อย่าเรียกหนูว่าตัวเล็ก (จบ)

ตอนที่ 1 : บทนำ : โกโก้เพิ่มหวาน (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 803 ครั้ง
    8 มี.ค. 63

บทนำ

โกโก้เพิ่มหวาน

 

 

            “น้ำตาลลูกยังไม่เสร็จอีกหรือเดี๋ยวไปไม่ทันนะ

            “จะเสร็จแล้วค้าบคุณแม่

            ตึง ตึง ตึง 

            น้ำตาลอย่าวิ่งสิลูก!”  เสียงฝีเท้ากระทบกับบันไดเป็นจังหวะที่ถี่รัวบ่งบอกว่าคนด้านบนกำลังวิ่งลงมาจนคุณผู้หญิงของบ้านจันทร์นิมิตรอดที่จะเอ็ดลูกชายคนเล็กของเธอไม่ได้ที่วิ่งลงบันไดมาจากชั้นสองโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง

            แหะ ๆ ก็น้ำตาลกลัวไปสายนี่ครับ เจ้าของชื่อน้ำตาลปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบนักศึกษาขนาดกะทัดรัด แต่ด้วยขนาดร่างกายที่ค่อนไปทางเล็กทำให้น้ำตาลดูเหมือนเด็กที่ไปแอบเอาชุดเครื่องแบบของพี่ชายมาใส่

            แล้วจะทานอาหารเช้าที่บ้านหรือไปทานที่มหาลัยล่ะลูก” คุณผู้ชายที่นั่งดื่มกาแฟเป็นฝ่ายถามเจ้าลูกชายคนเล็กขึ้นมา ในขณะนี้สมาชิกของบ้านจันทร์นิมิตรต่างยุ่งกับการเตรียมตัวที่จะออกไปทำงานและเรียนหนังสือจึงทำให้สภาพในห้องครัวค่อนข้างยุ่งเหยิงเล็กน้อยคนงานต่างเดินกันให้ว่อนแต่ก็ยังอยู่ในความสำรวมเพราะคุณผู้หญิงของที่นี่เคร่งครัดเป็นอย่างมาก

            เดี๋ยวน้ำแข็งพาน้องไปทานที่มหาลัยแล้วกันครับคุณแม่

            “อย่างนั้นหรือ ถ้างั้นก็รีบออกเดินทางกันได้แล้วลูก

            “ครับน้ำตาลไปก่อนนะครับ

            ฟอด

            ไปก่อนนะครับคุณพ่อคุณแม่

            “เดินทางปลอดภัยนะลูก

            นัทธมนมองภาพลูกชายทั้งสองของเธอในชุดเครื่องแบบนักศึกษาเดินออกไปจากห้องครัวจนสุดสายตา ในช่วงปีที่ผ่านมามีเรื่องต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้นกับลูกชายคนเล็กของเธอ จนเธออดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ว่าเด็กในวัยที่เพิ่งจะสิบเจ็ดปีจะพร้อมรับมือกับสังคมในรั้วมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ แต่ความกังวลของเธอก็ดูจะลดลงบ้างเมื่อคณะที่น้ำตาลตัดสินใจที่จะศึกษานั้นเป็นคณะเดียวกันกับน้ำแข็งลูกชายคนโตของเธอแถมมหาวิทยาลัยที่ลูกชายทั้งสองเธอเลือกที่จะศึกษานั้นยังไม่มีระบบโซตัสหรือการรับน้องที่รุนแรงอะไรจึงทำให้เธอคลายความกังวลลงได้สองปีที่ผ่านมาในรั้วมหาวิทยาลัยของน้ำแข็งเธอรู้ดีตลอดว่าลูกชายของเธอเป็นเด็กดีไม่เคยออกนอกลู่นอกทางจึงมั่นใจว่าระบบของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็จะทำให้ลูกชายคนเล็กของเธอได้เจอสัมผัสกับสภาพสังคมที่ดีเช่นเดียวกัน

            ทานข้าวกันต่อเถอะคุณ” จาตุรนต์ที่เห็นภรรยายืนเหม่ออยู่ที่ประตูห้องครัวจึงอดไม่ได้ที่จะเรียกภรรยาให้กลับมานั่งทานข้าวต่อ เขารู้ดีว่าภรรยาของตัวเองขี้กังวลขนาดไหนแต่หากเธอยังคงคิดมากต่อไปแบบนี้ลูกชายของพวกเขาก็คงไม่มีทางที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้เสียที

            ค่ะ

            “ไม่ต้องกังวลหรอกน้ำข้าวยังไงน้ำตาลก็ไม่เป็นอะไรหรอกอย่าลืมสิว่าน้ำแข็งก็อยู่ด้วยตลอด รายนั้นหวงน้องอย่างกับอะไรดี…”

