คัดลอกลิงก์เเล้ว

เพิ่มพูน ชีวิต 1827 // [Reborn Fic]

ใช้เลือดฮิบาริ เพื่อจะเพิ่มพูนเซลเพื่อรักษาชีวิตคนทั้งแฟมมิลี่ "แล้วคุณฮิบาริละ!" ไม่มีคำตอบใดๆจากฝ่ายตรงข้าม "ได้ ถ้างั้น ชั้นจะเป็นคนดูแลเขาเอง!!"

ยอดวิวรวม

1,162

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


1,162

ความคิดเห็น


13

คนติดตาม


44
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ก.ย. 60 / 00:27 น.
นิยาย ٹ Ե 1827 // [Reborn Fic] เพิ่มพูน ชีวิต 1827 // [Reborn Fic] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ก.ย. 60 / 00:27


*ปล.เน้นย้ำด้วยรัก

     หาเม้นไม่กระเตืองตามยอดวิว ขอลบเรื่องนี้อออกน่ะค่ะ ด้วยความท้อแท เสียใจ จะร้องไห้TT"




     


     เหตุการ์ณในยามนี้ ช่างไม่สงบ


     "พวกเรา คณะรักษาความสะ---------














     ขออภัยเมื่อกี้พิมผิด ไม่ได้มีเจตนาจะแซวบิ๊กตู่แต่อย่างใด







     เหตุการ์ณในยามนี้ช่างไม่สงบ

     "พวกเราคณะผู้อาวุโส ต้องเคลื่อนไหวบ้าง"

     "พวกท่านมีความคิดใดจะเสนอ" โกคุเทระ มือขวาของบอสวองโกเล่รุ่นที่10 กล่าวถามขึ้นอย่างใจเย็น หนุ่มผมเงินยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ตัวใหญ่ หัวสุดของโต๊ะ

     "ตอนนี้วองโกเล่กำลังลำบาก ยาที่ผลิตขึ้นมามีเพียงแค่เสี้ยวนึง ไม่สามารถผลิตได้อีก และไม่สามารถช่วยคนทั้งหมดได้"

     "พวกเราคิดว่าต้องอาศัยผู้มีพลังธาตุเมฆา ใช้พลังในการเพิ่มพูนเซลที่นักวิทยาศาสตร์คิดขึ้นมาได้" 

     เหล่าผู้อาวุโส ต่างออกความเห็น แต่ความเห็นเด่นๆ ก็คือการใช้พลังไฟธาตุเมฆาเพิ่มพูนประสิทธิภาพของตัวยาแก้พิษ

     เหตุกร์ณไม่สงบของวองโกเล่เกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน วองโกเล่ถูกโจมตีเพราะความละหลวมในพื้นที่บางส่วน ทำให้ศัตรูเล่นงานได้

     ศัตรูหมายปั่นหัวมากกว่าฆ่าทิ้ง

     พวกมันเหล่านั้นวางยาจนคนกว่าครึ่งของวองโกเล่ล้มป่วยเป็นจำนวนมาก

     สวรรค์ยังพอเข้าข้างพวกเขาอยู่บ้าง เมื่อหมอของวองโกเล่และนักวิทยาศาสตร์คิดค้นยาแก้พิษเหล่านั้นขึ้นมาได้

     แต่'สวรรค์'ก็ยังคงประทานขวากหนามมาด้วยเช่นกัน

     ยาแก้พิษที่มี มีไม่พอคนกว่า500ที่ล้มป่วย 

     กลับมาที่ปัจจุบัน

     "เหล่าผู้อาวุโสลงความเห็นกันไปแบบนั้น ก็ทำตามที่ว่าเถอะ"

     ยามาโมโตะ ทาเคชิ วัย24ปีพูดขึ้น เขาเป็นห่วงคนที่โดนพิษเล่นงานไม่น้อย แม้แต่ผู้พิทักษ์บางคนก็โดนไปด้วย

     "พวกเราจะให้นักวิทยาศาตร์นำตัวผู้ที่ใช้พลังเมฆาไปทดลองทั้งหมด"

     "แต่ผู้ใช้พลังเหล่านั้นก็มีงานของตัวเองที่ต้องทำอยู่แล้ว!"

     โกคุเทระ แย่งเสียงดัง บ้ารึไง งานการทุกคนต่างมีล้นมือ จะให้พวกเขาทั้งหมดไปผู้อาวุโสแห่งวองโกเล่ประสาทกลับรึไง

     "โกคุเทระคุง สงบอารมณ์หน่อยสิ"

     นภาหันมาปราบมือขวาคนสนิท ที่เมื่อกี้ออกมาทุบโต๊ะเสียงดังลั่นจนผู้อาวุโสเหงื่อตก ต้องปาดเหงื่อกันไปตามๆกัน

     เขาเป็นห่วงคนที่โดนพิษทุกคน อยากหาข้อสรปไวๆ เพราะพิษนั้นจะกัดกร่อนร่างกาย ไม่ช้านานจะตายไปในที่สุด

     ผู้พิทักษ์ของเขาเองก็โดนพิษไปด้วย ยิ่งต้องรีบหาทางแก้ไขอย่างว่องเลย

     ปัง!

     เสียงประตูเปิดขึ้น เป็นเรียวเฮเองที่เปิดประตูเข้ามา

     เขาเดินตรงไปหาบอสแห่งวองโกเล่ นภายืนขึ้นรับซองเอกสารสีน้ำตาลจากผู้พิทักษ์อรุณและแกะเปิดอ่านทันที

     "ตอนนี้ ยอดผู้ถูกพิษเพิ่มขึ้นเป็น 1300 คน และมีแนวโน้มว่าจะมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ"

     ซาซางาว่า เรียวเฮพูด

     "โคลมกับมุคุโร่เป็นไงบ้าง!"

     ยามาโมโตะเอ่ยถามเสียงเครียด เอ่ยถามถึงอาการของผู้พิทักษ์สายหมอกที่โดนพิษเข้าไป จนตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น

     "พวกนั้นยังนอนเป็นผัก ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้น ทุกคนที่โดนพิษต้องได้รับน้ำเกลือตลอดเวลา ซึ่งบอกเลยว่าไม่พอ!"

