ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 [----รีไรท์----]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16923
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    23 ก.ค. 54


ตอนที่
5

 

ลีออนรู้สึกตัวขึ้นพร้อมกับความเจ็บแปลบบนศีรษะ

“ลีออน” ใครบางคนเรียก พอปรือเปลือกตาขึ้นคนแรกที่ลีออนเห็นก็คือคาเรน

“รู้สึกตัวแล้วเหรอ” แล้วคนที่สองก็คือวาล ตอนนั้นเองลีออนจึงรู้สึกว่าเขากำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้

“เกิดอะไรขึ้นครับ” เขาถามทั้งที่ในหัวยังมึนชา

“เธออยู่ที่โรงพยาบาล โดนตีหัวสลบเย็บแผลไปตั้งห้าเข็มแน่ะรู้ไหม” คาเรนกล่าวด้วยความเป็นห่วง “ไอ้พวกบ้านั้นจริงๆ เชียวทำคนอื่นเขาเดือดร้อนไปทั่ว นี่ถ้าตำรวจไม่จับยัดตารางฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

ลีออนลูบหน้าผากที่มีผ้าพันแผลพันโดยรอบ เขายังสวมเครื่องแต่งตัวของบาร์เทนเดอร์ มีรอดเลือดเปื้อนอยู่หลายแห่งบนเสื้อเชิ้ตสีขาว โดยเฉพาะคอเสื้อซึ่งคงเป็นเลือดของเขาเอง พอประตูห้องพยาบาลเลื่อนเปิดออกทุกคนก็หันไปมองคุณหมอที่เดินเข้ามา

“รู้สึกตัวแล้วหรือครับ” คุณหมอหมอวัยกลางคนท่าทางใจดีถาม

“ค่ะ หลับไปนานจนฉันตกใจแทบแย่ เขาเป็นอะไรมากไหมคะ กระเทือนถึงสมองหรือเปล่า”  คาเรนรีบซักถาม

“ไม่เป็นไรมากหรอกครับ แต่คืนนี้กับวันพรุ่งนี้อาจมีไข้เพราะแผล ผมสั่งยาให้แล้วคุณจะพาเขากลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ได้นะครับ”

“งั้นฉันไปส่งเขาเอง” วาลอาสา “นี่จวนจะเที่ยงคืนแล้ว ตั้งแต่พรุ่งนี้นายก็หยุดพักจนกว่าแผลจะดีขึ้นก็แล้วกัน หรือว่าไงคาเรน”

“ไม่มีปัญหา เจ็บขนาดนี้จะให้ฉันเรียกตัวมาทำงานต่อก็เลือดเย็นเต็มที”

“เดี๋ยวครับ” ลีออนผุดขึ้นนั่งก่อนจะร้องครางออกมา เมื่อหัวของเขาราวกับจะแยกเป็นเสี่ยงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังถามออกไปด้วยความร้อนใจ “จะเที่ยงคืนแล้วเหรอครับ นี่ผมหลับไปนานขนาดนั้นเชียวเหรอ”

วาลกับคาเรนมองหน้ากัน ก่อนที่วาลจะเป็นคนให้คำตอบ

“ที่แกลงไปนอนแบบไม่นับนั่นนะเขาไม่เรียกว่าหลับหรอกนะ เขาเรียกว่าน็อค แค่ตื่นขึ้นมาได้ก็โชคดีแล้ว”

“ละ... แล้วเรื่องคอนเสิร์ตล่ะ” ลีออนหันไปทางคาเรนที่ส่งยิ้มอ่อยๆ ให้

“ไม่เป็นไรหรอกครั้งหน้ายังมี ถึงตอนนั้นเราค่อยไปกันก็ได้”

เท่านั้นลีออนก็รู้สึกราวกับเรี่ยวแรงถูกสูบหายไปจากแขนขาจนหมด

“เธอจะไปส่งเขาที่ห้องพักเลยหรือเปล่า” คาเรนถาม “ให้ฉันไปส่งเขาก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไร ฉันเอารถมาด้วย”

