นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

ในฐานะปีศาจร้าย (end.)

โดย H A M S T E R

ขอสักครั้ง ขอแค่ให้เขาสนใจ ขอแค่ได้ขึ้นเตียงกับเขา ได้รับคำว่ารักจากเขา แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อให้ต้องเป็นปีศาจร้ายไปตลอดกาล... ผมก็ยอม!

ยอดวิวรวม

208

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


208

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 พ.ย. 61 / 19:31 น.
นิยาย 㹰ҹлҨ (end.)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ขอสักครั้ง ขอแค่เพียงได้รักจากเขา
แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
เราก็พร้อมที่จะยอมทำมันทุกอย่าง
ต่อให้... ต้องเป็นปีศาจร้ายไปตลอดกาล...
เราก็ยอม...

11/23/2018




b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 พ.ย. 61 / 19:31



            พ่อมดพวกนั้นไว้ใจได้

            นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้เอาชนะฝันร้ายของตัวเอง ต้องขอบคุณความบังเอิญที่ทำให้พวกเขาได้มาเจอกับผมที่นอนตายอยู่ในมุมมืดของตึกร้าง ผมถึงได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้

               จุดที่พี่เกลจะไม่สามารถเอาชนะผมได้อีกต่อไป

               พี่เกลเป็นผู้หญิงสวย สวยมาก สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเคยเจอมา เธอมีผมที่ยาวสลวยดุจเส้นไหม ผมมักเผลอมองมันทุกครั้งเวลาที่พี่เป้งยีมันเล่น ผิวพรรณของเธอหมดจด ทำเอาผมอยากกลับบ้านไปอาบน้ำใหม่ทุกครั้งที่ได้เห็น

               มันทำให้ผมรู้สึกสกปรก

            มันทำให้ผมรู้สึกอิจฉา

            เคยมีเพื่อนผมคนนึง (ซึ่งไม่ได้สนิทกันเป็นพิเศษ) บอกกับผมว่า พระเจ้าช่างลำเอียงนักเหมือนพระเจ้าสร้างพี่เกลขึ้นมาจากความรักใคร่ และสร้างคนอื่นขึ้นมาจากความเกลียดชัง ผมเห็นด้วยแค่ครึ่งเดียวกับทฤษฎีพระเจ้าลำเอียงของเพื่อน เพราะผมเชื่อว่ายังมีใครอีกคนที่พระเจ้าท่านทั้งทรงรักและเมตตา

 

               เขามีชื่อว่าพี่เป้ง

            เป็นผู้ชายที่ทุกคนหลงรัก

            และอยากได้รักจากเขากลับคืนมา

 

               ผมไม่อาจสรรหาคำไหนมาพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของพี่เขาได้

               สิ่งเดียวที่ผมจะสามารถบอกได้คือ ยังไม่เคยมีใครไม่รักพี่เป้งเขาเหมือนเป็นตัวแทนของทั้งความรักและความหวังดีจากทุกคนบนโลก จนบางทีผมยังอดคิดไม่ได้ว่า... พระเจ้าอาจจะไม่ได้แค่สร้างเขา แต่เขานั่นล่ะคือพระเจ้าที่แอบปลอมตัวลงมาปะปนกับมนุษย์บาปหนาอย่างพวกเรา เพื่อให้คนธรรมดาอย่างเราๆ รู้จักที่จะรัก รู้จักที่จะยอมเสียสละทั้งหมดของชีวิตเพื่อทำให้พี่เป้งยิ้มและสุขใจ

               ผมเคยใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีซื้อของที่พี่เป้งอยากได้ มอบให้เขาในวันวาเลนไทน์ในฐานะ ‘ผู้ไม่ประสงค์เอ่ยนาม’ เพื่อให้เขาได้ยิ้ม เพื่อให้เขาได้ตื่นเต้นดีใจไปกับสิ่งที่ตนชอบ

               หรือบางครั้งผมก็อ้อนวอนขอเงินก้อนจากแม่ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส หาซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ในฐานะ ’มิสเตอร์ซี’ เพื่อทำให้พี่เขาเชื่อว่าซานต้ามีอยู่จริง มีอยู่เสมอซานต้ารักเขา และก็จะมอบของขวัญสุดพิเศษให้คนดีๆ อย่างพี่เขาตลอดไป

               ผมทำอย่างนั้นประจำในอีกหลายๆ ฐานะ โดยที่พี่เขาไม่เคยรู้ และไม่มีวันที่จะได้รู้

               ผมถึงได้เห็นด้วยกับทฤษฎีของเพื่อนผมเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น พี่เกลจะเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวบนโลกนี้ได้ยังไงที่ถูกสร้างขึ้นจากความรักของพระเจ้า ในเมื่อโลกใบนี้ยังมีคนที่แสนดีแสนวิเศษอย่างพี่เป้งอยู่อีกคน

               กระทั่ง...

