(MPREG) จดหมายถึงพ่อหนู

ตอนที่ 11 : จดหมายฉบับที่สิบเอ็ด : เด็กชายจิรภัทร โฆษิตวงศ์หิรัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 335 ครั้ง
    15 ธ.ค. 63

จดหมายฉบับที่สิบเอ็ด

เด็กชายจิรภัทร โฆษิตวงศ์หิรัญ

 

            

และแล้วค่ำคืนอันแสนวุ่นวายก็มาเยือน ณ บ้านโฆษิตวงศ์หิรัญ มื้อค่ำในวันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษราวกับว่าภายในบ้านหลังใหญ่กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองก็ไม่ปาน หลังจากที่กุลกวินตอบตกตกลงว่าจะกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง คุณผู้หญิงของบ้านจึงมีคำสั่งให้มีการจัดเตรียมอาหารมื้อนี้เป็นพิเศษทันที ซึ่งนี่ถือเป็นอาหารมื้อแรกหลังจากครอบครัวโฆษิตวงศ์หิรัญไม่ได้มานั่งรับประทานอาหารร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตานานหลายปีนับตั้งแต่วันที่กุลกวินหายตัวไป แถมในครั้งนี้ยังได้สมาชิกตัวน้อยที่ถอดแบบมาจากเจนภพราวกับภาพพิมพ์เพิ่มเข้ามาอีกต่างหาก

แต่สำหรับสมาชิกของบ้านโฆษิตวงศ์หิรัญแล้ว งานเลี้ยงฉลองคงไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ทุกคนกำลังสงสัย จนเมื่อมื้อค่ำผ่านพ้นไป…

หลังจากแม่บ้านจัดการเก็บกวาดอาหารบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ทุกคนยังคงนั่งประจำตำแหน่งอยู่ที่เดิมเพื่อรอฟังว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของน้องเจนท์

“ทีนี้จะอธิบายให้พ่อฟังได้หรือยังเจนภพ” เสียงอันน่าเกรงขามของผู้อาวุโสสูงสุดของบ้านเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เล่นเอาคนที่ไม่ได้พบกับคุณท่านใหญ่ของบ้านมานานหลายปีอย่างกุลกวินขนลุกซู่ไปทั้งตัว คุณท่านยังคงดูน่าเกรงขามเหมือนเดิม แม้จะไม่ใช่คนดุ แต่ด้วยบุคลิกที่ไม่แตกต่างจากพ่อของน้องเจนท์ จึงเป็นผู้ชายที่ไม่ว่าจะไปไหนผู้คนต่างก็พากันให้ความยำเกรง

“ครับ ผมคิดว่าตอนนี้ทุกคนคงมีเรื่องที่อยากจะรู้เต็มไปหมด แต่คงไม่เท่าเรื่องของน้องเจนท์ใช่ไหมครับ” เด็กน้อยเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อพร้อมฉีกยิ้มโชว์ฟันหลอเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองก่อนจะก้มหน้าลงไปจัดการกับองุ่นในชามใบโตต่อด้วยความเอร็ดอร่อยเมื่อไม่มีใครพูดกับตนเองต่ สำหรับน้องเจนท์แล้วองุ่นถือเป็นผลไม้ที่เด็กน้อยชื่นชอบมากที่สุด

แทนคำตอบ ไม่มีใครบนโต๊ะอาหารโต้ตอบสิ่งใด ทุกคนนั่งนิ่งเพื่อรอฟังในสิ่งที่เจนภพกำลังจะพูด

“เด็กคนนี้เป็นลูกชายแท้ๆ ของผมครับ น้องเจนท์เป็นลูกของผมกับกุญแจ” ลูกชายคนโตของบ้านตอบ เพียงเท่านี้คงไม่สามารถที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ เพราะมันก็คงยากที่จะเชื่อว่าผู้ชายกับผู้ชายจะสามารถมีลูกด้วยกันได้

“ฮับน้องเจนท์เปงลูกของคุงพ่อกับคุงแม่” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กช่างพูดทำให้ลดความตึงเครียดของสถานการณ์ตรงหน้าไปได้บ้าง แต่กระนั้น…

“คือยังไงนะคะพี่เจน หมายถึงเป็นลูกที่เกิดจากพี่แล้วก็ เอ่อ พี่กุญแจหรือคะ” จันทร์เจ้าคุณหนูรองของบ้านเอ่ยถาม แต่ยังไม่ทันที่เจนภพจะตอบคุณผู้ชายใหญ่ของบ้านก็เป็นฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

            “ให้พี่เขาพูดให้จบก่อนเจ้าจันทร์ พูดต่อสิเจนภพ” เมื่อได้ยินดังนั้นเจนภพจึงพูดต่อ

            “ใช่ เป็นลูกที่กุญแจเป็นคนอุ้มท้องมาด้วยตัวเองครับ”

            “แต่กุญแจ…” 

            “ครับ กุญแจกับผมเป็นผู้ชายเหมือนกัน ตอนแรกที่ผมรู้เรื่องผมก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่ากุญแจสามารถตั้งท้องได้ แต่ทุกอย่างมันเป็นความจริงครับคุณพ่อ คุณแม่” 

            ความเงียบเข้าปกคลุมบนโต๊ะอาหารอีกครั้งไม่เว้นแม้แต่คุณผู้หญิงของบ้านที่รู้เรื่องมาก่อนหน้านี้แล้ว

            “ถ้าอย่างนั้น แปลว่าเด็กคนนี้…”

            “น้องเจนท์ฮับ” น้องเจนท์พูดขัดเมื่อเห็นว่าผู้ชายน่ากลัวตรงหน้านั้นหันมาพูดกับตัวเอง น้องเจนท์อยากให้ทุกคนเรียกน้องเจนท์ว่าน้องเจนท์ไม่ใช่เด็กคนนี้ฮับ

