[Fic Gintama] Fine Collection: Circus

ตอนที่ 1 : White (OboGin)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    1 เม.ย. 62




White

Oboro x Gintoki

Credit : a happy place  via.www.unidentifiedpie.tumblr.com

 

 

 



"โอโบโร่ นี่กินโทกิ เขาจะมาเป็นน้องชายคนใหม่ของคุณครับ" โชโยยิ้มตาปิดแล้วหันไปทางกินโทกิ "คนที่ผมเลยเล่าให้ฟังไงครับ"

 


โอโบโร่และเจ้าเด็กใหม่ที่ยืนตัวสั่นมีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง อย่างที่โชโยเคยบอก ทั้งกำพร้า ถูกพบตอนใกล้จะสิ้นลม และสิ่งต่างๆ ที่เขาอยากจะลืมทิ้งไปซะให้หมด ความหิวโหย ความเจ็บปวด ถูกรังเกียจ และความหวาดกลัว


สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะหายไป ถ้าโอโบโร่ยอมรับและให้โอกาสเจ้าเด็กกินโทกิ เหมือนกับโอกาสที่โชโยมอบให้เขา


โอโบโร่เหลือบมองกินโทกิเล็กน้อย เจ้าเด็กผมหยิกยังกับม็อปถูพื้น แถมยังตัวเล็กผอมแห้งกำลังเกาะมือโชโยไว้แน่นเสียจนเล็บเล็กๆ นั่นเริ่มที่จะจิกเข้าที่มือของอาจารย์เขา

 


"ผมไม่ชอบไอ้เด็กนี่"

 


โอโบโร่ประกาศกร้าว ทำเอาโชโยสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแรงจิกจากเล็บของเด็กน้อยกินโทกิมีมากขึ้น กินโทกิกัดริมฝีปากเอาไว้และหลับตาลง


เมื่อเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเด็กก็ดูมืดหม่นจนไม่สามารถอ่านได้อีก

 


"นั่นสิ ฉันก็ไม่ชอบแกเหมือนกัน"

"โชโยจะให้ไอ้เด็กเหลือขอนี่อยู่กับพวกเราจริงๆ หรอ?"

 


โอโบโร่ถามกลับทันที ดูเหมือนทั้งสองคนจะคล้ายกันเกินไป ต่างคนต่างก็เป็นกระจกสะท้อนกันเอง และกระจกทั้งสองบานนี้ก็เริ่มกลายความหนักใจให้กับคนกลางอย่างโชโย


โชโยทำได้เพียงยิ้มออกมาและถอนหายใจเล็กๆ ในใจ ปล่อยให้ทั้งสองคนเขม่นกันต่อไป

 

 



 White

 

 


 

กินโทกิและโอโบโร่ใช้เวลาในวันแรกไปกับการต่อสู้ โดยมีโชโยยืนคั่นกลางการแลกหมัดไปมาด้วยรอยยิ้ม เพราะการไม่เข้าหน้ากันของทั้งคู่เลยเล่นเอาแม้กระทั่งเวลาเรียนยังแอบตีกันลับหลังโชโย


สุดท้ายโชโยก็ยอมแพ้และปล่อยให้ทั้งคู่ตีกันจนเหนื่อยไปเอง โชโยปลีกตัวออกมาทำมื้อเย็นเงียบๆ แต่แล้วก็ต้องนั่งฟังสงครามเล็กๆ อยู่ดี โอโบโร่ว่ากินโทกิว่าเป็นไอ้เตี้ยเหลือขอขี้มูกย้อย กินโทกิเองก็ไม่ยอมบอกว่าสักวันนึงตัวเองจะสูงกว่าโอโบโร่ให้ได้ แล้วจะได้เห็นกันว่าใครเป็นเด็กเหลือขอกันแน่


แน่นอนว่าทั้งคู่หยุดเถียงกันแค่ตอนกินข้าวเนี่ยแหละ เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับการกินราวกับว่ากลัวใครจะมาแย่ง ..เหมือนเมื่อก่อน


