[จบ] He is my sky เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า

ตอนที่ 28 : บทสรุป : แนะนำตัว(อีกครั้ง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    5 พ.ค. 62

บทสรุป : แนะนำตัว(อีกครั้ง)

น้องกันน้องเวหาพี่ขอโทษด้วยนะจ๊ะ วันนี้น้องๆนักศึกษามาลงคิวจองกันเต็มเลย

ไม่เป็นไรครับพี่แป้ง ดีใจจังเลยนะครับที่ตอนนี้มีคนให้ความสนใจเข้ามาสอนน้องๆมากขึ้นแล้ว

พี่ต้องขอบคุณน้องเวหามากนะจ้ะที่ช่วยโปรโมทมูลนิธิให้ ไม่งั้นมูลนิธิคงแย่แน่เลย

ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีครับคนข้างตัวตอบพี่แป้ง หัวหน้ามูลนิธิคนตาบอดและโรงเรียนสำหรับผู้พิการทางการมองเห็นหลังจากที่น้องเวหาได้โพสต์    โปรโมทมูลนิธิไปบรรดาเหล่าแฟนคลับของน้องเวหาก็ให้ความสนใจที่จะเข้ามาสอนหนังสือน้องๆตามวิชาที่ตนเองถนัด รวมไปถึงใครที่ไม่สามารถน้องๆในมูลนิธิได้ก็ให้การช่วยเหลือโดยการบริจาคกันแทน ทำให้วันนี้ที่ผมกับน้องเวหาตั้งใจจะมาสอนหนังสือๆน้องเป็นอันตกไป เนื่องจากครูอาสามากมายที่ให้ความสนใจที่จะมาสอนน้องๆลงจองเวลาสอนกันเต็ม แม้จะผิดหวังเล็กๆที่จะไม่ได้สอนน้องๆวันนี้ แต่ก็นับเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนให้ความสนใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยไม่หวังผลตอบแทน และส่วนหนึ่งจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากคนข้างตัวผมที่ยิ้มไม่หุบตอนนี้

ใช่แล้วครับพวกเรากำลังอยู่ที่มูลนิธิคนตาบอดที่ผมไม่ได้มาสอนน้องๆมาสักพักแล้วเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาอยู่ในช่วงสอบและเกิดปัญหาอะไรหลายๆอย่างจึงไม่สามารถหาเวลาว่างมาได้เลย วันนี้พวกเราจึงตั้งใจจะมาสอนหนังสือน้องๆที่ไม่ได้ทำมานานแล้ว

              “เอ่อว่าแต่ได้ข่าวว่าตอนนี้เราสองคนคบหากันแล้วใช่ไหมจ๊ะพี่แป้งถาม

              ใช่ครับเราสองคนกำลังคบกันอยู่คนข้างตัวผมเป็นคนตอบคำถาม

              ยินดีด้วยนะจ๊ะพี่ตามข่าวพวกเราอยู่ ตอนแรกก็ตกใจนะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตแล้ว ยังไงก็รักกันนานๆนะจ๊ะพี่เป็นกำลังใจให้ผมแก้มแดงเพราะเขินสิ่งที่พี่แป้งกำลังพูด แม้ว่าจะคบกันน้องเวหามาสักพักแล้วแต่ว่าผมก็ยังคงเขินอยู่ดีเวลาใครพูดถึงความสัมพันธ์ของเรา จึงไม่ได้ตอบอะไรพี่แป้งเพียงยิ้มให้ด้วยท่าทางเขินๆเล็กน้อย

              ขอบคุณครับยังคงเป็นเวหาที่เอ่ยตอบ

              ยังไงวันนี้พี่ต้องขอโทษพวกเราจริงๆนะจ๊ะมาเสียเที่ยวเลย ไว้ถ้าจะมารอบหน้าเราโทรเข้ามาสอบถามก่อนก็ได้นะจ๊ะ

              “ได้ครับพี่แป้งเดี๋ยวคราวหน้าผมจะโทรมาถามก่อนนะครับพวกเราคุยกับพี่แป้งอีกเล็กน้อยพี่แป้งก็ขอตัวไปทำงานที่ค้างต่อ นอกจากที่มูลนิธิจะมีผู้สนใจเข้ามาเป็นครูอาสาและบริจาคเงินมากขึ้นเพราะน้องเวหาแล้วนั้น คนที่มาก็แชร์ต่อบอกต่อทำให้ตอนนี้มูลนิธิมีผู้ให้ความสนใจเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากเจ้าหน้าที่ทุกๆคนที่ทำงานกันตัวเป็นเกลียวแทบจะไม่ได้พักผ่อนในแต่ละวันเห็นอย่างนี้ก็อดชื่นใจไม่ได้

