หทัยใต้ปีก

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 11 : เรื่องเล่าหรือเรื่องจริง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 เม.ย. 61




บทที่ 11

เรื่องเล่าหรือเรื่องจริง





“ไม่ต้องห่วงอลิสา เพราะคนที่จะเสียหายคงไม่ได้มีแค่ฉัน”




คิ้วเกศรากระตุกเมื่อได้ยินคำพูดกำกวมของอีกฝ่าย




“หมายความว่ายังไงกันคะ”




“เรื่องแรก ไม่ต้องมาพยายามแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าฉันพูดเรื่องอะไร เพราะเธอรู้ดีอยู่แก่ใจ


เรื่องที่สอง คนที่ปล่อยข่าวว่าฉันไปเป็นคู่นอนหรือไปคบซ้อนใครก็ตาม… ก็คือเธอ”




เกิดเสียงซุบซิบขึ้นในทันที นาราพราวจงใจพูดเพื่อให้ได้ยินโดยทั่วกันมาตั้งแต่ต้นไม่ได้คิดจะปกปิดอะไรทั้งนั้น



ส่วนเกศรานั้นหันไปสบตากับบรรดาเพื่อนในกลุ่มซึ่งเป็นคนช่วยกันปล่อยข่าวลือนี้ทั้งหมด




“เรื่องที่สาม ถ้าเธออยากจะทำร้ายใครอย่าดีแต่เห่าไปวันๆ… มันต้องกัดให้ถึงตาย”




ชมพูอ้าปากช็อกค้างไปเสียแล้วเมื่อเจอนาราพราวในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวโกรธและต้องการเอาคืน




“เมื่อนานมาแล้ว เคยมีข่าวลือว่าฉันนอกใจหมอภูริตทำให้ถูกบอกเลิก... อย่างนั้นใช่มั้ยคุณเกศรา”




นาราพราวไม่ลืมหันไปถามคล้ายเป็นการแสดงให้คนอื่นเริ่มคลางแคลงใจว่าข่าวลือครั้งที่แล้วก็เป็นฝีมือของพยาบาลสาวอีกเช่นกัน



“ใช่ แล้วมันทำไม”




ใจเกศราเริ่มหวั่นวิตกเหมือนว่าไพ่ที่เหนือกว่าจะไม่ได้อยู่ในมือเธอเสียแล้ว




“แล้วถ้าหากฉันบอกว่า ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเพราะดันไปเจอ มือ ที่ สาม ที่ถ่ายรูปแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแฟนคนอื่นอยู่ล่ะ”




“...” เกศราเงียบกริบ




“นี่มันเรื่องอะไรกันเกศ”




“ใช่ ตอนนั้นเธอไม่ได้บอกพวกเราแบบนั้นนี่”




เมื่อโดนกลุ่มเพื่อนเซ้าซี้มากเข้าเกศราพลันเหงื่อตกไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร ตลอดมาเธอไม่เคยเห็นนาราพราวคิดจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดตอบโต้จึงนึกว่าอีกฝ่ายคงไม่ค่อยสู้คนเท่าไหร่




“เธอจะบอกพวกคุณได้ยังไงในเมื่อ... เธอนั่นแหละที่คบซ้อนแฟนฉัน”




เกิดเสียงซุบซิบดังระงมขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อเรื่องราวพลิกกลับ คนที่ควรจะถูกแฉกลับกลายเป็นคนเปิดประเด็นแฉคนอื่นเสียเอง




“อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะ หมอพราวมีหลักฐานรึเปล่าถึงได้กล่าวหาคนอื่นแบบนี้”




มาดพยาบาลสาวผู้อ่อนหวานเริ่มค่อยๆ ถูกฉีกกระชากออกทีละนิดเมื่อคนที่มีความผิดติดตัวเริ่มตะวาดชี้หน้าจนลืมควบคุมอารมณ์




“ทำไมจะไม่มี ลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณเป็นคนถ่ายรูปมาเยาะเย้ยในวันเกิดฉันปีที่แล้ว… และฉันจะแจกรูปนี้ลงไลน์กลุ่มที่ทำงานตอนนี้เลยก็ยังได้”




นาราพราวชูโทรศัพท์ขึ้นแสดงให้เห็นว่าเธอเอาจริง




“ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าคุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าฉันกำลังคบซ้อนใครอย่างที่คุณกล่าวหา”




“ฉัน ฉัน...”




