[Fic Gintama] Fine Collection: Circus

ตอนที่ 2 : If you die, I'll kill you (HijiGin)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    1 เม.ย. 62




If you die, I'll kill you

Hijikata x Gintoki

Credit: BlueFlameBird via. www.archiveofourown.org

*ตัวละครหลักตาย | มีภาพบรรยายที่รุนแรง*

 

 




กินโทกิเจ็บหนักปางตายจนเริ่มที่จะหวนนึกถึงช่วงชีวิตตัวเอง หากว่ามีบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกไป เขาก็ยินดีที่จะตายถ้ามาสามารถปกป้องคนของเขาได้ แต่ฮิจิคาตะกลับไม่คิดแบบนั้น

 



__________________

 



 

            การหายใจเข้าออกของเขาทำได้อย่างยากลำบากในกางเกงรัดรูปนั่น เพราะมันเล่นเอากระทบไปถึงแผลฉกรรจ์ด้านใน

 

 

            เลือด

 

 

            ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวถูกย้อมไปด้วยสีเลือด แต่ก็ไม่ใช่ของเขาเพียงคนเดียว มันมาจากร่างกายของอีกหลายๆ คนรอบตัวเขา

 

            เหมือนเหตุการณ์ในอดีตกลับมาฉายซ้ำอีกครั้งในชีวิตเขา แล้วเขาควรจะทำอย่างไรกับมันดี?

 

            เขาควรจะลองใช้ดาบปกป้องสิ่งที่อยากปกป้อง.. และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น

 

            อย่างน้อยคางุระกับชินปาจิก็ปลอดภัยแน่ๆ ฉันมั่นใจว่าเจ้าโอคิตะกับฮิจิคาตะนั่นปกป้องเจ้าพวกนั้นแทนฉันได้แน่

 

            แม้ว่าเลือดทั้งหมดนั่นจะไม่ใช่เลือดของเขา แต่เลือดของเขาก็ไหลนองทั่วพื้นที่เขานอนอยู่ มือที่ว่างอยู่พยายามจะห้ามเลือด เขารู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ได้แต่หัวเราะให้กับความขมขื่นของมันพร้อมกับเลือดกองใหม่

 

            ดูก็รู้ เขาตายแน่

 

            ขยับตัวไม่ไหวแล้ว เขาเสียเลือดมากเกินไป ร่างกายรู้สึกหนักอึ้งเหมือนแบกน้ำหนักเป็นตันจนขยับไม่ได้ แย่ละ เขาเกือบจะไม่หายใจแล้ว ทางเดียวตอนนี้มีแค่นอนลงไปนิ่งๆ จ้องมองก้อนเมฆที่ลอยอยู่ แล้วรอความตายอย่างช้าๆ

 

            ใกล้ที่จะแห้งตายแล้วสินะ

 

            คิดย้อนไปในอดีต กินโทกิก็นึกได้แค่อย่างเดียวที่เขาเสียใจ เขาปกป้องคนที่สำคัญและพรรคพวกที่สำคัญไว้ไม่ได้ เขาพยายามจะปกป้องเอาไว้พร้อมๆ กัน แต่กลับต้องสูญเสียไปทั้งสองอย่าง

 

            เหอะ กอดคุณไม่ได้  ทั้งที่ฉันถือดาบอยู่ในมือ แต่กลับปกป้องคุณด้วยดาบนี่ไม่ได้ ให้ฉันกอดหน่อยไม่ได้เลยหรอ..อาจารย์?

