หทัยใต้ปีก

ตอนที่ 12 : บทที่ 6 : ยินดีที่ได้รู้จัก(อีกครั้ง) (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 ม.ค. 61



บทที่ 6

ยินดีที่ได้รู้จัก(อีกครั้ง)





นาราพราวยังเก็บเรื่องวันเปิดงานมาคิดไม่ตก มันคือเหตุผลที่ทำให้เธอเผลอสมาธิหลุดในช่วงทำงานจนโดนรุ่นพี่เรียกไปตำหนิ ส่งผลให้อารมณ์ช่วงนี้ของหญิงสาวไม่ค่อยมั่นคงเท่าใดนัก



“ยัยพราว ได้ยินที่ฉันพูดรึเปล่า”



“ว่าไงนะ” เธอเลือกที่จะขานรับเพื่อนเสียงเอื่อย



มือก็คนข้าวในจานไปมาไม่ยอมตักเข้าปากเสียที อลิสาดูการกระทำของเพื่อนได้แต่มองด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจอย่างจนปัญญาจะหาทางช่วยในเมื่อเพื่อนเธอมีอาการแบบนี้มาสามวันติดแล้ว



“แกเป็นอะไรกันแน่ มีอะไรก็พูดกับฉันตรงๆ ได้นะ”



อลิสาลองหย่อนหินถามทางอีกครั้ง แต่ก็ได้รับคำตอบเดิมกลับมา



“ฉันปกติดี”



อลิสากรอกตามองบนทันที ปกติกับผีนะสิ



“อาการเหม่อลอยถอนหายใจบ่อยแบบนี้ ดูยังไงก็เหมือนคนอกหักชัดๆ มีผู้ชายที่ไหนมาทำให้เพื่อนที่ใจแกร่งดังหินผาของฉันหวั่นไหวได้ขนาดนี้เนี่ย”



ช้อนที่กำลังคนข้าวหยุดกึกเพราะเหมือนถูกเอาค้อนตีตรงกลางใจ



เธอแค่นอนไม่พอเลยเป็นแบบนี้ ไม่ใช่อกหักซักหน่อย...



นั่นคือสิ่งที่นาราพราวพยายามหลอกตัวเองมาสามวัน



อลิสาเลิกคิ้วเมื่อเป็นปฏิกิริยาตอบรับของเพื่อนที่ส่อแววมีพิรุธสุดๆ



“แบบนี้นี่เอง ฉันเข้าใจแกแล้วพราว”



“เรื่องมันผ่านไปแล้ว ช่างมันเถอะ” พราวตัดบทฉับลุกขึ้นเพื่อเอาจานไปเก็บ



“เดี๋ยวสิ แกจะไม่บอกหน่อยเหรอว่าเขาเป็นใคร ทำงานในโรงพยาบาลนี้รึเปล่า”



หญิงสาวเงียบไปชั่งใจว่าจะเล่าให้เพื่อนฟังดีหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเลี่ยงตอบ



“ฉันก็ไม่รู้จัก เป็นคนแปลกหน้า”



“ล้อเล่นน่า”



อลิสาร้องเสียงหลงไม่คิดเชื่อเด็ดขาด แต่นาราพราวก็ไม่อยู่ให้เธอซักไซร้เสียแล้ว




นาราพราวเดินกลับมาที่วอร์ดศัลยกรรมเห็นคนยืนรวมกันตรงแถวเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก็นึกแปลกใจ



“ขอโทษนะคะ มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า”



เธอหันไปถามพยาบาลที่เดินผ่านมาพอดี



“อ่อ มีคนมารอพบหมอมินตราค่ะ หน้าตาดีมากๆ” พยาบาลสาวกล่าวยิ้มกว้าง



นาราพราวเลิกคิ้วสูงอย่างนึกสนใจว่าเดี๋๋ยวนี้มินตรามีแฟนแล้วงั้นหรือ เธอค่อยๆ เดินตรงไปที่กลุ่มคนเพื่อจะได้เห็นว่าผู้ชายที่มารอมินตราจะหน้าตาเป็นอย่างไร



พลันรอยยิ้มประดับมุมปากก็หุบลงทันที



จักรภัทรวันนี้สวมชุดสูทสีดำเข้มผูกเนกไทสีแดงกำมะหยี่เซ็ทผมอย่างดี มาดนักธุรกิจส่องประสายผสมกับใบหน้าหล่อคมทำให้คนในแผนกต่างก็ให้ความสนใจจนต้องแอบเดินผ่านบริเวณนี้เพื่อมองหน้าชายหนุ่มหลายครั้ง



