[จบ] He is my sky เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 20 : อย่าทำให้เวหาหึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

ตอนที่ 20 : อย่าทำให้เวหาหึง

            และแล้วก็มาถึงสัปดาห์สอบไฟนอลที่ทุกคนรอคอย(หรอ?) ที่ผมทยอยอ่านหนังสือ อดหลับอดนานมาหลายวันจะได้มาใช้สัปดาห์นี้ทั้งหมด ถามว่าผมเครียดไหม ถ้าตอบตามความจริงก็คือไม่มากครับเพราะว่าผมทำคะแนนเก็บในแต่ละวิชาค่อนข้างดี  รวมไปถึงผมตั้งใจจดเลคเชอร์ที่อาจารย์สอนในแต่ละคาบอย่างสม่ำเสมอเลยถามให้ผมมีอะไรให้อ่านทบทวนก่อนสอบ

            แต่ที่ผมกำลังเครียด และเป็นสิ่งเดียวที่ผมลืมไปแล้วคือเรื่องของน้องฟิวส์ เมื่อวานช่วงเย็นน้องฟิวส์โทรมาหาผมและบอกว่าวันนี้มีมาสอบวิชารวมที่ศูนย์ของผมและชวนไปหาอะไรทานตอนเย็น ผมยังไม่ลืมว่าน้องฟิวส์รู้สึกยังไงกับผม และผมก็อาจผิดเองที่ทำตัวให้ความหวังน้องไปแบบนั้น แต่ว่าตอนนี้ผมรู้ใจของตัวเองและน้องเวหาก็ได้หลายมาเป็นคำตอบของเรื่องนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นวันนี้ผมคงต้องพูดเรื่องนี้ไปตรงๆกับน้องฟิวส์ ขอโทษน้องและที่สำคัญจะได้ทำให้คนข้างตัวผมตอนนี้ไม่คิดไปเอง

            จะมาด้วยทำไมครับ ไม่มีสอบไม่ใช่หรอ เดี๋ยวเสร็จแล้วกายไปรับก็ได้น้องเวหาที่นั่งในฝั่งคนขับถามผม

            ไม่เป็นไรครับ กายจะได้ไม่ต้องวนไปวนมา อีกอย่างกันอยากจะคุยกับน้องเขาให้รู้เรื่องด้วย กายจะได้ไม่คิดมาก

            “…..คนข้างตัวผมเงียบไป

            กายไม่โกรธกันใช่ไหมกันไม่ไปทานข้าวกับฟิวส์สักหน่อยแค่จะไปคุยกันเฉยๆเองผมอธิบาย แน่นอนว่าพอเจ้าตัวรู้ว่าวันนี้ผมจะไปพบกับใคร เจ้าตัวก็ออกอาการไม่พอใจเล็กน้อย

            ไม่ได้โกรธครับ แค่ไม่ชอบทำไมกันไม่ให้กายคุยให้คนตัวสูงยังคงฮึดฮัด

            อย่างที่กันบอกไงครับ ถ้ากายคุยบางทีเรื่องอาจจะยิ่งแย่ กันอยากขอบคุณและขอโทษฟิวส์ด้วย ยังไงฟิวส์ก็เคยดูแลกันเอ่อตอนนั้นด้วยตอนนั้นที่ว่าคือตอนที่ผมยังทะเลาะกับน้องเวหาอยู่ พอพูดเรื่องนี้เจ้าตัวถึงได้ยอมให้ผมไปพบกับน้องฟิวส์

            เห้อ ก็ได้ครับ แต่ต้องให้กายไปด้วยนะ

            ครับ แต่ว่าตอนนี้อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้เลยครับ จะสอบอยู่แล้วสนใจเรื่องสอบก่อน

            ครับ

           

            ผมแยกกับน้องเวหาที่วันนี้มีตารางสอบช่วงเช้า ส่วนผมที่ไม่มีอะไรทำ ก็เข้าไปหนังอ่านหนังสือสอบของตัวเองที่ห้องสมุดของมหาลัย ผมนัดเจอกับน้องฟิวส์ช่วงเที่ยงๆดังนั้นตอนนี้จึงมีเวลาว่างสำหรับผมประมาณสองชั่วโมง

            ไม่นานก็ปรากฏสายเรียกเข้าจากน้องฟิวส์

            พี่กันอยู่ไหนหรอครับ ผมสอบเสร็จแล้วเดี๋ยวจะไปหาครับเสียงสดใส ที่ดังอยู่ปลายสายทำให้ผมรู้สึกไม่กล้าที่จะตอบไป