โชโยนึกด้วยความเศร้าในใจ พวกเขาไม่เคยได้รับอะไรหลายๆ อย่างเท่ากับคนอื่น โชโยลอบมองเด็กชายทั้งสอง ร่างกายที่ผอมบาง รวมกับสีผมของคนแก่ และเสื้อตัวใหญ่ๆ นั่น เหมือนกับว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกันไม่ผิด


ดูเหมือนโชโยจะพลาดที่ละสายตาไปจากเจ้าสองแสบนั่นไป โอโบโร่สำลักข้าวออกมา ส่วนกินโทกิก็ดันพ่นน้ำผลไม้ใส่หน้าโอโบโร่ซ้ำไปอีก

 


"แกตั้งใจทำสินะ ไอ้เด็กเหลือขอ"

 


โอโบโร่จ้องเขม็งกินโทกิที่มัวแต่เช็ดหน้าด้วยแขนเสื้อ จนไม่ได้สนใจมองโชโยที่กำลังปวดหัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 


“ผมไม่เหมือนไอ้เด็กนี่!

 


โอโบโร่โยนทิชชู่ที่ใช้เช็ดเสื้อทิ้ง เลือกที่จะโฟกัสประเด็นตรงหน้า

 


“โชโย” โอโบโร่พูดเสียงสั่น “ผมไม่เคยเหมือนไอ้โง่เหลือขอนั่น!

 


“ครับ?” โชโยถามกลับด้วยรอยยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แต่พวกคุณมีผมเหมือนกัน แถมยังหน้าตาคล้ายกันอี-”

 


“ผมไม่มีอะไรน่าเกลียดเหมือนเด็กนั่น!

“ฉันไม่มีอะไรน่าเกลียดเหมือนหมอนี่!

 


ทั้งคู่ตะโกนออกมาพร้อมกัน ก่อนจะเริ่มสงครามทางสายตาอีกครั้ง

 


เป็นครั้งแรกที่โชโยได้เห็นการตอบรับอย่างพร้อมเพรียงของสองคนนี้ แต่มันกลับไม่ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

 

 


White

 


 

 

ในคืนนั้นโชโยเลือกที่จะนอนในห้องเดียวกันกับเด็กชายทั้งสอง เพื่อจะสบายใจได้ว่าเจ้าเด็กแสบสองคนนี้คงจะไม่ฆ่ากันตอนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลับ หรือเผื่อว่าโอโบโร่ฝันร้าย โชโยเองก็เดาว่ากินโทกิคงจะเจอฝันร้ายเหมือนกันกับโอโบโร่


แน่นอนว่าโชโยเดาถูก กินโทกิสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ดวงตาเปิดกว้างและสั่นไหวอย่างตระหนก โชโยที่นั่งอ่านหนังสือข้างโคมไฟเล็กๆ หันมองกินโทกิด้วยรอยยิ้ม แล้วโบกมือเรียกกินโทกิให้เข้ามาหา กินโทกิลังเลอยู่พักนึง ก่อนจะคลานเข้าไปยังเบาะรองนั่งด้วยความเงียบและค่อยๆ สอดตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของโชโย


โชโยรู้สึกได้ถึงลมหายใจบางๆ เสียงหัวใจเต้นรัว และร่างกายที่สั่นเทาของเด็กชายผอมบางข้างๆ โชโยยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้กินโทกิหนุนนอนบนตักได้โดยยังมีนิ้วมือเล็กๆ เกี่ยวรั้งชายเสื้อของโชโยไว้แน่นไม่ยอมปล่อย


 

“ฝันร้ายหรอครับ?”

 


โชโยถามขึ้นมา กินโทกิสะดุ้งเบาๆ พยักหน้ายอมรับ แถมยังจับชายเสื้อแน่นกว่าเดิม

 


“จะพาฉันกลับไปมั้ย?”

