คัดลอกลิงก์เเล้ว

[1-Shot TWICE] Express 922 : Minayeon

โดย kavp5

ถ้าเจอคนที่ชอบจริงๆเข้าแล้วก็ลุยเลย เหมือนรถไฟด่วนพิเศษที่ไปถึงจุดหมายอย่างรวดเร็วไงล่ะ

ยอดวิวรวม

686

ยอดวิวเดือนนี้

21

ยอดวิวรวม


686

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


30
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  9 ก.พ. 62 / 13:03 น.
นิยาย [1-Shot TWICE] Express 922 : Minayeon [1-Shot TWICE] Express 922 : Minayeon | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




I am running like express. It’s dangerous.






















เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 ก.พ. 62 / 13:03




“ชื่อมินะ งั้นหรอ?” 

          

          “เมียวอิ มินะ”          

          นายอนทวนชื่อนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะกลัวว่าจะลืมชื่อคนที่เธอตามหามาหลายเดือน จำได้ว่างานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่เธอเห็นน้องผู้หญิงคนนึงอยู่คณะศิลปศาสตร์ ผมสีม่วงแดงยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าหวานอวบอิ่มแต่งแต้มรอยยิ้มที่สดใส กิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อยสะกดสายตาเธอเหมือนดั่งต้องมนต์ถึงขั้นเธอต้องแอบถ่ายรูปน้องเขาเก็บไว้ เธอพยายามเดินไปหาเพื่อที่จะเข้าไปทำความรู้จัก 

           แต่เนื่องจากเหตุการณ์ตอนนั้นคนเยอะและวุ่นวายมากทำให้รุ่นน้องคลาดสายตาเธอไป หลังจากวันนั้นนายอนก็พยายามตามหารุ่นน้องคนนี้เกือบหนึ่งเทอมแต่ก็หาไม่เจอสักที จนกระทั่งเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2 ขณะที่เธอกำลังจะข้ามถนนเพื่อไปเรียนอีกตึกนึงนั้นเธอก็ได้พบกับน้องเขาอีกคร้ังแบบเต็มตา ผมของรุ่นน้องสั้นลงมากและกลายเป็นสีดำสนิทตัดกับผิวหน้าขาวๆที่ดูดีจนต้องใจสั่น เธอรีบบอกจองยอนเพื่อนสนิทที่เป็นสมาชิกของสภานักศึกษาว่าช่วยหาข้อมูลน้องคนนั้นให้เธอที

เพราะฉันตามหาคนๆนี้มานานแล้ว


“ยังไงก็ขอบคุณมากนะจองยอนที่ช่วยสืบให้” นายอนมองข้อมูลที่เธอได้รับมา ทั้งเบอร์ติดต่อ ไอดีกาท็อก แม้กระทั่งที่อยู่ร้านกาแฟที่รุ่นน้องทำพาร์ทไทม์อยู่



         เริ่มจากลองไปอุดหนุนที่ร้านก่อนละกัน ใกล้ที่เรียนแค่นี้เอง


ตึกแถวขนาด 1 ห้อง เป็นคาเฟ่ขนาดกระทัดรัดถูกตกแต่งสไตล์โมเดิร์น บรรยากาศเงียบสงบ บนเพดานประดับด้วยหลอดไฟแสงสีส้มนวลตาเหมาะสำหรับกับการเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของบรรดาเด็กมหาลัยที่กำลังหาที่หนังอ่านหนังสือได้เป็นอย่างดี

ปึง! นายอนดันประตูกระจกกวาดสายตามองไปรอบร้านๆก่อนที่จะหยุดสนใจบาริสต้าสาวที่เธอตามหน้ากำลังยิ้มแป้นให้เธออยู่


เมียวอิ มินะ

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?”

นายอนเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ขาของเธอก้าวไปยังหน้าเคาท์เตอร์โดยอัตโนมัติ


“เอาลาเต้ร้อนแก้วนึงค่ะ” ไม่จำเป็นต้องดูเมนูอะไรทั้งนั้น เพราะเธอตั้งใจมาดูบาริสต้าร้านนี้นี่นา


“ได้ค่ะ รับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ? ตอนนี้ชีสเค้กสตรอวเบอรรี่สูตรของญี่ปุ่นพึ่งทำใหม่สดๆเลยนะคะ” มินะพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส 

“อื้มม งั้นเอาชิ้นนึงค่ะ” ก็เด็กมันอ้อน เด็กมันน่ารักนี่นา เสนออะไรมาให้พี่เอาหมดแหละจ้า 


“ทั้งหมด 7,300 วอนค่ะ รอสักครู่นะ เดี๋ยวเราจะไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะค่ะ”

“นี่ค่ะ” นายอนยิ้มกว้างพร้อมยื่นเงินให้ เลือกโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากเคาท์เตอร์มากนัก ทำให้เธอเห็นทุกกิริยาบทรุ่นน้องที่เธอหมายปองมานาน


               คนอะไรกันเนี่ย หยิบจับอะไรดูน่ารักไปหมดเลย แค่กดกาแฟก็รู้แล้วว่าหอม ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะหอมทั้งตัวไหมน้าาาา

ขนาดตักเค้กใส่จานยังน่าเอ็นดูเลยอะ น่าเปย์ น่าเลี้ยง นายอนอยากได้ งือออออ~     


          หลังจากวันนั้นนายอนก็ไปที่ร้านบ่อยๆ จนเริ่มสนิทกับมินะมากขึ้น


- 1 สัปดาห์ผ่านไป -

“รับเหมือนเดิมใช่ไหมคะ? พี่นายอน” รุ่นน้องถามด้วยเสียงน่ารักสดใสเหมือนเช่นเคย


“อาา... วันนี้พี่ขอเปลี่ยนเป็นสมูทตี้มะม่วงแทนนะ ส่วนเค้กขอเป็นบราวนี่”


“ได้เลยค่ะ” ยิ้มน้อยๆที่ส่งให้นายอนทำให้นายอนต้องรีบยิ้มกลับไปในทันที

เนื่องจากวันนี้เธอพึ่งสอบเก็บคะแนนเสร็จแต่ทำข้อสอบไม่ค่อยได้ จึงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นัก ไม่มีอารมณ์มานั่งส่องมินะทุกการกระทำเหมือนเดิม ตาได้แต่มองชีทเรียนและนั่งถอนหายใจอยู่อย่างนั้น 

“เฮ่ออออ!”