              งั้นเราไปกันเลยไหมครับ เร็วไปนิดแต่เมื่อกี้แม่โทรมาบอกแล้วว่าตอนนี้ถึงร้านแล้วเสียงของคนข้างตัวทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์

              เอ่องั้นเราไปกันเลยก็ได้ครับ

              พวกเราเดินตรงกับไปที่จอดรถในมูลนิธิ วันนี้พวกเราเดินทางมายังมูลนิธิด้วยรถของน้องเวหา โดยที่ตอนแรกพวกเราตั้งใจว่าหลังเสร็จจากการสอนหนังสือน้องๆจะตรงไปที่ร้านอาหารที่พวกเราจะไปในวันนี้แต่ว่าพอไม่ต้องสอนทำให้เวลาที่คาดเอาไว้ว่าจะเสร็จประมาณเที่ยง ตอนนี้ยังไม่สิบเอ็ดโมงพวกเราก็ออกจากมูลนิธิตรงไปยังร้านอาหารที่พวกเรามีนัดกันไว้

              ตื่นเต้นหรอครับ

              “อื้อผมตอบน้องเวหาที่รับหน้าที่กำลังขับรถ

              ไม่ต้องกลัวนะครับ ที่บ้านกายใจดีไม่ต้องกังวล กายยังไม่กังวลเลยที่ต้องไปเจอพ่อแม่ของกัน คนข้างตัวปล่อยมือจากเกียร์ก่อนที่จะเอื้อมมือเข้ามาจับมือผมโดยไม่หันหน้ามามองผมเพื่อปลอบผมที่กำลังตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากวันนี้พวกเราทั้งสองครอบครัวทั้งผมและน้องเวหาตกลงกันว่าจะนัดกันไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน ซึ่งทางผู้ใหญ่เห็นว่าควรจะเจอกันหน่อยเพื่อหาลือเรื่องของพวกเราสักทีหลังจากช่วงที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างยุ่งพอเห็นว่าตอนนี้ทุกๆคนว่างตรงกันเสียทีเลยจัดการนัดกันเสร็จสรรพโดยที่มาบอกพวกเราทีหลังนี่ไม่รู้ว่าแม่ผมไปคุยอะไรกับทางบ้านน้องเวหาบ้าง เฮ้ออ

              แต่ว่า…” ถึงเจ้าตัวจะพูดอย่างไรผมก็ยังกังวลอยู่ดี ที่บ้านน้องเวหาจะชอบผมหรือไม่ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องเวหามีข่าวเสียหาย แถมต้องย้ายสังกัดแม้ว่าตอนนี้เรื่องงานน้องเวหาจะอยู่ตัวแล้วก็ตามผมก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี

              ไม่ต้องห่วงครับพ่อกับแม่ของกายใจดี พี่ฟ้าก็ด้วยกันไม่ต้องกังวลนะยังไงกายก็อยู่ตรงนี้คนตัวสูงบีบมือผมเล็กน้อยเป็นการปลอบใจไม่ต้องกังวล เออว้ะเป็นไงเป็นมันอาจจะไม่แย่อย่างที่คิดก็ได้

              ออกจากมูลนิธิไม่นานนัก รถของพวกเราก็มาถึงที่หมายของพวกเรานั่นคือร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งย่านเพลินจิต คงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันหยุดบวกกับไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนทำให้ไม่ถึงสิบเอ็ดโมงครึ่งก็มาถึงที่หมายแล้ว

              พวกเราจอดรถในที่จอดรดของทางร้านอาหารพนักงานเดินมาเปิดประตูรถให้พวกเราสมกับเป็นการบริการของร้านหรู

              ไม่เป็นไรนะครับ เราเข้าไปกันเถอะคนข้างตัวหันมายิ้มให้ก่อนจูงมือผมให้เดินตามเข้าไปในร้านอาหาร

              สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าได้จองไว้หรือไม่คะพนักงานต้อนรับทักทายก่อนที่จะสอบถามรายละเอียดการจอง

