อย่าเรียกหนูว่าตัวเล็ก (จบ)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 : หนูขอโทษ (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 572 ครั้ง
    8 มี.ค. 63

ตอนที่ 2

หนูขอโทษ

            

ปะ ไปหาอะไรกินกัน

            “เฮ้ยเดี๋ยวเราขอตัวก่อนนะ พอดีพวกพี่ ๆ เขาขอนัดคุยเรื่องประกวดดาวเดือน

            “แหม จ้าพ่อคนหล่อไปเถอะจ้า” ทั้งสี่มองมินที่ขอตัวไปคุยเรื่องประกวดดาวเดือนเดินจากไปก่อนจะเริ่มต้นบทสนทนานินทาว่าที่เดือนคนใหม่ในทันที หัวข้อฮอตฮิตของนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งที่มักถูกหยิบยกมาพูดคุยอยู่บ่อย ๆ กับประเด็นเรื่องการประกวดดาวเดือน

            เอาจริง ๆ นะไอ้มินมันก็หล่อนะ แต่ไม่รู้ทำไมไม่อยากได้เป็นแฟน” 

            เห็นด้วยเลยหมวย เราก็คิดเหมือนกัน แต่ยังไงก็ขอให้มันได้ตำแหน่งอย่างน้อยที่สุดก็เดือนเอกเราจะได้มีคนมาเชิดหน้าชูตากลุ่มเราบ้าง” จ๋าออกความคิดเห็น

            ถึงแม้ทุก ๆ คนจะเพิ่งเจอและรู้จักกันเป็นวันแรกแต่พวกเขากลับรู้สึกว่าสามารถพูดคุยกันได้อย่างสนิทสนมจนน่าเหลือเชื่อ น้ำตาลคิดอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมา

            ตอนนี้สมาชิกของกลุ่มทั้งสี่คนอย่าง หมวย จ๋า เดียร์ และน้ำตาลกำลังจะออกไปหาขนมหวานบริเวณหลังมหาวิทยาลัยทานกันหลังจากประชุมบ้านกันเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยที่คนอายุน้อยที่สุดของกลุ่มไม่ลืมไลน์บอกผู้เป็นพี่ชายถึงความเคลื่อนไหวของตัวเองให้ได้รับรู้อยู่ตลอดเวลา

            บิงซูละกันเนอะ มีใครไม่ชอบไหม” หมวยถาม

            เราได้หมด” 

            “เราด้วย

            “แล้วน้ำตาลล่ะ กินได้เปล่า

            “ได้ ๆ” แน่นอนของโปรดของน้ำตาลก็คือบิงซูนี่แหละ สาเหตุของแก้มย้วย ๆ ที่พี่น้ำแข็งพี่ชายของเขาชอบมาจับเล่นก็เป็นเพราะเจ้าบิงซูทั้งนั้นเลย และถ้าหากเป็นบิงซูจำพวกที่มีส่วนผสมของนมเช่น ชาไทย หรือ ชาเขียวนม เจ้าคนแก้มย้อยจะยิ่งชื่นชอบเป็นพิเศษ เวลาไปทานกับครอบครัวเป็นอันต้องขอเบิลตลอด

            ทั้งสี่เดินไปสั่งบิงซูถ้วยใหญ่ก่อนจะมาจับจองที่นั่งภายในร้านรอออร์เดอร์ที่สั่ง และในระหว่างที่กำลังรอจึงได้หาอะไรคุยเป็นการฆ่าเวลาแก้เซ็ง

            น้ำตาลกับเดียร์รู้พี่เลี้ยงหรือยัง” จ๋าเอ่ยถาม

            ยังเลย เดียร์ตอบ

            “งั้นหรือคงมีแต่บ้านเราล่ะมั้งที่เฉลยพี่เลี้ยงเลยไม่ต้องไปรอวันศุกร์

            “ดีจัง ของเรากับน้ำตาลพี่ ๆ เขาให้คำใบ้ให้ไปตามหาเอาเอง

            “เหรอ ๆ ได้คำใบ้ว่าอะไรล่ะ เผื่อพวกเรารู้จะได้ช่วยหา” เป็นหมวยที่อาสาช่วยเพื่อนตัวเล็กทั้งสอง เรื่องแบบนี้ขอให้บอกหมวยพร้อมจะช่วยตลอด ไม่ได้เสนอหน้าจริง ๆ นะ        

            ของเราได้ ผัดกะเพรากุ้งน่ะ” 

            “พี่เขาต้องชอบกินผัดกะเพรากุ้งแน่ ๆ ตอนพักเที่ยงแกลองดูตามโรงอาหารเลยว่ามีรุ่นพี่คนไหนกินผัดกะเพรากุ้ง แล้วของน้ำตาลล่ะ

