อย่าเรียกหนูว่าตัวเล็ก (จบ)

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 21 : เหตุผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    13 ก.พ. 63

ตอนที่ 21

เหตุผล

 

            Dear’s Part

 

            ไหนเงินส่วนของวันนี้วะ ส่งมาได้แล้ว” รุ่นพี่ผู้ชายตัวโตซึ่งเป็นกลุ่มหัวโจกของนักเรียนชั้นมอต้นภายในโรงเรียนกำลังพูดข่มขู่คนตัวเล็กกว่าด้วยท่าทีที่ดูคุกคาม

            แม้จะเป็นถึงลูกชายของผู้สนับสนุนหลักให้แก่ทางโรงเรียน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้เขารอดพ้นจากการกดขี่ข่มเหงจากบรรดาพวกนักเลงในโรงเรียนได้อยู่ดี อย่างเช่นในวันนี้ที่เป็นเหมือนกับทุกๆ วันที่ผ่านมาเขาก็มักจะถูกกลุ่มนักเรียนอันธพาลเหล่านี้ข่มขู่เพื่อให้เขายอมส่งเงินที่ได้มาเป็นค่าขนมให้กับพวกมัน

            และด้วยเหตุนี้เดียร์จึงมักจะไม่มีเงินเหลือพอที่จะซื้ออาหารกลางวันเพราะว่าเงินทั้งหมดที่เขาได้มานั้นจะต้องนำมาส่งให้กับรุ่นพี่แก๊งอันธพาลพวกนี้เพื่อแลกกับการไม่โดนแกล้งทุกๆ วัน ถ้าโชคดีบางวันเขาก็อาจมีเศษเหรียญติดตัวพอที่จะไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทานอยู่บ้าง แต่ถ้าวันไหนโชคร้ายเขาก็จะต้องอดมื้อกลางวันไปเลยก็มี ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีคนที่สงสารเขาและอยากให้จะช่วยเหลือเขาอยู่บ้างก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครกล้าพอที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของพวกมัน ถ้าอยากจะอยู่รอดในโรงเรียนแห่งนี้ก็ต้องยอมจ่ายเงินแต่เพียงเท่านั้

            พวกให้พวกพี่ไปหมดแล้ว ผ ผมไม่มีเงินเหลือแล้วครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ อย่างหวาดกลัวต่อกลุ่มรุ่นพี่หลายคนที่กำลังยืนล้อมรอบตัว แทบจะไม่ต้องคาดหวังเลยว่าจะมีใครผ่านมาช่วยเพราะสถานที่ที่เขากำลังยืนอยู่เป็นห้องน้ำที่ชำรุดแล้วหลังโรงเรียนซึ่งปกติมันจะต้องถูกปิดตาย แต่ก็เป็นรุ่นพี่อันธพาลพวกนี้อีกเช่นกันที่แอบเข้ามาใช้พื้นสถานที่แห่งนี้เพื่อใช้เสพยาหรือบางครั้งก็ใช้เป็นสถานที่มั่วสุมในการมีอะไรกับพวกผู้หญิงอยู่บ่อยๆ

            หึ พูดอย่างนี้แล้วคิดว่ากูจะเชื่อหรือไง ลูกคุณหนูอย่างมึงกูไม่เชื่อหรอกว่าจะได้เงินมาโรงเรียนแค่วันละสองร้อย

            “ผ ผม ไม่มีจริงๆ ครับ ผมให้พวกพี่ไปหมดแล้วจะมาค้นตัวผมก็ได้

            เมื่ออีกฝ่ายพูดมาออกแบบนั้น คนที่เป็นหัวหน้าจึงออกคำสั่งให้รุ่นน้องในแก๊งไปค้นตัวของรุ่นน้องทั่วทุกซอกทุกมุมเพื่อหาดูว่าไม่ได้มีเงินอยู่กับตัวจริงๆ

            มันไม่มีเงินในตัวจริงๆ ครับลูกพี่เอายังไงดี” ลูกน้องคนหนึ่งพูดเมื่อค้นไปทั่วทั้งตัวของคนตัวเล็กแล้ว

            อืมเอาไงดีวะ จริงสิ ดูไปดูมามึงก็น่ารักอยู่นะ ตัวก็ขาว สะโพกผาย แถมยังไม่มีขนสักเส้น อืมกูว่าน่าลองว่ะ” 

            “พ พี่จะทำอะไร ป ปล่อยผมไปเถอะครับ” ร่างเล็กเดินถอยหลังจนชนกำแพง เขาไม่มีที่ให้หนีไปไหนได้อีกแล้ว สายตาของคนตรงหน้ามันน่ากลัวกว่าเมื่อตะกี้ สายตาที่หื่นกระหายจนดูน่าขยะแขยงทำให้คนตัวเล็กถึงกับยอมยกมือขึ้นไหว้ด้วยความหวาดกลัว

            เอาหน่า ไม่ต้องกลัวไป ถึงแม้ว่ามึงจะไม่มีอะไรเหมือนผู้หญิงแต่ก็คงแก้ขัดไปได้อยู่ รับรองเลยว่ามึงจะมีความสุข เพราะวันนี้มึงจะมีผัวพร้อมกันถึงห้าคนไงไอ้เดียร์” ว่าจบคนที่เป็นหัวหน้าก็เดินเข้ากระชากร่างกายของเข้าสู่อ้อมกอดอันน่ารังเกียจของมันโดยมีพวกลูกน้องของมันพยายามเข้ามาช่วยถอดเสื้อผ้าของเขาออก

            เดียร์พยายามขัดขืนต่อต้านสุดฤทธิ์แต่ถึงอย่างนั้นแรงของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งคงไม่สามารถต่อกรกับเด็กผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่าถึงห้าคนได้

            เสื้อนักเรียนของเดียร์ถูกปลดออกสำเร็จเป็นอย่างแรก และนั้นก็ทำให้พวกมันพอใจกับภาพเนื้อตัวที่สะอาดสะอ้านราวกับผู้หญิงของคนตรงหน้า ร่างกายของคนตัวเล็กตรงหน้าถือเป็นตัวปลุกปั่นอารมณ์ให้พวกมันยิ่งเกิดอารมณ์และหมายต้องการแต่งแต้มรอยเปรอะเปื้อนต่างๆ บนร่างกายที่แสนบริสุทธิ์นี้ แต่มันคงจะไม่น่าหงุดหงิดเท่านี้ถ้าไอ้ตัวเท่าลูกหมาตรงหน้ายอมพลีกายให้กับพวกมันได้ง่ายๆ เหมือนกับพวกผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านมา

