ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 [----รีไรท์----]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    23 ก.ค. 54


ตอนที่ 4

 

“ลีออน ลีออน!”

ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเรียก เขาหันไปทำหน้าเหลอหลา ถึงเห็นว่าวาลยืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในมือทั้งสองกำลังยกลังโซดาสองลังซ้อนเข้าไป และจากสีหน้าแววตาของชายหนุ่มบอกว่าเขากำลังขวางทางอยู่ ลีออนรีบขอโทษขอโพยแล้วช่วยยกลังที่ซ้อนอยู่ข้างบนขึ้น จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องเก็บของหลังร้านด้วยกัน พวกเขาเพิ่งเลิกงาน แต่ลีออนกับวาลยังต้องอยู่ต่อ นี่สุดสัปดาห์แล้วของที่ทางร้านสั่งเพิ่งเข้ามาส่งและพวกเขาจะเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนกลับ

“เป็นอะไรของแก พักนี้ใจลอยซะจริง” เสียงห้าวห้วนถาม  

“ขอโทษครับ ผมนอนไม่ค่อยหลับก็เลยเบลอๆ ไปหน่อย”

วาลพินิจลีออนเล็กน้อย ท่าทางก็ดูเหมือนคนอดหลับอดนอนจริงๆ นั่นแหละ

“มีอะไรหรือเปล่า” วาลมองชายหนุ่มที่ก้มลงวางลังโซดา เขารู้จักนิสัยของลีออนว่าเป็นต่อให้มีปัญหาก็คงไม่ยอมพูดออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีทางออกปากขอความช่วยเหลือใครง่ายๆ ด้วย

“ไม่มีอะไรหรอกครับ วันนี้คุณบอกว่ามีธุระไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง “ของก็ขนเข้ามาเก็บในนี้หมดแล้ว เดี๋ยวผมจัดที่เหลือเอง คุณจะกลับก่อนก็ได้นะ”

“แกแน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ”

“จริงสิ” พูดจบลีออนก็รุนหลังวาลออกไปจากห้องเก็บของพร้อมโบกมือ “พรุ่งนี้เจอกันนะครับ แต่ถ้าคุณเกรงใจผมล่ะก็ผมไม่ปฏิเสธถ้าจะมีของกำนันให้ผมตอบแทนนะ”

“ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย” วาลแกล้งคำรามแล้วหัวเราะ “งั้นเอาไว้เจอกันพรุ่งนี้ล่ะ”

“ราตรีสวัสดิ์ครับ” ชายหนุ่มโบกมือตามหลังจนวาลเดินลับไปจากทางเดิน เขาจึงค่อยถอยกลับเข้ามาในห้องเก็บของ ลีออนเริ่มจากจัดขวดเหล้าและไวน์ชนิดต่างๆ แยกไว้บนชั้นอย่างเป็นหมวดหมู่ อาหารว่างกับเครื่องดื่มอีกหลายอย่างที่ต้องใช้วันพรุ่งนี้ต้องเอาเข้าแช่ไว้ในห้องแช่แข็ง ซึ่งเขาต้องเสียงเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง กระทั่งพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก็ล่วงเข้าตีสองแล้ว

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ลีออนจึงหยุดพักกินขนมปังสำหรับพนักงาน ไฟทุกดวงในร้านดับสนิทและพนักงานคนอื่นๆ คงกลับบ้านไปหมดแล้ว เหลือแค่ไฟในห้องเก็บของที่เขาอยู่ ความเงียบภายในห้องเก็บของทำให้ความคิดกลับไปสู่เรื่องเดิมๆ อีกจนได้

ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่เขาไม่ได้พบไวซ์ แต่กระนั้นเรื่องราวของไวซ์ก็ยังอยู่รอบตัวเสมอ ลีออนเริ่มดูทีวีมากขึ้น แวะอ่านนิตยสารตามแผงหนังสือเพราะอยากรู้ว่าไวซ์ทำอะไรบ้าง ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างเก็บตัวฝึกซ้อม ข่าวที่เกี่ยวกับตัวเขาจริงๆ แทบไม่มีเปิดเผยเป็นชิ้นเป็นอัน ข่าวบันเทิงมีกล่าวถึงเขาและภาพเบื้องหลังการซ้อมบ้าง มีสัมภาษณ์ของเขานิดหน่อย ยกเว้นเพลงของไวซ์ที่เปิดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แม้แต่เขาเองก็ยังแอบซื้อซีดีมาฟังด้วย

