(MPREG) จดหมายถึงพ่อหนู

ตอนที่ 2 : จดหมายฉบับที่สอง : สายสัมพันธ์แห่งรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 343 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

จดหมายฉบับที่สอง

สายสัมพันธ์แห่งรัก

 

 

 

โครม

ข้าวของบนโต๊ะทำงานถูกกวาดลงไปกองอยู่กับพื้นตามแรงโทสะของชายร่างสูงในชุดสูทอย่างดี

“แค่ให้หาคนคนเดียว ทำไมถึงทำไม่ได้!” เสียงทรงอำนาจของเขาทำให้บรรดาลูกน้องต่างพากันก้มหน้าเพื่อพยายามหลบตาจากผู้เป็นเจ้านาย

“ฉันถามทำไมไม่ตอบกัน!”

“ค คือ พวกผมพยายามหาสุดความสามารถแล้วครับคุณเจนภพ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่พบเบาะแสของคุณกุลกวินเลยครับ” หัวหน้าในโปรเจ็คนี้เป็นผู้ตอบคำถามอย่างตะกุกตะกัก แม้ว่าจะกำลังรู้สึกหวาดกลัวต่อท่าทางที่น่าเกรงขามของผู้ชายคนนี้ก็ตาม

เจ้านายของพวกเขา เจนภพ รองประธานแห่งบริษัทวงศ์หิรัญโลจิสติก ยามปกติแล้วก็เป็นผู้ชายที่ดูน่ากลัวอยู่แล้ว แต่พักหลังมานี้โดยเฉพาะช่วงเกือบเจ็ดเดือนที่ผ่านมากลับยิ่งดูไม่น่าเข้าใกล้เป็นพิเศษ พวกเขาได้รับคำสั่งให้หาคนคนหนึ่งที่เจ้านายของเขากำลังตามหา แต่น่าแปลกที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถหาเบาะแสของคนคนนั้นได้เลยแม้แต่น้อยทั้งๆ ที่อิทธิพลของโฆษิตวงศ์หิรัญแล้ว การตามหาคนเพียงแค่คนเดียวน่าจะใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันเลยด้วยซ้ำ มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนต้องยอมก้มหน้ารับชะตากรรมที่ไม่สามารถตามหากุลกวินให้พบได้

“แล้วเรื่องเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือล่ะ ทางนั้นเขาว่าอย่างไรบ้าง” เจนภพถอนหายใจก่อนจะหันไปถามเลขาที่ยืนข้างโต๊ะทำงาน

“ตามที่ทางนั้นแจ้งมา เหมือนว่าตอนนี้เบอร์โทรศัพท์ของคุณกุลกวินจะถูกปิดการใช้งานไปแล้วครับ” สิ้นเสียงของเลขาทั้งห้องทำงานกลับไปเงียบสงัดอีกครั้ง ทำเอาคนที่อยู่ในห้องต่างพากันกลืนน้ำลายเพราะบรรยากาศอันแสนอึดอัด บางทีถ้าเจ้านายตะโกนด่าพวกเขามันน่าจะดีกว่าความเงียบที่ได้รับ

เจนภพเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยเมื่อได้รับคำตอบจากเลขา  

เกือบจะเจ็ดเดือนแล้วสินะที่กุญแจหายตัวไป ไม่มีแม้แต่จดหมายลา ไม่มีแม้แต่เบาะแสของเจ้าตัวว่าหายไปอยู่ที่ไหน  

เจนภพลองทำทุกวิถีทางที่พอจะนึกได้เพื่อตามหาคนรักของเขา เขาลงทุนแม้กระทั่งจ่ายเงินใต้โต๊ะให้ธนาคารเพื่อแลกกับการแกะรอยข้อมูลการเคลื่อนไหวทางการเงินของกุลกวิน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมามันทำให้คนอย่างเจนภพกำลังรู้สึกมืดแปดด้าน…ความเคลื่อนไหวสุดท้ายของกุลกวินที่เขาพอจะหามาได้คือข้อมูลก่อนวันที่เจ้าตัวจะหายตัวไป และล่าสุดการแกะรอยจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด

“พวกนายออกไปทำงานต่อเถอะ ฉันต้องการอยู่คนเดียว”

แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินออกจากห้องทำงานของท่านรอง

“เดี๋ยวภัทร” เจนภพเรียกชื่อเลขาคนสนิทก่อนอีกฝ่ายจะก้าวออกจากห้องไป

“ครับท่านรองมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เรื่องนักข่าวเป็นไงบ้าง เขารับข้อเสนอของเราหรือเปล่า”

“เป็นบางเจ้าครับ บางเจ้าเขาปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอแต่ส่วนใหญ่ สำนักข่าวดังๆ ก็รับหมดครับ”

“งั้นหรือ ฉันหมดธุระแล้ว นายออกไปเถอะ”

