ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 [----รีไรท์----]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    30 ก.ค. 54


ตอนที่ 6

 

ลีออนเลื่อนแก้วบลูมาการิต้าให้กับแขก จากนั้นจึงหันกลับไปหยิบแก้วโอลด์แฟชั่นจากชั้นวาง ชายหนุ่มชะงักเมื่อจู่ๆ ไอ้สิ่งที่อยู่ในมือก็ทำให้นึกถึงไวซ์ขึ้นมา

“ของผมได้หรือยัง” แขกที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ถาม ทำให้ลีออนต้องรีบกลับไปตั้งใจทำงานต่อ

“ครับ ของคุณผู้ชายแบล็ครัสเชี่ยนใช่ไหมครับ” เขาหยิบขวดวอดก้าออกมาจากชั้นอย่างเงอะงะ หลังจากผสมสวนผสมทั้งหมดจนเข้าที่แล้วรินลงในแก้ว ตกแต่งด้วยลูกเชอรี่กับไม้คน จึงเลื่อนแก้วให้แขก

ผ่านมาสามสัปดาห์แล้วหลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ลีออนกลับมาทำงานได้เป็นปกติ ทีแรกคาเรนคิดจะให้เขาเปลี่ยนมาทำงานตอนกะกลางวันตลอด เพื่อที่จะให้เขาได้มีเวลาพักผ่อนเต็มที่ แต่ลีออนยังยืนยันที่จะทำงานกะเดิมอย่างเข้มแข็ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้คนอื่นวุ่นวายหาคนมาแทน แต่เพราะเขาไม่อยากมีเวลาว่างให้ตัวเองคิดอะไร เขาอยากทำงานหนักๆ ให้ลืมวันเวลาจากนั้นก็กลับไปถึงห้องพักเพื่อที่จะหลับเป็นตาย

ก็น่าแปลกดี แรกๆ ในแต่ละวันลีออนแทบข่มตาให้หลับไม่ได้ แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็สามารถหลับได้โดยไม่มีเรื่องใดมารบกวน อย่างหนึ่งก็เพราะเขายอมให้ตัวเองกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อย่างที่เคยเป็น ชีวิตที่หมุนวนเป็นวงกลมโดยไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาไม่ได้ติดตามเรื่องของไวซ์อีกเลย นอกจากจะได้ยินคนอื่นพูดคุยถึงเขาหรือจากสื่อต่างๆ ที่บังเอิญผ่านตา ถ้าพวกเขาจะมีโอกาสได้พบอีกก็คงจะได้พบเองนั่นแหละ แต่ถ้าไม่... การเก็บเรื่องของไวซ์มากลัดกลุ้มก็ทำให้ลีออนรู้สึกบกพร่องต่อหน้าที่ พูดกันตามตรงพวกเขาก็แค่คนสองคนที่บังเอิญได้มาพบกันแล้วต้องชะตากันเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยึดอีกฝ่ายไว้กับตัว จนลืมว่าตัวเองเป็นใครและมีหน้าที่อะไรรออยู่

“ลีออน สุดสัปดาห์นี้แกจะไปด้วยหรือเปล่า”

ลีออนเงยหน้าขึ้นจากเคาน์เตอร์ ไม่ได้ฟังว่าวาลพูดอะไรก่อนหน้า พวกเขาได้เวลาเลิกงานแล้วและกำลังช่วยกันจัดของในบาร์ให้เป็นระเบียบ

“ไปไหนหรือครับ”

“สุดสัปดาห์นี้คลับปิดสองวัน เพราะจะปรับปรุงอะไรหน่อย คาเรนไม่ได้บอกหรือ”

“ผมยังไม่รู้เรื่องเลย แล้วที่ว่าไปนี่ ไปไหนหรือครับ”

