หทัยใต้ปีก

ตอนที่ 13 : บทที่ 6 : ยินดีที่ได้รู้จัก(อีกครั้ง) (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 836
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 ม.ค. 61



บทที่ 6

ยินดีที่ได้รู้จัก(อีกครั้ง)




หลังจากพาชายหนุ่มไปถึงร้านกาแฟ พวกเธอก็ขอตัวกลับมาทำงานต่อทันที ระหว่างเดินกลับวอร์ดชมพูจ้องหน้านาราพราวอยู่นานสองนาน จนหญิงสาวทนถูกมองไม่ไหว



“หน้าพี่มีอะไรติดหรือไง มองอยู่นั่นแหละ”



“แปลกแฮะ…”



ชมพูรำพึงออกมาเหมือนเธอคุยตอบตัวเองมากกว่า



“มีอะไรแปลกเหรอ”



“ชมเป็นคนชอบสังเกต แล้วถ้าสิ่งที่ชมเห็นไม่พลาดไปแล้วล่ะก็…”



ชมพูลากเสียงยาว หัวคิ้วหญิงสาวรุ่นน้องขมวดยุ่งตีกันคล้ายกำลังรบกับความคิดตนเอง



“พูดออกมาเลย อย่าอมพะนำสิ” นาราพราวเร่งด้วยความอยากรู้



“ก็แปลกไงคะ” รุ่นน้องตอบ



“อะไรล่ะที่แปลก” พราวชักจะเริ่มหมดความอดทนเมื่อชมพูยังคงพูดวกไปวนมา



“วิธีการมองของคุณจักรภัทร ตอนมองหมอมินตรากับมองหมอพราวมันต่างกันค่ะ”



นาราพราวเลิกคิ้วเมื่อได้ฟังเรื่อง



“ต้องต่างสิ มองผู้หญิงที่เราสนใจกับมองผู้หญิงคนอื่นจะไปเหมือนกันได้ยังไง”



หญิงสาวพูดเสร็จก็แทบอยากกัดลิ้นตัวเอง น้ำเสียงตอนพูดเมื่อครู่คล้ายเธอกำลังไม่พอใจอยู่ไม่ใช่หรือยังไงแต่โชคดีที่คราวนี้ชมพูไม่ทันสังเกตเพราะมัวคิดเรื่องที่ค้างคาใจอยู่



“นั่นแหละค่ะที่แปลก เพราะสายตาที่เขามองหมอมินตราคือลักษณะการมองดูผู้หญิงทั่วไปไงคะ”



“แล้วถ้างั้นมันต่างจากมองพี่ตรงไหน”



บทสนทนาฆ่าเวลาการเดินกลับวอร์ดยังคงดำเนินต่อไป



“ก็มองพี่พราวแบบรู้สึกสนใจไงคะ”



นาราพราวหยุดเดินชะงักกึกทันทีที่ได้ยิน หันมองหน้ารุ่นน้อง



“เธอหมายความว่ายังไง”



“เขาแกล้งเมินพี่ มีแค่จุดวางสายตาตำแหน่งเดียวในบริเวณเคาท์เตอร์ที่เขาไม่ค่อยหันมามอง ตอนยืนรอหมอมินตรา คือตำแหน่งที่เราสองคนยืนอยู่ค่ะ”



ชมพูพูดวิเคราะห์เป็นฉากๆ นาราพราวได้ยินทีแรกก็เผลอใจเต้นเร็วจนหลุดการควบคุม ก่อนรีบตั้งสติกลับมา



“นั่นมันเรียกสนใจตรงไหน เขาเรียกเกลียดหรือรังเกียจต่างหาก”



“อืม... ไม่รู้สิคะ เซนส์ชมมันบอกแบบนั้น”



ชมพูยังนึกระแวงไม่เลิก จนพวกเธอเดินมาถึงหน้าประตูวอร์ด



“แค่เซนส์ใช้กับผู้ชายคนนั้นไม่ได้หรอกชมพู พี่ไปทำงานแล้วนะ มีปัญหาอะไรก็เรียกแล้วกัน”



นาราพราวโบกมือลารุ่นน้องแพทย์ฝึกหัดก่อนเดินจากไปไม่วายแอบแขวะแกล้งเบาๆ ชมพูมองตามหลังคนที่ตนนึกเคารพโบกมือตอบอีกฝ่าย พลางในใจที่เก็บซ่อนอีกเรื่องไว้ยังไม่ได้คิดจะบอกหญิงสาว



ว่านาราพราวก็มองจักรภัทรด้วยแววตาแบบเดียวกัน




จักรภัทรพามินตรามาทานอาหารมื้อเที่ยงในร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก มินตรานั่งเงียบในรถตลอดทางจนมาถึงร้านอาหารเพราะหญิงสาวไม่รู้จะควานหาเรื่องอะไรมาพูดคุยกับชายหนุ่มจนเธอดูเกร็งอย่างเห็นได้ชัด



