อย่าเรียกหนูว่าตัวเล็ก (จบ)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : โมโหหิว (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 472 ครั้ง
    9 มี.ค. 63

ตอนที่ 3

โมโหหิว

            

นับเป็นเวลาสามวันแล้วสำหรับชีวิตการเป็นนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งของน้ำตาลในรั้วมหาวิทยาลัย ตลอดสามวันที่ผ่านมาน้ำตาลสามารถปรับตัวเข้ากับการเรียนการสอนในระบบที่แตกต่างออกไปจากโรงเรียนเป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นเจ้าเด็กตัวเล็กในวัยเพิ่งจะสิบเจ็ดปีก็ยังสามารถเอนจอยกับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี และดูเหมือนว่าจะดีกว่าตอนที่เจ้าตัวเล็กเรียนมัธยมด้วยซ้ำ

เอาไงดีแก

เออนั่นสิ” 

มีใครจะเสนออะไรไหม

สมาชิกใหม่ของบ้านจุลภาคหรือที่นักศึกษาในเอกมักจะนิยมเรียกว่า บ้านจุล’ ทั้งสิบเอ็ดคนกำลังนั่งประชุมกันอยู่ใต้อาคารเรียน แต่ละคนมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกโดยมีสาเหตุมาจากข้อความที่ได้รับมาจากรุ่นพี่ที่เพิ่งจะโพสต์ลงมาในไลน์กลุ่มของบ้านเมื่อกี้นี้เอง มันถูกส่งมาหลังจากที่นักศึกษาชั้นปีหนึ่งเพิ่งทยอยออกจากห้องเรียนหลังจากจบคลาสในช่วงบ่าย

กิ่งฟ้า ไม่ใช่กิ่งก้านใบ สวัสดีจ้าน้อง ๆ ก่อนอื่นถ้าได้อ่านข้อความนี้แล้วอย่าเพิ่งโกรธพี่น้า คือเรื่องมันมีอยู่ว่าวันศุกร์นี้ทุก ๆ บ้านจะต้องคิดการแสดงของบ้านมาหนึ่งอย่างความยาวไม่ต่ำกว่าสามนาที จริง ๆ พี่ต้องบอกตั้งแต่วันจันทร์แล้วล่ะแต่พี่ลืม แหะ ๆ เอาเป็นว่าตั้งใจซ้อมกันนะคะ

            ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นสาเหตุให้นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกของบ้านจุลต้องมานั่งระดมความคิดว่าจะทำการแสดงอะไรออกมาในวันงานเวลคัมปาร์ตี้ ซึ่งมันคงไม่เป็นเรื่องน่ากังวลสักเท่าไหร่หากวันงานที่พี่กิ่งพูดมาจะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้แล้ว หรือก็คือในอีกสองวันข้างหน้านี่เอง

            เดิมทีสมาชิกบ้านจุลตั้งใจจะทำการแสดงในแบบขอไปที แต่เมื่อได้มีโอกาสไปเห็นสมาชิกของบ้านอื่น ๆ ที่เขาตั้งใจทำการซ้อมการแสดงกันอย่างแข็งขัน เป็นเหตุให้พวกเขาต้องกลับมาคิดทบทวนเรื่องการแสดงกันใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้        

            เอาเป็นเต้นไหม เราคิดว่าถ้าเป็นละครคงไม่น่าทันเพราะบ้านอื่นที่เล่นละครเขาเริ่มซ้อมกันมาตั้งแต่วันจันทร์แล้ว ไหนจะต้องจำบทอีกเราคิดว่าไม่น่าไหวหรอก” หนึ่งในสมาชิกของบ้านจุลแสดงความเห็น

            เพื่อน ๆ ทุกคนต่างเห็นด้วยกับความคิดของเธอที่จะโชว์การแสดงเต้นโคฟเวอร์กันสักเพลง หากเลือกที่จะแสดงละครเหมือนบ้านอื่น ๆ พวกเขาคงไม่มีเวลาแม้กระทั่งที่จะจำบทเลยด้วยซ้ำเพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็มีเวลาที่จะซ้อมเพียงแค่ช่วงเย็นหลังเลิกเรียนสองวันเท่านั้นคือวันนี้และพรุ่งนี้ และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือสมาชิกของบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ซึ่งในบ้านจุลนั้นมีสมาชิกที่เป็นผู้ชายเพียงแค่สามคนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสามคนยังมาในสไตล์เดียวกันที่ออกแนวน่ารักน่าทะนุถนอม พวกเขาเลยไม่รู้ว่าจะสร้างละครแนวไหนออกมาดี ดังนั้นการเต้นจึงเป็นตัวเลือกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากกิจกรรมในครั้งนี้ไปได้

