[ OS / SF ] #X1Diary

ตอนที่ 18 : ( OS ) Once Upon A Time in HALLOWEEN #CHOHAN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    1 พ.ย. 62

Title : Once Upon A Time in HALLOWEEN


Pairing : Seungyoun × Seungwoo #CHOHAN

Relationship : Lover


Rate : G


*** side story เรื่อง until we meet again #ตะวันนับห้า

   ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของเรื่องโดยตรง ใครที่ไม่เคยอ่านในจอยก็สามารถอ่านเป็น os ธรรมดาได้ค่ะ



*** โช ซึงยอน - เตชินท์

     ฮัน ซึงอู - ซัน / ทานตะวัน










ก๊อกๆ



" ครับผม ไปแล้วครับ "






" หลอกหรือเลี้ยง! "



" ฮ่าๆๆ น่ารักกันจริงๆเลย "



" น่ากลัวสิฮะ พวกเราเป็นผีในวันฮาโลวีนเลยนะ "



" ครับๆ พี่กลัวก็ได้ "



" ว่าแต่พี่ชายจะหลอกหรือเลี้ยงพวกผมฮะ? "




     เตชินท์ เหลือบมองฝ่ามือเล็กที่ถือตะกร้าโลหะสีเงินใบใหญ่ในมือ กลุ่มเด็กผู้ชายอายุราวๆ 6-7 ขวบที่ยืนกระจุกอยู่หน้าประตูเขาตอนนี้ให้อารมณ์เหมือนต้นไม้ต้นเล็กๆเอนไปมาน่าเอ็นดู 




" น่ากลัวขนาดนี้พี่ไม่ยอมให้หลอกนะครับ มาเอาลูกอมกันไปเลย! " เตชินท์ยิ้มหวานส่งกลับไป เด็กๆภายใต้เสื้อคลุมสีดำต่างกรูเข้ามาหยิบลูกกวาดสีส้มอ่อนใส่ตะกร้ากลับไปกันทั้งนั้น 




" สำหรับเด็กคนนี้.. " เขาย่อตัวลงนั่งชันเข่า สบสายตากับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านข้าง เป็นจังหวะพอดีกับที่อีกคนรู้ตัวก็หันใบหน้าเล็กๆนั่นขึ้นมามองเช่นเดียวกัน



" ทำไมหนูไม่ยิ้มเลยล่ะ? ไม่สนุกเหรอ? "



" ผ-ผมกลัวผีฮะ "




     เด็กน้อยตอบด้วยเสียงสั่นเครือ เตชินท์ชะงักไปเล็กน้อย ไม่ต้องถามให้มากความก็พอจะรู้ว่าคงโดนกลุ่มเพื่อนลากมาเล่นด้วยกัน ก็ยังดีนะ ถือว่ากล้าที่จะก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง ออกมาสนุกดูบ้างก็ไม่เสียหายอะไร




" งั้น " เขาหันหลังกลับไปหยิบอมยิ้มมาอีกหนึ่งอัน


" พี่ให้นะ " เตชินท์โบกขนมสีสดนั่นไปมาก่อนหย่อนใส่ตะกร้าของเด็กคนนั้น



" ขอบคุณฮะ "



" เอาละ ขนมพี่หมดแล้ว ไปหลอกบ้านอื่นให้สนุกล่ะ อย่าลืมพูดขอบคุณเขาด้วยนะครับ " 



" ครับ/ครับผม "




     หลังจากส่งเด็กๆเหล่านั้นเสร็จสรรพทั้งบ้านก็กลับมาตกอยู่ในความเงียบอีกเช่นเคย เตชินท์ยังคงติดค้างในความรู้สึกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ มันย้อนเวลากลับไปให้เขาเห็นภาพตัวเองในวันวาน เตชินท์ก็เคยเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กลัวผีมากๆ ขนาดโตมายันมหาลัยแล้วก็ยังคงกลัวอยู่ 











' คุณจะไปไหน? ' 