            “เราได้อันนี้อะ” เจ้าของชื่อน้ำตาลส่งกระดาษคำใบ้ให้เพื่อนสาวทั้งสองคนก่อนที่อีกฝ่ายจะรับไปอ่านแล้วเกาหัวแกรก ๆ เป็นอันเข้าใจว่าไม่เข้าใจ

            ไม่กินหวาน คืออะไรเนี่ย คำใบ้กว้างมากรอเฉลยละกันน้ำตาลถ้าจะให้ไปสังเกตตอนพักเที่ยงเหมือนของเดียร์ก็คงไม่ไหวนะฮ่า ๆ” เจ้าตัวเล็กทำปากยู่เล็กน้อยหลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อน ถึงแม้จะรู้ว่ามีการเฉลยพี่เลี้ยงของตัวเองในงานวันศุกร์ แต่น้ำตาลก็อยากจะรีบไปขอขนมพี่เลี้ยงของตัวเองอะนะ พี่น้ำแข็งบอกว่าพวกพี่เลี้ยงจะชอบซื้อขนมมาฝากน้องเลี้ยงอยู่บ่อย ๆ ตอนที่พี่น้ำแข็งขึ้นปีหนึ่งแรก ๆ เขามักจะได้ขนมจากพี่ชายของตัวเองต่อมาอีกทอดหนึ่ง

            ขออนุญาตเสิร์ฟนะคะ บิงซูชาไทย และบิงซูสตรอว์เบอร์รีค่ะ” ทันทีที่บิงซูชามโตน่ารับประทานที่พวกเขาสั่งไปมาเสิร์ฟ ประเด็นบทสนทนาของทั้งสี่จึงจบลงแต่เพียงเท่านั้น พวกเขามองบิงซูที่พนักงานสาวสวยค่อย ๆ ยกมาเสิร์ฟอย่างไม่ยอมละสายตาไปไหน แต่ที่ออกอาการชัดเจนที่สุดคงจะเป็นเจ้าของชื่อน้ำตาลที่ออกอาการอย่างปิดไม่มิด

            ว้าว ๆ มีใครจะถ่ายรูปไหม ไม่งั้นเราจะกินแล้วนะ

            “เอาเลย เราไม่ถ่าย” จ๋าเอ่ยถามขึ้นมาเพื่อความมั่นใจ ตามปกติแล้วเธอมักจะเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยถ่ายรูปของกิน และทุกครั้งที่อาหารมาเสิร์ฟเธอจะไม่รอช้าที่จะจ้วงมันเข้าปากในทันทีจนมักถูกเพื่อน ๆ ต่อว่าอยู่บ่อยครั้งเพราะยังไม่ทันจะได้ถ่ายรูป แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยของจ๋าจะไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ

            กินเลยเถอะดูท่าแต่ละคนจะอยากกินเต็มทีแล้ว” หมวยเป็นฝ่ายตอบเมื่อเห็นว่าสมาชิกบนโต๊ะอาหารต่างพากันส่ายหน้า ดูเหมือนว่าทุกคนจะเป็นสายกินมากกว่าสายแชะก่อนชิมหรือที่คนทั่วไปมักจะเรียกว่าสายแดก

            ไร้เสียงจากบทสนทนาบนโต๊ะอาหารของทั้งสี่ พวกเขาต่างลิ้มรสบิงซูเนื้อเนียนนุ่มอย่างไม่มีใครยอมใคร แน่นอนว่าบิงซูร้านนี้คงจะกลายเป็นบิงซูร้านประจำของพวกเขาทั้งห้าคนอย่างไม่ต้องสงสัย

            ครืด ครืด

            น้ำตาลตวัดสายตาไปทางโทรศัพท์มือถือของตนเองที่วางไว้อยู่บนโต๊ะด้วยความรำคาญเล็กน้อย ใครนะช่างไม่รู้เวลาโทรมารบกวนเวลาแห่งความสุขของน้ำตาลกัน แต่เมื่อเห็นชื่อที่แจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์เจ้าตัวก็หายหงุดหงิดไปโดยปริยาย นี่ถ้าไม่ใช่พี่น้ำแข็งนะหนูจะตัดสายทิ้งเลยคอยดู

            ฮัลโหลครับ

            “น้ำตาลจะเสร็จยังครับพี่จวนจะถึงร้านแล้วนะ

            “ก็ใกล้แล้วครับ

            “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ไปนั่งด้วยละกัน พวกเพื่อน ๆ พี่มันอยากกินน้ำแข็งไสพอดี

            “ไม่ใช่น้ำแข็งไสน้า บิงซูต่างหาก!” คนตัวเล็กขึ้นเสียงเล็กน้อยเมื่อพี่ชายของตนเรียกของโปรดที่เขาชอบผิดไป น้ำแข็งไสกับบิงซูในความหมายของคนทั่วไปอาจจะเหมือนกัน แต่สำหรับน้ำตาลแล้วมันไม่เหมือนกัน