            ถ้างั้นสรุปเอาเป็นเต้นนะ” โอปอเฮดรุ่นของบ้านเป็นคนกล่าวสรุปเมื่อทุกคนลงความเห็นตรงกัน

            ต่อมาเรื่องเพลง ใครมีความคิดเห็นเรื่องเพลงบ้างเสนอมาได้เลย

            “เราอยากเต้นเพลงเกาหลีอะ เราว่ามันดูน่าสนใจดีนะ” 

            เราด้วย ๆ”

            “มีคลิปวิดีโอตัวอย่างไหม จะได้ให้เพื่อน ๆ ลองตัดสินใจกัน” เจ้าของไอเดียที่จะเลือกเต้นเพลงเคป๊อปอันโด่งดังจากประเทศเกาหลีใต้จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อเปิดคลิปวิดีโอของไอดอลวงโปรดของเธอให้เพื่อน ๆ ได้ดู

            “Fire Fire” 

            สมาชิกของบ้านจุลต่างจับจ้องไปยังโทรศัพท์มือถือจอกว้างอย่างสนอกสนใจรวมถึงน้ำตาลที่เจ้าตัวไม่ค่อยได้ฟังเพลงประเภทนี้สักเท่าไหร่ ภายในหน้าจอกว้างนั้นปรากฏเป็นคลิปวิดีโอของไอดอลชายวงหนึ่งที่มีสมาชิกเจ็ดคน กำลังเต้นเพลงของตนเองในท่าเต้นที่ดูแข็งแรงและพร้อมเพรียง มันช่างดึงดูดความสนใจจากเหล่าผู้ชมได้เป็นอย่างดี จังหวะการเคลื่อนที่ที่ดูแข็งแรงแต่ลื่นไหลนั้นทำให้น้ำตาลอ้าปากค้างในความสามารถของไอดอลกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่เคยได้มีโอกาสฟังเพลงของวงบีทีเอส (BTS) ที่กำลังโด่งดังในปัจจุบันเลยสักครั้ง แต่เจ้าตัวก็รู้สึกประทับใจไม่น้อยเมื่อได้มีโอกาสได้ดูมิวสิควิดีโอเป็นครั้งแรก

            โหตาย ๆ เราว่าไม่รอด” เพื่อนคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นออกมา ซึ่งงานนี้เจ้าตัวเล็กก็พยักหน้าหงึกเป็นเชิงเห็นด้วย ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาน้ำตาลเคยผ่านการเต้นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเต้นแบบกายบริหารถ้าหากต้องมาเต้นแบบในวิดีโอจริง ๆ น้ำตาลคิดว่าเขาคงไม่รอดอย่างแน่นอน

            อืมเราก็เห็นด้วยนะ เราว่าไม่ทันหรอกมีเวลาสองวันเอง” เจ้าของความคิดที่เสนอให้เต้นเพลงเคป๊อปทำหน้ามุ่ยเมื่อข้อเสนอของตนเองเป็นอันตกไป แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยอมรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน ๆ เพราะเพลงที่เธอเสนอมาอาจจะยากไปจริง ๆ นั่นแหละ

            น้ำตาลไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไรมากนักเมื่อเพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างช่วยกันทยอยหาคลิปวิดีโอเพลงดัง ๆ ที่พอจะสามารถแกะท่าเต้นได้ทัน ปกติแล้วเจ้าเด็กตัวเล็กไม่ค่อยได้ฟังเพลงแนวนี้สักเท่าไหร่บวกกับยังแอบประหม่ากับกลุ่มเพื่อนใหม่อยู่เล็กน้อย แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้กินแรงเพื่อน ๆ พยายามจะแสดงความคิดเห็นออกมาบ้างไม่ให้เป็นการเอาเปรียบเพื่อน ๆ จนเกินไป

            น้ำตาล ๆ ลองมาดูเพลงนี้สิ” เพื่อนสนิทในกลุ่มที่บังเอิญได้มาอยู่บ้านเดียวกับน้ำตาล เอ่ยเรียกชื่อของเขาก่อนจะกวักมือเรียก เมื่อเห็นอย่างนั้นคนที่รู้ตัวว่าชื่อน้ำตาลจึงรีบลุกจากที่นั่งเดินไปหาเพื่อนสนิทของตนเองในทันที

            เพลงอะไรหรือเดียร์

            “ลองฟังดูนะเพลงนี้กำลังดังเลยเราว่าท่าเต้นก็ไม่ยากด้วยนะ” 

            “ไหน ๆ ขอเราดูหน่อย” น้ำตาลรับสายหูฟังสีขาวพร้อมทั้งกระเถิบตัวเข้าไปนั่งชิดติดกับเดียร์เพื่อที่จะได้มองเห็นจอโทรศัพท์มือถือชัด ๆ 

 