            “ก็มันอดที่จะคิดมากไม่ได้นี่คะคุณ

            “น้ำข้าวเชื่อผมนะลูกของเราจะไม่เป็นอะไรคุณต้องเชื่อมั่นในตัวลูกด้วยนะถึงน้ำตาลจะยังเด็กแต่แกก็อายุสิบเจ็ดแล้วถึงจะเด็กไปหน่อยที่จะเข้าเรียนในระดับนี้ก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าสังคมมหาลัยจะทำให้แกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้

            “ค่ะข้าวจะพยายามนะคะ

 

 

            “น้ำตาลจะทานอะไรดีครับ

            “น้ำตาลอยากทานขนมปังครับพี่น้ำแข็งไม่ค่อยอยากทานข้าวเท่าไหร่

            “ตื่นเต้นหรือเราปกติเห็นกินเก่งจะตายไป” เด็กแก้มกลมหน้ามุ่ยทันทีเมื่อพี่ชายของตนเองพูดแซว แต่ถึงอย่างนั้นก็เถียงไม่ได้เพราะมันก็เป็นเรื่องจริงตามที่พี่ชายพูดมา

            ก็นิดหน่อยครับ

            “พี่เข้าใจเปิดเทอมวันแรกก็เป็นแบบนี้แหละแต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะชีวิตมหาลัยน่ะไม่เหมือนกับสมัยมัธยมแล้ว” น้ำแข็งใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวน้องชายด้วยความเอ็นดูส่วนมืออีกข้างนั้นยังคงประคองพวงมาลัยเพื่อบังคับรถให้อยู่ในทิศทาง

            ภาพอาคารเรียนใหญ่โตมากมายเริ่มปรากฏเข้าสู่สายตาของน้ำตาลเมื่อรถคันงามแล่นออกมาได้สักพักหนึ่งเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังเดินทางมาถึงที่หมายกันแล้ว

            ครับน้ำตาลแค่ตื่นเต้นเฉย ๆ แต่ไม่เป็นไรครับพี่น้ำแข็งไม่ต้องเป็นห่วงยังไงน้ำตาลก็ดูแลตัวเองได้” น้ำตาลฉีกยิ้มหวานอันสดใสส่งให้พี่ชาย เจ้าตัวไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องมากังวลเรื่องของเขาเหมือนตอนสมัยเรียนมัธยมแล้วถึงจะตื่นเต้นต่อสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ที่ตนเองจะต้องเจอ น้ำตาลจะพยายามดูแลตัวเองให้ได้!

            “ถ้างั้นเดี๋ยวพี่พาไปทานขนมปังที่คาเฟ่แถว ๆ นี้ละกันนะครับจะได้มีเครื่องดื่มให้ทานด้วย” 

            “ได้เลยครับ” 

            น้ำแข็งตบไฟเลี้ยวเป็นสัญญาณขอทาง โชคร้ายที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีที่จอดรถไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักศึกษา เขาจึงไม่สามารถที่จะจอดรถในลานจอดของมหาวิทยาลัยได้จึงจำเป็นต้องหาที่จอดตามสถานที่รับฝากรถที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับคณะของตนก่อนจะพาน้องชายเดินเข้ามายังในมหาวิทยาลัยเมื่อหาที่จอดรถได้แล้ว

            น้ำตาลเดินเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้ช่วงปิดเทอมน้ำตาลจะได้เข้ามาทำกิจกรรมรับเพื่อนใหม่ไปบ้างแล้ว แต่วันนี้เป็นวันแรกในฐานะนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งอย่างเป็นทางการเจ้าตัวเลยมีอาการตื่นเต้นจนตัวสั่นไปหมด

            มาครับมาจับมือกัน” น้ำแข็งที่เห็นน้องชายของตัวเองตัวสั่นงก ๆ จึงส่งฝ่ามือใหญ่ของตนให้กับน้องชาย น้ำตาลเมื่อเห็นแบบนั้นจึงส่งมือของตนเองเข้าไปจับมือกับพี่ชายของตัวเองด้วยความเคยชิน แม้ว่าคนอื่นอาจจะมองว่าเป็นเรื่องแปลกที่ผู้ชายสองคนจะมาเดินจับมือกันในรั้วมหาวิทยาลัย แต่สำหรับสองพี่น้องคู่นี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะเดินจับมือกันบ่อย ๆ โดยไม่สนใจกับสายตาของผู้คนรอบข้าง