เจนภพพูดขึ้นมาโดยไม่ได้ลืมตาขึ้นมามอง เมื่อได้ยินดังนั้นเลขาที่ยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายจึงโค้งตัวเป็นการทำความเคารพก่อนจะรีบเดินออกมาจากบรรยากาศมาคุในทันที ทิ้งไว้แต่ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ซึ่งบัดนี้กลายเป็นคนธรรมดาที่กำลังดูอ่อนล้าคนหนึ่ง สุดท้ายแล้วความพยายามของเจนภพก็ยังคงล้มเหลวเหมือนเคย

เจนภพพยายามหาคำตอบมาตลอดว่าสาเหตุที่กุญแจหายตัวไปเป็นเพราะอะไรกันแน่ และจนกว่าจะได้คำตอบเขาจะไม่ยอมหยุดที่จะตามหาหัวใจของตัวเองต่อไป…

 

 

วันเวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้กุลกวินจะยังมีคำถามอยู่ในใจมากมาย ในเมื่อเขาเกิดมาเป็นผู้ชายเขาก็ไม่ควรที่จะสามารถตั้งครรภ์ได้ไม่ใช่หรือ แต่กระนั้นท้องที่โตขึ้นจากเมื่อหกเดือนที่แล้วอย่างเห็นได้ชัดก็น่าจะเป็นคำตอบของเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

กุลกวินยอมรับเลยว่าโดยปกติแล้วตนเองไม่ได้เป็นคนที่ระมัดระวังตัวมากเท่าไหร่นัก การที่เขามีรอยฟกช้ำปรากฏตัวบนร่างกายอยู่บ่อยครั้งจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะปกติ แต่เมื่อมีอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเตรียมลืมตาขึ้นมาอยู่ในท้องของเขา การใช้ชีวิตประจำวันจึงต้องคอยระมัดระวังตัวเป็นพิเศษไม่ให้มีผลกระทบถึงเด็กในครรภ์ รวมไปถึงอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษคือเรื่องของสภาพอารมณ์ เขาพอรู้มาบ้างว่าคนท้องมักจะอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย ถึงจะเป็นผู้ชายแต่เมื่อตั้งครรภ์เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์พวกนี้ได้เช่นกัน  

ดังนั้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา คุณแม่มือใหม่จึงเลือกใช้วิธีเพื่อพยายามหลีกเลี่ยงการแปรปรวนของอารมณ์ หนึ่งในนั้นคือการงดใช้โซเชียลมีเดียชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเห็นข่าวสารหรือเรื่องราวที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจได้ อีกหนึ่งเหตุผลคือเพื่อตัดการรับรู้จากใครบางคน  

กิจวัตรประจำวันของเจ้าตัวจึงเน้นไปทางการฟังเพลงคลาสสิคหรืออ่านหนังสือที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดเป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการหารายได้เข้าบ้านในช่วงนี้เลย ในเมื่อเจ้าตัวพยายามงดกิจกรรมที่อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจแล้ว การหางานทำในช่วงนี้จึงจำเป็นต้องถูกพักเอาไว้ก่อน แน่นอนว่าจะให้ออกไปทำงานในสภาพท้องโตอย่างนี้คงจะเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่ง หน้าที่การหารายได้เข้าบ้านจึงเป็นสองที่ออกไปทำงานพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน

พูดถึงเรื่องท้องที่โตขึ้น ด้วยความที่เป็นผู้ชายรูปร่างที่ดูสูงใหญ่กว่ามาตรฐานสตรีไทยทั่วไปอยู่มากโข เขาจึงไม่สามารถหาชุดของคนตั้งครรภ์ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดมาใส่ได้ ดังนั้นเจ้าตัวจึงพยายามหาทางออกด้วยการสั่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่มาใช้แทน ส่วนท่อนล่างก็ใส่เป็นกางเกงบอกเซอร์ที่ไซส์ค่อนข้างหลวมหน่อยจะได้ไม่รัดมาก สภาพของเขาตั้งแต่ท้องเริ่มโตมาจึงดูเหมือนพวกฮิปฮอปที่ชอบใส่เสื้อตัวใหญ่ๆ กันตามที่เห็นในโทรทัศน์

“ดิ้นอีกแล้ว สงสัยคงใกล้ได้เวลาแล้วสินะ” กุญแจบ่นพึมพำกับตัวเมื่อรับรู้ถึงการขยับตัวของเด็กในครรภ์  

ท้องของเจ้าตัวในตอนนี้ยิ่งโตเป็นพิเศษ เพราะอีกเพียงแค่สองอาทิตย์ก็จะถึงกำหนดที่เด็กดื้อในท้องจะคลอดออกมาแล้ว จากการที่ปรึกษากับคุณหมอ เนื่องจากที่ตัวเขาไม่มีช่องคลอดที่สามารถให้เด็กออกมาได้โดยวิธีธรรมชาติ ทางเลือกสำหรับกุลกวินจึงมีแต่ต้องทำการผ่าคลอดแต่เพียงเท่านั้นและเรื่องนี้ก็ทำให้คุณแม่ยังหนุ่มเป็นกังวลไม่น้อยเพราะตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยที่จะต้องผ่าตัดอะไรเลยสักครั้ง แต่ถ้าหากเทียบกับช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมามันกลับกลายเป็นเรื่องที่เล็กน้อยไปเลย