 

            “ฤทธิ์เยอะนักนะมึง

            ผัวะ

            อึก” แรงกระแทกจากบริเวณท้องทำให้คนตัวเล็กรู้สึกจุกจนไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้ เมื่อเขาไร้เรี่ยวแรงขัดขืนจึงทำให้พวกอันธพาลยิ่งได้ใจจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ของคนตรงหน้าออกทีละชิ้นด้วยความรวดเร็ว สติสัมปชัญญะของเดียร์ค่อยๆ ที่จะเริ่มดับลงอย่างช้าๆ มันอาจเป็นกลไกลการทำงานของร่างกายอะไรบางอย่างที่ทำเพื่อปกป้องสภาพร่างกายและจิตใจที่ถูกทำร้ายอย่างบอบช้ำ แต่ก่อนที่สติของเขาจะดับลงไปนั้นเขารู้สึกถึงความวุ่นวายภายนอกที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเอะของพวกแก๊งค์อันธพาลที่หมายจะย่ำยีเขาก่อนที่พวกนั้นจะแตกฮือเพราะความตกใจ

ปัง ปัง ปัง

พวกมึงทำอะไรกัน!”

อาจารย์ครับทางนี้” เสียงทุบประตูดังขึ้นเหมือนกับว่าคนด้านนอกกำลังพยายามที่จะทำลายประตูเข้ามาจนในที่สุดประตูสังกะสีที่ใกล้พังอยู่ซอมซ่อก็ถล่มลงมา

พวกนักเลงในคราบนักเรียนจำนนต่อหลักฐานเมื่อเหล่าอาจารย์และกรรมการนักเรียนเข้ามาพบเห็นกับเหตุการณ์ด้านใน ร่างของเดียร์ถูกปล่อยลงไปกระแทกกับพื้นเมื่อพวกอันธพาลเหล่านั้นกำลังตั้งท่าที่จะวิ่งหนีกัน แต่ก่อนที่ร่างของเดียร์จะกระทบเข้ากับพื้นปูน เขารับรู้ถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของใครสักคน อ้อมกอดที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารู้สึกถึงมันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน และนั่นจึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เดียร์รับรู้ก่อนที่ภาพทั้งหมดและสติของเข้าทั้งหมดจะดับลง

 

 

อ อื้อ” ภาพเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นตาเป็นสิ่งแรกที่มองเห็นเมื่อได้สติอีกครั้ง ร่างกายของเขารู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งร่างโดยเฉพาะส่วนหน้าท้องที่ถูกกระแทก เขารับรู้ถึงกลิ่นเหม็นเหมือนยาอะไรสักอย่างก่อนจะตัดสินใจค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อดูว่าเขากำลังอยู่ที่ไหนกันแน่แต่ที่แน่นอนคงไม่ใช่สวรรค์ล่ะ

อย่าเพิ่งลุกสิครับ นอนลงก่อน เดี๋ยวพี่เรียกขอเรียกหมอก่อนนะ”  เขามองตามไปยังเสียงของใครสักคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้างุนงง ผู้ชายตัวสูงในชุดเครื่องแบบนักเรียนซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับเขา และถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มกรรมการนักเรียนที่เขาเคยเห็นผ่านตาอยู่บ่อยๆ

หิวน้ำไหม จะดื่มน้ำไหมครับเดี๋ยวพี่หยิบให้” มังกรเอ่ยปากถามรุ่นน้อง ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่พยักหน้ารับก่อนจะรับแก้วน้ำมาอย่างเกร็งๆ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรกับอีกฝ่ายเพราะปกติเขาก็ไม่ได้มีเพื่อนที่จะคอยพูดคุยด้วยอยู่แล้ว

ข ขอบคุณนะครับ”  

ไม่เป็นไรแล้วครับ ตอนนี้เราปลอดภัยแล้วนะ ไอ้พวกนั้นมันโดนจับส่งตำรวจไปหมดแล้ว เดี๋ยวอีกไม่นานที่บ้านของเราก็น่าจะมาถึงแล้วล่ะ” เจ้าตัวเล็กที่กำลังมึนงงหลังจากได้สติ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายอะไรมาก็ถึงกับมือไม้อ่อนปล่อยแก้วน้ำร่วงหล่นจนมันหกเลอะเทอะที่นอนจนหมด

ใช่แล้วเขาเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรงมาแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าไอ้พวกเลวทรามพวกนั้นมันจะเป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนชั้นมอต้นเพียงเท่านั้นแถมบางคนยังใช้คำนำหน้าเป็นเด็กชายกันอยู่เลย

เฮ้ย เป็นไงบ้าง เราเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” มังกรที่ตกใจต่อเหตุการณ์ตรงหน้าเขารีบกุลีกุจอรีบหยิบแก้วน้ำขึ้นพร้อมพยายามหาผ้าที่อยู่บริเวณนั้นมาเช็ดที่นอนให้

ฮ ฮือ” คนตัวเล็กปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร เจ้าตัวก้มหน้าก้มตาเอามือขึ้นมาปิดบังเพื่อซ่อนใบหน้าที่น่าสมเพชของตัวเอง มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เดียร์ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้กับ

ฟึบ

ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ไม่ต้องกลัวหลังจากนี้พวกมันจะทำอะไรเราไม่ได้แล้ว พี่อยู่ตรงนี้นะครับ ร้องไห้ออกมาให้พอนะครับ” มังกรดึงร่างของรุ่นน้องขึ้นมาสู่อ้อมของตัวเองเพื่อเป็นการปลอบใจอีกฝ่าย คนตัวเล็กในอ้อมกอดยิ่งปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร แต่ถึงอย่างนั้นภายในจิตใจของเดียร์กลับเริ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ความรู้สึกในแบบที่เขาไม่เคยเป็น และมันมีสาเหตุมาจากผู้ชายตรงหน้าที่ชื่อมังกร

ครอบครัวของเดียร์เป็นครอบครัวที่จัดว่ามีฐานะที่ดี ครอบครัวของเขาเป็นอีกหนึ่งของครัวที่อบอุ่นอยู่เสมอ ตั้งแต่เด็กเดียร์มักจะเป็นคนที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งวันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นมันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รอยยิ้มของเดียร์ไม่เคยกลับมาอีกเลยเมื่อผู้เป็นแม่ของเขาได้จากไปเพราะโรคร้าย จากครอบครัวที่แสนอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นครอบครัวที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นดังเดิม ผู้เป็นพ่อที่เคยใส่ใจก็เอาแต่ทำงานตัวเป็นเกลียว เดียร์แทบไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพ่อนับตั้งแต่วันที่ผู้เป็นแม่ได้ตายจากไป จนในที่สุดระหว่างเขาและพ่อจึงกลายเป็นความร้าวฉานที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกันติดได้ในที่สุด

แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อในชีวิตของเดียร์มีรุ่นพี่ที่แสนดีอย่างมังกรเข้ามา มังกรถือเป็นทุกอย่างสำหรับเดียร์ ตลอดช่วงเวลาที่เขาทำการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลก็มีแต่มังกรที่คอยมาเยี่ยมเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งไม่ต้องพูดถึงคนเป็นพ่อหรอกรายนั้นแค่มาถามไถ่เรื่องค่าใช้จ่ายเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละหลังจากนั้นเดียร์ก็ไม่เคยเห็นหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของตนเองอีกเลย

ชีวิตหลังจากนั้นของเดียร์ก็มักจะมีมังกรเข้ามาวนเวียนอยู่เสมอ เดียร์ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจ ได้มีเพื่อนในวัยเดียวกันที่ไม่เคยมีซึ่งแน่นอนมังกรเป็นคนช่วยหาให้ จนรอยยิ้มที่หายไปของเดียร์ก็เริ่มกลับมาอย่างช้าๆ พร้อมกับความรู้สึกในใจบางอย่างที่มีให้กับมังกร แต่ก็น่าเสียดายที่หลังจากนั้นอีกไม่นานมังกรก็ต้องจบการศึกษาออกไป เดียร์ซึ่งหลังจากนั้นก็กลายมาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่เริ่มมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น ส่วนมังกรก็ได้กลายเป็นเฟรชชี่หนุ่มหล่อดีกรีเดือนมหาวิทยาลัยมีคนติดตามมากมายซึ่งเดียร์ก็เป็นหนึ่งในนั้นคอยติดตามรุ่นพี่คนสำคัญของเขาอย่างห่างๆ และแม้ว่าจะไม่ได้ติดต่อกันนับตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายจบการศึกษาออกไปเดียร์ก็ได้ตั้งปณิธานอันแรงกล้าซึ่งเป็นสิ่งเดียวในชีวิตของเขาเพียงเท่านั้นเขาขอเพียงแค่ให้มีโอกาสได้กลับไปใกล้ชิดกับมังกรอีกครั้งหนึ่งแค่นั้นก็พอ

            และในที่สุดความฝันของเขาก็ได้เป็นจริง เมื่อเดียร์สามารถสอบผ่านเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับรุ่นพี่คนสำคัญ แทบไม่น่าเชื่อเลยว่านอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกันแล้วเขายังได้เรียนคณะเดียวกันสาขาวิชาเดียวกันกับมังกรอีกด้วย เดียร์แทบจะรอการเปิดเทอมไม่ไหวแล้วเพราะเขาแทบจะรอพบหน้ามังกรอีกครั้งไม่ไหวแล้ว แถมในครั้งนี้เดียร์ยิ่งพอใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินข่าวมาว่าอีกฝ่ายเลิกคบหาดูใจกับแฟนสาวที่รเคยเห็นรุ่นพี่มักจะลงรูปคู่บ่อยๆ

            ยอมรับเลยว่าทุกครั้งที่เห็นรูปของรุ่นพี่คนสำคัญที่มักจะมีหญิงสาวที่ชื่อเฟิร์นขนาบข้างอยู่ในภาพอยู่บ่อยครั้ง เขารู้ดีว่าตัวเองในตอนนี้คงไม่สามารถที่จะทำให้ทั้งสองเลิกกันได้ เขาจึงมักจะไปกดรายงานรูปดังกล่าวให้ถูกลบออกไปจากสื่อโซเชี่ยลมีเดียอยู่บ่อยครั้ง เจ้าตัวทำแบบนั้นทุกวันจนในที่สุดสถานะการคบหาของทั้งคู่ก็ถูกนำออกจากโปรไฟล์เฟสบุ๊ค ซึ่งนั่นก็ทำให้เดียร์ยกยิ้มผ่านมือถือด้วยความพอใจเพราะสำหรับพี่มังกรแล้วถ้าไม่ใช่เขาก็อย่าหวังเลยว่าจะมีใครได้ใกล้ชิด

            ทุกอย่างเหมือนจะออกมาดี เมื่อได้เจอกับรุ่นพี่คนสำคัญในรอบหลายปี รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นยังคงจับจ้องมาที่เขา สายตาที่เป็นห่วงเป็นใยที่เดียร์ตกหลุมรักยังคงเหมือนเดิม 

            พี่มังกรจำเดียร์ได้ไหมครับ

            “จำได้สิครับ น้องเดียร์” เพียงแค่นั้นการรอคอยตลอดหลายปีของเขาก็จบลงแล้วถ้าไม่ใช่เพราะ

            เพื่อนในกลุ่มของเขาคนหนึ่งที่ชื่อว่า น้ำตาล อีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่เข้าเรียนพร้อมกันกับเขา น้ำตาลเป็นเด็กผู้ชายที่ดูน่ารักน่าทะนุถนอมแถมยังตัวเล็กกว่าเขาอีกด้วยซ้ำ เดียร์ก็ไม่เข้าใจหรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพี่มังกรและน้ำตาล ในช่วงแรกที่เจอหน้ากันน้ำตาลมักจะไม่พอใจมังกรอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับมังกรดูเหมือนว่าอีกฝ่ายมักจะจ้องมองไปที่เพื่อนสนิทของเขาอยู่บ่อยๆ แววตาที่แตกต่างยามมองมายังเขา น้ำตาลอาจไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามังกรมักจะเป็นฝ่ายเข้าหาน้ำตาลเสมอแตกต่างจากเขาที่มังกรเข้ามาเพราะความสงสารเพียงเท่านั้นและหากไม่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นเขาก็คงจะไม่ได้รู้จักกับมังกรเช่นกัน

            ในตอนแรกเขาพยายามที่จะไม่มองน้ำตาลในทางไม่ดีเพราะเพื่อนของเขาคนนี้ดูเป็นคนที่ไร้เดียงสาสดใสสมวัยเป็นอย่างมาก น้ำตาลเป็นคนดีเกินไปที่เขาจะกล้าคิดไม่ดีด้วย แต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่าเขาจะพยายามสักเท่าไหร่ภาพที่น้ำตาลมักจะมีคนคอยเอาใจไม่ว่าเจ้าตัวจะงอแงสักแค่ไหนก็ตามกลับทำให้ความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ จนสุดท้ายมันก็เปลี่ยนเป็นความเกลียดชังทำไมคนแบบนี้ คนที่ไม่เคยจะต้องเผชิญความลำบากอะไรกลับได้แต่สิ่งที่ดีๆ มีคนคอยเอาอกเอาใจอยู่มากมาย แถมที่สำคัญน้ำตาลยังได้ความสนใจของมังกรไปอีกเช่นกัน