               “ทุกคน พี่มีเรื่องสำคัญจะบอก

               “อะไรหรอครับพี่เป้ง

               กาลครั้งหนึ่ง ในวันที่ชมรมการแสดงไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียด เจ้าชายที่หล่อที่สุดอย่างพี่เป้งคว้ามือของเจ้าหญิงที่สวยที่สุดอย่างพี่เกลให้ลุกขึ้น และประกาศเรื่องที่ทำให้ทุกคนพากันโห่ร้องด้วยความปิติยินดี

               “นับจากนี้ เกลเป็นแฟนพี่แล้วนะ :)”

               ทุกคนเอ่ยแซวพี่เป้งกับพี่เกลกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาช่างน่าอิจฉาด้วยกันทั้งคู่ที่ได้อีกฝ่ายเป็นแฟน แต่ในขณะเดียวกัน...ก็เป็นเรื่องที่ถูกที่ควรที่พวกเราจะเอ่ยชื่นชมความเหมาะสมของคู่รักคู่นี้

               ผมบอกได้เลยว่าวันนั้นคือวันที่มีความสุขที่สุดของสมาชิกชมรมเรา

               ทุกคนเลยจริงๆ ครับ

               ไม่เว้นแม้แต่ผมที่อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเพื่อร้องไห้

               ใช่... ผมเสียใจ เสียใจมากเหลือเกินที่พระเจ้าลำเอียงจริงดั่งที่เพื่อนของผมว่า พระเจ้าไม่เพียงสร้างพี่เกลขึ้นจากความรัก พระเจ้ายังสร้างคนที่ดีที่สุดอย่างพี่เป้งมาเพื่อประทานพรแด่พี่เกลอีกด้วย

               แต่... แล้วใครกันเล่าจะเหมาะสมกับพี่เป้งเท่าพี่เกล?

               ผมหรอ?

               ไม่มีทาง... ไม่มีทางเลยที่ผมจะเป็นที่รักของพี่เป้ง ในเมื่อ...ผมคือคนที่พระเจ้าเกลียดชังและไม่แม้แต่จะเมตตา...

               มันเป็นความเศร้าที่ปนเปไปกับความเข้าใจความจริงของโลก... ความรักของเขาทั้งคู่คือความยุติธรรม มันคือความถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นที่สุดเท่าที่สิ่งใดบนโลกจะเคยมี...

               ผมยิ้มแย้มไปกับพวกเขาด้วยในวันนั้น

               เก็บซ่อนทุกหยดน้ำตาของตัวเองด้วยความหวาดกลัว ถ้าหากผมร้องไห้... ผมก็คงจะหนีไม่พ้นจากสถานะของคนบาปช้า คนที่เป็นตัวแทนของความอิจฉา และพระเจ้าก็คงไม่มีวันที่จะทรงอภัยให้...

               ผมบอกตัวเองนับจากนั้นว่า ’เราคงต้องพอแค่นี้’ การส่งของขวัญแห่งความลับให้กับพี่เป้งในฐานะต่างๆ ควรยุติลงได้แล้ว... เพราะเมื่อได้ลองมีคนที่รัก ของขวัญชิ้นไหนๆ ก็คงไร้ความหมาย จึงอยากที่จะขอมอบขอบขวัญคริสต์มาสในปีนี้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายเพื่อการจากลา...

               “บอกมาซิ ใครคือ ‘คนที่จะรักพี่ตลอดไป’ มันเป็นใคร!?”

               แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด 

               ของขวัญชิ้นสุดท้ายจากผมในฐานะ ’คนที่จะรักพี่ตลอดไป’ ไม่ได้ทำให้พี่เป้งมีความสุขอย่างที่แล้วๆ มา หากแต่กลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาระหว่างควากรักของคนทั้งคู่

               พี่เกลกลายเป็นปีศาจร้ายนับจากวันนั้น

               เธอพยายามออกล่าหาความจริง เล่นงานผู้หญิงทุกคนที่น่าสงสัย...อย่างโหดร้าย...

               ผมต้องทนเห็นผู้หญิงคนแล้วคนเล่าถูกตบ ถูกตี ถูกด่าสาดเสียเทเสียเพื่อให้ยอมรับสารภาพ

               ในขณะที่ผมได้แต่เงียบ... และปล่อยให้ความรุนแรงนั้นยังคงดำเนินต่อไป...

               “พอเถอะเกล

               “ไม่เกลไม่พอ!!”

               “แล้วเกลจะทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน มันไม่ดีเลยนะเกล

               “ก็จนกว่าเกลจะรู้ว่ามันเป็นใครนั่นล่ะ!”

               คนที่ทุกข์ที่สุดคือพี่เป้ง ผมแทบจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มบนหน้าเขาอีกเลยนับตั้งแต่พี่เกลพยายามตามล่าหาเจ้าของของขวัญชิ้นนั้น ของขวัญที่ผมควรจะให้ในฐานะ มิสเตอร์ซี’ แต่กลับนึกอะไรบ้าๆ ที่อยากจะขอบอกลาและบอกรักในครั้งสุดท้าย

               การทะเลาะของคนทั้งคู่หยุดชะงักเมื่อหันมาเห็นผมที่บังเอิญเดินผ่านเข้าไปในจังหวะที่ไม่เหมาะไม่ควร

               พี่เกลสะบัดหนีไปด้วยอารมณ์ที่ยังคงกรุ่นร้อน ในขณะที่พี่เป้งทิ้งตัวลงนั่งแถวนั้น แล้วหันมายิ้มให้ผมอย่างเหนื่อยใจ

               “ขอโทษด้วยนะคริส

               ครับ?”