            ไม่ได้อยากถาม แต่แค่อยากรู้

ว่าเธอยังรักฉันไหม
อยู่ใกล้แค่นี้ แต่เหมือนเธอนั้น
ห่างไกลแสนไกล” [1]

 

น้ำตาลดูมิวสิควิดีโอเพลงที่เพื่อนของตนเปิดให้ดูด้วยความตื่นเต้น ท่าเต้นที่ดูไม่ยากเกินไปบวกกับเพลงที่รู้สึกติดหูตั้งแต่ได้ฟังครั้งแรกทำให้น้ำตาลยิ้มกว้างหันไปสบตากับเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ

เดียร์เราว่าเพลงนี้ใช้ได้เลยนะ

ใช่ไหมเราว่าดีเลยนะ ท่าเต้นไม่ยากเกินไป แถมเพลงยังติดหูด้วย” 

อืมงั้นเราไปบอกเพื่อน ๆ เลยนะ” อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างเอ็นดูในความกระตือรือร้นของเพื่อนที่ขนาดตัวไม่ต่างจากเขามากนักก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินเข้าไปคุยกับเฮดรุ่นของบ้าน

เอ่อ คือ โอปอ

ว่าไงจ๊ะน้ำตาล” โอปอเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนตัวเล็กของเธอพร้อมรอยยิ้มสดใสสมวัยทำให้น้ำตาลลดความประหม่าลงได้มาก เพราะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้มีโอกาสมาพูดคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทในกลุ่ม

คือเมื่อกี้เดียร์เปิดเพลงนี้ให้เราดู เราคิดว่าน่าจะเหมาะกับพวกเราในสถานการณ์ตอนนี้มากที่สุดน่ะ” เจ้าตัวว่าพร้อมยื่นโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทให้โอปอดู อีกฝ่ายพยักหน้าก่อนจะรับโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นมาเพื่อดูวิดีโอที่ถูกเปิดค้างเอาไว้

เฮ้ยเราลืมเพลงนี้ไปได้ยังไง ขอบใจมากนะน้ำตาล ทุกคนมานี่แล้วเอาเป็นเพลงนี้ละกันนะ” เฮดบ้านตบเข่าฉาดเมื่อเห็นว่าเพลงที่น้ำตาลนำมาเสนอคือเพลงอะไร เธอแทบอยากจะสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดว่าตัวเองลืมเพลงที่กำลังมาแรงในขณะนี้ไปได้อย่างไร นอกจากเนื้อเพลงที่ร้องตามได้ง่ายแล้วยังมีท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์จนมีผู้คนมากมายออกมาเต้นตามกัน

ขอบใจมากนะน้ำตาล” เพื่อน ๆ ต่างเข้ามาพูดขอบอกขอบใจกับน้ำตาลกันยกใหญ่จนเจ้าตัวอดที่จะยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเหยเกไม่ได้ เพราะไม่ทันที่จะบอกว่าเพลงที่ตนเองเอามาเสนอนั้นเป็นความคิดของเพื่อนสนิทตัวเอง ซึ่งเดียร์ก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกฝ่ายส่ายหน้าและยิ้มมาให้เขาเหมือนเดิมก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะรวมเพื่อช่วยกันแกะท่าเต้น

 

 

 

            งั้นวันนี้เอาเท่านี้ก่อนละกันเนอะ” หลังจากสมาชิกของบ้านจุลอาศัยพื้นที่ใต้คณะทำการซ้อมเต้นสำหรับการแสดงที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้จนเวลาล่วงเลยมาเกือบจะถึงหนึ่งทุ่มตรงแล้ว โอปอซึ่งเป็นเฮดของรุ่นจึงตัดสินใจให้เพื่อน ๆ แยกย้ายเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อนกันได้แล้วเพราะเกรงว่าหากมืดไปกว่านี้จะหารถกลับลำบาก และที่สำคัญพรุ่งนี้ทุกคนยังมีเรียนคลาสเช้าอีกด้วย ถึงกิจกรรมจะสำคัญแต่การเรียนต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ

            เดี๋ยวเราส่งวิดีโอเข้ากลุ่มให้นะ” ทุกคนพยักหน้ารับพลางเก็บข้าวเก็บของเตรียมตัวจะเดินทางกลับกันเสียที

            สวัสดีจ้าน้อง ๆ ขยันซ้อมกันจังเลยนะคะ

            “แหมเป็นเพราะใครล่ะคะ เอาจริงบอกวันพรุ่งนี้เลยก็ได้นะคะถ้าจะบอกช้าเบอร์นี้” กลุ่มรุ่นพี่ซึ่งเป็นสมาชิกของบ้านจุลประมาณห้าคนซึ่งเดินนำมาโดยเฮดรุ่นชั้นปีที่สองอย่างกิ่งเอ่ยทักทายรุ่นน้องที่กำลังทยอยเก็บของหลังผ่านการซ้อมเต้นมาอย่างหนักหน่วง

            โอปออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากอย่างจีบปากจีบคอตอบกลับรุ่นพี่ไปแบบนั้นแต่ก็เป็นไปด้วยความพอดิบพอดีบนพื้นฐานของคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง ทุกคนเข้าใจว่านอกจากเรื่องกิจกรรมแล้วรุ่นพี่ก็ยังมีภาระเรื่องเรียนที่ต้องรับผิดชอบเหมือนกับพวกเขาถ้าเจ้าตัวจะลืมอะไรไปบ้างก็คงไม่แปลก พวกเขาไม่โกรธเล้ย! จริง ๆ นะ (เสียงสูงเชียว)

            พี่รู้ว่าน้อง ๆ เก่งทำได้แน่นอน” ว่าจบเฮดบ้านปีสองก็ยกนิ้วเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ หนึ่งที

            ว่าแต่จะกลับกันแล้วใช่ไหมเอ่ย งั้นเอาน้ำไปดื่มตอนเดินทางละกันเนอะ พี่ ๆ ไปซื้อมาฝาก” ทุกคนมองตามไปยังในมือของกิ่งถือน้ำสีแดงสดดูน่าดื่มเพื่อดับกระหายไว้อยู่หลายแก้วโดยมันถูกใส่มาในถุงสำหรับหิ้วแก้วน้ำโดยเฉพาะเพื่อความสะดวกในการถือ

            ขอบคุณค่าช่วยได้มากเลยค่ะซิส” โอปอรับแก้วน้ำสีสดใสน่ารับประทานจากรุ่นพี่ก่อนจะส่งแก้วน้ำต่อไปให้ยังเพื่อน ๆ ที่เหลือ 

            คนที่เหลือรอก่อนนะลูก เดี๋ยวพี่ ๆ ปีสามเอามาให้” ทุกคนพยักหน้ารับ น้ำตาลก็เป็นหนึ่งในนั้นที่รอเครื่องดื่มจากรุ่นพี่ เห็นแบบนี้น้ำตาลก็เป็นสุภาพบุรุษนะต้องให้ผู้หญิงก่อนคุณแม่สอนไว้

            อ้าวนั่น พี่มังกร พี่ปั๋ง ทางนี้ค่า!” กิ่งตะโกนเสียงดังเพื่อส่งสัญญาณให้กับรุ่นพี่ปีสามทั้งสองคนได้รับรู้ ทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงของกิ่งจึงเดินตามมายังสถานที่ที่น้อง ๆ ยืนรออยู่ 

น้ำตาลรู้สึกตงิดเล็กน้อยเมื่อพี่กิ่งพูดชื่อรุ่นพี่คนหนึ่งขึ้นมา เขาอาจจะหูแว่วก็ได้กระมังเพราะตอนนี้เวลาที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาก็แสดงเวลาหนึ่งทุ่มเข้าไปแล้วพี่คนนั้นคงน่าจะกลับบ้านไปแล้วล่ะ น้ำตาลมองตามไปยังคนมาใหม่ทั้งสองคนที่กำลังเดินใกล้เข้ามา ใช่แล้วตัวสูงขนาดนั้น ทำผมทรงนี้มีคนเดียวเท่านั้น

 

 ‘พี่กาแฟขมปี๋!’

            

สวัสดีค่าพี่มังกร พี่ปั๋ง” นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งยกมือไหว้พร้อมเอ่ยปากทักทายรุ่นพี่ในเอก ตอนนี้สาว ๆ พากันแอบกรี๊ดกร๊าดพี่มังกรเดือนคณะสุดฮอตในชุดกีฬาสีดำสนิท หยาดเหงื่อชุ่มที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวเพิ่งจะเสร็จสิ้นการออกกำลังกายทำให้เดือนคณะปกติที่ดูดีอยู่แล้วยิ่งดูดีมีเสน่ห์เข้าไปอีก

            กูหมองเลยว่ะ อย่ามายืนใกล้กูไอ้มังกร เห็นไหมน้อง ๆ เอาแต่เขินมึงกันหมดแล้ว สวัสดีครับน้อง ๆ ซ้อมกันเหนื่อยไหมเอ่ย เหนื่อยหน่อยนะครับแต่เพื่อบ้านของพวกเรานะครับ พี่ซื้อน้ำมาเป็นกำลังใจให้ครับ” เป็นปั๋งรุ่นพี่ปีสามในบ้านจุลภาคอีกคนที่เอ่ยปากทักทายน้อง ๆ ขึ้นมาก่อน ทำให้รุ่นน้องพากันเคลิบเคลิ้มในความใจดีของอีกฝ่าย ถึงจะหล่อไม่เท่าไอ้มังกรแต่เรื่องเปย์ขอให้บอกพี่ปั๋งคนนี้ (แต่อันที่จริงแล้วน้ำในมือของมันเป็นอีกคนต่างหากที่ควักกระเป๋าจ่ายไป)