“ถอนหายใจบ่อยๆเดี๋ยวแก่เร็วนะคะพี่นายอน มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่าคะ?” เป็นมินะที่มาเสิร์ฟเครื่องดื่มกับเค้กพร้อมถามอาการคนพี่ด้วยความเป็นห่วง 


“ฉันนั่งได้ไหมคะ?” มินะจับพนักเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามนายอนเชิงขออนุญาต


“ได้สิ ตามสบายเลย” ถึงจะดีใจที่มินะจะมานั่งกับเธอ แต่เธอก็ยังไม่มีฟีลที่จะกรีดร้องในใจได้ ทางด้านรุ่นน้องเมื่อได้นั่งก็พูดขึ้นมาทันที


“เอาเป็นว่าวันนี้ฉันเลี้ยงแล้วกันนะ เป็นการปลอบใจพี่นายอน ดีไหมคะ?” มินะนั่งส่งรอยยิ้มตาปิดเห็นเหงือกพร้อมเอามือทั้งสองข้างกุมมือรุ่นพี่ไว้


“เอ่ออ... จะดีหรอ ไม่ต้องก็ได้มั้ง เดี๋ยวพี่ก็หายเซ็งแล้วล่ะ” นายอนมองมือมินะที่กอบกุมมือของเธออยู่พร้อมบิดตัวไปมา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่


          เดี๋ยวนะ เขินอะ น้องมินะเขาจับมือฉันนนน จะเป็นลมแล้วจ้าาาา





     - 1 เดือนผ่านไป - 


“เป็นไงบ้างล่ะ จีบน้องเขาติดรึยังเพื่อน?” จองยอนถามไถ่เพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงติดกวนนิดๆ


“นี่พึ่งจะเดือนเดียวเอง ฉันไม่รีบหรอก” นายอนรีบตอบปัดๆ อันที่จริงเธอก็สนิทกับมินะมากขึ้นนะ แต่ก็เหมือนเป็นได้แค่รุ่นพี่คนนึงเท่านั้นเอง


“หน้าตาอย่างแก ถ้าเดือนเดียวยังไม่มีอะไรคืบหน้าก็คงจะนกแล้วล่ะมั้ง” 


“นี่! อย่าพูดแบบนั้นสิ คอยดูละกัน คนอย่างนายอนอยากได้อะไรก็ต้องได้ จำไว้!”



หลังเลิกเรียนตัวสุดท้ายของวัน นายอนก็แวะมาอ่านหนังสือคนเดียวเงียบๆที่ร้านเหมือนเดิมหรือมาหามินะนั่นแหละ แต่พอเข้ามาในร้านดันเจอพนักงานคนอื่นแทน


“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?” พนักงานคนใหม่ซึ่งเธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร


“มินะไม่อยู่หรอ?” คนถามมองไปรอบๆร้าน

“ตอนนี้มินะทำธุระอยู่หลังร้านค่ะ เดี๋ยวก็คงออกมา”

“งั้น...เอาสมูตตี้มะม่วงแก้วนึงค่ะ” 

“ได้ค่ะ” 



        เมื่อออเดอร์พร้อมจ่ายเงินเรียบร้อยนายอนก็ใช้สายตาสแกนพนักงานสาวคนใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนพาตัวเองไปนั่งที่ประจำอย่างเคย

       


        หน้าตาดี หุ่นก็ดีหนิ หน้าอกใหญ่อีกต่างหาก 


     


สวัสดีค่ะพี่นายอน วันนี้มาเร็วจังเลยนะคะ”

“อ้าว! มินะ”

“โมโมะบอกฉันว่าพี่ถามถึงฉัน ขอโทษนะคะที่ให้รอนาน ฉันไปเช็คของหลังร้านมาน่ะค่ะ”

“โมโมะ?”


“อ๋อ พนักงานใหม่ที่รับออเดอร์พี่ชื่อโมโมะค่ะ เป็นเพื่อนฉันเอง”


“โมโมะนี่พี่นายอนนะ รุ่นพี่มหาลัยเราเอง” มินะหันหน้าไปยังโมโมะที่กำลังชงเครื่องดื่มอยู่ที่เคาท์เตอร์

“สวัสดีค่ะพี่นายอน” โมโมะหันมาผงกหัวให้เล็กน้อย


“ขอตัวก่อนนะคะ ฉันต้องไปสอนงานเพื่อนก่อน” มินะคลี่ยิ้มบางๆให้รุ่นพี่ก่อนที่จะเดินออกไป


นายอนเริ่มอ่านหนังสือได้สักพักก็ได้ยินเสียงงุ้งงิ้งเบาๆมาจากเคาท์เตอร์ จนนายอนต้องเลื่อนระดับหนังสืออยู่ลงมาบริเวณใต้ตาแล้วมองการกระทำของทั้งคู่ 


“มินาริยาาา ลาเต้อาร์ททำไมมันทำยากแบบนี้นะ”

“โมะริงตั้งใจทำหน่อยสิ ค่อยๆทำค่อยๆฝึก อย่าใจร้อนสิ” 

ยัยโมะ แกมีสิทธิ์อะไรมาอี๋อ๋อแฟนฉันยะ ดูสิ มือหรือเถาวัลย์ กอดเอวน้องมิฉันซะแน่นเลยเนี่ย ไหนจะหัวอีก เอ้าๆถูไหล่กันเข้าไป เกินหน้าเกินตาฉันมาเกินไปแล้วว!!


“อ้ะแฮ่ม!”


“มินะ... พี่ขอน้ำร้อนหน่อยสิ อะแฮ่ม อ้ะแฮ่ม!”

“ได้ค่ะ” มินะรีบล้างมือแล้วเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนลวกๆก่อนรีบเสิร์ฟน้ำร้อนให้คนที่ยังไอไม่หยุด

“แก้วน้ำร้อนมันหนักหน่อยนะคะ พี่นายอนถือไหวไหม เดี๋ยวฉันช่วยจับแก้วให้นะ” มินะถือวิสาสะเข้าไปนั่งข้างๆลูกค้าแล้วประคองแก้วเข้าไปใกล้ๆ นายอนเมื่อเห็นแบบนั้นก็ยิ่งได้ใจรีบทำตัวสำออยขึ้นมาทันที


“ร้อนขนาดนี้ต้องลวกปากพี่แน่เลยอะ ช่วยเป่าให้พี่ทีสิ นะคะ นะ”

มินะเป่าน้ำร้อนอย่างตั้งใจจนแก้มป่อง ทำให้นายอนอดมือไม้ซนเข้าไปจับแก้มพองๆของน้องไม่ได้

“แก้มนิ่มจัง” เธอจ้องมองหน้ามินะอย่างเผลอไผล  ขณะที่มินะก็ค่อยๆยื่นแก้วมาจ่อที่ปากเธออีกครั้ง

“ค่อยๆจิบนะคะพี่”

“ให้พี่ค่อยๆจีบหรอ?” ทันทีเมื่อจบประโยคมินะก็หลบตาเม้มปากมองต่ำอมยิ้มน้อยๆอย่างเขินอาย

“อย่าพึ่งเล่นสิคะ ฉันเริ่มเมื่อยแขนแล้วนะ” รุ่นพี่ค่อยๆจิบน้ำไปเกือบครึ่งแก้วแล้วพยักหน้าเชิงบอกว่าพอก่อน


“ชอบคุณนะ มินะ เอ๊ย! ขอบคุณนะ มินะ”

“พี่นายอนนี่ขี้เล่นจังเลยนะคะ” มินะพูดตอบทั้งๆที่ตัวเองหน้าแดงไปหมดก่อนจะพาตัวเองกลับยังประจำที่ที่เคาท์เตอร์