“ไอ้รถมอเตอร์ไซค์นั่นนะน่ะ ถ้าเกิดเธอพาเขาเอาหัวไปฟาดพื้นอีกล่ะ”

“ฉันไม่งี่เง่าขนาดนั้นหรอกน่า ลีออน... ลีออน!” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นราวกับไม่ได้ฟังที่พวกเขาพูดกัน “ไหวหรือเปล่าท่าทางแกเบลอเต็มทีนะ ลุกไหวไหม”

ลีออนลุกจากเตียงคนไข้โดยมีมือของวาลกับคาเรนช่วยประคอง แต่อย่างน้อยหลังจากนั้นเขาก็ยังพอเดินได้ด้วยตัวเอง วาลช่วยรับยาจากพยาบาล ส่วนคาเรนจ่ายค่ายาให้ บอกว่าที่เขาบาดเจ็บถือเป็นความรับผิดชอบของเธอ ลีออนถามถึงโทรศัพท์ของเขา เพราะอยากโทรไปบอกไวซ์ได้ว่าทำไมเขาถึงพลาดการแสดง แต่วันนี้โชคของเขาดูจะบินหายไปหมด หลังจากโทรศัพท์กระเด็นหลุดจากมือช่วงชุลมุล ก็ไม่มีใครสนใจว่ามันอยู่ที่ไหน ลีออนได้แต่หวังว่าจะยังอยู่ที่คลับ แต่เขาก็คงกลับไปเอาคืนนี้ไม่ได้แน่

หลังออกจากโรงพยาบาล ลีออนนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ของวาลกลับ อาการปวดหนึบในหัวหนักขึ้นแต่ไม่ใช่เพราะถูกฟาดเท่านั้น แต่เพราะเขารู้สึกเสียใจที่พลาดโอกาสที่จะได้เจอไวซ์ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้แล้วแท้ๆ ที่สำคัญเขาไม่รู้ว่าไวซ์จะคิดอย่างไรที่เขาไม่ไปคืนนี้ จะโกรธหรือคิดว่าเขาเป็นคนไม่รักษาคำพูดหรือเปล่า เขาอยากมีโทรศัพท์ในมือเหลือเกิน เขาอยากโทรไปอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ไวซ์เข้าใจ และหวังว่าเขาจะไม่ถือโทษ

พอรถวิ่งผ่านมาถึงถนนสายหนึ่ง จู่ๆ วาลก็รู้สึกว่าคนที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังกระตุกเสื้อเขาเบาๆ

“มีอะไร” ชายหนุ่มชะลอความเร็วรถลง

“ผมขอลงตรงนี้ครับ”

“อะไรนะ” วาลถามซ้ำแต่ก็ยอมชะลอรถลงข้างฟุตบาทโดยดี “แกเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าหัวกระแทกหนักไป”

“ผมไม่เป็นอะไร แค่อยากลงตรงนี้” พอวาลทำสีหน้าไม่เห็นด้วย ลีออนจึงเสริมว่า “ผมนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วนนะครับ เดี๋ยวผมจะนั่งรถกลับเองดีกว่า”

“แกแน่ใจเหรอ”

“ครับ” ลีออนยืนยันพร้อมป่ายขาลงจากรถ “แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะครับ”

“ไม่ พรุ่งนี้แกต้องนอนพัก ฉันบอกแล้วไง แกต้องพักจนกว่าอาการจะดีขึ้น” วาลชี้นิ้วสั่งและแทบแยกเขี้ยวเขมือบหัวลีออนด้วยเมื่อชายหนุ่มเตรียมอ้าปากค้าน “ข้าวของของแกอยู่ที่คลับใช่ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะแวะเอาไปให้”

