
เลือดมนุษย์อร่อยกว่าน่า

 

“มีอะไรรึเปล่าครับคุณหนู?

 

คิดเรื่องของเลสเตอร์ได้ไม่นานวาร์เพสพ่อบ้านหนุ่มก็เดินเข้ามาพอดี เอเซนชะเง้อคอมองดู

ลูกค้าที่ทอร์วบอกว่าวาร์เพสรับหน้าอยู่แต่ก็เห็นแค่หลังไวๆเท่านั้น

 

ผู้หญิงหรือผู้ชายนะ ??

 

“เปล่าหรอกแค่จะให้ปลุกหมอนั่นเฉยๆ”

 

เด็กสาวผมแดงเอ่ยตัดบทแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดีเพราะฉากต่อจากนี้นี่สิสนุกกว่าแน่

 

“นายไปปลุกเขาให้หน่อยนะวาร์ อ้อ แล้วเมื้อกี้นี้ใคร”

 

วาร์เพสพ่อบ้านหนุ่มหันมามองหน้าคุณหนูที่เรารักนักรักหนาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

 

“ผู้หญิงครับคุณหนู เรื่องมันติคอร์

 

มันติคอร์อยู่ในป่าไม่ใช่หรอวาร์เพส” เอเซนเอ่ยอย่างข้องใจเพราะตัวมันติคอร์นั้นจะอยู่ในป่าจะ

ออกมาข้างนอกเฉพาะเวลาจำเป็นเท่านั้น

 

 

“ครับคุณหนู มันติคอร์อยู่ในป่าแต่ลูกชายของหล่อนออกไปเที่ยวป่ากับเพื่อนอีก 4 คนทั้งหมดถูก

มันติคอร์ทำร้ายหมดรวมทั้งลูกชายของเธอด้วยแต่มีเหลือรอดกลับมาคน
เดียวแต่สภาพก็เหมือน

คนสติไม่ดีครับเขาเอาแต่พูดถึงชื่อ มันติคอร์
ๆ”

 

มันติคอร์มีศีรษะเป็นคน ร่างกายเป็นสิงโต และหางเหมือนแมงป่อง ตัวมันติคอร์มีฟันสาม

แถว และสามารถยิงหนามจากหางของมันเหมือนเป็นศรธนู มันติคอร์
เป็นสัตว์ที่โหดร้ายและ

ตะกละไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนั้นยังชอบล่ามนุษย์ด้วย

 

“เธอเลยปักใจเชื่อว่าป็นตัวมันติคอร์สินะ

 

“ครับ”

 

วาร์เพสเดินมาทางเคลวินที่ยังคงนอนสลบอยู่ที่เดิมหลังจากเอเซนหมดคำถามแล้วเขาเขย่า

ตัวเคลวินเบาๆแต่ทุกอย่างยังคงนิ่งมีเพียงเสียงอื้ออึงในลำคอ
เท่านั้น

 

“คุณหนูครับ”

 

“อะไร”

 

“ขออนุญาตินะครับ”

 

“เต็มที่เลยวาร์” เอเซนหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจเพราะรู้ว่าต่อไปนั้นจะเกิดอะไรขึ้นเธอจึงยกมือขึ้น

มาปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้ซึ่งทอร์วเองที่ยืนอ่านหนังสือเงียบๆอยู่มุม
ห้องก็รู้ดีด้วยเช่นกันเขาจึงสะบัด

นิ้วเล็กน้อยเท่านั้นหูของเขาก็ไม่ได้ยินอะไรแล้ว

 

 

“อะแฮ่ม..... โฮกกกกกกกกก”  หลังจากกระแอมเรียกเสียงเล็กๆน้อยๆวาร์เพสก็คำรามออกมา


“ว๊ากกกกกก ช่วยด้วย ตายแน่ๆๆ อ๊ากกกก”

 

ร่างของเคลวินจากที่นอนนิ่งๆสะดุ้งตื่นอย่างรวดเร็วและร้องโวยวายเสียงดังลั่นห้องพร้อม

กับดิ้นไปมาส่วนลูกตาก็หลัยตาปี๋ไม่ยอมลืมตาขึ้นมามองแค่เสียงก็ชัดเจน
พอแล้วเรื่องอะไรเขาจะ

ลืมตาล่ะ

 

 

“นอนเต็มอิ่มแล้วสินะครับ” วาร์เพสเอ่ยถามเสียงนุ่มเขารู้ดีว่าหนุ่มน้อยคนนี้คงกลัวเขาอยู่ไม่น้อย