อันที่จริงเพลงอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ลีออนอยากได้ยินเสียงเขาอีกเท่านั้นเอง แม้แต่ตอนนี้เสียงหัวเราะทุ้มๆ นั้นก็ยังดังติดหูอยู่

ชายหนุ่มกัดขนมปังคำสุดท้ายแล้วดื่มน้ำอัดลมในกระป๋องจนหมด ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อดึงตั๋วคอนเสิร์ตจากกระเป๋ากางเกง เขาเพิ่งได้มาเมื่ออาทิตย์ก่อน ไม่รู้ว่าใครส่งมาให้แต่คงไม่ใช่ไวซ์แน่ เพราะตั๋วถูกใส่ไว้ในซองแล้วจ่าหน้าส่งถึงเขาอีกที แต่ก็คงเป็นไวซ์ที่เป็นคนสั่งให้ส่งมาก็ได้ ถึงจะดีใจที่ไวซ์ยังอุตส่าห์นึกถึง แต่พอถึงนึกครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ความรู้สึกแปลกๆ นั้นทำให้เขาสับสน

ก็แค่ล้อเล่นล่ะน่า ลีออนเตือนตัวเอง ไวซ์ดูจะเป็นคนนิสัยขี้เล่นอยู่แล้ว ที่ทำไปคงไม่มีความหมายอะไรหรอก เขานี่บ้าชะมัดที่ยังเก็บมาคิดเป็นจริงเป็นจังอยู่ได้

ลีออนก้มลงมองวันที่แสดงคอนเสิร์ตที่จะถึงอาทิตย์หน้า เขาไม่แน่ใจว่าจะไปได้หรือเปล่าเพราะมันตรงกับวันทำงานเขา แถมคอนเสิร์ตก็เริ่มตั้งแต่หนึ่งทุ่มไป กว่าเขาจะเลิกงานก็คงแสดงจบแล้ว คิดแล้วก็ถอนใจยาวเอนแผ่นหลังลงกับผนังห้องอย่างอ่อนล้า

จู่ๆ เสียงที่ดังมาจากทางเดินข้างนอกก็ทำเอาลีออนสะดุ้งโหยง เขาดีดตัวลุกขึ้นพอดีกับที่ประตูห้องเก็บของเปิดออก ใบหน้าขาวนวลของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนเข้ามาดูแปลกใจพอๆ กับเขา

“อ้าว ยังไม่กลับหรือจ๊ะ

“คุณคาเรน” ลีออนทักทายไปยังหญิงสาวที่เดินเข้ามา คาเรนเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของคลับแห่งนี้ ซึ่งหมายถึงเธอเป็นนายจ้างของเขานั่นเอง หญิงสาวอายุมากกว่าเขาแค่ไม่กี่ปีแต่ถึงอย่างนั้นความสามารถหลายๆ อย่างก็เหนือกว่าลีออนอย่างเห็นได้ชัด เขามองหญิงสาวผมหยักศกสยายอยู่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาว แสดงว่าถ้าเธอไม่เพิ่งเข้ามาก็คงกำลังจะออกไป “ผมเพิ่งจัดของเสร็จเลยพักเหนื่อย ว่าแต่ยังไม่กลับเหมือนกันเหรอครับ”

“ฉันออกไปแล้วล่ะ แต่ดันลืมกุญแจรถก็เลยกลับมาเอาน่ะ เธอนี้ขยันจังเลยนะ ขนาดอีตาคนปากเสียอย่างวาลยังชม เห็นทีต้องพิจารณาเรื่องโบนัสให้ซะแล้ว”

ลีออนยิ้มเขินๆ เขาทำตัวไม่ค่อยถูกเวลาอยู่ต่อหน้าผู้หญิงสวยๆ ท่าทางมั่นอกมั่นใจแบบนั้น ขณะที่ยืนบีบเนื้อบีบตัวอยู่ คาเรนก็สั่งเกตเห็นตั๋วในมือของเขาก่อนจะฉกมันไปจากมือลีออนอย่างรวดเร็ว

“ตายจริง” หญิงสาวร้อง ดวงตาเบิกกว้าง “เธอก็มีตั๋วคอนเสิร์ตของไวซ์เหรอ”

“เอ่อ อา... ผม ผมได้มากจาเพื่อนนะครับ”