          เด็กนี่มันน่ารัก น่าแกล้งจริงๆเลยค่ะคุณขาาาา



          จังหวะที่โมโมะหันมา นายอนเลยยิ้มอย่างมีเลิศนัยพร้อมกระตุกมุมปากอย่างผู้ชนะ แถมยังยักคิ้วอีก 2 ที ตบท้าย

โมโมะเห็นดังนั้นเลยทำหน้าเอือมระอาบึนปากล่างมองบนใส่บ้าง

ดูทำหน้าเข้าสิ นังเด็กนี่ คิดจะมาแข่งกับฉันยังเร็วไป 10 ปีย่ะ



     





“จากที่เล่ามา ฉันว่าน้องก็น่าจะชอบนายอนอยู่แหละมั้ง” จองยอนนั่งกอดอกหรี่ตามองเพื่อนที่เริ่มใช้ฟันกระต่ายกัดริมผีปากอิ่มของตัวเองอย่างครุ่นคิด

“ชอบมันก็ดีอยู่หรอก แต่กลัวน้องเขาจะชอบแค่แบบพี่สาวนี่ดิ ก็คือนกมะ?” เจ้าของฟันกระต่ายบู้ปาก


“ก็ดีกว่าน้องเขาไม่ชอบ เนี่ย อย่างน้อยจับเนื้อต้องตัวได้ขนาดนี้”

“แล้วไง? สำหรับฉันคำว่านกมันเกิดจากความสนิทใจ นี่แหละคือปัญหาเลย” 


“งั้นก็ควรแสดงออกตรงๆว่าชอบน้องเขาแบบไหน บอกน้องเขาไปเลยเถอะ”


        “อยากทำอยู่เหมือนกันแหละ”

        “ละนี่น้องเขามีแฟนรึยังวะเนี่ย?” จองยอนถาม

“เอ้า นี่ไม่ได้ไปสืบมาให้ฉันจนรู้มาหมดทุกอย่างแล้วหรอ?”

“ฉันลืมไปเลย เอางี้มะ ลองไปเที่ยวคณะนั้นดู หลอกถามคนในคณะไรงี้”

“หรือว่าทำแบบสอบถามเรื่องความรักไปแจกดี”

“ไอเดียดี แต่ดูลงทุนมากไปไหม โหยยย ให้ฉันหลอกถามน้องเขาไม่ง่ายกว่าหรอ?”

“แล้วจะมาปรึกษาฉันเพื่อออออ?”

“เรียกความมั่นใจไงจ๊ะเพื่อนร้ากกก” นายอนยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลางใช้มือยีผมของเพื่อนรักจนเสียทรง




        เข็มสั้นนาฬิกาชี้เลขแปด ถึงเวลาที่มินะต้องเก็บร้านแล้ว ขณะที่เธอกำลังล้างจานอยู่นั้นก็มีเสียงคนเปิดประตูเข้ามาในร้าน

“ร้านปิดแล้วนะคะ” ร่างเพรียวเอ่ยทั้งที่ยังล้างจานอยู่แต่ก็อดหันไปมองคนที่มาใหม่ไม่ได้

“พี่นายอน”

“สวัสดีมินะ พอดีพี่พึ่งติวกับพวกเพื่อนๆเสร็จ เห็นไฟร้านเปิดอยู่เลยกะจะมากินอะไรสักหน่อย ว้าาา เสียดายจัง”

“ได้สิคะ แต่ไม่ใช่ที่นี่นะ”

“เอ๋?”

“ถ้าพี่ยังไม่รีบกลับก็นั่งรออีกสัก 10 นาทีได้ไหมคะ พอฉันปิดร้านเสร็จ เราก็ไปหาอะไรกินกันข้างนอกกัน”

“อ่อ ได้สิ” พี่อยากไปกินกันข้างนอกกับน้องจะแย่แล้วจ้า



        เมื่อจัดการปิดร้านเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ทั้งคู่ก็มาอยู่แถวย่านร้านอาหารของมหาลัย

“มินะอยากกินอะไรอะ”

“ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลยค่ะ ขอเป็นของหนักๆได้ไหมคะ?”

“พี่ให้มินะเลือกเลย” ขณะที่กำลังเดินข้างกันนั้น นายอนก็ค่อยๆเลื่อนมือไปกุมมือรุ่นน้องแบบเนียนๆ มินะสะดุ้งเล็กน้อยแล้วกระชับมือรุ่นพี่ให้แน่นมากขึ้น ก่อนจะระบายยิ้มอ่อนๆแล้วมองไปยังทางข้างหน้า


        ฮื้อออ~ พี่ได้จับมือน้องแล้วค่ะทุกคน น้องเขาจับมือฉันตอบด้วย กรี๊ดดดด!



.

.

        อดอยากปากแห้งมาจากไหนเนี่ย กินอย่างเดียวไม่สนใจพี่เลย”

“ก็ฉันหิวนี่คะ วันนี้ลูกค้าก็เยอะเลยใช้พลังงานไปเยอะเนื้อยเหนื่อย ไม่มีเวลาพักเลย”


“กินปากเลอะหมดแล้วเนี่ย มานี่เดี๋ยวเช็ดให้” นายอนค่อยๆใช้กระดาษเช็ดที่มุมปากของรุ่นน้องตรงหน้า




        พาเข้าเรื่องเลยละกันเนอะ


        

       “มินะกลับหอดึกๆทุกวันแบบนี้ แฟนไม่เป็นห่วงแย่หรอ?”

“ไม่ห่วงหรอกค่ะ”     


         เดี๋ยวนะ? พูดแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วหรอ

“ทำไมล่ะ? แฟนไม่ค่อยสนใจหรอ หรือยังไง เล่าให้พี่ฟังได้นะ” ขอขยี้หน่อยนะ ขอคำตอบตรงๆอะ ได้รึเปล่า!

“พี่คะ”

        “คือฉันยังไม่มีแฟนค่ะ ตั้งแต่เกิดยังมาไม่เคยมีแฟนเลย” 

        เยส!!!

ความรู้สึกของนายอนในตอนนี้เหมือนยกภูเขาหินออกจากอก

        น้องมินะโสดนะคะทุกคน อิอิ







พวกเธอตัดสินใจเดินกลับหอด้วยกันโดยที่มินะไปส่งนายอนที่หอก่อนเพราะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ระหว่างทางมีแต่ความเงียบงันได้ยินแค่เสียงรถวิ่งผ่านไปมาและเสียงฝีเท้าของคนที่เดินเคียงข้างกันมาพักใหญ่ๆ

“ขอบใจมากนะที่มาส่งพี่ ไว้เจอกันที่ร้าน” นายอนกล่าวลาพร้อมโบกมือให้ เตรียมที่จะเปิดประตูหอแต่ก็รุ่นน้องที่มาด้วยกันก็ได้พูดขึ้นมา

“เอ่อ.. พี่นายอน ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ”


“ขอบคุณอะไรกันล่ะ”

“คะ คือ.. วันนี้ฉันมีความสุขมากๆเลยค่ะ” มินะพูดด้วยท่าทางที่เขินอาย มัวแต่เกาแก้มตัวเองจนไม่กล้าสบตาเธอซะงั้น

มีความสุขเมื่อได้ใช้เวลาอยู่กับฉันงั้นหรอ? 