ก็นะ จู่ๆมาเจอเรื่องเหลือเชื่อในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้ใครจะไปรับไหว

 

 

“คะ...คุณจะกินผมหรอ”

 

เคลวินที่ตอนนี้มุดเข้าไปในผ้าห่มทั้งตัวโผล่ออกมาแค่ลูกตาเท่านั้นเอ่ยถามอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“วาร์เพสไม่กินนายหรอกแต่ถ้านายยังไม่ออกมานั่งดีๆล่ะก็ไม่แน่ ใช่มั้ยวาร์”

 

“คุณหนูก็นะ”

 

พรึ่บ!

 

เคลวินรีบออกมาจากผ้าห่มอย่างไวและไม่ลืมที่จะเอาผ้าห่มนั้นมากอดแทนหมอนเขามอง

ไปรอบๆห้องอย่างเบลอๆ จำได้ว่าอยู่ที่ถนนหน้าโรงเรียนนี่นาแต่เคลวิน
ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก

ไม่มีใครอยากถูกกินหรอกนะ
!!

 

“นี่ ตกลงนายชื่ออะไร”

 

เอเซนมองหน้าเคลวินอย่างชัดๆก่อนจะถามคำถามเดิมที่เธอถามเขาตั้งแต่เจอกันที่เมืองชิชิ

สเตอร์
แล้วแต่ยังไม่ได้ตำตอบซึ่งเธอมั่นใจว่าคราวนี้เธอไม่พลาดแน่นอนเพราะอย่างน้อยวาร์เพสก็

ยังนั่งอยู่ตรงนั้นน่ะนะ และเธอก็คิดถูกเสียด้วยฮ่าๆ

 

“เคลวิน”

 

“โอเคเคลวิน นามสกุลล่ะ”  เอเซนถามต่อก่อนจะหันไปมองหาทอร์วเพื่อดูว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

 

“แม็กซ์วิล”

 

“โอเค ทอร์ว สัญญาเรียบร้อยหรือยัง”

 

ผมหันไปมองคนชื่อทอร์วที่เธอเรียกและพบกับผู้ชายผมสีน้ำเงินเข้มกำลังนั่งมองกระดาษที่

มีขนนกกำลังเขียนอะไรยึกๆยักๆอยู่และที่สำคัญ
มันขยับเองผู้ชายคนนั้นไม่ได้จับแต่อย่างใด

เพียงแต่นั่งอ่านเบาๆเหมือนทวนเท่านั้น

 

“นายน่าจะชินได้แล้วนะเคลวิน ที่นี่ไม่เหมือนบ้านของนาย”

 

เอเซนเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของเคลวินความจริงเธอคิดว่าเขาจะชินแล้วซะด้วย

ซ้ำ ถึงเรื่องแบบนี้มันจะทำใจเชื่อได้ยากแต่เคลวินเองก็เห็นมาหลายๆ
เหตุการณ์แล้วนี่นะ

 


“เธอจะให้ฉันชินได้!เอ่อ ได้ยังไง”

 

เคลวินที่ลืมตัวจนพูดเสียงดังใส่เอเซนลดเสียงเบาลงเมื่อหันมามองข้างตัวแล้วเห็นคุณพ่อ

บ้านนั่งจ้องอยู่

 

 

“ฉันก็แค่หวังดี นี่แค่วาร์เพสนายยังกลัวขนาดนี้”

 

“ฮ่าๆ ถ้าเจอเลสเตอร์เข้าไปสงสัยจะสลบไปอีกรอบ”

 

เคลวินหันไปมองคนที่ต่อประโยคที่สองซึ่งก็คือ ทอร์วนั่นเองและทอร์วก็หันมามองทางเขา

เช่นกันและเป็นเคลวินเองที่ไม่กล้ามองทอร์วจนต้องหลบตาไป

 

“ไม่ต้องกลัวหรอกเคลวิน ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก”

 

“เอ่อ ครับ” เคลวินตอบเสียงแผ่ว

 

“รอผมสักครู่นะครับ เดี๋ยวจะไปเอาน้ำกับขนมมาให้” เสียงของวาร์เพสทำให้เคลวินหันกลับมามอง

ก่อนจะเอ่ยอย่างเกรงใจถึงแม้จะยังกลัวๆอยู่บ้างนิดหน่อยก็เถอะ

 

“ไม่เป็นไรครับคุณวาร์เพส”

 