ย้อนกลับไปช่วงที่กำลังพยายามปรับตัวเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ กุลกวินยอมรับเลยว่าเขานึกท้อแท้อยู่หลายครั้งเพราะการที่ดูแลตัวเองไม่ดีจึงทำให้เกือบที่จะเสียลูกไปอยู่หลายหน และถ้าไม่มีสองคอยช่วย ชีวิตของเขาคงจะลำบากกว่านี้อย่างแน่นอน  

เขาต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องอย่างหนักจนแทบหมดแรงในช่วงสี่เดือนแรกของการตั้งครรภ์ พออาการแพ้ท้องเริ่มทุเลาลงสภาพอารมณ์ก็เริ่มแปรปรวนต่อทันที เรื่องนี้คุณหมอเล่าให้ฟังว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนท้องเพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย แต่สำหรับกุลกวินในช่วงนั้นเขากลับยิ่งรู้สึกคิดถึงใครคนนั้นเป็นพิเศษ เขาเอาแต่คิดว่าหากมีเจนภพอยู่ข้างกันมันคงจะทำให้เขาอุ่นใจ ในช่วงนั้นมันจึงเป็นช่วงเวลาที่ทรมานสำหรับเจ้าตัวเป็นอย่างมาก แต่ในที่สุดเขาก็สามารถผ่านพ้นมันมาได้

กุลกวินปิดหนังสือนิทานเด็กที่ช่วงพักหลังมานี้เขาสั่งซื้อมาจากทางอินเตอร์เน็ตเพื่อจะได้นำมาอ่านให้ลูกน้อยฟังในขณะที่กำลังอยู่ในท้อง เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะข้างเตียงนอนก่อนจะค่อยๆ หย่อนขาลงบนพื้นอย่างช้าๆ ยิ่งใกล้คลอดแบบนี้เขายิ่งต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น

ว่าที่คุณแม่เดินลงมาจากห้องนอนชั้นสองเมื่อเวลาที่ถูกแสดงผ่านหน้าจอโทรศัพท์บอกเวลาสี่โมงเย็น อีกไม่นานสองคงจะเดินทางกลับมาจากการทำงานพิเศษแล้ว เขาจึงคิดว่าควรจะทำมื้อเย็นเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ถือเป็นการออกกำลังไปในตัวด้วยเช่นกัน ถึงแม้สองจะห้ามเอาไว้ แต่เขาคิดว่าถ้าให้เอาแต่กินและนอนอย่างเดียวมันคงจะไม่ดีต่อเด็กในท้องสักเท่าไหร่ เมื่อคิดได้ดังนั้นเจ้าตัวจึงจัดการจัดเตรียมมื้อเย็นเป็นเมนูง่ายๆ ที่เขาพอจะทำได้ หากเทียบกับช่วงหลายเดือนก่อนกุลกวินในตอนนี้สามารถหยิบจับเครื่องครัวได้คล่องแคล่วมากขึ้นแล้ว ในเมื่อไม่มีคนคอยทำอาหารให้ทาน เขากับสองจึงต้องสลับกันทำหน้าที่นี้กันเอง พอรู้ตัวอีกทีเขาก็สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนูจนรู้สึกอดประทับใจในความสามารถของตัวเองไม่ได้

ครืด ครืด

หลังจากจัดการเตรียมมื้ออาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว กุลกวินกำลังทยอยยกจานใส่อาหารมาวางเตรียมไว้บนโต๊ะอาหาร แต่เพราะเสียงสั่นจากอะไรบางอย่างที่ดังขึ้นมาเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากโต๊ะอาหารแล้วเดินไปยังจุดที่เสียงสั่นดังขึ้นแทน

“หืมนี่มันโทรศัพท์เราหนิ เจ้าสองไม่ได้เอาไปใช้หรือไง” เจ้าตัวบ่นพึมพำเมื่อเห็นโทรศัพท์มือถือของตัวเองวางไว้อยู่บนโซฟา อันที่จริงแล้วโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เป็นของเขาเอง แต่เพราะความต้องการที่ไม่อยากจะรับรู้เรื่องภายนอกซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของตัวเอง กุลกวินจึงได้ยกโทรศัพท์มือถือของตนให้อีกฝ่ายใช้ชั่วคราว จะได้เป็นการประหยัดค่าโทรศัพท์ไปในตัวด้วย  

เมื่อเห็นว่าโทรศัพท์ของตนเองมีข้อความแจ้งเตือน เขาจึงตัดสินใจเปิดดูเพราะอาจเกรงว่าอาจจะเป็นสองเองที่เป็นฝ่ายส่งข้อความมาที่โทรศัพท์เครื่องนี้

