อย่าเรียกหนูว่าตัวเล็ก (จบ)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 : เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อย (Re-Write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 407 ครั้ง
    1 เม.ย. 63

ตอนที่ 6
เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อย


เป็นเวลาเกือบสามสัปดาห์ที่เจ้าเด็กตัวเล็กแก้มย้อยได้ใช้ชีวิตในฐานะนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม้ว่าเจ้าตัวยังคงประหม่าที่ต้องทำความรู้จักกับผู้คนมากมายในสภาพสังคมใหม่ ๆ อยู่บ้าง แต่น้ำตาลก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนทำให้ครอบครัวของเจ้าตัวเริ่มไว้วางใจปล่อยให้น้ำตาลได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อนและรุ่นพี่ในคณะให้มากขึ้น
“วันนี้จะไปกับพี่มังกรใช่ไหมครับ”
“ช่าย พี่มังกรจะพาน้ำตาลไปกินน้ำแข็งไส” 
“อ๋อครับ ถ้างั้นห้ามไปไหนนะต้องอยู่กับพี่มังกรตลอดเข้าใจไหมครับ” 
“เข้าใจครับ”
แม้ว่าน้ำแข็งจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมน้องชายของเขาถึงยอมกินน้ำแข็งไสทั้ง ๆ ที่ปกติเจ้าเด็กคนนี้รบเร้าที่จะกินแต่บิงซูเพียงเท่านั้น แน่นอนว่าน้ำตาลไม่ได้บอกพี่ชายไปหรอกว่าเขาได้ทำพันธสัญญาอะไรบางอย่างกับเพื่อนสนิทของพี่ชายเสียแล้ว สัญญาที่ว่าถ้าไม่กินบิงซูจะได้กินน้ำแข็งไสทุกวัน
ในช่วงเย็นที่น้ำแข็งมีคลาสเรียนจึงทำให้น้องชายของเขาต้องนั่งรอเขาเลิกเรียนอย่างไม่มีทางเลือก แต่เมื่อเพื่อนสนิทของตนเองอาสาที่จะคอยดูแลน้ำตาลให้ เพราะว่าตัวมันเองก็มีซ้อมกีฬาในช่วงเย็นและน่าจะเสร็จในช่วงที่น้ำแข็งเลิกเรียนพอดี ดังนั้นช่วงเวลาที่น้ำตาลต้องนั่งรอพี่ชายอยู่คนเดียวมังกรจึงเป็นผู้เสนอไอเดียว่าเขาจะเป็นคนดูแลน้ำตาลโดยการพาเจ้าตัวไปกินน้ำแข็งไสสองวันต่อสัปดาห์ ซึ่งน้ำตาลเองก็พอใจในเมื่อไม่ต้องนั่งตบยุงคนเดียวตั้งสองวันแถมยังมีคนพาไปกินขนมอีกโดยที่น้ำตาลอาจลืมไปแล้วว่าพี่เลี้ยงของตนสัญญาว่าจะพาไปกินน้ำแข็งไสตลอดหนึ่งสัปดาห์…

“ตั้งใจเรียนนะครับ”