            “ครับ ๆ บิงซูก็บิงซู ถ้างั้นพี่ฝากจองที่ไว้ให้หน่อยนะพวกพี่ไปกันสี่คน

            “ได้ครับเจอกันน้า

            

            นี่ ๆ ทุกคน เดี๋ยวพี่ชายของเราจะมากินด้วยได้หรือเปล่า

            “ได้สิว่าแต่จะมากันกี่คนหรือ

            “พี่เราบอกว่าสี่คนน่ะ

            “โอเคงั้นเดี๋ยวบอกพี่พนักงานมาต่อโต๊ะให้ละกัน” หลังจากได้ขอสรุปพวกเขาจึงได้เรียกพนักงานให้ช่วยมาต่อโต๊ะให้พอดีกับกลุ่มรุ่นพี่ที่จะมาใหม่อีกสี่คน โชคดีที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานที่ผู้คนพลุกพล่านจึงพอจะมีโต๊ะเหลือพอที่จะนำมาต่อเพิ่มโดยไม่รบกวนลูกค้าคนอื่น ๆ ของทางร้าน

            ไม่นานกระดิ่งที่แขวนอยู่ตรงประตูร้านก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณถึงผู้มาเยือนกลุ่มใหม่ และทันทีที่ผู้ชายร่างสูงใหญ่ทั้งสี่คนปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบนักศึกษาที่ไม่ถูกระเบียบ ลูกค้าที่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกับพวกเขารวมถึงเพื่อนใหม่ของน้ำตาลต่างก็อ้าปากค้างเมื่อกลุ่มรุ่นพี่ที่น้ำตาลพูดถึงเมื่อตะกี้เดินเข้ามาภายในร้าน

            สวัสดีครับน้อง ๆ พวกพี่ขอนั่งด้วยคนนะครับ” น้ำแข็งเอ่ยปากพูดกับน้อง ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนตามสไตล์ ถึงแม้จะเป็นรุ่นพี่แต่การที่จะมาขอร่วมโต๊ะด้วยก็เป็นมารยาทที่ดีที่คนมาใหม่ควรทำ

            ชะ... เชิญเลยค่ะ” จ๋าตอบด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เธอตกใจไม่น้อยที่พี่ชายของน้ำตาลที่ถูกพูดถึงจะเป็นหนึ่งในคิวต์บอยของคณะที่สาว ๆ ทั่วมหาวิทยาลัยต่างหมายปอง

            รบกวนด้วยนะครับ” กลุ่มเพื่อนของน้ำแข็งค่อย ๆ เดินตามเข้ามาภายในร้านทีละคนก่อนที่คนสุดท้ายผู้รับหน้าที่เป็นคนขับรถของเพื่อน ๆ จะเดินตามเข้ามาและนั่นทำให้น้ำตาลแทบจะสำลักบิงซูในทันทีเมื่อเห็นว่าใครคนนั้นมาปรากฏตัวอยู่ในร้านเดียวกับเขาแถมยังต้องมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเขาอีกต่างหาก

            พี่กาแฟขมปี๋!”

            “น้ำตาลอย่าเสียงดังสิครับ แล้วนี่รู้จักกับเพื่อนพี่ด้วยหรือ” น้ำแข็งดุน้องชายเมื่อเจ้าตัวส่งเสียงดังรบกวนลูกค้าภายในร้าน ถึงจะงง ๆ ว่าใครคือพี่กาแฟขมปี๋ของน้องชายเขาแต่ที่สงสัยมากที่สุดคงจะเป็นน้ำตาลไปรู้จักกับไอ้มังกรได้อย่างไร

            “ไม่รู้จัก!” เจ้าตัวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขึงขัง

            บังเอิญน่ะ แล้วกูก็เป็นพี่ในบ้านของน้องด้วย ว่าแต่มึงเป็นพี่ชายของน้องหรือ มังกรเอ่ยถามเพื่อนสนิทของตน

            เออน้ำตาลน้องชายกูเอง น้ำตาลอันนี้เพื่อนของพี่นะครับ ไอ้มังกร ไอ้ทัก แล้วก็ไอ้ชินเราน่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว” น้ำตาลพยักหน้าก่อนจะยกมือไหว้เพื่อนสนิทของพี่ชายทั้งสองคน ส่วนอีกคนน้ำตาลทำเป็นมองไม่เห็นเพราะว่าพี่กาแฟขมปี๋ของน้ำตาลมาทำให้เขาโดนดุว่าเสียงดัง