“ก็สังสรรค์สุดสัปดาห์ธรรมดา ยังไงเราก็ได้พักยาวสองวันบวกกับวันหยุดด้วยวันหนึ่ง ไปเมาหัวราน้ำกันเลยเป็นไง อ๋อ งานนี้คาเรนเป็นเจ้ามือนะไม่ต้องห่วง”

“น่าสนุกจัง งั้นผมไม่พลาดแน่”

“งั้นก็ตกลงตามนี้ เอ๋ ฉันนึกว่าจินน่าจะเหลืออีกซักสองขวดไม่ใช่เหรอไหงหมดซะแล้ว” ชายหนุ่มก้มลงสำรวจขวดเหล้าชนิดต่างๆ บนชั้นวาง

“งั้นเดี๋ยวผมไปหยิบให้เอง มีอะไรขาดอีกไหมครับ”

“หยิบเตกีล่ามาเพิ่มอีกสักขวดก็ดี”

“ได้เลยครับ”

ลีออนเดินออกจากเคาน์เตอร์แล้วตรงไปยังห้องเก็บของด้านหลังอย่างรวดเร็ว หลังจากหยิบของที่ต้องการจากชั้นจึงเดินกลับออกมา ระหว่างทางที่ผ่านหน้าห้องทำงานของคาเรน จู่ๆ ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดดังออกมาจากข้างใน ทำเอาเขาสะดุ้งจนเกือบทำขวดเหล้าหลุดมือ พอตั้งสติได้จึงชะโงกหน้าผ่านประตูที่เปิดแง้มไว้เข้าไป

“คุณคาเรน เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“อุ๊ย ไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ” หญิงสาวโบกมือพลางหัวเราะ “โอ๊ะ เธอช่วยเข้ามาในนี้ซักแป๊บได้ไหม”

“มีอะไรหรือครับ” ลีออนเดินเข้ามาตามมือที่กวักเรียก

“เรื่องสุดสัปดาห์นี้วาลบอกเธอหรือยัง เราจะปรับปรุงร้านนิดหน่อย ฉันคุยกับพ่อหลังจากเกิดเรื่องเมื่อต้นเดือน” หญิงสาวพูดก่อนถอนใจแผ่วเบา “พ่อก็เลยคิดว่าน่าจะมีมาตรการป้องกันอะไรเพิ่มเติม ถึงจะมีรปภ.คอยดูแล แต่ปัญหานี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก พ่อเลยอยากติดกล้องวงจรเพิ่ม แล้วก็ปรับสัดส่วนร้านเสียใหม่ ก็เลยจะปิดร้านซักสองวันก่อนสุดสัปดาห์ ทีนี่ฉันก็เลยคิดว่าน่าจะถือโอกาสชวนทุกคนไปสนุกกันเป็นโบนัสพิเศษไง”

“คุณวาลพูดเมื่อครู่นี้เองครับ รับรองผมไม่พลาดแน่”

“ต้องอย่างนี้สิพ่อหนุ่ม เราต้องเติมพลังให้กระชุ่มกระชวยเข้าไว้ ฉันจองห้องคาราโอเกะสุดเริ่ดไว้รอทุกคนแล้วจ้ะ จริงสิ แล้วแผลของเธอเป็นยังไงบ้าง”

“เกือบหายสนิทแล้วครับ ไม่ต้องเป็นห่วง” พูดพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะบริเวณที่เป็นรอยแผล “ว่าแต่เมื่อครู่นี้ผมได้ยินเสียงร้อง ตกใจแทบแย่นึกว่าคุณเป็นอะไรไปซะอีก”

คาเรนยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะ แต่ดวงตายังเป็นประกายระยับ

“พอดีฉันกำลังดูนี่อยู่น่ะ” เธอเลื่อนโน้ตบุ้คบนโต๊ะแล้วหันหน้าจอให้ดู ลีออน โน้มตัวเข้าไปลงน้อยเพื่อที่จะเห็นว่าบนหน้าจอเปิดเว็บไซด์หนึ่งไว้ มีคลิปวิดีโอหลายคลิปและหน้าคลิปหนึ่งที่คาเรนเพิ่งเปิดดูปรากฏหน้าจออยู่ด้านข้าง