            “น้องเจนท์ครับไม่พูดขัดตอนที่คุณปู่ เอ่อ ผู้ใหญ่กำลังพูดสิครับ ผมขอโทษแทนลูกชายของผมด้วยนะครับ” กุลกวินรีบตำหนิลูกตัวเองเมื่อเด็กน้อยทำกิริมารยาทที่ไม่สมควรออกไปต่อหน้าผู้ใหญ่ น้องเจนท์ยู่ปากเบาๆ เมื่อโดนคุณแม่ดุ แต่น้องเจนท์รู้ว่าตัวเองผิดจึงยกมือขอโทษที่ทำตัวไม่น่ารัก

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ชื่อเจนท์งั้นหรือเรา มาสิมาหาปู่” คำพูดนั้นทำให้กุลกวินใจชื้น ม่านตาเขาตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตา ความรู้สึกดีใจเมื่อครอบครัวของคนรักให้การยอมรับลูกชายของเขาทำให้กุลกวินหายกังวลใจไปได้มากโขเพราะก่อนหน้านี้อีกหนึ่งสิ่งที่กุลกวินกลัวนั่นก็คือการที่ครอบครัวของเจนภพไม่ยอมรับน้องเจนท์นั่นเอง

            “ไปหาคุณปู่สิครับน้องเจนท์” ได้ยินดังนั้นเด็กน้อยจึงกระโดดลงจากเก้าอี้ก่อนจะเดินลัดไปหาคุณปู่ที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ผู้ชายน่าเกรงขามในสายตาของผู้คน แต่สำหรับเจ้าตัวเล็กแล้วไม่น่ากลัวสักนิดเลย คุณปู่จัดการอุ้มเด็กน้อยหลานชายป้ายแดงของตนขึ้นมานั่งบนตัก แค่นั้นกุลกวินก็รู้สึกตื้นตันไปทั้งหัวใจ

            “หน้าตาถอดแบบเจ้าเจนมาขนาดนี้ ต่อให้ไม่เชื่อยังไงก็คงยากจะปฏิเสธแล้วสินะ ใช่ไหมคุณ” 

            “นั่นสิคะ เหมือนเจ้าเจนสมัยเด็กขนาดนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกของเจ้าเจน” คุณผู้หญิงตอบ แม้ว่าจู่ๆ เธอจะกลายเป็นคุณย่าในระยะเวลาเพียงชั่วข้ามคืน แต่ถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอ เป็นเด็กที่เกิดขึ้นมาจากลูกชายของเธอเอง 

            “ถึงฉันจะไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายสามารถตั้งท้องได้ แต่เมื่อเด็กคนนี้…น้องเจนท์เกิดขึ้นมาแล้ว ฉันเองก็คงจะพูดอะไรไม่ได้แล้วล่ะ แล้วเรื่องพวกเธอ จะเอายังไงกันต่อ ได้วางแผนอนาคตกันเอาไว้หรือยัง” เมื่อหมดความสงสัยจึงกลับมาสู่ประเด็นที่ชวนปวดหัวอีกครั้ง ถึงครอบครัวโฆษิตวงศ์หิรัญจะมีทั้งอำนาจและทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นการที่หลานชายของบ้านเกิดขึ้นมาจากผู้ชายด้วยกันนั้น มันคงเป็นเรื่องที่สังคมน่าจะตั้งคำถามมากมายกับเรื่องนี้ และยิ่งในปัจจุบันการจดทะเบียนสมรสและการจดทะเบียนรับรองบุตรระหว่างผู้ชายด้วยกันในสังคมไทยยังอยู่ในขั้นตอนระหว่างการพูดคุยถกเถียง หนทางที่น้องเจนท์จะยืนอยู่ในฐานะหลานชายของบ้านโฆษิตวงศ์หิรัญ คงจะเป็นเรื่องที่ยากเอาการ

            “ผมกำลังคิดเรื่องนี้ครับ แต่ในตอนนี้ผมคงจะให้ลูกกับกุญแจมาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมขอเวลาคิดอย่างรอบคอบอีกครั้งก่อนนะครับ” 

            “อืมฉันเห็นด้วย แล้วคุณกับจันทร์เจ้าล่ะว่ายังไง” คุณผู้ชายใหญ่หันไปถามสมาชิกคนอื่นๆ ของบ้านอีกครั้ง

            “ฉันแล้วแต่คุณเลยค่ะ”

            “ส่วนหนูก็คิดว่าคงจะต้องเอาอย่างที่พี่เจนบอกไปก่อนค่ะ แต่ตอนนี้ขอหนูเล่นกับหลานก่อนนะคะ หนูต้องแทนตัวเองว่าอาใช่ไหมคะพี่กุญแจ” คุณหนูรองสายตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงหลานชายตัวน้อย ยิ่งหลานของเธอหน้าตาเหมือนพี่ชายแต่นิสัยต่างกันคนละขั้วขนาดนี้ เธอจึงตกหลุมรักในความไร้เดียงสาของน้องเจนท์ทันที

            “ใช่ครับน้องจันทร์เจ้า น้องจันทร์เจ้าต้องเป็นอาของน้องเจนท์ครับ” กุลกวินยิ้มตอบ

            “ถ้างั้น มาหาอาจันทร์เจ้าเร็วครับน้องเจนท์” จันทร์เจ้าโบกมือเรียกเด็กน้อย แต่นั่นก็ทำให้น้องเจนท์เอียงคอสงสัยในสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูด วันนี้น้องเจนท์ได้ทั้งคุณปู่ คุณย่าแล้วก็คุณอาเลย

            “ฮับ” แต่เพราะเป็นเด็กดีน้องเจนท์เลยกระโดดลงจากตักคุณปู่ก่อนจะรีบวิ่งไปหาอาสาวสุดสวย

“คิกคิก” น้องเจนท์หัวเราะคิกคักเพราะเมื่อไปถึงแล้วเจ้าตัวก็โดนอาสาวกระหน่ำฟัดแก้มใสไม่หยุด เล่นเอาเด็กน้อยหัวเราะจนเหนื่อยหอบ

“โตขึ้นมาห้ามขี้เก๊กเหมือนคุณพ่อเข้าใจไหมครับน้องเจนท์”

“พูดมากหน่าจันทร์เจ้า”

“ขี้เก๊กคืออาไยฮับ” 

“แบบที่คุณพ่อเป็นไงครับ เดี๋ยวเอาไว้โตขึ้นน้องเจนท์จะรู้ว่าเป็นยังไง”