“อาทิตย์หน้าแล้วสิ เธอเองก็จะไปด้วยใช่ไหม ฉันเองก็อดใจรอให้ถึงวันนั้นแทบไม่ไหวแน่ะ”

ลีออนสะดุดคำพูดของหญิงสาวก่อนจะถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ

“คุณก็จะไปด้วยเหรอครับ”

“แน่สิ ฉันเป็นแฟนตัวยงเขาเลยนะ ดูนี่” เจ้าหล่อนค้นหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าถือ แล้วตั๋วแบบเดียวกับลีออนก็ถูกดึงออกมาโชว์ “ถ้าเธอจะไปละก็เราไปพร้อมกันก็ได้นะ เพื่อนของฉันอีกหลายคนก็จะไปด้วย ไปกันหลายๆ จะได้สนุก”

“ผมคงไปไม่ได้ครับ” ชายหนุ่มทำหน้าหงอย “ผมเข้ากะดึกกว่าจะเลิกงาน คอนเสิร์ตก็คงจบไปแล้ว กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าผมจะทำยังไงกับตั๋วนี่ดี”

คาเรนจ้องหน้าชายหนุ่มแน่นิ่งไปครู่หนึ่ง

“โธ่เอ๊ย เรื่องแค่นี้ เดี๋ยวฉันจะให้เธอเปลี่ยนกะกับคนอื่นซักวัน แค่นั้นก็จบแล้ว”

ลีออนเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยินข้อเสนอนั้น

“จริงหรือครับ!”

 

ไวซ์นั่งหลับตานิ่งๆ อยู่หน้ากระจก ขณะที่ปล่อยให้ช่างทำผมเปลี่ยนผมให้ใหม่สำหรับงานที่ใกล้เข้ามา อีกอย่างถ้าเขาแกล้งทำเป็นหลับไปซะ ความน่าเบื่อหน่ายที่ต้องรอคอยอะไรนานๆ จะช่วยให้เขารู้สึกว่าเวลาเดินเร็วขึ้น เขาต้องต่อผมด้านหลังให้ยาวขึ้นอีก จนตอนนี้มันยาวเลยครึ่งหลังของเขาไปแล้ว ไวซ์ไม่ชอบใส่วิกผม เพราะมันไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกมั่นใจเวลาอยู่บนเวทีเลย เขาชอบที่จะได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระตามใจตัวเอง ไม่อยากพะวักพะวงกับพวกเสื้อผ้าสุดอลังการแต่ใส่แสดงจริงไม่ได้ หรือวิคผมที่ต้องคอยประคองให้มันอยู่ทรงตลอด ไม่ต้องสงสัยเลยว่านิสัยนี้ของเขาสร้างปัญหาให้ช่างทำผมหรือคอสตูมต้องงอนตุ๊บป่องเมื่อเขายืนยันที่จะไม่ทำทรงผมบ้าบอ หรือใส่เสื้อผ้างี่เง่าบางชุด ด้วยเหตุผลว่าถ้าหากไอ้ของพวกนั้นต้องมาอยู่บนหัวหรือบนตัวของเขา เขาก็ควรมีสิทธิ์ออกความเห็น

“เสร็จแล้วค่ะ”

ไวซ์ลืมตาขึ้น เพื่อที่จะมองหน้าใครซักคนในกระจกกำลังมุ่นคิ้วกลับมา ผมด้านหน้าของเขายังสั้นเหมือนเดิม แต่ผมสีดำถูกย้อมให้เป็นสีอ่อนลงเพื่อให้เข้ากับเส้นผมใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้าไป ยกเว้นดวงตาที่ยังเป็นสีเทาจาง เขาไม่ชอบสีตาของตัวเองเลย มันดูจืดชืดไม่เป็นธรรมชาติ แต่พอนึกถึงพ่อที่มีดวงตาสีเดียวกัน ไวซ์จึงทำอะไรไม่ได้นอกจากหยิบแว่นดำบนโต๊ะขึ้นมาสวม... เห็นทีเขาคงต้องเปลี่ยนไปใส่คอนแทกเลนส์สีอีกสักพัก