     ซาซางาว่าขึ้นเสียงตอนท้ายประโยค พวกเขาไม่สามารถตัดสินใจอะไรเองได้หากไม่ผ่านผู้อาวุโส นั้นทำใหงานล่าช้า และเสี่ยงอันตรายมากขึ้น

     "งั้นพวกเราคงต้องใช้วิธีนั้นแล้ว"

     นภาเอ่ย เขามองไปที่โกคุเทระ มือขวาของเขา

     "ครับรุ่นที่10"

     โกคุเทระพยักหน้า ไม่ต้องพูดก็รู้กันดี นภาเมื่อเห็นท่าทีรับรู้ของอีกฝ่ายจึงเดินออกจากห้องประชุมไป พร้อมกับซาซางาว่าเพื่อไปดูคนป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว

     ปัง-

     เสียงประตูปิดลงอีกครั้ง ในห้องประชุมเหลือเพียงผู้พิทักษ์2คนและผู้อาวุโส

     "ท่านรุ่นที่10จะเดินทางไปดูคนเจ็บด้วยตนเอง ส่วนตรงนี้ผมจะจัดการให้ก่อน"

     "ว่ามา ท่านมือขวา" ผู้อาวุโสคนนึงกล่าว

     "เราจะทำการผลิตยาแก้พิษให้เร็วที่สุด เริ่มงานกันตั้งแต่ตอนนี้เลย!"

     ผลสรุปนั้นออกมาแล้ว นั้นหมายความว่า ผู้ใช้เมฆาจะได้รับภาระคนละอีกเท่า






     ห้องโถงใหญ่ ทางเกาะตอนใต้ของวองโกเล่

     นภาเดินมาตามทางเดินว่างๆอย่างเร่งรีบ ขาสองข้างก้าวฉับๆ 

     ปึง/

     "เฮือก"

     ภาพที่เห็นทำเอาสึนะเผลอครางออกมา เขาไม่อยากเชื่อภาพที่เห็น ห้องโถงกว้างๆที่เขาเคยใช้มันทดลองการระเบิดหรออะไรก็ตาม มากมาย บัดนี้ดูฉุนละมุน เต็มไปด้วย หมอ พยาบาล และคนไข้

     ทุคนต้องนอนพื้นแทน ข้างๆผู้ป่วยจะมีเสาเตี้ยไว้เเขวนน้ำเกลือ เสานึงใช้แขวนน้ำเกลือของ4คน เพราะผู้ป่วยมากเกินไป จนเครื่องมือแพทย์ไม่อาจรองรับได้

     เท่าที่มี ก็คาดว่าจะหมดไปในไม่ช้า!

     "สึนะ ทางนี้"

     ผู้พิทักษ์อรุณณเอื่อนเอ่ยเรียบรุ่นร้องเสียงเรียบ พลางพาเดินไปยังอีกห้องนึง ที่มีร่างไร้สติของผู้พิทักษ์สองคนนอนอยู่

    "ห้องนี้เป็นห้องของมุคุโร่กับโครม พวกเขาถูกย้ายมาส่วนตัวในห้องเพราะเป็นผู้พิทักษ์"

    นภาพยักหน้ารับ

     เมื่อทั้งสองเดินมาถึงห้องผู้ป่วยอรุณก็หันมาหานภาอีกครั้ง

     "นายโอเคนะ?"


     "ครับคุณพี่" 

     และทั้งคู่ก็เิดประตูเข้าไป





     



     ปราสาทส่วนกลางวองโกเล่

     "ฮิบาริ"

     รีบอร์นกระโดดขึ้นมานั้นข้างๆผู้พิทักษ์เมฆา 'ชายที่แข็งแกร่งที่สุดของผู้พิทักษ์'

     "นายต้องช่วยพวกเขา"

     "มันไม่ใช่ธุระของผมที่ต้องไปเสียสละอะไรให้สัตว์กินพืชพวกนั้น"

     รีบอร์นรู้คำตอบอยู่แล้ว

     ที่ทำอยู่นี้ก็ดูจะไร้ค่า นักฆ่าตัวเล็กรู้ดี เขาไม่สามารถทำให้ฮิบาริยอมเสียเลือดให้คนอื่นที่ไม่รู้จักได้หรอก

     "สัตว์กินพืชอยู่ไหน"

     ฮิบาริเลิกคิ้วถามหานภาจากนักฆ่าตัวเล็ก

     "ไปดูลูกน้องที่ถูกเชื้อเล่นงาน"

     ฮิบาริพยักหน้าเข้าใจ และเริ่มทำงานต่อ

     วันนี้เขามานั่งทำงานที่นี้ เพราะนัดกับร่างเล็กเอาไวตอนเย็นของวันนี้ แต่ดันต้องมานั่งรอให้เสียเวลาของเขา

     ลูกหน่วยเมฆาที่ใช้พลังธาตุเมฆาถูกเกณไปช่วยงานนักวิทยาศาตร์สะหมด 

     ชายหนุ่มนั่งทำงานต่อไปไม่สนใจรีบอร์นด้วยซ้ำ

     Rrrrrrr

     เสียงโทรศัพย์ของนักฆ่าตัวเล็กดังขึ้น รีบอร์นกดรับ และเริ่มพูดคุยกับคนปลายสาย

     "ว่าไงนะ"

     เสียงนักฆ่าตกใจขึ้นมาเล็กน้อย

     ["ครับ ลูกหน่วยเมฆาแต่ละคนไม่สามารถเพิ่มพูนยาแก้พิษได้เลย แถมยังเสียยาแก้พิษที่ทำขึ้นมาแล้วไปมากมายด้วย"]

     "เหอะ ไอ้ผู้อาวุโสว่าไงบ้าง"

     ["พวกเขาบอกต้องการให้ผู้พิทักษ์เมฆาเป็นคนทำ เพราะมั่นใจว่าผู้พิทักษ์เมฆาต้องทำได้แน่"]