            

            ฟึ่บ

            วันนี้เป็นวันครบกำหนดส่งโปรเจ็คแรกตามที่อาจารย์นัดหมายเอาไว้ เดียร์จึงได้นำงานที่ทำเสร็จแล้วของตัวเองมาส่งยังที่ห้องพักของอาจารย์ผู้สอน แต่ภายในห้องนั้นกลับเงียบสงัดมีเพียงตระแกงเหล็กที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะทำงานของอาจารย์ด้านหน้ามีกระดาษที่ถูกเขียนติดไว้ว่า ควิซแรก ปี1’ พร้อมกระดาษเซ็นชื่อที่วางไว้คู่กัน ก่อนที่สายตาของเขาไปหยุดที่กระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งด้านบนมีชื่อของเพื่อนสนิทติดเอาไว้อยู่ เขาหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาอ่านอย่างช้าๆ ก่อนจะถึงกับตาค้างเพราะเนื้อหาและคำตอบของน้ำตาลเพราะหากเทียบกับงานของเขาแล้วคงไม่ต้องพูดเลยว่าคนไหนจะได้คะแนนมากกว่ากัน           

            และจู่ๆ ความคิดชั่วร้ายก็แล่นเข้ามาในหัว มันคงจะดีกว่าหรือไม่ถ้ากำจัดกระดาษแผ่นนี้ทิ้งไป เขาส่ายหน้ารัวเมื่อเกืดความคิดแบบนั้นขึ้นมา ถึงแม้จะเกลียดมากเพียงใดแต่เรื่องแบบนี้ก็ไม่ควรทำอยู่ดี

            แอ๊ด

            คนตัวเล็กในห้องพักสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องที่ดังขึ้น

            อ้าวน้องเดียร์มาทำอะไรหรือจ๊ะ

            “อ เอ่อ สวัสดีครับพี่แตงโม เดียร์มาส่งงานอาจารย์น่ะครับ เดียร์ทักทาย พี่เลี้ยง ของตัวเองอย่างที่ทำประจำ อีกฝ่ายยิ้มรับไม่ได้พูดอะไรออกมาต่อจากนั้น ก่อนที่เธอจะเดินมาหยุดตรงบริเวณเดียวกับเดียร์

            แตกต่างจากพี่เลยนะ พี่จะมา เอา’ งานน่ะ” เธอส่งยิ้ม ยิ้มสาวจ้องมองกระดาษในมือของน้องเทคของเธอแล้วจึงยิ้มกระดาษใบนั้นมาจากมือของรุ่นน้อง

            ใบนี้เองสินะ

            “คือว่า กระดาษใบนั้นเป็นของเพื่อนเดียร์ พี่แตงโมจะเอาไปทำอะไรหรือครับ” เดียร์เอ่ยปากถามขึ้นมาเมื่อถูกรุ่นพี่หยิบกระดาษไปจากมือ 

เพื่อนหรือจ๊ะ ไม่ใช่ว่าน้องเดียร์หรือที่อยากจะทำลายกระดาษใบนี้น่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มมุมปากเมื่อพูดจบ แต่สำหรับเดียร์แล้วถ้าจะให้พูดตรงๆ มันดูเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย

            พ พี่แตงโมพูดอะไรครับ เดียร์แค่จะหยิบกระดาษของเพื่อนเข้ามาอ่านเองนะครับ

            “เดียร์ พี่รู้นะว่าเราน่ะชอบมังกรใช่ไหม

            กึก

            แล้วพี่ก็รู้ด้วยว่าเราน่ะไม่ชอบไอ้เด็กน้ำตาลมันเหมือนกับพี่

            “พี่แตงโมว่าไงนะครับ” เดียร์ถามขึ้นมาเพราะไม่เข้าใจในความหมายของสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ

            หึหึ พี่มีวิธีที่จะช่วยเรากำจัดให้น้ำตาลมันหายไปให้พ้นทางนะแต่เราต้องช่วยพี่

            “…”

            “ไม่ต้องคิดมากหรอกวิธีนี้แค่จะทำให้เด็กนั่นหายไปจากตรงนี้แค่นั้นเอง แล้วหลังจากนั้นมังกรก็จะกลับมาเป็นของเรา ไม่ดีหรือไง?” คนฟังถึงกับกลืนน้ำตาลเพราะสิ่งที่รุ่นพี่พูดออกมาพี่มังกรจะกลับมาสนใจเขาใช่ไหม เมื่อคิดได้ดังนั้นเดียร์จึงค่อยๆ เอ่ยปากพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ

            ด เดียร์ต้องทำยังไงบ้างครับ” 

            ง่ายๆ เลย ก่อนอื่นก็…”

            แขวก

            กระดาษคำตอบเพื่อนถูกฉีกออกเป็นสองซีกต่อหน้าต่อของเขาโดยฝีมือของรุ่นพี่ที่อยู่ตรงหน้า หญิงสาวค่อยๆ ฉีกทำลายกระดาษออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนสุดท้ายมันจึงกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไม่สามารถที่จะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

            เดียร์จ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างตกตะลึง บนใบหน้าของรุ่นพี่ที่ดูใจดียามเมื่อพบเจอตามปกติ ในคราวนี้มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความชั่วร้ายในแบบที่เขาไม่เคยเห็น

            และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเดียร์ก็ถูกพี่เลี้ยงของตนเองปั่นหัวชักจูงให้เริ่มที่จะเกลียดน้ำตาลอย่างช้าๆ แน่นอนว่าความเกลียดที่มีในตอนแรกนั้นเมื่อถูกเติมเชื้อไฟก็ย่อมเพิ่มขึ้นมากกว่าในตอนแรกเป็นธรรมดา ซึ่งน่าเสียดายที่แผนของแตงโมไม่เคยสำเร็จสักครั้งเพราะตลอดเวลามังกรมักจะอยู่ตัวติดกับน้ำตาลอยู่บ่อยๆ และถึงจะไม่มีมังกรน้ำตาลก็แทบจะไม่เคยที่จะอยู่คนเดียวเลยด้วยซ้ำ 