     จนกระทั่งวันหนึ่งวันนั้นที่เขาได้รู้จักคนบางคน ในวันที่ฝนตกหนัก พายุรุนแรง และเขาเองไม่กล้าที่จะขึ้นตึกเรียนเพื่อไปเอาของที่ลืมไว้คนเดียว ก็บังเอิญได้เจอนักศึกษาต่างคณะที่ผ่านมากำลังจะกลับหอพักพอดี




' เอ่อ ผ-ผมลืมหนังสือครับ กำลังจะขึ้นไปเอาที่ห้อง '



' ทำไมยังไม่ขึ้นไป ดึกแล้ว ฝนตกด้วย จะลำบากเอานะ '




     เตชินท์อึกอักไม่รู้ควรตอบอย่างไร อีกฝ่ายยังคงยืนมองเขาอยู่อย่างนั้นด้วยท่าทีเป็นมิตร แต่ก่อนจะได้พูดอะไรก็ดันถูกแซวเข้าจังๆ




' ฮั่นแน่ กลัวผีใช่ม้า '



' … '



' ลุงยามไม่อยู่นี่นา ตึกก็ยังไม่ล็อค '



' ครับ '



' ให้ซันขึ้นไปเป็นเพื่อนนะ '






ใช่แล้ว

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เตชินท์ได้รู้จักกับผู้ชายคนนี้












' ไม่เห็นต้องกลัวผีเลย คนตายทั้งคนจะทำอะไรเราได้ '




ซันเคยบอกเตชินท์แบบนั้น




     นับจากวันแรกที่ได้รู้จักมาจนถึงวันที่เป็นเพื่อนสนิทกันอย่างจริงจัง พวกเขาสองคนเข้ากันได้มากกว่าที่เห็นเพียงภายนอก แม้เตชินท์จะเรียนวิศวะ กับซันที่อยู่คณะอักษร ใครๆมองผ่านก็เหมือนกับเป็นชายคนละขั้ว ทั้งๆที่จริงแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาดูจะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ




' สำหรับซันน่ะ '


' คนที่ตายไปแล้วกลัวโดนหลอกไม่สู้กลัวคิดถึงเขานะ '




เตชินท์ไม่เข้าใจ

ตายแล้วทำไมยังคิดถึง




     อาจจะเป็นเพราะว่าซันเคยสูญเสียทั้งพ่อและแม่มาก่อน เลยรู้สึกติดค้างอยู่แบบนั้น ส่วนเตชินท์เคยเสียพ่อไปก็เมื่อตอนยังเด็กมาก ความรู้สึกมันจางและดูห่างไกลมากเกินกว่าจะเก็บมานึกถึง




     หลังจากนั้น พวกเราโตขึ้นก็ต่างมีเส้นทางการทำงานที่ต่างกันไป แต่หนึ่งสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือเรื่องระหว่างเราที่ยังคงเหมือนเดิม มากไปกว่านั้นก็ดูจะผูกพันมากขึ้นกว่าเก่าในทุกๆวัน




     สุดท้ายทั้งเตชินท์กับซันเองก็ได้ตกลงปลงใจจะอาศัยอยู่ด้วยกัน ปัจจุบันเตชินท์เองเป็นวิศวกรประจำบ่อน้ำมันไปแล้ว ก็เลยได้แรงผลักดันทำงานเก็บเงินเพื่อสร้างบ้านสักหลังหนึ่งให้เป็นบ้านของเรา บ้านของเขากับซัน











' ชินเคยคิดรึเปล่า? '


' ว่าถ้าวันหนึ่งเราสักคนตายก่อน อีกคนจะทำยังไง '



' ไม่รู้สิคะ ทำไมซันคิดแบบนั้นล่ะ '



' อือ อยู่ๆก็แค่นึกขึ้นมาอ่ะ '