        “เดี๋ยวก่อนสิ.. มินะ”


ถ้าพูดมาขนาดนี้ คงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปง่ายๆหรอกนะ 

ขอทำอะไรตามใจตัวเองได้ไหม นี่มันดูเร่งรีบไปไหมนะ...?


         

.


        จุ๊บ.

สัมผัสจากริมฝีปากอุ่นๆที่แก้มมินะ ทำให้รุ่นน้องอึ้งค้างไปชั่วขณะ หน้าขาวใสเริ่มกลายเป็นสีแดงจางๆ นายอนเห็นคนที่เธอพึ่งช่วงชิงแก้มนิ่มๆนั้นไปก็อดขำกับท่าทีน่ารักๆนั้นไม่ได้


“นี่ถือเป็นรางวัลที่มาส่งพี่ละกัน”




ตั้งแต่คืนนั้นนายอนก็มักจะมาร้านตอนใกล้จะปิดอยู่บ่อยๆ เธอไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว แถมยังเปิดเผยมากขึ้นว่าเธอสนใจรุ่นน้องคนนี้มากแค่ไหน การบอกลาของทั้งคู่ก็มักจะปิดท้ายด้วยนายอนหอมแก้มมินะทุกครั้ง



ที่ไม่เคยปฏิเสธสัมผัสของฉันแล้วยังเขินอายทุกครั้ง

นี่น้องเขารู้สึกเฉยๆหรือพอใจล่ะเนี่ย?


.

.

.



        “มินะ คืนพรุ่งนี้พี่มีนัดกินเลี้ยงกับเพื่อนๆคงไปกินข้าวเย็นกับมินะไม่ได้นะ”


        “งั้นฉันจะทานข้าวกับใครล่ะคะ?”


“แล้วก่อนหน้านี้เธอกินข้าวกับใครล่ะ”


“ฉันซื้ออาหารง่ายๆแถวนี้ไปกินที่ห้องค่ะ”


“มินะ”

“คะ”

“งั้น... พรุ่งนี้ไปกับพี่ไหมละ” นี่คิดกะจะเปิดตัวกับเพื่อนๆเลยนะเนี่ย เผื่อเพื่อนจะช่วยแซวช่วยชง 

“กับพวกเพื่อนๆพี่หรอคะ?”

“อื้มม ใช่”

“อย่าเลยดีกว่าค่ะ ฉันทำตัวไม่ค่อยถูก”

“ก็ชวนไปงั้นแหละ รู้อยู่แล้วว่าเธอคงไม่กล้ามาหรอก”

“ถ้าฉันไปด้วยเดี๋ยวพี่ก็เมาท์กับเป็นเพื่อนได้ไม่เต็มที่หรอกค่ะ” 

“เดี๋ยว นี่เธอบอกว่าพี่พูดมากสินะ นี่แหนะ” นายอนหยิกต้นแขนเพราะอดหมั่นเขี้ยวเด็กไม่ได้


 “เปล่านะคะ แค่จะบอกว่าพี่เป็นคนสดใสร่าเริงเฉยๆ” มินะยิ้มติดตลก  


         เข้าหอก่อนนะ บะบาย



จุ๊บ.




.


.


“อัพเดทหน่อยสิ เป็นไงบ้างจ๊ะเพื่อน” จองยอนที่คีบหมูสามชั้นใส่ในจานตัวเองเอ่ยปากถาม

        “ก็เรื่อยๆ” นายอนตอบพร้อมยกโซจูกระดกตาม

“ไม่มีไรคืบหน้าเลยหรอว้า น่าจะรีบๆรวบหัวรวบหางน้องเขาได้แล้วนะ”


“บ้าหน่าา”

“อืมม อันที่จริง... ฉันได้หอมแก้มน้องเขาไปหลายครั้งแล้วแหละ แบบนี้เรียกว่าคืบหน้าไหมอะ” นายอนพูดแล้วยักคิ้วโดยไม่รู้ตัว


“แหมมมมมม หน้าตาฟินออกนอกหน้ามากจ้า”


“ก็ฉันเขินนี่นา” 


        เมื่อแก๊งค์เพื่อนเริ่มสลายตัว กลุ่มเมฆกลับรวมตัวหนาทึบจนเริ่มบดบังแสงจันทร์ได้ไปกระตุ้นความคิดของเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อยุโรปสีดำเข้าจนได้

ฝนกำลังจะตก

แล้วเด็กคนนั้นป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ?

ไหนๆก็ผ่านมาทางนี้แล้วแอบแวะไปดูที่ร้านดีกว่า




ครื้นนน! ซาาาาาา!


มินะล้างแก้วใบสุดท้ายเสร็จ แต่เสียงสายฝนเรียกร้องความสนใจจากเธอจนไม่ทันระวังว่ามีแก้วอีกใบนึงวางอยู่ที่ขอบอ่าง

เพล้งงงงง!!!


“โอ๊ะ!” ร่างเพรียวหย่อนตัวนั่งลงยองๆเพื่อเก็บเศษแก้วที่กองอยู่บนพื้นอย่างหัวเสีย แต่ก็ต้องหยุดชะงักการทันทีเมื่อได้ยินเสียงกึ่งพูดกึ่งตะโกนของผู้ที่มาใหม่


“ใครให้ใช้มือเก็บเศษแก้วแบบนั้นล่ะ!!”

“หลบไปเลย พี่จะกวาดเอง” แขกที่เข้ามาใหม่รีบเขามาขัดจังหวะพร้อมกับไม้กวาดและที่ตักผง

.

.



“เฮ่อ เสร็จสักที คนอะไรซุ่มซ่ามได้ขนาดนี้นะ” นายอนวางอุปกรณ์ทำความสะอาดเพยิดหน้าให้รุ่นน้องเอาขยะและอุปกรณ์ไปเก็บ

“ขอบคุณที่ช่วยนะคะ ลมอะไรหอบมาถึงนี่คะ ไหนว่าไปกับเพื่อนไง”

“กินเร็วกว่าที่คิดไว้น่ะ พี่อยากจะไปต่อร้านอื่นแต่มันก็ไม่ไปกัน”


“ว่าแต่ พี่กินโซจูมาหรอคะ”


“รู้ได้ไงอะ” นายอนพูดพลางเอามือป้องปาก


“ก็หน้าแดงขนาดนั้น นี่พี่ยังไม่เมาใช่ไหมคะ”


“ไม่เมานะ กินไปแค่ไม่กี่กรึ๊บเอง”


“คิกคิก” มินะหัวเราะน้อยๆพร้อมสายหัวเบาๆ

“นี่ ขำไรน่ะ”


“พี่นายอนหน้าแดงแล้วน่ารักดีค่ะ ใส่แว่นใสๆแบบนี้ยิ่งน่ารักไปอีก”


“หยุดหัวเราะได้แล้ว รีบเก็บของปิดร้าน เดี๋ยวพี่พาไปส่งทานข้าว” จากสีหน้าที่กำลังไม่พอใจกลับกลายเป็นยิ้มแย้มทันที


“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันซื้อข้าวมาแล้ว”  มินะชี้ไปยังกล่องข้าวบนเคาท์เตอร์


“งั้นก็ไปกินที่ห้องพี่สิ มีไก่ทอดที่ซื้อมาตอนกลางวันอะ ช่วยพี่กินหน่อยสิ” นายอนพูดพร้อมเขย่าแขนมินะ

“คิกคิก” 


“ตลกอะไรอีกล่ะ หืออออ?” วันนี้อารมณ์ดีจริงๆเลยนะเด็กคนนี้


“ท่าทางพี่เหมือนเด็กน้อยเลยค่ะ”


“แล้วสรุปว่าจะไปไหม?”