               ขอโทษที่ทำให้ทั้งชมรมวุ่นวายแบบนี้

               ผมกำมือแน่น... อยากตะโกนออกไปว่า ‘พี่ไม่ผิด!’ เป็นผมเองต่างหากที่ทำให้ทุกคนเจอกับปัญหา!!

               มันไม่ใช่...”

               “จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของพี่งั้นหรอ” พี่เป้งยังคงยิ้ม หากแต่น้ำเสียงเหมือนกำลังเยาะเย้ยตัวเอง ”ผิดสิ ทำไมจะไม่ผิดล่ะ อย่างน้อยๆ พี่ก็น่าจะห้ามอะไรเกลได้บ้างแต่นี่...”

               “มันเป็นความผิดของผมต่างหาก!”

               “...”

               “...”

               “หมายความว่าไง

               “ผะ...ผมขอตัวก่อนนะครับ!”

               นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมสมควรพูด ผมรู้ แต่... ผมทนไม่ได้จริงๆ ที่จะเห็นพี่เป้งต้องโทษตัวเองทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร

               ผมต่างหากที่ผิด

               และคนผิดตัวจริงก็สมควรที่จะได้รับโทษสักที

               “พี่เกลครับ

               “ว่าไงจ๊ะ

               พี่เกลยิ้มสวยให้ผม เป็นแบบนี้เสมอเวลาที่คุยกับผู้ชาย และพวกเขาก็จะตกหลุมรักเธออย่างไม่มีข้อแม้

               “ผม...”

               “จ๊ะ?”

               “ผมคือ... ‘คนที่จะรักพี่ตลอดไป’ เองครับ

               พี่เกลถึงกับหุบยิ้ม... 

               เธอทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ผมพูด ก่อนที่ไม่นานจากนั้นจะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความชิงชังอย่างถึงขีดสุด แล้วก็...

               ...เดินจากไปโดยไม่พูดไม่จา

               ผมงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่สถานการณ์อย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ ภาพที่ผมคิดคือพี่เกลด่าผม ทุบตีผม และทำให้ผมอับอาย

               แต่พี่เกลกลับจากไปอย่างเงียบเชียบ

               เงียบ... เหมือนกับทะเลสงบที่ไร้คลื่นลมแรง...

               ผมต้องทนอยู่กับความสงบนั้นกระทั่งหลังเลิกเรียน

               ในระหว่างที่ผมกำลังเดินผ่านซอยลัดสำหรับตัดผ่านไปยังท่าเรือ จู่ๆ ก็มีมือใหญ่ๆ คว้าปากผมจากทางด้านหลัง และลักพาตัวเข้ามาในตึกร้างที่อยู่ลึกเข้าไปในทางแยกอีกทาง

               พวกมันมากันสองคน ตัวสูงใหญ่ ดุดัน และไม่เป็นมิตร

               พะ...พวกพี่ต้องการอะไร!”

               แล้วมึงไปทำอะไรให้ใครเขาโกรธเข้าล่ะ

               หนึ่งในพวกมันพูดเพียงแค่นั้น ก่อนที่จะพากันเข้ามารุมทำร้ายผมอย่างโหดเหี้ยม

               ผมได้แต่ดิ้นพล่านให้กับความเจ็บปวดที่ถูกสร้างขึ้นจากหมัดแล้วหมัดเล่า เสื้อนักเรียนสีขาวเต็มเปื้อนไปด้วยเลือดสดๆ จากทุกรอยแผลรอบตัว

               มันเจ็บจนชา... เจ็บจนไม่รู้สึก... แต่พวกมันก็ยังคงซ้อมผมอย่างไม่หยุดยั้ง จนผมถามโพล่งออกไปว่า...

               พี่เกล... พี่เกลใช่ไหม...”

               พวกมันชะงัก 

               หันหน้ามองกันเหมือนต้องการจะปรึกษาว่าควรเอาไงดีกับคำตอบของคนที่พวกมันถูกสั่งให้มารุมซ้อม

               ใช่

               และคำตอบก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้

               ภาพของผู้หญิงที่สวยที่สุดฉายชัดในสมองของผม ผมกำหมัดแน่น... หัวใจเต็มไปด้วยความโกรธและเกลียดชัง นี่น่ะหรอ... คนที่พระเจ้าสร้างมาด้วยความรัก นี่น่ะหรอ...คนที่สมควรจะเป็นที่รักของคนทั้งโลก...

               น่าตลกสิ้นดี

               ตลกทุกอย่างบนโลกใบนี้ที่ทำให้เธอได้ในทุกสิ่งที่เธอต้องการ ในขณะที่ผมต้องมาทนเจ็บปวดทั้งกายและใจแบบนี้...

               พระเจ้าคงเกลียดผมมาก

               มากขนาดที่ผมอ้อนวอน... ก็ยังไม่ทรงปรากฏตัวออกมา...

               หนึ่งในพวกมันกระชากหัวผมขึ้น ตั้งท่าจะชกผมต่อ ทว่า...

               ไอ้สัด!”