ลีออนพึมพำขอบคุณ หลังจากถูกกำชับให้กินยาตามที่หมอสั่งและพักผ่อนให้มากๆ วาลจึงยอมจากไปในที่สุด ลีออนมองถนนที่ยังเห็นผู้คนเดินผ่านไปมา แต่ก็บางตาเต็มที เมืองใหญ่แห่งนี้ดูเหมือนจะไม่มีวันหลับใหล เพราะตึกอาคารสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรียังเปิดให้บริการอยู่ เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วดึงตั๋วใบหนึ่งออกมาสภาพของมันยับจนแทบจะไม่เหลือสภาพตั๋ว ลีออนมองสถานที่แสดงที่ระบุไว้บนตั๋วว่า ทรินิตี้สเตเดียม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เอง

 

คู่รักหนุ่มสาวที่เดินควงแขนพูดคุยกระหนุงกระหนิง ต้องรีบหลบไปข้างทางแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มที่แต่งตัวแบบบาร์เทนเดอร์ก็วิ่งก็ผ่านมาจนแทบชนทั้งคู่

“เฮ้ย หัดดูตาม้าตาเรือหน่อยสิไอ้บ้า” เสียงตะโกนไล่หลังทำให้บาร์เทนเดอร์คนนั้นหันกลับมา แต่คนที่เป็นฝ่ายอึ้งจนพูดไม่ออกกลับเป็นคนตะโกนด่าเสียเอง เมื่อเห็นว่าบนเสื้อสีขาวของชายคนนั้นมีรอยเลือดติดอยู่ แถมบนศีรษะยังมีผ้าพันแผลพันไว้ด้วย

“โทษที”

ชายหนุ่มยกมือเป็นเชิงขอโทษ ก่อนจะวิ่งแทรกผ่านผู้คนที่เดินสวนทางมาต่อไป แม้ว่าการออกวิ่งจะทำให้แผลบนหัวปวดตุบๆ แต่ก็ไม่ได้ชะลอฝีเท้าลง กระทั่งมาถึงหัวมุมข้างหน้าจู่ๆ มอเตอร์ไซค์ส่งของคันหนึ่งก็วิ่งสวนออกมา กล่องไม้ที่บรรทุกอยู่ด้านหลังเฉี่ยวเข้ากับแผลบนศีรษะของเขา จนคนขับต้องเบรกรถเพราะความตกใจ

“เป็นอะไรหรือเปล่า!”

เสียงร้องถามแทบไม่ได้ผ่านเข้ามาในประสาทการรับรู้เลย เมื่อคนถูกชนยังวิ่งต่อไปแม้จะเซซวนเล็กน้อย กระทั่งเห็นหลังคาทรงโดมของสเตเดียมข้างหน้า

ลีออนวิ่งตัดผ่านตึกหลังหนึ่งเพื่อตรงไปยังสเตเดียม ลมหายใจหอบหนักขึ้นเรื่อยๆ และก่อนที่ปอดของเขาจะลุกเป็นไฟเพราะความเหนื่อย ในที่สุดชายหนุ่มก็พาตัวเองมาหยุดยืนตรงหน้าทรินิตี้สเตเดียมจนได้ แสงไฟข้างในดับสนิทหมดแล้วจะมีก็แค่หลอดไฟจากเสาไฟฟ้าข้างนอก ลีออนมองผ่านทางเดินกว้างที่ทอดยาวเข้าไปบรรจบประตูกระจกแบบสี่ช่องเพื่อเข้าสู่ภายใน เห็นเพียงคนเก็บขยะสามสี่คนกำลังช่วยกันเก็บกวาดด้านหน้า

คอนเสิร์ตคงจบไปนานแล้ว ชายหนุ่มคิดด้วยความผิดหวัง ก้มหน้าลงหัวเราะขื่นๆ กับตัวเอง แล้วจนป่านนี้เขายังจะมาทำไมอีกนะ

เมื่อรู้สึกว่ามีของเหลวไหลลงมาจากขมับลีออนจึงยกมือขึ้นเช็ด แต่พอลดมือลงเขาถึงเห็นว่ามันเป็นเลือด สงสัยตอนที่ถูกมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวเมื่อครู่แผลคงเปิดเข้า แต่ด้วยอารมณ์สิ้นหวังลีออนจึงไม่คิดสนใจบาดแผลนอกจากก้มลงมองตั๋วในมืออีกครั้ง