            สวัสดีครับ” เดือนคณะเอ่ยปากพูดแค่นั้นก่อนจะเบนสายตาไปทางรุ่นน้องตัวเล็กคนหนึ่งที่ไปยืนแอบหลังเพื่อน เจ้าตัวหารู้ไม่ว่าขนาดตัวที่ไม่ต่างกันแถมยังยุกยิกไปมาแบบนั้นทำให้ดูน่าสนใจขึ้นไปอีก มันน่าหยิกแก้มยุ้ย ๆ นั่นเหลือเกิน

            น้ำครับ” ปั๋งและมังกรเดินแจกน้ำที่หิ้วมาจำนวนหลายแก้วให้กับรุ่นน้องทีละคน แต่ดูเหมือนว่าคนแจกอย่างมังกรจงใจจะมองข้ามคนที่พยายามซ่อนตัวอยู่ล่ะนะ

            อ้าวพี่มังกร น้ำหมดแล้วหรือครับ” เดียร์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าแก้วน้ำที่มังกรยื่นมาให้หมดลงที่เขาพอดี แล้วอย่างนี้คนที่ยืนหลบอยู่หลังเขาจะดื่มอะไรล่ะ

            ครับหมดแล้ว พี่ซื้อมาพอดีคนน่ะครับ ก็วันนี้มาสิบคนไม่ใช่หรือครับ เนี่ยพี่นับยังไงก็ได้สิบคนพอดี มังกรพูดพลางทำท่านับจำนวนรุ่นน้องทีละคน โดยจงใจทำเป็นไม่เห็นคนที่พยายามซ่อนตัว

            สิบคน?” เดียร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เจ้าตัวรู้สึกแปลกใจในจำนวนสมาชิกที่หายไปหนึ่งคน เท่าที่เห็นก็ยังไม่มีใครกลับบ้านนี่นา

            ครับนับยังไงก็ได้สิบคน” เดียร์มองตามพี่มังกรที่นับจำนวนสมาชิกของบ้านทีละคนจนมาหยุดอยู่ที่เขาเป็นคนที่สิบพอดีจึงเริ่มเอะใจขึ้นมาแล้วว่าใครหายไป

            น้ำตาลมายืนหลบอยู่หลังเราทำไมเนี่ย เห็นไหมว่าพี่เขานับจำนวนคนไม่ครบเลย เมื่อเดียร์เบี่ยงตัวหลบ เกราะกำบังที่ไม่ได้ช่วยอะไรแม้แต่น้อยจึงหายไปทำให้น้ำตาลต้องมาเผชิญหน้ากับรุ่นพี่อีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้

            มะ ไม่เป็นไรเดียร์ เราไม่ค่อยหิวน่ะ” เจ้าตัวพูดด้วยน้ำเสียงแผ่ว แต่นั่นก็พอทำให้คนตัวสูงได้ยิน

            งั้นแบ่งกับเราไหม เราดื่มไม่เยอะ” เดียร์ส่งแก้วน้ำแดงในมือให้เพื่อนของตัวเอง แต่น้ำตาลปฏิเสธเพราะเขารู้ว่าแก้วน้ำถูกซื้อมาพอดีกับจำนวนคนมันไม่ใช่ความผิดของเดียร์เสียหน่อย ถ้าจะมีคนผิดจริง ๆ ก็คือพี่กาแฟขมปี๋นั่นแหละที่นับจำนวนของสมาชิกในบ้านผิดไป ฮึ่ย!

            “ไม่เป็นไรเดียร์ ไว้เราไปซื้อแถวบ้านดีกว่า” พูดจบก็แอบมองค้อนไปที่รุ่นพี่ตัวสูงเล็กน้อย อีกฝ่ายที่โดนมองค้อนแอบอมยิ้มมุมปากเพราะท่าทางหงุดหงิดของคนตัวเล็ก สงสัยคงจะโมโหหิวแน่นอน แถมยังต้องมาเจอเขาในตอนที่กำลังหิวอีกไม่โมโหก็คงแปลก

            โอเค งั้นเรากลับก่อนนะน้ำตาลเจอกันพรุ่งนี้นะ สวัสดีครับพี่มังกร” น้ำตาลรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อเพื่อนสนิทของตนเองขอตัวกลับไปก่อน ตอนนี้เพื่อนในบ้านคนอื่น ๆ ก็เริ่มที่จะทยอยแยกย้ายกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริเวณใต้คณะจึงเหลือเพียงเขา มังกร ปั๋ง และกิ่ง แต่เพียงเท่านั้น