“ไม่มีละสิ งั้นทุกคนก็เป็นพยานได้ว่าผู้หญิงคนนี้กุเรื่องขึ้นมา”




ทุกอย่างลงล็อกตามที่หญิงสาวคิดไว้ นาราพราวพูดเสร็จจึงหันไปสบตากับเกศราบ่งบอกว่าคราวนี้เธอเอาจริงมากแค่ไหน




ที่ผ่านมา หญิงสาวเลือกจะไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยเพราะมองว่ามันไม่ได้กระทบถึงตัวเธอมากมายอะไร และมันเป็นเรื่องไร้สาระเกินกว่าจะใส่ใจ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายกลับหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดคงต้องมีการโต้กลับกันบ้างเพื่อไม่ให้ได้ใจกันเกินไป




“เกศ ทำไมเธอไม่บอกไปล่ะว่ารู้เรื่องนี้มาจากหมอภูริตน่ะ”




เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ เกศรากระซิบบอกด้วยความที่ยังเชื่อในตัวเพื่อนสาวอยู่ แต่เสียงกระซิบนั้นกลับดังพอจะทำให้นาราพราวที่ยืนกดดันได้ยินเข้าพอดี




“หมอภูริตงั้นเหรอ...”




“ใช่ หมอเป็นคนบอกเพื่อนฉันเองว่าเห็นเธอเดินเข้าไปในโรงแรมกับเศรษฐีคราวพ่อ”




“แล้วเธอก็เชื่อ?”




นาราพราวไม่ได้มีอาการสะทกสะท้านใดๆ




“ลองคิดดูเล่นๆ นะคะถ้าหากฉันเป็นฝ่ายบอกเลิกเพราะจับได้ว่าเขาแอบคบคนอื่น แล้วเขาก็ทิ้งผู้หญิงคนนั้นมาตามง้อฉัน แต่ง้อไม่สำเร็จจึงกุเรื่องขึ้นให้ฉันเสื่อมเสียแล้วรวมหัวกับคู่ขาเก่า… เรื่องนี้มันพอจะเป็นไปได้มั้ยคะ”




ไม่ว่าเปล่า พราวยื่นโทรศัพท์ที่หน้าจอแสดงรูปของภูริตกับเกศรากำลังซบไหล่และกอดกันอย่างสนิทสนมในผับแห่งหนึ่งให้กับหนึ่งในเพื่อนของเกศราดู




“เฮ้ยแก ในรูปนี่ใช่เกศจริงๆ ด้วย”




“จริงเหรอ ไหนขอดูหน่อย”




“นี่เกศแอบคบกับหมอภูริตจริงเหรอ”




เสียงพูดคุยของเพื่อนในกลุ่มที่ค่อยๆ ส่งต่อรูปไปเรื่อยๆ ยิ่งทำให้เจ้าตัวซึ่งเป็นประเด็นยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความอายและโกรธจัด




“มันจะมากไปแล้วนะ!”




เกศราง้างมือขึ้นสูงหวังจะบันดาลโทสะใส่ผู้หญิงอวดดีที่กล้าทำลายภาพลักษณ์ที่เธอเพียรสะสมต่อหน้าคนในที่ทำงานมาทั้งหมด




“หยุดเดี๋ยวนี้ คุณเกศรา”




แต่แล้วใครคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์ที่เริ่มบานปลาย




มินตรา…




“ที่นี่คือโรงพยาบาลนะคะ”




เกศราชั่งใจค้างมือกลางอากาศอยู่เพียงเสี้ยววิก่อนตัดสินใจลดมือลงเพราะหากคิดจะต่อกรกับลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาล หน้าที่การงานของเธอคงจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป




“คุณเองเหรอที่เป็นคนปล่อยข่าว”




“เอ๊ะ ไม่ใช่นะคะ คือฉัน..”




“การกล่าวอ้างชื่อฉันเข้าไปด้วยนี่มันสนุกมากเลยหรือคะ”




“...”




ทุกสรรพสิ่งทั่วทั้งโรงอาหารพลันเงียบกริบจนแม้แต่เสียงแมลงวันบินผ่านก็คงจะได้ยิน



แม้แต่นาราพราวเองยังเลือกที่จะนิ่งเงียบไปกับเขาด้วย



“หมอมินตราคะ คือ… เกศคิดว่ามันต้องมีการสื่อสารที่ผิดพลาดแน่นอนค่ะ เกศไม่เคยคิดจะล่วงเกินคุณเลยนะคะ”



ใจพยาบาลสาวตกไปอยู่แทบเท้าเมื่อต้องเจอมาดนิ่งและสายตาคมกริบของมินตราส่งมาให้เป็นระยะๆ ก็ตอนที่เม้าคุยกันสนุกปากเธอก็ไม่ได้คิดจะโยงคนอื่นเข้ามาหรอก แต่ใครจะไปคิดว่าการพูดปากต่อปากจะมีคนใส่สีตีไข่เพิ่มกันล่ะ!