            เอ่อ พี่อยู่ห้องสมุดครับ

            งั้นเดี๋ยวผมเดินไปหานะครับทันทีที่น้องวางสายผมก็รู้สึกถึงความกดดันที่จะต้องพูดเรื่องนั้นออกไปในวันนี้

            พี่กันสวัสดีครับไม่นานนักคนตรงหน้าก็ปรากฏตัว ทักทายผมด้วยเสียงไม่ดักมาก เนื่องจากที่นี่เป็นห้องสมุดไม่สามารถส่งเสียงดังได้

            อ่า สวัสดีครับน้องฟิวส์ผมเอ่ยทัก

            แล้วนี้พี่กันทำไมมาเร็วจังครับ อีกตั้งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด

            พอดีพี่ว่าวงน่ะครับอยู่ห้องก็ไม่มีอะไรทำ เลยคิดว่ามานั่งอ่านหนังสือที่นี่ดีกว่า ว่าแต่เราเถอะทำไมทำข้อสอบเร็วจัง ทำได้หรือได้ทำผมเอ่ยแซวคนตรงหน้าที่ตอนนี้หย่อนกำลังหย่อนก้นลงมานั่งข้างผม

            ทำได้สิครับ ระดับผมสักอย่างเจ้าตัวทำท่าเบ่ง ก่อนจะเอานิ้วโป้งไปปาดจมูกเล็กน้อย เป็นสัญลักษณ์ว่าตัวเองทำได้แน่นอน

            ฮ่าฮ่า เชื่อครับ ผมขำตอบเล็กน้อย ต่อท่าทางที่ดูมั่นใจนั้น

            ต้องขอบคุณพี่กันนะครับที่ช่วยส่งชีทวิชานี้มาให้ผม ไม่งั้นผมคงทำไม่ได้แน่นอน ชีทพี่กันอ่านง่ายมากเลยครับ

            ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ พี่ก็จดจามที่อาจารย์สอนวิชาที่ว่าเป็นวิชาบังคับปีหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเรียนกันคนละเอกแต่ขึ้นชื่อว่าอยู่คณะอักษร ก็ต้องมีวิชาบังคับช่วงปีหนึ่งเหมือนกันบ้าง และน้องฟิวส์ก็เรียนวิชานี้เหมือนกับผม จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงส่งชีทให้น้อง

            อย่าถ่อมตัวเลยครับ พี่กันนี่ทั้งเก่งทั้งน่ารักเลยนะครับ ใครได้เป็นแฟนคงดีใจตายเลย แต่จะดีกว่านี้ ถ้าคนนั้นเป็นผมนะครับ น้องฉีกยิ้มกว้างส่งมาให้ผม

            “…”

            ฮ่าฮ่า ผมล้อเล่นครับ ว่าแต่พี่กันหิวหรือยังครับ ตอนนี้ผมหิวมากเลย ต้องการพลังงานมาเติมด่วน ผมยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้าเลยครับถ้าผมปฏิเสธคงจะใจร้าย แต่ว่าผมก็ไม่อยากผิดสัญญากับน้องเวหาที่ให้ผมรอ อืมมแต่อีกนานน้องเวหาคงจะสอบเสร็จผมไปนั่งเป็นเพื่อนน้องฟิวส์ตอนนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

            พี่ยังไม่ค่อยหิวเลยครับ แต่ว่าเดี๋ยวพี่ไปนั่งเป็นเพื่อนเราก็ได้ครับผมตอบ

            งั้นหรอครับเสียดายจัง แต่ไม่เป็นไรครับไปนั่งเป็นเพื่อนผมก็ได้ครับ เผื่อผิวผมจะได้ถือโอกาสเลี้ยงพี่เลย

            เอ่อ ครับ แหะๆ

            ร้านอาหารที่พวกเราเลือกเป็นร้านอาหารที่ค่อนข้างหรูใกล้มหาลัย ตอนนี้ยังไม่เที่ยงดีทำให้ตอนนี้ไม่มีลูกค้าเลยนอกจากพวกเราบรรยากาศการตกแต่งสไตล์ไทย บวกกับเพลงที่เปิดคลอไปทำให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างมาก

            ขอทวนราบการอาหารนะคะ รายการที่ลูกค้าสั่งมีผัดไทยเส้นจันทร์ 1 ไก่ย่างโอชา 1 น้ำเปล่า 1 ขวด น้ำแข็ง 2 แก้วนะคะ