              จองไว้ครับ ชื่อคุณวงศ์รวี

              “คุณวงศ์รวีมาถึงแล้วเมื่อสักครู่นี้ ยังไงเดี๋ยวให้พนักงานพาเดินไปที่ห้องนะคะหลังจากแจ้งชื่อพ่อของน้องเวหาที่เป็นคนจอง พนักงานก็เดินพาไปยังห้องรับรองของแขก VIP ร้านนี้เป็นร้านหรูสไตล์อิตตาเลี่ยนมีทั้งมุมที่เป็นตัวร้าน และมุมที่เป็นห้องสำหรับผู้ที่ต้องการทานอย่างเป็นส่วนตัว และแน่นอนว่าวันนี้พวกเราจะมาคุยเรื่องสำคัญบวกกับน้องเวหาที่เป็นคนดังคงไม่ต้องถามว่าพวกเราจะจองที่นั่งในส่วนไหนเอาไว้

              เชิญค่ะพนักงานมาส่งถึงหน้าห้องรับรองสำหรับแขกแปดถึงสิบคน

              ขอบคุณครับพวกเราเอ่ยขอบคุณกับพนักงานสาวที่เดินมาส่ง

              อ้าวเด็กๆมากันแล้วหรอจ๊ะ เข้ามากันก่อนเลยผู้หญิงในวัยกลางคนที่ดูยังสวยกล่าวทักทายพวกเรา ผู้หญิงคนนี้มีโครงหน้าที่ดูคล้ายกับน้องเวหาเล็กน้อย ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าเธอคือคุณแม่ของน้องเวหา

              เอ่อสวัสดีครับพวกเรายกมือสวัสดีผู้ใหญ่ทุกคนรวมถึงพี่ฟ้า พี่สาวของน้องเวหา

              นั่งๆกันก่อน เวหานั่งข้างพี่กันนะลูก

              “ครับคุณพ่อของน้องเวหาให้พวกเรานั่งที่หัวโต๊ะและที่นั่งถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งแรกเป็นคุณพ่อคุณแม่ของผม และฝั่งตรงกันข้ามเป็นคุณพ่อคุณแม่และพี่ฟ้าของน้องเวหา

              อ้าวไหนน้องกันว่าจะมาช้านิดนึงไงจ๊ะ วันนี้สอนเสร็จแล้วหรอคุณแม่ผมถาม

              พอดีวันนี้คุณครูอาสามาลงคิวจองเต็มครับพวกเราเลยไม่ได้สอนน้องๆครับผมตอบคุณแม่ซึ่งพยักหน้าเล็กน้อยเป็นอันเข้าใจในสิ่งที่ผมหมายถึง

              น้องกันไปสอนอะไรหรอจ๊ะคุณแม่เวหาดูจะสนใจกับสิ่งที่ผมคุยกับคุณแม่เลยเป็นฝ่ายหันมาถามผมในสิ่งที่ตนเองกำลังสงสัย

              คือผมไปสอนเด็กๆที่มูลนิธิคนตาบอดน่ะครับคุณน้าผมตอบ

              ตายแล้วนอกจากจะหน้าตาน่ารักยังจิตใจงามด้วย ใครน้อช่างปั้นเด็กที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ใช่ไหมคะพี่แก้วคำชมของคุณแม่น้องเวหาทำให้ผมไปต่อไปถูกเลยทีเดียว

              เอ่อไม่ขนาดนั้นหรอกครับคุณน้าผมตอบด้วยความประหม่า

              “ไม่เรียกน้าสิจ๊ะ เรียกคุณแม่ดีกว่าจ้าน้องกันใช่ไหมคะคุณเธอยิ้มให้ผมด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันไปหาสามีของเธอ ผู้ชายที่ในชุดสูทรที่ดูใจดีถ้าหากบอกว่าน้องเวหามีใบหน้าคล้ายคุณแม่แล้ว หากเห็นหน้าคุณพ่อเรียกได้เลยว่าถอดแบบกันมาเป๊ะๆ

              เอ่อครับ คุณพ่อคุณแม่ ผมยิ้มให้ทั้งสองด้วยความเขินก่อนจะหันไปมองคนข้างตัวที่ยิ้มให้ด้วยความเอ็นดูอีกคน

              หลังจากคุยกันได้ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ ด้วยความที่เป็นร้านอาหารสไตล์อิตตาเลี่ยนแน่นอนว่าอาหารวันนี้จึงต้องเป็นสไตล์อิตตาเลี่ยนตามบรรยากาศร้านแน่นอน อาหารที่ถูกเสิร์ฟเป็นรายการแรกๆจึงเป็นอาหารจำพวกพิซซ่าและสปาร์เก็ตตี้พร้อมด้วยไวน์ขาวซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีชื่อของร้านนี้