“โถ่เอ้ยแค่โฆษณาจากแอพนี่เอง” ว่าที่คุณแม่ส่ายหัวเล็กน้อยเพราะคิดว่าสัญญาณแจ้งเตือนนั้นอาจจะเป็นเรื่องเร่งด่วนจากสอง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขามีโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องที่ซื้อมาใช้ในกรณีฉุกเฉินอยู่เหมือนกัน ถ้าสองมีเรื่องต้องติดต่อเขาก็น่าจะติดต่อมาที่อีกเบอร์มากกว่า  

กุญแจควรจะเลิกสนใจกับเรื่องไร้สาระ แล้วหันกลับไปสนใจกับการจัดโต๊ะกับข้าวต่อ แต่เมื่อโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ใช้มานานกลับมาอยู่ในมือของเขาอีกครั้ง ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีความอยากรู้อยากเห็นเหมือนกับคนทั่วไปจึงได้ตัดสินใจเปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตขึ้นมาเพื่อทำการเช็กความเป็นไปของคนรู้จัก

“หน่อยเดียว คงไม่เป็นอะไรหรอก”  

เป็นไปตามคาด เมื่อเปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตขึ้นมาแถบแจ้งเตือนและข้อความเข้าใหม่ต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาจนเครื่องของเขาแทบค้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้กุลกวินละความสนใจ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของว่าที่คุณแม่มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หน้าเฟสบุ๊คของคนรัก

ในหน้าเฟสบุ๊คของเจนภพยังคงเป็นเหมือนเดิมทุกประการ มีบ้างที่เพื่อนสนิทของอีกฝ่ายเข้ามาเม้นท์หรือแท็กบ้าง แต่สิ่งที่เจนภพเป็นผู้โพสต์ยังคงหยุดอยู่ไว้ที่รูปสุดท้าย…

 

‘Happy 4th Anniversary’

 

ภาพงานฉลองเมื่อวันครบรอบสี่ปีของพวกเขายังเป็นสิ่งสุดท้ายในหน้าเฟสบุ๊คของเจนภพที่อีกฝ่ายเป็นคนโพสต์เอง เขามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่หนึ่งสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ เขายังคิดถึงเจนภพไปทั้งหัวใจ

เขารีบกดออกจากหน้าเพจด้วยความรวดเร็วเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร ตลอดเจ็ดเดือนที่ผ่านมาเขาพยายามแทบตายที่จะอยู่ให้ได้โดยไม่มีเจนภพ แต่เพียงไม่กี่เสี้ยวนาทีที่เกิดขึ้นมันอาจทำให้เขากลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

แต่ในขณะที่กำลังจะกดออกจากแอปพลิชั่นดังกล่าว สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นคอลัมน์ข่าวที่ขึ้นมาพอดิบพอดี และที่ทำให้ดึงดูดความสนใจของกุลกวินอีกครั้ง คือเนื้อหาในข่าวนั้นเกี่ยวข้องกับเจนภพ

 

‘สุดฉาว! คนหน้าคล้ายไฮโซหนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน เจนภพ ควงหนุ่มน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มไม่ซ้ำหน้าเดินเข้าโรงแรมเป็นว่าเล่น หลังไร้วี่แววของชายหนุ่มที่ควงออกงานอยู่บ่อยๆ’

 

กึก

กุลกวินไม่รู้เลยว่าร่างกายของตัวเองกำลังสั่นเทาตั้งแต่เมื่อไหร่ แม้ว่าภาพภายในข่าวจะเป็นภาพที่ทำการแอบถ่ายจากระยะไกล แต่สำหรับกุญแจที่คบหากับเจนภพมาหลายปี ถึงแม้จะเห็นแค่นั้นเขาก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าชายร่างสูงภายในภาพที่กำลังเดินเข้าไปในโรงแรมกับผู้ชายตัวเล็กอีกคนคือเจนภพอย่างไม่ต้องสงสัย

จังหวะการหายใจของกุลกวินค่อยๆ เร็วขึ้น จนในที่สุดเขาก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้

ใช่ เขาเป็นคนที่ทิ้งเจนภพไป อีกฝ่ายจะมีอะไรกับใครหรือเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นๆ มันก็น่าจะดีแล้วไม่ใช่หรือไง กุลกวินพยายามที่จะคิดแบบนั้น แต่ภายในส่วนลึกของจิตใจกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“อ โอ๊ย” โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากมือเมื่อจู่ๆ เขากุญแจรู้สึกว่าภายในท้องของตัวเองกำลังบีบตัวอย่างรุนแรง  

ความเจ็บปวดในแบบที่เจ้าตัวเผชิญทำให้กุลกวินพยายามขดตัวเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่ถ้าหากทำแบบนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อลูกได้สิ่งที่ว่าที่คุณแม่จะทำได้จึงพยายามคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมขึ้นมาอีกครั้งเพื่อที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากใครสักคน

ครืด

“พี่กุญแจผมกลับมาแล้วนะครับ ผมซื้อ…พี่กุญแจ พี่เป็นอะไร!” ยังไม่ทันที่สองจะพูดจบ เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูเดินเข้ามา สิ่งที่สองเห็นเป็นสิ่งแรกคือกุญแจกำลังนั่งทรุดอยู่กับพื้น คนเป็นพี่ชายเอามือกุมท้องที่ดูโตจนน่ากลัว ใบหน้าที่บิดพลิ้วจนยับยู่ยี่เพราะความทรมานจากอาการปวดบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

“ปวดท้อง พ พี่ปวดท้อง” กุญแจตอบเสียงแผ่ว

ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับสุธี และโชคยังดีที่เจ้าตัวยังมีสติพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้  

สุธีเหลือบสายตาไปเห็นน้ำเฉอะแฉะที่เปียกบริเวณช่วงล่างของกุลกวินเป็นจำนวนมาก เขารู้สึกขอบคุณ ‘คุณหมอวัฒน์’ ที่คอยย้ำเตือนถึงภาวะการคลอดก่อนกำหนดเป็นพิเศษ และการที่น้ำคร่ำเดินก็เป็นส่วนหนึ่งของการคลอดก่อนกำหนดเช่นกัน เมื่อนึกได้เขาจึงจัดการต่อสายหาคุณหมอวัฒน์ไปยังเบอร์ส่วนตัวของคุณหมอที่ให้เอาไว้ใช้ติดต่อกันยามฉุกเฉิน

หลังจากวางสายไป คุณหมอวัฒน์ก็บอกกับสองว่าจะรีบไปถึงในอีกไม่ช้าพร้อมทั้งบอกวิธีการดูแลกุลกวินเบื้องต้นไว้ก่อน  

“ไม่เป็นไรแล้วครับพี่กุญแจ พี่วัฒน์กำลังจะมาถึงแล้ว พี่อย่าเพิ่งหลับนะครับ” เขาพยายามบีบมือของกุญแจเพื่อเป็นการปลุกอีกฝ่ายไม่ให้หมดสติไป กุญแจพยักหน้ารับอาการปวดท้องและอาการอ่อนเพลียทำให้อีกฝ่ายไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่ว่าสองกำลังพูดอะไร  

ขีดจำกัดของว่าที่คุณแม่มาถึงที่สุดแล้ว แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะหมดสติไป สัญชาตญาณของคนเป็นแม่จึงทำให้ความคิดสุดท้ายของเจ้าตัวเอาแต่เพรียกหาถึงแก้วตาดวงใจที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลกกว้างในอีกไม่ช้า

‘อยู่กับแม่ก่อนนะครับ’

 

 

 

“พี่กุญแจ พี่กุญแจอย่าเป็นอะไรนะครับ”

“สองใจเย็นก่อนนะ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวหมอแพรจะช่วยกุญแจเอง”

“ไม่ต้องห่วงนะคะน้องสอง พี่สัญญาว่าทั้งพี่ชายและหลานของเราจะปลอดภัยค่ะ” หมอแพรผู้รับผิดชอบในการผ่าคลอดเคสของกุญแจวันนี้ให้คำสัญญากับสองก่อนจะเดินตามเข้าไปด้านในทันที

จากตรงนี้สองไม่สามารถตามเข้าไปได้ เขาจึงทำได้เพียงแต่นั่งรอพี่ชายของตัวเองจากตรงนี้และภาวนาขอให้พี่กุญแจปลอดภัยโดยมีหมอวัฒน์แพทย์แผนกอายุรกรรมที่เป็นผู้ตรวจและแจ้งข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของกุญแจเมื่อหลายเดือนที่แล้วมานั่งอยู่เป็นเพื่อน

“สองครับ เราไปหามื้อเย็นทานกันไหมครับ”

“ผมขอนั่งรอตรงนี้ดีกว่าครับ” สองตอบโดยที่สายตายังจับต้องไปทางห้องผ่าคลอด ไฟสีแดงที่สว่างขึ้นทำให้คนด้านนอกรับรู้แล้วว่าการผ่าคลอดกำลังเริ่มขึ้น

“พี่บอกแล้วไงครับ ว่าตอนนี้กุญแจอยู่ในมือของหมอแพรแล้ว รับรองว่ากุญแจต้องปลอดภัยแน่นอน”

“นี่ก็เย็นมากแล้วนะครับ ถ้าเราปล่อยให้ตัวเองอดข้าวแบบนี้ กุญแจรู้เข้าจะไม่สบายใจเอานะครับ” คุณหมอพูดด้วยน้ำเสียงน่าฟัง พอเอาเรื่องกุญแจมาอ้าง เจ้าตัวจึงเคลิ้มตามในทันที นั่นสินะถึงจะนั่งรออยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

“ก็ได้ครับ” สองตอบ

“งั้นเดี๋ยวเดินออกไปทานก๋วยเตี๋ยวน่าปากซอยกันนะครับ”