            น้ำตาลยังไม่กลับหรือลูก” กิ่งที่รอส่งรุ่นน้องกลับบ้านเมื่อเห็นว่าน้ำตาลเป็นคนเดียวที่ยังไม่กลับจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามรุ่นน้องขึ้นมา

            อ่าครับ คือน้ำตาลรอพี่น้ำแข็งน่ะครับน่าจะเลิกสองทุ่ม” วันนี้น้ำแข็งมีคลาสมืดทำให้เจ้าตัวต้องรอผู้เป็นพี่ชายเรียนเสร็จก่อนถึงจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ โชคดีที่ตอนนี้ก็ปาเข้าไปทุ่มหนึ่งแล้วน้ำตาลเลยต้องรอพี่ชายเรียนอีกเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น

            งั้นให้พี่รอเป็นเพื่อนดีไหมเอ่ย ฟ้ามืดแล้วนั่งรอคนเดียวพี่เป็นห่วง เมื่อเห็นว่ารุ่นน้องจะต้องนั่งรอที่คณะคนเดียวเธอเลยอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในมหาวิทยาลัย และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราอยู่ตลอดก็ตาม แต่ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้หากไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเธอคงจะทำใจกลับบ้านไม่ได้อย่างแน่นอน

            พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” คนเขาจะกลับกันหมดแล้วยังมีหน้าไปเข้าห้องน้ำอีก น้ำตาลได้แต่คิดแต่ไม่ได้พูดออกไป เจ้าตัวเล็กเลิกสนใจกับเดือนคณะก่อนจะหันกลับมาคุยกับเฮดบ้านปีสองต่อ

            ไม่เป็นไรครับ น้ำตาลอยู่ได้ไม่ต้องห่วงน้าพี่ยามก็อยู่เต็มเลย” 

            “แต่ว่า

            “ไปเถอะกิ่งไม่เป็นอะไรหรอกเชื่อพี่ งั้นพี่ไปก่อนนะครับน้องน้ำตาลเอาไว้เจอกันนะครับ” 

            เอาอย่างนั้นหรือคะ งั้นพี่กลับก่อนนะน้องน้ำตาลถ้ามีอะไรก็โทรหาพี่ได้ตลอดเลยนะ” เมื่อปั๋งพูดแบบนั้นเธอจึงยอมทำตามโดยไม่ลืมที่จะกำชับรุ่นน้องว่าหากเกิดอะไรขึ้นให้รีบติดต่อเธอไปในทันที

            ค้าบ สวัสดีครับ” เจ้าตัวเล็กยกมือไหว้เป็นการบอกลารุ่นพี่ทั้งสองก่อนจะเดินกลับมานั่งยังใต้คณะที่เปิดไฟสว่างจ้า

            บริเวณใต้ตึกคณะยามนี้ไม่มีผู้คนเลยสักคน แต่ว่าบริเวณที่นั่งใต้ตึกคณะก็ยังคงเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับน้ำตาลเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่คอยเดินตรวจตราทั่วตึกคณะอยู่ตลอดเวลาอีกทั้งยังมีการเปิดไฟไว้ตลอดทั้งคืนทำให้น้ำตาลไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด

            คนตัวเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันดูวิดีโอชื่อดังอย่างยูทูบ เจ้าตัวเสิร์ชชื่อเพลงที่จะต้องใช้เต้นในวันงานวันศุกร์ขึ้นมาเพื่อเป็นการทวนท่าเต้นและหาอะไรทำฆ่าเวลารอ

            จ๊อก จ๊อก

            คงไม่แปลกที่ท้องจะร้องเป็นการประท้วงเพราะตั้งแต่มื้อเที่ยงมาก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเจ้าเด็กตัวเล็กแต่กินเก่งเลย น้ำตาลลูบท้องตัวเองป้อย ๆ นึกอยากจะเดินออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อนอกคณะ แต่นั่นก็อยู่นอกตัวมหาวิทยาลัยถ้าหากเดินออกไปคนเดียวเขาต้องโดนพี่ชายว่าแน่นอนเพราะรับปากเอาไว้แล้วว่าจะไม่เดินไปไหนมาไหนคนเดียว เจ้าตัวเลยทำได้เพียงแค่นั่งรอพี่ชายไปเรื่อย ๆ พยายามข่มความหิวนับเวลารอให้พี่ชายเลิกคลาสไว ๆ 

            ยังไม่กลับหรือตัวเล็ก” น้ำตาลเงยหน้ามองคนที่เอ่ยคำต้องห้ามสำหรับเขาออกมาด้วยความหงุดหงิด แค่หิวก็แย่พอแล้วยังจะต้องมาโดนแกล้งอีก

            พี่กาแฟขมปี๋!” เจ้าตัวยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนเรียกเขาแบบนั้น

            พี่ชื่อมังกรไม่ได้ชื่อกาแฟขมปี๋นะครับ” เจ้าตัวส่ายหน้าให้กับชื่อที่อีกฝ่ายใช้เรียกอย่างขำ ๆ ก่อนจะเดินตรงมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับรุ่นน้องโดยที่ไม่ต้องมีใครเชิญ

            น้ำตาลก็ชื่อน้ำตาลไม่ได้ชื่อตัวเล็กซะหน่อย ฮึ” พูดจบก็สะบัดหน้าหนีอย่างที่ทำประจำเวลาหงุดหงิด

            ถ้างั้น ถ้าพี่เรียกเราว่าน้ำตาลเราจะเลิกเรียกพี่แบบนั้นไหมครับ

            “ไม่หนูชอบเรียกแบบนี้มากกว่า แล้วอย่าเพิ่งมาชวนหนูคุยหนูกำลังหงุดหงิด” มังกรอยากจะถามคนตรงหน้าเหลือเกินว่าย่อชื่อเล่นเขาอย่างไรให้มันยาวขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่อยากจะแกล้งอีกฝ่ายไปมากกว่านี้เพราะเขารู้ว่าไม่ควรแกล้งคนที่กำลังโมโหหิว

            ตามใจเราละกัน มังกรตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะทำเป็นแกล้งค้นของในกระเป๋าเป้ของตัวเอง

            “อืม ทำไงดีเผลอซื้อขนมปังมาเยอะ ถ้านี่เป็นการ์ตูนคงได้เห็นภาพเด็กตัวเล็กกระดิกหูไปมาเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงของกิน น้ำตาลเลยแอบเหลือบมองไปยังมังกรที่กำลังทำทีเป็นหยิบถุงขนมปังจากในกระเป๋าขึ้นมา

            ใกล้หมดอายุแล้วด้วย เอาไงดีช่วยพี่กินหน่อยได้ไหมครับพอดีพี่ซื้อมาเยอะเกินกินไม่หมด” ท้ายประโยคน้ำตาลรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังพูดกับตัวเอง อืมก็มีแค่สองคนพี่กาแฟขมปี๋คงไม่ได้พูดกับคนอื่นหรอก

            เอามาสิ เห็นว่าจะหมดอายุหรอกนะ น้ำตาลยอมช่วยกินก็ได้” น้ำตาลยอมหันหน้ากลับมาพูดกับมังกร เพราะเสียดายของต่างหากเลยยอมช่วยกินน้ำตาลไม่ได้หิว!

            ครับเอาไปสองชิ้นเลยก็ได้นะ เมื่อกี้พี่เดินไปซื้อโกโก้เย็นแต่คนขายจะปิดร้านเลยแถมมาให้อีกแก้ว เราช่วยพี่ด้วยนะ

            “ได้ เดี๋ยวน้ำตาลช่วยเอง เจ้าตัวรับขนมปังจากรุ่นพี่มาสองชิ้นพร้อมด้วยโกโก้เย็นอีกหนึ่งแก้ว น้ำตาลแกะห่อขนมปังพร้อมส่งเข้าปากแทนคำตอบแทบจะในทันที งือ อร่อย เขาว่ากันเวลาที่กินอะไรตอนหิวจะยิ่งอร่อยเป็นพิเศษคงจะเป็นเรื่องจริง

            มังกรมองภาพเด็กตรงหน้าที่กำลังกินขนมปังของเขาอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความเพลิดเพลิน คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนตรงหน้าจะหิวขนาดไหนถึงสามารถทำให้ขนมปังชิ้นโตหมดภายในไม่กี่คำ      

น้ำตาล

พี่น้ำแข็ง!” ทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย น้ำตาลก็เลิกให้ความสนใจกับของกินตรงหน้าพร้อมรีบวิ่งไปกอดคนมาใหม่ด้วยความคิดถึง (จริง ๆ คิดถึงร้านอาหารที่พี่น้ำแข็งจะพาไปกินมากกว่า)

รอนานไหมครับ ขอโทษทีนะต้องทำให้เรารอนานเลย อ้าวมังกรยังไม่กลับหรือวะ” น้ำแข็งรับกอดจากน้องชายขี้อ้อนเขาพูดคุยกับน้องชายเล็กน้อยก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งอยู่ไม่ไกลจากเขาจึงเอ่ยปากถามเพราะว่าฟุตบอลน่าจะเลิกเล่นไปตั้งนานแล้ว

อืม พอดีวันนี้เลิกช้า

เค กลับดี ๆ ละกัน กูไปก่อนนะ กลับกันครับน้ำตาล” มังกรส่งกระเป๋าและของใช้ที่วางไว้บนโต๊ะส่งให้กับพี่ชายของรุ่นน้องที่เลิกให้ความสนใจกับเขาไปแล้วเมื่อพี่ชายมาถึง