“ไปค่ะ อยากกินไก่”


.

“เดี๋ยว จะไปไหนน่ะ” นายอนรีบถามเมื่อเห็นรุ่นน้องเดินไปคนละทางกับตัวเอง


“หอพี่ไปทางนี้นี่คะ”


“โอ๊ย! ฝนตกขนาดนี้ได้ว่ายน้ำเข้าหอกันพอดี มานี่สิวันนี้พี่เอารถยนต์มา”


“เข้าหอ?” มินะทวนคำซ้ำพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ไม่ต้องมายิ้มเลย มานี่” นายอนเดินเข้ามาลากข้อมือคนน้องจูงไปที่รถ

เขินจะตายอยู่ละ ยังต้องมาพาเด็กเข้าห้องอีก อะไรดลใจให้ฉันพูดชวนออกไปแบบนั้นกันนะ เฮ่อออ..



เมื่อผู้มาเยือนมาถึงห้องก็รีบจัดการกับไก่ทอดแสนอร่อยทันที รุ่นน้องตอนกัดตอนแทะกระดูกไก่นี่มันน่ารักน่าชังเหมือนเด็กน้อยจริงๆนะ

“อย่าจ้องกันตอนกินแบบนี้สิคะ ฉันอายนะ”


“ก็เธอกินตลกดี เขมือบยังกับวันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง”


“ฉันว่าตอนพี่กินเนื้อย่างอาจจะมูมมามกว่าฉันก็ได้นะ”

“ชิ ทำมาเป็นรู้ดี อิ่มแล้วเก็บขยะล้างจานให้ด้วยนะ พี่จะไปสระผม หัวเหม็นควันหมดละ”

“เออมินะ เธอก็เตรียมตัวอาบน้ำได้แล้วนะ” นายอนตีหน้าซื่อเพื่อแฝงความต้องการลึกๆของตัวเองไม่ให้อีกคนได้สงสัย


“ฮะ หมายความว่ายังไงคะ?”

“ฝนตกหนักแล้วดึกขนาดนี้ พี่ขี้เกียจไปส่งอะ” แสร้งทำเป็นบอกปัดๆ ขาเรียวก้าวไปทางห้องน้ำอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินเข้าไปนห้องน้ำ


“ฉันเดินกลับเองได้ค่ะ ไม่เป็นไรหรอก” 

“พี่รู้ว่ามินะเกรงใจ แต่ถ้าโดนฝนแล้วไม่สบายช่วงสอบจะแย่เอานะ ..ก็ตามใจแล้วกัน” นายอนพูดเสร็จพรอมปิดประตูห้องน้ำทันที

“อา งั้นฉันขอรบกวนพี่นายอนด้วยนะคะ” 


         หลังจากมินะอาบน้ำเสร็จสายตาก็มองไปยังเจ้าของห้องที่กำลังง่วนกับการเล่นโทรศัพท์มือถือโดยที่ผ้าขนหนูผืนเล็กวางแหมะค้างไว้บนหัว จนมินะอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วจัดการเช็ดผมให้รุ่นพี่


“ขู่ฉันว่าถ้าตากฝนแล้วฉันจะเป็นหวัด แต่ตัวเองสระผมแล้วไม่ยอมเช็ดผม ไม่ดีเลยนะคะ”


“ก็ดีแล้วไง เห็นไหมว่ามีเด็กที่ไหนไม่รู้มาเช็ดให้สบายจะตาย”

“ถ้าฉันเช็ดผมให้พี่เสร็จแล้ว ฉันขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

นายอนวางมือถือและสนใจไปที่ทีวีจอแบนขนาดใหญ่แทน

“ดูหนังเป็นเพื่อนกันก่อนสิ”

        

        "ก็ได้ค่ะ"


     



.

.

.



.

แต่ด้วยอาการง่วงสะสมทำให้คนน้องจากที่นั่งตัวตรงค่อยๆเอนตัวหาที่พักพิงจนกระทั่งศีรษะมาหยุดอยู่บนตักของเจ้าของห้อง

“อะไรกัน พึ่งดูไปได้นิดเดียวเองนะ” นายอนลูบหัวน้องที่วันนี้ดูเหมือนจะเหนื่อยล้าเป็นพิเศษ


“ไหวไหมเนี่ย? ตาจะปิดแล้วนะหนู” ร่างบางก้มลงไปกระซิบเบาๆ กดริมปีฝากกับหน้าผากใส


“ไหวค่ะ ฉันดูอยู่” มินะพูดพร้อมกับหันหน้ามาหานายอนแล้วทำตาโตให้ดู


“นี่แหนะ ทำแบบนี้จะได้่ตื่นๆ ดีไหม?” ดึงสันจมูกสวยอย่างหมั่นเขี้ยว


“พี่อย่าแกล้งฉันสิ...”

จุ๊บ. จุ๊บ


มินะรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปกปิดใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนจากการจู่โจมแก้มทั้งสองข้างของเธอ แต่ยังไม่ทันจะหายเคอะเขินใบหน้าที่พึ่งถอนออกไปจากหน้าเธอเพียงครู่ก็เลื่อนกลับมาเธออีกครั้งโดยเปลี่ยนเป้าหมายเป็นส่วนอื่นแทน ริมผีปากอิ่มกดน้ำหนักลงไปยังปากบางที่อยู่ข้างใต้อย่างเผลอไผล ถอนออกมาแล้วกดย้ำซ้ำไปที่ตำแหน่งเดิมอย่างอดใจไม่ไหว


     ขบวนรถไฟด่วนพิเศษกำลังเร่งความเร็วไปที่เป้าหมายอย่างสุดกำลัง 

     เธอมั่นใจว่าจุดหมายของเธอก็คงคิดเหมือนเธอเช่นกัน

     แต่ทว่าเธอคงคิดผิด.. เพราะเธออาจจะเป็นรถไฟตกรางที่เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงเพียงเพราะไม่ยอมระงับความเร็วของตัวเอง




          !!!!!!!!!



“พี่จะทำอะไรคะเนี่ย!!!” มินะตกใจเบิกตากว้างเมื่อตัวเองได้รับสัมผัสชื้นที่ปาก จนต้องรีบผลักนายอนออกไปเรียกคืนสติจากการกระทำอันล่อแหลมนี้

“เธอไม่ได้ชอบพี่หรอกหรอ?” 