“อะไรครับ”

“คลิปของไวซ์น่ะ” เท่านั้นลีออนก็แทบอยากเดินออกไปจากห้อง ชีวิตของเขาเหมือนคลื่นสงบๆ กระทั่งได้ยินชื่อของไวซ์นั่นแหละ “ก่อนที่เขาจะบินไปต่างประเทศเมื่อต้นเดือนนี่เอง รูอิคไปรอเขาที่สนามบินด้วยนะรู้ไหมเซอร์ไพร์สุดๆ เลยใช่ไหมล่า”

หญิงสาวทำเสียงดี๊ด๊า แต่สิ่งที่ทำให้ลีออนสนใจคือชื่อของรูอิคต่างหาก ชายหนุ่มมองภาพบนคลิปซึ่งถ่ายไว้โดยแฟนคลับทำให้ภาพไม่ค่อยชัดนัก แต่ก็พอจะมองเห็นผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งลิบๆ ซึ่งเขามั่นใจว่าต้องเป็นไวซ์แน่ ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปรวบตัวชายผมทองอีกคนเข้ามากอดท่ามกลางเสียงกรี๊ดของแฟนๆ พวกเขานิ่งค้างอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเขาเห็นมือของผู้ชายผมทองตบไหล่กว้างเบาๆ พวกเขากระซิบพูดคุยกันด้วยท่าทางของคนที่สนิทสนมคุ้นเคย... อือ ไม่ใช่ มันมากกว่าคำว่าคุ้นเคยเสียอีก

“รูอิคนี่ใครหรือครับ”

คาเรนหันมาจ้องหน้าราวกับเขาเพิ่งพูดอะไรหยาบคายออกไป

“นี่เธอไม่รู้จักเขาได้ไง”

“คือ... ผมไม่ค่อยตามข่าวบันเทิงเท่าไหร่นะ เพลงก็ไม่ค่อยฟัง”

“รูอิคเป็นนักร้องของค่ายเพลงซีซ่า เขาดังพอๆ กับไวซ์เลยนะสองคนนี้เริ่มต้นวงการเพลงพร้อมกัน แต่หลังๆ รูอิคเขาหันไปทำงานเบื้องหลังมากกว่า พวกเขาสองคนจะเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว”

แบบนี้นี่เอง มิน่าพอมีชื่อรูอิคเข้ามาเกี่ยวข้อง ไวซ์เป็นต้องให้ความสำคัญเหลือเกิน

“ดูพวกเขาสนิทกันมากนะครับ”

คาเรนพยักหน้ารับ “เคยมีข่าวลือว่าสองคนนี้เคยคบกันมาก่อนด้วย”

จู่ๆ ลีออนก็รู้สึกราวกับถูกตีท้ายทอย ก่อนจะถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ

“คบ? ที่ว่าคบกันนี่ หมายถึง...”

“พวกข่าวลือน่ะ เขาว่าไวซ์ชอบรูอิคมานานแล้ว พวกเขาคบกันแบบแฟน” พูดแล้วคาเรนก็ทำสายตาวิบวับ “แต่พอข่าวครึกโครม รูอิคก็ปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบนั้น แล้วก็ประกาศหมั้นเมื่อกลางปีที่แล้วนี่เอง บางคนก็คิดว่ารูอิคใช้เรื่องหมั้นเพื่อกลบข่าว บ้างก็คิดว่าเป็นคำสั่งของผู้ใหญ่ในค่าย โอ้ย เยอะแยะ แต่พวกแฟนๆ ส่วนใหญ่ก็ยอมรับพวกเขานะ ฉันเห็นมีหลายคนเชียร์เสียด้วยซ้ำ ฉันเองก็คนหนึ่งเหมือนกัน”