“ขอบคุณครับ” ไวซ์กล่าวขอบคุณช่างทำผมแล้วลุกขึ้นอย่างคนที่แทบจะทนรอไปจากที่นี่ไม่ไหว แต่ยังไม่ทันหลบพ้น ฟาเวียร์ผู้จัดการส่วนตัวของเขาก็เดินเข้ามาพอดี เขาเป็นชายร่างท้วมอายุสี่สิบแต่ยังกระฉับกระเฉง เป็นคนเดียวที่ออกคำสั่งไวซ์ได้และเป็นคนเดียวที่ไวซ์อยากกวนให้เขาประสาทเสีย

“มีอะไรอีก” เขาถามฟาเวียร์โดยไม่ปิดบังน้ำเสียงเบื่อหน่าย “บอกก่อนนะ ก่อนการแสดงผมไม่สัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น คุณก็รู้กฎผมนี่”

“แต่นี่ไม่เกี่ยวกับกฎของนายเจ้าหนู” คงมีแต่ฟาเวียร์นี่แหละที่กล้าเรียกเขาแบบนี้ และเรียกโดยไม่มีความเกรงใจ “ที่นายไปปฏิเสธเรื่องเล่นหนังนั่นหมายความว่ายังไง”

ไวซ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะแสร้งเฉไฉ

“หนังอะไร ผมจำไม่ได้แล้ว”

“ไม่ต้องมาแกล้งเซ่อ หนังที่ค่ายซีคิวร่วมทุ่นสร้างกับต่างประเทศ เขาส่งคนมาติดต่อแล้วนายก็ปฏิเสธไป นี่ไอ้หนูคนที่ควรจะจัดการเรื่องนี้คือฉัน ทุกอย่างต้องผ่านฉันก่อน นายจะให้ฉันอธิบายบริษัทยังไง งานนี่ใครๆ ก็อยากให้เด็กตัวเองได้เล่น ค่ายซีซ่าเองทางนั้นก็ตอบตกลงให้รูอิคลงประเดิมเรื่องนี้ด้วย นี่นายโง่จริงหรือโง่จริงๆ กันแน่ไวซ์”

“ใครอยากเล่นก็เชิญสิ ในเมื่อผมไม่เล่น” ชายหนุ่มยังพูดลอยหน้าลอยตาเดินขณะเดินกลับไปยังส่วนห้องของเขา แต่ฟาเวียร์ก็ยังตามมาไม่ห่าง

“ปัญหาคือเขาต้องการนาย เขาเจาะจงตัวนายมาเลย”

“และเจาะจงรูอิคมาด้วย พวกนั้นแค่อยากใช้ข่าวลือขายหนัง และเรื่องของเราก็จบไปแล้ว ผมไม่อยากให้ตัวเองทำให้ปัจจุบันของเขาวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง” ไวซ์สูดหายใจลึกเมื่อหันมาเผชิญหน้ากับผู้จัดการ แม้เขาจะตัวโตใหญ่ แต่ผู้ชายที่ยืนทำหน้าอูมอยู่นั้นก็หาได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด “ผมเล่นไม่ได้ฟาเวียร์ ดังนั้นคำตอบของผมคือ ไม่

พูดจบเขาก็ผลักประตูห้องส่วนตัวออก แต่เสียงของฟาเวียร์ก็ยังดังไล่หลังตามมา

“ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่นายเล่นไม่ได้ แต่นายไม่อยากเจอรูอิค หัดทำอะไรให้มันเป็นผู้ใหญ่หน่อยเถอะไวซ์ นายคิดว่าจะหนีหน้าเขาไปได้ตลอดชีวิตหรือไง ยังไงนายก็ต้องลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงซักวัน”

มือที่วางอยู่บนลูกบิดประตูกำแน่นขึ้น ไวซ์ถอนใจยาวแล้วหันไปพูดกับฟาเวียร์ด้วยสุ้มเสียงแผ่วลง

“แต่ผมกำลังพยายามอยู่ ขอเวลาผมหน่อยเถอะ”

“ฉันรอนายได้ไวซ์ แต่โอกาสมันไม่รอนายหรอกนะ เก็บไปคิดให้ดีๆ ถ้านายกล้าลุกขึ้นมาทำงานนี้ให้สำเร็จสวยงาม เรื่องของนายกับรูอิคก็ถือว่าเคลียร์กันลงตัว ที่สำคัญนายจะได้พิสูจน์ข้อสงสัยของคนอื่นๆ ว่าอะไรเป็นอะไร”

ไวซ์ก้าวเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูลง ทันทีที่ขังตัวเองไว้กับความเงียบสำเร็จเขาก็แทบอยากทรุดตัวลงนั่งกับพื้นให้สมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับบนไหล่

ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมก่อนเดินลากขาไปยังโซฟาแบบกึ่งเตียงนอนที่เขามักใช้พักผ่อนหลังฝึกซ้อม นับๆ แล้วเขาไม่ได้กลับไปนอนคอนโดมานานแค่ไหนแล้วนะ ไวซ์เลิกนับเมื่อล้มตัวลงนอนบนโซฟา ให้ตาย เขาเหนื่อยชะมัด และไม่ใช่เพราะเรื่องคอนเสิร์ตที่กำลังจะถึงด้วย ชายหนุ่มหลับตาลง อยากสั่งให้ตัวเองหลับไปตลอดกาลโดยไม่ต้องตื่น

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะสมปรารถนาเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นบอกว่ามีข้อความถูกส่งเข้ามา ปกติเขาไม่สนใจที่จะอ่านข้อความเหล่านั้น แต่จนแล้วจนรอดไวซ์ก็ยื่นมืออกไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู หมายเลขที่ส่งข้อความเข้ามาไม่คุ้นเอาเสียเลย เขากดเรียกข้อความขึ้นดู มีข้อความที่สั้นๆ ส่งเข้ามาว่า

ขอบคุณสำหรับตั๋ว ผมจะไปแน่ๆ

เท่านั้นไวซ์ก็เด่งตัวลุกขึ้นแล้วกดโทรออกตามหมายเลขนั้นทันที ครู่หนึ่งปลายสายจึงกดรับ

“ลีออน นั่นเธอเหรอ”

 

“ลีออน นั่นเธอเหรอ”

จังหวะหัวใจลีออนพุ่งสะยานแทบทะลุเพดาน แม้จะบอกให้ตัวเองสงบจิตสงบใจก่อนรับโทรศัพท์แล้วก็ตาม เขาได้เบอร์โทรไวซ์ก่อนที่ทั้งคู่จะจากกัน แต่ก็ยังรีรอไม่เคยโทรหาเพราะคิดว่าไวซ์คงกำลังยุ่งอยู่ ไม่อย่างนั้นเกือบสองเดือนมานี่เขาก็คงจะโทรมาบ้าง กระทั่งคิดว่าส่งข้อความไปถึงไวซ์เพื่อให้เขารู้ก็น่าจะดี แต่ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะโทรกลับ แล้วเสียงทุ้มนุ่มนั่นก็ทำให้สมองไม่อาจเรียงลำดับคำพูดให้ชัดถ้อยชัดคำได้

“อา ครับ ผมรบกวนคุณหรือเปล่า ผมแค่จะบอกว่าผมขอบคุณสำหรับตั๋วมาก”

“เธอบอกว่าจะมา”

ครับ” ลีออนรับเมื่อมีเรื่องคุย “ผมได้เปลี่ยนมาอยู่กะกลางวันวันหนึ่งนะ โชคดีเป็นบ้าเลยผู้จัดการคลับเป็นแฟนของคุณเชียวนะ เธอเป็นคนเปลี่ยนเวรให้ผมเอง”

“ยอดเลย หวังว่าตั๋วที่เธอได้จะเป็นสีฟ้านะ”

“ทำไมหรือครับ?

“เพราะมันเป็นที่นั่งที่ฉันจะมองเห็นเธอได้น่ะสิ”

ความรู้สึกอันไร้เหตุผลทำให้ลีออนคิดว่าตัวเองกำลังหน้าแดง

“ขอบคุณมากครับ รู้ไหมบางทีผมก็สงสัยว่าคุณดีกับทุกคนแบบนี้หรือเปล่า”

“ทำไมคิดแบบนั้น”

“เปล่าครับ ช่างเถอะ จริงสิผมเห็นภาพฝึกซ้อมของคุณด้วย คุณเต้นได้เท่สุดๆ ไปเลย” ลีออนได้ยินเสียงพ่นลมหายใจเบาๆ จากปลายสาย “ทำไมหรือครับ”

“เปล่า อันที่จริงก่อนการแสดงฉันไม่อยากให้มีอะไรเปิดเผยออกไปนัก แต่ก็นะ มันเป็นการโปรโมทอย่างหนึ่ง”

พอได้ฟังน้ำเสียงเคร่งขรึมแบบนั้น บทสนทนาของพวกเขาก็เหมือนจะกลับไปสู่ทางตันอีก ลีออนเร่งคิดหาว่าเขาควรจะคุยเรื่องอะไรที่จะไม่ทำให้ชายหนุ่มเครียดเกินไป

“ผมว่ามันเจ๋งออกมา เอ่อ ผมถามได้ไหมว่าคุณสูงเท่าไหร่”

“ร้อยแปดสิบเจ็ด ทำไมหรือ?