              ความเป็นกันเองของครอบครัวน้องเวหาและการยอมรับในตัวผมทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากพวกเราคุยกันเล็กน้อยขนาดกำลังทานอาหารจึงใช้เวลาไม่นานทุกๆคนก็ทานกันเสร็จ ตอนนี้พวกผู้ใหญ่กำลังคุยเรื่องธุรกิจทำให้พวกเราไม่ได้มีส่วนร่วมในบทสนทนานั้น แต่สิ่งที่แปลกใจคือคุณพ่อของผมและคุณพ่อของน้องเวหาคุยกันถูกคอเหมือนรู้จักกันมานาน และอีกด้านคุณแม่ของผมและน้องเวหารวมถึงพี่ฟ้าก็คุยกันเรื่องสไตล์ผู้หญิงอย่างสนุกจนทำให้ผมรู้สึกแอบแปลกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ภาพที่เหมือนเป็นสิ่งที่คุ้นเคย

              อะแฮ่มๆ ทานกันเสร็จแล้วงั้นเราเข้าเรื่องกันดีกว่านะจ๊ะแม่ผมขัดจังหวะในขณะที่ทุกคนกำลังคุยเล่นสนุกสนาน

              พูดเลยหรอคะพี่แก้วแต่พูดเลยก็ดีค่ะวิอยากเริ่มคุยเลยเหมือนกันทันใดนั้นบรรยากาศก็เงียบลงทันที ผมหันไปมองหน้าเวหาด้วยความแปลกใจซึ่งเจ้าตัวก็มีสีหน้าที่บอกว่าตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

              คืออย่างนี้เราทั้งสองคนก็คบหากันไม่ได้สักพักแล้ว และครอบครัวทั้งสองฝ่ายก็รับรู้แล้ว พวกแม่เลยเห็นว่าจะให้พวกเราสองคนย้ายไปอยู่ด้วยกันน่ะจ่ะ สิ่งที่คุณแม่ผมบอกทำให้ผมไม่เข้าใจว่าคุณแม่หมายถึงอะไร

              เอ่อ คือคุณแม่หมายถึงว่าจะให้ผมย้ายไปอยู่กับน้องเวหาหรอครับ

              “ใช่จ่ะ ที่ผ่านมาแม่เห็นว่ายังไงพวกเราสองคนก็ไปอยู่ด้วยกันบ่อยคุณแม่พูดโดยมีสีหน้าล้อเลียนเล็กน้อย ผมหันไปมองที่คนอื่นๆซึ่งก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ทำให้ผมกับน้องเวหาหลบสายตาผู้ใหญ่ทันที

              พวกแม่เลยคิดว่าถ้าให้ทั้งสองคนย้ายไปอยู่ด้วยกันเลยจะดีกว่า พวกแม่ซื้อคอนโดไว้ให้พวกเราห้องหนึ่ง โดยใส่ชื่อของพวกเราเอาไว้คอนโดเดียวกับห้องที่น้องกันเช่าเอาไว้อยู่ แต่ใหญ่กว่าน่ะจ่ะ แม่เห็นว่าถ้าพวกเราไปพักกันตรงนั้นน่าจะสะดวกกว่าและพวกแม่จะได้สบายใจด้วยเวลาพวกเราต้องไปเรียนหรือทำงานดึก

              “ตะ แต่ว่าจะดีหรอครับผมถามคุณแม่ ไม่ใช่ว่าผมไม่ดีใจแต่ว่าผมออกจะเกรงใจผู้ใหญ่ยังไงห้องที่ที่บ้านผมเช่าไว้ให้ตอนนี้ก็ไม่ได้แย่

              ดีสิจ้ะ แม่คุยกับพี่แก้วแล้วว่าดีแน่นอน แม่ก็ห่วงน้องเวหาเหมือนกันที่ต้องขับรถไปเรียนเองทุกวันจากบ้านถ้าให้ไปอยู่ที่เดียวกันกับน้องกันแม่จะได้สบายใจไว้ด้วย และอีกอย่างน้องกันจะได้ช่วยเจ้าเวหาติวได้ด้วยรายนี้ยิ่งชอบหลับในเวลาเรียนอยู่แม่วิพูดขึ้นมาทำให้น้องเวหาถึงกับมองค้อน

              แม่ครับโถ่อย่าเผาผมสิ

              “น้อยไปสิเจ้าลูกตัวดี ชอบหายหัวไปบ่อยๆ พ่อกับแม่ก็นึกว่าไปซุกสาวไว้ที่ไหน ดีที่เป็นน้องกันไม่งั้นพ่อกับแม่คงอกแตกตาย