“ค้าบ พี่ชายก็ด้วยนะ” เป็นภาพชินตาของนักศึกษาเอกการสื่อสารเพื่อธุรกิจที่มักจะเห็นคิวต์บอยชื่อดังของมหาวิทยาลัย อย่างน้ำแข็งมาส่งน้องชายแท้ ๆ บริเวณหน้าห้องเรียนอยู่เสมอ ความน่ารักของสองพี่น้องคู่นี้ทำให้เกิดกลุ่มแฟนคลับในนาม Namkang & Namtarn FC ขึ้นมาทางแอปพลิเคชันชื่อดังอย่างเฟซบุ๊กและคงไม่แปลกที่ความน่ารักของสองพี่น้องจะทำให้ผู้คนมากมายพากันตกหลุมรักสองพี่น้องคู่นี้ ทำให้พักหลังมานี้มักจะมีภาพของสองพี่น้องในอิริยาบถต่าง ๆ ถูกเผยแพร่ลงสู่โลกโซเชียลอยู่บ่อยครั้งส่งผลให้น้ำตาลเริ่มเป็นที่รู้จักของบรรดารุ่นพี่และเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยมากขึ้น และคงไม่แปลกที่จะมีผู้คนมากมายเริ่มให้ความสนใจกับน้ำตาล…และแน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย
แต่การจีบขวัญใจเอกไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลย เมื่อก้าวเข้ามาในตึกคณะพร้อมของขวัญก็จะถูกพี่ยามหน้าตึกเข้าไปสอบถามทันทีว่าซื้อมาให้ใครและหากว่าชื่อที่ถูกเปล่งออกมาเป็นชื่อของ ‘น้ำตาล’ ของขวัญชิ้นนั้นก็จะหายไปจากโลกนี้ในพริบตา จนถึงบัดนี้น้ำตาลไม่เคยรู้เลยว่าทุกคนต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการปกป้องสมบัติของเอกไม่ให้ไปตกอยู่ภายใต้น้ำมือของเหล่าเสือร้ายที่จ้องจะงาบกระต่ายตัวน้อยลงท้อง
เมื่อเดินมาถึงใต้คณะน้ำตาลก็เห็นกลุ่มเพื่อนของตัวเองครบทั้งทีมกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรสชาติจึงรีบตรงเข้าไปหาเพื่อน ๆ ในทันที
“สวัสดีจ้าน้ำตาล”
“สวัสดีหมวย”
“สวัสดีจ้าน้ำตาล”
“สวัสดีจ๋า”
“สวัสดี…”
“เอ่อคือ กูว่านะพวกมึงควรทักทายน้ำตาลพร้อม ๆ กันไปเลยนะ จะมาแยกกันทักทายหาพระแสงเลเซอร์อะไร” ไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลาเพียงสามสัปดาห์สรรพนามที่แสนสุภาพที่เคยได้ยินจากเดือนเอกอย่างมินจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นสรรพนามที่ใช้กันในยุคพ่อขุนราม 
“หุบปากไปไอ้เดือนเทียม อย่านึกว่าหล่อแล้วกูจะไม่กล้าด่ามึงนะ ก็พวกกูอยากจะทักทายน้ำตาลแบบนี้อะมีปัญหาอะไรปะ มันแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของพวกกูที่มีต่อน้ำตาลเลยนะเว้ย” น้ำตาลหันไปมองหน้าเพื่อนสลับไปสลับมา แม้ว่าเขาจะเริ่มชินบ้างแล้วที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มเริ่มใช้คำหยาบในการพูดคุย แต่เด็กที่ถูกเลี้ยงมาโดยการสั่งสอนว่าไม่ควรใช้คำหยาบคายพูดคุยกับคนอื่นจึงรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างในเวลาที่เพื่อน ๆ ใช้คำหยาบพูดคุยกัน
“จ้า ๆ กูทำอะไรก็ผิด ถ้ากูไม่หล่อคงโดนพวกมึงด่าหนักกว่านี้” เดือนเอกว่า