            สวัสดีครับน้องน้ำตาลไม่ได้เจอกันแป๊บเดียวโตขึ้นเยอะเลยนะ” เจ้าของชื่อชินพูดคุยกับน้ำตาล เขากับน้ำแข็งเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมจึงไม่แปลกที่จะรู้จักและสนิทกับน้ำตาลเป็นอย่างดีแถมยังเป็นอีกคนที่ยังรู้จักน้ำตาลเป็นอย่างดี

            เออไอ้มังกรแล้วมึงรู้จักกับน้องกูได้ยังไงวะ ที่บอกบังเอิญคือยังไง โอ๊ยน้ำตาลหยิกพี่ทำไมครับ” น้ำแข็งสะดุ้งเมื่อถูกคนที่นั่งข้างตัวหยิกเข้าที่ต้นขาไม่แรงนัก

            “พี่น้ำแข็งไม่น่ารักเลย พูดไม่เพราะหนูจะฟ้องแม่!” 

            ขอโทษครับ พี่จะไม่พูดแล้ว

            “ฮ่า ๆ ไอ้น้ำแข็งสิ้นฤทธิ์กับน้องชายว่ะ นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นน้องชายแท้ ๆ กูคงไม่เชื่อ ไม่มีส่วนไหนเหมือนกันเลยสักนิด” ทักอดที่จะเอ่ยแซวเพื่อนสนิทของตนเองขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองที่ปกติเป็นคนที่โหดจะตายแต่พอมาอยู่ต่อหน้าน้องชายกลับทำหน้าหงอยราวกับลูกหมาถูกทิ้งตอนถูกน้องบ่น

            หุบปากเลยมึง เอ่อ หุบปากไปไอ้ทัก” น้ำตาลฉีกยิ้มหวานให้พี่ชายเมื่อเจ้าตัวยอมแก้คำหยาบที่เผลอหลุดปากไปเมื่อตะกี้

            เออแล้วสรุปว่าไงมังกร แกไปบังเอิญรู้จักน้องกู เอ่อ ฉันตอนไหน” น้ำเสียงตะกุกตะกักพูดผิดถูก ๆ นั่นเป็นเพราะมีน้ำตาลนั่งจับผิดอยู่ตลอดเวลา ถึงจะอึดอัดแต่เพราะเป็นน้ำตาลน้องชายสุดที่รักของเขาเลยต้องยอมลงให้อย่างช่วยไม่ได้ จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ตามใจกันมาตั้งแต่เจ้าตัวเล็กเกิดแล้ว

            ก็อย่างที่บอกบังเอิญเจอกันเมื่อเช้าที่ร้านกาแฟข้างคณะ” 

            อ้อ คนที่น้ำตาลมาฟ้องนี่เอง ที่พูดว่าน้ำตาลว่าเตี้ย ใช่ไหมครับ?”

            “หืม เตี้ยเดี๋ยวนะกูไม่ได้ว่าน้องสักหน่อย กูเรียกน้องว่าตัวเล็กต่างหากเพราะน้องมึงมาขโมยกาแฟของกูไปกิน” มังกรเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าเจ้าของชื่อน้ำตาลที่มาใส่ร้ายเขา

            น้ำตาลไม่ได้ขโมยนะแค่เข้าใจผิดเอง พอจะจ่ายเงินพี่เขาก็ไม่รับ” น้ำตาลพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ส่วนหนึ่งก็เพราะอายที่โดนอีกฝ่ายแฉเสียหมดเปลือก แต่ที่ทำให้คนตัวเล็กหงอยมากที่สุดก็คือเจ้าตัวเข้าใจผิดไปเองว่าอีกฝ่ายมาว่าเขาว่าเตี้ย

            ถึงจะอ่อนลงไปบ้าง แต่เพราะกลัวเสียฟอร์มน้ำตาลเลยพยายามตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแต่ก็เล็กน้อยเท่านั้น

            เอ่อ คือขอโทษนะคะ” สมาชิกบนโต๊ะทุกคนหันไปตามเสียงของจ๋าที่เอ่ยถามขึ้นมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ 

            คือ พี่น้ำแข็งเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของน้ำตาลหรือคะ คือหนูสงสัยเพราะว่าหน้าตาไม่เหมือนกันเลย” จ๋าเลือกที่จะเอ่ยถามต่อข้อสงสัยของตัวเองออกไป จริง ๆ แล้วเป็นคำถามยอดฮิตที่สองพี่น้องได้ยินมาตั้งแต่สมัยเด็ก แต่ก็คงไม่แปลกที่คนภายนอกจะสงสัยเพราะว่าเขากับน้ำตาลก็ไม่เหมือนกันจริง ๆ นั่นแหละ

            ครับ น้ำตาลเป็นน้องแท้ ๆ ของพี่เลย น้ำตาลจะได้ไปทางแม่มากกว่าทั้งขนาดตัวและหน้าตาจึงออกไปทางแม่ ส่วนพี่จะออกไปทางพ่อครับ ไม่ใช่แค่จ๋าที่พยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจ แต่ทุกคนบนโต๊ะอาหารยกเว้นชินก็เผลอพยักหน้าตามไปด้วยเพราะพวกเขาก็สงสัยไม่ต่างไปจากที่น้องจ๋าพูดมาทุกประการ