“พอเลยจันทร์เจ้าเดี๋ยวพี่ก็จัดการเพิ่มงานให้เลย” เจนภพพูดเสียงเรียบ แต่คงไม่มีใครรู้หรอกว่าเจ้าคนขี้เก๊กตอนนี้กำลังเขินเพราะโดนน้องสาวแกล้งมากแค่ไหน

“หนูไม่กลัวหลอกค่ะ แบร่ พี่เจนกลับมาแล้วหนูไม่ทำงานส่วนของพี่แล้วค่ะ ไปกันเถอะครับน้องเจนท์ ไปเล่นกับอาจันทร์เจ้ากันครับ ที่ห้องอาจันทร์เจ้ามีของเล่นเต็มไปหมดเลย”

“สองพี่น้องนี่จริงๆ เลยนะ คนนึงก็โตจนเป็นพ่อคน ส่วนอีกคนก็เป็นอาคนแล้ว ยังทะเลาะกันเป็นเด็กๆ ไปได้”

เป็นระยะเวลาหลายปีนับตั้งแต่ที่กุลกวินได้จากบ้านหลังนี้และคนรักของเขาไป ภาพรอยยิ้มแห่งความสุขในวันนี้ เป็นภาพแรกที่สมาชิกของบ้านกลับมามีรอยยิ้มแห่งความสุขกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งพร้อมการกลับมาของกุญแจ และอีกหนึ่งชีวิตที่เพิ่มขึ้นมาด้วยเช่นกัน หลังจากพูดคุยเรื่องเครียด ๆ เสร็จแล้ว เจนภพและกุลกวินยังคงนั่งคุยกับผู้ใหญ่ของบ้านกันต่ออีกสักพัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของกุลกวินในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและการเลี้ยงน้องเจนท์ด้วยตัวคนเดียว พวกท่านทั้งสองไม่นึกโกรธเคืองและถามถึงสาเหตุที่กุลกวินเลือกที่จะจากไป แต่เมื่อวันนี้กุลกวินกลับมา พวกท่านสองก็ยินดีต้อนรับเขาอีกครั้งในฐานะลูกชายอีกคน

“คุยกันเท่านี้ก่อนเถอะ วันนี้พวกเธอเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ไว้มีเวลาค่อยมานั่งคุยกันใหม่”

“ครับคุณพ่อ งั้นผมขอตัวไปพักก่อนนะครับ”

“ตามสบาย ยังไงเราก็ถือเป็นสมาชิกอีกคนของบ้านหลังนี้ พาเมียนายไปพักได้แล้วเจน” คนเป็นพ่อเอ่ยแซว

“เอ่อ คุณพ่อครับ ผ ผมไปนอนก่อนนะครับราตรีสวัสดิ์ครับ” เขาหาเสียงตัวเองไม่เจอ เมื่อได้ยินคำที่ท่านใช้เรียกตนเอง กุลกวินจึงเลือกที่จะหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเจนภพ แต่ผู้ชายคนนั้นกลับมองมาที่เขาอยู่ก่อน…ด้วยสายตาอันเจ้าเล่ห์ จนเป็นกุลกวินเองที่ทนอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวก่อนจะลุกต่อหนีออกไปจากตรงนี้

“หึ งั้นผมขอตัวด้วยนะครับ” นักธุรกิจหนุ่มนึกขำเมื่อเห็นภาพ ‘เมีย’ ของตัวเองเสียอาการ ก่อนจะขอตัวบอกลาคุณพ่อกับคุณแม่แล้วเดินตามอีกฝ่ายขึ้นไปบนชั้นสองด้วยเช่นกัน

การกลับมาของกุลกวินในครั้งนี้ แม้อีกฝ่ายจะยังไม่เปิดใจยอมรับเขาในฐานะคนรักอีกครั้ง แต่เจนภพให้สัญญากับตัวเองว่าการที่พากุลกวินกลับมาด้วยในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงต้องการให้ลูกชายมาอยู่ด้วยอย่างแน่นอน เพราะนักธุรกิจอย่างเจนภพไม่หวังเพียงแค่กำไรเล็กน้อยเท่านั้น เพียงแต่ว่าคนมั่นใจในตัวเองสูงอย่างเจนภพยังไม่ยอมรับเท่านั้นเอง

            

            เมื่อมื้ออาหารอันแสนสุขผ่านพ้นไปจึงเป็นเวลาพักผ่อนของผู้คนทั่วไปรวมถึงครอบครัวของเจนภพด้วย เจนภพที่เดินกลับมาถึงห้องนอนของตัวเองแต่กลับไม่พบกับใครอีกคนที่เขากำลังตามหา เจ้าตัวจึงตัดสินใจเดินตรงไปยังห้องนอนอีกห้องที่อยู่ไม่ไกลกัน และยังไม่ทันที่จะถึงที่หมาย หูของเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังรอดออกมาจากภายในนั้น คงไม่ต้องบอกแล้วสินะว่าคนที่เขากำลังตามหานั้นหายตัวไปไหน

            แกร๊ก

            “คุงพ่อฮับช่วยน้องเจนท์ด้วย อาจันทร์เจ้าแกล้งน้องเจนท์” ทันทีที่เขาเปิดประตู เด็กน้อยที่กำลังหน้าแดงก่ำก็รีบวิ่งเข้ามากอดขาของเขาไว้แน่น ดูท่าแล้วเจ้าน้องสาวตัวแสบคงแกล้งอะไรลูกชายของเขาอีกแล้วสินะ

            “เล่นอะไรกันจันทร์เจ้า” เจนภพพูดเสียงเหี้ยมจนกุลกวินที่นั่งอยู่ในห้องอีกคนหันไปมองด้วยความตกใจ แต่ถึงจะน่ากลัวอย่างไรมันก็คงจะไม่สามารถทำอะไรน้องสาวที่อยู่กันมาตั้งแต่เกิดได้ ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังตั้งท่าจะเข้ามาจู่โจมลูกชายของเขาอีกต่างหาก

            “มาให้อาจันทร์เจ้าฟัดพุงหน่อยครับน้องเจนท์”