     รีบอร์นได้แต่คิดในใจ ไอพวกนี้ตื้อไม่เลิก

     "ฉันไม่มีความสามารถที่จะเกลี่ยกล่อมฮิบาริได้ พวกนายก็มาทำเองละกัน"

     รีบอร์นกดวางสายทันที รับรู้คำตอของคนปลายสายโดยไม่ต้องถามหรือรอฟังจากปาก ขนาดเขาเองยังเกลี่ยกล่อมไม่ได้

     แล้วภาษาอะไรกับคนที่หน้าของฮิบาริยังไม่กล้ามองจะมามีความสามารถทำได้

     "ดูเขาต้องการผมกันนะ"

     ฮิบาริพูดเปรยขึ้น"

     "ใช่ไง" รีบอร์นพูดอย่างหัวเสีย

     "ผมขอตัวก่อน มีงานต้องทำที่'ฐานทัพของผม'เอง"

     แล้วฮิบาริก็เดินจากไป ปล่อยให้รีบอร์นมองนิ่งๆทิ้งปมไว้หลากหลายในใจ
    

     


     เฮือก

     ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา กลิ่นแอมโมเนียฉุนกึกจนคนเป็นบอสต้องนิ่วหน้า

     ร่างกายบอบช้ำสองร่าง ดูซีดเซียวและไร้แววชีวิต

     เหมือนคนกำลังจะตาย

     "ทั้งสองคนอาการหนักมา พวกเขาโดนพิษเป็นคนแรกๆ จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา3วันเต็มที่พวกเขาเป็นแบบนี้"

     สึนะฟังยิ่งรู้สึกแย่ พวกเขาสองคนไม่ผิด แต่กลับต้องมาโดนอะไรแบบนี้

     เศร้า

     "ผมถือว่าผมมาเยี่ยมแค่นี้ละกัน เย็นนี้ผมมีธุระ"

     ซาวาดะพูด พร้อมเดินไปแตะตำผู้ป่วยทั้งสองคน

     "อืม ก่อนออกไปก็อย่าลืมล้างมือด้วยแอลกอฮอร์ชนิดรุนแรงที่ทางออกประตูด้วยน่ะ"

     "ครับคุณพี่"

     ซาวาดะเดินออกจากห้องผู้ป่วยด้วยหัวใจที่แทบชักกระตุก รู้สึกปวดหนึบในใจจนคล้ายจะป่วยสะเอง

     

     

     สึนะเดินทางมาถึงห้องพักของฮิบาริ พวกเขามีนัดกันเย็นนี้

     "สวัสดีครับคุณฮิบาริ"

     คนเป็นบอสเดินเข้ามาในห้องนอนของฮิบาริเอง

     "ช้า2นาที"

     "ขอโทษด้วยครับ พอดีผมไปเยี่ยมคุณมุคุโร่กับโคลมจังมา"

     ท่าทางแบบผู้ใหญ่นั่งลงบนเตียงนุ่ม ซาวาดะยังช็อคกับท่าทางที่ไม่เคยเห็นจากผู้พิทักษ์ทั้งสอง มันยังเป็นภาพติดตาที่ยากจะลืม

     "คิดถึง"

     ฮิบาริเดินขึ้นไปนั่งบนเตียง สวมกอดซาวาดะจากข้างหลัง ทันที่ที่กอดก็รับรู้ได้เลยว่าคนตัวเล็กมีเรื่องกุ้มใจอยู่แน่ๆ

     "ผมรู้สึกแย่จังครับ"

     ฮิบาริไม่อยากจะบอกเลยว่า ยาแก้พิษที่เป็นอีกหนทางการช่วยรักษา บัดนี้กลับมีแววล้มเหลวไม่เป็นท่า

     "รีบอร์นบอกว่าคุณไม่ให้ความร่วมมือกับเขา"

     "คุณรู้.."

     ฮิบารเอ่ยเสียงออกอ่อยอิ้ง เขาไม่รู้สึกผิดใดๆทั้งนั้น แต่แค่รู็สึกว่านภาในอ้อมกอดของเขากำลังไม่พอใจ

     "ทำไมคุณทำแบบนั้น"

     "พวกนั้นไม่มีค่าสำหรับผม"

     บอสหนุ่มผุดลุกขึ้นทันที อารมณ์ฉุนเฉียวปนโมโหพุ่งถึงขีดสุด

     "แต่เขาเป็นพวกพ้องของผม!"

     "พวกนั้นสำคัญหรอ"

     "พวกเขาสำคัญกับผมมาก!"

     "แล้วฉันละ"

     ฮิบาริถาม หยุดอารมณ์มาคุลงทันที ซาวาดะแววตาสั่นระริก เขาจะทำยังไงดี ควรจะทำยังไงต้องถามแบบนี้ดีกว่า

     "คุณควรมีจิตใจสาธารณะ!"

     "..."

     "ผมรู้สึกแย่ที่รู้ว่าคุณเป็นแบบนี้"

     "..."

     "คุณมันคนใจร้าย"

     "ฉันคงไม่ได้สำคัญกับนายมากเหมือนกับคนอื่น"

     "คุณมันเห็นแก่ตัว!!"

     นภาน้ำตาเอ่อคลอ เขาร้องไห้อย่างหมดหนทาง 

     "คุณมันก็แค่นภาที่ไม่รู้จักโต"

     "ผมเกลียดคุณ!"

     ดูเหมือนคำนี้จะรุนแรงและส่งผลต่อฮิบาริมาก ทั้งคู่หยุดชะงัก หัวใจเหมือนจะแหละสลาย นภาที่พูดอะไรไม่คิด และหนึ่งเมฆาที่โดนเกลียด

     กึก!

     อยู่ๆ บอสตัวเล็กก็ชะงักขึ้นมา

     "ซาวาดะ"

     "อ่ะ!"

     "ซาวาดะ!"

     "อ่ะ อะ อ๊า!!"

     "ซาวาดะ เฮ้ ซาวาดะ!!"