เฮ่อ เขานี่มันบ้าแท้ๆ

 

ฝันร้ายไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เพราะเมื่อรู้สึกตัวตื่นมาในตอนเช้า ศีรษะของลีออนก็ราวกับโดนฟาดอีกหน เขานอนซมอยู่บนเตียงภายในห้องพักอย่างคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นมาหายาแก้ปวดกิน เรื่องดีๆ เพียงอย่างเดียวก็คือเขาลืมตาขึ้นมาเห็นผู้ชายตัวใหญ่คนหนึ่งยืนอยู่หน้าเตาแก๊สภายในห้องแคบๆ ที่แยกเป็นครัว แวบแรกหัวใจของลีออนกลับมาเต้นทะยานอย่างมีชีวิตชีวา แต่พอสังเกตชัดๆ ผู้ชายที่อยู่ตรงนั้นถึงจะตัวใหญ่แต่ไว้ผมตัดสั้นเปิดท้ายทอย แล้วผิวสีเข้มนั้นไม่มีทางเป็นคนที่เขาคิดไปได้แน่

“ตื่นแล้วเหรอ” วาลพูดมาจากข้างในครัว โดยไม่หันมามอง เสียงกระทบของหม้อดังเบาๆ แสดงว่าเขากำลังทำกับข้าวหรืออะไรทำนองนั้นอยู่

“คุณวาล” ลีออนพูดและพบว่าเสียงของเขาแหบแห้งเป็นบ้า หลังจากได้ยินเสียงปิดเตาแก๊ส ครู่หนึ่งวาลจึงเดินกลับออกมาพร้อมกับถาดที่มีชามข้าวต้ม หลังจากวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง ชายหนุ่มจึงเดินอ้อมเข้ามาดูอาการเขา

“เป็นไงบ้าง นี่แกไปทำอะไรมาเมื่อคืนแผลถึงได้เปิดอีก” ดวงตาดำคมที่มองมาบอกว่าอารมณ์เขากำลังหงุดหงิด มือสากกระด้างกลับยื่นเข้ามาแตะแก้มเขาเบาๆ “ยังมีไข้อยู่เลย กินยาแล้วก็ค่อยกินข้าวก็แล้วกัน”

ลีออนไม่มีโอกาสแสดงความเห็นเมื่อวาลประคองแผ่นหลังเขาขึ้น สอดหมอนเข้ามาซ้อนข้างหลังจนแน่ใจว่าเขาอยู่ในท่าที่มั่นแล้วจึงค่อยส่งยากับแก้วน้ำให้ หลังจากกินยาเสร็จวาลก็ยังช่วยเลื่อนโต๊ะพับตัวเล็กขึ้นมาวางเหนือตักเขาเพื่อวางชามข้าวต้ม

“กินให้หมดล่ะ” ชายหนุ่มสั่ง

“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ”

“กำลังจะไป เมื่อวานฉันกลับไปที่ร้าน กระเป๋าของแกวางอยู่นั่น” พูดพลางพยักพเยิดไปยังเป้ที่มุมห้อง ลีออนยืดตัวขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหวัง

“คุณเห็นโทรศัพท์ของผมไหมครับ”

“โทรศัพท์เหรอ ไม่รู้สินะ แกเอาไว้ในกระเป๋าหรือเปล่าล่ะ”

“เปล่าครับ เมื่อวานตอนที่คนทะเลาะกันผมทำมันหลุดมือก่อนจะโดนฟาด”

วาลนิ่วหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ไม่เห็นมีคนในร้านเอาโทรศัพท์หายมาให้ฉันเลย หรือว่าจะมีคนเก็บไปแล้ว”

เท่านั้นหัวใจของลีออนก็หล่นวูบ ถ้าโทรศัพท์ของเขาหายก็หมายความว่าไม่มีทางที่เขาจะติดต่อไวซ์ได้และแน่นอนว่าไม่มีทางที่ไวซ์จะติดต่อเขาได้อีกเช่นกัน

“แกเป็นอะไรหรือเปล่า พักนี้แกชอบทำตัวแปลกๆ นะ”

พอถูกท้วงชายหนุ่มก็ก้มหน้างุด ตักข้าวต้มใส่ปากจนลืมคิดไปว่ามันยังร้อนอยู่

“โอ้ย!”