“แต่พวกเขาเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ” เสียห้าวๆ ของวาลดังแทรกเข้ามา พอคาเรนกับลีออนหันกลับไปก็พบชายหนุ่มยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ที่ประตู “หายไปเสียนานนึกว่าไปทำอะไรที่แท้ก็มาฟังยายคาเรนนินทาดาราเนี่ยนะ”

“หุบปากของนายไปเลยนะยะ ฉันล่ะเบื่อพวกผู้ชายไร้จินตนาการซะจริ๊ง”

วาลยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจกับคำขู่

“ฉันว่าไอ้หมอนั่นคิดถูกแล้วที่เลือกแต่งงานกับผู้หญิง ชีวิตที่ต้องอยู่กับความรักฉาบฉวยแบบนั้น มันจะไปมีความสุขได้ยังไง”

“ยังไงฉันก็คิดว่าความรักอยู่เหนือทุกอย่าง ไม่แบ่งแยกเหมือนใครบางคนหรอก”

“แหงสิ เพราะยังไงเธอก็คงเลือกแต่งงานกับผู้ชายแทนที่จะเป็นผู้หญิงด้วยกันใช่ไหมล่ะ” วาลยังคงส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย แต่ก็คร้านที่จะเถียงเช่นกัน “กลับไปทำงานต่อได้แล้วลีออน ฉันอยากกลับบ้านแล้ว”

พอวาลกวักมือเรียก ลีออนก็จำต้องรีบตามไป แต่กระนั้นคำพูดของวาลก็เหมือนจะติดค้างอยู่ในความคิดของเขา ถ้าผู้ชายที่ชื่อรูอิคเลือกที่จะแต่งงานเพราะเขาคิดได้ว่าไวซ์ไม่ใช่จุดหมายปลายทางอนาคตของเขา ลีออนก็ไม่คิดว่าการกระทำของรูอิคเป็นสิ่งที่ผิด เพียงแต่ว่า... ความรู้สึกของไวซ์ที่ถูกปฏิเสธจากคนที่รักก็คงเจ็บปวดน่าดู

 

ไวซ์หยิบหูฟังขึ้นสวม ปรับกีต้าร์ไฟฟ้าในมือให้อยู่ท่าที่เหมาะสม จากนั้นเขาก็เริ่มขยับนิ้วไปตามสายเพื่อสร้างเสียงเพลง จากช้าและปล่อยให้เสียงของมันกังวานหนักหน่วง เป็นท่วงทำนองเร่าร้อนยิ่งขึ้น ไวซ์หลับตาปล่อยอารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนเสียงเพลง แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเสียงของมันยังเทียบไม่ได้กับความรู้สึกปั่นป่วนในอกเขา

“เขาไปโกรธใครมา” รูอิคถามฟาเวียร์ที่นั่งกินโดนัดอยู่หน้าห้องอัดเสียง

“ไม่รู้ แต่ก็ดี เพราะเวลาที่เขาหงุดหงิด เขาจะไม่หาเรื่องงี่เง่าให้ฉันปวดหัวนอกจากตั้งใจทำงาน เพราะแบบนี้เราก็เลยเคลียร์คิวต่างๆ เร็วขึ้นตั้งอาทิตย์” ฟาเวียร์เอนหลังกับโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะกาแฟ “ว่าแต่นายเป็นไงบ้าง” 

“ก็ดีครับ แต่งานผมคงยาวไปจนถึงเดือนหน้า” พูดแล้วก็มองไปยังคนในห้องอัด ใบหน้าของไวซ์แหงนขึ้นจนผมยาวละลงไปเกือบถึงสะโพก ก่อนจะลดศีรษะลงเคลื่อนไหวร่างกายไปตามเสียงเพลงเร่าร้อน นิ้วเรียวยาวขยับเร็วขึ้น โดยที่เขาไม่ได้ก้มลงมองกีตาร์เลย ใบหน้าเคร่งขรึมถูกปิดกั้นไว้ใต้แว่นกันดำ เขาดูไม่รู้เนื้อรู้ตัวทุกครั้งเวลาที่ลงมือทำอะไรอย่างตั้งใจ แต่ก็นั่นแหละที่ทำให้รูอิคชื่นชม