     หลังจากคบกันได้อยู่ปีกว่าๆ ก็ดูอีกฝ่ายจะเริ่มพูดเรื่องแบบนี้มากขึ้น ตอนแรกก็นึกว่าเป็นเชิงแหย่เรื่องที่เขากลัวผี แต่หลังๆเตชินท์เริ่มเอะใจว่ามันน่าจะมีเรื่องอะไรรบกวนอีกคนอยู่แน่ๆ จนกระทั่งวันที่ซันตัดสินใจบอกว่ากำลังจะออกจากงานประจำมาเป็นนักเขียนอยู่บ้าน เรื่องทั้งหมดก็ถูกเปิดใจคุยกันในวันนั้น




' ซันเป็นโรคหัวใจ '



' … '



' ขอโทษที่ไม่เคยบอก โรคนี้ซันเป็นมาแต่เด็กแล้ว ก็อยู่กับมันมาตลอดเลยแหละ แต่ไม่กี่เดือนมานี้เหมือนอาการไม่ค่อยดีอ่ะ '



' ล-แล้ว แล้วมันอยู่ระดับไหนคะ '




     จำได้เลยว่าตอนนั้นที่เตชินท์รู้ครั้งแรกก็ช็อคมากเหมือนกัน น้ำเสียงที่ถามออกไปสั่นจนแทบจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงตัวเอง ซันไม่ได้พูดอะไรมากมาย นอกจากอธิบายอาการคร่าวๆและบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่ามันจะไม่เป็นอะไร




' ซันอยู่ไหว! ซันทำได้เพื่อเรานะ! '




ในวันที่หัวใจของซันอ่อนแอ

ซันกลับยิ้มออกมาได้มากกว่าที่เตชินท์ทำได้เสียอีก











ก๊อกๆ




" เด็กๆ พี่ไม่มีขนมจะ-- " เตชินท์เบิกตากว้างกับคนตรงข้าม ฝ่ามือที่จับลูกบิดประตูดูจะแข็งค้างขึ้นฉับพลัน



" ก็ไม่ได้จะมาเอาขนมสักหน่อย " ซันหัวเราะในลำคอน้อยๆก่อนจะถือวิสาสะเดินตัวฉิวเข้ามาในบ้านที่คุ้นเคย เตชินท์มองทุกการเคลื่อนไหวที่ผ่านไป อีกคนยังดูเหมือนเดิมในทุกปีที่ได้เจอกัน



" ไม่เห็นบอกกันก่อนเลยนี่คะว่าจะมา "



" บอกก็ไม่เซอร์ไพร์สอ่ะดิ "



" แค่ที่เจอกันทุกปีก็เซอร์ไพร์สจะแย่แล้วค่ะ "



" ฮ่าๆๆๆ " ซันหัวเราะออกมาดังๆ เสียงหวานนั่นยังน่าฟังเหมือนเคย ไม่ว่าจะตอนนี้ตอนไหน เสียงของซันยังคงเป็นสิ่งที่เขาคิดถึงอยู่เสมอมา




     เตชินท์เผลอกำมือเข้าหากันแน่นแค่ไหนไม่รู้ในตอนที่จ้องมองอีกฝ่าย ซันยังคงดูดีเหมือนเก่า ทั้งกลุ่มผมนุ่มนิ่มที่ชอบให้เขาสระให้ ใบหน้าจิ้มลิ้ม รวมถึงรูปร่างผอมบางอย่างที่เคยได้สัมผัส




" มองอะไร กลัวผีรึไง? "



" กลัวที่ไหนคะ เลิกกลัวไปนานแล้วเหอะ "



" ให้มันจริง ใครก็ไม่รู้ล็อคประตูบ้าน ลงกลอนสามชั้นทุกคืนฮาโลวีนเนี่ยนะ ไม่กลัวก็ไม่กลัว "



" ล็อคกันขโมยเถอะยัยดื้อ ทำมาล้อคนอื่น " เตชินท์รู้สึกมันเขี้ยวซันจนอดไม่ได้ที่จะบีบปลายจมูกเย็นนั่นไปซ้ายทีขวาที แก้มนุ่มสีอ่อนถูกพองลมป่องให้รู้ว่ากำลังไม่พอใจ




" ก็แล้วแต่ จะบอกให้นะชิน ถ้าผีคิดจะหลอกอ่ะ กำแพงหนาเป็นเหล็กก็ทะลุได้เถอะ ระวังตัวเองไว้ "