“เปล่าครับ แต่ตอนเห็นภาพคุณซ้อมกับดูมิวสิควีดีโอของคุณ เอ่อ... ตอนที่คุณถอดเสื้อน่ะ” ลีออนพล่ามไปเรื่อย “ผมว่าคุณรูปร่างสวยดี แต่ก็ออกจะผอมไปหน่อยสำหรับคนสูงขนาดนั้น... เอ่อ นี่ผมพูดบ้าอะไรอยู่เนี่ย”

ไวซ์หัวเราะในที่สุด “เอาเป็นว่ารับทราบก็แล้วกัน”

“ผมต้องไปทำงานแล้ว อาทิตย์หน้ายังไงก็เต็มที่นะครับ”

“แน่นอน อ๋อ หลังคอนเสิร์ตแสดงจบเธอมาหาฉันที่ด้านหลังเวทีได้นะ”

“จะดีหรือครับ ผมกลัวว่าจะเข้าไปวุ่นวายเปล่าๆ”

“ไม่เป็นไรฉันจะบอกเจ้าหน้าที่ข้างหลังไว้ ให้เขาพามาหาฉัน เราคงมีเวลาเจอกันแค่ตอนนั้น เพราะเสร็จจากนี้ฉันต้องออกโปรโมทเพลงที่ต่างประเทศต่ออีกเดือน ยังไงอาทิตย์หน้าเจอกันล่ะ”

“คุณเองก็อย่าหักโหมมากนะครับ ดูแลตัวเองด้วย”

“ขอบใจ” เสียงไวซ์แผ่วเบา ตามด้วยเสียงทอดลมหายใจ “ฉันจะรอเธอนะ”

หลังจากไวซ์วางสาย ลีออนก็ยังคงยืนจ้องมือถือตัวเองอยู่แบบนั้น ความรู้สึกแปลกๆ ที่ที่เขาไม่เข้าใจเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันคืออะไร

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

วันนี้ลีออนเข้างานเที่ยงวันและเขาได้รับอนุญาตให้เลิกตอนหกโมงเย็น ดังนั้นการทำงานของเขาวันนี้ถึงได้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นจนแม้แต่วาลยังต้องออกปาก

“ถ้าแกทำงานตอนกลางวันแล้วดี๊ด๊าแบบนี้ ฉันว่าน่าจะเปลี่ยนกะตั้งนานแล้ว” วาลที่เข้ามารับช่วงเปลี่ยนกะให้กล่าว นี่ใกล้ถึงหกโมงเย็นแล้ว เหลืออีกแค่ไม่กี่สิบนาทีเขาก็จะเป็นอิสระ

“ลีออน” คาเรนที่เพิ่งโผล่หน้าออกมาจากห้องทำงานด้านหลังท่าทางตื่นเต้นไม่ต่างกัน “พร้อมหรือยังจ๊ะพ่อหนุ่ม”

“ผมจัดของเสร็จก็โอเคแล้วครับ” ลีออนโผล่หน้าขึ้นมาจากหลังบาร์ ก่อนเปลี่ยนกะใหม่เขาต้องจัดของทุกอย่างในบาร์ให้พร้อมสำหรับพนักงานคนต่อไปเข้าประจำที่

“ว่าแต่เธอจะกลับไปที่ห้องพักก่อนหรือเปล่า”

“ทำไมหรือครับ”

“นี่พ่อหนุ่ม เธอคงไม่คิดจะสวมชุดบาร์เทนเดอร์ไปหรอกน่ะ ถึงเธอใส่แล้วจะดูน่ารักแค่ไหนก็เถอะ”

ลีออนหัวเราะ พลางโบกมือไปมา

“ผมเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนหลังเลิกงานอยู่แล้วครับ ว่าแต่คุณพร้อมแล้วหรือยัง”