     คนตัวเล็กล้มตึงลงในอ้อมกอดเมฆาหนุ่ม

     "เฮ้ นาย ซาวาดะ!! "

     เสียงร้องโหยหวนของผู้พิทักษ์เมฆาดังกึกก้องในสมองของนภาแห่งวองโกเล่ ก่อนดวงตาคู่สีน้ำตาลสุกสกาวจะค่อยๆปรือลงอย่าสิ้นสติ

     "นาย!"

     ฮิบาริ เคียวยะ ยังคงร้องเรียกและพยายามปลุกคนในอ้อมอกจากนินทราและภาวนาให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการล้อเล่น

     "..."

     ไร้เสียงเอ่ยต่อ เมฆาหนุ่มตึกตรองสิ่งที่เกิดขึ้น เขาสรุปเอาเองว่านภาตรงหน้านั้นคงโดยพิษหรือเรียกอีกอย่างก็คืดติดเชื้อ

     Rrrr

     เมฆาหนุ่มยกโทรศัพย์ต่อสายขึ้น ในขณะเดียวกันลูกหน่วยเมฆาบางคนได้มายืนรอที่หน้าประตูห้องเพราะเสียงร้องของเจ้านายเมื่อครู่

     "เจ้าหนู"

     ["ว่าไงฮิบาริ"]

     "ตอนนี้ซาวาดะติดเชื้อ สลบไปแล้ว"

     ["เจ้าห่วยติดเชื้อ งั้นนายรีบพามันมาที่ปราสาทเดี่ยวนี้เลย"]

     "เข้าใจแล้ว แล้วผมต้องทำยังไงบ้าง.."

     ["หมายความว่าไง อ่ะ นี้นาย!"]

     รีบอร์นแม้ในตอนแรกจะงงในสิ่งที่ฮิบาริพูด แต่ด้วยความลักแหลมก็เข้าใจได้ในทันที ฮิบาริยอมช่วยแล้ว

    ["นายสามารถช่วยได้ แต่ถ้านายยอมเป็นหนูทดลองแล้ว ผู้อาวุโสคงไม่ให้นายช่วยเจ้าห่วยแค่คนเดียวแน่ๆ"]

     "..."

     ["เงื่อนไขข้อนี้นายตกลงมั้ย?"]

     "ผมตกลง"





     ณ ห้องวิทยาศาสตร์วองโกเล่

     ห้องนี้กว้างพอสมควร มีเตียงผู้ป่วยสีขาวและเหล่าหมอกับนักวิทยาศาสตร์วิ่งวุ่นกันในห้องจนดูเหมือนจะเป็นตลาดสด

     ปึง

     ทันที ที่ประตูเปิดขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งของผู้พิทักษ์เมฆาก้าวเข้ามา ความวุ่นวายเมื่อกี้ก็สงบลงทันตา

     "เชิญคุณผู้พิทักษ์เมฆาขึ้นไปบนเตียงเลยค่ะ"

     หมอคนนึงค่อมหัวให้ฮิบาริพลางผายมือไปที่เตียงผู้ป่วย

     ฮิบาริถอดเสื้อสูทออก เขาจัดแจงร่างกายแล้วขึ้นไปนอนบนเตียง

     "รบกวนปลดอาวุธด้วยครับ"

     นักวิทยาศาสาสตร์เดินเข้ามาพลางยื่นมือออกมาจนสุดเเขนเพื่อรอรับทอนฟาของฮิบาริมาเก็บไว้ให้ห่างเจ้าของ

     "สัตว์กินพืชวุ่นวาย"

     ฮิบาริสบถเบาๆ เขามอบทอนฟาของเขาให้ผู้ชายคนนั้น

     เพล้ง

     ทอนฟาเหล็กทั้งดุ้นตกกระทบพื้นอย่างแรงเพราะความหนักอึ้ง จนหมอหรือพยาบาลในนั้นต่างช็อคไปตามๆกัน

     หนักขนาดไหนกัน ทำให้พื้นแตกเป็นรอยได้

     แม้จะตกใจแต่ก็ร้องออกมาไม่ได้ เพราะผู้พิทักษ์เมฆาไม่ชอบความวุ่นวาย

     เขาไม่มีแรงจะยกมันไหว จึงลากมันออกไปจนสุดมุมห้องแทน

     "คุณผู้พิทักษ์เมฆา เราขอมัดคุณเอาไว้ เพื่อความสะดวกของเรา"

     ไม่ต้องรอให้อนุญาติ โซ่มากมายถูกนำมาพันธนาการคุณผู้พิทักษ์เมฆาจรคล้ายจะเป็นนักโทษไปเสียแล้ว

     "รีบๆหน่อย"

     ฮิบาริเอื้อนเอ่ยออกมา หมอนำเข็มฉีดยามาเจาะเลือดฮิบาริออกไป

     "ครับ"

     ทุกคนทำงานอย่างว่องไวเร็วกว่าปกติมาก แต่ไม่ผิดพลาดใดๆ พวกเขารู้นิสัยผู้พิทักษ์คนนี้ดี กลัวขนาดไหนก็หนีไม่ได้ เดี่ยวไม่ได้เงินเดือน

     ก่อนหน้านั้น ฮิบาริได้เข้าทดสอบการขยายตัวของของเหลวที่เรียกว่ายาแก้พิษ

     เขาสามารถเพิ่มจำนวนยาแก้พิษได้เพราะเป็นผู้พิทักษ์ แต่ก็ไม่สามารถเพิ่มพูนได้ทันใจขนาดนัน้ตามใจนึก

     นักวิทยาศาสตร์จึงขอใช้เลือดของเขา ซึ่งพอทดสอบโดยเอาเลือดฮิบาริ มาผสมกับยาแก้พิษ ผลที่ได้คือมันขยายเซลออกมามาขึ้นเป็น10เท่า พวกเขาจึงสรุปกันว่า

     จะใช้เลือดฮิบาริในการเพิ่มจำนวนเซลชนิดนี้

     ในทางกลับกัน หากเซลถูกฉีดเข้าร่างกายโดยตรง ส่วนที่เป็นเลือดของร่างกายจะถูกเซลนั้นกลืนกินไปจนในร่างกายไม่มีเลือดมนุษย์เหลืออยู่