            ครับน้องฟิวส์ตอบพนักงานที่มารับออเดอร์

            รบกวนขอรายการที่สั่งสักครู่นะคะพนักงานสาวโค้งคำนับก่อนที่จะเดินไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

            ปกติร้านนี้ผมไม่ค่อยจะได้มาทานเท่าไหร่ แม้ว่าจะไม่ไกลจากมหาลัยมากแต่ก็ต้องเสียเวลาเดินมาอยู่ดี รวมถึงราคาอาหารที่ว่าแพงแล้วยังมีค่าเซอร์วิสชาร์จอีก 10% จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่แถวนี้ไม่ค่อยเลือกที่จะมาทานกันเท่าไหร่ ส่วนผมถ้าไม่จำเป็น หรือไม่ใช่อากาสสำคัญก็ไม่ค่อยได้มาทานครับ

            ผมเพลินกับบรรยากาศและเพลงในร้านอาหาร โดยไม่ลืมที่จะส่งข้อความบอกแฟนของตัวเองว่าอยู่ที่ไหน ได้แต่หวังว่าเจ้าตัวคงจะไม่โกรธผมที่ผมมาโดยไม่รอเขา

            พี่กันมาทานร้านนี้บ่อยไหมครับ ผมชอบมากเลยแต่สาขาศูนย์รังสิตคนเยอะมากเลยครับ ผมเลยไม่ค่อยได้ไปเท่าไหร่ไม่แปลกครับเพราะถ้าเทียบกันแล้วศูนย์รังสิตเป็นศูนย์ที่ใหญ่กว่าผมมาก จำนวนนักศึกษาก็เยอะขึ้นตาม

            ไม่ค่อยบ่อยหรอกครับ พวกเพื่อนพี่ไม่ค่อยชอบเดินมาเท่าไหร่ส่วนใหญ่ก็เลือกทานกันแถวหน้ามอครับผมตอบ

            เสียดายวันนี้พี่กันไม่ค่อยหิว ไม่งั้นผมคงได้เลี้ยงพี่แล้ว

            ไม่เป็นไรหรอกครับพี่เกรงใจ

            พี่กันครับ…” อยู่ๆคนที่หน้าอยู่ตรงหน้าผมก็เข้าสู่โหมดจริงจังขึ้นมา

            เอ่อ ครับผมจ้องไปที่นัยน์ตาของคนที่นั่งตรงหน้าผม ก่อนจะกลืนน้ำลาย หวังว่าจะไม่ได้ยินในสิ่งที่กำลังคิดไว้อยู่

            เรื่องที่ผมที่ห้องสมุดเมื่อกี้ ผมจริงจรังครับให้ผมได้ดูแลพี่ในฐานะแฟนได้ไหมครับทำไมทายหวยไม่ถูกแบบนี้บ้าง

            เอ่อ ค คือ พี่

            ผมสัญญาว่าจะดูแลพี่เป็นอย่างดี ไม่ทำให้พี่เสียใจ

            ผมสูดหายใจเข้าก่อนที่จะตอบคำถามคนที่กำลังรอคำตอบผมอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

            คือ พี่ขอโทษนะครับ แต่ว่าพี่คงตอบรับคำขอของน้องฟิวส์ไม่ได้ผมต้องเสียงแผ่ว ความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่กลัวอีกฝ่ายเสียใจ แต่ถ้าผมไม่จบเรื่องทุกอย่างลงในวันนี้อนาคตมันอาจจะจบไม่สวยเลยก็เป็นได้

            พี่กัน

            พี่ขอโทษที่ไม่สามารถรับความรู้สึกของน้องฟิวส์ได้นะครับ น้องฟิวส์เป็นคนที่ดีคนนึง ดีจนพี่รู้สึกผิดที่ต้องปฏิเสธคำขอนี้ แต่ว่าหัวใจพี่ตอนนี้พี่ให้คนๆนึงไปทั้งหมดหัวใจแล้วครับ พี่เคยสับสนไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง แต่ว่าพี่ไม่สามารถอยู่โดยไม่มีเขาได้แล้ว

            แม้ว่าเขาจะทำพี่เสียใจหรอครับ คนตรงหน้าถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            ครับ เพราะพี่รักเขาไปแล้ว

            ผมเข้าใจแล้วครับฟิวส์ตอบเสียงสั่น หลบสายตาผมไปเล็กน้อยก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้ม