               ผมใช้แรงทั้งหมดที่มีสวนกลับไป

               มันคือสิ่งที่ผิดพลาด ผมควรปล่อยให้พวกมันซ้อมจนพอใจแล้วจากไป แต่ผมกลับสู้ เลยยิ่งทำให้พวกมันดูจะเลือดขึ้นหน้ามากกว่าเดิม

               ไอ้คนที่ถูกผมต่อย จับผมกระแทกหน้าลงกับพื้นปูนที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนสกปรกของสิ่งต่างๆ ที่หาคำบรรยายไม่ได้

               ฟันหน้าของผมหักออกมาสองซี่ ผมปวดไปถึงประสาท... แต่พวกมันก็ยังไม่หยุด มันรุมกันซ้อมผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งก็หิ้วผมขึ้นมาโยนเพื่อแข่งกันว่าใครจะโยนได้ไกลกว่ากัน

               ร่างของผมกระแทกกับพื้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

               กระแทก... จนผมขาดใจตาย...

               ทุกอย่างเงียบ

               ผมเหมือนคนที่ถูกตัดออกจากการรับรู้ของโลก... มันว่างเปล่า... ดำมืด...และว่างเปล่า...

               กระทั่ง...

               “ตื่นเถอะสหาย

               “เฮือก!”

               ผมถูกปลุกให้ตื่นด้วยชายสามคนที่แสนจะสง่างาม

               พวกเขาหน้าตาเหมือนกันราวกับฝาแฝด ผมยังคงหวาดกลัวอยู่ในตอนแรก กระทั่งได้ทำความเข้าใจว่าพวกเขาคือ ‘พ่อมด’ และเป็นคนที่ปลุกผมให้ฟื้นขึ้นจากความตาย

               มันคือสิ่งมหัศจรรย์สิ่งเดียวที่เกินขึ้นในชีวิตผม ไม่นับรวมกับการได้รักพี่เป้ง... ผมได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ด้วยสายตาของตัวเองจากการพิสูจน์สถานะของพ่อมดทั้งสาม

               ผมเชื่อพวกเขาสนิทใจในตอนที่ร่างกายของผมกลับเป็นปกติอีกครั้งราวกับว่าเหตุร้ายไม่เคยเกิดขึ้น น้ำตาจากความปิติไหลรินออกมาพร้อมกับคำขอบคุณมากมายที่อยากให้พวกเขาทั้งสามได้รับรู้

               แต่นั่นไม่ใช่จุดสิ้นสุดของทั้งหมดที่ผมต้องเผชิญ

               เมื่อพวกเขาพยายามจะอธิบายต่อไปว่า ไม่มีประโยชน์ที่ผมจะอยู่ในร่างๆ นี้ต่อ ผมเหมือนผีดิบเดินได้ที่ลุกขึ้นมาพูดคุยเพียงแต่ชั่วคราว แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมง ผมก็จะจากโลกนี้ไปอีกครั้ง

               ผมกลัว

               กลัวที่จะต้องกลับไปอยู่ในโลกอันมืดมิด โลกที่ผมจะไม่มีชีวิต... 

               โลกที่ผมจะไม่มีพี่เป้ง...

               ผมพยายามอ้อนวอนร้องขอให้พวกเขาช่วย ทำยังไงก็ได้ให้ผมยังมีชีวิตต่อไป

               และหลังจากหารือกันอย่างจริงจัง หนึ่งในพ่อมดผู้สง่างามก็ยื่นข้อเสนอที่จำต้องจ่ายด้วยสิ่งที่แพงเกินกว่าจะประเมินค่าได้

               เราช่วยเจ้าได้สหาย

               จริงหรือท่าน!?”

               ใช่ แต่งานนี้คงจะต้องมีข้อแลกเปลี่ยน

               อะ...อะไรหรอครับ?”

               มาเป็นปีศาจรับใช้ของเรา แล้วเราจะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ

               สิ่งที่ผมต้องการงั้นหรอ?

               แล้วถ้าผมอยากที่จะไปอยู่ในร่างใหม่ ร่างที่หมดจดงดงาม และได้รักจากพี่เป้งสักครั้งล่ะ จะได้หรือไม่

               ได้สิ

               อีกฝ่ายตอบรับความต้องการของผมอย่างไม่เว้นจังหวะคิด

               งั้นตกลง

               ผมไม่จำเป็นต้องชั่งใจ

               ถ้าเพื่อให้ได้เป็นที่รักของพี่เป้งสักครั้งในชีวิต อะไรผมก็ยอมทั้งนั้น

               ต่อให้ในฐานะปีศาจ... ผมก็ยอม...

               นั่นคือเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้พี่ผมได้มายืนอยู่ตรงนี้

               อยู่บนหลุมศพของพี่เกลที่สั่งให้คนมาทำร้ายผมถึงตาย

               ผมเป็นคนฆ่าเธอเอง

               ผมฝังเธอทั้งเป็นในหลุมที่พวกพ่อมดเป็นคนขุดเอาไว้ให้ พี่เกลต้องทนสูดดินเข้าไปในปอดจนกว่าเธอจะตาย

               จริงๆ เธอพยายามที่จะร้องขอชีวิตจากผมแล้ว แต่ผมให้เธอไม่ได้ ผมปล่อยให้เธอนอนดิ้นอยู่ในหลุมเพื่อรอความตายด้วย ‘พลังปีศาจ’ ที่ผมเพิ่งจะได้รับมา