“อุ้ยแหม ช่างกล้าชมตัวเอง ความหล่อของมึงมันหมดไปตั้งแต่วันประกวดแล้วเพื่อน สำหรับมึงก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นแหละ” 
“ได้ ๆ จำไว้นะหมวย ไปกันเถอะครับน้ำตาลอย่าไปอยู่กับพวกนี้เลยนะ เดี๋ยวจะติดเชื้อบ้าเอา” ว่าจบเดือนเอกก็จูงมือเพื่อนตัวเล็กเดินหนีไปทันทีท่ามกลางสายตาอาฆาตของสองสาวที่จ้องเขม็งพร้อมส่งเสียงไล่หลังตามพวกเขามา
“กรี๊ด อีมิน อีเดือนเก๊ มึงคิดจะทำอะไรสมบัติของคณะ ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ไม่งั้นกูจะฟ้องพี่น้ำแข็ง” ภาพความวุ่นวายของกลุ่มเพื่อนสนิทของน้ำตาลทำให้เจ้าเด็กตัวเล็กหัวเราะตามอยู่บ่อย ๆ เขาไม่คิดเลยว่าเวลาแค่เพียงสามสัปดาห์เพื่อน ๆ ของเขาจะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้


“สำหรับงานโปรเจกต์ชิ้นแรกของวิชานี้นะครับ จะเป็นโปรเจกต์เดี่ยวยี่สิบคะแนน คำสั่งคือให้นักศึกษาเขียนแผนการประชาสัมพันธ์ธุรกิจของบริษัทที่นักศึกษาชอบมากที่สุดพร้อมให้เหตุผลว่าทำไมถึงชอบ โดยทั้งนี้ต้องอ้างอิงสิ่งที่ได้เรียนไปตลอดสามสัปดาห์ด้วยว่าแผนการประชาสัมพันธ์ของบริษัทนั้นมีข้อเด่นข้อด้อยอะไรบ้าง ความยาวไม่เกินสองหน้ากระดาษเอสี่ ส่งที่ห้องพักของผมนะครับ” สิ้นเสียงของอาจารย์ประจำวิชาเสียงอื้ออึงของเหล่าบรรดาเด็กปีหนึ่งต่างก็พากันส่งเสียงร้องระงมกันไปทั่วทั้งห้องเรียน สำหรับโปรเจกต์แรกก็โดนงานชิ้นใหญ่ซึ่งมีคะแนนมากถึงยี่สิบคะแนนในทันที แม้ว่าจะไม่ใช่สัดส่วนคะแนนที่มากที่สุดแต่หากทำผลงานได้ออกมาไม่ดีก็อาจส่งผลถึงตอนตัดเกรดได้เช่นเดียวกัน
“อย่าเพิ่งวิตกไปครับ งานชิ้นนี้ผมไม่ได้มีเกณฑ์ให้คะแนนอะไรมากนัก แค่พวกคุณสามารถจับจุดเด่นจุดด้อยของแผนการประชาสัมพันธ์ได้ก็มีโอกาสที่จะได้คะแนนเต็ม ผมสอนพวกคุณเป็นรุ่นที่สามสำหรับสองรุ่นที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครได้ต่ำกว่าสิบสองคะแนนเลยสักครั้งเว้นว่าคุณจะไม่ยอมส่งงานชิ้นนั้น”
“ขออนุญาตถามค่ะ”
“เชิญครับ” 
“ทำซ้ำกันกับเพื่อนได้ไหมคะ”
“ได้ครับ แต่ทางที่ดีอย่าทำซ้ำกันจะดีกว่าเพราะผมจะให้คะแนนตามเกณฑ์โดยยึดหลักคนที่ได้สูงสุดของแต่ละบริษัท เช่นถ้าเกิดมีคนเลือกทำบริษัทเอห้าคน คะแนนของทั้งห้าคนก็จะลดหลั่นกันลงไปโดยคนที่เขียนดีสุดจะได้คะแนนมากที่สุด ดังนั้นผมขอให้คุณไปตกลงกันเองก่อนว่าใครจะทำบริษัทไหนกันบ้างจะได้ออกมาซ้ำกันน้อยที่สุด” เสียงของนักศึกษาดังขึ้นอีกครั้ง เป็นธรรมดาของโปรเจกต์แรกในรั้วมหาวิทยาลัยที่ทุกคนจะตื่นเต้นกับการทำงาน ดังนั้นการตกลงกันในกลุ่มเพื่อนจึงเริ่มขึ้นโดยที่อาจารย์ผู้สอนยังพูดไม่จบ