วาลหัวเราะเมื่อชายหนุ่มยกมือขึ้นปิดปาก พยายามกล้ำกลืนข้าวต้มร้อนๆ ลงไปแล้วคว้าแก้วน้ำดื่มตาม

“ค่อยๆ กินก็ได้ ฉันทำไว้ในหม้ออีกแยะ อ้อ ในตู้เย็นฉันซื้ออาหารสำเร็จรูปมาด้วย เอาไปอุ่นกินเองก็แล้วกัน”

“ขอโทษที่ต้องทำให้ลำบากไปด้วย ผมเกรงใจจริงๆ”

“ลำบากอะไร ยายคาเรนสั่งให้ฉันซื้อมาเอง แกเองก็เลิกเกรงใจเรื่องแค่นี้เหอะ เอาล่ะ ใกล้ถึงเวลาเข้างานฉันแล้ว งั้นฉันไปก่อนนะ”

“คุณวาลครับ” ลีออนเรียกเมื่อเห็นชายหนุ่มสะพายกระเป๋าสีดำเข้ากับลำตัว กำลังเดินไปที่ประตู พอคนตัวใหญ่หันกลับมาเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม ลีออนก็ยิ้มให้นิดๆ “ขอบคุณนะครับ ข้าวต้มร้อนไปหน่อยแต่อร่อยดี”

“ก็ฉันมันเป็นแม่บ้านแม่เรือนนี่หว่า แม่ฉันยังบอกเลยว่าใครได้ฉันไปเป็นเมียคงสบายไปทั้งชาติ ไปล่ะ” ชายหนุ่มโบกมือก่อนจะออกมาไปจากห้องแล้วปิดประตู

ลีออนถอนใจออกมาเบาๆ เมื่อเอนแผ่นหลังลงกับหมอน เอื้อมมือไปหยิบรีโมทโทรทัศน์ขึ้นเปิด ทีวีสิบสี่นิ้วแสดงภาพได้น่าเวทนาพอๆ กับสภาพของมัน พอเขาเริ่มกินข้าวต้มต่อ เสียงรายงานข่าวก็ดังขึ้นว่า

“หลังคอนเสิร์ตที่เพิ่งผ่านไป ไวซ์ วอลลีสมีกำหนดเดินทางโปรโมทอัลบัมใหม่ยังต่างประเทศ...”

เท่านั้นลีออนก็กดปิดทีวีทันที เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นทำไม แต่เขาไม่อาจทำใจรับฟังเรื่องราวของไวซ์ในตอนนี้ได้... ยังไม่ได้จริงๆ

 

วาลเดินมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ของเขาที่จอดไว้หน้าห้องเช่าของลีออน แต่พอป่ายขาขึ้นคร่อมรถและกำลังจะสตาร์ทเครื่อง จู่ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจากกระเป๋าของเขา ชายหนุ่มล่วงมือควานหาก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือแบบพับออกมา พอเปิดเครื่องออกบนหน้าจอนั่นมีรอยแตกร้าวเล็กๆ เพราะถูกกระแทก แต่กระนั้นก็ยังใช้งานได้อยู่ วาลมองชื่อของคนที่โทรเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ไวซ์...

ไอ้หมอนี่ช่างตื้อชะมัด เขาคิดในใจ ตั้งแต่เมื่อวานมันเล่นโทรมายี่สิบกว่าครั้งแล้วมั้ง เมื่อเสียงเรียกเข้ายังดังต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายชายหนุ่มจึงกดปิดเครื่องไปอย่างถาวรแล้วจึงค่อยยัดกลับลงในกระเป๋า

 