“ครับ”

ถึงแม้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่ค่อนข้างมีระดับในตัวอำเภอ แต่ร้านอาหารในโรงพยาบาลแห่งนี้ก็มีแค่โรงอาหารกลางแต่เพียงเท่านั้น เมื่อตกเย็นบรรดาร้านค้าส่วนใหญ่จึงพากันปิดให้บริการ ดังนั้นหมอวัฒน์จึงพาสองเดินออกมาหาอะไรทานที่นอกโรงพยาบาลแทน

ในกรณีเคสของกุญแจที่เป็นผู้ชายท้องได้นั้น ทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่สบายใจหากต้องเปลี่ยนแพทย์ผู้ดูแล ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่กุลกวินมาโรงพยาบาลจึงมักจะเลือกพบแต่เพียงหมอวัฒน์และหมอแพรแต่เพียงเท่านั้น เจ้าตัวจึงได้สนิทกับคุณหมอทั้งสองท่านในที่สุด รวมถึงสองที่มักจะมาเป็นเพื่อนกับกุญแจก็พาลสนิทกันกับคุณหมอทั้งสองไปด้วย  

“สองมีเรื่องไม่สบายใจอยู่หรือเปล่าบอกพี่ได้นะ” เมื่อจัดการสั่งออเดอร์กับทางร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองจึงมานั่งรออาหารของตัวเองที่โต๊ะภายในร้าน วัฒน์สังเกตเห็นว่าสองเอาแต่ทำสีหน้าเคร่งเครียดต่างจากปกติที่เจ้าตัวมักมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าอยู่เสมอจึงอดที่จะถามขึ้นมาด้วยความสงสัยไม่ได้

“ผมเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่กุญแจต้องคลอดก่อนกำหนดครับ”  วัฒน์นิ่งเงียบนั่งโดยไม่พูดขัด

“เพราะผมลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่บ้าน ทำให้พี่กุญแจต้องเห็นข่าวนั้น…” สองเป็นอีกคนที่รับรู้ถึงเรื่องข่าวของอดีตคนรักของพี่ชาย เขารู้ว่าอีกฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะไปคบใครก็ได้ แต่เพราะเขาไม่ระวังหลังจากอ่านข่าวแล้วลืมกดปิด มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้กุญแจที่เข้ามาเห็นเกิดความเครียดอย่างรุนแรงจนกลายเป็นภาวะก่อนกำหนดอย่างไม่ต้องสงสัย

“อืมเท่าที่พี่ฟัง มันไม่ใช่ความผิดของสอง หรือของกุญแจเลยนะ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นไปแล้วเราก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้วล่ะ ตอนนี้คอยเป็นกำลังใจให้กับกุญแจเถอะนะ เรื่องอื่นไม่ต้องไปสนใจหรอก เข้าใจไหม”

“ครับ ขอบคุณนะครับพี่วัฒน์” รอยยิ้มเล็กๆ ที่เริ่มปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของสุธีทำให้คุณหมอยังหนุ่มเอื้อมมือมายีผมของเจ้าเด็กแสบด้วยความเอ็นดู ถึงจะบอกให้สองเลิกกังวล แต่แท้จริงแล้ววัฒน์นั้นกลับกังวลยิ่งกว่า

ด้วยความที่เป็นเคสผ่าคลอดผู้ชายเป็นครั้งแรก ในทางการแพทย์เคสที่ไม่มีงานวิจัยหรือการศึกษาแบบนี้หากเกิดเหตุไม่คาดฝันในขณะที่กำลังผ่าคลอดขึ้นมา หากแพทย์คนนั้นไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้มันก็อาจจะส่งผลถึงผู้ป่วยได้เช่นกัน แต่เขาเชื่อมั่นในฝีมือของเพื่อนสนิท หมอแพรจะต้องช่วยให้กุญแจปลอดภัยอย่างแน่นอน

ครืด ครืด

หมอวัฒน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากบนโต๊ะอาหารเมื่อมีสายเรียกเข้า และทันทีที่เห็นว่าเป็นใครสองจึงตั้งหน้าตั้งตารอฟังอย่างใจจดใจจ่อด้วย

“ว่าไงหรือแพร”

“จริงหรือ โอเค ได้ๆ เดี๋ยวเรารีบไป”

“พี่แพรว่ายังไงหรือครับ แล้วพี่กุญแจ พี่กุญแจเป็นไงบ้างครับ” เจ้าเด็กดื้อรีบถามขึ้นมาหลังจากหมอวัฒน์วางสายไป

“ไม่ต้องห่วงครับ ทั้งกุญแจและเด็กปลอดภัยแล้ว อีกเดี๋ยวก็น่าจะเยี่ยมได้แล้วครับ ทานเสร็จก็ไปรอได้เลย” วัฒน์ตอบ