            “คิกคิก คุงพ่อช่วยน้องเจนท์ด้วย” เด็กน้อยส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด

            “พอๆ เลิกเล่นกันได้แล้วทั้งหลานและอาเลย วันนี้น้องเจนท์เดินทางมาทั้งวัน รีบพาลูกไปอาบน้ำเข้านอนได้แล้ว” ท้ายประโยคเขาหันไปพูดกับอีกคนที่นั่งอยู่บนเตียงนอนเบ็นเท็นของลูกชาย แต่ไม่รู้ว่าน้ำเสียงของเขาเป็นอย่างไรกุลกวินจึงได้พยักหน้าและรีบพาลูกชายจูงมือเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที

            “ทำเป็นดุนะพี่ชาย รู้นะว่าคิดอะไรอยู่น่ะ” เขาลืมไปได้ยังไงว่าในห้องยังมีเจ้าตัวแสบเบอร์สองอีกหนึ่งคน

            “พูดมากหน่าจันทร์เจ้า รีบออกไปได้แล้ว”

            “ค่าค่า ไปก็ได้ค่า” มีคนเสียอาการแหละดูออก คิคิ

            เมื่อจำกัดเจ้าตัวแสบเบอร์หนึ่งไปได้แล้ว เจนภพจึงรีบเดินตามสองแม่ลูกเข้าไปในห้องน้ำทันที เสียงร้องเพลงของเจ้าตัวแสบแสดงให้เห็นว่าน้องเจน์ยังมีพลังเล่นซนได้อีกเหลือเฟือเลยล่ะ

            “เอ บี ชี ดี อี เอฟ จี” เพลงโปรดของเขาเลยล่ะเพลงนี้

            “คุงพ่อ มาแย้ว คุงพ่อมาอาบน้ามกับน้องเจนท์น้า” เด็กน้องส่งเสียงดีใจเมื่อเห็นคุณพ่อเดินเข้ามา เด็กน้อยชวนคุณพ่อเข้ามาอาบน้ำด้วยกัน ส่วนคุณแม่ของน้องเจนท์ตอนนี้เปียกโชกไปทั้งตัวเพราะเจ้าเด็กดื้อที่มัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ จนกลายเป็นว่าตอนนี้กุลกวินจะได้อาบน้ำไปด้วยอีกคน

“อยากให้อาบด้วยหรือครับ” เจนภพเอ่ยถาม

“ฮับ มาอาบน้ามกัน คุงแม่ก็อาบด้วย คิกคิก” เปียกโชกขนาดนี้ไม่อาบก็คงต้องอาบแล้ว

“ถ้างั้นขอคุณพ่ออาบด้วยคนนะครับ”

“เย่ๆ”

“ค คุณจะทำอะไร ถอดเสื้อทำไมครับ” กุลกวินร้องเสียงหลงเมื่อหันไปเห็นอีกฝ่ายกำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก แทนคำตอบคนฟังกลับทำหูทวนลมแถมยังปาเสื้อตัวนั้นทิ้งโชว์แผงอกกว้างอย่างไม่นึกอายฟ้าดิน

“จะอาบน้ำกับลูกก็ต้องถอดเสื้อผ้าสิ ใช่ไหมครับน้องเจนท์”

“ฮับ” เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะสองพ่อูกคนนี้ กุลกวินรู้สึกคิดถึงอีกฝ่ายในลุคตอนที่เพิ่งกลับมาเจอกันเหลือเกิน ถึงจะเย็นชาแต่ก็ไม่ได้ขี้แกล้งแบบนี้

“แล้วนายไม่ถอดหรือไง เปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว” ไม่ว่าเปล่าอีกฝ่ายยังเอื้อมมือเข้ามาเพื่อจะปลดกระดุมเสื้อเขาอีก แต่ในจังหวะที่กุลกวินจะหันกลับไปเพื่อปัดมือของอีกฝ่ายออกเขาจึงเพิ่งรู้ว่าตอนนี้เขาพลาดแล้วที่หันกลับมา

“ค คุณ!”

 เพราะตอนนี้อีกฝ่ายได้อยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“อย่าดื้อ ถ้านายดื้อจะยิ่งเสร็จช้าเข้าไปอีก” เจนภพว่าเสียงดุ เมื่อได้ยินแบบนั้นกุลกวินจึงนิ่งลงแต่ก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเข้ามาช่วยถอดเสื้อผ้าอยู่ดี

“ผมถอดเองครับ” หน้าของเขาตอนนี้คงแดงเป็นลูกตำลึงแน่นอน กุลกวินพยายามหันหลังให้อีกฝ่ายในขณะที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเอง แม้จะเคยเห็นกันมาหมดกันแล้ว แต่นั่นก็เป็นอดีตเมื่อนานมาแล้ว จู่ๆ จะให้มาแก้ผ้าต่อหน้าอีกครั้งก็ย่อมจะเขินกันเป็นธรรมดา สำหรับกุลกวินอะนะ ส่วนร่างสูงนั้นคงไม่ต้องบอกว่าไม่มีความเขินอายใดๆ ทั้งสิ้น 

และสุดท้ายกว่าทั้งสามจะอาบน้ำเสร็จก็กินระยะเวลาไปเกือบชั่วโมง โดยมีสาเหตุมาจากเด็กน้อยที่สนุกกับการเล่นน้ำไม่ยอมเลิก และผู้ใหญ่ตัวโตที่พยายามเข้ามาแกล้งเขาไม่หยุดไม่หย่อนตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา แถมกว่าจะพาลูกชายเข้านอนได้ ก็ทำเอากุลกวินหมดแรงจนแทบอยากจะปิดสวิทซ์ตัวเองแล้วรีบเข้านอนเหลือเกิน แต่ความเป็นจริงแล้วเขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้…

“เอ่อ ผมขอไปนอนโซฟาไม่ได้หรือครับ”

“ถ้านายดื้อฉันจะเอาหมอนข้างออก”