            จนเมื่อหญิงสาวได้รวบรวมความกล้าไปสารภาพรักกับรุ่นพี่ของเธอ แต่สุดท้ายเธอก็ถูกปฏิเสธกลับมาอยู่ดี น้ำตาของเธอยังไม่ทันที่จะแจ้งเหือดจากความเสียใจภาพสุดสะเทือนใจก็ถูกอัพโหลดขึ้นเฟสบุ๊คโดยคนที่เธอเกลียดมากที่สุดเช่นกัน ภาพของครอบครัวน้ำตาลที่ในเฟรมมีมังกรอยู่ด้วย แต่นั่นคงเทียบไม่ได้กับรอยยิ้มที่แสนสุขของรุ่นพี่ที่เธอรัก ภาพนั้นเปรียบเสมือนกับการราดน้ำมันลงบนกองไฟที่ลุกไหม้ความอดทนซึ่งเป็นฟางเส้นสุดท้ายจึงขาดสะบั้นลง และมันจึงนำไปสู่สาเหตุที่ใครๆ ก็ไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำ เธอใช้เวลาพูดหว่านล้อมรุ่นน้องอยู่นานเพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่อยากทำสักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายคนที่สามารถจับจุดอ่อนของเดียร์ได้เธอก็รู้ดีว่าควรจะทำอย่างไร จนในที่สุด...

            “เอาน้ำกรดไปสาดเลยสิ รับรองว่าไม่มีใครจับได้แน่นอนพี่เลือกสถานที่ที่เป็นมุมอับไม่มีกล้องวงจรปิด ส่วนตอนทำพี่จะเป็นคนดูต้นทางให้เอง” ในเมื่อมันน่ารักนักเธอจึงอยากจะรู้เหลือเกินว่าถ้าวันหนึ่งมันหน้าตาดูไม่ได้เหมือนตอนนี้แล้วมังกรจะยังสนใจมันอยู่ไหมเพราะถึงยังไงผู้ชายก็เหมือนกันสุดท้ายเขาก็เลือกคนที่หน้าตา

เธอยกยิ้มกริ่มด้วยความพอใจมันคงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านี้แล้วเพราะเธอสามารถกำจัดทั้งเดียร์และน้ำตาลไปได้ภายในคราวเดียวกัน เพียงเท่านี้มังกรก็จะกลายมาเป็นของเธอแล้ว

 

            End of Dear’s part

 

 

            พ พี่มังกรเดี๋ยวครับ คนตัวเล็กกว่าฉุดรั้งข้อมือของมังกรเอาไว้ เมื่อเขาพยายามที่จะรีบวิ่งตามเพื่อนสนิทไป หากเป็นคนที่ใจร้ายคนอื่นคงจะต่อว่าเดียร์ไปแล้วที่มารั้งเขาเอาไว้แบบนี้ แต่สำหรับคนที่ใจเย็นอย่างเขาก็พร้อมที่จะรับฟังอีกฝ่ายเสมอแม้ว่าสุดท้ายแล้วตัวเองจะต้องเดือดร้อนแค่ไหนก็ตาม

            พี่ขอโทษนะครับเดียร์ แต่ว่าตอนนี้พี่ต้องรีบไปจริงๆ ครับ ไว้เสร็จแล้วเดี๋ยวค่อยมาคุยกันต่อเขาพยายามพูดอย่างใจเย็น เดียร์ที่เห็นว่ารุ่นพี่กำลังรีบจึงต้องอธิบายซะก่อน

            “ต แต่ว่าแผลมัน” อีกฝ่ายคงหมายถึงมุมปากที่แตกจากการถูกชกจนเลือดไหลซึม

            แผลแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกครับ เราเถอะยังไม่หยุดร้องไห้เลย” 

            เดียร์ไม่ได้ร้องแล้วสักหน่อย” ว่าจบก็เช็ดน้ำมูกน้ำตาที่ไหลเลอะเทอะเหมือนกับลูกหมาที่มอมแมม

            ถ้างั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ” ถึงจะรู้สึกผิดต่อคนตรงหน้า แต่สำหรับมังกรแล้วภาพที่เห็นหลังไวๆ ของเจ้าตัวเล็กกำลังวิ่งหนีออกไปมันกลับกลายเป็นภาพที่บาดใจที่สุด และมันคงจะดีถ้าตอนนี้เขาสามารถจะไปหาน้ำตาลให้เร็วที่สุด

            เดียร์ขอไปด้วยไหมครับคือเดียร์รู้สึกผิดกับน้ำตาล” เขาพูดมันออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ถ้าให้หากสามารถย้อนเวลากลับไปได้เขาก็คงจะไม่ทำแบบนี้อย่างแน่นอน หลังจากที่ได้มังกรมาเตือนสติเขาก็เพิ่งได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาก็ไม่ได้เกลียดน้ำตาลเลยแม้แต่น้อยในฐานะที่เป็นเพื่อนกัน และถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะไปขอโทษน้ำตาลเหมือนกัน

            ใช่ครับเราผิด…” 

            “…”

            “แต่ว่ามันไม่ใช่ความผิดของเราทั้งหมดหรอก จบเรื่องนี้แล้วพี่คงต้องขอความช่วยเหลือจากเรานะครับ ส่วนตอนนี้พี่ต้องไปแล้วไว้เจอกันนะครับน้องเดียร์” ถึงแม้ว่ามังกรจะไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าสิ่งที่เดียร์ทำจะผิดหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นคนที่จิตใจดีเสมอมาอย่างรุ่นน้องของเขาคงจะไม่มีความคิดบ้าๆ แบบนั้นถ้าหากไม่มีผู้หญิงคนนั้น

ท้ายประโยคมังกรยังคงมองมาที่เขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนเสมอ นี่สินะคือความอบอุ่นของการมีพี่ชาย ความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มที่ห่างหายไปนาน เขามองไปยังมังกรที่รีบวิ่งออกไปจนลับสายตาก่อนใบหน้าของคนตัวเล็กจะปรากฎเป็นรอยยิ้มบางๆ สุดท้ายพี่มังกรก็ยังคงเป็นพี่มังกรสินะแม้ว่าเขาจะทำผิดมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถึงแบบนั้นอีกฝ่ายก็ยังดีกับเขาตลอดมา ภาพของมังกรที่วิ่งออกไปเป็นสิ่งสุดท้ายที่คนตัวเล็กมองเห็นพร้อมๆ กับร่างกายของเขาที่ค่อยๆ ล้มลงไปกองอยู่บนพื้นเหมือนครั้งแรกที่เขาได้รู้จักกับมังกรต่างกันที่ครั้งนี้นี้ไม่มีใครมาคอยรับร่างของเขาเหมือนเดิมอีกแล้วมันคงถึงเวลาที่เขาควรจะต้องหยุดเรื่องทุกอย่างได้แล้วสินะ เขาไม่อยากที่จะทรมานต่อไปอีกแล้ว