" ถ้าเป็นคุณก็ไม่กลัวหรอกค่ะ "




     จู่ๆบรรยากาศโรแมนติกก็เปลี่ยนไปโดยฉับพลัน ชั่วครู่เดียวเท่านั้นที่นัยน์ตาของซันดูเศร้า แต่ในวินาทีต่อมาก็เป็นซันอีกนั่นแหละที่ลุกกระโดดโลดเต้นไปมา ทำหยอกล้อให้เตชินท์ยิ้มตาม




" คิดถึงอ่ะ มากอดที "



" มาเลยค่ะเจ้าทานตะวัน "




     เตชินท์คว้าเอวบางเข้ากอดในอ้อมแขนแกร่ง ด้วยระยะที่อีกฝ่ายหยัดยืนขึ้นเต็มความสูงทำให้เตชินท์ฝังใบหน้าอยู่ที่บริเวณหน้าท้องนิ่ม 




" อืออ อย่าถู มันจั๊กจี้ " ซันเบี่ยงตัวออกจากลมอุ่นร้อนที่รินลงมาบนผิว ความอบอุ่นของชีวิตมนุษย์ที่ไม่ได้สัมผัสมานานทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาด




" คุณตัวเย็น "



" ก็แหง แปลงดอกไม้บนดินเหี่ยวหมดแล้วนี่นา "



" ขอโทษค่ะ พรุ่งนี้เช้าจะไปปลูกให้เพิ่ม "



" จริงนะ! อยากได้ทานตะวันอ่ะ "



" โถ่คุณ ปลูกอย่างนั้นเมื่อไหร่จะโต สู้เอาดอกสวยๆไปปักเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ? " เตชินท์ดึงตัวอีกคนลงมานั่งบนตัก ซันนั่งทับขาสองข้างอยู่บนตัวเขา สองใบหน้าในระยะเดียวกันจ้องมองอย่างต้องการสื่อความคิดถึง




" แล้วแต่เลย แบบไหนซันก็ชอบ " ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเหมือนวันแรกที่ได้เจอ




     เตชินท์ใจเต้นทุกครั้งที่ได้กวาดสายตาไปตามกรอบหน้าอีกคน แถมยังเต้นได้เร็วขึ้นอีกในตอนที่แตะริมฝีปากผ่านทุกจุดที่คุ้นเคย ความอุ่นร้อนมอบให้ตั้งแต่ปลายผม หน้าผากกว้าง ปลายจมูก ข้างแก้ม ใต้กรามสวย วนมาหยุดอยู่ที่อวัยวะเดียวกันตรงหน้า




     รสจูบอย่างวันวานที่แลกเปลี่ยนทุกความรู้สึกเดิมเกิดขึ้นในช่วงเวลา และหายไปในยามที่ผละออกจากกัน และเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่อเขาทั้งสองคนรู้ตัวดีว่าจูบแค่นี้ไม่พอสำหรับการเจอกันปีละครั้งของเรา




     มากกว่าการได้สัมผัสภายนอก เตชินท์ยังคงส่งมอบทุกไออุ่นจากลมหายใจและหัวใจที่ยังคงเต้นเพื่ออีกคนไปยังทุกสัดส่วนของซัน ฝ่ามือลากไปทุกจุดและทำหน้าที่อย่างที่เคยทำ สัมผัสอย่างที่เคยมี และพวกเขาก็ยังคงร้องไห้ให้กันอย่างที่เป็นมาตลอด











     ในเวลายามราตรีของวันใหม่ เข็มนาฬิกาล่วงมาแล้วจนเข้าเลขสี่ ทั้งเตชินท์และซันยังคงนอนกอดกันอยู่บนฟูกนุ่มสีอ่อน แม้บ้านหลังนี้จะออกแบบไว้ตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังอยู่ด้วยกัน แต่มันก็ถูกสร้างขึ้นหลังจากที่พวกเขาจากกันไป ไม่แปลกที่ว่าทำไมซันจะดูตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้แวะเวียนมายังบ้านหลังนี้