“ก็ได้ครับ” ถ้าจะเอาหมอนข้างออกเขายอมนอนบนเตียงก็ได้ เพราะถ้าเกิดเอาหมอนข้างออกจริงๆ นั่นก็หมายความว่า เขาจะต้องนอนชิด ติดกับอีกฝ่ายอย่างไม่มีทางเลือก

“ปิดไฟซะแล้วก็รีบนอนได้แล้ว” เจนภพว่าเพียงแค่นั้นก่อนจะพลิกตัวหันหน้าออกไปอีกข้างเป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา เมื่อเห็นดังนั้นกุลกวินจึงจัดการหยิบรีโมทที่เป็นตัวควบคุมการเปิดปิดไฟในห้องขึ้นมาและกดเปิดเข้าสู่โหมดการนอนหลับ ทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องนี้กุลกวินคุ้นเคยเป็นอย่างดีแม้จะผ่านไปนานสักแค่ไหน แต่สุดท้ายความจริงก็ยังเป็นความจริงว่าเขาเคยอยู่ที่นี่

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรแล้ว แต่มันนานจะนานพอให้อีกฝ่ายที่นอนอยู่ข้างกันนอนหลับอย่างสนิทได้ เสียงกรนเบาๆ ดังคลอไปกับเครื่องปรับอากาศภายในห้องบ่งบอกว่าตอนนี้คนข้างกายกำลังนอนหลับพักผ่อนอย่างสบายใจ ซึ่งเขาก็ควรที่จะนอนหลับด้วยเช่นกัน แต่ในหัวของกุลกวินกลับไม่สามารถหยุดคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันนี้ได้เลย แถมยังต้องมานอนบนเตียงหลังเดียวกับเจนภพอีก แม้ก่อนหน้านี้จะเคยกลับมานอนบนเตียงหลังเดียวกันแล้วก็ตาม แต่นั่นก็มีลูกชายนอนคั่นอยู่ตรงกลาง

            เมื่อคิดถึงลูกชายร่างบางที่นึกขึ้นได้ว่านี่เป็นคืนแรกที่แกต้องนอนคนเดียว แถมยังแปลกที่อีกต่างหาก ด้วยความเป็นห่วงกุลกวินจึงตัดสินใจว่าจะลุกไปดูความเรียบร้อยของลูกน้อยสักหน่อย แต่ความจริงแล้วเขากำลังจะหนีไปนอนกับลูกชายต่างหาก กุลกวินค่อยๆ ขยับลุกจากเตียงอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนอีกฝ่าย แต่ในขณะที่กำลังขยับตัวนั้น

            “อุ๊ปส์” เขาถูกมือใหญ่เกี่ยวกระหวัดก่อนจะถูกดึงเข้าสู่อ้อมอกแกร่ง แต่เพราะไม่ทันตั้งตัวจึงไม่สามารถต้านแรงของตัวต้นเหตุ แถมไม่รู้ว่าหมอนข้างเจ้ากรรมดันหายไปไหนเสียนี่

            “คุณครับ ปล่อยผมนะครับ”

            “…” ไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงเสียงหายใจเบาๆ แทนคำตอบของร่างสูงเท่านั้น 

            นี่คุณเขาละเมอหรือแกล้งทำกัน

            กุลกวินลองขยับตัวพร้อมส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายเบาๆ อีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล จนนึกขึ้นได้ว่าสมัยก่อนอีกฝ่ายชอบนอนกอดเขาแบบนี้บ่อยๆ จึงสรุปได้ว่อาจเป็นอาการละเมอของอีกฝ่ายก็เป็นได้ แต่ไม่รู้ทำไม แทนที่จะอึดอัดเขาถึงเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาเสียดื้อๆ มันคงเป็นเพราะไออุ่นของอีกฝ่ายล่ะมั้ง

            ความคิดในหัวของกุลกวินตีรวนอย่างหนัก เขากลับมาที่นี่เพื่อลูกชายเท่านั้น กุลกวินในตอนนี้ยังไม่สามารถกลับไปยืนเคียงข้างเจนภพได้จริงๆ นอกจากความรู้สึกผิดตลอดหลายปีที่ทิ้งอีกฝ่ายตลอดมา ยังอีกอีกหนึ่งสาเหตุที่กุลกวินเลือกที่จะปิดเงียบเอาไว้มาตลอดหลายปี และคงไม่มีใครรู้เลยว่าทุกอย่างที่เขาทำลงไป เขาทำเพื่อผู้ชายที่นอนอยู่ข้างกัน แม้มันจะรู้สึกเจ็บปวดจนเจียนตายก็ตาม

            แม้จะคิดแบบนั้น แต่ความอบอุ่นของผู้เป็นที่รักกลับทำให้กุลกวินรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของผู้ชายคนนี้ ถ้าเขาจะขอเพียงแค่ตอนนี้เท่านั้นที่เขาจะทำตามความต้องการของตัวเอง มันคงจะไม่เป็นไรใช่ไหม และนั่นเป็นความคิดสุดท้ายของกุลกวินก่อนที่โลกทุกอย่างจะมืดลงและนำพากุลกวินเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุดโดยมีอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นตลอดทั้งคืน

            แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านเข้ามาทางช่องว่างของผ้าม่าน ทำให้ร่างสูงที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทราด้วยความเพลิดเพลินต้องตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เจ้าตัวกวาดมือออกไปทั่วทั้งเตียงเพื่อควานหาหมอนข้างนุ่มนิ่มที่นอนกอดมาตลอดทั้งคืน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้หมอนข้างใบนั้นจะหายตัวไปเรียบร้อยแล้ว เจนภพหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ข้างหัวเตียงขึ้นมาดูเวลาแทนนาฬิกา พอเห็นว่าตอนนี้ยังไม่เจ็ดโมงเช้าดีบวกกับว่าวันนี้เขาไม่ต้องรีบเดินทางเข้าบริษัทจึงเกิดความคิดที่จะนอนพักต่ออีกสักหน่อย แต่ว่าต้องขอไปตามหาหมอนข้างที่หายไปเสียก่อน และก็คงไม่เดาต้องเดาเลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ที่ไหน