“ผมได้ยินมาว่าวันศุกร์หน้าพวกคุณมีไปลงทริปวิชาการจัดการสื่อสารเบื้องต้นที่ราชบุรี เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่าจะให้พวกคุณส่งงานชิ้นนี้ภายในวันพฤหัสก่อนที่จะไปลงภาคสนามกันนะครับจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องทริปกัน”
“โห่ อาจารย์!” เสียงแห่งความสมัครสมานดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หากเป็นอย่างที่อาจารย์กล่าวมาพวกเขาก็มีระยะเวลาทำงานชิ้นนี้เพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น และหากมีงานวิชาอื่น ๆ เข้ามาพร้อมกันก็หมดซึ่งเวลาพักผ่อนอย่างแน่นอน 
“เราจะทำได้ไหมเนี่ย” เจ้าเด็กตัวเล็กยู่หน้าก่อนจะบ่นพึมพำออกมาให้พอได้ยินกันแค่เพื่อนในกลุ่ม 
“เดี๋ยวนัดกันสักวันดีกว่า จะได้ช่วย ๆ กันทำ” มินเสนอ
“ก็ดีนะ ถ้าใครไม่เข้าใจอะไรจะได้ช่วยกัน” เดียร์สนับสนุน
“ถ้ามีข้อสงสัยอะไรสามารถส่งเมลเข้ามาสอบถามผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ถ้าหากผมว่างก็จะตอบ หรือถามรุ่นพี่ของพวกคุณก็ได้เพราะสองรุ่นที่ผ่านมาก็ต้องทำเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นวันนี้เลิกคลาสได้ครับ” ประโยคบอกเลิกคลาสนับเป็นประโยคที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเด็กในทุกช่วงวัย เรามักจะได้เห็นภาพคนลุกจากที่นั่งพร้อมหันราวกับผึ้งแตกรังหลังจากประโยคเด็ดของอาจารย์
“เมื่อกี้ไอ้แต้วมันบอกว่าใครจะทำบริษัทอะไรให้เข้าไปเมนต์ในไลน์รุ่น ให้สิทธิ์คนเมนต์ก่อนได้ก่อน มากสุดได้สามคนต่อบริษัท แต่วันนี้กูจะไปทำสรุปบริษัทที่ดัง ๆ มาให้ก่อน เสร็จแล้วพวกมึงค่อยเลือกละกัน” เป็นอีกครั้งที่เดือนเอกเสนอความคิด เห็นอย่างนี้มินก็ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาหรอกนะ ตำแหน่งเดือนเอกไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจะบอกให้
“ถ้างั้นวันนี้ก็แยกย้ายกันก่อน อย่าเพิ่งไปเครียดกันนะคะเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกันดีกว่า” จ๋าพูดด้วยน้ำเสียงจีบปากจีบคอบ่งบอกได้เลยว่าวันไนต์มิราเคิลคงต้องเกิดขึ้นกับจ๋าอย่างแน่นอน
“จ๋าก็อย่างนี้ตลอดอะ”