     นักวิทยาศาสตร์ต้องระวังเป็นพิเศษ

     "เรียบร้อยครับ"

     เมื่อทำการถ่ายเลือด 30 นาทีครบ เหล่าพยาบาลวิ่งกรเข้ามาหมายจะช่วยแกะโซ่พันธนาการร่างกายผู้พิทักษ์ออก

     "ไม่จำเป็น"

     เคร้ง

     ฮิบาริสบัดมือไปครั้งเดียว โซ่หลุดออกเหมือนสิ่งที่มัดเป็นเส้นทาโร่ธรรมดา ทุกคนในห้องยืนนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน

     ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ

     ฮิบาริขยับกายลงจากเตียงและเดินออกจากห้องไป

     แม้คำสุดท้ายที่เขาพูดกับร่างบาง สิ่งที่ได้มาคือการโดนเกลียด แต่ความรักของเขาก็ยังคงมีอยู่ เขายินดีช่วยที่รักของเขาอย่างเต็มความสามารถ

     

    

      "รุ่นที่สิบครับ"

     "อื้อ.."

     กลิ่นแอมโมเนียฉุนๆอีกครั้ง เดาไม่ยากว่าเขาติดเชื้อแล้วอีกคน

     "สึนะ"

     เสียงเรียกของเพื่อนพ้องทำให้นภาต้องหันมองตาม เขาเห็นเพื่อนของเขาทั้งสองยิ้มแก้มแทบปริอยู่ข้างเตียง

     "ผม ติดเชื้อใช่มั้ย"

     "ครับ แต่ตอนนี้รุ่นที่สิบหายแล้ว"

     "หายแล้ว?"

     นภาฉงนเล็กน้อยก่อนจะปรับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเอาตัวพิงหัวเตียงเอาไว้

     "ฮิบาริเขายอมช่วยพวกเราแล้วละ ตอนนี้ผู้ติดเชื้อลดลงเหลือ800 คนแล้ว" ยามาโมโตะเอ่ยขจัดข้อสงสัยให้นภา

     "คุณฮิบาริ"

     นภาเอื้อนเอ่ยชื่อคนรักออกมาเบาๆ ไม่รูจะขอบคุณหรือขอโทษ ก่อนหน้านั้นดูเหมือนพวกเขาจะเทลาะกันอยู่เลย

     "เจ้าฮิบารินี้มันน่าโมโหจริงๆ ถ้ารุ่นที่10ไม่ป่วยไปอีกคน ก็ไม่คิดจะช่วยเลยหรือไง"

     "เอ้าน่าโกคุเทระ หมอนั้นคงมีวิธีคิดของตัวเองนั้นแหละ"

     คู่หูยังคงส่งเสียงเจื่อยแจ้วไม่ขาดสาย

     "แล้ว คุณฮิบาริ อยู่ที่ไหนละ"

     "อยู่ที่บ้านมันนั้นแหละครับรุ่นที่สิบ หมอนั้นชอบเก็บตัว พอให้เลือดเสร็จก็กลับไปเลย"

     "เลือดหรือ"

     "ครับ"

     "งั้นผมจะไปเยี่ยมเขา"

     "รับทราบครับรุ่นที่สิบ"



     ฐานทัพฮิบาริ

     ชายหนุ่มนอนคว่ำอยู่บนเตียง การบริจาคเลือดผ่านไปได้ด้วยดี จำนวนคนเจ็บลดไปเกือบครึ่งของที่มี

     แหมจะเหนื่อยจนจะสลบไปให้ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้เลย

     คำสุดท้ายที่คุณกับคนรักยังติดตรึงใจ

     'ผมเกลียดคุณ'

     'ผมเกลียดคุณ!'

     'ผมเกลียดคุณ!!"

     ตึ้ง!

     "ชิส์!"

     ฮิบาริฟาดแขนลงกับเตียงระบายอารมณ์ ไม่รู้โกรธหรือเสียใจที่ทำให้เขาหงุดงิด

     ก๊อกๆ

     "คุณเคียว คุณซาวาดะมาขอพบ ตอนนี้รออยู่ที่ทางเข้า"

     เสียงคนสนิทเคาะพื้นบริเวณทางเดิน และส่งเสียงปรายๆมาคล้ายจะถามว่าเจ้าตัวต้องการอนุญาติให้คนนั้นเข้ามาหรือไม่

     เพราะก่อนหน้านั้นฮิบาริได้กำชับว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาให้รายงานเขา ห้ามให้เข้ามาก่อนเด็ดขาด

     ไม่เว้นแม้แต่บอสแห่งวองโกเล่เช่นกัน

     "ไม่ต้องสนใจ ไปทำงานของนายสะ"

     สิ้นคำสั่ง นายหัวทรงรีเจ้นโค้งให้อย่างนอบน้อม และจากไปเพื่อให้เจ้านายของตนได้นอนพักเงียบๆคนเดียว

     ที่หน้าประตูฐานทัพ

     "ผมเสียใจครับคุณซาวาดะ เชิญคุณกลับไปเถอะครับ"

     คุซาคาเบะ โค้งหัวชนพื้นเป็นการขอโทษที่ต้องเสียมารยาทส่งแขนคนสำคัญกลับไปก่อน เขาไม่รู็หรอกเป็นเพราะอะไร แต่หน้าที่ต้องมาที่หนึ่ง

     คุณเคียวคือกฎของเขา

     "ไม่ได้จริงๆหรอ"

     "ครับ เข้าไปไม่ได้เด็ดขาดครับ"

     "..."

     คุซาคาเบะตอบโดยไม่มองหน้าสึนะโยชิด้วยซ้ำ

     "โอเค"

     ซาวาดะ นภาแห่งวองโกเล่โค้งให้ที่หนึ่ง หากเขาไม่สามารถขออนุญาติเข้าไปได้โดยดีได้เหมือนก่อน

     ก็ขอฝ่าเข้าไปแล้วกัน!