            ร่างสูงเดินตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ถัดไปจากห้องนอนของเขาซึ่งบัดนี้เป็นห้องนอนของลูกชายตัวน้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวค่อยๆ บิดลูกบิดประตูอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้คนภายในห้องรู้ตัว และก็เป็นอย่างที่คาดเมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วเมื่อคนที่เขากำลังตามหัวตัวหนีมานอนกับลูกชายแบบนี้ เมื่อเดินมาถึงเตียงนอนคนตัวสูงไม่รีรอที่จะอุ้มร่างของกุลกวินและลูกชายที่กำลังนอนไต่อยู่บนตัวของผู้เป็นแม่ขึ้นมาพร้อมๆ กัน แต่ถึงจะพยายามเบามือขนาดไหนแต่จู่ๆ การที่ถูกอุ้มขึ้นมาแบบนี้ย่อมทำให้คนโดนค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น

            “ค คุณ!” กุลกวินเบิกตาโพลงจนลืมความง่วงเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังถูกอีกฝ่ายอุ้มขึ้นมาจากเตียง

            “นิ่ง เดี๋ยวลูกตื่น” คนตัวเล็กที่กำลังตั้งหน้าจะเถียง แต่พอเห็นว่าบนตัวของเขายังมีลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนหลับบสนิทด้วยความสบายใจ จึงไม่มีทางเลือกที่จะยอมทำตามแม้จะรู้สึกไม่พอใจก็ตาม 

            “คืนต่อไป ถ้านายหนีฉันก็จะไปอุ้มกลับมาอยู่ดี เพราะฉะนั้นทำตัวดีๆ เข้าใจไหม” แทนคำตอบ กุลกวินเลือกที่จะนิ่งเงียบ เขารู้ดีว่าถ้าตอบตกลงไปอีกฝ่ายก็จะมัดมือชกให้เขาทำตามอยู่ดี ดังนั้นไม่ตอบดีกว่าเพราะถ้าไม่ตอบก็หมายความว่าคืนต่อไปเขาจะสามารถหนีไปนอนกับลูกชายได้

            “ถ้านายไม่ตอบ แล้วยังดื้ออีก”

            “…”

            “ฉันจะไม่ทำแค่อุ้มแน่ เข้าใจไหม” สายตาเจ้าเล่ห์นั้นอีกแล้ว กุลกวินขนลุกซู่ไปทั้งตัวทุกครั้งที่เจนภพมองมาด้วยสายตาแบบนี้ แล้วเขาจะทำอย่างไรได้ล่ะนอกจากพยักหน้ารัวเป็นคำตอบตามที่อีกฝ่ายต้องการ

            สุดท้ายกุลกวินจึงถูกอุ้มอยู่ในท่าเจ้าสาวโดยมีลูกชายตัวน้อยเกาะติดมาด้วย จะหนีไปไหนก็คงไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเล่นจัดการอุ้มเขาและลูกชายมาไว้ที่เตียงนอนหลังใหญ่แถมห่มผ้าให้เสร็จสรรพเรียบร้อย แต่ยังดีที่ร่างสูงให้ลูกชายมานอนคั่นกลางจึงลดความประหม่าลงไปได้หน่อยนึง เพราะเมื่อกี้แค่ตื่นนอนขึ้นมาในอ้อมกอดของอีกฝ่ายว่าแย่แล้ว แต่ภาพแรกที่เขาได้เห็นรับวันใหม่ ใครจะคิดล่ะว่ามันจะเป็นภาพแผงอกแกร่งของอีกฝ่าย…

            “นอนซะ อีกสักสองชั่วโมงค่อยตื่น”

            “ครับ”

            เมื่อรู้ว่าไม่มีทางเลือกบวกกับยังคงรู้สึกง่วงอยู่เล็กน้อย กุลกวินจึงผล็อยหลับไปในที่สุด เอาไว้ตื่นมาค่อยคิดละกันว่าจะรับมือกับคนขี้แกล้งอย่างไร 

 

 

 

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก่อนจะพบว่าเป็นสายจากสองที่โทรศัพท์เข้ามาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับความเรียบร้อยของเขาและลูกชาย หลังจากคุยกับสองเสร็จเขาจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนเตียงนอนหลังใหญ่ตอนนี้ไม่มีร่างของเจนภพและลูกชายตัวน้อยของเขาแล้ว

            กุลกวินดูเวลาจากโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงครึ่งซึ่งเท่ากับว่าเขาหลับต่อไปประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่า ร่างบางบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะลงจากเตียงเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จแล้วจึงรีบลงไปข้างล่างทันที

            “ป้านิดครับ เห็นคุณเจนภพกับน้องเจนท์ไหมครับ” 

            “อยู่ในห้องออกกำลังกายค่ะคุณกุญแจ” หัวหน้าแม่บ้านตอบคำถามด้วยความสุภาพ 

            “ขอบคุณครับป้านิด”

            “ค่ะ แล้วก็ยินดีต้อนรับกลับมาอีกครั้งนะคะ” กุญแจยิ้มรับให้กลับความใจดีของหัวหน้าแม่บ้าน ถึงจะไม่ได้เจอกันหลายปี หากย้อนกลับไปในช่วงที่เขาเคยอยู่ที่นี่ก็ได้ป้านิดนี่แหละที่คอยดูแลเขาเสมอมา ป้านิดยังคงใจดีกับเขาเสมอแม้ว่าจะมีแม่บ้านบางคนในบ้านหลังนี้ไม่ค่อยชอบเขาอยู่ก็ตาม

            “ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

            กุลกวินยังคงจำทุกอย่างภายในบ้านโฆษิตวงศ์หิรัญได้เป็นอย่างดี แม้ว่าข้าวของเครื่องใช้บางอย่างจะเปลี่ยนไปรวมไปถึงแม่บ้านบางคนที่เขาไม่รู้จัก แต่สำหรับห้องหับต่างๆ ภายในบ้านหลังนี้กุลกวินยังคงจำมันได้ทุกอย่าง