เขาส่ายหน้าอย่างขำขันเมื่อสองพี่น้องเดินจากไปโดยที่ผู้เป็นน้องคอยออดอ้อนคนพี่อยู่ตลอดเวลา

วันนี้เขาได้แกล้งแหย่เจ้าตัวเล็กที่โมโหหิวจนพอใจแล้วเอาไว้เดี๋ยวค่อยหาโอกาสไปแกล้งบ่อย ๆ อย่างไรก็มีโอกาสอีกเยอะ หึ ๆ 

 

            ย้อนกลับไปประมาณชั่วโมงที่แล้ว      

 

            ปล่อยน้องไว้คนเดียวแบบนั้นจะดีหรือคะพี่ปั๋ง

            “จะไปห่วงทำไมยังไงมังกรก็อยู่เป็นเพื่อนน้อง

            “ยังไงนะคะ หนูไม่เข้าใจ พี่ปั๋งเดี๋ยว!! มาอธิบายให้หนูฟังก่อน”  ปั๋งไม่ฟังเสียงของกิ่งที่กำลังบ่นตามหลังเขามา เขาแค่พูดในสิ่งที่เขาเข้าใจเท่านั้นส่วนคนอื่นจะเข้าใจอย่างไรก็แล้วแต่จะตีความกันไป

            ซึ่งหากมังกรคิดย้อนกลับไปสักนิดหนึ่งว่าสิ่งที่มังกรทำมันอาจจะไม่ใช่เพียงแค่เจ้าตัวอยากจะแกล้งคนตัวเล็กหรอกนะ ในเมื่อการกระทำมันฟ้องขนาดนั้นว่าอยากจะอยู่รอเป็นเพื่อนน้อง

            ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะครับเพื่อน….

 

 



[1] รักติดไซเรน (My Ambulance) - ไอซ์ พาริสแพรวา ณิชาภัทร

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 472 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #183 mook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:58

    ยุ้งยิ้งน่ารักกกกก

    #183
    0
  2. #161 FDB88 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 16:16

    เป็นห่วงน้องจ้า

    #161
    0
  3. #135 View_Aranya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 09:10
    น่ารักเนอะ
    #135
    0
  4. #115 Xialyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 22:36
    ไม่เนียนนะพี่จ๋า
    #115
    0
  5. #110 TorTakr99 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 18:04
    อาร์มี่ค่ะเราเห็นเพลงนี่ท่าเต้นมาเลยพร้อมลุยแทนน้อง
    #110
    0
  6. #104 parn04 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 04:39
    เพลงบะได้เลยย
    #104
    0
  7. #97 SeaZW (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:35
    อายุ16?อยู่มหาลัยปี1แล้วหรอ หรือเราอ่านผิด
    #97
    1
    • #97-1 gusssnk(จากตอนที่ 4)
      27 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:04
      แจ้งไว้ใต้คำอธิบายเรื่องแล้วน้่าาา
      อันนี้ก็อปมาแจ้งอีกทีจ้า

      Note : เนื่องจากโดนหลายๆ คนคอมเม้นท์และสอบถามมาเยอะมากเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอายุ 16-17 เข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้แล้วหรือ

      สำหรับตัวละครน้ำตาล คือขอตอบตรงนี้ว่าได้เพราะตัวกัส(คนเขียนเอง)

      และเพื่อนๆ อีกหลายคนก็ทำกันมาแล้ว นั่นคือการสอบเทียบ

      โดยจะเริ่มสอบได้ตั้งแต่อายุ 16 ซึ่งจะเป็นการสอบเทียบเอาวุฒิม.ปลายจากต่างประเทศ

      เด็กไทยส่วนใหญ่จะนิยมสอบวุฒิของอเมริกาและอังกฤษโดยกัสเลือกอเมริกา

      ซึ่งกัสได้วุฒิตอนอายุปลาย 16 และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยตอน 17 ซึ่งตัวละครน้ำตาลก็ผ่านการสอบเทียบเช่นกัน

      แต่สาเหตุที่ว่าทำไมน้องถึงสอบเทียบจะเฉลยในเนื้อเรื่องช่วงหลังๆ น้าาา

      หรือลองดูเกี่ยวกับการสอบเทียบตามนี้ก็ได้จ้า

      https://youtu.be/ybWuWdiD7N0
      #97-1
  8. #47 AYITTUN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 22:51
    อิพี่คือชัดเจนแบบ 1080p
    #47
    0
  9. #37 Baekcos (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 23:48
    น้อนเหมือนเด็กอายุห้าขวบ;-;แต่น่ารัก
    #37
    0
  10. #8 Shido_Hikaru (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 02:55
    โถถถถถถถถถถถ หลงน้องเข้าให้แล้วสินะพี่มังกร
    #8
    0
  11. #3 vtyds (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:29
    อาร์มี่ยกมือขึ้นนน~~
    #3
    0