               แล้วผมก็ไม่ได้แค่ฆ่าเธอนะ

               ผมยังลบความทรงจำของเธอออกจากทุกคนบนโลกใบนี้ด้วย พี่เกลจะได้ไม่ใช่แค่คนที่ตายไปจากโลก แต่จะหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ จะไม่มีใครเศร้าเพราะเธอ ไว้อาลัยให้เธอ แม้แต่พ่อแม่ของเธอ...ก็จะลืมว่าเคยมีลูกสาวที่ชื่อว่าเกล

               นั่นทำให้ผมพึงพอใจ

               ใช่ ผมไม่ใช่คนดีอีกแล้ว

               ผมกลายเป็นปีศาจ

               ปีศาจที่เกิดใหม่จากความตาย

               และผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสนใจกฎเกณฑ์ของความผิดชอบชั่วดีอีกต่อไป

               ผมยืนไว้อาลัยให้กับพี่เกลอยู่ประมาณหนึ่งนาที

               รู้สึกหงุดหงิดตัวเองเหมือนกันที่ตัดสินใจทำแบบนั้น ทั้งที่ก็บอกเองว่าไม่อยากให้ใครไว้อาลัยให้กับเธอ

               แต่เอาเถอะ นี่อาจจะเป็นสิ่งดีสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำก็ได้

               และมันคงไม่ถึงกับตายด้วย

               “ลาล่ะ

               ผมผละมาอย่างรวดเร็วเพื่อไปยังเป้าหมายต่อไป

               ไอ้สองคนที่ซ้อมผมน่ะหรอ?

               ไม่ นั่นไม่มีค่าคู่ควรพอให้ผมต้องไปจัดการด้วยตัวของผมเอง

               ป่านนี้พวกมันคงตายห่าไปแล้วด้วยสัตว์ร้ายที่ผมเพิ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล

               พวกมันเชื่องมากกับปีศาจอย่างผม

               แต่โหดร้ายอย่างมากกับมนุษย์อย่างพวกมัน

               ผมเผลอยิ้มออกมาตอนที่จินตนาการถึงซากศพของพวกมันที่ถูกแทะเกลี้ยงจนเหลือแต่กระดูก และคงจะเป็นภาพที่สวยงามมากหากผมได้เห็นมันด้วยตาของตัวผมเอง

               เฮ้ย พอแค่นี้ก่อนเหอะ กูไม่ไหวแล้วว่ะ

               ความคิดของผมถูกรบกวนด้วยเสียงตะโกนของเพื่อนพี่เป้งตอนที่มาถึงสนามหญ้าเทียมหลังโรงเรียน

               ผมมักมาที่นี่ประจำเวลาที่พี่เป้งมาเช่าสนามเตะบอลอยู่กับเพื่อนๆ ยืนแอบมองเขาจากที่ไกลๆ... เหมือนกับเงาในความมืดที่ไม่มีใครมองเห็น...

               แต่ไม่ใช่สำหรับวันนี้

               วันที่ผมหมดจดและงดงาม

               “...”

               ปฏิกิริยาของทุกคนคือหยุดชะงัก

               ทุกคนในสนามหันมามองผมที่เพิ่งจะเดินเข้ามา

               ผมไม่ได้สนใจสายตาหื่นกระหายของคนพวกนั้น ทำเพียงแค่เดินไปนั่งบนอัฒจันทร์สำหรับกองเชียร์ ก่อนที่จะค่อยๆ ช้อนสายตากลับขึ้นมาสบกับพี่เป้งแบบพอดิบพอดี

               “ใครวะ?”

               ใครสักคนเอ่ยถามพี่เป้ง แม้จะอยู่ไกลกันแต่ผมกลับได้ยินชัดเจน คงเป็นเพราะสถานะใหม่ที่เปลี่ยนไป จึงได้ยินสิ่งที่อยู่ไกลเกินกว่าที่ความเป็นมนุษย์จะทำได้

               พี่เป้งส่ายหน้า ไม่รู้ว่าผมคือใคร หรือว่าชื่ออะไร

               รู้เพียงแค่เขาตกหลุมรักผมเข้าอย่างจัง

               และจินตนาการอย่างหื่นกระหายที่จะพาผมขึ้นเตียงในคืนนี้

               ผมส่งยิ้มให้พี่เขา จ้องมองเข้าไปในตาอีกฝ่ายให้ลึกขึ้น

               ล่อลวงพี่เขา ให้หลงเข้ามาติดกับของตัวผมเอง

               สวัสดีครับ

               แต่เสน่ห์ของผมคงจะมีมากเกินไปนั่นล่ะ

               ถึงได้ทำให้พี่ผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาทัก

               น้องชื่อไรครับ

               ตามมาด้วยอีกคน

               น่ารักจังเลย

               และอีกคน

               มีแฟนยังเนี่ย

               จนกลายเป็นกองทัพ

               ผมยิ้ม

               สูดกลิ่นความนิยมชมชอบของตัวเองด้วยความภูมิใจ มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ผมไม่เคยรับ ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องวิ่งตาม ไม่ต้องเหนื่อย

               แค่นั่งเฉยๆ พวกเขาก็พร้อมที่จะเข้ามา

               ผมชื่อคริสครับ

               ผมรักษามารยาทด้วยการบอกชื่อของตัวเองออกไป ก่อนที่จะใช้พลังปีศาจที่มีแหวกคนที่มุงอยู่ให้เปิดทาง