            ตลอดระยะทางเดินไปที่ห้องออกกำลังกาย เขาได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของคนงานบางคนดังไม่หยุดหย่อน คงไม่ต้องบอกว่าคนพวกนั้นกำลังพูดถึงใคร กุลกวินเข้าใจดีว่ามีคนงานภายในบ้านบางคนที่ไม่ในตัวของเขามาตั้งแต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมาแม้ว่าเขาจะพยายามทำดีกับพวกคนเหล่านั้นก็ตาม มันคงจะเป็นเหมือนในละครที่เหล่าแม่บ้านและคนงานบางคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งหรืออาจจะเรียกว่าเป็นครอบครัวเดียวกับเจ้านายของตนเอง และแน่นอนว่าคนงานบางคนก็คงจะรู้สึกไม่ชอบใจสักเท่าไหร่กับการที่คุณหนูใหญ่ของบ้านมีคนรักเป็นผู้ชายเหมือนกัน กุลกวินนึกขำเพราะดันไปนึกถึงฉากในละครไทย ที่บรรดาแม่บ้านคนงานต่างพากันไม่ให้ความเคารพลูกสะใภ้ของบ้านซึ่งเป็นคนบ้านนอก แม้จะไม่เหมือนกันแต่กรณีของเขาก็คงไม่ได้ต่างจากละครในโทรทัศน์สักเท่าไหร่

            เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่ดังลอดออกมาจากห้องออกกำลังกายทำให้กุลกวินได้สติกลับมาอีกครั้ง เจ้าตัวเอื้อมมือไปเปิดประตูเพื่อเข้าไปหาสองพ่อลูกก่อนจะพบกับภาพที่ทำให้คนเป็นแม่ของเขายิ้มออกมาอย่างมีความสุข

            “หนึ่ง ฉอง ฮึบ!”

            “ฉาม อ๊ะ คุงแม่” เด็กน้อยในชุดวอร์มออกกำลังกายที่แต่งตัวเหมือนกันกับผู้ชายหน้าดุวิ่งมากอดขากุลกวินทันทีที่เห็นแม่ของตัวเองเดินเข้ามา ใช่แล้วสองพ่อลูกเขากำลังออกกำลังกายยามเช้ากัน

            “ทำอะไรอยู่ครับคนเก่ง” กุลกวินก้มตัวไปพูดกับลูกชายพร้อมทั้งหอมแก้มยุ้ยนั่นไปหนึ่งที

            “ออกกามลางกับคุงพ่อฮะ คุงแม่ก็มาเต้น ๆ ด้วยกันนะฮับ ชาหนุกมาก ๆ เยย” เด็กน้อยพูดจ้อ 

            กุลกวินพอจะรู้อยู่ว่าสองพ่อลูกคงน่าจะออกกำลังกายยามเช้ากันอยู่ เพราะตามปกติแล้วเจนภพก็จะออกกำลังในช่วงก่อนอาหารเช้าเป็นประจำ

            “นายก็มาออกกำลังด้วยกันสิ ไม่ใช่มัวแต่นอนน้ำลายยืด” เจนภพว่าในขณะเดินไปหยุดเครื่องเล่นเพลง

            “ใครเขานอนน้ำลายยืดกันเล่า” กุลกวินพูดเสียงเบาพอให้ตัวเองได้ยิน เพราะเถียงไปอีกฝ่ายก็อาจจะไม่แกล้งเขาได้ ก่อนที่กุลกวินจะหันไปให้ความสนใจกับลูกชายตัวน้อยแทน

            “แล้วชุดนี้น้องเจนท์ไปได้มาจากไหนครับ” 

            “คุงพ่อห้ายมาฮับ” เด็กน้อยเอ่ย

            คงไม่แปลกที่น้องเจนท์จะมีชุดใหม่ ๆ ที่เขาไม่คุ้นตา มันคงเป็นคำสั่งของอีกฝ่ายที่ให้คนไปเตรียมของเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่เขากับลูกชายจะกลับมาถึงที่นี่สินะ แต่การที่หาซื้อชุดที่เหมือนกับตัวเองทั้งเสื้อและกางเกงแบบนี้ ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้

ว่าอีกฝ่ายกำลังเห่อลลูกชายมากแค่ไหน

            “คุงแม่ก็มาเต้น ๆ กับน้องเจนท์นะฮับ คุงแม่เต้นด้วยได้ไหมฮับคุงพ่อ” น้องเจนท์หันไปส่งสายตาออดอ้อนให้กับคุณพ่อของตัวเอง หากใช้สายตาแบบนี้น้องเจนท์จะได้สิ่ที่ต้องการเสมอเมื่ออยู่กับกุลกวิน และน้องเจนท์ก็เชื่อว่ากับคุณพ่อคนนี้ด้วยเช่นกัน จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นท่าไม้ตายของน้องเจนท์เขาแหละ แต่น้องเจนท์ก็ไม่ได้เป็นเด็กเอาแต่ใจนะ เพราะน้องเจนท์จะทำแบบนี้เวลาที่อยากจะให้กุลกวินมาเล่นด้วยซะเป็นส่วนใหญ่

            “นายก็มาออกกำลังกายกับลูกด้วยสิ”

            ใจจริงเขาอยากจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสายตาแบบนั้นของลูกชายแล้ว

            “ก็ได้ครับ”

            “เย่ ๆ มาเต้น กับน้องเจนท์น้า”

            กุลกวินและลูกชายเคลื่อนไหวร่างกายตามเจนภพที่นำเต้นด้วยท่าแอโรบิคง่ายๆอย่างคล่องแคล่ว เขาแอบสงสัยเล็กน้อยที่ทำไมวันนี้เจนภพเลือกจะมาออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิคแทนที่จะเป็นการเล่นเวทเทรนนิ่งตามปกติ แต่พอเห็นเจ้าเด็กน้อยที่เต็นตามผู้เป็นพ่ออย่างแข็งขันจึงพอจะเข้าใจเรื่องทุกอย่างขึ้นมาบ้าง คุณพ่อมือใหม่คงจะอยากทำกิจกรรมกับลูกชายดูบ้าง