 

ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับพี่มังกรถ้าชาติหน้ามีจริงเดียร์ขอให้ได้เกิดมาเป็นน้องชายของพี่นะครับ

 

 

            แม้ภายในจิตใจของมังกรตอนนี้จะร้อนรนจนแทบจะไม่สามารถประคับประคองสติให้ขับรถให้มาถึงที่หมายได้ แต่ถึงอย่างนั้นมังกรก็สามารถมาถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ 

            คนงานภายในบ้านเปิดประตูรั้วให้ด้วยความคุ้นเคย และเมื่อจอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้วคนตัวสูงจึงรีบปลดเข็มขัดนิรภัยโดยไม่สนใจที่จะหยิบสัมภาระชิ้นใดติดมือออกไปด้วยก่อนที่จะรีบวิ่งลงจากรถ

            มึงยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกหรอไอ้มังกร” แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวผ่านประตูบ้าน เสียงของเพื่อนสนิทก็ดังออกมาก่อนที่ และคงไม่ต้องบอกว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าแบบไหน

            กูจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้นเพราะมันเป็นความผิดกูเอง แต่ขอให้กูได้เจอกับน้ำตาลก่อนนะ

            “เหอะมึงทำให้น้องกูเสียใจขนาดนี้แล้วคิดว่ากูจะให้มึงเจอกับน้ำตาลได้หรือไงไอ้มังกร เสียงทะเลาะกันของคนทั้งสองดังลั่นไปจนทำให้คนงานที่ยืนอยู่ในบริเวณนี้ต่างพากันให้ความสนใจ

            หลังจากที่คุณหนูใหญ่ของบ้านมาถึงพวกเขาและเธอมักจะได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของทั้งคุณหนูใหญ่และคุณหนูเล็กอยู่เสมอ แต่ในวันนี้แทนที่จะเป็นเหมือนทุกวันคุณหนูเล็กของพวกเขารีบวิ่งลงมาจากรถด้วยความรวดเร็วถึงแม้จะมองตามไม่ทันแต่พวกเขาก็พอจะดูออกว่าคุณหนูเล็กของพวกเธอกำลังร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร และตั้งแต่กลับมาถึงคุณหนูของพวกเขาก็เอาแต่ขังตัวเองไว้อยู่ในห้องนอนโดยไร้วี่แววการตอบกลับมาจากคนด้านในแม้ว่าจะเป็นพี่ชายของคนตัวเล็กก็ตามซึ่งเหตุการณ์การทะเลาะกันของคนสองคนบริเวณหน้าบ้านคงจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่ทำให้คุณหนูเล็กเสียน้ำตาอย่างไม่ต้องสงสัย

            ใช่ถึงแม้ว่าวันนี้มังกรจะได้เป็นคนผิด แต่อีกฝ่ายก็เป็นต้นเหตุให้น้องชายของเขาเกือบจะโดนทำร้าย มิหนำซ้ำมันยังเป็นสาเหตุที่ทำให้สภาพจิตใจของน้ำตาลถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้งเหมือนเหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว ถ้าไม่มีมันบาดแผลที่ถูกปิดเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจน้ำตาลคงไม่ถูกเปิดออกอีกครั้ง

            กูขอร้องให้กูได้เจอกับน้ำตาลเถอะนะ อย่างน้อยให้กูได้ปลอบน้ำตาล

            “มันจะง่ายกว่านี้ถ้าไม่มีมึงไอ้มังกร ถ้าไม่มีมึงน้ำตาลก็คงจะไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่มีมึงน้ำตาลก็คงไม่ต้องเกือบที่จะโดนทำร้ายแบบนี้

            “…” ราวกับฟ้าผ่าลงตรงกลางใจ ประโยคนั้นของเพื่อนสนิทกระแทกเข้าไปภายในจิตใจของเขาอย่างรุนแรง

            เพราะฉะนั้นนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปห้ามมึงมาเจอกับน้องของกูอีก

            กึก

หมับ

            กูขอร้องมึงจะทำอะไรกับกูก็ได้แต่อย่าให้กูไม่ได้เจอหน้าน้องเลยเพราะว่า

            เพราะอะไรหวังว่ากูคงจะได้ฟังคำตอบที่ดีๆ นะ ในขณะที่น้ำแข็งกำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านในเร็วกว่าความคิดเขาได้เอื้อมมือไปจับข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ แค่รู้ว่าจะไม่ได้เจอกับน้ำตาลอีกจิตใจของเขาก็แทบจะทลายลงมาจนหมด เขายอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้จริงๆ

            เพราะกูรักน้ำตาล” ไม่ใช่ชอบแต่เป็นรัก มังกรมั่นใจแล้วว่าเขารักน้ำตาลตั้งแต่ประโยคที่น้ำแข็งพูดออกมาและแม้จะเป็นเพียงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีที่เขาใช้ในการประมวลผลแต่เขาก็สามารถมั่นใจได้เป็นอย่างดีว่าเขาไม่สามารถขาดน้ำตาลได้อีกแล้ว

            หึ ทีแรกกูก็ไม่มั่นใจหรอกนะ แต่ตอนนี้กูมั่นใจแล้ว แต่ขอโทษด้วยเพราะยิ่งมาได้ยินแบบนี้กูคงยิ่งให้มึงเข้าใกล้น้องกูไม่ได้ ขอตัวนะ” ใครจะยอมปล่อยให้น้องไปอยู่กับคนอันตรายแบบนี้กันล่ะ ยิ่งมันคิดไม่ซื่อกับน้องชายของเขายิ่งไว้ใจไม่ได้

            “ถ้ากูบอกว่ากูล่วงเกินน้องไปแล้วล่ะ

            “มึงว่าไงนะ!” น้ำแข็งหันขวับกับมา เจ้าตัวไม่รีรอที่จะเดินเข้ามากระชากคอเสื้อของคนที่เขาเรียกมันว่าเพื่อนสนิท

            กูบอกว่ากูล่วงเกินน้องไปแล้ว

            “ไอ้เหี้ยมึงอย่าอยู่เลย

            ผัวะ ผัวะ ผัวะ 

            ราวกับคนขาดสติ น้ำแข็งกระแทกหมัดรัวเข้าที่ใบหน้ามังกรอย่างไม่ออมแรงบรรดาคนงานที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างกรีดร้องด้วยความตกใจเป็นเหตุให้พนักงานรักษาความปลอดดภัยที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วต้องรีบวิ่งมาแยกทั้งสองให้ออกห่างจากกัน

            ปล่อยกูสิวะ กูบอกให้ปล่อยได้ยินไหม ถ้าวันนี้กูไม่ได้ฆ่ามันอย่าหวังว่ากูจะปล่อยมึงให้รอดกลับไปได้ไอ้มังกร” ถึงแม้ว่าจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยร่างสูงใหญ่คอยรั้งไว้ไม่ให้น้ำแข็งเข้าไปทำร้ายอีกฝ่ายได้ แต่ด้วยแรงของคนที่กำลังโกรธจัดก็เล่นเอาผู้ชายตัวใหญ่ทั้งสามคนแทบจะรั้งเอาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน

            นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นน้ำแข็ง!” 