 

            ในที่สุดแล้วเขาสามารถพูดได้ว่าเขาตายแล้ว ช่วยปกป้องสิ่งสำคัญของเขาด้วย

 

            เขานึกถึงเจ้าเด็กพวกนั้น แน่นอนว่าเจ้าพวกนั้นคงจะใจสลายตอนรู้ข่าว ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเจ้าพวกนั้นก็ยังมีใครอีกหลายคนพร้อมจะปกป้องอยู่แล้ว

 

            ซึระก็ด้วย อ่า..หมอนั่นคงเจ็บปวดไม่น้อยถ้ารู้ว่าเสียเพื่อนอีกคนไป แต่ซึระก็จะปกป้องเจ้าเด็กพวกนั้นด้วยเกียรติของกินโทกิ

 

            ถ้ามัววางแผนเอาไว้มากมายก่อนจะตาย แล้วทำไมไม่ทำมันซะตั้งแต่มีชีวิตอยู่จนถึงช่วงวาระสุดท้ายล่ะ?

 

            หือ คำเหล่านั้นย้อนกลับมาหาเขาซะเองแล้วใช่มั้ยนะ?

 

            แล้วกอริลล่าล่ะ?  ก็คงจะสบายดีมั้ง เจ้านั่นมีโอคิตะกับโทชิอยู่นี่

 

            โทชิ...

 

            กินโทกิพยายามนึกไปถึงตอนที่ไอ้เจ้านั่นได้ข่าวว่าเขาตาย ที่แน่ๆ โอคิตะคงจะเสียใจพอควรที่เสียลูกพี่ซาติสต์คนนี้ไป แต่..ฮิจิคาตะล่ะ จะรู้สึกยังไงนะ?

 

            พวกเขามักจะทะเลาะกันเสมอที่เจอกัน  ฮิจิคาตะรู้ว่าต้องทำยังไงและควรพูดอะไรออกมาเมื่อเห็นกองเลือดไหลนองออกมาจากกินโทกิ และกินโทกิเองก็พอรู้วิธียั๊วะหัวรองหัวหน้าปีศาจให้ของขึ้นได้ง่ายๆ เหมือนกัน   แต่หมอนั่นจะรู้สึกยังไงถ้าเขาตายนะ?  จะเศร้ามั้ย?  ร้องไห้เหมือนตอนเสียมิตสึบะหรือเปล่า?  หรือจะแค่โมโหที่เสียใครไป?  แล้วเราสนิทกันขนาดนั้นเลยหรอ?

 

            กินโทกิรู้สึกเจ็บขึ้นมาหน่อยๆ แต่ไม่ใช่ร่างกายที่เจ็บหรอกนะ  เพราะเขารู้ตัวดีในตอนนี้ มันเป็นความเจ็บปวดของจิตใจต่างหาก

 

            พวกนั้นเชื่อใจกันและรู้ความสามารถกันเองอยู่แล้ว พวกนั้นมีความคิดคล้ายๆ กัน แถมยังทะเลาะกันตลอด คงจะสนิทกันล่ะมั้ง

 

            สนิทพอที่ฮิจิคาตะคงพอรู้ว่ากินโทกิต้องการให้ทำอะไร

 

            กินโทกิยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยล้า

 

            พวกเขาอาจจะไม่สนิทกันขนาดที่กินโทกิคิดไว้ แต่อย่างน้อยที่สุด..

 

            ไม่หรอกหน่า ฉันจะไม่สารภาพอะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันตายไปเหอะ

 

            เขาก็ยอมรับมัน นั่นถือเป็นวิถีแห่งซามูไรล่ะนะ

 

            รอยยิ้มสุดท้ายสำหรับโลกใบนี้ ก่อนจะปิดตาลง

 

            รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครเรียกอยู่เลย นี่กำลังฝันไปหรือเปล่านะ?

 

            เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เขาเริ่มมองหาที่มาของเสียงนั่น มันเป็นภาพหลอนหรือเปล่านะ? มันเหมือนกับเสียงของ-

 


            “เฮ้ย! ไอ้สารพัดรับจ้าง! แกคิดว่าแกกำลังทำบ้าอะไรอยู่ห้ะ!?

