[จบ] He is my sky เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า

ตอนที่ 32 : ตอนพิเศษ : ครั้งแรก คนแรก ตลอดไป (ตอนพิเศษวันปีใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    31 ธ.ค. 62

ตอนพิเศษ

ครั้งแรก คนแรก ตลอดไป

 

              หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมายไม่ว่าจะเรื่องการเรียน การสอบ หรือเรื่องความสัมพันธ์ของผมกับน้องเวหา ต้องยอมรับเลยว่าการคบหากับคนดังมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาน้องเวหาจะพยายามพัฒนาระดับความสามารถของตัวเองให้กลายเป็นนักแสดงเต็มตัวไม่ได้ขายภาพลักษณ์หรือหน้าตาเพื่อให้คนยอมรับในทักษะการแสดงจริงๆ แต่คนดังก็ยังเป็นคนดังอยู่วันยังค่ำ พวกเราจึงไม่สามารถแสดงความสัมพันธ์ของพวกเราออกมาเวลาอยู่ในที่สาธารณะได้ส่วนหนึ่งเพื่อความเหมาะสมถึงแฟนคลับน้องส่วนใหญ่จะยอมรับผมได้แต่ผมก็ไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของน้องเวหาต้องมาเสียเพราะผม ซึ่งกว่าเรื่องราวต่างๆ จะอยู่ตัวก็กินเวลามาหลายเดือนเลยทีเดียวจนตอนนี้ผมก็กลายมาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 แล้ว ส่วนน้องเวหานอกจากจะเป็นนักแสดงแล้วเจ้าตัวก็ยังเต็มที่ในเรื่องการเรียนเช่นเคยจนปีที่ผ่านมาน้องแทบจะกวาด A ทุกวิชาเลยด้วยซ้ำ พอขึ้นมาปี 2 น้องเลยพยายามเต็มที่กับการเรียนเพราะเนื้อหาที่ยากขึ้นแต่ก็นะด้วยความที่เป็นดาราถึงจะไม่ค่อยได้รับงาน แต่สำหรับงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของต้นสังกัดก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามคำสั่งของท่านประธาน

              และเพราะว่าผมค่อนข้างที่จะรักความเงียบสงบจึงเป็นปกติที่ทุกปีผมจะมานั่งจับเจ่าฟังแผ่นเสียงเงียบๆ ในห้องของตัวเองคนเดียวในวันส่งท้ายปี กิจกรรมวันส่งท้ายปีของผมก็ไม่มีอะไรมากนอกจากโทรไปสวัสดีปีใหม่กับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท บางครั้งก็ไถหน้าจอโทรศัพท์ดูโทรศัพท์อัพเดทความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในช่วงปิดเทอมพอดี

              สำหรับปีนี้ก็คงเป็นเหมือนทุกปี เมื่อปีที่แล้วเป็นปีใหม่ปีแรกที่ผมคบกับน้องเวหา แต่อย่างว่าแหละน้องก็ยังมีตารางงานเช่นเคยกิจกรรมวันส่งท้ายปีของผมจึงเป็นเหมือนทุกปี และคาดว่าปีนี้ก็คงเป็นเช่นเดียวกัน

              แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะผมคิดว่าการพูดสวัสดีปีใหม่จะพูดตอนไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องพูดตอนเที่ยงคนเป๊ะสักหน่อย ปีที่แล้วผมเลยพูดกับน้องตอนที่น้องกลับมาถึงห้องแล้ว

              ครืด ครืด

              ผมหันไปมองตามเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่วางไว้อยู่บนโต๊ะก่อนจะพบว่าเป็นสายเรียกเข้าการโทรกลุ่มจากเพื่อนสนิทของผมนั้นเองจึงรีบกดรับด้วยความรวดเร็ว

              สวัสดีปีใหม่พวกมึง มีความสุขมากๆ นะจ๊ะเสียงสดใสของแจนดังลอดออกมาจากลำโพง ปลายสายมีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังแทรกออกมาด้วยคงไม่ต้องเดาเลยว่าตอนนี้เจ้าตัวกำลังฉลองปาร์ตี้เคาท์ดาวอยู่ที่ไหนสักที่อย่างแน่นอน

              สัส เพิ่งจะสี่ทุ่มมึงรีบหรือไงแจนหนึ่งตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