     เคร้ง

     "นี้เป็นคำสั่ง ขอให้คุณถอยไปแต่โดยดี"

     นภาชักสีหน้าจริงจังใช้ดาบที่วางประดับไว้แถวนั้นปักไปข้างหัวของคุซาคาเบะ ด้วยใบหน้าราบเรียบ

     และสายตาที่น่ากลัวราวสัตว์ร้าย

     "ไม่ได้ครับ คำสั่งของคุณเคียวถือเป็นที่สุด"

     ลูกน้องยังคงจงรักพักดี ไม่หลีกแต่ยังคงสุภาพต่อผู้เป็นบอส

     "เหอะ คุณมันก็แค่เชื่องเกินไป"

     พรึ่บ

     นภาโดดสูงตัวลอยเข้าไปในฐานทัพเมฆาทันทีอย่างเด็ดเดี่ยว และปิดประตูนั้นทันทีเพื่อไม่ให้เจ้าของทรงผมรีเจ้นตามเข้ามาได้

     ปังๆๆ

     คุซาคาเบะ ทำได้เพียงแค่เคาะประตูเสียงดังสนั่น

     นภาคว้าดาบเล่มเดิมก้าวเดินอย่างสงบตามาทางเดินกว้างใหญ่

     ฟึ่บ

     ซาวาดะเลื่อนประตูห้องของฮิบาริอย่างแรง โชคดีที่เขาไม่ต้องปะทะกับใครในระหว่างทางเดิน เพราะทุกคนคิดว่าร่างโปร่งมาหาเมฆาเป็นปกติ

     "ทำไมคุณถึงห้ามผมไม่ให้เข้ามา"

     "..."

     เมฆานอนหลับใหล แต่ยังคงมีสติ เขายังคงนอนไม่ลืมตาอยู่แบบนั้น ทำให้สึนะโยชิไม่พอใจเล็กน้อย

     ชิ้ง!

     นภาปาดาบปักผนังห้องแบบ 'ไม่พอใจเล็กน้อย'

     "หนวกหู"

     ในที่สุดเมฆาก็เริ่มที่จะขยับเอื้อนเอ่ยพูด

     "คุณไม่คิดจะคุยกับผมเลยหรอ"

     "นายเกลียดชั้นนิ"

     ฮิบาริขยับลุกขึ้นนั่ง มองไปยังร่างโปร่งของอีกคนที่ก้าวเข้ามาด้วยอารมณ์รุนแรงที่ปะทุขึ้นอย่างดุเดือด

     คำตอบของเมฆาทำให้รู้ว่า ตนผิดอะไร

     "ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณ"

     "แต่นายพูดมันถึงสามครั้ง"

     "!!"

     ซาวาดะอ้ำอึ้ง ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะพูดว่าเกลียดไปถึงสามครั้ง
     
     "ผมจำได้ว่า พูดครั้งเดียว"

     "ชั้นถือว่านายพูดออกมา ตลอดเวลา ต้องทนอยู่กับชั้นอย่างไม่มีรักให้กันงั้นหรอ"

     ฮิบาริถาม ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเมฆาจะพูดอะไรแบบนี้ มันเหมือนการงอนกันมากกว่าการโกรธกัน

     "ผม ผมไม่ได้ตั้งใจ.."

     นภากล่าวขอโทษพลางเดินเข้าไปหมายจะสัมพัสหน้าของคนรัก

     ฟึ่บ!

     ชั่วพริบตา เมฆาคว้าแขนข้างนั้นที่ยื่นมา ฟาดอย่างแรงลงกับเตียงกว้าง นภางุนงงเล็กน้อยตนถูกเวี่ยงลงเตียงอย่างไม่มีเวลาให้ขัดขืน

     เมฆายังนั่งอยู่แบบนั้นและเลื่อนมือไปจับโทรศัพย์ กดต่อสายไปยังนักฆ่าร่างเล็ก

     "ผมจะไปเดี่ยวนี้ ตามแผนของคุณ"

     ว่าจบก็วางสายทันที โดยไม่ฟังว่าปลายสายจะได้ยินชัดเจนแล้วหรือไม่

     "คุณจะทำอะไร"

      คนเป็นบอส กอดร่างแกร่งตรงหน้าแน่น แม้จะได้ยินไม่ชัดว่าคุยอะไรในโทรศัพย์กับปลายสาย แต่ก็รู้แน่ว่าไม่ใช่เรื่องดี

     "ไม่ใช่เรื่องของคุณ"

     "แต่ผมเป็นคนรักของคุณ"

     "..."

     คำนี้ทำเอาเมฆาหนุ่มถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

     "เลิกมั้ยละ"

     "!!"

     แต่คำตอบช่างไม่เหมาะกับการกระทำ เมฆาหนุ่มรู้ตัวดีว่าตอนนี้เขาไม่มีเหตุผล เขาแค่ต้องการหลีกเลี่ยงคนตรงหน้าที่สุด

     เท่าที่ทำได้

     "ไม่นะ ไม่!"

     "เกลียดชั้นนิ เกลียดมากเลยรึเปล่า"

     น้ำตาหยดใสไหลออกจากร่างเล็ก ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้น จะทำให้พวกเขาเทลาะกัน

     ต่างฝ่ายต่างเจ็บ

     หรือมีเพียงนภาที่'เจ็บ'ไปเองคนเดียว

     "คุณอยากเดิน จากผม...ไปขนาดนั้นเลยหรอ?"

     นภาผุดลุกขึ้นยืน

     "แค่กๆๆ"

     !!

     ลิ่มเลือดมากมายไหลออกจากร่างบาง เขารู้ดีว่ายังไม่หายสนิท เขายังไม่ปลอดภัย และรวมถึงผู้พิทักษ์อีกสองคนก็เช่นกัน

     แค่เดินอยู่นี้ได้ก็เต็มกลืนแล้ว

     ร่างแกร่งไม่แม้แต่จะแสดงอาการเป็นห่วงแต่อย่างใด

     "ใช่ ชั้นไม่รักนายแล้ว ไม่เคยรักเลยตั้งแต่แรก"

     !!!