พร้อมตั้งนานแล้วจ้ะ” คงจะอย่างนั้น ลีออนสังเกตว่าหญิงสาวทำทรงผมใหม่แล้วก็สวมต่างหูกับสร้อยคอแขวนจี้ไข่มุกน่ารัก สีหน้าสดชื่นเบิกบาน เขาเองก็เหมือนกัน ลีออนไม่เคยไปดูคอนเสิร์ตมาก่อน เขากับสถานที่แบบนั้นแทบไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ ยิ่งพอคิดว่าจะได้พบไวซ์ แถมไม่ใช่แค่บนเวทีเท่านั้นลีออนก็ยิ่งอยากเร่งเวลาให้ถึงเร็วๆ

เสียงกระแทกโครมใหญ่ทำให้ลีออนกับคาเรนสะดุ้ง เขาผุดลุกขึ้นยืนแล้วมองหาที่มาของเสียงตึงตัง ก่อนจะเบิกตาโพล่งเมื่อเห็นแขกกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดกำลังทะเลาะกัน และด้วยเหตุผลอันใดไม่ทราบเขาเห็นแขกคนหนึ่งลงไปนอนตัวงออยู่กับพื้น ศีรษะมีเลือดไหลท่วม เศษแก้วเกลื่อนกระจายขณะที่ชายอีกสี่คนที่เหลือกำลังมีปากเสียงกันดังลั่น อีกสองคนกระชากคอเสื้อกัน ก่อนที่คาเรนจะวิ่งเข้าไปห้าม หมักหนักๆ ของชายคนหนึ่งก็ชกใส่คู่กรณีจนล้มลง

“ไอ้เวรตะไรเอ๊ย” เสียงด่าบริภาษดังสวนกันไปมาฟังไม่ได้ศัพท์

“ก็แกแกว่งปากหาเรื่องก่อนนี่หว่า!”

 “นี่พวกคุณหยุดนะ หยุด” คาเรนร้องห้าม พยายามขวางชายทั้งสอง

“ไม่ต้องมายุ่ง!”

ชายตัวโตผลักหญิงสาวจนล้มลงไปก้นจ้ำกับพื้น

“คุณคาเรน” ลีออนรีบวิ่งออกมาจากหลังบาร์ตรงเข้าไปหาหญิงสาว “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ฉันไม่เป็นไร” เธอพูดหน้าเบ้พลางลูบสะโพก

“คุณช่วยเรียกรถพยาบาลที” ชายที่ประคองเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บร้องขอ ลีออน หันกลับมามองหน้าคาเรนอย่างคนที่ไม่รู้จะทำอะไรดี เสียงดังเอะอะเรียกให้พนักงานคนอื่นๆ กับรปภ.ประจำคลับเข้ามา ตอนนั้นลีออนจึงรีบควานหาโทรศัพท์ของเขาจากกระเป๋ากางเกงแล้วโทรไปที่เบอร์ฉุกเฉิน เสียงทะเลาะเอะอะยังดังอยู่ข้างหลัง ลีออนก็ได้ยินเสียงของวาลเมื่อเขาเข้าไปช่วยรปภ แยกคู่กรณีทั้งสองจากกัน

“เลือดไหลไม่หยุดเลย” ลีออนพึมพำเคร่งเครียด เขาไม่รู้จะทำยังไงดีนอกจากกดมือบนแผลไว้ ส่วนอีกมือรอสายโทรศัพท์ แต่พอโทรติดพวกผู้ชายที่พันตูกันอยู่ข้างหลังก็ถลาเข้ามาชนเขาเต็มแรงจนโทรศัพท์กระเด็นไปจากมือ นายสองคนที่กำลังทะเลาะกันล้มมาทางเขา ทำให้ลีออนเข้ามาอยู่กึ่งกลางระหว่างชายสองคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์เดือดสุดๆ คนหนึ่งลุกขึ้นสำเร็จแล้วคว้าเก้าอี้ขึ้น

ลีออนได้ยินเสียงตะโกนจากวาลบอกให้เขารีบหลบ แต่ยังไม่ทันที่ขยับตัวบางอย่างแข็งๆ ก็ฟาดลงมาที่ศีรษะด้านข้างของเขาเต็มแรง รู้สึกตัวอีกทีใบหน้าของเขาก็ลงไปกระแทกกับพื้นเย็นๆ ในหูได้ยินเสียงกรีดร้องเอะอะวุ่นวาย จากนั้นสติของเขาก็ดับวูบลง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