“จริงหรือครับ! งั้นเรารีบไปกันเถอะครับพี่วัฒน์” สุธียิ้มจนแก้มปริเมื่อได้ฟังข่าวที่น่ายินดี ตอนนี้เขาอยากเห็นหน้าหลานใจจะขาดอยู่แล้ว

“ครับๆ ป้าครับเก็บเงินด้วยครับ”

สุดท้ายจึงกลายเป็นสุธีที่เป็นฝ่ายเดินนำและออกแรงจูงมือคุณหมอวัฒน์ให้เดินตามเขาไปเพราะอีกฝ่ายมัวแต่เชื่องช้าเดินทอดน่องจนไม่ได้ดั่งใจ

“พี่แพรครับพี่กุญแจกับหลานของผมล่ะครับ” สุธีรีบเอ่ยถามทันทีที่เจอหน้าหมอแพร

“กุญแจอยู่ไหนห้องค่ะ โชคยังดีที่มาส่งโรงพยาบาลได้ทันเลยปลอดภัยทั้งแม่และลูก ส่วนหลานเนื่องจากมีภาวะคลอดก่อนกำหนด ถึงจะไม่มากแต่เพื่อความไม่ประมาท ช่วงนี้จึงต้องขอให้น้องอยู่ในตู้อบไปก่อนนะคะ” สุธีพยักหน้ารับแล้วจึงเดินตามหมอแพรเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย

“พี่กุญแจเป็นไงบ้างครับ เจ็บหรือเปล่า” ภาพแรกที่สองได้เห็น คือภาพที่กุญแจกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยพร้อมด้วยสายเครื่องวัดชีพจรที่ถูกวางเอาไว้อยู่ข้างเตียง กุญแจดูจะอ่อนเพลียเล็กน้อยเพราะเพิ่งผ่านการผ่าตัด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก เมื่อสองเห็นแบบนั้นจึงเดินเข้าไปบีบมือของพี่ชายแล้วเอ่ยเสียงไม่ดังนักเพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายตกใจ

“พี่ไม่เป็นอะไร แล้วลูกพี่ล่ะ” กุญแจถามเสียงแผ่ว สองไม่รู้ตัวว่าน้ำตาของตัวเองไหลออกมาตอนไหน แต่นี่เป็นอีกครั้งที่เขาต้องมาอยู่ช่วงเวลาระหว่างความเป็นความตายของกุญแจ ต้องขอขอบคุณทั้งพี่แพรและพี่วัฒน์ที่คอยช่วยเหลือพวกเขาสองพี่น้องเสมอ

“เดี๋ยวช่วงเย็นพี่พาน้องมาหานะคะ ตอนนี้ต้องให้น้องอยู่ในตู้อบก่อนนะ” หมอแพรเป็นคนตอบแทน  

พอได้ยินคำตอบนั้น กุลกวินจึงพยุงตัวขึ้นมาเพื่อพยายามนั่ง เขาทำมันได้ไม่เร็วนักเพราะรู้สึกตึงจากบริเวณแผลผ่าตัดจนทั้งสามคนที่กำลังยืนอยู่ต้องรีบเข้ามาประคองตัวคุณแม่เพื่อไม่ให้ออกแรงมากเกินไป

“พี่กุญแจลุกมาทำไมครับ ทำไมไม่นอนพักไปก่อน”

“ผมอยากจะขอขอบคุณพี่แพรกับพี่วัฒน์น่ะครับ ขอบคุณจริงๆ นะครับ”

“ไม่ต้องยกมือไหว้พวกพี่หรอกครับกุญแจ มันเป็นหน้าที่พวกพี่อยู่แล้วครับ” หมอวัฒน์รีบเข้าไปจับมือของอีกฝ่ายก่อนที่จะยกมือไหว้ เขาลูบหัวกุญแจด้วยความเอ็นดูแบบที่ทำกับสองเพื่อเป็นการแสดงความจริงใจในสิ่งที่เขาพูด

ในสายตาของหมอวัฒน์กุญแจเป็นคนหนึ่งที่ดูเข้มแข็งเป็นอย่างมาก แต่ความจริงแล้วเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ มามากมาย และที่สำคัญเขานับถือในตัวของกุลกวินที่เข้มแข็ง แม้จะเป็นผู้ชายแต่ก็สามารถดูแลเด็กได้ครรภ์ได้เป็นอย่างดีจนคลอดออกมาในที่สุด ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเขาจึงมองกุญแจเปรียบเสมือนเป็นน้องชายแท้ๆ ของเขาอีกคนหนึ่ง

แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังยินดีกับการที่กุญแจและลูกปลอดภัย พวกเขาไม่รู้เลยว่าภาพที่หมอวัฒน์กำลังลูบหัวกุญแจในแบบพี่น้องนั้นจะถูกแอบถ่ายโดยใครบางคนและภาพเหล่านั้นก็ถูกส่งกลับไปหาเจ้านายในทันทีพร้อมกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้ถ่ายราวกับว่าไม่มีใครเคยมาแอบยืนอยู่ตรงหน้าห้องนี้