     สิ่งที่ได้ยินทำให้นภาเริ่มร้องไห้หนักขึ้น น้ำตาที่หลั่งไหลจนน่าตกใจ

     ทั้งที่ควรโกรธ

     ควรตบสักทีแล้วเดินจากไป

     แต่กลับก้าวขาไม่ออก

     สติเลือนลางขึ้นทุกที พิษร้ายเริ่มทำให้ประสาทสััมพัสพร่าเลือน

     หมับ

     ฮิบาริสวมกอดคนตรงหน้าอย่างแรง จูบที่ขมับเบาๆของร่างเล็กในอ้อมกอดนั้น

     "จำไว้ ต่อไปนี้นายต้องลืมชั้น"

     "คุณ..พูดอะไร แคกๆ!"

     ฮิบาริปล่อยคนตรงหน้าออกจากอ้อมแขน ร่างแกร่งเดินไปยังดาบที่ถูกคนตัวเล็กนำไปปักไว้ที่ผนังก่อนหน้านั้น

     "ต่อไปนี้ เราเลิกกัน"

     "..."

     "และจะไม่ต้องมาเจอกันอีก"

     "!!"

     "ลาก่อน"

     สายตาคนเป็นบอสช่างพร่าเลือน สับสนไปหมด จู่ๆคนตรงหน้าก็ดี เดี่ยวก็ร้าย เดี่ยวก็มีท่าทีน้อยใจ บางอย่างนภาก็มองไม่ชัด

     แต่มีสิ่งนึง ก่อนที่สติอันน้อยนิดจำดับวูบไป

     เมฆาใช้ดาบ แทงเข้าร่างกายตัวเองจนมิดเล่ม









     ฟึ่บ

     นภาลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ภาพสีขาวที่เห็นทำให้รู้ดีว่าเขาอยู่ในห้องพยาบาลอีกครา

      นภาผุดลุกขึ้น นั่งหลังพิงหัวเตียง และทำให้เห็นว่าตนเองนั้นอยู่ในชุดคนไข้

     รอบกายมีผู้พิทักษ์และอาจารย์สอนพิเศษ

     "รุ่นที่สิบ.."

     โกคุเทระ ฮายาโตะ ก้าวขาเข้ามาหาทันทีเมื่อเห็นว่ารุนที่10ฟื้น

     "เป็นไงบ้างสึนะ"

     และตามมาด้วยยามาโมโตะที่เดินตามกันมาเกาะที่เตียงอย่างอ้อยอิ่ง

     "หลับไปนานเลย เป็นห่วงนะรู้มั้ย"

     ซาซางาว่า เรียวเฮ ขยับตัวนิดหน่อย เขายังคงนั่งนิ่งเฉยอยู่ที่โซฟาเหมือนเดิม

     "มุคุโร่ โคลม"

     สึนะเบนสายตาไปที่ริมห้องก็พบกับผู้พิทักษ์ทั้งสองคนที่ดูท่าจะอาการดีขึ้นมาก ยืนยิ้มให้อยู่ตรงนั้น

     เขายิ้มตอบ

     บอสน้อยกวาดสายตาไปรอบห้อง ไม่พบชายคนที่ต้องการจะเห็นหน้า

     "รีบอร์น"

     สึนะกล่าวเสียงเรียบ รับรู้ว่าในห้องบรรยาการผิดปกติ

     แม้สีหน้าจะต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน

     ทุกคนใส่สีดำ

     "คุณฮิบาริหละ..."

     ซาวาดะ จำภาพสุดท้ายไม่ได้ ในหัวตื้อไปหมดราวกับคนหมดแรง

     "เจ้าห่วย พักเถอะ"

     "ชั้นอยากเจอคุณฮิบาริ!"

     บอสตะคอกเสียงดังจนทั้งห้องอดไม่ได้ที่จะขวัญผวา

     "..."

     เงียบกริบ ไม่มีใครสามารถให้คำตอบร่างบางได้สักคน

     "เจ้าห่วย ฮิบาริหน่ะ..."









     "ตายไปแล้ว..."


     แทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน แต่คนในห้องก็เป็นตัวพิสูทได้ดี ว่าคำพูดของรีบอร์นเป็นเรื่องจริง

     "ทำไม.."

     บอสถามเสียงสั่น

     "ผู้อาวุโสของวองโกเล่ต้องการเลือดฮิบาริ"

     "..."

     "เพื่อช่วยคนทั้งแฟมมิลี่"

     "..."

     "แต่แค่การรอบริจาคต่ออาทิต ช่วยคนได้400-600คน มันไม่พอ"

     "ผู้อาวุโสพวกนั้นเลยขอสูบเลือดทีเดียวจากฮิบาริ"

     "!!!"

     "ทีเดียว ถึงตายเลยไม่ใช่หรอ!"

     "ผู้อาวุโสคิดว่ามันเพียงพอและดีกว่าการรอการให้เลือดทุกอาทิตย์"

     "แล้วคุณฮิบาริหละ"

     ซาวาดะราวกับคนน่าสงสาร ตาเบิกโพล่งจากการได้ยินเรื่องราวทั้งหมด

     "เขาไม่ขัดค้านใดๆ แถมยังเสนอให้ฉีดยาตัวนั้นเข้าร่างกายเขาไปเลย"

     "ถ้างั้น ร่างกายเขาก็จะมีแต่ยากนั้น"

     "ใช่ ตอนนี้ทุกคนในวองโกเล่ปลอดภัย"

     "..."

     "แต่ผู้พิทักษ์เมฆา จบชีวิตแล้ว"
     
     นภาข่มตาลง ไม่อยากร้องไห้ ไม่อยากได้ยินอะไรอีกแล้ว

     ทำไม หรือแค่คำว่าเกลียดในตอนนั้น ทำให้ปัจจุบันเป็นแบบนี้

     ไม่เหลืออะไรเลย!

     "นอนพักเถอะ บอสแห่งวองโกเล่รุ่นที่10"

     รีบอร์นกล่าว ทุกคนในห้อง ไปที่ปลายเตียงโค้งเคารพบอสแห่งวองโกเล่

     และเดินออกจากห้องไป

     "..."