“ปกติไม่เคยไปทานข้าวกับคนแปลกหน้าหรือครับ”



ผิดกับจักรภัทรที่ออกจะทำตัวสบายๆ อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่ออาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะเขาก็เริ่มชวนเธอคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศเสียจนทานอาหารไม่อร่อย



“ประมาณนั้นค่ะ ปกติก็กินข้าวในโรงพยาบาลกับเพื่อนที่ทำงาน”



“งานหนักน่าดูนะ”



“พอสมควรค่ะ” มินตรายังคงเลือกตอบอย่างไว้ตัว เลือกคำตอบให้กระชับ



“เห็นคุณลุงบอกว่าคุณเป็นนักเรียนหัวกะทิของรุ่น”



ระหว่างชวนพูดคุยเพื่อให้ช่องว่างของความอึดอัดค่อยๆ ร่นระยะลง ชายหนุ่มก็คีบซูชิให้หญิงสาว มินตราผงกหัวขอบคุณอย่างรู้สึกเกรงใจ



“คุณพ่อก็พูดเกินไปค่ะ ฉันแค่ขยันและมุ่งมั่นในแนวทางของตนเองมากกว่า ความจริงระดับท็อปในรุ่นก็มีหลายคนแต่ที่เด่นๆ เห็นจะเป็นผู้หญิงคนนั้น คุณพบเธอแล้วตอนกลางวันค่ะ”



มินตราเมื่อเริ่มผ่อนคลายกับบรรยากาศก็สามารถคุยตอบโต้กับเขาด้วยประโยคที่ยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ



“คุณนาราพราวเหรอครับ”



มินตรานึกแปลกใจที่เขาจำชื่อคนที่เพิ่งเคยพบเพียงครั้งเดียวได้อย่างแม่นยำ



“ใช่ค่ะ คนนั้นเรียกได้ว่าเป็นที่เอ็นดูของหัวหน้าแผนกมากทีเดียว”



“ฟังดูเหมือนคุณไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่”



ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ คลี่ยิ้มบางอย่างอบอุ่นเสมือนพี่ชายฟังน้องสาวคุยเรื่องชีวิตประจำวัน จนมินตราเผลอมองภาพตรงหน้าอยู่นานสองนาน



“ตอนกลางวันผมได้ยินคุณเรียกแทนตัวเองว่ามิน”



จักรภัทรเปลี่ยนเรื่องคุยบ้าง



“อ่อ อาจจะเผลอพูดมั้งคะ ถ้าไม่สะดวกใจก็ขอโทษด้วยจริงๆ”



“จะบอกว่าผมโอเคต่างหาก ยังไงครอบครัวเราก็สนิทกันมานาน งั้นเอางี้มินก็เรียกพี่ว่าพี่ภัทร เรียกคุณมันห่างเหินเกินไป”



จักรภัทรคลี่ยิ้มบางให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู แต่คนที่ได้รับรอยยิ้มนั้นกลับเผลอใจเต้นแรง อาจเพราะห่างเหินจากเรื่องแบบนี้มานานหรือไม่ก็เพราะเสน่ห์ผู้ชายตรงหน้าแผ่รังสีรุนแรงเกินกว่าเธอจะต้านทาน ยังไงก็แล้วแต่หญิงสาวเพียรพยายามรักษาอาการไม่ให้ขายหน้าก่อนยิ้มตอบกลับไป



“ได้ค่ะพี่ภัทร”





หลังเลิกงานเพราะวันนี้ไม่มีเข้าเวรนาราพราวก็รีบตรงดิ่งกลับหอเพื่อมานอนพักผ่อนทันทีพร้อมทั้งยังแวะซื้อข้าวแกงร้านข้างทางใกล้ๆ หอพักขึ้นไปกินด้วย เวลาตอนนี้ก็ประมาณสี่ทุ่มเห็นจะได้ หญิงสาวขึ้นลิฟต์จนมาถึงหน้าห้องกำลังจะไขกุญแจแต่เมื่อสังเกตเห็นเศษอะไรบางอย่างตกอยู่ที่พื้นเธอก็ชะงักไป



นาราพราวก้มลงดู เมื่อรู้ว่ามันคือเศษอะไร หญิงสาวก็ตัวแข็งทื่อไปในทันที



เนื่องจากเป็นคนค่อนข้างระมัดระวังตัว จึงมีการใช้ทริคเล็กๆ น้อยๆ ในการตรวจสอบว่าห้องของเธอปลอดภัยและไม่มีใครมายุ่มย่ามจึงได้แอบสอดไส้ชอล์กไว้ที่ขอบประตูไม่ให้ใครสังเกตเห็น