            คนมาใหม่ทั้งสี่สั่งบิงซูมาอีกสองถ้วยใหญ่เพื่อไม่ให้ขาดตอนต่อจากของน้อง ๆ จริง ๆ แล้วพวกรุ่นพี่ทุกคนอาสาจะเลี้ยงขนมน้อง ๆ แต่เป็นเพราะทุกคนต่างประหม่าที่คิวต์บอยของคณะทั้งสามคนรวมไปถึงเดือนคณะสุดฮอตอย่างมังกรมานั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยจึงรู้สึกไม่กล้าที่จะทำอะไรไปมากกว่านี้ แค่นั่งเฉย ๆ ยังเขินสายตาของรุ่นพี่เวลาที่มองมาอยู่เลย

            บนโต๊ะอาหารมีบทสนทนาของทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องดังอยู่ประปรายเนื่องจากบิงซูที่รุ่นพี่ปีสามสั่งไป มาเสิร์ฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ใช้เวลาไม่นานทั้งแปดคนก็จัดการกับออร์เดอร์ที่สั่งมาจนหมด ก่อนจะขอตัวแยกย้ายเตรียมเดินทางกลับบ้านกันเนื่องจากตอนนี้ใกล้เวลาเลิกงานของพนักงานที่ทำงานในละแวกนี้แล้วจะได้ไม่ลำบากในการเดินทาง

            น้ำตาลอาศัยช่วงจังหวะที่พี่ชายของตนเองเดินไปเข้าห้องน้ำหลังร้านเดินออกไปยังหน้าร้านแล้วจึงสะกิดผู้ชายร่างสูงโปร่งที่กำลังจะเปิดรถของตัวเองจากด้านหลังเบา ๆ เป็นการเรียก

            อีกฝ่ายเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเบา ๆ จึงหันกลับไปก่อนจะพบกับเด็กตัวเล็กผู้เป็นน้องชายของเพื่อนสนิทของตนเอง และยังเป็นน้องในบ้านของเขาที่คณะอีกด้วย

            ว่ายังไงครับ?” มังกรเอ่ยถามรุ่นน้องของเขาขึ้นมา เนื่องจากคนตัวเล็กเอาแต่ก้มหน้ามองเท้าตัวเองด้วยท่าทางไม่มั่นใจราวกับกำลังคิดว่าควรจะพูดหรือไม่พูดดี

            คะ... คือ

            “…” เขาไม่เร่งรีบให้อีกฝ่ายพูด มังกรทำเพียงแค่ยืนรอฟังคนตัวเล็กว่าจะพูดอะไร

            หนูขอโทษนะครับพี่มังกร” เจ้าตัวพูดโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเดือนคณะชั้นปีที่สามอย่างอ่อนโยนก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกมา อย่างไรเสียเจ้าเด็กตัวเล็กคนนี้คงจะมาขอโทษที่เข้าใจเขาผิดไปอย่างแน่นอน

            ไม่เป็นอะไรครับ

            “อะ... อืม งั้นน้ำตาลกลับก่อนนะ

            “ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะตัวเล็ก” ราวกับว่ากองไฟที่กำลังจะดับกลับลุกโชนขึ้นมาใหม่เมื่ออีกฝ่ายพูดคำที่น้ำตาลไม่ชอบที่สุดออกมา

            ฮึ่ย” จากท่าทางที่ดูกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อตะกี้แปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดน้ำตาลสะบัดหน้าหนีส่งเสียงพึมพำในลำคอก่อนจะเดินกระทืบเท้ากลับเข้าร้านไป

            เขามองภาพตรงหน้าด้วยความเอ็นดู อดจะขำกับท่าทีของรุ่นน้องคนนี้ไม่ได้ก่อนที่จะเปิดรถและขับออกไปจากร้านโดยยังมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเดือนคณะที่ไม่ว่าใครต่างก็ต้องละลายเมื่อได้เห็น

 

            ระหว่างกลับบ้านบนรถยนต์ยี่ห้อหรู มีเพียงเสียงเจ้าตัวเล็กของครอบครัว จันทร์นิมิตรส่งเสียงเจื้อยแจ้วที่ยังไม่เริ่มแตกหนุ่มตลอดระยะทางจากมหาวิทยาลัยจนถึงรั้วบ้านโดยมีพี่ชายอย่างนราวัฒน์รับหน้าที่คอยเป็นผู้ฟังที่ดีไม่พูดแทรกหรือขัดคออีกฝ่ายแต่อย่างใด เขาฟังเจ้าตัวเล็กเล่าถึงชีวิตมหาวิทยาลัยวันแรกของเจ้าตัวอย่างไม่นึกรำคาญโดยจะมีออกความคิดเห็นบ้างหากผู้เป็นน้องเอ่ยปากถามขึ้นมา