“ฉันชอบพี่นายอนนะคะ”

“แล้วทำไมเธอถึงปฏิเสธพี่ล่ะ” ไหนจะท่าทางพึงพอใจและท่าทางที่ดูมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกันอีก

“พี่เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าคะ ฉันชอบพี่ก็คือฉันชอบพี่ แบบที่รุ่นน้องคนนึงปลื้มรุ่นพี่”



แพล้ง..... !! 

ถ้าใบหน้าสวยของนายอนทำจากกระจกก็คงอยู่ในสภาพแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ยิ่งกว่าเศษแก้วที่เธอพึ่งกวาดไปที่ร้านกาแฟอีกมั้ง ไม่สิมันต้องไม่ใช่แบบนี้ ที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์มันทำให้เธอมั่นใจว่ามินะชอบเธอมากกว่านั้น เธอรู้สึกมั่นใจจริงๆนะ


“แล้วที่เธอเขินพี่บ่อยๆล่ะ”


“ฉันเป็นคนขี้อาย ปกติฉันก็เขินบ่อยอยู่แล้วนะคะ”


“อ๋อ งั้นเองหรอกหรอ”

“งั้น เอ่อออ มินะ พะ..พี่ขอโทษนะที่ล่วงเกินเธอ” คนพี่ทำหน้าเหวอ ก้มหน้าหลบตาอย่างละอายใจ


“ฉันก็ต้องขอโทษพี่ด้วยค่ะที่ทำให้พี่คิดว่าฉันชอบพี่แบบนั้น”


        “พี่จะไปส่งเธอกลับเดี๋ยวนี้เลย” นายอนทำท่าจะลุกขึ้นแต่เป็นมินะที่พูดดักไว้ก่อน


“อย่าเลยค่ะ ฉันไม่เป็นไร”


“แต่พี่กลัวว่ามินะจะอึดอัดถ้ายังอยู่กับพี่แบบนี้”


“ฉันไม่เป็นไรจริงๆค่ะ ฉันว่าพี่ควรห่วงความรู้สึกตัวเองตอนนี้ดีกว่านะคะ”


“อาาา พี่มันมั่นหน้าเกินไปสินะ”


“ฉันขอโทษจริงๆนะคะ ฉันขอโทษ”


“อืม เธอไม่ได้ผิดนี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องพี่หรอก พี่ก็แค่พึ่งชอบเธอไปนิดเดียวเอง”


“ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้ฉันนะคะ”

“ฉันขอตัวไปนอนนะคะ ฉันจะตรงนี้แหละค่ะ” 


       “มันไม่สบายหรอกนะ เธอควรไปนอนบนเตี...” ประโยคชักชวนต้องโดนกลืนลงคอไปโดยทันทีในเมื่อพึ่งจะเธอก็ทำให้มินะกลัวเธอนี่นา

“อื้ม ฝันดีนะ”


“ฝันดีค่ะ พี่นายอน”

เจ้าของห้องจัดการปิดไฟแล้วทิ้งตัวลงนอนกับเตียงนุ่มที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ตอนนี้สมองของเธอว่างเปล่า เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างพุ่งเข้าสู่หัวใจทำให้มันสูบฉีดเร็วแรงเกินกว่าปกติ น้ำตาไหลอย่างหนักจนหมอนที่เธอกำลังหนุนนั้นเปียกปอน ให้ตายเถอะ เธอไม่สามารถข่มตานอนได้เลย เพราะสิ่งที่เธอทำมันคงทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

มินะ.. เธอหักอกพี่แบบนี้ได้ยังไงกัน

         - 2 สัปดาห์ผ่านไป -




“เหม่ออะไรอะ” บาริสต้าสาวผมหน้าม้าเชื้อชาติเดียวกับเธอเอ่ยถาม 


“เปล่าสักหน่อย”


“เดี๋ยวนี้พี่ฟันกระต่ายที่พูดมากๆนั่นไม่มาร้านเราแล้วหรอ”


“ไม่รู้สิ ร้านกาแฟแถวมอเรามีเยอะแยะ คงมีเบื่อกันบ้างแหละ” มินะแสร้งบอกปัดๆ ทำเป็นไม่สนใจประโยคที่เพื่อนพูด 


“พูดเหมือนน้อยใจเลยนะ ไม่สมกับเป็นมินะเลย”


“ยังไงล่ะ นี่ปกตินะ” 


        “ตั้งแต่พี่ฟันกระต่ายหายไปมินะดูใจลอยอยู่บ่อยๆนะ ไม่รู้ตัวบ้างหรอ”


“ลูกค้าประจำหายไปมันก็ต้องมีนึกถึงบ้างสิ”


“คิดถึงมากกว่าล่ะมั้ง เห็นชอบมองไปที่นั่งประจำพี่เขาบ่อยๆนี่”


“มั่วแล้วโมโมะ ใช่ที่ไหนล่ะ”


.
.
.

.


       “เบื่อห้องประชุมใต้คณะแล้วอะ ไปร้านกาแฟกันเถอะ” เจ้ควอนหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์นายอนรีบกวาดชีทเรียนโกยเข้ากระเป๋า หลังจากที่พวกเธอเรียนตัวสุดท้ายเสร็จและกำลังคิดว่าต่อจากนี้จะไปติวที่ไหนกันดี


“ฉันก็เบื่อร้านกาแฟแล้วเหมือนกัน ติวกันที่เดิมนั่นแหละ” นายอนพูดออกมาโดยที่น้ำเสียงเหนื่อยอ่อน


“เอ้านี่ ฝังใจกับร้านกาแฟไปแล้วใช่มะ” จองยอนตบบ่าเพื่อนเบาๆ


“หยุดพูดเลยนะ!!”



“เออเนี่ย ฉันได้ยินมาว่ามีร้านกาแฟอยู่ร้านนึงเจ้าของอย่างแซ่บอะ หล่อ สูง หุ่นดีสุดๆ”


“งั้นไปกันเลยเจ้” จองยอนเสริม


“แป๊บนึงๆ เดี๋ยวถามเพื่อนก่อนว่าร้านมีที่นั่งไหม...  ฮัลโหลมึงๆ ร้านพี่แท็คมีที่นั่งไหมวะ เอ่อดี จองที่ไว้เลยเดี๋ยวไปหา”

“มันบอกว่าเหลือโต๊ะเล็กๆโต๊ะนึง เราสามคนน่าจะนั่งกันได้พอดี ป้ะ” นายอนกับจองยอมรีบเก็บกระเป๋าตามเจ้ควอนไปในทันที


              


     


.

.

.




“เอ่ออ ใช่ร้านนี้หรอเจ้” นายอนงงงวยที่เจ้ควอนพาเธอมายังอดีตร้านคาเฟ่ประจำที่เธอมาเต๊าะ เอ๊ยย! มาอ่านหนังสืออยู่บ่อยๆ

“ใช่แล้วจ้า ที่นี่แหละร้านพี่แท็คสุดหล่อ”


พี่ทงพี่แท็คไรกัน เมื่อก่อนมาออกจะบ่อยไม่เคยเจอใครหล่อๆเลย รึว่าฉันไม่ได้สังเกตนะ?