              เออโนะ ลืมไป ที่นี่เที่ยงคืนแต่ที่ไทยเพิ่งจะสี่ทุ่มเองนี่หน่า แต่ไม่เป็นไรถือว่าเป็นการสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าละกันปลายสายตอบมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

              ตอนนี้แจนกำลังไปท่องเที่ยวอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นกับครอบครัว จึงไม่แปลกที่ทางนั้นจะเข้าสู่ปีใหม่ไวกว่าประเทศไทยก็เพราะเวลาที่นั่นเร็วกว่าประเทศไทยสองชั่วโมง และด้วยเหตุนี้เจ้าตัวคงลืมไปแล้วว่าเวลาทางนั้นเร็วกว่าถึงรีบโทรมาหาพวกผมเร็วขนาดนี้

              พวกเราคุยกันต่ออีกเล็กหน่อยจนเมื่อเกือบจะถึงห้าทุ่มแจนถึงขอตัววางสายไปเพราะจะเดินทางกลับโรงแรม หลังจากวางสายผมจึงกลับมานั่งแก่วตามเดิม แอบเบื่อนิดหน่อยเพราะไม่รู้จะทำอะไรชีทเรียนก็ไม่รู้จะอ่านอะไรเพราะเป็นช่วงปิดเทอม แถมวิชาที่กำลังจะเรียนเทอมหน้าผมก็ยังไม่มีด้วย เอาเป็นว่านั่งอ่านหนังสือนิยายละกัน

              ผมเปิดโทรทัศน์เพื่อไม่ให้บรรยากาศในห้องเงียบจนเกินไปพร้อมอ่านหนังสือไปพลาง เฮ้อ เบื่อจังอยากให้เวหารีบกลับมาไวๆ จัง แต่ว่ากว่าน้องจะกลับถึงห้องก็คงตีหนึ่งตีสองไปแล้วซึ่งตอนนั้นผมคงหลับไปแล้วยังไม่ต้องสงสัย

              แกร๊ก

              เสียงไขกุญแจดังขึ้นจากทางหน้าประตูห้อง ไม่นานเจ้าของร่างสูงที่มาในเครื่องแบบเต็มยศทั้งเสื้อผ้าและหน้าผมก็ปรากฎตัวขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ทำให้ผมเขินได้ตลอดเวลา

              กลับมาแล้วครับน้องว่า

              เอ๋ ทำไมกลับเร็วจังเลยครับ ไหนกายว่าจะกลับดึกไงครับผมเอ่ยถามอยากประหลาดใจเมื่อเห็นว่าน้องมาถึงก่อนเวลาที่ควรจะเป็น

              อ๋อ พอดีขอตัวกลับมาก่อนน่ะครับ

              ได้หรือครับ เห็นปีที่แล้วต้องอยู่จนงานเลิกเลยไม่ใช่หรือครับ

              ก็ใช่ครับ แต่ว่าปีนี้กายไม่ได้อยู่สังกัดหลักแล้วไงครับ พอย้ายมาอยู่ตรงนี้ก็ไม่ใช่ตัวหลักของงานแล้ว เลยขอตัวกลับมาหากันได้ไวไงครับน้องตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมสบายใจเลย การที่น้องต้องมาอยู่ตรงนี้สาเหตุมันอาจจะเป็นเพราะผมหรือเปล่า

              อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ กายสบายใจนะที่ได้มาอยู่ตรงนี้ งานแบบนั้นไม่เหมาะกับกายหรอกครับเหมือนน้องจะรู้ว่าผมกำลังคิดมาก ฝ่ามือใหญ่อันแสนอ่อนโยนลูบศีรษะผมไปมาอย่างแผ่วเบา

              ไหนๆ ก็กลับมาทันเคาท์ดาวแล้ว งั้นเรามาเคาท์ดาวด้วยกันไหมครับผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไปที่ระเบียงห้องของเรา

              น้องขอตัวไปล้างหน้าเอาเครื่องสำอางไม่นานก็กลับมานั่งบนเก้าอี้ที่ถูกเตรียมเอาไว้ตรงบริเวณระเบียงกับผมด้วยกัน