 


กินโทกิถามกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โชโยก้มมองด้วยความแปลกใจ กินโทกิเอียงหน้าลงต่ำในเงาแสง ซ่อนสีหน้าและความรู้สึกไว้

 


“ที่ๆ ฉันเคยอยู่ไง”

“ทำไมผมต้องทำแบบนั้นล่ะครับ?”

“เพราะหมอนั่นไม่ชอบฉันไง แถมหมอนั่นก็อยู่มาก่อนฉันอีก”

 


ร่างกายของกินโทกิหยุดสั่นแล้ว ลมหายใจบางเบานั่นเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง เด็กน้อยค่อยๆ คลายชายเสื้อโชโยในมือออก และมองไปยังโชโยด้วยสายตาและสีหน้าที่ยากจะคาดเดา


โชโยยังคงยิ้มรับแม้ว่าจะรู้สึกไม่สบายใจเต็มอก โชโยเอื้อมมือเพื่อจะโอบกินโทกิให้ใกล้ตนเอง แต่กินโทกิกลับขืนตัวไว้

 


“ไม่หรอกครับ” โชโยสัญญา

 


“ผมไม่พาคุณกลับไปที่เดิมหรอกนะครับ” โชโยยิ้มกว้างเอียงคอเล็กน้อย

 


“คุณคือคนของที่นี้ครับ”

 


โชโยพูดเชิงอนุญาตกลายๆ ว่ากินโทกิสามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้ ก่อนจะปรายตามองไปทางเตียงของโอโบโร่


โอโบโร่ลุกขึ้นนั่งอย่างตระหนกจากผ้าห่มที่คลุมโปง เขาจ้องมองดูสองคนนั้นด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก เขาเห็นสายตาของโขโยมองกลับมา แววตาของเขาตอนนี้ราวกับประกายของภูเขาไฟที่จวนจะดับ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง แล้วจึงล้มตัวนอนลงไป

 


“เขาไม่ชอบฉันนี่”

 


กินโทกิพูดย้ำอีกรอบ โชโยมองกินโทกิที่ยังจดจ้องกับร่างใครอีกคนในผ้าห่มนั่น

 


“เดี๋ยวเขาก็จะปรับตัวกับคุณเองครับ”

 


โชโยตอบกลับความกังวลใจของกินโทกิด้วยรอยยิ้ม

 


“จะไม่พาฉันกลับไปจริงๆ ใช่มั้ย?” กินโทกิย้ำ “แม้ว่าเขาจะไม่ชอบฉันน่ะ?”

 


“ไม่ครับ ผมบอกคุณแล้วนี่ ยังไงก็ตามคุณก็ต้องทนอยู่กับคนที่คุณชอบ หรือไม่ชอบ อยู่ดีล่ะครับ”

 


กินโทกิมีท่าทีผ่อนคลายลงนิดหน่อยในอ้อมแขนอันอบอุ่นของโชโย

 


คืนต่อมาโชโยถูกปลุกโดยเสียงกระซิบเบาๆ ซึ่งก็เดาไม่ยากเท่าไหร่ว่าต้นตอเสียงมาจากไหน

 


“ยังเร็วไปร้อยปี ถ้าแกจะมาเถียงบ้าๆ กลางดึกแบบนี้”

“ชู่ว ฉันไม่อยากทำให้โชโยตื่นนะ”

 


กินโทกิพลาดแล้วล่ะนะ

 


“หือ? ถึงแม้แกจะไปเกาะบนตัวโชโย เขาก็ไม่สนใจหรอก”

 


โอโบโร่พูดอย่างไม่ไยดี

 


“อะไร นั่นคือสิ่งที่แกจะทำหรอ? ฉันไม่อยากกวนโชโยไปมากกว่านี้หรอก มันดูงี่เง่า”

“ใช่ ไอ้งี่เง่า”

 


โอโบโร่พึมพำออกมา ก่อนจะถูกอีกฝ่ายทำร้ายด้วยหมอน

 


“หุบปาก”

 


กินโทกิกระซิบลอดไรฟันออกมา มันไม่ถึงกับเบามากแต่ก็ดังพอที่อีกคนจะได้ยิน

 


“แกกำลังทำเสียงดัง” โอโบโร่พูดด้วยความโกรธ “แกนั่นแหละที่จะทำให้โชโยตื่น”

 


ความเงียบเริ่มครอบงำอีกครั้ง แน่นอนว่าภายในความเงียบนั่นมีสงครามทางสายตาอีกเช่นเคย

 


มีเสียงขยุกขยิกออกมาจากผ้าห่ม..