6,536 ความคิดเห็น

  1. #6517 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 23:55
    แงงง ไม่ได้ไปงานแล้ว
    #6517
    0
  2. #6492 Pompaii (@solybom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 17:31
    เครื่องหมายคำพูดหายไปไหนอ่าาาา ("...")
    #6492
    0
  3. วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 01:33
    อ่านในแอปแล้วมันมีอักษรแปลกข้างหน้าตอนบอกพูดอ่ะค่ะ ขัดตามากเลย
    #6491
    0
  4. #6451 p'chom (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 09:42
    เกิดเรื่องขึ้นซะได้ ..
    #6451
    0
  5. #6418 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 00:07
    ลีออนเอ้ยความหวังดีทำเรื่องซะง้านนนงี้ก็ไม่ได้ไปคอนเซิร์ตไวซ์อะดิ ปัดโธ่-บ้าสองคนก็เจือกทะเลาะกันทำไมวันนี้!! ปล.ไวซ์กับรูอิคนี่อะไรยังไง?
    #6418
    0
  6. #6391 Reneloy86 (@Reneloy86) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 19:11
    ลูกสาวกูวววววยวนสนย😭
    #6391
    0
  7. #6374 deeranax'❥ (@requi_quiem) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 18:03
    ลีออนอย่าเป็นอะไรไปน้าาา T_T
    #6374
    0
  8. #6318 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 22:26
    หวังว่าลีออนลูกแม่จะไม่เป็นไรนะ สาธุ
    #6318
    0
  9. #6268 `Sa•Diz…™ [SD] (@kwanporntat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 15:19
    ซวยซ้ำ ซวยซ้อน ซวยซ่อนเงื่อนสุด ๆ
    นายเป็นคนที่น่าสงสารมากลีออน -0-
    #6268
    0
  10. #6261 Pe'am (@0838141778) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กันยายน 2556 / 02:45
    ลีออนอย่าเป็นอะไรไปน๊าาา !!!
    #6261
    0
  11. #6233 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 10:00
    -0-" ไวซ์มาได้ไง
    #6233
    0
  12. #6232 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 09:34
    กำ จะไปได้มั้ยเนี่ยย
    #6232
    0
  13. #6214 dre_am_182769 (@1827695980) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 11:04
    สองคนนี้มีซัมติงไรกันป่ะเนี่ย!?
    #6214
    0
  14. #6143 mephii (@mephii) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 22:14
    ซวยไปไหมเนี้ยลีออนจัง TT
    #6143
    0
  15. #6080 loocbomb (@loocbomb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 19:49
    เวรกรรม ทะเลาะกันวันนี้ทำม๊ายยยT^T
    #6080
    0
  16. #6050 ug;yduckk2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 01:42
    ง่ะ แล้วงี้จะได้ดูมั้ย TT
    #6050
    0
  17. #6008 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 20:19
    ลีออน T^T  อย่าเป็นไรน้าา า T^T~
    #6008
    0
  18. #5993 willowmirror (@willowmirror) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 13:39
    โอ....อย่างนี้ก้ไม่ได้ไปน่ะสิ T T
    #5993
    0
  19. #5942 yjyrkr (@yjyrkr) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 16:35
    ลีออนอย่าเป็นอะไรมากนะ
    #5942
    0
  20. #5904 Porsche ELF&SJ 4rever (@137129108) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 20:18
    เป็นแบบนี้ ไวซ์รอเก้อแน่เลย แง่วววววววววว
    #5904
    0
  21. #5895 DarkDevil (@wan-mai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2555 / 17:52
    พระเอกจะเข้าใผิดมั๊ยเนี้ยย ลีออน
    #5895
    0
  22. #5878 bonbons (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 23:46
    ตายแล้ว แล้วลีออนจะทำยังไงกับคอนเสิร์ตเนี่ย
    #5878
    0
  23. #5834 MAPRANG-Ka (@maprang-ka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 01:45
    ลีออนไม่ได้ไปคอนเสิร์ตแน่เลยอะ อย่าเป็นอะไรไปนะ
    #5834
    0
  24. #5821 ' trick hunter (@251159) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 15:16
    กรรม ประจวบเหมาะจริงจร๊ง ! -*-
    #5821
    0
  25. #5811 _Unloveable_ (@taoris) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 19:10
    ลีออนก็ไปหาไวซ์ไม่ได้อ่ะดิ...!
    พวกนั้นจะมาทะเลาะกันอะไรตอนนี้ -*-
    #5811
    0