              มือของเราสอดประสารกัน ไร้ซึ่งคำพูดมีเพียงสายตาที่อ่อนโยนจากน้องจนไม่น่าเชื่อเลยว่าอีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าผมจริงๆ เรานั่งมองท้องฟ้าที่ไร้ดาวเพื่อรอเวลา แต่ท้องฟ้ากลางเมืองหลวงกลับไม่สามารถมองเห็นดาวได้สักดวงเลย คงเป็นเพราะแสงไฟยามค่ำคืนจะสาดส่องจนทำให้บดบังทัศนียภาพล่ะมั้งเพราะหากเป็นที่ต่างจังหวัดคงจะได้มองเห็นดาวสวยๆ อย่างแน่นอน

              กันครับ

              ครับผมหันไปมองตามเสียงของอีกฝ่าย

              ดีจังเลยนะครับได้มานั่งรอเคาท์ดาวด้วยกันแบบนี้

              ครับ กันก็ดีใจครับ จริงๆ ก็คิดแล้วล่ะว่าคงจะไม่ได้มานั่งแบบนี้ด้วยกันแล้วล่ะถึงจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่เอาเข้าจริงแล้วลึกๆ ผมก็ยังแอบหวังอยู่นะว่าจะได้มานั่งรอเคาท์ดาวกับน้องและสิ่งที่หวังก็เป็นจริงและมันก็ทำให้ผมแทบทุบยิ้มไม่ได้เลย

              กายดีใจจริงๆ นะครับที่ได้มารักกับกันแบบนี้ กายอาจไม่เคยพูดให้กันรู้นะครับ ตั้งแต่เด็กกายก็เก็บตัวเป็นเด็กฝึก แทบไม่มีสังคมหรือมีเพื่อนเหมือนคนอื่นๆ เลย แต่พอได้มารู้จักกัน กันเป็นความสบายใจของกายในแบบที่กายไม่เคยเจอ ขอบคุณจริงๆ นะครับ

              ครับผมตอบได้แค่นั้นจริงๆ เพราะในเวลาแบบนี้ผมไม่รู้ว่าควรตอบอะไรกลับไป แต่เพียงแค่สายตาที่เรามองกันก็น่าจะเพียงพอที่น้องจะรับรู้ความรู้สึกของผม

              กันเป็นคนแรกของกายในหลายๆ เรื่องเลยไหม ทั้งเป็นแฟนคนแรก เป็นเพื่อนสนิทคนแรก คนรู้จักคนแรกในรั้วมหาลัย แล้วก็รวมถึงเรื่องนั้นด้วยเอิ่มเกือบดีแล้วเชียว - - “ฮ่าฮ่า อย่ามองหน้ากายแบบนั้นสิครับ อืมจริงๆ แล้วกันก็เป็นคนแรกด้วยนะที่ทำให้กายกล้าไว้ใจที่จะไว้ใจคนอื่นอีกครั้งการเป็นดาราตั้งแต่เด็กแบบนี้คงจะเป็นเรื่องลำบากแน่นอน ผมเคยรู้มาว่าน้องแทบจะไม่ไว้ใจใครเลยเพราะส่วนใหญ่คนที่เข้าหาน้องก็หวังเพียงแค่ชื่อเสียงของน้องนั่นเอง แต่เรื่องนั่นไม่ต้องห่วงเพราะผมก็เพิ่งจะมารู้จักน้องตอนได้เขามาเป็นน้องรหัสนี่แหละ

              แล้วก็เป็นครั้งแรกด้วยครับที่กายได้มานั่งรอเคาท์ดาวแบบนี้

              กันก็เหมือนกันนะครับ

              ขอบคุณสำหรับปีที่ผ่านมานะครับ

              เช่นกันครับใบหน้าของพวกเราค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ สายตาของผมค่อยๆ พร่ามัวลงจนเมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็สัมผัสกับความชื้นที่บริเวณริมฝีฝากก่อนที่ลิ้นของน้องจะดุนดันเข้ามาในโพรงปากของผมก่อนจะกวาดต้อนไปทั่วจนผมแทบจะรู้สึกละลาย

              ผมรู้สึกถึงลมหายใจร้อนของอีกฝ่ายที่หายใจรดใบหน้าของผม ยอมรับเลยว่าการจูบครั้งนี้ของเราทั้งสองค่อนข้างโรแมนติกเลยทีเดียว แถมด้านนอกยังจุดพลุให้เข้ากับบรรยากาศในตอนนี้อีกด้วย อ่าวไม่ใช่หรือ?

              สวัสดีปีใหม่นะครับ

              สวัสดีปีใหม่ครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #129 eShark (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:04
    ♥♥♥♥♥♥
    #129
    0