“แหมเดียร์ ก็ซีรีส์และอปป้าของจ๋าสำคัญที่สุดอะ จ๋าไม่ได้ไม่ทำนะแต่แค่ทำคืนสุดท้ายเอง” ถึงแม้จะเพิ่งรู้จักกันมาเพียงสามสัปดาห์ แต่เพราะเรียนด้วยกันทุกคลาสเจอหน้ากันตลอดเวลาพวกเขาจึงเริ่มรู้จักนิสัยที่แท้จริงของเพื่อนในกลุ่มได้ในระยะเวลาอันสั้น
“แล้วนี่จะกลับกันเลยเปล่า” หมวยเอ่ยถาม
“กูคงกลับเลยอะ จะรีบกลับไปดูซีรีส์”  
“เราก็คงกลับเลยถ้าเย็นแล้วเดี๋ยวกลับลำบาก”
“ส่วนกูมีนัดซ้อมดาวเดือนคณะ” ดูเหมือนว่าทุกคนจะมีกำหนดการเป็นของตัวเองกันแล้ว ส่วนเด็กน้อยของกลุ่มอย่างน้ำตาล…
“แล้วน้ำตาลล่ะวันนี้รอพี่น้ำแข็งหรือไปกับพี่มังกร” 
“วันนี้เราไปกับพี่มังกรน่ะมิน พี่น้ำแข็งเลิกเย็น”
“ทำไมไปกับพี่มังกรบ่อยจังอะน้ำตาล”
“หมวยมึงลืมหรือไง เขาเป็นพี่เลี้ยง-น้องเทกกัน”
“หูย อยากเห็นจังว่าพี่มังกรจะ ‘เลี้ยง’ เพื่อนของเรายังไง”
“เอ่อ เพื่อน ๆ งั้นเรากลับก่อนดีกว่าเดี๋ยวเย็นแล้วรถจะติด” เป็นเดียร์ที่เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนจะเดินออกไปโดยที่ไม่สนใจคนอื่น ๆ 
“รอฉันด้วยเดียร์พวกฉันกลับด้วย ไปก่อนนะน้ำตาล ไปก่อนนะอีเดือนเก๊” แล้วสองสาวที่ไม่มีคนรับมุกก็รีบตามเพื่อนตัวเล็กอีกคนออกไปด้วยความเร็วแสง พอเริ่มสนิทกันถึงรู้ว่าทั้งสามคนกลับทางเดียวกันจึงมักจะหารแท็กซี่ไปด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง
“เฮ้อ พวกนี้นี่” เดือนเอกส่ายหน้ายังหน่ายใจ
“แล้วน้ำตาลจะให้เรารอไหม” 
“ไม่เป็นไรมินรีบไปซ้อมเถอะ เดี๋ยวพี่มังกรก็คงมาแล้วล่ะ”
“ถ้างั้นก็ได้ เจอกันพรุ่งนี้น้ำตาล”
“บ๊ายบายนะมิน” คนตัวเล็กยกมือโบกลาเพื่อนของตัวเองก่อนจะเดินกลับเข้าไปใต้ตึกคณะเพื่อนั่งรอบุคคลที่นัดเอาไว้
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที เดือนคณะพ่วงตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดกีฬาก่อนจะเดินตรงมายังที่นั่งของน้ำตาลราวกับว่าอีกฝ่ายได้ตั้งเวลาที่น้ำตาลเลิกเรียนเอาไว้เพราะคนตัวเล็กเพิ่งจะนั่งรอได้ไม่นานนี้เอง
“ไปกันเลยไหมครับ”
“วันนี้มาช้าสามนาที ต้องให้น้ำตาลใส่เครื่องสามอย่างด้วยนะ” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ เวลาบนหน้าจอแสดงเวลาสิบหกนาฬิกาสามสิบนาที สำหรับคนอื่นสามนาทีอาจเป็นระยะเวลาที่ไม่นานและอาจไม่มองว่ามาสายเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับน้ำตาลเวลาแค่นี้ก็มีค่าเพราะสามนาทีเอาไปต้มมาม่าได้เลยนะ!