            ผมคงไม่ปฏิเสธว่าผมผิดหวังที่ต้องอกหัก แต่ถ้านี้เป็นสิ่งที่พี่กันเลือกแล้วมีความสุขแล้วผมก็ยินดีครับ

            ขอบคุณที่เข้าใจพี่นะครับ ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ

            แต่ว่าถ้าวันไหนพี่กันเจ็บ ใครบางคนทำให้พี่กันเจ็บผมจะมาทวงพี่คืน เข้าใจไหมประโยคคำถามนี้ไม่ได้ถามมาที่ผม แต่สายตาของน้องฟิวส์มองไปที่คนมาใหม่ที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน

            คงจะไม่มีวันนั้น

            น้องเวหา!”  ใช่ครับน้องเวหายืนอยู่หลังผมก่อนที่จะเดินแทรกตัวเข้ามาโต๊ะที่พวกเรานั่ง โดยเลือกที่นั่งข่างผม

            ครับ ไม่รอกันเลยนะครับ

            เอ่อ

            อย่าว่าพี่เขาเลย กูเป็นคนชวนพี่กันมาเอง

            อืมทั้งสองคนมองตากันเล็กน้อย

            เอ่อคือก่อนที่ผมจะพูดอะไรไปมากกว่านั้น พนักงานก็นำอาหารที่น้องฟิวส์สั่งมาเสิร์ฟ

            ขออนุญาตค่ะ ผัดไทยเส้นจันทร์ กับไก่ย่างโอชาค่ะ

            งั้นเราทานกันเถอะครับ เวหามึงเอาอะไรไหมคนข้างตัวผมส่ายหัวเล็กน้อย ฟิวส์พยักหน้ารับ แต่ก็นำจานเปล่าที่พนักงานเสิร์ฟให้มาตักแบ่งอาหารขอบตัวเองมาให้ผมเล็กน้อย

            ลองทานดูนะครับ พี่กัน

            ขอบคุณนะครับ แล้วก็ขอโทษจริงๆผมยังคงรู้สึกผิดอยู่ การ อกหักสำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับบางคนที่จริงจังในความรู้สึกอาจทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวันซึ่งผมรับรู้ว่าน้องฟิวส์คงเป็นคนประเภทนั้น

            ไม่เป็นไรหรอกครับถึงยังไงผมก็ยังเป็นน้องของพี่เหมือนเดิม แต่ขอเวลานิดนึงนะครับ

            ขอบคุณจริงๆนะครับ

            เราใช้เวลาทานอาหารในร้านไม่นานเนื่องจากคนที่ทานจริงๆคือน้องฟิวส์ ส่วนผมกับน้องเวหาก็สั่งขนมหวานมาทานกันเล็กน้อย เมื่อทานเสร็จน้องฟิวส์ก็ยังคงเป็นฝ่ายขอเลี้ยงตอบแทนที่ผมมานั่งทานเป็นเพื่อน ซึ่งพอผมกับน้องเวหาปฏิเสธเจ้าตัวก็คงยืนยันจะเลี้ยง ทำให้ผมต้องยอมในที่สุด

            น้องฟิวส์จะกลับเลยไหมครับ

            ครับ เดี๋ยวผมคงกลับเลยครับ ว่าจะรีบกลับไปอ่านหนังสือสอบต่อเลย พรุ่งนี้ยังเหลืออีกวิชาครับ

            กันครับ งั้นกายไปเอารถก่อนนะครับ

            ครับแล้วน้องเวหาก็ขอตัวเดินไปเอารถที่จอดไว้นอกตัวมหาลัยก่อนที่จะวนมารับผม แต่ผมเดาว่าน้องเวหาคงรู้ว่า ฟิวส์คงอยากพูดอะไรบางอย่างกับผมแม้ไม่เต็มใจแต่เจ้าตัวก็ยังยอมให้เวลาส่วนตัวกับฟิวส์อยู่ดี

            ขอบคุณมากนะครับที่มาเป็นเพื่อนผม

            ไม่เป็นไรครับ พี่ก็ดีใจที่วันนี้ได้เจอน้องฟิวส์นะครับ

            ผมขอกอดพี่กันหน่อยได้ไหมครับ คือในฐานะพี่น้องน่ะครับผมพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเป็นฝ่ายเป็นคนเข้าไปโอบกอดน้องฟิวส์ ส่งความรู้สึกขอบคุณที่เป็นน้องที่ดีของผมมาตลอด ขอบคุณที่ดูแลผมตอนที่ผมมีปัญหา และขอโทษที่ผมไม่สามารถตอบรับความรู้สึกน้องได้