แต่แล้วตอนนี้ผงชอล์กหักครึ่งโดนบดละเอียดก็หล่นโปรยอยู่ที่พื้น…



โดยไม่ต้องให้คิดต่อ นาราพราวรีบกดโทรศัพท์โทรหาอลิสาทันทีก่อนรีบวิ่งกลับไปที่ลิฟต์แล้วกดลงชั้นหนึ่ง



“ว่าไงพราว” ปลายสายทััก



“เกิดเรื่องแล้ว มีคนแอบเข้าห้องฉัน”



นาราพราวพยายามควบคุมสติ แม้เสียงจะแอบสั่นด้วยความกลัว



“เห้ย จริงเหรอ” อลิสาเผลออุทานไม่สมเป็นหญิง



“ว่างมั้ย มารับฉันทีไม่กล้าเข้าห้องแล้วจริงๆ”



“ใจเย็นก่อนนะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ไปยืนรอที่เคาท์เตอร์หอนะ ตรงไหนก็ได้ที่มีคนพลุกพล่านอ่ะ”



“ได้ๆ” นาราพราวรับปาก ก่อนวางสายไป



ใจเธอยังเต้นรัวไม่หยุดด้วยความกลัวและกังวลใจ ผ่านไปไม่เกินสิบนาทีอลิสาก็ขับรถมาจอดที่หน้าหอ อลิสาพาเธอไปพักที่คอนโดซึ่งเป็นที่พักประจำของเพื่อนสาว



“ยังไงแกก็ต้องแจ้งตำรวจนะ ให้เขาไปค้นห้องให้ก่อนก็ได้ตรวจเช็คว่ามีอะไรหายไปบ้าง” อลิสาแนะนำ



“คิดเอาไว้แบบนั้นเหมือนกัน”


นาราพราวซึ่งยังตกใจกลัวกับเหตุการณ์ไม่หายตอบสีหน้าเคร่งเครียด เธอยังไม่ได้โทรบอกที่บ้านว่ามีคนพยายามงัดห้องกลัวว่าพวกท่านจะพาลเป็นกังวล ไหนๆ ตอนนี้เธอก็ปลอดภัยแล้วด้วย



“ยังไงช่วงนี้มาอยู่กับฉันก่อน รอให้ตำรวจกับพนักงานหอตรวจสอบเสร็จค่อยว่ากันอีกที”



“ขอบใจมากนะอลิสา”



“เพื่อนกันน่า ไม่ต้องคิดมาก” อลิสาบอกปัด ยิ้มแย้มให้



โดยทั้งคู่ไม่ทันได้สังเกต มีรถยนต์ติดฟิล์มดำสนิทคันหนึ่งขับทิ้งระยะห่างจากทั้งคู่ไม่ไกลนัก เขาขับตามจนกระทั่งรถของอลิสาเลี้ยวเข้าไปในคอนโดจึงหยุดจอดเทียบฟุตบาท



แล้วกดโทรศัพท์โทรออกทันที



“ว่าไง” ปลายสายรับ



“นายรองครับ เหมือนเธอจะโดนงัดห้อง ตอนนี้ย้ายมาอยู่คอนโดกัับเพื่อนครับ”



ลูกน้องรายงานสถานการณ์ ปลายสายเงียบไปอึดใจใช้ความคิดก่อนออกคำสั่ง



“ให้คนไปสืบว่าคนร้ายเป็นใครแล้วมารายงานฉัน”



“รับทราบครับ”




*****************

เรื่องดำเนินมาถึงบทที่6 แล้วววว กว่าพระนางจะได้เจอกันปูเรื่องมาเยอะจริงๆ T^T

หวังว่านักอ่านจะชอบนะคะ ถ้าชอบก็อย่าลืมกดติดตามกันน้า

อย่าลืมเม้น+โหวต เป็นกำลังใจสำคัญที่นักเขียนตัวน้อยๆ คนนี้อยากได้มากเลยค่ะ 555

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเวียนมาอ่าน และคนที่ติดตามเรื่องนี้ด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:21
    สนุกมากเลยค่า รอติดตามนะคะ ❤
    #7
    0
  2. #6 พอยธนา (@pramotdplo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:11
    โอ้ยยขัดใจ ขออีก2 บรรทัด
    #6
    0
  3. #5 บีม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 05:11
    หลงเข้ามาคร้าาาา เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก
    #5
    0
  4. #4 กระต่ายจอมซน^^ (@bow-01) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 00:22
    ตามต่อจ้าาาาาา
    #4
    0
  5. #3 mugglemousee (@mousezaap18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:20
    ชอบค่าา
    #3
    0