“ครับ ๆ สามอย่างก็สามอย่าง ไปกันเลยไหมครับ”
“ไปสิ เดี๋ยวช้าเครื่องที่ใส่ก็จะหมดวันนี้น้ำตาลจะใส่เฉาก๊วยด้วย” ช่วงเย็นแบบนี้หากช้าเครื่องที่จะเติมใส่ในน้ำแข็งไสก็มักจะหมดเร็ว เมื่อสองวันก่อนหน้านี้เพราะว่ามังกรเลิกซ้อมช้ากว่าเวลาทำให้พอทั้งสองไปถึงร้านน้ำแข็งไสตัวเลือกที่ควรจะมีมากมายก็เหลือเพียงแค่ขนมปังเท่านั้น ช่างเป็นภาพอันแสนทรมานใจสำหรับน้ำตาลเหลือเกิน
รถบีเอ็มดับเบิลยูคันงามวิ่งตรงออกจากคณะไปทางโรงอาหารกลางอย่างที่ทำปกติ ข้างคนขับมีเด็กตัวเล็กกำลังก้มหน้างุดเอาแต่จ้องโทรศัพท์อยู่ ถ้าเป็นปกติน้ำตาลคงได้บ่นเขาเรื่องมาสายตั้งแต่คณะยันไปถึงร้านน้ำแข็งไสอย่างแน่นอน แต่วันนี้เจ้าเด็กตัวเล็กจะดูเงียบเป็นพิเศษ
“น้ำตาล”
“…”
“น้ำตาลครับ”
“…”
“ตัวเล็ก”
“ฮึ่ย อย่ามาเรียกตัวเล็กนะ! น้ำตาลกำลังหงุดหงิดอยู่”
“แล้วหงุดหงิดอะไรครับ พี่เรียกตั้งหลายรอบไม่เห็นตอบ ไหนบอกพี่มาซิว่าเป็นอะไรทำไมน้ำตาลถึงหงุดหงิด” เดือนมหาวิทยาลัยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นภาพที่คนตัวเล็กมีสีหน้าที่ยุ่งยาก
“น้ำตาลเครียด”
“เครียดเรื่องอะไรครับ”
“น้ำตาลคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี เนี่ยเพื่อน ๆ โพสต์จองบริษัทกันหมดแล้วแต่น้ำตาลยังเลือกไม่ได้เลย” คนตัวเล็กว่าแถมยังยกหน้าจอโทรศัพท์ให้คนขับรถดูโดยที่ไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะสามารถหันมามองได้หรือไม่ แต่มังกรก็มีมารยาทพอเขาเหลือบสายตามามองที่หน้าจอมือถือของคนตัวเล็กแว็บหนึ่งในช่วงรถคันหน้ากำลังถอยออกจากที่จอดรถ 
“วิชาของอาจารย์กำจรหรือครับ”
“ใช่ ต้องส่งพฤหัสหน้าก่อนไปราชบุรีด้วย!” น้ำตาลพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ถึงแล้วครับ เดินไปคุยไปละกันเนอะ”
ทั้งสองลงจากรถโดยที่เจ้าของไม่ลืมกดรีโมตเป็นการปิดล็อกเพื่อความปลอดภัย คนตัวเล็กเดินบ่นตั้งแต่ลงจากที่นั่งมาจนถึงร้านขายน้ำแข็งไสจนบางทีมังกรก็แอบสงสัยว่าทำไมตัวแค่นี้ถึงบ่นเก่งเหลือเกิน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ชอบฟังน้ำตาลบ่นนะมันดูหงุงหงิงเหมือนลูกหมาตัวเล็กที่อยู่ข้างบ้านเวลาเข้ามาอ้อนขออาหาร
“แล้วก็บริษัทดีพี คนเลือกครบสามคนแล้วน้ำตาลเลยเลือกซ้ำไม่ได้ คุณป้าครับใส่ข้าวโพด เฉาก๊วย อืมแล้วก็พอจะเอาบริษัทฟอล์ส น้ำตาลก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นั่นเลย อ้ะ! คุณป้าครับน้ำตาลเอาลูกชิดด้วยนะครับ”