“มันเป็นหน้าที่ของผมครับ อย่าคิดมากเลยครับ” วาร์เพสเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่บ่งบอกว่า

อย่าคิดมากทำให้เคลวินสบายใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง

 

สักพักวาร์เพสก็เดินกลับมาพร้อมกับขนมพุดดิ้งหน้าตาน่าทานสองสามชิ้นและน้ำเปล่าอีกหนึ่งใบ

วางไว้คู่กันตรงหน้าของเคลวิน

 

“ขอบคุณครับ”

 

ผมลงมือทานขนมตรงหน้าอย่างไม่เต็มที่นักคำแรกที่เข้ามาในปากทำเอาผมตาโตรสชาติ

หวานๆของขนมพุดดิ้งทำเอาเผลอหยิบชิ้นที่สองลามเข้าปากไปอย่าง
รวดเร็ว  อ้าา อิ่มดีเหมือนกัน

นะเนี่ยพุดดิ้งเนี่ย ผมยังไม่ได้ยินข้าวเย็นด้วยนี่นา

 



ข้าวเย็น!!!!!  นี่ก็เช้าแล้วด้วยแล้วอเล็กซ์ล่ะ!

 

“เอ่อ คุณวาร์เพสครับ”

 

“มีอะไรหรือครับ” พ่อบ้านหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

“พี่สาวของผม อเล็กซ์เธอ...”

 

“ไม่ต้องห่วงครับพี่สาวคุณรู้ว่าคุณจะมาทำงานกับเราครับ” วาร์เพสพูดทิ้งท้ายไว้ให้เด็กหนุ่มสงสัย

เล่นก่อนจะหายเข้าไปในครัว

 

“ฉันไปที่บ้านของนายมา”

 

“หา เธอเนี่ยนะ” ผมมองหน้ายัยผมแดงอย่างไม่อยากจะเชื่อยัยนี่รู้ได้ยังไงว่าบ้านผมอยู่ที่ไหนเธอ

อาจจุรู้ว่าผมอยู่ในเมือง
ชิชิสเตอร์แต่ไม่น่าจะรู้จักบ้านของผมซะหน่อย

 

“อืม ฉันนี่ล่ะไปมา อ้อ เรียกฉันว่าเอเซนหรือเซนก็ได้”

 

“อะ...อืม แล้วไงต่อ” โอเคยัยผมแดงตาเขียวนี่ชื่อเอเซนจะได้ไม่ต้องคอเรียกว่ายัยผมแดงอีก และ

อีกอย่างพี่สาวผมเชื่อยัยนี่เหรอ  ช่างเถอะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า

 

 

“ฉันเจอพี่สาวนายนั่งรอนายอยู่น่าบ้านดูจะเป็นห่วงนายมากด้วยฉันเลยเดินเข้าไปบอกว่านาย

เข้าไปทำงานที่บริษัทแห่งนึง ทีแรกพี่สาวนายไม่เชื่อแต่ฉันก็กล่อมเธอจน
สำเร็จน่ะแหละ”

 
 

เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง ยัยเซนเผด็จการชะมัด!

 
 

“นายอย่านินทาฉันในใจเลยเคลเพราะฉันได้ยินเต็มๆ”

 

“เธอระ....”

 

“ฉันแอบฟังความคิดนายไง ^___________^ 

 ยัยเซนยิ้มแป้นก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในครัวตรงนี้เลยเหลือแค่ผมกับคุณทอร์วแค่สองคนผม

เห็นคุณทอร์วนั่งมองเอกสารนั่นอยู่นานจนผมสงสัยชะโงกหน้าออกไปดู
นิดนึง

 
 

“เอ้อ นี่สัญญาของเรา”

 
 

ทอร์วยื่นเอกสารมาตรงหน้าของเคลวินซึ่งกำลังทำตัวเป็นยีราฟยืดคอมองอยู่ห่างๆ เขาเอื้อม

มือไปรับมาถือไว้และก้มลงมองสำรวจเอกสารในมืออย่างละเอียดแต่ก็
ไม่มีอะไรมากแต่ไอ้ตรงข้อ

ล่างนี่มัน

 

รวมค่าขนมพุดดิ้งและน้ำเปล่าเป็นเงิน 7,936 ปอนด์ [ประมาณห้าแสน] * !!!!สัญญานี้นายเคลวิน   แม็กซ์วิล  ยินดีแต่แรก

7,936 ปอนด์!!!!!


7,936 ปอนด์…….