           


            อ่า ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ

 

            กินโทกิส่งยิ้มฝืนๆ ให้ฮิจิคาตะ เมื่อมองไปยังพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดและแผลถูกแทงอย่างฉกรรจ์บนตัวแล้วก็ยิ่งเป็นหลักฐานยืนยันสภาพได้ดี

 


            “คิดถึงฉันขึ้นมาหรือไงฮิจิคาตะคุง?”

 


            เขาถามติดตลกอย่างอ่อนแรง รองหัวหน้าปีศาจได้แต่ถลึงตาใส่อย่างโมโห

 


            “อย่ามาพูดโง่ๆ หน่า แกเสียเลือดมากไปแล้ว  ซากิ! แกจะเรียกหน่วยพยาบาลมาหรือจะให้ฉันเอาดาบตัดไส้แกทิ้ง?!

 


            แบตมินตันแมนร้องเสียงแหลมราวกับเจอฆาตกร ก่อนจะรีบตะโกนออกคำสั่งขึ้นมา

 


            “รีบขยับตูดไปได้แล้ว! ไอ้พวกขี้เกียจ!

 


            กินโทกิรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันทีที่ฮิจิคาตะกดลงที่แผล ก่อนจะหันมองอีกคนถอดแจ็คเก็ตที่ใส่อยู่มาห้ามเลือดแผลของเขา

 


            “บัดซบ แกก็แค่ออกไปบ้าบิ่นตามประสาแกไม่ใช่รึไง? ไอ้โง่เอ้ย ถ้าแกตายไปไอ้เด็กพวกนั้นก็ตามมาฆ่าพวกฉันสิวะ”

 


            กินโทกิขำพร้อมไอเล็กน้อย ก่อนที่จะได้รับเสียงโหดๆ จากโทชิ แต่กินโทกิกลับส่งยิ้มเยาะเย้ยคืนไป

 


            “ถ้าฉันไม่รู้ ฉันคงคิดว่าแกเป็นห่วงฉันนะเนี่ย โทชิคุง”

 


            ฮิจิคาตะเยาะเย้ยกลับด้วยสายตา

 


            “ไม่มีวัน”

 


            กินโทกิเหยียดยิ้ม ยกมือสั่นๆ เกลี่ยแก้มของอีกฝ่าย

 


            “ทำเป็นซึนอีก แกหลอกฉันไม่ได้หรอก ใช่แล้วเพราะแกหลงเสน่ห์ของคุณกินน่ะสินะ..  คือฉันน่ะ ก็แค่อยากแน่ใจว่าแกจะไปบอกคนอื่น.. ลาก่อน”

 


            มือของกินโทกิค่อยๆ เลื่อนหล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วง ดวงตาสีแดงค่อยๆ ปิดลง  ฮิจิคาตะรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว  ยามาซากิมันไปเรียกหน่วยพยาบาลที่ไหนวะ!??

 


            “เฮ้ย! ไอ้สารพัดรับจ้าง! แกอย่ามาแกล้งตายสิวะ!! แกได้ยินฉันมั้ย?? ฉันจะฆ่าแกถ้าแกแกล้งตาย! ถ้าแกตายฉันจะฆ่าแก!!

            “คุณฮิจิคาตะครับ!

 


            ซากิตะโกนขึ้นพร้อมกับคนที่ท่าทางน่าจะเป็นหมอเดินเข้ามา แต่ฮิจิคาตะในตอนนี้กำลังอยู่ในโหมดแพนิค เขาจับกินโทกิไว้แน่นราวกับว่าเป็นเชือกช่วยชีวิต ได้แต่หวังและภาวนาให้อีกคนลืมตาขึ้นมาและหัวเราะให้กับเขา แล้วเฉลยว่าเป็นแค่มุกตลกโง่ๆ

 

            ฮิจิคาตะรู้สึกถึงแรงดึงที่แขนแต่เขากลับสะบัดมันออกไป รู้สึกเหมือนตัวเองถูกดึงออกไปจากซามูไรผมเงินที่ไม่มีทางตื่นขึ้นมาอีก

 


            “กินโทกิ!! กินโทกิ!!!!!!!