 อีกด้านหนึ่งไวซ์ลดโทรศัพท์ลงด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เขาพยายามโทรหาลีออนตั้งแต่เมื่อคืนแต่ไม่มีใครรับสายสักคน พอรู้ว่าลีออนไม่ได้มางานคอนเสิร์ตตามนัด เขาก็เป็นกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชายหนุ่ม ถึงจะไม่สนิทสนมกับลีออนขนาดบอกได้ว่ารู้เรื่องทุกอย่างของอีกฝ่ายดี แต่เขามั่นใจว่าลีออนเป็นคนรักษาคำพูด ดังนั้นการที่เขาไม่มาต้องมีเหตุผลสำคัญจริงๆ ไวซ์ได้แต่คิดในแง่ดี ขอให้สาเหตุนั้นเป็นแค่เรื่องพื้นๆ ไม่ใช่เหตุคอขาดบาดตาย 

ไวซ์กดโทรออกอีกครั้งแต่คราวนี้กลายเป็นเสียงตอบกลับว่าเขาไม่สามารถติดต่อเบอร์โทรนี้ได้

“บ้าจริง” ชายหนุ่มงึมงำอย่างหัวเสีย

“ไวซ์ ได้เวลาแล้วนะ” ฟาเวียร์ตะโกนเรียก ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่สนามบินกำลังจะออกเดินทางเพื่อโปรเมทเพลงในต่างประเทศ ซึ่งหมายความว่าเขาจะไม่รู้ข่าวคราวใดๆ ของลีออนไปอีกพักใหญ่  เมื่อแน่ใจว่าไม่สามารถติดต่อผ่านโทรศัพท์ได้ ไวซ์ก็จำต้องยอมแพ้แล้วเดินไปสมทบกันคนอื่นๆ เสียงเรียกจากแฟนๆ ของเขาที่มาส่งที่สนามบินยังคงดังอยู่ตลอดเวลา ถึงจะมีรปภ.หลายนายคอยกันไว้ก็ตาม แม้อารมณ์ของไวซ์เวลานี้จะไม่เฉียดใกล้คำว่า ยินดี แม้แต่น้อย หากชายหนุ่มก็ยังยกมือทักทายเรียกเสียงกรี๊ดได้เรื่อยๆ

“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณไวซ์ ผมเห็นคุณพยายามโทรศัพท์ตั้งแต่ก่อนออกมาแล้ว” หนึ่งในทีมงานของเขาถาม

“ไม่มีอะไรหรอก” เขาปฏิเสธเรียบๆ

“คุณรูอิค!”

เสียงกรี๊ดของแฟนๆ ที่ยืนอยู่ระหว่างสองข้างทางก็ดังขึ้นกว่าเดิม เรียกสายตาของไวซ์ให้มองไปยังสุดทางเดินก่อนที่จะผ่านประตูเข้าสู่ภายใน มีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น แต่สายตาของเขาถูกจับไว้ที่ร่างสันทัดของชายผมทองคนหนึ่งที่ยืนกอดอกโดดเด่นอยู่ตรงกลาง ใบหน้ามีรอยยิ้มส่งกลับมา เท่านั้นไวซ์ก็หันไปจ้องเขม็งผู้จัดการของเขา หากแต่ฟาเวียร์กลับทำแค่ยักไหล่นิดๆ ราวกับจะบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนเอาปัญหามาให้

“เฮ้ ไวซ์ ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยหรือไง”

ชายผมทองเรียก ไวซ์นึกดีใจที่เขาสวมแว่นดำมา เพราะตอนนี้เขากำลังหลับตาลงอย่างคนที่พยายามข่มใจตัวเองเต็มที่ แต่พอเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าอีกฝ่ายกางแขนออก เขาก็ไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้เดินเข้าไปหา แล้วดึงร่างนั้นเข้ามากอดแน่นๆ ได้

ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของแฟนๆ ที่ดังจนแทบจะทำให้สนามบินถล่ม ประสาทการรับรู้ของไวซ์กลับจดจ่ออยู่ที่อ้อมแขนของชายหนุ่มที่โอบรอบตัวเขาไว้เท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