              “ไม่มีวันเป็นคนอื่นครับคุยอะไรกันครับฮือออ น้องกันเขินหมดแล้ว

              และอีกเรื่องที่สำคัญอยู่ๆคุณพ่อของผมก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้พวกเราหันไปให้ความสนใจกับสิ่งที่คุณพ่อของผมกำลังจะพูด

              เราสองคนมาถึงกันขนาดนี้แล้ว คงไม่ได้จะคบกันเล่นๆเหมือนเด็กๆแล้ว พวกพ่อก็เลยปรึกษากันไว้ว่าจะให้พวกลูกหมั้นกัน

              “หา!” ผมกับน้องเวหาร้องออกมาเสียงดัง หันมามองหน้ากันเองด้วยความงง

              ตามนั้นแหละพ่ออยากจะทำให้มันเป็นทางการหน่อย อยากจะให้ลูกของพ่อไปขอน้องกันให้เป็นพิธีหน่อยเอ่อเวหาเป็นฝ่ายนำใช่ไหมลูก

              “แน่นอนสิครับพ่ออ่าหลังจากแม่ผมยังเดินพ่อลูกคู่นี้ฆ่าตายด้วยความเขินไปอีก

              ถ้างั้นพวกลูกโอเคกันไหมถ้าพวกเราจะให้จัดพิธีหมั้นเป็นทางการไปเลยพวกเราหันไปมองหน้ากันเพื่อจะปรึกษาก่อนให้คำตอบกับผู้ใหญ่

              กันว่ายังไงครับ อยากหมั้นกับกายไหม

              ปรี๊ดดดด บึ้ม!

              “เอ่อพี่ยังไงก็ได้ครับ ถ้าน้องเวหาอยากพี่ก็โอเคผมตอบเสียงแผ่วด้วยความเขิน

              ตกลงครับพวกเราจะหมั้นกัน!” ทันทีที่ผมตอบน้องเวหาก็หันไปให้คำตอบกับทางผู้ใหญ่อย่างไม่ลังเลทันที

              งั้นก็ตามนี้นะจ๊ะ พี่แก้วจะเรียกสินสอดเท่าไหร่ก็ได้นะคะทางวิจัดเตรียมให้เองอยู่ๆคุณแม่ของน้องเวหาก็พูดถึงเรื่องสินสอดทันที

              ไม่ต้องหรอกจ่ะวิสินซงสิดสอดอะไรกันล่ะ ไม่ต้องๆแค่เห็นเด็กๆรักกันแค่นี้พี่ก็ดีใจแล้ว ขอแค่อย่างเดียวก็พอให้เวหาดูแลกันดีๆได้ไหมจ๊ะลูก

              “ได้ครับผมสัญญา ผมจะดูแลกันให้ดีๆน้องเวหาหันไปตอบคุณแม่ผม

              ถ้างั้นพ่อกับแม่ต้องฝากเวหาดูแลกันด้วยนะจ๊ะ ดูแลเขาให้ดีๆเหมือนที่พ่อกับแม่ดูแลนะ

              ขอบคุณครับผมสัญญาคนข้างตัวยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทำให้ผมรู้สึกน้ำตาคลอด้วยความซึ้ง แต่นั้นไม่เท่ากับมือใหญ่ที่อบอุ่นกำลังกุมมือผมใต้โต๊ะอาหารเปรียบเสมือนคำสัญญาที่ให้กับผม

              ไม่ต้องห่วงนะคะพี่แก้วถ้าเจ้าลูกชายทำน้องกันเสียใจ วิจะไล่ออกจากบ้านเองค่ะ

              หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันเรื่องอื่นๆ ทั้งเรื่องการจัดงานหมั้น เรื่องเรียนของพวกเราทั้งสอง เรื่องงานแสดงของน้องเวหา

              ขอบคุณนะครับที่ยอมหมั้นกับกาย ไว้ถ้าเราเรียนจบกันทั้งสองคนแล้วค่อยแต่งงานกันนะครับผมได้แต่พยักหน้าด้วยความเขินอายกลั้นน้ำตาแห่งความดีใจไม่ให้ไหลออกมา จากที่ผมเคยคิดว่าแค่เราสองคนอยู่และสู้ไปด้วยกันก็เพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้พวกเราทั้งสองคนกำลังจะก้าวไปมากกว่านั้นผมดีใจจริงๆเราไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้น แค่มองตากันและส่งความรักความห่วงใยที่มีให้กัน ต่างคนต่างส่งยิ้มแห่งความดีใจที่ครอบครัวให้การยอมรับในความรักของพวกเรา