                เพื่อที่ว่าพี่เป้งจะได้เดินเข้ามาหาผมได้

               ชื่อเหมือนคนที่พี่รู้จักเลย

               พี่เป้งถามผม คงเพราะได้ยินตอนที่ผมแนะนำตัวออกไป

               หรอครับ

               ใช่ เป็นรุ่นน้องที่ชมรมน่ะ

               แล้ว... น่ารักเหมือนผมไหม : )”

               ผมแกล้งยั่ว

               ขยับตัวอย่างไม่ระวังเพื่อให้ขาของกางเกงขาสั้นที่ใส่อยู่เปิดขึ้นอย่างน่ามอง

               น้องน่ารักกว่าเยอะเลย

               พี่เป้งตอบกลับผมแบบไม่เว้นจังหวะคิด สายตาไล่ลงไปยังช่องว่างระหว่างขากางเกงของผม และกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ

               ขอบคุณครับ : )”

               ผมไม่ซีเรียสกับสิ่งที่เขาพูด เพราะผมเองก็ไม่ได้รักคริสคนเก่าเหมือนกัน ผมต้องการร่างนี้ล่ะ ร่างที่จะดึงดูดให้พี่เป้งชอบ ร่างที่สามารถปลุกเร้าอารมณ์พี่เป้ง ร่างที่พี่เป้งจะจดจำฝังอยู่ในจิตไปตลอดกาล

               ทุกคนที่รุมล้อมอยู่ตกใจนิดหน่อยที่จู่ๆ ผมก็ลุกยืนเอาเสียดื้อๆ แล้วเดินออกมาจากวงอย่างไม่คิดที่จะร่ำลา

               นี่นะ ถ้าผมไม่ใช้พลังปีศาจที่มีจัดการกับผู้ชายพวกนี้ให้ล่าถอยไป มีหวังคงได้เดินตามมาด้วยความหื่นกระหายกันเป็นโขยงแน่

               ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ

               คนเดียวที่ผมต้องการคือพี่เป้ง

               ผมจึงปล่อยให้เขาเดินตามมา

               “จะไปไหนหรอครับ

               “นั่นสิครับ” ผมหมุนตัวกลับมาหาอีกฝ่ายตอนที่เหลือกันอยู่แค่สองคน และทำท่าเหมือนกำลังคิด ”ไปไหนดีนะ ยังไม่อยากกลับบ้านเลย

               “ไปห้องพี่ไหม

               แหม อย่างงี้ล่ะเร็วเชียวนะ :)

               “จะดีหรอครับ

               ผมแกล้งทำเป็นอิดออด แต่ที่จริงแล้วคือจงใจจะยกมือขึ้นถูไหล่ของตัวเอง เพื่อเปิดให้พี่เป้งได้เห็นผิวช่วงซอกคอขาวของผมได้เต็มตา

               พี่เป้งไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงเดินขึ้นไปคร่อมบนบิ๊กไบค์ของตัวเอง แล้วส่งหมวกกันน็อคที่มีอยู่เพียงใบเดียวให้กับผม

               “ก็ได้ครับ

               ผมเองก็เบื่อที่จะเล่นตัวแล้วเหมือนกัน ถึงได้รับหมวกกันน็อคจากอีกฝ่ายมาใส่ ขึ้นซ้อนท้าย และปล่อยให้พี่เป้งพาผมไปยังที่ที่พี่เขาต้องการ

               จริงๆ ผมเองก็พอจะรู้ว่าพี่เป้งไม่ได้อยู่บ้านเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เห็นว่าเป็นเพราะบ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนมาก และเพื่อที่จะได้เรียนในโรงเรียนที่เด็กทั่วประเทศต่างแย่งกันเข้า จึงต้องอยู่หอพักเอกชนไปโดยปริยาย

               ห้องของพี่เป้งสะอาดกว่าที่ผมคิด

               ผู้ชายอยู่ห้องคนเดียวควรที่จะรกกว่านี้สักหน่อย แต่นั่นอาจเป็นเพียงค่านิยมที่คนส่วนใหญ่คิดไปเองเท่านั้น

               ตอนแรกผมตั้งใจที่จะหันไปคุยกับอีกฝ่าย อยากชวนคุยอะไรสักอย่าง แต่กลับกลายเป็นว่าหาเสียงของตัวเองไม่เจอ...

               เพราะพี่เป้งกำลังถอดเสื้อบอลของตัวเองทิ้ง... 

               เผยให้เห็นหุ่นที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเกินวัยจนเกือบที่จะลืมหายใจ...

               “มองไรอะ พี่เขินนะ

               เสียงแซวของเขาทำให้ผมต้องละสายตาด้วยความเขินอาย รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนหื่นกระหายที่ถูกจับได้ว่าจ้องมองผู้ชายไม่วางตา

               “เปล่าสักหน่อย

               “ก็เห็นอยู่ว่ามอง

               พี่เป้งไม่ปล่อยโอกาสให้ผมปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น รีบเดินเข้ามาประชิดตัว...จนผมไม่เหลือที่ให้ถอยหนี...

               “...”

               “...”