เสียงโทรศัพท์ของฟาเวียร์ดังขึ้นทำให้เจ้าตัวรีบกดรับสาย ก่อนจะขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อคุยธุระแต่ก่อนออกไปก็อดที่จะมองไปยังไวซ์นิดๆ ไม่ได้

“นายลองเข้าไปถามดูเองก็แล้วกันว่ามันเป็นอะไร” 

ในห้องอัดไวซ์ยังคงหลับตานิ่งปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง กระทั่งจู่ๆ กีต้าร์ที่ต่อเข้ากับเครื่องเสียงก็ดับลง ชายหนุ่มนิ่วหน้าไปไปยังแผงไฟมุมห้อง ก่อนจะเห็นว่ารูอิคยืนอยู่ตรงนั้นในมือมีปลั๊กไฟที่เพิ่งจะดึงออกแกว่งไปมา

“ทำแบบนั้นเดี๋ยวของก็เจ๊งหรอก” เขาเตือน ถอดหูฟังออกแล้วเสยผมไปข้างหลัง

“ฟาเวียร์บอกว่านายเคลียร์งานแสดงกับโชว์ตัวเสร็จเร็วกว่ากำหนดตั้งอาทิตย์”

“แล้วไม่ดีหรือไง” เขาวางกีต้าร์ลงบนขาตั้ง “พอทำงานช้าเขาก็บ่น พอฉันทำตัวดีๆ ตั้งใจทำงานก็ยังบ่นได้อีก ผู้ชายวัยทองนี่เอาใจยากชะมัด”

“ที่บ่นก็เพราะเป็นห่วงนายน่ะสิ ว่าแต่ฝีมือกีต้าร์พัฒนาขึ้นแยะเลยนะ ไม่สนใจจะทำเพลงโซโล่บ้างเหรอ”

“สนใจแต่คงไม่ใช่ตอนนี้ เพราะถ้าจะทำฉันคงต้องหาคนเล่นเปียโนใหม่ด้วย”

เท่านั้นสีหน้าของรูอิคก็เปลี่ยนไป

“นี่ไวซ์ คือ... ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี”

“ไม่จำเป็นหรอก เราเข้าใจกันดีแล้ว”

รูอิคมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง ถึงภายนอกจะแสดงว่าไม่มีอะไรสั่นคลอนได้ ทว่าภายในไม่ได้สงบอย่างที่เห็นแน่ เขารู้จักไวซ์มานานมากพอจะรู้ข้อนี้ดี

“ฉันยังอยากทำงานกับนายอยู่และไม่ว่ายังไงฉันก็อยากให้นายเชื่อว่า ฉันชอบที่ได้ร่วมงานกับนายจริงๆ”

ไวซ์ยิ้มนิดๆ เมื่อถอดแว่นตา ดวงตาสีเทาจางจนบางครั้งก็ราวกับเปลี่ยนเป็นสีเงินได้หลุบลงต่ำเล็กน้อย เขาขยับแว่นตาในมือไปมาเมื่อพูดต่อ

“ถ้านายกำลังจะพูดถึงเรื่องที่ฉันปฏิเสธที่จะเล่นหนังกับนายล่ะก็ ฉันคิดว่าฉันตัดสินใจถูกแล้ว”

“ฉันแค่ไม่อยากให้นายตัดโอกาสตัวเอง”

“โอกาสของฉันไม่สำคัญเท่าอนาคตของนายหรอก”