 


“กลับไปนอนไป”

 


โอโบโร่ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าเดิมจนน่าประหลาดใจ

 


“จะทำอยู่ไง”

“คิดว่าได้ผลรึไง?”

“เงียบน่า แกมีความคิดที่ดีกว่านี้หรือไง”

“อ่านหนังสือ แค่เปิดขึ้นมาก็น่าเบื่อจนหลับได้แล้ว”

“ฉันอ่านหนังสือไม่ออก”

“ไอ้โง่เอ้ย”

“หุบปาก”

 


เกิดความเงียบขึ้นมาครู่หนึ่ง โชโยคาดว่าโอโบโร่คงจะยอมแพ้และจับกินโทกิโยนกลับที่นอนไปแล้ว แต่โอโบโร่กลับถอนหายใจและจับผ้าห่มโยนออกไปแทน

 


“แกนี่มันโง่จริงๆ มานี่ ไอ้โง่เหลือขอ ฉันจะอ่านให้ฟัง”

“อะไร? ฉันไม่ได้ขอให้แกอ่านให้ฟังสักหน่อย”

“กว่าแกจะหลับแกก็ทำเสียงดังรบกวนเขาไปทั่วน่ะสิ ฉันเองก็คงนอนไม่ได้ มานี่ได้แล้ว ไอ้โคตรโง่เหลือขอ ฉันจะทำให้แกหลับเอง”

 


เสียงขยับตัวดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเสียงถอนหายใจ และเสียงหน้ากระดาษพลิกไปมา เท้าเล็กๆ หยุดยืนบนพื้นใกล้ๆ กัน

 


“อ่านได้หรอ? มืดขนาดนี้”

“ฉันมีไฟฉาย”

“ห้ะ แกมีไฟฉายได้ไงเนี่ย?“

“โชโยให้มา เงียบซะ ฉันจะอ่านแล้ว”

 


จากเสียงบ่นพึมพำกับข้อตกลงกลับกลายเป็นเสียงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอและเสียงเสียดสีของผ้าห่มผืนโต โชโยหันกลับไปนอนด้วยรอยยิ้มปริ่มบนใบหน้าและความอบอุ่นในอก เสียงกระซิบเถียงกันของเจ้าแสบสองคนยังคงลอยเข้ามาในหูเรื่อยๆ


เช้าขึ้นมาเด็กชายตื่นมาด้วยรอยยิ้มจางๆ เมื่อพบกับก้อนประหลาดนุ่มๆ กองอยู่ตรงท้องของเขา ราวกับว่ามีทั้งความอ่อนโยนและความดุร้ายผสมรวมกันอยู่ในอก


เด็กชายทั้งสองนั่งกองรวมกันบนที่นอนของโอโบโร่ แผ่นหลังเล็กๆ พิงกับกำแพงข้างๆ หนังสือนิทานยังคงถูกเปิดทิ้งเอาไว้บนตักของโอโบโร่ หัวทุยๆ ของกินโทกิเอียงพิงใกล้กับคอโอโบโร่ และศีรษะของโอโบโร่ก็ได้หมอนชั้นดีเป็นผมหยิกพองๆ สีเงินของกินโทกิ

 


 

 

 

 

epilogue :

โอโบโร่รังแกน้องอะ ;____;



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #12 Wannipa_2539 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:29

    น่ารัก
    #12
    0
  2. #11 JNiji (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 02:26
    เอ็นดู อย่าบูลลี่น้อนนน
    #11
    0
  3. #1 มงขี้เกียจ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 14:43
    แง น่ารักมากเลยค่ะ น่ารักๆๆ
    #1
    0