            พาน้ำแข็งเข้าไปสงบสติอารมณ์ในบ้านก่อน” และแล้วก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ คำสั่งเด็ดขาดของคนที่มีอำนาจที่สุดภายในบ้านก็ดังขึ้นเมื่อเขาได้เห็นเหตุการณ์ที่ลูกชายคนโตของตนเองกำลังอาละวาดและพยายามที่จะทำร้ายร่างกายเพื่อนสติราวกับคนที่กำลังเสียสติ

            เมื่อได้รับคำสั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งหมดจึงต้องรีบเข้ามาช่วยกันพาร่างของน้ำแข็งที่ทั้งจะพยายามทั้งเตะทั้งต่อยอากาศไม่หยุด

            เฮ้อมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องน้ำตาลยังไม่ทันจบเรื่องใหม่ก็มาให้ปวดหัวอีกแล้ว หวังว่ามังกรคงจะตอบคำถามของพ่อได้นะ” ชายในชุดสูทที่ดูน่าเกรงขามถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ มังกรทำเพียงแค่พยักหน้ารับก่อนจะเดินตามผู้ชายซึ่งมีศักดิ์เป็นบิดาของทั้งเพื่อนสนิทและน้องเทคเข้าไปในบ้าน

            บรรยากาศในห้องรับแขกตอนนี้ปกคลุมไปด้วยความกระอักกระอ่วน คุณผู้หญิงของบ้านที่ปกติมักจะมีรอยยิ้มของบ้านบัดนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ดูหม่นหมองราวกับคนอมทุกข์โดยมีสาเหตุมาจากลูกชายคนเล็กของเธอที่เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องนอน

ภายในห้องรับแขกที่ใหญ่โตกลับมีคนอยู่จำนวนสี่คนเท่านั้น โดยหนึ่งในนั้นคือลูกชายคนโตของเธอที่เอาแต่จ้องมองไปที่เพื่อนสนิทด้วยสายตาแห่งความเคียดแค้น ดูเหมือนว่าในห้องนี้คนที่ดูจะปกติที่สุดคงจะมีแต่คุณผู้ชายของบ้านเท่านั้น

            สรุปแล้วแปลว่าน้ำตาลเกือบจะโดนทำร้ายเพราะมีสาเหตุมาจากเราสินะมังกร

            “ครับ

            “ผมไม่ขอแก้ตัวต่อเรื่องที่เกิดขึ้นนะครับเพราะสาเหตุมันเป็นเพราะผมจริงๆ แต่ที่ผมมาหาน้ำตาลในวันนี้เพราะผมอยากจะมาขอโทษ อยากจะมาปลอบน้องครับ

            “เฮ้อเอาเถอะทีแรกที่พ่อได้ยินก็ตกใจนะ แต่เมื่อไม่มีใครเป็นอะไรก็ให้มันแล้วต่อกันไปเถอะ อีกฝ่ายก็เป็นเพื่อนในกลุ่มของน้ำตาลถ้าเขาสำนึกผิดแล้วพ่อก็ไม่อยากจะไปทำร้ายอนาคตของเขาหรอก” คุณผู้ชายของบ้านเอ่ย

            ผมสัญญาครับว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครับ น้องคนนั้นจริงๆ ก็เป็นคนที่จิตใจดีมากนะครับ แต่เพราะโดนรุ่นพี่คนหนึ่งของเขาล่อลวงจากจุดอ่อนเรื่องสภาพจิตใจของน้องเลยส่งผลให้น้องคิดจะทำเรื่องแบบนี้ตามคำสั่งของรุ่นพี่คนนั้นครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมคงปล่อยไปไม่ได้” 

            “ถ้าเราว่าอย่างนั้นพ่อก็คงเห็นด้วย คนแบบนั้นถ้าปล่อยให้อยู่ในมหาวิทยาลัยต่อไปก็คงจะเป็นอันตรายกับคนอื่นได้เหมือนกัน ยังไงพ่อฝากมังกรจัดการด้วยนะ

            ครับ” มังกรตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            ส่วนเรื่องที่เราบอกว่าล่วงเกินเจ้าตัวเล็กไปแล้วล่ะ เราจะอธิบายกับพ่อว่ายังไง มังกรคงรู้ใช่ไหมว่าน้องอายุยังไม่ถึงสิบแปด เอาเข้าจริงพ่อสามารถแจ้งตำรวจจับเราได้เลยนะ

            ผมทราบครับ

            “แล้วทำไมถึง?” เมื่อพูดถึงประเด็นนี้คนที่นั่งเงียบอยู่นานเพราะไม่อยากจะมองหน้าเขาก็หันกลับมาสนใจอีกครั้งหนึ่ง แม้อีกฝ่ายจะยังมองเขาแบบโกรธๆ อยู่ก็ตาม

            วันนั้น วันที่น้องไปค้างบ้านผมน้องไม่ค่อยสบายเป็นหวัดนิดหน่อยครับ ผมเลยให้น้องทานยาแก้หวัด แต่ว่าน้องชายของผมดันหยิบผิดหยิบยาปลุกมาให้น้องและน้องก็ทานยาเข้าไปโดยไม่รู้ตัวครับ

            “ตายจริง!” คุณผู้หญิงของบ้านอุทานขึ้นมาเมื่อได้ฟังในสิ่งที่ไม่คาดคิด

            หลังจากนั้นนอกก็มีอาการเพราะยาปลุก แต่ว่าน้องไม่รู้วิธีการที่จะปลดปล่อยผมเลยต้องเป็นคนที่ช่วยน้องครับ

            “มึงก็พูดได้หนิ มึงบอกชอบน้องกูมึงก็คงอยากจะทำอะไรน้องกูอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ” น้ำแข็งพูดขัดขึ้นมาจนคนเป็นพ่อต้องปรามลูกชายของตัวเอง