" ซันชอบที่นี่จังเลย "



" ค่ะ ดีใจนะที่ชอบ "



" ถ้าได้มาอยู่จริงๆก็คงจะดีเนาะ "



" ก็มาได้ตลอดนะคะ มันยังคงเป็นบ้านของเราเสมอ "



" ไหนว่ากลัวผี จะอยู่กับผีได้ไง "




     ซันเอ่ยแหย่ รอยยิ้มหวานๆยังคงเผยให้เห็นอยู่ตลอดเวลาถึงแม้แก้มทั้งสองข้างจะชื้นไปหมดแล้ว เตชินท์เอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้อีกคนเล็กน้อยก่อนจะผละตัวออกมาเท้าแขนนอนคุยกันดีๆ




" ก็มีคนเคยบอก "


" คนที่ตายไปแล้วกลัวโดนหลอกไม่สู้กลัวคิดถึงเขานะ "




เตชินท์ไม่ได้ตั้งใจจะทำอีกคนร้องไห้

แต่ซันที่ได้ยินแบบนั้นก็กลับสะอื้นออกมาจนเขาต้องกอดเอาไว้




" อย่าร้องไห้ได้มั้ยคะ "



" ม-มัน ห้ามได้ที่ ไหนอ่ะ " ซันตอบเสียงอู้อี้อยู่ที่อกเขา ร่างเปลือยเปล่าของอีกคนเย็นจัดจนเตชินท์ที่กอดอยู่รู้สึกหนาวตาม



" ก็ซันไม่อยู่แล้ว ซันเป็นห่วงชิน "


" จะอยู่ยังไง จะกินอิ่มไหม ไปออกทะเลเหงารึเปล่า กลับมาเมื่อยๆมีคนนวดมั้ย ตอนนอนไม่หลับมีคนอ่านกลอนให้ฟั- "



" พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว " เตชินท์ที่ทนฟังไม่ไหวทำได้เพียงแค่คว้าอีกคนกลับเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง เขาพยายามที่จะไม่ร้องไห้ แต่ความชื้นที่คลอหน่วยในตาก็ยากเกินกว่าจะกลั้นเอาไว้




" บอกแล้วไงคะว่าต้องอยู่ให้ได้ "


" อยู่เพื่อคิดถึงคุณ "




     เตชินท์คว้ามือซีดๆคู่นั่นมากุมเอาไว้ เขาแอบหวังมาตลอดว่าปลายนิ้วที่เขาชอบประสานมือเข้าไปกุมนั่นจะกลับมามีสีฝาดเลือดอีกครั้ง



แต่แน่นอนว่าคนที่จากไปแล้วก็คือจากไปตลอดกาล

และจะไม่ย้อนคืนกลับมา




" ไปส่งซันนะ "



" ได้อยู่แล้วค่ะ "











     ในช่วงยามที่อีกไม่กี่ชั่วโมงพระอาทิตย์ก็คงจะขึ้นทักทายตรงขอบฟ้าพร้อมการมาเยือนของพฤศจิกาที่แท้จริง เทศกาลของการกลับบ้านเก่าก็คงจะหมดลงแต่เพียงเท่านี้




" ไปแล้วนะ "



" … " เตชินท์กับซันยืนมองหน้ากันอยู่กลางลานหญ้ากว้าง ยิ่งเหลือบเห็นแผ่นหินเหนือพื้นดินด้านหลังอีกคนก็รู้สึกอะไรมากมายจนกลั่นคำพูดดีๆออกมาไม่ได้เลยนอกจากปล่อยให้เกิดความเงียบในบทสนทนา 




เวลาแค่หนึ่งคืนไม่เคยพอสำหรับเขา

แต่จะมากกว่านี้ก็ทำไม่ได้แล้ว




" จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ " ซันโยกตัวไปมาเพื่อพยายามที่จะมองหน้าของเตชินท์ที่ก้มลงมองพื้นอยู่ แม้ความคิดมากมายจะวิ่งวนอยู่ในหัว แต่หนึ่งประโยคที่ผุดขึ้นมาในใจก็พลันให้รู้สึกว่า นี่แหละ น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว




" ซันจะไปแล้วจริงๆนะเนี่ย " อีกคนเร่งเร้า



" ... " เงียบไปชั่ววินาทีเพื่อชั่งใจตัวเอง เขาประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง เชื่อว่าซันเองก็รู้ได้แน่ๆว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่บ้าง




" งั้น " เตชินท์พูดทั้งๆที่ยังคงหลับตาอยู่ อย่างน้อยภาพของอีกคนที่กำลังจะเลือนหายไปจะไม่ปรากฏให้เจ็บปวดในความรู้สึก




" อีกหนึ่งปี " ลืมตาขึ้นพร้อมกับบรรยากาศว่างเปล่ารอบข้าง ดวงตารีเล็กหลุบลงต่ำมองหินอ่อนสลักชื่อของใครคนนั้น




เอ่ยกล่าวคำสัญญาที่มอบให้กันในทุกๆปี

พร้อมหนึ่งดอกทานตะวันที่วางลงบนเนินดิน




" มาเจอกันนะ "










END

#ตะวันนับห้า





#X1Diary

@sunflowerbear07



talk ;
    
อย่างที่บอกค่ะ เป็น side story ที่อิงแค่พื้นฐานตัวละครเฉยๆ ถ้าอยากเสพเรื่องราวเพื่ออรรถรสก็ไปตามกันได้ที่จอยลดาค่ะ เราตัดสินใจลงตอนพิเศษนี้ในเด็กดีด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้อ่านจอย ใครที่สนใจ เราฝาก #ตะวันนับห้า ไว้ในคลังจอยด้วยนะคะ ลงจบบริบูรณ์แล้วด้วย อ่านยาวๆไปเล้ย


สำหรับตอนพิเศษนี้เราตั้งใจเขียนให้เป็นปลายเปิดอยู่แล้ว ใครจะมองว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือคิดไปเองก็ย่อมได้ แต่ในส่วนของเราเอง เราใส่มุมมองของเราไว้ชัดเจนแล้วนะคะว่า


คนที่จากไปแล้วก็คือจากไปตลอดกาล

และจะไม่ย้อนคืนกลับมา




สุดท้ายนี้ก็

เย้ สวัสดีวันฮาโลวีนค่า












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

269 ความคิดเห็น

  1. #265 .,la (@mintpetshop) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 23:15
    แสนเศร้าแต่เขาก็รักกันมากๆเลยนะคะ
    #265
    0
  2. #251 Mister Gummy bear (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 15:12

    แงง เศร้าจังเลยค่ะ ._.

    #251
    0
  3. #247 kknjj99 (@kknjj99) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 10:48
    ร้องไห้เป็นหมาเลยค่ะไรท์ หน่วงไปหมด;-;
    #247
    0
  4. #221 Kyamm (@kaewchue) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 16:35
    หน่วงมาก อาบไปน้ำตาไหลไป อึดอัดมาก ฮือ
    #221
    0
  5. #204 Griphindorin (@kwang_27) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 00:13
    ถ้าเค้าได้อยู่ด้วยกันตลอดไปคงดี
    #204
    0
  6. #203 baitoei_powor (@baitoei_powor) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 21:24
    หน่วงมากๆแง สงสารทั้งคู่เลย ฮือ น้ำตาเปียกหมอนไปหมด ขอบคุณสำหรับside storyนะคะ 💛💛
    #203
    0
  7. #202 supergummy (@baesunki) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 21:17
    โอ้ยแง หน่วงๆ ดีไม่สุด เศร้าไม่สุด อึดอัดไปหมด แงงงงงงงงงงงง เขียนดีมากๆเลยค่ะ จุกไปหมด สงสารทั้งคู่ T - T
    #202
    0
  8. #201 ZalyzTT (@Salyza29) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 21:16
    Halloween สำหรับบางคนอาจจะเป็นวันที่ดีสุดด ฮืออออ ขอบคุณนาค่าา
    #201
    0