            เอาโกโก้เพิ่มหวานแก้วหนึ่งครับแล้วก็เอาเค้กช็อกโกแลตสองชิ้นด้วยครับ

            “ทานหมดหรือครับ

            “หมดค้าบ พี่น้ำแข็งซื้อให้หนูนะค้าบ” สรรพนามที่เรียกตนเองและน้ำเสียงออดอ้อนของเจ้าน้องชายนับเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นหากเจ้าตัวต้องการอะไรหรือในบางครั้งสรรพนามที่เจ้าตัวใช้เรียกตนเองนั้นก็จะถูกใช้ในยามที่ตัวเองโกรธ และในทุก ๆ ครั้งพี่ชายอย่างเขาก็ไม่สามารถต้านทานความน่ารักของน้ำตาลได้เลย แก้มที่ป่อง ๆ ของน้องชายจะโทษใครก็ไม่ได้ต้องโทษที่ตัวพี่ชายอย่างเขานี่แหละ

            “ก็ได้ครับ เอาเป็นโกโก้เพิ่มหวาน ชามะนาวเย็นอย่างละหนึ่งแก้วนะครับแล้วก็เค้กช็อกโกแลตสองชิ้นด้วยครับ” น้ำตาลยืนกดดันจ้องหน้าพี่ชายของตนเองโดยไม่ยอมไปนั่งรอ แต่เมื่อพี่ชายได้สั่งในสิ่งที่ตนเองต้องการออกไปจึงฉีกยิ้มแฉ่งก่อนจะยอมเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอย่างอารมณ์ดี

            ทั้งหมดสองร้อยยี่สิบบาทค่ะ

            “นี่ครับ” น้ำแข็งส่งธนบัตรเป็นจำนวนที่พอดีกับค่าสินค้าให้กับพนักงาน

            ขอบคุณค่ะ รบกวนนั่งรอสักครู่ก่อนนะคะเมื่อถึงคิวเดี๋ยวพนักงานจะเรียกค่ะ

            “ครับ” 

            น้ำแข็งรับใบเสร็จจากพนักงานเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะที่มีน้องชายของเขานั่งมองบรรยากาศภายในร้านด้วยความสนอกสนใจอยู่

            “คนไม่ค่อยเยอะเลยนะครับ

            “ก็ยังเช้าอยู่เลย ถ้ามาช้ากว่านี้สักยี่สิบนาทีรับรองว่าพวกเราไม่มีที่นั่งแน่นอน” เนื่องจากระยะทางจากบ้านถึงมหาวิทยาลัยของทั้งสองมีระยะทางที่ค่อนข้างไกลส่งผลให้สองพี่น้องต้องเผื่อเวลาเดินทางค่อนข้างมากหากมีเรียนคาบเช้า แต่ในวันนี้คงเป็นเพราะโชคดีการจราจรที่ควรติดขัดกลับไม่เป็นเหมือนทุกวันเป็นเหตุให้สองพี่น้องจึงเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่

            พี่น้ำแข็งมาร้านนี้บ่อยหรือครับ

            “ครับแทบทุกวันเลยเพราะที่คณะก็มีร้านนี้ร้านเดียวถ้าไม่อยากเดินทางไกลส่วนใหญ่คนในคณะก็จะมาหาอะไรดื่มกันที่ร้านนี้ครับ

            “อา... น้ำตาลได้ร้านประจำร้านใหม่แล้ว อยากลองชิมไว ๆ จังจะได้รู้ว่าอร่อยหรือเปล่า” คนกินเก่งส่งสายตาพราวเมื่อพูดถึงของกินจนพี่ชายอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวน้องชายของตัวเอง

            ไม่ใช่ว่าชอบทุกร้านหรือไง พี่เห็นเราไปร้านไหนก็ทานของเขาหมดทุกร้านเลย

            “ฮึ่ยพี่น้ำแข็งว่าหนูอ้วนอีกแล้วอะ หนูไม่คุยกับพี่แล้ว” คนที่โมเมหาว่าอีกฝ่ายว่าตัวเองอ้วนอมลมจนแก้มป่องก่อนจะหันหน้าหนีพี่ชายของตัวเอง น้ำแข็งว่าไม่เคยสอนให้เจ้าตัวทำแบบนี้นะไม่รู้ว่าน้ำตาลไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าหากทำท่าทางแบบนี้แล้วจะดูน่ากลัว ในทางกลับกันไม่ว่าใครที่ได้เห็นท่าทางของเจ้าตัวตอนนี้ก็คงอยากจะเข้ามาบีบแก้มน้องชายของเขากันอย่างแน่นอน แต่ว่าเขาไม่ยอมให้ใครมายุ่มย่ามกับน้องชายหรอกนะ น้องชายของเขา เขาสามารถบีบแก้มได้คนเดียว!