ผิดกับนาราพราวที่ยืนแข็งเป็นหิน ภายในใจเต้นรัวอย่างยากจะควบคุม



“อ้าว พี่หมอพราว”



แพทย์ฝึกหัดหญิงเห็นเธอเข้าจึงหันมาทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม



“มาแอบดูเขาเหมือนกันใช่มั้ยคะ ตอนชมได้ยินว่ามีหนุ่มหล่อมาที่แผนกก็รีบวิ่งมาเลยค่ะ”



ชมพูแอบกระซิบกระซาบกับเธอพยักเพยิดหน้าไปทางจักรภัทร



“ชมได้ยินมาว่าเขาเป็นเจ้าของโรงแรมที่เปิดใหม่ข้างโรงพยาบาลของเราด้วยค่ะ”



ชมพูยังคงเล่าข้อมูลที่เธอได้ยินมาอย่างต่อเนื่องออกรสออกชาติ สายตามองชายหนุ่มในชุดสูทตาเป็นประกาย



“พี่พอรู้มาบ้างแล้วล่ะ” หญิงสาวตอบกลับเบาๆ สีหน้ายังคงเรียบนิ่ง



“อ่อ วันนั้นพี่พราวไปงานมาด้วยนี่นาถึงว่าดูไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ ผิดกับคนในแผนกหวีดกันใหญ่เลยค่ะ”         


ชมพูหัวเราะเบาๆ แต่ก็ต้องเปลี่ยนไปยิ้มแหยแทนเมื่อคนข้างตัวไม่ยักหัวเราะสนุกสนานไปกับเธอ



“พี่พราว เป็นไข้หรือคะทำไมดูหน้าซีดๆ” รุ่นน้องถามด้วยความเป็นห่วง



จักรภัทรได้ยินจึงหันไปตามเสียงพูดนั้น เห็นนาราพราวยืนอยู่ไม่ไกลมองตรงมาที่เขาสีหน้าเรียบนิ่ง ทั้งสองสบตากันไม่มีใครพูดอะไร ก่อนจักรภัทรจะปรายตามองไปทางอื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



ชมพูที่เห็นเหตุการณ์มองสลับไปมาระหว่างคนสองคนอย่างนึกสงสัย



ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามรุ่นพี่ตัวเอง มินตราก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัดเสียก่อน



มินตราแสดงสีหน้าแปลกใจที่เห็นจักรภัทรอยู่ในโรงพยาบาล แล้วเขาก็มองตรงมาที่หญิงสาวเช่นกัน ก่อนชายหนุ่มจะเดินเข้ามาหาเธอ



“ลมอะไรหอบมาคะ มีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า”



“ผมจะมาชวนไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน” เขาตอบรวบรัดกระชับคำแต่ตรงประเด็นที่สุด เหล่าคนที่แอบฟังทั้งหลายหูผึ่งตาเบิกโตกันถ้วนหน้า



เจ้าของโรงแรมจีบลูกสาวผู้อำนวยการ



ถึงขั้นมายืนรอก่อน และชวนไปทานข้าวด้วยกัน



ข่าวนี้จะต้องแพร่กระจายอย่างรวดเร็วที่สุด!



มินตรามีสีหน้าตกใจไม่ต่างจากทุกคนเท่าไหร่ แต่หญิงสาวก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนยื่นตัวเข้าไปกระซิบถามชายหนุ่ม



“คุณพ่อบอกให้คุณ เอ่อ พี่ภัทรทำแบบนี้รึเปล่าคะ”



“หัวไวดีนี่ อย่างที่เธอพูดนั่นแหละ” เขายิ้มตอบเธอ



มินตราได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจ



ว่าแล้วเชียว… ผู้ชายคนนี้ในสายตาเธอไม่ใช่คนที่จะยอมมายืนรอใครแน่นอน



“แต่ไม่ต้องห่วง พี่เต็มใจพาเธอไปกินข้าวแน่นอน” จักรภัทรรีบพูดเมื่อเห็นสายตาที่ทอดส่งมาของหญิงสาว



“งั้นช่วยรอมินแปปนะคะ ขอเวลาเปลี่ยนชุดก่อนเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดมาสภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เธอกางแขนให้เห็นชุดคลุมผ่าตัดสีเขียวที่สวมอยู่