 


            สติของกินโทกิทยอยกลับมาช้าๆ สิ่งแรกที่ปลุกเขาให้ตื่นคือกลิ่นยาฉุนๆ ของโรงพยาบาล หลังจากเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาได้ก็เริ่มแน่ใจ

 

            ขยิบตาปรับโฟกัสเล็กน้อยเมื่อตาสู้กับแสงสว่าง ให้ตายสิ ทำไมโรงบาลไม่ทำไฟให้มันหรี่ๆ ลงหน่อยวะ? ตาจะบอดแล้วเนี่ย เวรจริง!

 


            “คุณกิน!

            “กินจัง!

 


            กินโทกิถูกจู่โจมทันทีโดยแว่นร่วมกับเด็กหญิงชาวยาโตะ เขายิ้มออกมาบางๆ

 


            “นี่ๆ ระวังกันหน่อย คุณกินเพิ่งฟื้นนะ ฉันไม่อยากจะน็อคไปอีกรอบนะเว้ย”

            “อย่ามาขี้กังวลเหมือนคุณแม่หน่าอากินจัง”


 

            คางุระแย้งทั้งน้ำตาคลอเบ้า ส่วนทางชินปาจิเองก็สภาพดูแทบไม่ได้

 


            “เราคิดว่าคุณจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว”

            “ฉันก็ตื่นแล้วนี่ไง แถมยังเจ็บตัวด้วย เกิดอะไรขึ้นบ้างเนี่ย?”

 


            ชินปาจิขยับออกไปนิดนึงพอให้เห็นฮิจิคาตะที่นอนอยู่ข้างๆ เหมือนกับว่าเขานอนอยู่อย่างนี้มาหลายวันพอควร

 


            “เขาเจอคุณในที่เกิดเหตุน่ะครับ แถมยังไม่ยอมไปไหนเลยตั้งแต่คุณนอนมาสองสัปดาห์”

            “มาโยร่านี่ห่วงลื้อมากกว่าพวกอั๊วอีกน่อ”

 


            กินโทกิจ้องมองด้วยความสงสัย ไอ้หมอนี่เป็นห่วงเขาขนาดนั้นเลยหรอ?

 


            “อ่า ลูกพี่ฟื้นแล้วสินะครับ”

 


            กินโทกิละสายตาเปลี่ยนไปมองโซโกะที่เข้ามาใหม่พร้อมรอยยิ้มไร้ซึ่งอารมณ์

 


            “แย่จัง ผมอุตส่าห์คิดว่าคุณฮิจิคาตะจะเพลีย จนฆ่าได้ง่ายๆ ก็เอาตำแหน่งมาได้แล้วแท้ๆ”

            “นั่นมันคำทักทายแบบไหนวะเนี่ย”

 


            กินโทกิทำหน้าตาบูดบึ้งพึมพำออกมา

 


            “ผมจะไปรายงานคุณคอนโด  พวกนายเองก็ควรมากับฉันแล้วไปเรียกหมอมาซะ ฉันว่าลูกพี่ต้องการการพักผ่อนแล้ว”

            “แต่-“

            “คุณโซโกะพูดถูกนะครับ มาเถอะครับคางุระจัง”

            “ก็ได้ แต่ลื้อต้องตื่นตอนที่พวกอั๊วกลับมาน่ออากินจัง”

 


            เด็กสาวยาโตะพูดทิ้งไว้กับกินโทกิก่อนจะเดินตามโซโกะออกไป

 


            “คางุระจัง เขาน่ะบาดเจ็บสาหัสมากเลยนะครับ..”

 


            ชินปาจิเอ่ยขึ้นมาหลังประตู  กินโทกิถอนหายใจด้วยความเหนื่อยก่อนจะหันไปทางฮิจิคาตะ

 


            “สองอาทิตย์เลยหรอ?”