            “โอ๋ ๆ พี่ไม่ได้ว่าเราอ้วนสักหน่อย ไหนใครว่าน้ำตาลอ้วนเดี๋ยวพี่จะไปจัดการให้ น้ำตาลของพี่น่ารักจะตายหุ่นกำลังพอดี” 

            “จริงง่ะ?” น้ำตาลยังวางฟอร์มไม่ยอมหันหน้ามาทางพี่ชาย เจ้าตัวเพียงแค่เหลือบตามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            จริงสิครับหายโกรธพี่นะครับ ถ้าหายโกรธเดี๋ยวตอนเย็นพาไปกินชาบู

            “ก็ได้ น้ำตาลไม่โกรธก็ได้เห็นว่าพี่น้ำแข็งง้อหรอกนะ” เจ้าตัวหูผึ่งทันทีเมื่อพี่ชายพูดถึงชาบู แต่ว่านะที่หายโกรธไม่ใช่ว่าพี่ชายจะพาไปกินชาบูนะ เขาเพียงแค่เห็นว่าพี่ชายมีความพยายามที่จะง้อเขาเท่านั้นเอง จริง ๆ นะ!

            คาปูชิโน่ไม่หวานได้แล้วค่ะ

            “อ้ะ ได้แล้ว ๆ พี่ชายนั่งรอตรงนี้นะรอบนี้เดี๋ยวน้ำตาลไปเอาเองครับ

            “เดี๋ยวครับ!” น้ำตาลพุ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์รับสินค้าโดยที่ไม่ฟังเสียงพี่ชายที่เรียกตามหลังมา บางทีความหิวมันอาจจะน่ากลัวมากกว่าที่คิดนะเพราะหากเป็นเวลาปกติน้ำตาลคงไม่หน้ามืดตามัวได้ยินเสียงพนักงานพูดว่าคาปูชิโน่ไม่หวานผิดเป็นโกโก้เพิ่มหวานอย่างแน่นอน

            ขอบคุณนะครับ”

            เอ่อของคุณลูกค้ามัน…” ไม่ทันที่พนักงานจะพูดจบ น้ำตาลก็หยิบหลอดปักลงแก้วก่อนที่จะส่งมันเข้าไปในปากของตนเองทันที

            แหวะ!” แน่นอนว่าคนไม่ชอบอะไรขม ๆ อย่างน้ำตาลจะต้องไม่สามารถทนรับสภาพต่อรสชาติอันขมขื่นของน้ำดื่มภายในแก้วได้ ถึงแม้ว่าคาปูชิโน่จะไม่ได้มีความแรงเท่ากับกาแฟชนิดอื่น ๆ แต่หากไม่มีการเพิ่มรสชาติด้วยไซรัปแล้วละก็มันก็ไม่ต่างจากกาแฟเข้มข้นดี ๆ แก้วหนึ่งนี่เอง

            โชคดีที่บริเวณตรงที่น้ำตาลยืนอยู่มีถังขยะตั้งเอาไว้เพื่อให้ลูกค้าสามารถทิ้งเปลือกหลังจากแกะหลอดได้ เจ้าตัวจึงปล่อยเครื่องดื่มรสขมที่อยู่ภายในปากออกมาจนหมดลงไปในถังขยะใบนั้น

            พี่ครับมันขมมากเลยอะครับผมสั่งโกโก้เพิ่มหวานน้า” เจ้าตัวยังคงทำหน้ามุ่ยเพราะกาแฟแก้วนั้น

            เอ่อคือว่า…”

            “ตัวเล็ก กาแฟแก้วนั้นมันของพี่นะครับ” น้ำตาลหันไปตามน้ำเสียงทุ้มที่ดังมาจากข้างหลังด้วยความไม่พอใจ ใครกันมาว่าเขาเตี้ยน้ำตาลไม่ยอมจริง ๆ ด้วย

            พอหันกลับไปใบหน้าของน้ำตาลจึงพบกับภาพแผงอกกว้างในชุดเครื่องแบบนักศึกษาเต็มยศเสียแทน น้ำตาลเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยตามความสูงของอีกฝ่ายเพื่อหมายจะจัดการกับคนที่มาหาว่าเขาเตี้ยก่อนจะพบกับใบหน้าคมเข้มกำลังจ้องลงมาที่เขาอย่างพอดิบพอดี คนคนนี้สูงกว่าพี่ชายของเขาอีกแถมยังดูน่ากลัวด้วยอีกต่างหากแต่ถึงอย่างนั้นบนใบหน้าของอีกฝ่ายก็ดูมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับบนใบหน้าอยู่บ้าง ถึงจะกลัวแต่เขาไม่ยอมให้ใครมาว่าได้อย่างแน่นอนพี่น้ำแข็งสอนเอาไว้