     ห้องนี้เงียบจังเลย

     ผมขอโทษ ถ้าในวันนั้นเราคุยกันดีๆ

     คุณคงไม่ทำแบบนี้เพื่อประชดผม

     ผมรักคุณมากที่สุด มากเกินกว่าจะให้ใครได้อีก 

     แต่คุณก็ทิ้งผมไปสะแล้ว

     "อยากเจอคุณจังเลยครับ"

     บอสแห่งวองโกเล่ นภาผู้สูงศักดิ์ มองออกไปไกลลิบตาผ่านหน้าต่างบานเล็ก มองไปยังเมฆาด้านนอกหน้าต่าง

     ฉับพลัน ฝนตกหนักราวพายเข้า!

     คงเป็นสภาพจิตใจของวองโกเล่หนุ่ม ที่กำลังเศร้า

     ราวกับพายุเมฆฝนนั้นเอง
































          จบ











     NUNUY





















     ------------------------------------

     แฮร่ เศร้าไปอีก ตัดจบแบบโครตพีค 

เรื่องราวต่อไปเป็นเรื่อง แดงดำ น่ะจ๋าาา ><















     

     

     

     
     

     .head1 { background:#B03060; }.head2 {  background:#B03060; }table.story {  border-color:#000000; }span.desc_head {font-weight: bold;  color:#000000; }table {background:none;border:none}td {background:none;border:0px none}A:hover {color:#B03060;background:# โค้ดสี;border-top:#B03060 0px dashed;border-bottom:#B03060 1px dashed;}      ร้านค้าแจกธีมบทความFly

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ gxHogfHdmujfu NUNUY จากทั้งหมด 20 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

13 ความคิดเห็น

  1. #13 NoungjuneNoung (@NoungjuneNoung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:14
    อ่านแล้วจะร้องไห้&#8203; ฮิบาริ&#8203; ฮืออออออออ
    #13
    0
  2. #12 NoungjuneNoung (@NoungjuneNoung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:14
    โอ้ยยยยจะร้องไห้&#8203; ฮือออฮิบาริๆๆๆๆๆมันไม่จริงใช่ไหม&#8203; แงๆๆ
    #12
    0
  3. วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 17:50

    ฮืออ จะร้องไห้แล้วว

    ในฐานะคนรักท่านฮิ รู้สึกทำใจไม่ได้ ToT

    แต่งได้ดีมากเลย คาร์แรกเตอร์ไม่หลุดเท่าไหร่... อารมณ์ท่านฮินี่คงเป็นพวกรักยาก แต่พอรักแล้วก็รักมาก และให้ได้ทุกอย่างจริงๆสินะ...

    ปล.โป้งสึนะแล้ว

    ปลล. ร้องไห้อีกรอบละกัน ToT


    #11
    0
  4. #10 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 20:26
    พิมพ์ได้คำเดียวเลย&#8203; สมน้ำหน้า!
    #10
    0
  5. วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 02:37
    น้ำตาจิเเชร์ขอไหลนะค่ะ ฮือ~ฮิคุงนะฮิคุงในความคิดเราคือเเบบฮิคุทำร้ายจิตใจสึจังเพื่อให้สึจังเกลียดเเละลืม ฮิคุงหน่อออ เเต่งได้อารมมากค่ะไรท์จ๋า รีดคนนี้น้ำตาไหลอ่านประมาณ6รอบล่ะ(อ่านนี้จบก็กลับมาอ่านอีก555)ยังซึ้งในตัวบร้ะเอกฮิคุงเช่นเคย
    #9
    0
  6. วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 11:05
    ไรท์แต่งแบบเอาชนิดที่ว่าหนูน้ำตาไหลเลย ฮือ~
    #8
    0
  7. วันที่ 30 กันยายน 2560 / 18:58
    จบพีคมาก หน่วงมาก แต่เราก็ชอบมากๆ เช่นกันค่ะ ในความคิดเรา เราว่าที่ฮิบาริพูดทำร้ายจิตใจสึนะแบบนั้น ก็เพราะว่าอยากให้ลืมจริงๆ คือพี่ท่านก็ตั้งใจจะจบชีวิตลงเพื่อช่วยคนอื่นอยู่แล้ว เพราะเป็นความต้องการของคนรัก เรารู้สึกว่าท่านฮิรักสึนะมากจริงๆ นะ...ทั้งที่น้อยใจและไม่พอใจที่สึนะพูดว่าเกลียดใส่แบบนั้น ;_____; ฮือออออ
    #7
    1
    • 30 กันยายน 2560 / 22:40
      ไรท์ขอบคุณเม้นนี้มากจริงๆค่ะ ขอบคุณที่เข้าใจทุกอย่างที่ต้องการสื่อ ตอนแรกก็กลัวคนอ่านจะงงเพราะอธิบายรวบรัดด้วย ><
      #7-1
  8. วันที่ 24 กันยายน 2560 / 21:01
    อยากร้องไห้????
    #6
    0
  9. วันที่ 23 กันยายน 2560 / 18:49
    ฮิบาริ...ไม่น่าเลยT^T
    #5
    0
  10. #4 lorget (@fairy1603) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 10:08
    เศร้าเกินไปแล้ว!!!!!
    #4
    0
  11. วันที่ 18 กันยายน 2560 / 01:43
    แงงงงงงงง ทำไมมันเศร้าจังงงงงง
    ให้เค้าสมหวังกันไม่ได้เหรอ
    #3
    0
  12. #2 แมว
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 12:47
    คิดว่าจะมีหักมุมอีกรอบ สุดท้าย หักให้ตายเลย!!

    ว้ากกกกก เศร้า
    #2
    0
  13. #1 Asuka! (@paiboonleesakul7) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 00:53
    อ่านจบนี่.. คำว่าตับขึ้นมาในสมองเลยค่ะ ตับหายไปแล้วTT ปวดตับมาก!!!// ม่ายยย คิดว่าจะมีพลิกท่านฮิกลับมามีชีวิตซะอีก
    #1
    0