               ผมอยากที่จะพูดอะไรสักอย่าง แต่กลับคิดไม่ออก สุดท้ายจึงทำได้เพียงแค่หันกลับมาสบตาของอีกฝ่าย ที่แพรวพราวไปด้วยความปรารถนามากมาย

               “พี่...ขอนะ

               ใจจริงผมก็อยากที่จะเล่นตัวอยู่เหมือนกัน แต่เวลาที่มีน่าจะเหลือไม่มากนัก จึงต้องพยักหน้า และรับเอาความหื่นกระหายทั้งหมดจากอีกฝ่ายมาไว้ในตัวเอง

               พี่เป้งจูบปากผมอย่างบรรจง 

               ผมรู้ว่าพี่เขาอยากทำแรงกว่านี้ แต่ต้องพยายามรักษาระดับไว้ เพราะก็อยากที่จะทะนุถนอมผมเอาไว้กินอีกนานๆ

               แต่ก็อย่างที่บอก

               ผมไม่มีเวลาไปมากกว่านี้

               จึงยั่วเขาด้วยการขบเม้มริมฝีปากของอีกฝ่าย กระตุ้นให้พี่เป้งจูบผมหนักขึ้น รุนแรงขึ้น จนเลือดในตัวผมเดือนพล่านเหมือนภูเขาไฟที่กำลังรอวันปะทุ

               ทุกอย่างต่อเนื่องจากจูบจูบนั้นไปสู่การโยนผมลงบนเตียง ผมแสร้งทำเป็นคลานหนี นั่นยิ่งทำให้พี่เขาต้องการผมมากขึ้น รีบร้อนคว้าเอากางเกงขาสั้นของผมติดมือไปเผยก้นขาวเนียนละเอียดภายใต้กางเกงในสีเดียวกันที่ถือว่าเป็นปราการด้านสุดท้ายของช่วงล่างในเวลานี้

               “ยั่วพี่จังเลยนะเรา

               “เปล่าซะหน่อย

               ผมแอ่นสะโพกขึ้นอีกนิดตอนที่หันไปมอง ถือเป็นการกระทำที่สวนทางกับสิ่งที่พูด

               แบบนี้จะไปทนไหวได้ไงวะ

               พี่เป้งไม่อาจที่จะควบคุมความต้องการของตัวเองได้อีก สิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงบอลของเขานูนแข็งจนเจ็บและอยากเต็มที่ที่จะงัดมันออกมา

               ผมแกล้งยั่วเพิ่มด้วยการทำท่าจะคลานหนี แต่ผู้ชายที่หล่อที่สุดและเป็นที่รักของพระเจ้ากลับคว้าข้อเท้าของผมไว้ ก่อนที่จะ...จรดลิ้นลงที่ปลายเท้าของผม...

               นี่คือสิ่งที่พระเจ้าไม่มีวันให้ผมได้

               พี่เป้งโลมเลียตั้งแต่ปลายนิ้วไล่ขึ้นมาตามขาขาวเนียนที่ไร้ขนของผม ก่อนที่จะหยุดและหมกมุ่นกับก้นขาวๆ ที่ผมบรรจงให้เหล้าพ่อมดปั้นแต่งขึ้นมา

               ผมกดหน้าลงกับหมอนด้วยความเสียวซ่านที่ได้รับ พี่เขาใช้ลิ้นเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ เก่งซะจน...ผมอยากให้พี่เขาอยู่ตรงนั้นไปตลอดกาล

               มือที่ว่างอยู่ของพี่เป้งเลิกเสื้อผมจากทางด้านหลังเพื่อให้ถอดออก

               ผมรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเกินกว่าที่จะดิ้นรนต่อสู้ จึงปล่อยให้เขาทำตามใจให้เต็มที่ แม้กระทั่งจะดึงกางเกงในแดกไปก็ตาม

               พี่เป้ง!”

               ผมพยายามใช้แขนทั้งสองข้างปิดบังตัวเองไว้ด้วยความเขินอาย เมื่อพี่เป้งจับผมที่เปลือยเปล่าทั้งตัวให้หันไปเผชิญหน้า

               “ไม่ต้องอายหรอก” แต่พี่เป้งใช้แรงในการดึงมือผมออก ”คริสรู้ไหม ว่าคริสน่ามองไปทุกส่วนเลยนะ

               เสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของพี่เป้งและสายตาที่โลมเลียไปทั่วทำให้ผมร้อนไปทั้งหน้า

               “พี่เป้ง...”

               พี่เป้งถอดท่อนล่างของตัวเองลง เผยให้เห็นสิ่งที่ผมมักจินตนาการถึงเสมอตอนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ และไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมันกับตา

               “พี่เป้ง!”

               แล้วกว่าที่จะรู้ตัว สิ่งๆ นี้ก็ฝังเข้ามาในตัวผม ลึก... ราวกับจมหายไป...

               ความรู้สึกที่ได้รับทำให้ผมน้ำตาไหล

               มันไม่ได้มาจากความเจ็บปวด แต่เป็นความสุขที่สุดที่ชีวิตนี้เคยได้รับมา

               การได้เป็นที่ต้องการของพี่เป้ง การที่พี่เป้งเร่งจังหวะความเร็วอย่างหื่นกระหายเพื่อปลดปล่อยอารมณ์เข้ามาล้นทะลักในตัวผม มันคือสิ่งที่คนอย่างผมโหยหามาตลอดหลายปีตั้งแต่ที่เราได้รู้จักกันในวันนั้น

 

               น้องครับ มาอยู่ชมรมการแสดงกับพี่ไหม

            ‘ผม?’