              อุ๊ย! เหมือนภาพสมัยเด็กๆเลยว่าไหมคะพี่แก้ว เสียงของคุณแม่น้องเวหาทำให้พวกเราสองคนหลุดจากภวังค์

              อืม พี่ก็ว่างั้นแหละแม่ผมตอบ

              หมายความว่ายังไงครับ เป็นน้องเวหาที่ถามไปด้วยความสงสัยเช่นเดียวกับผม

              นี่เราจำไม่ได้เลยหรอ?” เป็นพี่ฟ้าที่ถามขึ้นมาพวกเราสองคนจึงส่ายหน้าไป

              จำไม่ได้หรอกลูกฟ้า ตอนนั้นเวหาน่าจะสามขวบและกันเองก็น่าจะสี่ขวบได้มั้งทั้งผมและน้องเวหาหันมามองหน้าด้วยความงงเป็นครั้งที่สามของวัน

              นั่นสิคะ เมื่อก่อนนะเวหาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้น้องกันเลย วันๆก็ลากแต่น้องกันให้อยู่ด้วย ตอนนี้ไม่คิดเลยว่าทั้งสองคนจะได้มาคบกันอีก

              “เอ่อ คือว่า หมายถึงอะไรหรอครับรอบนี้เป็นผมที่ถามขึ้นมาแทน

              เอาเป็นว่าเดี๋ยวไว้ว่างๆ แม่เปิดรูปสมัยเด็กๆให้ดูเองนะแม่ผมตอบ

              และบทสนทนาของผู้ใหญ่ตอนนี้ก็เปลี่ยนกันเป็นการเผาเรื่องของผมกับน้องเวหาสมัยเด็ก ทั้งๆที่ผมและน้องเวหาจำมันไม่ได้แต่พวกเราก็นั่งฟังผู้ใหญ่เล่าเรื่องของเราหัวเราะบ้าง เขินบ้าง อายตัวเองบ้าง แต่ว่ามันทำให้ผมมีความสุขนะ ที่รู้ว่าเราสองคนได้รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ และในอนาคตเราก็จะสร้างมันไปด้วยกันไปพร้อมกัน

-จบ-

          

_________________________________________________________________________________________________

จบอย่างเป็นทางการจ้าาา สำหรับใครที่อยากตามเรื่องตอนที่ทั้งกันเวหายังเด็ก และหลังจากพวกเขาคบกันหลังจากนี้

สามารถอ่านได้จากเล่มสเปน้าา โดยตอนนี้ยังสามารถเข้าไปจองได้พร้อมเล่มหลักซึ่งลิ้งก์สั่งซื้อกัสโพสต์ไว้ใต้นี้จ้าาา

สุดท้ายขอขอบคุณทุกคนอีกทีที่ติดตาม เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า มาถึงตอนจบ

และฝากผลงานเรื่องอื่นๆของกัสด้วยน้าาา

ปล.จะมีตอนพิเศษอีกตอน (ซึ่งจะเป็นแบบติดเหรียญ) จะอัพเร็วๆนี้จ้าา


รบกวนช่วยแชร์กันด้วยน้าาา

Hashtag หลักของเรื่องคือ #เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า


ปล.อาจจมีคำผิดอยู่บ้างน้าา เดี๋ยวกัสสึจะทยอยมาแก้ และรีไรท์อีกทีน้าาา นี่ก็รีบมาอัพก่อนเลยไม่มีเวลา

ตรวจคำผิดเลยสักตอน ฮือออ ต้องขออภัยด้วยจ้าา ถ้าเจอคำผิดก็แจ้งได้เลยน้าาา


ปล. 2 ตอนนี้กำลังเปิดจองรูปเล่มแล้วจ้า 



รายละเอียดเพิ่มเติม 

https://www.facebook.com/Guss.snn/posts/430589597708462?__tn__=K-R


ติดตามพูดคุยกับกัสสึได้ที่

Twitter : @Gusssnk

IG: Natthawit.g

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #121 PPSnook (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:59
    ที่แท้ก็รู้จักกันนี่เอง
    #121
    0
  2. #120 ผีขนมหยก (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:40
    งุ้ยยย มีความเจอกันตั้งแต่เด็ก น่าร้ากกกก
    #120
    0