เมื่อทั้งคู่ประสานตากันและรูอิคเพิ่งรู้สึกว่าไวซ์อยู่ใกล้เขาเหลือเกิน ความรู้สึกเก่าก่อนระหว่างกันก็เหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาไม่ได้รังเกียจไวซ์ ไม่ว่าความรู้สึกของชายหนุ่มที่มีต่อเขาจะเป็นอย่างไร ไวซ์ยังจะเป็นเพื่อนรักของเขาตลอดกาล เพียงแต่เขารู้สึกแย่เมื่อคิดว่าไวซ์ยังคงจมอยู่กับความทุกข์ที่เขาเป็นต้นเหตุ เขาอยากให้ไวซ์ลุกขึ้นแล้วเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้คนอื่นๆ บ้าง

“นายยังเป็นคนที่ฉันแคร์เสมอนะ” รูอิคกล่าว

ดวงตาของรูอิคเป็นประกายจริงใจ แม้ไวซ์จะซาบซึ้งใจแต่เขาก็รู้ว่าคำว่าแคร์นั่นมีขีดจำกัดแค่ไหน เขาสวมแว่นกลับ ก้มลงจูบหน้าผากชายหนุ่มผ่านๆ ทีหนึ่งก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

“ฉันก็เหมือนกัน”

 

การสังสรรค์สุดสัปดาห์เริ่มขึ้นแบบปล่อยผีสุดๆ ลีออนดื่มเบียร์หมดเป็นขวดที่เท่าไหร่ไม่รู้เมื่อเสียงหัวเราะของเขาดังประสานไปกับคนอื่นๆ ในห้องคาราโอเกะมีคนอัดกันอยู่สิบกว่าคน เสียงเพลงเสียงหัวเราะฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ถึงเช่นนั้นพวกเขาก็ดื่มกินและสนุกกันสุดเหวี่ยง วาลที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ดื่มหนักไม่แพ้กัน ทั้งเบียร์กับเหล้าอีกสารพัด แต่ถึงอย่างนั้นแอลกอฮอร์ก็ดูจะไม่มีผลอะไรกับเขาเท่าไหร่ เพราะวาลยังมีกะใจแหย่คนอื่นๆ ไปเรื่อย พวกเขาเล่นเกมส์ทายว่างของถูกซ่อนไว้ใต้แก้วใบไหน ผลคือลีออนแพ้สามเกมส์รวด ก่อนจะถูกวาลบังคับให้กินวาซาบิไปอีกคำโต

กระทั่งเขาถูกคาเรนลากออกไปยืนบนเวที ด้านหลังคือหน้าจอทีวีใหญ่ยักษ์ เจ้าหล่อนเกี่ยวคอเขาไว้แน่นแล้วบังคับให้ร้องเพลงไปด้วยกันท่ามกลางเสียงหวีดปากของคนอื่นๆ แต่หลังจากในหัวมึนได้ที่ อย่าว่าแต่ร้องเพลง เขาทำอะไรบ้าบอไปบ้างก็ไปรู้ เพราะกว่าทุกอย่างจะจบลงตอนนั้นลีออนก็เมาไม่รู้เรื่องแล้ว

วาลเป็นคนช่วยพยุงลีออนออกจากคาราโอเกะหลังห้าทุ่ม สภาพที่เห็นจะเรียกว่าพยุงก็ไม่ถูกน่าจะเรียกว่าลากออกมาดีกว่า พวกเขามีรถมาสองคัน เพราะคาเรนแน่ใจว่าจบงานนี้อย่าว่าแต่กลับบ้านเองเลย แค่คลานออกมาได้ก็เก่งแล้ว 

“เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งเจ้าพวกนี้เอง” วาลพูดกับคาเรนพลางชูนิ้วโป้กลับไปยังกลุ่มหนุ่มๆ สี่คนที่กำลังยัดกันเข้าไปในรถ ถึงพวกผู้หญิงจะไม่ได้อยู่ในสภาพเมามายแต่ระดับแอลกอฮอร์ในเลือดก็ไม่น่าจะน้อยไปกว่าพวกเขานักหรอก “แล้วเธอขับรถไหวหรือเปล่า”   