6,536 ความคิดเห็น

  1. #6518 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 23:57
    เอ้า โถ่เอ้ย
    #6518
    0
  2. #6512 16183410 (@16183410) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:54
    อีวาลลลลลลลลลล (ควันออกหูเลย)
    #6512
    0
  3. #6452 p'chom (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 09:52
    อ่าววาล ยังไงๆ ว่าแต่รูอิคเป็นใครรร
    #6452
    0
  4. #6419 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 00:24
    รูอิคคือใครเหตุใดเหมือนไวซ์เคยรักและลืมไม่ลง #หรือเราคิดไปเอง555 วาลทำอัลไลลงไป จะโกรธละนะ นิสัยๆ
    #6419
    0
  5. #6392 Reneloy86 (@Reneloy86) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 19:18
    เซ็งสาส
    #6392
    0
  6. #6319 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 22:36
    รูอิคคือคร๊ายยยยยยย??
    #6319
    0
  7. #6269 `Sa•Diz…™ [SD] (@kwanporntat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 15:26
    อิวาล อิ........(ไม่ผ่านเซนเซอร์)
    รูอิค คร๊ายยยยยยยย
    #6269
    0
  8. #6262 Pe'am (@0838141778) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2556 / 02:49
    เรื่องนี้รับรมคมในมันเยอะดีแท้ !!!!
    #6262
    0
  9. #6215 dre_am_182769 (@1827695980) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 11:19
    ไวซ์มาแล้ววววว~><
    #6215
    0
  10. #6188 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 19:44
    รูอิค? ผู้ชายหรือผู้หญิง?
    #6188
    0
  11. #6144 mephii (@mephii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 22:20
    ทำไมวาลทำแบบนั้นล้ะ ใจร้ายจัง TT
    แล้วรูอิคอ่ะ ใครเมียเก่าเหรอ? งือๆ
    #6144
    0
  12. #6081 loocbomb (@loocbomb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 19:55
    ใครคือรูอิค!!!! O[]O!!
    เงิบเลย!!!
    #6081
    0
  13. #6051 uglyduckk2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 01:50
    โห่ วาลนายมัน.......................... T^T
    #6051
    0
  14. #6009 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 20:28
    -[]-lllll
    #6009
    0
  15. #5996 blone (@mosad) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 02:38
    เอารูอิค และ วาลไปเก็บที หรือให้ได้กันไปเลยยิ่งดี
    #5996
    0
  16. #5943 yjyrkr (@yjyrkr) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 16:54
    อย่าบอกนะว่ารูอิดคือแฟนเก่าไวซ์
    #5943
    0
  17. #5905 Porsche ELF&SJ 4rever (@137129108) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 20:28
    อ้าว...อ้าว...อ้าว.... =[]= !!!
    #5905
    0
  18. #5896 DarkDevil (@wan-mai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2555 / 17:58
    วาล!!!
    #5896
    0
  19. #5835 MAPRANG-Ka (@maprang-ka) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 00:23
    วาลต้องชอบลีออนแน่ๆเลยถึงได้โกหกแบบนั้นนะ
    #5835
    0
  20. #5822 ' trick hunter (@251159) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 15:32
    ถ้าไวซ์รักรูอิค
    ผมก็ขอเชียร์วาลแทนก็แล้วกัน - -
    #5822
    0
  21. #5812 _Unloveable_ (@taoris) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 19:20
    วาล...ชอบลีออนหรอ?????
    เอารูอิคไปเก็บที -*-
    #5812
    0
  22. #5802 wheel of destiny (@bloodyfuture) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 00:48
    ม่ายน้าา ลีออน



    #5802
    0
  23. #5748 oasis o_O (@ployploy17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 22:45
    ไหงเป็นงี้อ่ะ แล้วลีออน..
    #5748
    0
  24. #5686 danger poppular (@tried) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 22:52
    หมดโอกาสแล้วลีออนตู
    #5686
    0
  25. #5645 berry berry (@mixberry-party) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กันยายน 2555 / 15:11
    วาลชอบลีออนแน่เลย แล้วรูอิคนี่แฟนเก่าไวน์รึไงนะ
    #5645
    0