            ‘ใช่ น้องนั่นล่ะ

            ‘มะ... ไม่ล่ะครับ

            ‘ทำไมล่ะ’ พี่เป้งในตอนนั้นถือวิสาสะเปิดผมที่บังตาของผมออก ‘เนี่ย น้องน่ารักจะตาย เป็นนักแสดงได้สบายๆ เลยนะ :)’

 

               เขาเป็นคนเดียวบนโลกใบนี้ที่ชมผมด้วยคำๆ นั้น

               และวันนี้ ตอนนี้ ในเวลานี้ ผมได้กลายเป็นสิ่งที่พี่เขาต้องการ

               “คะ...คริส!”

               พี่เป้งกอดผมไว้แน่นตอนที่เราเดินไปสู่ปลายทางของสิ่งที่ทำอยู่ ผมรับรู้ได้ถึงความหลั่งไหลที่ท่วมท้นและเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์มากมาย

               ผมรักเขา

               รักเขามากขึ้น

               และคงจะรักตลอดไป

               พี่เป้งก้มลงจูบผมแน่น

               เนิบ... และยาวนาน...

               ผมดื่มด่ำความรู้สึกทั้งหมดมาไว้ในตัวราวกับปีศาจที่หิวโหย ก่อนที่อีกฝ่ายจะทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง และกอดผมไว้อย่างนั้นตลอดทั้งคืน

               “ขอบคุณนะ

               “ครับ?”

               “พี่ไม่เคยมีความสุขมากเท่านี้เลย

               พี่เป้งขยับหน้าเขามาจูบที่ใบหูของผม เหมือนต้องการให้แน่ใจว่าสิ่งที่พูดมันจะทะลุผ่านเข้ามา

               ซึ่งไม่จำเป็นเลยสักนิด

               เพราะต่อให้พี่เป้งพูดเบาๆ

               ผมก็จำได้ไม่มีวันลืม

               “ผม... รักพี่นะครับ

               “อื้ม” พี่เป้งตอบรับด้วยรอยยิ้ม “พี่ว่าพี่เองก็ตกหลุมรักเราเข้าแล้วเหมือนกัน :)” ก่อนที่จะหลับตาพริ้มไป

               “...”

               ผมนอนมองเขาอย่างเงียบเฉียบ

               พยายามจดจำใบหน้าของคนข้างกายให้ขึ้นใจ

               กระทั่งอีกฝ่ายหลับสนิท ผมถึงได้ผละตัวออกมา แต่งกายให้เรียบร้อย และเดินออกมาจากห้องที่ตอนนี้มีพ่อมดชายสามคนยืนรออยู่แล้ว

               “เจ้าได้สิ่งที่เจ้าต้องการแล้วใช่ไหมสหาย

               ผมหันกลับมามองพี่เป้งอีกครั้งที่กำลังเปลือยเปล่าหลับใหลอยู่บนเตียง ก่อนที่จะหันกลับมาหาหนึ่งในพ่อมดที่ตั้งคำถามนั้น

               “ครับ

               ผมได้ในสิ่งที่ผมต้องการแล้ว

               แม้มันจะต้องแลกมาด้วยอะไรมากมาย

               แต่ในที่สุดผมก็ได้บอกรักพี่เขา

               ได้ใช้เวลาที่แสนวิเศษกับพี่เขา

               ได้ฟังคำว่า ‘รัก’ จากปากของพี่เขา...

               “ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ

               …คำว่ารักที่เป็นของผมเท่านั้น

               “ครับ

               ถึงแม้ว่า... ผมจะไม่ได้อยู่ในฐานะของมนุษย์อีกแล้วก็ตาม...

- THE END -

ฝาก #ในฐานะปีศาจร้าย ด้วยนะครับ

ผลงานอื่นๆ ของ H A M S T E R

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 koiik
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 11:52
    อยากไห้มีภาคต่อมากๆ
    #2
    0
  2. วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 04:20

    ชอบมากเลยค่ะ เราเพิ่งจะมาติดตามอ่านผลงานของไรต์ ขอฝากตัวด้วยนะคะ คงจะไม่บอกว่าอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องยาว เพราะเราเคารพการตัดสินใจของนักเขียน และแบบนี้มันก็ดีแล้ว แอบสงสารน้องค่ะ การรักใครแล้วจะตัดใจแค่บอกความรู้สึกไปเป็นครั้งสุดท้ายมันไม่ใช่ความผิดที่จะต้องถึงตายเลย ที่จริงน้องไม่ผิดด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้อยากได้หรือจะแย่งพี่เป้งมาเป็นของตัวเอง ชนีเกลต่างหากที่ร้ายที่จริงโทษของนางที่ได้รับถึงจะสะใจแต่ถ้าเป็นเรานะฮึ่มมม...ควรจะอยู่แล้วมีแต่คนเกลียดชังเพราะรู้การกระทำแย่ ๆ ของนาง น้องตายเลยอ่ะ เราสงสาร เราอินมากเลย ขอบคุณนะคะ งานเขียนของไรต์สนุกมากเลยค่ะ

    #1
    1
    • 7 เมษายน 2562 / 00:18
      ถ้าได้กลับเข้ามาอ่านอีกครั้ง อยากจะบอกว่า ขอบคุณนะครับ เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ทำให้รู้สึกมีกำลังใจอยากเขียนงานดีๆ ต่อไปเลย T___T
      #1-1