“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ค่อยเก็บเรื่องไร้สาระมาใส่ใจเท่าไหร่แต่ฉันคิดว่าเรื่องมันควรจบได้แล้ว ถ้าทุกคนยังเห็นว่าภาพลักษณ์โรงพยาบาลของเราสำคัญพอ..”



“ได้ค่ะ”



เกศราพยักหน้ารับคำ รีบกวักมือเรียกกลุ่มเพื่อนที่ยังนั่งนิ่งคล้ายงุนงงกับสถานการณ์ให้รีบตามออกไป



และแล้วทั้งหมดก็แยกย้ายและตัดจบเรื่องภายในเพียงไม่กี่นาทีประหนึ่งผึ้งแตกรัง เหมือนเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเหลือเพียงนาราพราว อลิสาและชมพูที่ยืนรอว่ามินตราจะพูดอะไรอีกก็เท่านั้น



“ขอบคุณที่มาช่วยนะ”



นาราพราวเอ่ยปากทำลายความเงียบก่อน ภายในใจก็รู้สึกอึดอัดแปลกๆ เพราะข่าวลือว่าเธอเป็น ‘มือที่สาม’ ยังคงวนเวียนไปมา ไม่รู้ว่ามินตราจะคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง



“ไม่เป็นไร ฉันแค่ผ่านมาและการทะเลาะกันแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นถ้ามีคนนอกมาเห็นเข้า ภาพลักษณ์โรงพยาบาลเราคงถูกมองในทางไม่ดีเท่าไหร่”



“ไม่ได้จะแก้ตัวนะ แต่ฉันทำเพื่อปกป้องตัวเอง”



“ก็ไม่ได้ว่าอะไร ผู้หญิงคนนั้นควรจะได้รับบทเรียนบ้าง”



แม้จะบอกว่าไม่ใส่ใจแต่นาราพราวคิดว่ามินตราก็คงพอใจไม่น้อยที่มาทันเห็นฉากเธอแก้เผ็ดยัยพยาบาลนิสัยเคลือบยาพิษนั่น



สุดท้ายเธอกับมินตราก็เหมือนกันไม่มีผิด…



นาราพราวยิ้มบางๆ อย่างนึกขำให้กับเพื่อนร่วมงาน




“งั้นฉันกลับวอร์ดก่อนนะ”




เมื่อทั้งสามคนเดินจากไป มินตรายังคงยืนนิ่งสงบอยู่ตรงนั้นไม่มีใครรู้ว่าภายในใจหญิงสาวนั้นคิดอะไร



นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตสั่นไหวระริกขณะมองภาพแผ่นหลังของนาราพราวค่อยๆ เดินจากไปก่อนล้วงหยิบโทรศัพท์โทรหาใครบางคน



“ว่าไงครับน้องมิน”



เสียงนุ่มทุ้มจากปลายสายยิ่งทำให้ใจของมินตราสั่นไหวยิ่งขึ้นอย่างยากจะควบคุม



มินตราเงียบไปอึดใจ ก่อนกลั้นใจเอ่ยปากออกไปในที่สุด



“สวัสดีค่ะพี่ภัทร เย็นนี้ว่างมั้ยคะ”



“ขอพี่ดูตารางงาน… ว่างครับ มีอะไรรึเปล่า”



นั่นสิ เธอมีเหตุผลอะไรที่โทรไปหาเขากัน…



นี่เป็นครั้งแรกที่มินตรารู้สึกว่าเธอทำอะไรบางอย่างโดยใช้อารมณ์ควบคุมมากกว่าใช้สมอง



ภาพนาราพราวและจักรภัทรยืนจับมือกันบนทางเดินวันนั้น และข่าวลือที่ไม่น่าเชื่อถือนั่นก็ด้วย



คนอย่างแพทย์หญิงมินตราไม่ควรจะเก็บมาใส่ใจด้วยซ้ำ




“มินอยากชวนไปทานอาหารเย็นด้วยกันค่ะ มีเรื่องจะคุยด้วย”





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #46 Maei_Ai (@natthamon2542) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 20:49
    รออยู่นะคะ
    #46
    0
  2. #44 NumNimJnim (@nnllbb) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 19:38
    รอทุกวัน
    #44
    0
  3. วันที่ 18 เมษายน 2561 / 17:51
    เย่ ช่วงนี้ไรท์อัพบ่อย ดีจังเลย
    #43
    1
    • #43-1 Harukahime (@gwendolenly) (จากตอนที่ 23)
      18 เมษายน 2561 / 17:53
      ไถ่บาปไม่ได้อัพนานค่า
      #43-1