จักรภัทรพยักหน้ารับ “เดี๋ยวพี่ยืนรอ”



“เกรงใจจริงๆ ค่ะที่ต้องให้มารอนานขนาดนี้ เดี๋ยวมินตราให้คนพาไปนั่งรอที่ร้านกาแฟในชั้นนีี้ก็ได้ค่ะ น้องชมพูช่วยพาเขาไปที่ร้านกาแฟได้มั้ยจ๊ะ”



มินตราหันไปถามรุ่นน้องที่ยืนไม่ไกล ชมพูเมื่อถูกเรียกก็สะดุ้งสุดตัว หันซ้ายหันขวาหาคนช่วย



“พี่หมอพราวไปเป็นเพื่อนชมทีค่ะ ชมกลัวสู้หน้าพี่ผู้ชายคนนั้นไม่ไหว” ชมพูรีบหาที่พึ่งคว้าตัวคนข้างกายทันที



“พี่เหรอ” นาราพราวชี้ตัวเองตาเบิกโพลงสติกลับมาทันที “ไม่ดีกว่า คือพี่...”



ทั้งสองยื้อกันอยู่ซักพักรุ่นน้องก็ลากตัวหญิงสาวข้างกายให้เดินตามมาด้วยจนได้



“ชมขอพาพี่พราวไปด้วยนะคะ” เธอหันไปบอกมินตรา



“ได้สิ พี่จักรภัทรคะ นี่น้องชมพูแพทย์อินเทิร์นที่แผนกค่ะ ส่วนนั่นเพื่อนรุ่นเดียวกับฉันชื่อนาราพราวค่ะ”



“สวัสดีค่ะ” ชมพูรีบไหว้จักรภัทรทันที



“สวัสดีครับ” เขายิ้มตอบให้อย่างมีมารยาท ก่อนหันไปมองอีกคนที่ยังยืนนิ่งอยู่



นาราพราวเม้มริมฝีปาก จนปัญหาที่จะคิดเดินหนีในตอนนี้ก่อนตัดสินใจไหว้คนตรงหน้า



“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”



“เช่นกันครับ”



เขาตอบกลับอย่างมีมารยาทเช่นกัน คำพูดซึ่งฟังดูเว้นระยะห่างเหมือนคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยพบกันครั้งแรก ยิ่งฟังนาราพราวก็ยิ่งปวดใจแต่เธอก็ไม่สามารถแสดงอาการออกไปได้



“งั้นพี่ฝากชมด้วยนะ เดี๋ยวมินรีบไปหาที่ร้านนะคะ”



ว่าเสร็จมินตราก็เดินแยกตัวไปอีกทาง ปล่อยให้ทั้งสามคนยืนอยู่ตรงนั้นบรรยาการมาคุอึมครึมเริ่มก่อตัวชวนให้รุ่นน้องอย่างชมพูรู้สึกเสียวสันหลังวาบ



“เอ่อ คือ งั้นคุณจักรภัทรตามมาทางนี้เลยค่ะ”



ชมพูผายมือแล้วเดินนำไปทันที จักรภัทรที่กำลังจะเดินตามเห็นว่าหญิงสาวอีกคนยังยืนอยู่ที่เดิมจึงหันไปทัก



“คุณนาราพราวไม่ตามไปด้วยเหรอครับ รุ่นน้องคงเสียใจแย่”



นัยน์ตานาราพราวสั่นระริกกับคำพูดที่ห่างเหินและไว้ตัวนั้น สงสัยเขาจะลืมเธอไปแล้วจริงๆ แต่ก็นะ พบกันเพียงข้ามคืนเวลาผ่านมาเป็นปีแล้วจะลืมก็คงไม่แปลกอะไร



“เชิญตามมาทางนี้ค่ะ”



เธอผายมือและเดินผ่านเขาไปอย่างรวดเร็วเพื่อเร่งฝีเท้าให้ทันชมพู



คล้อยหลังหญิงสาวไป จักรภัทรมองตามร่างบางที่เขาไม่ได้พบมาแสนนานสีหน้าเธององ้ำคล้ายแมวที่พร้อมข่วนทุกสิ่ง เหมือนวันแรกที่เขาพบเธอในคลับไม่มีผิด



จักรภัทรเผลอคลี่ริมฝีปากยิ้มบางเบาก่อนรอยยิ้มนั้นจะหายไปอย่างรวดเร็วไม่ทันให้สังเกตเห็น แล้วเดินตามทั้งคู่ไป




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

47 ความคิดเห็น