            “หนูไม่ได้เตี้ยนะ!” คนตัวสูงเลิกคิ้วขึ้นอย่างงงงวยเมื่อคนตัวเท่าอกของเขามองมาด้วยสีหน้าไม่พอใจแถมยังขู่ฟ่อราวกับแมวหวงก้างอีกต่างหาก

            พี่ก็ไม่ได้ว่าเราเตี้ยสักหน่อย แค่จะถามว่าเรามาเอากาแฟที่พี่สั่งไปทำไม

            “กาแฟที่ไหนนี่มันโกโก้ของหนูพี่เขาก็พูดอยู่ว่าโกโก้เพิ่มหวานใช่ไหมครับ” ทั้งสองหันหน้าไปหาพนักงานที่ยืนกระอักกระอ่วนไม่รู้ว่าควรจะหาโอกาสพูดแทรกตอนไหน แต่เมื่อได้โอกาสแล้วเธอจึงเอ่ยปากพูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ อีกคนถึงจะตัวเล็กแต่ก็ทำท่าทางขู่ฟ่ออย่างกับแมว อีกฝ่ายก็ตัวสูงใหญ่สีหน้าเรียบเฉยจนเธอไม่รู้ว่าควรรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี

            คะ... คือ แก้วนี้คือคาปูชิโน่ไม่หวานค่ะ ของคุณลูกค้าจะเป็นออร์เดอร์ต่อไป

            เพล้ง!

            ได้ยินเสียงจานแตกไหมครับ นั่นแหละสิ่งที่น้ำตาลกำลังรู้สึกตอนนี้

            มะ ไม่ใช่โกโก้หรอกหรือ น้ำเสียงของคนตัวเบาหวิว เขาไม่กล้าหันหน้าไปมองอีกคนที่กำลังยิ้มมุมปากอย่างแน่นอน

            หึ

            “ผะ... ผมจ่ายเงินให้ก็ได้นะครับ

            “ไม่เป็นไรครับพี่รีบแต่คราวหน้าถ้ารู้ว่ากินกาแฟไม่ได้ก็อย่ามาขโมยผู้ใหญ่กินอีกนะ” อีกฝ่ายหยิบกาแฟจากในมือของน้ำตาลก่อนจะเดินออกจากร้านไปโดยไม่สนใจว่าเขาจะยืนอ้าปากค้างอยู่

            มะ... มันจะมากไปแล้วนะมาว่าหนูว่าเตี้ยแถมยังมาหาว่าหนูเป็นเด็กอีก ถึงน้ำตาลจะผิดจริง ๆ แต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาว่าได้หรอกนะ คราวหน้าเจอกันน้ำตาลจะว่าพี่เขาคืนแน่นอน

 

แต่น้ำตาลอาจจะลืมไปว่าอีกฝ่ายเรียกเขาว่าตัวเล็กไม่ใช่เตี้ยตามที่เจ้าตัวเข้าใจ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 803 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #180 mook (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:53

    น้องลูกกก พี่เข้าใจความรู้สึกหนูอย่างดีเลยลูกเพราะพี่ก็เคยโดนคนเรียกว่าตัวเล็กเหมือนกันรู้สึกเหมือนยิ่งโดนตอกย้ำความเตี้ยเลยอ่ะถึงมันจะจริงก็เถอะ😂😂😂😂55555

    #180
    0
  2. #166 Nyoong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 20:38
    น้องงงง แทนตัวเองว่าหนู เอ็นดู
    #166
    0
  3. #158 FDB88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 19:18

    เอ็นดู

    #158
    0
  4. #112 Xialyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:00
    น้องน่าฟัด เจอกันตั้งแต่วันแรกอิอิ
    #112
    0
  5. #2 minnieJYTGot7 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:54
    คือส่าน้องน้ำตาล อายุ16ปกติเรียนม.ปลายนะคะ แต่นี้เรียนมหาลัย ตือน้องสอบเทียบชั้นหรอคะ
    #2
    2
    • #2-1 gusssnk(จากตอนที่ 1)
      29 กันยายน 2562 / 18:33
      ใช่จ้าเดี๋ยวจะค่อยๆเฉลยว่าทำไมน้องถึงสอบเทียบ
      #2-1
    • #2-2 AYITTUN(จากตอนที่ 1)
      27 ธันวาคม 2562 / 22:06
      อยากมีพี่น้ำแข็งเป็นของตัวเองงง
      #2-2