“มือชั้นนี้แล้วย่ะ ไว้ส่งทุกคนเรียบร้อยแล้วโทรมาบอกฉันด้วยนะ”

“โอเค”

เมื่อกลุ่มสาวๆ แยกตัวไปยังรถของตัวเองแล้วขับออกไป วาลก็ยังต้องเสียเวลาเพื่อจัดการระเบียบหนุ่มๆ ให้อยู่ในที่ในทางของตัวเอง หลังจากยัดศพแรกเข้าไปนอนคอพับอยู่กับที่นั่งข้างหลังสำเร็จ ชายหนุ่มก็หันมายังลีออนที่ตอนแรกยืนพิงรัวข้างฟุตบาท แต่ตอนนี้ลงไปนอนหลับปุ๋ยอยู่บนทางเดินเรียบร้อยแล้ว

“เฮ้ย ลีออน ตื่นก่อน เข้าไปนอนในรถโน่นอย่ามานอนตรงนี้”

วาลช่วยประคองชายหนุ่มขึ้น ขณะที่พาตัวไปยังที่นั่งด้านหน้าซึ่งว่างอยู่ ก็ได้ยินเสียงพนักงานชายอีกคนที่ยืนเปิดประตูรออุทานขึ้นเบาๆ

“ว้าว”

วาลเงยหน้าขึ้นเมื่อรถสปอร์ตสีฟ้าเมทัลลิกแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ รถของพวกเขา เครื่องยนต์ของรถไม่ได้ถูกดับเมื่อชายร่างสูงสวมเสื้อโค้ทขนสัตว์สีดำก้าวลงมา ใบหน้าคมสันซ้อนอยู่ใต้แว่นดำกับผมยาวสีอ่อน แต่กระนั้นรูปหน้าตั้งแต่จมูกโด่งสวยมาถึงริมฝีปากได้รูปก็ทำให้วาลเพ่งมองอย่างคุ้นตา ชายคนนั้นเดินเข้ามาด้วยย่างก้าวทรงอำนาจ

“ฉันไปส่งเขาเอง” พูดจบชายหนุ่มก็ช้อนตัวลีออนขึ้น ง่ายดายราวกับไร้น้ำหนัก ร่างอ่อนเปลี้ยของลีออนถูกพาไปยังรถโดยที่พวกเขาได้มองตามงงๆ

“เฮ้ เดี๋ยว คุณจะพาเขาไปไหน” วาลก้าวเท้ายาวๆ ตามมา พอชายคนนั้นวางร่างของลีออนลงบนที่นั่งข้างคนขับแล้วยืดตัวขึ้นเป็นกันชนไม่ให้เข้าไปถึงตัวชายหนุ่มได้

“ฉันจะไปส่งเขา” ชายคนนั้นพูดซ้ำก่อนจะถอดแว่นออก ทำให้วาลได้ยินเสียงอุทานจากพนักงานข้างหลัง ไวซ์ วอลลีส... ไอ้หมอนี่อีกแล้ว! “ไม่ต้องห่วงฉันจะดูแลเขาอย่างดี ราตรีสวัสดิ์”

ยังไม่ทันที่วาลจะได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น ไวซ์ก็ปิดประตูรถ ส่งยิ้มสุภาพยกเว้นแววตาทรงอำนาจส่งคำเตือนกลายๆ ว่าไม่ต้องการให้ใครมาขัดขวางเขา ร่างสูงเดินอ้อมไปยังที่นั่งคนขับ พอนั่งลงหลังพวงมาลัย รถก็เคลื่อนตัวจากไปรวดเร็วเหมือนที่ตอนที่มันปรากฏ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