7,936 ปอนด์…………..

7,936 ปอนด์………………...

7,936 ปอนด์………………………..


ผมไปยินดีเมื่อไรกันนนนนน!!!!!!!!!

 


“เซ็นชื่อเสร็จหรือยัง” เสียงเอเซนดังแว่วมาแต่ไกลแต่ตอนนี้ผมอึ้งเกินกว่าจะพูดอะไรออกไป ค่า

พุดดิ้งบ้าอะไร 7
,936 ปอนด์ โกงกันชัดๆๆ

 

“เอเซน”

 

“อะไร” เอเซนขานรับเสียงใสก่อนจะนั่งลงข้างๆผม

 

“นี่มันอะไร”ผมยื่นเอกสารที่ทอร์วส่งให้ผมดูไปให้ยัยเซนที่นั่งเคี้ยวขนมอยู่ในปากตุ้ยๆไม่ทุกข์ไม่

ร้อน ใช่สิ เพราะคนที่โดนรีดไถไม่ใช่ยัยนี่นี่
!!

 

“ก็ถูกแล้วนี่”

 

“จะบ้าหรือไง พุดดิ้งสามชิ้นกับน้ำเปล่าแก้วนึง 7,936 ปอนด์เนี่ยนะ”

 

“นายอ่านรายละเอียดครบแล้วเหรอ ?” เอเซนเอี้ยวตัวมาคว้ากระดาษในมือผมไปแล้วกลับไปนั่งที่

เดิมก่อนจะพูดในสิ่งที่ผมต้องช๊อคตาค้างยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

“ถ้านายยอมทำงานกับเราหนี้ก็จบ”

 

“หนี้บ้าอะไร”

 

“ก็หนี้ 7,936 ปอนด์นี่ไง”

 

“เธอโกงฉันนี่”

 

“ไม่รู้ล่ะ นายก็รู้ว่าพวกเรามีเวทย์มนต์ฉันไปที่โลกของนายแล้วเสกเอกสารอะไรนิดๆหน่อยๆนายก็

ติดคุกได้เลยนะเคลวิน”



“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง” ผมเอ่ยอย่างหัวเสียเท่าที่ดูแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่ยัยเซนจะ

ทำอย่างที่พูด

 

“ก็พวกงานทำความสะอาดอะไรพวกนั้นคล้ายๆวาร์เลสนั่นแหละ”

 

“แค่นี้เหรอ” มันง่ายไปไหมกับการทำงานความสะอาดเล็กๆน้อยๆเพื่อใช้หนี้(ซึ่งผมไม่ได้ก่อแต่ถูก

ยัยเซนโกง)จำนวน 7
,936 ปอนด์

 

“อ่าฮะ เท่านี้แหละ”

 

“แล้วนานแค่ไหน”

 

“ยังไม่รู้ รู้แต่นายต้องมาที่นี่ทันทีหลังโรงเรียนเลิกน่ะ”

 

“ก็ได้” แล้วผมจะถูกโกงมั้ยเนี่ยเอเซนบอกยังไม่รู้ว่าเมื่อไรถ้าเป็นแบบนี้เมื่อไหร่หนี้ผมจะหมดล่ะ

ยัยนี่อาจจะบอกว่ายังไม่ถึงครึ่ง ยังไม่หมด ยังไม่..... ฯลฯ เฮ้อ แต่ผมก็ไม่มี
ทางเลือกจริงๆน่ะแหละ



“พรุ่งนี้เรามีภารกิจต้องทำ”

 

ยัยเซนพูดขณะที่ผมกำลังจะล้มตัวลงนอน แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรว่าเอเซนพูดอะไรเพราะ

ผมแค่ทำงานทำความสะอาดอย่างเดียวนี่ไม่ได้ไปด้วยเสียหน่อย

 

“และฉันคิดว่า”

 

“...”

 

“นายต้องไปด้วย”

 


 

นี่มันเวรกรรมอะไรของผมเนี่ย โฮกกกกกกก~~


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 cope (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 14:49
    ชอบวาร์เลส น่ารักดี ^^

    #2
    0
  2. #1 Hanoy_4701 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 13:58
    เลสเตอร์เป็นใคร - -?

    ต้องน่ากลัวกว่าคุณพ่อบ้านแน่ๆ >//<

    แต่คุณพ่อบ้านวาร์เลสหล่อน่ารักอ่ะ

    ชอบบบบบบบ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มีนาคม 2556 / 14:26
    #1
    0