“สั่งก่อนก็ได้น้ำตาลเดี๋ยวค่อยบ่นต่อ” คุณป้าเจ้าของร้านปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าด้วยความเอ็นดูให้กับลูกค้าประจำตัวน้อยที่ใจหนึ่งก็อยากจะกินขนม แต่อีกใจก็อยากจะบ่นจนโดนคนเป็นพี่เอ็ดเบา ๆ 
“ใส่น้ำแดงเยอะ ๆ นะครับคุณป้า เก็บเงินที่พี่มังกรเหมือนเดิม” คนตัวเล็กสั่งออร์เดอร์ด้วยน้ำเสียงแข็งขัน แต่เดี๋ยวนะประโยคสุดท้ายนี่มันอะไรกัน
“ได้แล้วลูก ยี่สิบห้าบาทจ้า”
“เย่ ๆ ขอบคุณค้าบ” น้ำตาลรับถ้วยน้ำแข็งไสใบโตก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งรอที่โต๊ะโดยไม่สนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ชัดเจน! มังกรกลายเป็นกระเป๋าเงินส่วนตัวของน้ำตาลไปแล้ว เขาหยิบส่งธนบัตรสีเขียวให้เจ้าของร้านสองใบพร้อมรอรับเงินทอนก่อนจะรีบเดินตามคนตัวเล็กไปติด ๆ 
“ฮือ กลับไปถามพี่น้ำแข็งดีกว่า” มังกรแอบกระตุกคิ้วเบา ๆ พี่เลี้ยงของตัวเองนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ยังจะไปพึ่งคนอื่นอีกน่าจับตีก้นจริง ๆ ถึงจะเป็นพี่ชายแต่ในฐานะที่เขาเป็นพี่เลี้ยงเขาจะไม่ยอมเป็นแค่กระเป๋าสตางค์ส่วนตัวอย่างเดียวแน่นอน
“ลืมพี่ไปหรือเปล่าครับ”
“พี่มังกรจะช่วยน้ำตาลได้หรือดูแล้วไม่น่าช่วยได้เลยนะ น้ำตาลไปขอให้พี่น้ำแข็งช่วยดีกว่าพี่น้ำแข็งเก่ง” คนตัวเล็กพูดพร้อมอวดสรรพคุณของพี่ชายตัวเอง พี่น้ำแข็งน่ะเก่งที่สุดในโลกเลย!
“พี่ก็เก่งนะครับ งานนี้พี่ได้สิบเก้าเลยนะเกือบท็อปของคลาส” จริง ๆ แล้วมังกรน่ะได้สิบแปดจุดห้าคะแนน ส่วนท็อปของคลาสเฉือนเอาชนะเขาไปเพียงแค่ศูนย์จุดห้าคะแนน และคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากพี่ชายคนเก่งของน้ำตาลนั่นเอง แต่สำหรับมังกรศูนย์จุดห้าคะแนนมันมีความหมายคือต้องปัดขึ้น 
‘เห็นไหมเท่านี้กูก็ได้ท็อปเท่ามึงแล้วไอ้น้ำแข็ง’

“จริงเหรอ งั้นช่วยหนูหน่อยน้า” อ้าวเฮ้ยน้ำเสียงมันไม่เหมือนเดิมนี่หว่า
“งั้นขอไลน์เราหน่อยเดี๋ยวพี่ส่งให้ทางไลน์”
“น้ำตาลให้ไม่ได้”
“หืม” 
คนตัวเล็กมีท่าทางลังเลเล็กน้อย แต่เจ้าตัวก็ดูจะยึดมั่นในอุดมการณ์บางอย่างเลยยืนกรานที่จะไม่ให้ช่องทางติดต่อกับพี่เลี้ยงของตน
“มินบอกว่าห้ามให้ไลน์กับคนแปลกหน้า”
“ไอ้มินนี่ใครวะ อ๋อไอ้เดือนปีหนึ่งนั่นเอง”
“ห้ามพูดถึงมินแบบนั้นนะ!”