6,536 ความคิดเห็น

  1. #6513 16183410 (@16183410) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 22:07
    เย้ๆๆ ไวท์มาแล้ววววว อีวาลไปไกลๆเลยนะ
    #6513
    0
  2. #6502 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:03
    น่าจะเคลียร์กันยาว 5555
    #6502
    0
  3. #6453 p'chom (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:02
    ในที่สุดไวซ์ก็มา 55555
    #6453
    0
  4. #6420 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 00:41
    ส่งถึงเตียงใช่มะ หุหุ
    #6420
    0
  5. #6393 Reneloy86 (@Reneloy86) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 19:30
    สงสารลีออน😞
    #6393
    0
  6. #6320 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 22:51
    กิ้วๆ จะไปส่งลีออนจริงเหรอนายท่านๆๆๆ
    #6320
    0
  7. #6270 `Sa•Diz…™ [SD] (@kwanporntat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 15:35
    และนี่คือจุดเริ่มต้นของบทแรกนั้นสินะ ฮ่าๆๆๆ
    กดเลย กดเลย กดเล้ยยยย #ผิด
    #6270
    0
  8. #6263 Pe'am (@0838141778) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2556 / 02:52
    ไวซ์มาแล้ว !!!
    #6263
    0
  9. #6234 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 12:08
    น่ารักอะ 555
    #6234
    0
  10. #6216 dre_am_182769 (@1827695980) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 11:34
    ไวซ์ใจเย็นมากอ่ะ= =
    #6216
    0
  11. #6145 mephii (@mephii) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 22:29
    ไวซ์กดลีออนเลยยย
    #6145
    0
  12. #6082 loocbomb (@loocbomb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 20:05
    มาเร็วเครมเร็ว><
    #6082
    0
  13. #6052 uglyduckk2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 01:58
    อ๊ายยยยย >////////////
    #6052
    0
  14. #6010 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 20:47
    วีดว้ายๆๆ >///< //ต่อๆๆๆ
    #6010
    0
  15. #5944 yjyrkr (@yjyrkr) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 19:02
    ไวซ์มาทัน
    #5944
    0
  16. #5906 Porsche ELF&SJ 4rever (@137129108) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 20:44
    เย้ !!! ไวซ์มาแล้ว อั๊ยย่ะ
    #5906
    0
  17. #5897 DarkDevil (@wan-mai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2555 / 18:05
    ฉากนี้ >..<
    #5897
    0
  18. #5879 bonbons (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 / 00:13
    มาเร็วแฮะไวซ์ นี้คือจุดเริ่มต้นสินะ



    สนุกมากค้าไรเตอร์
    #5879
    0
  19. #5836 MAPRANG-Ka (@maprang-ka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 00:34
    ไวซ์มาได้ไงอะ
    #5836
    0
  20. #5823 ' trick hunter (@251159) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 15:40
    ฮึ่มมมมมมม ไวซ์ - -*
    แกยังชอบรูอิคอยู่สินะ แง่งงงงงงงงง ไม่ยอมเฟ้ยยยย !

    วาล สรุปแกชอบลีออนหรือคาเรนเนี่ยยยย
    #5823
    0
  21. #5813 _Unloveable_ (@taoris) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 19:31
    ไวซ์มาแล้ว..เย้เย!!!
    #5813
    0
  22. #5749 oasis o_O (@ployploy17) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 23:18
    มาแล้ว มาแล้ว
    #5749
    0
  23. #5687 danger poppular (@tried) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 23:05
    ไวซ์รู้ได้ไงอ่ะว่าลีออนอยู่ไหน โคตรงงอ่ะ ไวซ์เอาเวลาที่ไหนไปหาวะเนี่ย เก่งโคตร
    #5687
    0
  24. #5658 คนผ่านมา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กันยายน 2555 / 08:56
    อ่า พระเอกเรามาแล้วว...
    #5658
    0
  25. #5594 katba (@katba) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2555 / 22:59
    โอ๊ยยย อยากจะกรี๊ดดดด
    #5594
    0