            น้ำแข็งเงียบก่อน” แม้จะไม่อยากทำตาม แต่อีกฝ่ายก็ทำได้เพียงขยับปากบ่นหงุบหงิบโดยไม่มีเสียง

            ไม่มีมากกว่านี้ใช่ไหม

            ไม่มีมากไปกว่านั้นครับ หลังจากวันนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครับ

            พ่อเข้าใจแล้วล่ะ คุณมีความเห็นว่าไงบ้าง คุณผู้ชายของบ้านหันไปถามความคิดเห็นภรรยาของเขา

            มังกรรักน้องจริงๆ ใช่ไหมลูก

            “ครับผมรักน้องจริงๆ

            “ถ้ามังกรรักน้องจริงๆ

แม่จะขอให้มังกรปล่อยน้องไปได้ไหมลูก

            กึก

            น้องไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป เขามีความคิดอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ  ในวัยเดียวกัน แม่กลัวว่ามังกรแค่จะรู้สึกชอบน้องเพียงเพราะน้องเป็นแบบนี้เท่านั้น ถ้าวันหนึ่งน้องโตขึ้นแล้วไม่ได้น่ารักแบบวันนี้แล้วมังกรรับไม่ได้ แม่เลยไม่อยากให้น้องเสียใจน่ะ

            “ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับน้องผมก็พร้อมที่จะทำตามครับ แต่ความรู้สึกของผมที่มีต่อน้องผมขอบอกตามตรงว่ามันคงไม่สามารถเปลี่ยนไปได้แน่นอนครับ” แววตาของมังกรเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น   เขาพูดตามสิ่งที่เขารู้สึกจากใจจริง เพราะถึงแม้ว่าการที่จะต้องห่างกับน้องอาจทำให้เขาทรมานแต่เรื่องของความรู้สึกที่เขามีต่อน้องมันคงไม่สามารถเปลี่ยนไปได้อย่างแน่นอน

            เฮ้อ ผมยอมแพ้แล้วล่ะคุณ

            “นั่นสิฉันก็ยอมแพ้เหมือนกัน

            “ครับ?” มังกรเงยหน้ามองผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านด้วยความมึนงง

            ทีแรกพ่อกับแม่คิดกันนะว่ามังกรอาจจะแค่ชอบน้องเพราะว่าน้องน่ารัก บอกตามตรงเลยว่าที่ผ่านมาถึงเราจะพยายามเลือกเพื่อนและสังคมรอบข้างให้น้องขนาดไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนมาชอบน้องอยู่ดีซึ่งส่วนใหญ่ที่เข้ามาก็เพราะชอบเพราะความน่ารักเท่านั้น หนักหน่อยก็หวังเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางกาย แต่ในเมื่อมังกรยืนยันมาแบบนี้พ่อกับแม่ก็คงหมดห่วงแล้วล่ะ

            “เอ่อ คุณพ่อคุณแม่หมายความว่าไงหรือครับ

            “มังกรขึ้นไปหาน้องเถอะ บางทีถ้าเป็นมังกรน้ำตาลอาจจะยอมเปิดประตูให้ก็ได้” คุณผู้หญิงของบ้านพูดโดยมองมาที่เขาด้วยใบหน้าที่แสนอ่อนโยนใจดีเหมือนกับน้ำตาลไม่มีผิด เธอหวังเพียงแค่ถ้ามังกรเป็นคนสำคัญสำหรับน้ำตาลจริงๆ แล้วล่ะก็ ประตูห้องที่ถูกปิดตายไม่สามารถไขเข้าไปได้แม้คนในครอบครัวอีกตามจะถูกเปิดออก

มังกรแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือไหว้เป็นการขอบคุณและขอโทษต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

            “คุณแม่ครับ!” แต่แน่นอนว่าต้องคงจะไม่ใช่ทุกคนที่เห็นดีเห็นงามยอมให้มังกรเข้าใกล้กับเจ้าตัวเล็กของบ้านอย่างแน่นอน

            “ใจเย็นๆ ก่อนลูก ผู้เป็นมารดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจเย็น

            แต่ว่าแม่ครับ แม่ก็เห็นว่ามันเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องเสียใจแม่จะมั่นใจได้ไงว่ามันจะไม่ทำให้น้องเสียใจแบบนี้อีก คนเป็นลูกชายถาม

            แม่ก็ไม่มั่นใจหรอกว่ามังกรจะไม่ทำให้น้องเสียใจได้หรือไม่ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่แม่เห็นตั้งแต่น้องรู้จักกับมังกร แม่เชื่อว่าเราก็คงรู้ว่าน้ำตาลร่าเริงสดใสขึ้นขนาดไหน จากที่ไม่กล้าคุยกับคนอื่นตอนนี้น้องก็กล้าที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้ามากขึ้น

            “แต่

            “ถ้าเราตัดเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ออกไป แม่เชื่อว่าน้ำแข็งจะเห็นว่ามังกรสามารถทำให้น้องมีความสุขได้มากขนาดไหนแต่ที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นมังกรหรือใครเราก็ไม่สามารถทำให้น้องอยู่ในโลกที่พวกเราสร้างไว้ได้ตลอดไปนะครับน้ำแข็ง น้องยังต้องมีสังคมอื่นๆ นอกจากพวกเรานะครับ” 

            อ เอ่อคือ ผมขึ้นไปหาน้องได้หรือยังครับ” มังกรเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อคิดว่าเขาไม่ควรที่จะมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อแอบฟังเรื่องของคนในครอบครัวคุยกัน

            เรื่องนี้คงต้องถามน้ำแข็งแล้วล่ะ” มังกรหันไปมองตามเพื่อนสนิท อีกฝ่ายดูจะไม่พอใจอยู่บ้างแต่ถึงอย่างนั้น

            เออ!” เพียงเท่านี้ก็พอแล้วที่มังกรต้องการ

            ขอบคุณมึงมากนะน้ำแข็ง

            ขอบคุณที่ให้โอกาสเขาได้ดูแลหัวใจของตัวเองอีกครั้ง

 

 

            

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #204 mook (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:31

    ที่จริงเดียร์น่าสงสารมากเลยนะแล้วก็เป็นเพราะอีแตงโมเน่านั่นด้วยที่ทำให้เป็นแบบนี้

    #204
    0
  2. #175 Baekberry12 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 18:13
    ฮือออออ
    #175
    0
  3. #82 yukai (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:17

    ขอบคุณ
    #82
    0
  4. #81 rtom711 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:20
    หวังว่าเดียร์คงไม่คิดสั้นนะ
    #81
    0