            “แกเสียเลือดเกือบจะสองลิตร ทั้งยังมีแผลโดนแทงจนต้องเย็บไม่รู้อีกกี่แผล”

 


            ฮิจิคาตะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาจ้องมองไปที่กินโทกิด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก

 


            “อ่า ฟังดูน่ารำคาญดีแหะ”

 


            กินโทกิโพล่งขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศแสนเงียบนี่ เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองพลาดแล้ว ฮิจิคาตะขี้โมโหจะตาย

 


            “น่ารำคาญ? น่ารำคาญหรอ?! แกเกือบจะลงโลงไปแล้วกินโทกิ! แกลองคิดดูสิถ้าฉันไม่ไปเจอแกก่อนจะเป็นยังไง! แกเสียเลือดมากจนต้องถ่ายเลือดให้! แกมัน- แม่งเอ้ย!!

 


            เขาหันหน้าหนีไปเพื่อจะสูบบุหรี่ ดูก็รู้ว่าทำไม่ลงในสถานการณ์แบบนี้ ได้แต่ก่นด่าและจ้องมองกำแพงไป

 


            “ใครให้เลือดฉัน?”

 


            กินโทกิถาม อีกฝ่ายจึงถกแขนเสื้อให้เห็นผ้าปิดแผลที่ต้นแขน

 


            “อือ”

   

        

            เพียงแค่นั้นกินโทกิก็เข้าใจทุกอย่าง ไม่มีบทสนทนาต่อจากนั้น สายตามีแต่จะเหม่อลอยไปที่เพดาน

 

            แล้วความอึดอัดจากบรรยากาศเงียบเป็นเป่าสากก็หายไปเมื่อกินโทกิเปิดปากพูดอีกครั้ง

 


            “ฮิจิคาาาาาตะะะะะะคุงงงงงงงงงง~~~

            “แกบอกฉันได้มั้ยว่าแกคิดบ้าอะไรอยู่”

 


            อ่า มันอีกมาละ

 

            กินโทกิไม่ตอบคำถามนั่นเอาแต่เหม่อมองเพดาน แน่นอนว่าโทชิคงรู้คำตอบในหัวแล้ว

 


            “แกพยายามจะปกป้องทุกคนไม่ใช่หรือไง? แกไม่เชื่อใจพวกฉัน?  แกเกือบจะลาโลกนี้ไปแล้ว ไอ้โง่! ไม่คิดหรอว่าพวกฉันจะเสียใจขนาดไหนน่ะห้ะ!?”

            “แกเองก็เสียใจใช่มั้ยล่ะ โทชิ?”

 


            ฮิจิคาตะมองมาที่เขาพักหนึ่งก่อนจะเบนหน้าหนีแล้วบ่นพึมพำออกมา

 


            “ห้ะ? อะไรนะ? ฉันไม่ค่อยได้ยินเลย ฉันเจ็บอยู่น้า เสียงดังกว่านี้หน่อยดิ”

            “แกไม่ได้เจ็บที่หู!!

 


            ฮิจิคาตะตะโกนโต้กลับก่อนจะสงบสติอารมณ์เพื่อพูดใหม่

 


            “ฉันพูดว่า...”

 


            แล้วเขาก็เริ่มบ่นอีกครั้งด้วยใบหน้าแดงๆ เขินๆ  ใครจะไปรู้ว่ารองหัวหน้าปีศาจจะมาเขินในเวลาแบบนี้

 


            “ห้ะ? ฟังไม่รู้เรื่องเลย”

 


            กินโทกิแนบมือข้างหูเชิงให้พูดอีกรอบ

 


            “ฉันพูดว่า ใช่ แกมันไอ้โคตรโง่!!

 


            ฮิจิคาตะที่ลมออกหูตวาดกลับ กินโทกิถึงกับหัวเราะออกมาแต่ก็ต้องหยุดไปเพราะความเจ็บจากแผล ก่อนที่แผลจะปริไปมากกว่านี้เขาเลยเปลี่ยนมาส่งยิ้มจางๆ ให้โทชิแทน

 


            “แกมีอะไรจะพูดอีกรึเปล่าไอ้หัวเรียบ?”