            แล้วก็นะมินน่ะมั่นใจมากว่าตัวเองต้องเป็นเดือนคณะได้อย่างแน่นอน น้ำตาลก็คิดว่ามินต้องได้แน่เพราะว่ามินหล่อมาก” เจ้าตัวเล็กยังคงไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อย เจ้าตัวยังคงสนุกสนานที่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขาคงโล่งใจได้แล้วสินะว่าน้ำตาลคงจะปรับตัวกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้

            พี่น้ำแข็งครับ” 

            ว่ายังไงครับ

            “พี่มังกรเป็นคนยังไงหรือครับ

            “อืมในความคิดพี่นะ มันก็ถือเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงเลย นิ่ง ๆ ไม่ค่อยพูด แต่บางครั้งก็กวนตีนเหมือนกัน จริง ๆ ก็กวนหนักเลยล่ะ

            “หรือครับ

            “ว่าแต่ถามทำไมหรือครับ

            “หนูกำลังคิดว่าพี่มังกรเป็นพี่เลี้ยงของหนูหรือเปล่าน่ะสิ

            “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ

            “ก็คำใบ้ที่หนูได้มันเขียนว่า ไม่กินหวาน’ น่ะสิหนูเลยคิดว่าน่าจะเป็นพี่เขาเพราะพี่มังกรไม่ชอบกินหวาน กินแต่กาแฟขมปี๋” เป็นความจริงที่น้ำตาลสังเกตเห็นในตอนที่พวกเขากำลังนั่งทานบิงซูกัน เขาสังเกตเห็นถึงความจริงบางอย่างที่มังกรแทบไม่แตะต้องของหวานเลย มีตักกินบ้างเล็กน้อยแต่ถ้าเทียบกับคนอื่น ๆ แล้วก็ถือว่าน้อยมากเลยทีเดียว เจ้าตัวทำเพียงแค่สั่งกาแฟเย็นมาดื่มแทนจนน้ำตาลเริ่มจะมั่นใจแล้วว่ามังกรน่าจะเป็นพี่เลี้ยงของตนเอง

            พี่น้ำแข็งไปถามให้หนูหน่อยน้า

            “ไว้รอเฉลยวันศุกร์นะ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” ถึงน้ำแข็งจะเป็นรุ่นพี่ที่สามารถไปเสาะหาในสิ่งที่น้องชายของเขาสงสัยได้ แต่เขาก็ไม่อยากใช้สิทธิ์นั้นไปแทรกแซงหรือให้สิทธิพิเศษกับน้องมากเกินไป ในชีวิตมหาวิทยาลัยของน้องชายเขาจะทำเพียงแค่คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำเรื่องเรียนเท่านั้น

            บู้ น้องไม่ถามแล้วก็ได้” เจ้าตัวอมลมจนแก้มป่องเพราะไม่ได้ในสิ่งที่คาดหวัง แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ไม่พอใจอย่างจริง ๆ จัง ๆ เรียกได้ว่าเป็นการหยอกล้อระหว่างคนในครอบครัวมากกว่า

            หลังจากฝ่ารถติดมานานเกือบถึงชั่วโมงรถยนต์คันงามก็มาถึงรั้วบ้านจันทร์นิมิตรในเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาอย่างพอดิบพอดี

            ประตูรั้วอัตโนมัติถูกเปิดออกโดยไม่ต้องรบกวนคนดูแลภายในบ้านก่อนที่รถของน้ำแข็งจะขับตรงเข้าไปจอดยังที่จอดรถของบ้าน

            กลับมาแล้วค้าบ” น้ำตาลเมื่อลงจากรถเห็นผู้เป็นมารดาออกมายืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านก็รีบวิ่งตรงไปกอดผู้หญิงที่รักที่สุดในชีวิตก่อนที่จะหอมแก้มคุณแม่อย่างที่ทำประจำทุกวัน

            สวัสดีครับคุณแม่” น้ำแข็งที่เดินตามมาเอ่ยทักทายคุณผู้หญิงของบ้าน ในมือของน้ำแข็งถือกระเป๋าเรียนสองใบซึ่งเป็นของเขาและน้องชาย 

            คุณผู้หญิงของบ้านเอ่ยทักทายลูกชายคนโต ก่อนที่น้ำแข็งจะเดินเข้าไปในบ้านปล่อยให้น้องชายกับมารดาของตนเองได้ใช้เวลาร่วมกัน