 


“นายอน แกโอเคปะวะ” จองยอนกระซิบเบาๆพร้อมแตะไหล่เพื่อน


“โอเค วันนี้พวกเรามาติวหนังสือหนิ ไม่ต้องไปสนใจอย่างอื่นหรอกเนอะ” 


“รับอะไรดีคะ” เป็นโมโมะที่ทักทายลูกค้าด้วยท่าทางกระตือร้น


“เอ่ออ เอา..” นายอนพูดตะกุกตะกักทันทีเมื่อได้เจอโมโมะ


“นี่พวกแกรีบๆหน่อยสิ ลูกค้าคนอื่นเขารอเราอยู่เนี่ย อ่าา  น้องคะ พี่เอาคาปูชิโน่เย็นหวานน้อยค่าาาาาา” 


“ฉันเอาโกโก้ปั่น” จองยอนสั่งเครื่องดื่มสุดโปรดอย่างไม่ลังเล


“โกโก้ปั่น คาปูชิโน่เย็นหวานน้อยแล้วก็...” เจ้ควอนทวนเมนูซ้ำ


“พี่นายอนล่ะคะ รับเป็นลาเต้ร้อนหรือสมูตตี้มะม่วงดีคะ?”


         อาาา โมโมะจำเครื่องดื่มประจำของเธอได้


“ฉันเอาอเมริกาโน่เย็น”


“ชีวิตแกนี่ขมขื่นจังวะนายอน” เจ้ควอนพูดติดตลกแต่หารู้ไม่ว่าจองยอนกับโมโมะอดหัวเราะแห้งๆตามไม่ได้


.

.




“มีออเดอร์อะไรเพิ่มไหมโมโมะ” 


“มี เธอทำอเมริกาโน่เย็นให้พี่นายอนแล้วกัน”


“อะไรนะ ตะกี๊เธอพูดว่าพี่นายอนมาที่นี่หรอ” มินะพูดพร้อมสีหน้าตื่นเต้น


“แหมมม หน้าตาดูมีความหวังแบบนี้หมายความว่ายังไงจ๊ะ” 


“เปล่า.. แต่ฉันจำได้ว่าพี่เขาไม่ชอบดื่มกาแฟเข้มๆน่ะ”


“สงสัยชีวิตพี่เขาอยู่ในช่วงขื่นขมล่ะมั้ง”


“แน่ล่ะ พี่เขาเรียนหนักขนาดนั้น ไหนจะสอบติดกันตั้งหลายตัวอีก”


“เฮ่อออ! คงประมาณนั้นแหละ คงไม่อยากง่วงก็เลยสั่งอะไรเข้มๆ” โมโมะทำท่าทางเอือมระอาใส่มินะ



“คาปูชิโน่เย็นหวานน้อยค่ะ โกโก้ปั่นและแก้วนี้... ลาเต้เย็นค่ะ”


“เดี๋ยวโมโมะ ฉันสั่ง..”


“ฉันรู้ค่ะพี่ แต่ฉันว่าไปเคลียร์กันเองดีกว่าไหมคะ” โมโมะยู้ปากไปทางมินะที่ยืนเท้าแขนกับเคาท์เตอร์ ส่งยิ้มจางๆให้นายอน แต่พอเห็นว่ารุ่นพี่หันมาหามินะก็รีบยืดตัวหันหลังกลับไปทำงานต่อ



“หึ ช่างเถอะ ฉันกินได้หมดแหละ” พูดเสร็จก็ดูดปรื๊ดไป 4-5 อึก




        “นายอนแกรู้จักกับเด็กที่ทำงานที่นี่ แล้ววันนี้พี่แท็คเขาไม่เข้าร้านหรอ” เจ้ควอนกันหน้ามาหาแล้วดูดกาแฟในมือ


“สรุปมาติวหรือมาส่องผู้คะเจ้”


“ติวสิ นายอนคนสวยติวให้พี่เข้มๆเลยนะจ๊ะ”



.

.

.





“โมโมะ ผู้ชายคนนั้นใครอะ”


“คนไหนล่ะจ๊ะ วันนี้ผู้ชายเต็มร้านไปหมด”


“คนที่มากับพี่นายอนสิ”


“เพื่อนพี่เขาล่ะมั้ง”


“ทำไมต้องเอาหน้าไปใกล้กันขนาดนั้นด้วยเนี่ย”


“เขาสนิทกันไง ทีบางคนเป็นแค่พี่น้องกันยังมาหาที่ร้านทุกวันได้เลยจริงไหม?” โมโมะกระตุกยิ้ม มินะส่งค้อนวงใหญ่ไปให้หนึ่งที


“ตั้งใจแขวะกันใช่ไหม”


“เปล๊าาาาา นี่ๆ ถ้าสนใจพี่เขานักก็เข้าไปหาเลยสิ กลัวอะไรล่ะ”


“ไม่ได้กลัว แค่ไม่อยากรบกวนพี่เขาตอนติวหนังสือต่างหากล่ะ”


“จ้าาาา”



















นี่ก็เป็นวันที่ 2 แล้วที่มินะแอบมาดักรอรุ่นพี่ที่เธออยากเจอที่หน้าหอสมุดในเวลาหัวค่ำ เมื่อคืนก็เห็นพี่นายอนออกมานะ แต่ไม่กล้าเข้าไปทัก เลยคิดว่าวันนี้ยังไงก็ต้องคุยกันให้ได้


 

       ซาาาาาาา!


       ฝนตกอีกแล้วรึเนี่ยให้ตายเถอะ ไม่ได้เอาร่มมาด้วยสิ


       หลายคนเริ่มทยอยเดินออกมาจากห้องสมุด มินะคิดได้ทันทีว่าหอสมุดมีร่มให้ยืมนี่นาเลยรีบวิ่งไปยึดมาเป็นของตัวเอง 1 คัน สักพักเธอก็ได้เจอเป้าหมายของเธอเข้าแล้ว พี่นายอนทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยที่ร่มหอสมุดมีคนเอาไปหมดแล้ว เธอคงจะมาช้าไปแต่..


     


     พรึ่บ!