            “ฉันรักแก”

 


            ต่างฝ่ายต่างนิ่งสนิท  กินโทกิเองก็หมดคำจะพูด หมายถึงเขาไม่คิดว่าหมอนั่นจะพูดออกมาในตอนนี้น่ะสิ แต่เจ้านั่นดันพูดออกมาแล้วไง เหมือนกับเตรียมใจมาพร้อมแล้วยังไงงั้นแหละ  


            ฮิจิคาตะลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ขยับเข้าไปใกล้กินโทกิมากขึ้น หน้าม้าทรงวีนั่นบดบังดวงตาไปเสียหมด  ฝั่งกินโทกิเองก็กดดันไม่แพ้กัน ฮิจิคาตะช่วยชีวิตเขาไว้ก็จริงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ฆ่าเขาทิ้งนี่

 

            แทนที่หมอนั่นจะฆ่าเขาทิ้ง  ฮิจิคาตะทำแค่ก้มลงกดจูบที่ริมฝีปากกินโทกิ เขาตกใจค้างไปพักใหญ่ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ลิ้นของอีกฝ่ายพยายามล่วงล้ำเข้ามาในปากเขา

 

เจ้านั่นผละริมฝีปากออกไปแล้ว

 

เมื่อตั้งสติได้กินโทกิจึงคว้าอีกคนมาประทับจูบคืนเบาๆ ที่ริมฝีปาก แค่จูบเบาๆ ไม่มีแม้แต่การรุกล้ำที่เต็มไปด้วยความหมาย

 

            เมื่อฮิจิคาตะถอยออกไปหน้าของเขาก็เริ่มแดงขึ้น กินโทกิเลยเหมารวมไปว่านั่นคงเป็นหน้าโกรธๆ ของไอ้เจ้าตำรวจขี้โมโหนั่น  พอฮิจิคาตะเปิดปากจะพูดประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง

 


            “อากินจัง! พวกอั๊วเจอ..ห๊า? นี่อั๊วมาขัดจังหวะลื้อ..หรอ?”

            “อ่า คุณฮิจิคาตะ นี่มันเป็นช่วงเวลาเฮงซวยจริงๆ สินะครับ  ผมดันเข้ามาขัดจังหวะตอนกำลังจะสารภาพรักลูกพี่ใช่มั้ยล่ะครับ?”

 


            กินโทกิได้แต่สาปแช่งในใจลึกๆ ให้สาหร่ายดองหายไปให้หมดโลก ฮิจิคาตะเองก็พร้อมตวัดดาบแสกกลางกบาลโซโกะ ชินปาจิได้แต่เกลี้ยกล่อมให้ทุกฝ่ายใจเย็นและปรองดอง มีแต่คางุระที่เข้ามาต่อล้อต่อเถียงกับพวกเขา  กินโทกิก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ 


           อาจจะฟังดูบ้าไปบ้างแต่เขาก็เป็นห่วงพวกเจ้านี้ซะยิ่งกว่าอะไร เป็นห่วงมากเสียจนเขายินดีที่จะตายเพื่อปกป้องเจ้าเด็กพวกนี้

 

 

 



epilogue :

เย่ เมษาหน้าโง่

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #8 เจ้ากระต่าย_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:22
    โล่งอกคิดว่าจะตายซะแล้วว รักคู่นี้ที่สุดดด
    #8
    0
  2. #3 SN Sinam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 18:12
    อ่านมาตอนแรกๆปวดตับ ฮรืออออ นึกว่าคุณกินจะตาย งื้อออ แต่งคู่นี้เยอะๆนะ ชอบบบๆๆๆ!>\\\<
    #3
    0
  3. #2 Mel_Grazier (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 16:47

    นึกวาคุณกินจะตายยยยย ฮืออออ

    #2
    0