            เป็นไงบ้างครับวันนี้สนุกไหม

            “สนุกมากเลยค้าบ น้องได้เพื่อนแล้วด้วยน้าตั้งสี่คนแน่ะ” คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดพร้อมชูนิ้วมือเป็นจำนวนที่พอดีกับเพื่อนใหม่ของตน

            ดีแล้วครับ รีบขึ้นไปอาบน้ำได้แล้วลูกจะได้ลงมาทานมื้อเย็นกัน อีกเดี๋ยวคุณพ่อก็จะกลับมาแล้ว

            “ค้าบ พี่น้ำแข็งอาบน้ำกัน!!!” คนตัวเล็กรับคำ ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านพร้อมส่งเสียงเรียกพี่ชายให้มาอาบน้ำด้วยกัน จะบอกว่าอาบด้วยกันก็คงไม่ถูกเพราะเจ้าเด็กที่โตแต่อายุอยากจะให้พี่ชายช่วยอาบน้ำมากกว่า

            คุณผู้หญิงของบ้านมองภาพรอยยิ้มสดใสของลูกชายคนเล็กด้วยความเอ็นดู เธอรู้สึกโล่งใจไม่ต่างจากน้ำแข็งที่คุณชายเล็กของบ้านอย่างน้ำตาลสามารถปรับตัวกับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี จนเธอมั่นใจแล้วว่าการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ให้ลูกของเธอมาเรียนในระดับปริญญาตรีก่อนวัยที่กำหนดจะเป็นความคิดที่ถูกต้อง

            พี่น้ำแข็งอาบน้ำกันจะได้ลงไปกินข้าว” เมื่อขึ้นมาบนห้องเจ้าตัวเล็กก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนพี่ชายในทันที

            ครับ เดี๋ยวแป๊บนึงนะ เราไปรอในห้องน้ำก่อนเลย

            “ค้าบ” เจ้าตัวเล็กรับคำพลางถอดเสื้อผ้าออกด้วยความรวดเร็ว จนตอนนี้เจ้าตัวยืนอยู่ในร่างเปลือยเปล่าไม่อายสายตาของพี่ชายอย่างเขาแม้แต่น้อย ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปด้วยความรวดเร็ว

            ถึงน้ำตาลจะอายุสิบเจ็ดแล้ว แต่ความคิดในบางมุมยังเหมือนเด็กที่เพิ่งจะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นเท่านั้น สำหรับพวกเขาพี่น้องการเปลือยกายต่อหน้ากันอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับเด็กในวัยนี้เขาคิดว่ามันอาจไม่เหมาะสมถ้าน้ำตาลจะทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น เขาเข้าใจว่าสำหรับเด็ก ๆ การถอดเสื้อผ้าเปลือยร่างกายต่อหน้าคนอื่นอาจไม่ใช่เรื่องน่าอายเพราะเขาก็เคยเป็นเด็กมาก่อนจนมาเริ่มอายการเปลือยกายต่อหน้าคนอื่นเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องสอนน้ำตาลในเรื่องนี้บ้างแล้ว

            พี่น้ำแข็งไม่ถอดเสื้อผ้าหรือครับ

            “ครับ พี่จะช่วยเราอาบเฉย ๆ พี่ยังไม่อาบ” น้ำแข็งเดินเข้ามาในห้องน้ำทั้งชุดนักศึกษา เขาทำเพียงแค่ถกกางเกงสแลกส์และเสื้อแขนยาวขึ้นเพื่อไม่ให้เปียกเท่านั้น ก่อนจะเปิดน้ำจากฝักบัวให้ลงมาราดตัวเด็กตัวเล็กพร้อมกดสบู่เหลวเพื่อมาชำระล้างให้เจ้าตัวเล็กที่กำลังยิ้มแฉ่ง

            น้ำตาลครับ” น้ำแข็งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังในขณะที่ถูสบู่ไปทั่วร่างของน้องชาย ครอบครัวของเขาเคยพาน้ำตาลไปตรวจเรื่องพัฒนาการของร่างกายพวกเขากังวลว่าน้ำตาลจะมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนเพศชายบกพร่องเพราะสำหรับเด็กผู้ชายในวัยนี้มันควรจะต้องมีขนขึ้นที่ส่วนนั้นกันบ้างแล้ว รวมไปถึงเจ้าติ่งเนื้อขนาดน่ารักก็ควรขยายใหญ่โตขึ้นตามอายุแต่ส่วนนั้นของน้ำตาลกลับมีขนาดเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ที่หนักไปกว่านั้นคือเสียงของน้ำตาลที่ยังไม่แตกหนุ่มเลยนี่สิที่สร้างความกังวลให้แก่ครอบครัวของเขามากที่สุด แต่คำตอบของแพทย์ก็ทำให้เขาโล่งใจได้มากทีเดียวเพราะน้ำตาลไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใดเพียงแค่อาจจะเป็นหนุ่มช้าไปสักหน่อย ทั้งนี้เพราะน้ำตาลคลอดก่อนกำหนดถึงเกือบสองเดือนและถูกเลี้ยงมาราวกับไข่ในหินจึงทำให้พัฒนาการของเจ้าตัวเป็นไปในระดับที่ช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน

            ต่อไปนี้น้ำตาลห้ามแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นแล้วนะครับ โตเป็นหนุ่มแล้วมันไม่ดีครับ” หนึ่งในสาเหตุที่ระยะหลังเขาไม่เปลือยกายอาบน้ำกับน้องชายก็เพราะว่าอยากจะให้น้องรู้สึกถึงความเป็นปกติในการปกปิดร่างกายไม่ใช่อาย จริง ๆ ก็อายด้วยนั่นแหละเพราะเวลาอาบด้วยกันเจ้าตัวมักจะจ้องส่วนนั้นของเขาราวกับมันเป็นสิ่งที่ดูแปลกประหลาด เจ้าตัวเอาแต่จ้องมองเพราะว่าของพี่น้ำแข็งมันผิดแปลกไปจากของเขาและที่สำคัญเจ้าตัวยังชอบถามคำถามในสิ่งที่เขาไม่รู้จะอธิบายว่าอย่างไรดี เช่น ทำไมของพี่น้ำแข็งใหญ่ของน้ำตาลเล็กนิดเดียว ทำไมของพี่น้ำตาลมีขนทำไมของน้ำตาลไม่มี ด้วยเหตุนี้เขาจึงเลือกที่จะไม่เปลือยกายต่อหน้าน้องชายอีกต่อไป         

            “เอ๋ ทำไมล่ะครับคุณพ่อบอกว่าเป็นเด็กไม่เห็นต้องอายจู๋เลย

            “อืม มันก็...” น้ำแข็งอยากจะบอกว่าคุณพ่อพูดประโยคนี้มาได้เกือบสิบปีแล้วกระมัง ซึ่งมันก็จริงนั่นแหละเพราะสมัยเด็กเขาก็ไม่อายที่จะแก้ผ้าวิ่งรอบบ้านเหมือนกัน

            เพราะน้ำตาลโตแล้วยังไงครับ ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วไปเป็นชีเปลือยแบบนั้นจะถูกตำรวจจับนะครับ

            “จริงหรือครับ

            “ครับ และที่สำคัญถ้าโชว์บ่อย ๆ ผีจะมาเอาจู๋น้ำตาลไปนะ

            “ฮือ ไม่เอานะ น้ำตาลจะไม่แก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นแล้ว

            “ดีมากครับ” ถึงจะรู้ว่าไม่ดีที่ไปหลอกน้องแบบนั้น แต่เด็กที่กลัวผีจนขึ้นสมองแบบนั้นอาจทำให้รู้สึกระมัดระวังในเรื่องนี้ได้ไวกว่าเพราะเมื่อโตขึ้นการใช้ชีวิตร่วมกับคนนอกก็จะมากขึ้นตาม เผลอ ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เขาไม่อยากให้น้องถูกว่าได้

            ตลอดการอาบน้ำเสียงพูดคุยของพี่น้องตระกูลจันทร์นิมิตรก็ดังก้องไปทั่วทั้งห้องน้ำ ถึงน้ำตาลจะมีพรสวรรค์ในเรื่องการเรียนสูงมากแต่สำหรับเรื่องการใช้ชีวิต ในฐานะพี่ชายเขาคงต้องสอนอีกเยอะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 572 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #182 mook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:28

    น้องตัวน้อยตัวนิดมากเลยลูกกกก

    #182
    0
  2. #172 Baekberry12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 23:27
    น้องจริงๆนะน้องงงงงง~
    #172
    0
  3. #160 FDB88 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 19:45

    น้อนนน เด็กน้อยมากๆเลย เดี๋ยวก็มีคนมาดูแลเนอะ

    #160
    0
  4. #134 View_Aranya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 02:33
    อาบน้ำกับพี่ชาย คิดดีไม่ได้เลย555
    #134
    0
  5. #114 Xialyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:37
    เดี๋ยวมีพี่มังกรคอยดูแล
    #114
    0
  6. #46 AYITTUN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 22:35
    พี่น้ำแข็งต้องเตรียมไม้เรียวแล้วแหละ
    #46
    0
  7. #40 sharkk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 23:14
    เราก็คลอดก่อนกำหนด 2 เดือนเหมือนกัน ทุกวันนี้เป็นเอ๋อมาก5554
    #40
    0
  8. #7 Shido_Hikaru (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 02:41
    อ๋อเพราะน้องคลอดก่อนกำหนดนี่เอง เลยตัวเล็กกว่าปกติ แต่ก็นะ ความน่ารักชนะทุกสิ่ง
    #7
    0