“ผมขอแวะไปดูหน้าหลานหน่อยได้ไหมครับ ว่าแต่หลานของผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะครับ” อันที่จริงกุญแจสามารถรู้เพศของลูกตั้งแต่หลายเดือนที่แล้วเลยก็ย่อมได้ แต่เป็นเพราะกุญแจไม่ได้ให้ความสำคัญของเพศลูกขนาดนั้น การที่ลูกจะออกมาเป็นเพศอะไรก็ไม่ได้ทำให้ความรักของแม่ที่มีต่อลูกลดน้อยลงไปเลยแม้แต่น้อย

“ลูกชายค่ะน้องสอง” หมอแพรตอบ

“ถ้าอย่างนั้นพี่กุญแจตั้งชื่อหลานไว้หรือยังครับผมจะได้เรียกถูกตอนไปยืนอยู่หน้าห้องเด็กเกิดใหม่”  

“เจนท์”

“อะไรนะครับ”

“เด็กคนนี้มีชื่อเล่นว่า…เจนท์ เจนท์ที่ย่อมากจาก Gentlemen”

 

 

 

เจนภพนั่งมองภาพที่ถูกส่งมาจากคนของเลขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนยากที่จะคาดเดา

เมื่อหลายชั่วโมงก่อน มีรายงานเข้ามาว่าสามารถจับสัญญาณที่ตั้งจากเฟสบุ๊คของกุลกวินได้แล้ว ในตอนแรกนั้นเขาตั้งใจว่าจะเป็นฝ่ายไปรับคนรักกลับมาด้วยตัวเอง แต่เพราะประชุมใหญ่ของบริษัท ในฐานะรองประธานจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วม แต่ภายหลังการประชุม ทันทีที่เห็นภาพถ่ายชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดกาวน์กำลังลูบหัวกุลกวินโดยที่คนรักของเขาไม่มีท่าทีต่อต้าน แถมยังมีภาพรอยยิ้มแสนสุขของกุญแจที่อีกฝ่ายเคยให้มันกับเขาเพียงแค่คนเดียว  

รองประธานหนุ่มจึงมีคำสั่งยกเลิกแผนการเดินทางด่วนไปจังหวัดเชียงรายในทันที

“ภัทร ฉันฝากยกเลิกแผนการเดินทางไปเชียงรายด้วย แล้วก็บอกคนของเราให้กลับมาได้เลย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตามข่าวของคนแบบนั้นแล้ว” รองประธานหนุ่มพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะกดวางสายจากเลขา

ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ใบหน้าไร้ความรู้สึกของชายคนนี้ เขากำลังคิดอะไร

แม้จะได้เห็นแค่เพียงรูปถ่ายใบเดียว แต่เมื่อความโดนโกรธบังตา เหตุผลทุกอย่างจึงเป็นอันตกไป คนที่มั่นใจตัวเองอย่างเจนภพไม่มีวันยอมให้ใครมาสวมเขาให้ตนเองได้อย่างแน่นอน

 ในเมื่อรู้สาเหตุที่กุลกวินจากไปแล้ว เขาก็จะปล่อยให้อีกฝ่ายได้ทำตามใจ

เจนภพจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเคยร้องไห้ครั้งสุดท้ายตอนไหน น้ำตาไหลลงมาจากใบหน้าคมเข้มอย่างช้าๆ แต่ก็เพียงแค่หยดเดียว ก่อนที่รองประธานหนุ่มจะกลับมาแสดงสีหน้าเรียบเฉยตามเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

รักได้ก็ย่อมเกลียดได้เช่นกัน…

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 343 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

102 ความคิดเห็น

  1. #101 Jinji_10 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 00:08
    ใจเย่นก่อนพ่อ
    #101
    0
  2. #91 นับสาม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 10:52
    โอ๊ยย ก็คือภาพมาจากโรงบาลอ่ะพ่อ แทนที่จะสืบต่ออีกหน่อยว่าเป็นอะไรถึงเข้าโรงบาล ปวดหัวเลย
    #91
    0
  3. #90 Ineedtoreed (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 23:19
    แกงมาก ไม่ให้ตามสืบต่ออีกหน่อยรึไง้ เดี๋ยวก็ตีเลย คิดอะไรตื้นเขิน จับทุ่ม
    #90
    0
  4. #86 SYMFOCIPY' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 02:09
    โถพ่อ อิชั้นง้างมือแล้วนะ น่าตี
    #86
    0
  5. #53 FDB88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 18:36

    โอ๊ยน้อ แทนที่จะถามก่อนนี่คิดไปเองละ เจนหนอเจน

    #53
    0
  6. #33 ซิ่วอะไรหนักหนา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 22:56
    เข้าใจผิดแล้วพ่อออ
    #33
    0
  7. #2 ThisisMinyoongi_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:26
    ใจนึงสงสารกุญแจ ใจนึงก็สงสารเจนภพ ฮืออออ
    #2
    0