“ครับ ๆ พี่ขอโทษถ้างั้นเราจะไม่เอาชีตใช่ไหม” มังกรแอบเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเบา ๆ ดูท่าแล้วตอนซ้อมดาวเดือนมินคงจะโดนเพ่งเล็งอย่างไม่ต้องสงสัย
“เอาสิ แต่เอามาให้น้ำตาลพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอจะได้ไม่ต้องส่งให้ทางไลน์”
“พี่ทิ้งต้นฉบับไปหมดแล้วน่ะสิ มีแต่ไฟล์ที่เซฟเอาไว้ในคอมถ้าเราไม่ให้ไลน์พี่ก็ส่งงานให้ไม่ได้หรอกนะ”
“อืม ถ้างั้น” เจ้าตัวเล็กเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเองก่อนจะหยิบเศษกระดาษและปากกาขึ้นมาด้ามหนึ่ง อีกฝ่ายเขียนอะไรยุกยิกไปมาลงบนกระดาษที่หยิบออกมาเมื่อสักครู่นี้ก่อนจะยื่นส่งมาให้เขาเมื่อเขียนเสร็จ
“มินห้ามให้ไลน์กับคนแปลกหน้า พี่น้ำแข็งก็บอกว่าห้ามให้คอนแทกต์กับคนที่ไม่สนิท เพราะฉะนั้นเอาอันนี้ไปนะแล้วค่อยส่งเอกสารมาให้น้ำตาล…ทางไปรษณีย์”
‘นราฤทธิ์ จันทร์นิมิตร
123/456 ถนนบรมราชชนนี, ฉิมพลี, ตลิ่งชัน
XXXXX’
เดือนมหาวิทยาลัยอ้าปากค้างมองกระดาษในมืออย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“สรุปแล้วพี่ต้องส่งให้เราทางไปรษณีย์จริง ๆ ใช่ไหม”
“ใช่เพราะเราไม่ได้สนิทกันน้ำตาลเลยให้ไลน์พี่มังกรไม่ได้” มังกรอยากจะถามเหลือเกินว่าถ้าไม่สนิทจะให้เขาพามานั่งกินน้ำแข็งไสหรืออย่างไร แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
“รีบ ๆ ส่งมาให้น้ำตาลนะกว่าพี่จะเข้ามหา’ลัยอีกก็วันจันทร์หน้าเพราะฉะนั้นห้ามลืมส่งชีตให้น้ำตาลนะครับ”
“ได้ครับ เตรียมรอรับได้เลย” มังกรยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขานึกแผนการไว้เตรียมจัดการเจ้าเด็กดื้อขึ้นมาได้แล้ว ในเมื่อบอกให้เขาส่งเอกสารให้ทางไปรษณีย์เขาก็จะส่งให้ หึ ๆ 
น้ำตาลนั่งทานน้ำแข็งไสในชามด้วยความสุข ได้กินทั้งขนมแถมยังได้ชีตจากรุ่นพี่ที่เกือบจะท็อปของคลาส แต่น้ำตาลไม่อาจรู้เลยว่าพี่เลี้ยงของตัวเองนั้นจะมาไม้ไหนอีก รวมถึงน้ำตาลก็อาจจะลืมไปว่าไลน์ของตัวเองน่ะมันอยู่ในกลุ่มบ้านที่มังกรเป็นหนึ่งในสมาชิกอยู่แล้ว แต่ในเมื่อน้องเทกของเขาบอกว่าเรายังไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น เขาก็จะยังไม่กดแอดไปหาก็ได้ รอจนกว่าคนแถวนี้จะอนุญาตก่อนละกัน…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 407 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #186 mook (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:13

    น้องลูกกกกให้ที่อยู่บ้านนี่เหมือนจะยิ่งหนักกว่าให้ไลน์หรือคอนแทกต์ต่างๆอีกนะลูกกกกก555555

    #186
    0
  2. #164 FDB88 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 17:55

    ขำความน้องมาก ให้ส่งไปรษณีย์ พี่มังกรส่งถึงบ้านแน่นวลล (ไปรษณีย์มังกรแน่ๆ) เดียร์นี่แอบชอบมังกรแน่ๆเลย

    #164
    0
  3. #136 View_Aranya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 08:37
    ดูทรงแล้วเดียร์ชอบมังกร แล้วมาแย่งผู้กัน เห้อออ
    #136
    0
  4. #118 Xialyu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:08
    ตามพี่ไม่ทัน
    #118
    0
  5. #50 AYITTUN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 10:54
    ไลน์ไม่ต้อง ที่อยู่ไปเลยย ขอยืมไปใช้บ้างนะน้ำตาล
    #50
    0
  6. #13 Shido_Hikaru (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 17:52

    มาน้อยจัง ยังไม่อิ่มเอมเลยยยยยย
    #13
    0
  7. #12 rtom711 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 13:14

    มันคืออะไรตัวเล็ก ให้พี่เค้าพามากินน้ำแข็งใสทุกวัน คือยังไม่สนิทกัน 5555

    #12
    0