    


        “ให้ฉันเดินไปส่งนะคะ” มินะเดินเข้าไปหารุ่นพี่พร้อมกางร่มให้ เสียงนุ่มที่นายอนคุ้นเคยทำให้พงะเล็กน้อยจนรีบตอบกลับไปว่า



        "ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็คงหยุดแล้ววล่ะ" นายอนก้มหน้าเล็กน้อย เธอยังไม่พร้อมที่จะเจอมินะตรงๆแบบนี้ ก่อนที่จะหันหลังและก้าวไปเปิดประตูหอสมุด มินะจึงรีบคว้าข้อมือข้างนึงไว้



        "ปล่อย" 


        "ไม่ปล่อย พี่จงใจหลบหน้าฉันทำไมคะ"


        "เราไม่มีเรื่องอะไรที่จำเป็นต้องเจอกันอีกแล้วมินะ ปล่อยนะ" นายอนใช้มือข้างที่ถือกระเป๋าพยายามแกะมือมินะออก จนสัมภาระของเธอมันหล่นลงพื้น ด้วยความที่มินะมือไวกว่าจึงหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับสะพายไว้ที่ไหล่ของตัวเองทันที 

     

        "ขอกระเป๋าคืนเดี๋ยวนีี้"

     

        "ได้สิคะ เดี๋ยวฉันสะพายให้ถึงหน้าหอเลย"

     

        "เฮ่ออ! ตามใจละกัน"

     

        "อย่าถอนหายใจแรงสิคะ เดี๋ยวแก่ไวนะ" มินะคลี่ยิ้มบางๆ ถือวิสาสะโอบไหล่รุ่นพี่เข้ามาเบียดในคันร่มด้วยกัน รู้สึกถึงแรงฝืนเล็กน้อย

ระหว่างทางมีแต่ความเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีบทสนทนาใดใดออกมาจากปากของทั้งคู่ 


        นายอนสังเกตเห็นด้านซ้ายของมินะ ตั้งแต่หัวไหล่จนถึงมือเปียกชุ่มด้วยน้ำทั้งหมด คงเป็นเพราะร่มมันที่เอียงมาทางด้านเธอมาเกินไป สิ่งนี้ทำให้เธอใจฟู เกิดความสับสนขึ้นหลายอย่างในใจจนเธอเริ่มจะเก็บมันอีกต่อไปไม่ไหว เธอคงต้องพูดอะไรกับมินะสักอย่าง ซึ่งตอนนี้พวกเธอเดินมาอยู่ที่หน้าหอพักแล้ว


        “ขอบคุณที่มาส่งนะ กลับดีๆล่ะ” 


“พี่จะไม่ชวนฉันขึ้นไปนั่งพักห้องพี่ก่อนหรอคะ” มินะรีบพูด


“มินะ เธอต้องการอะไรกันแน่ เธอจะมาวุ่นวายกับพี่ทำไมไม่ทราบ”


“ฉัน”


“ในเมื่อเธอไม่ได้รู้สึกเหมือนพี่ เธอควรเลิกทำให้พี่คิดเข้าข้างตัวเองเถอะ มันเจ็บมากนะ” นายอนพูดพร้อมดึงกระเป๋าของตัวเองออกจากรุ่นน้อง


“เดี๋ยวค่ะพี่” มินะรั้งแขนนายอนไว้

       “ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำยังไงถ้าฉันอยากเจอพี่ทุกวัน อยากคุยกับพี่ทุกวันเหมือนเมื่อก่อน อยากกินข้าวเย็นกับพี่ทุกวัน อยากให้พี่มาหาที่ร้านทุกวัน” 

       “ฉันจะทำยังไงกับความรู้สึกนี้ดี?”



         นายอนอึ้งแล้วหยุดนิ่ง ก่อนที่หันกลับไป






“ตั้งแต่วันนั้นพี่ก็ไม่คุยกับฉัน ไม่มาหาฉันที่ร้าน ฉันก็เอาแต่คิดถึงพี่ทุกวัน รอพี่อยู่ที่ร้านทุกวัน”

“ช่วงที่ผ่านมามันทรมานมากเลยนะคะ”

“ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะ ว่าฉันต้องทำยังไง?” 


















      นายอนหันกลับมาจ้องมองมินะด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ ทั้งที่ใจเธอเริ่มหวิวอยู่หน่อยๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรรุ่นน้องร่างเพรียวตรงหน้าก็เดินเข้ามาประชิดตัวเธอพอดี มินะปล่อยให้ร่มที่บังหยดน้ำร่วงไปบนพื้น ใช้สองแขนที่ว่างโอบกอดรุ่นพี่คนสวยอย่างช้าๆพร้อมประทับริมฝีปากบางๆของตนทามทับลงบนริมฝีปากอวบอิ่มชวนฝันนั้น นายอนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อตัวเองเป็นคนได้รับสัมผัสที่ไม่คาดคิดแต่เธอก็รีบดึงสติแล้วค่อยๆหันหน้าไปทางอื่นอย่างเขินอาย ทำอะไรไม่ถูกจึงเดินไปเก็บร่มขึ้นมากันฝนใหม่ มินะใช้มือของตัวเองกุมมือนายอนที่ถือร่มนั้นแล้วพูดว่า




“ตอนนี้ความรู้สึกของฉันไม่ใช่แค่ปลื้มพี่แล้วนะคะ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้”


“ถ้าไม่รังเกียจกัน ฉันขอให้พี่ลองเปิดใจจะได้ไหมคะ?” 


นายอนยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย หัวใจเธอกำลังเต้นแรงกับคำพูดที่ได้ยินจากปากคนที่เธอหมายปองมาตลอด ถ้ามันเป็นฝันละก็เธอคงจะไม่อยากตื่นแน่ๆ แต่นี่มันคงไม่ใช่ฝันหรอก เพราะในเมื่อภาพที่เธอเห็น คำพูดที่เธอได้ยิน หรือแม้แต่สัมผัสของรุ่นน้องน่ารักคนนี้มันชัดเจนมากขนาดนี้ 


“พี่นายอน.....”



“เดี๋ยวค่อยตอบละกัน”



“พี่นายอนอ่าาา”



“ตอนนี้เราเปียกกันทั้งตัวแล้วนะ ขึ้นไปเช็ดตัวบนห้องก่อนสิแล้วจะบอก”

“ใครใช้ให้เธอปล่อยร่มแบบนั้นล่ะ เดี๋ยวก็ป่วยกันพอดี”


“ขอบคุณนะคะ” มินะยิ้มกว้างเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ที่พวงแก้ม แต่นายอนเบี่ยงหลบได้ทัน


“คืนนี้หน้าที่ที่เธอต้องทำคือลบความทรงจำแย่ๆคืนนั้นของพี่ออกไปได้ไหมล่ะ ถ้าทำได้พี่อาจจะตอบตกลง”



“ได้สิคะ ฉันจะลบความทรงจำแย่ๆแล้วแทนที่ด้วยการสร้างความทรงจำดีๆเอง”  มินะมองลึกเข้าไปในตาจนนายอนไม่สามารถจ้องมองคืนได้ หยิบคีย์การ์ดในวางบนที่สแกนจนประตูเลื่อนเปิดออก พร้อมยืนมือไปหาคนที่กำลังเก็บร่มเสร็จ



“ขึ้นมาสิ”

ขึ้นรถไฟขบวนด่วนพิเศษนี้ไปกันเลย



- fin -












          



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ kavp5 จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:03

    นึกว่าจะไม่แฮปปี้ซะแล้วค่ะ อยากตีมินะ โทษฐานที่ทำให้ใจแป้วตั้งแต่กลางเรื่อง555555 รู้ตัวช้านะคะ!

    #3
    0
  2. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:09
    มินะมัวเก๊กอยู่ตั้งนาน ดีนะพี่เค้าไม่หนีไปสะก่อน
    #2
    0
  3. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:19
    คิดว่าจะจบแบบไม่แฮปปี้สะเเล้ว น่ารักมากๆ
    #1
    0