แม้จะผ่านมาหลายวันที่เขากลับใช้ชีวิตกับเจนภพอีกครั้ง ยอมรับเลยว่าเขายังคงรู้สึกแปลก ๆ เวลาทต้องมาใกล้กับเจนภพอยู่ดี แต่พอได้เห็นใบหน้าประดับรอยยิ้มของลูกชายที่ได้มีช่วงเวลาดี ๆ กับพ่อแท้ ๆ เหมือนเด็กคน แม้จะเป็นเด็กร่าเริง แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นลูกชายมีความสุขมากถึงเพียงนี้ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้กุลกวินมั่นใจว่าเขาตัดสินใจถูกต้องแล้ว

 

            หลังจากการออกกำลังกายก่อนมื้อเช้า ทั้งสามจึงขึ้นไปอาบบน้ำแต่งตัวทำความสะอาดร่างกายกันก่อนจะลงมารับประมานอาหารเช้า

            “ฝากด้วยนะภัทร”

            “ครับคุณเจนภพ ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรผมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ”

            แม้จะเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว แต่ช่วงนี้เจนภพยังคงบริหารงานจากที่บ้านเป็นหลัก เนื่องจากเขายังต้องจัดการเรื่องของลูกชายและกุลกวินอีกมากมาย ด้วยเหตุนี้เลขาคนสนิทอย่างภัทรและพนักงานคนอื่น ๆ ที่มีหน้าที่ในการติดต่อประสานงานกับคู่ค้าหรือผู้บริหารจึงต้องเข้าออกบ้านโฆษิตวงศ์หิรัญเพื่อรับงานจากท่านรองประธานอยู่บ่อยครั้ง

            “คุงพ่อฮับคุงย่าเรียกไปหม่ำ ๆ ฮับ” เมื่อสมาชิกในบ้านทุกคนเตรียมพร้อมที่จะรับประทานมื้อเช้ากันแล้ว คุณผู้หญิงของบ้านจึงให้หลานชายคนใหม่มาตามพ่อของเขาที่เอาแต่สนใจงานจนลืมครอบครัว หากเป็นน้องเจนท์แล้วยังไงเจนภพก็ต้องใจอ่อนอย่างแน่นอน

            “ครับ เดี๋ยวอีกแปปหนึ่งนะครับ”

            “น้องเจนท์อย่าวิ่งมาแบบนั้นสิครับ แล้วเจออาภัทรทำไมยังไม่ทักทายครับ” เด็กน้อยที่กำลังกอดขาของผู้เป็นพ่อเอียงคอสงสัย เจ้าตัวไม่รู้ว่าใครคือคนที่มารดาหมายถึง แต่ก็คงจะเป็นผู้ชายตรงหน้าที่เจอเมื่อวานล่ะมั้ง

            “ซาหวัดดีฮับ”

            “สวัสดีครับคุณกุลกวิน แล้วก็สวัสดีน้องเจนท์ด้วยนะครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมขออนุญาตก่อนนะครับพอดีมีธุระต้องไปทำให้ท่านรองต่อ” เลขาหนุ่มกล่าว

            “ครับคุณภัทร”

            “ถ้างั้นเราไปทานข้าวกันเถอะ”

            “ครับ”

            กุลกวินรู้สึกว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อนี้มีความอึดอัดมากกว่าเมื่อวานเล็กน้อย การที่สมาชิกของบ้านโฆษิตวงศ์หิรัญเอาแต่นั่งจ้องไปที่ลูกชายของเขา แม้จะเป็นสายตาที่เอ็นดู แต่มันก็ผิดปกติต่างจากเมื่อวานอยู่ดี

            “แล้ววันนี้พวกลูกจะไปไหนกัน” คุณผู้ชายใหญ่ของบ้านเอ่ยถาม

            “ผมว่าจะพากุญแจกับลูกไปซื้อของใช้ครับ แล้วก็คงไปธุระเรื่องโรงเรียนด้วย”

            “น้องเจนท์อยากไปโยงเยียน” พอได้ยินว่าจะได้ไปโรงเรียน เด็กน้อยจึงร้องขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

            “อืมแต่ก่อนที่จะออกไป พ่อกับแม่มีเรื่องที่ต้องคุยกับเราก่อนนะกุญแจ”

            “ครับ คุณพ่อคุณแม่มีเรื่องอะไรหรือครับ”

            “ตอนนี้น้องเจนท์ใช้นามสกุลของเราใช่ไหม”

            “ใช่ครับ”

            “พ่อกับแม่ปรึกษากันมาแล้ว”

            “ถ้าจะให้น้องเจนท์เปลี่ยนมาใช้นามสกุลโฆษิตวงศ์หิรัญ”

            “กุญแจคิดว่าอย่างไรบ้าง”

            “…”      

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 335 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

102 ความคิดเห็น

  1. #102 ต้น (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 19:31

    รอนานแล้วนะ..มาสักทีเถอะ..จะลงแดงแล้วคะ😂😂😂😂

    #102
    0
  2. #99 kwanjit1616 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:12
    รอๆๆๆๆ
    #99
    0
  3. #96 pdca (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 12:43
    รีบมานะครับ
    #96
    0
  4. #95 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 01:08
    เอางั้นเรอะ คุณปู่คุณย่า

    กุญแจว่าไงจ้ะ
    #95
    0
  5. #94 นับสาม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 02:55
    แรงมากกกก เขาจะไม่ตกใจเอาเหรอ ใช้นามสกุลพ่ออ่า
    #94
    0
  6. #93 Ineedtoreed (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 23:18
    นี่ว่าไม่ดีมั้งคะคุณย่า เดี๋ยวจะแตกตื่นค่อนประเทศ
    #93
    0
  7. #88 Kronos-Hades (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 06:57
    ทำไมฉันเพิ่งเห็น!!!
    #88
    0
  8. #87 KanjanaUpaphan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 16:46

    รอยุนะคะไรทฺ์
    #87
    0
  9. #85 nuying88 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 19:17
    อุ้ววววว
    #85
    0
  10. #84 K1101 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 19:15

    สนุกมากค่ะ รอนะคะ
    #84
    0
  11. #83 yingclubzaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 19:03
    รอนะคะ สนุกมาก
    #83
    0
  12. #82 yingclubzaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 18:50
    รอนะคะ
    #82
    0
  13. #81 peemgirl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 16:21
    รออ่านต่อค่าาาาาาา
    #81
    0