            ขอบคุณนะครับ แล้วก็ขอโทษจริงๆผมสามารถพูดได้แค่นี้สำหรับตอนนี้

            ครับน้องละออกจากอ้อมกอดของผม และขอตัวกลับด้วยนัยน์ตาที่ดูเศร้า ที่ผมเป็นสาเหตุ ผมมองตามน้องจนลับสายตาก่อนที่จะเดินไปที่รถของน้องเวหาที่เจ้าตัวส่งข้อความมาบอกว่าจอดรออยู่แถวนี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าภาพที่ตัวเองและฟิวส์กอดกันจะถูกเห็นโดยใครบางคน

 

            ผมนั่งรถน้องเวหากลับมาที่คอนโดของตัวเอง สำหรับอาทิตย์นี้น้องเวหาก็ยังคงค้างที่ห้องผมและผมก็เห็นด้วยเนื่องจากน้องจะได้ไม่ต้องขับรถไปกลับอยู่คอนโดผมใช้เวลาไม่นานก็ถึงมหาลัยแล้ว

ตลอดระยะเวลาที่ในรถ ไร้ซึ่งบทสนทนาระหว่างเราทำให้ผมรู้สึกกังวลว่า เจ้าตัวจะโกรธอะไรผมหรือเปล่า แต่เมื่อเราขึ้นมาบนห้องปิดล็อคประตูเรียบร้อยผมก็ถูกกระชากอย่างแรง และถูกจูบอย่างรุนแรงโดยคนตรงหน้า

            อื้อเจ้าตัวไม่ยอมให้ผมมีโอกาสที่จะพูดอะไร จูบของเราครั้งนี้ร้อนแรงกว่าครั้งไหน ไม่นานน้องก็ยอมผละออกมาจากการจูบเพื่อหายใจ

            น น้อง เวหาเป็นอะไรหรอครับ ทำไมถึงทั้งผมและน้องหอบหายใจกัน

            กายหึงนะครับ กายหึงที่เห็นกันอยู่กับมันสองคนคนตัวสูงตอบ

            แต่ว่ากันปฏิเสธไปแล้วนะครับ มันไม่มีอะไรนะครับผมพยายามอธิบบายให้คนตรงหน้าเข้าใจ

            ภาพตอนนี้เป็นภาพที่ผมกำลังยืนพิงประตูห้องของตัวเอง โดยถูกคนตัวสูงใช้มือข้างหนึ่งเท้ากับประตู อีกข้างจับที่แก้มผมอย่างอ่อนโยนและจ้องเข้ามาที่ตาผม

            ไม่รู้แหละครับ ยังไงกายก็หึง แถมไปไม่ยอมรอกายด้วยกันต้องรับผิดชอบพูดจบน้องเวหาก็ตะบี้ตะบันเข้ามาจูบผมอีกรอบ แต่ครั้งนี้ผมตั้งตัวและรับมือทันแม้ว่าจะเขินแทบตายแต่ผมก็พยายามจูบตอบคนตรงหน้า

            ความร้อนแรงเริ่มเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน จังหวะจูบของพวกเราเริ่มช้าลง เปลี่ยนเป็นการแลกลิ้นกันอย่างช้าๆ ทำให้ผมเริ่มเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่าง

            กันครับน้องเวหาจ้องมาที่ผมก่อนที่จะหลุบตาลงไปมองบริเวณเป้ากางเกงของตัวเอง ทำให้ผมหน้าแดงขึ้นหนักกว่าเก่า

            “…” สายตาตอนนี้ของคนตรงหน้าผม ช่างเจ้าเล่ห์จนผมอยากจะหลบตาเหลือเกิน แต่ไม่สามารถหลบตาได้เนื่องจากถูกเจ้าตัวประครองหน้าเอาไว้อยู่ ผมเข้าใจว่าน้องหมายถึงอะไร ซึ่งไม่อยากจะเข้าใจเลย

            คือ ก กาย กายขอได้ไหมครับและในที่สุดประโยคที่แอคแทคผมอย่างแรงก็หลุดออกจากปากคนตรงหน้า

            แต่ว่า พี่ ท ทำไม่เป็นนะครับอย่าหาว่าผมแอ๊บหรืออะไรเลยนะครับ ถึงผมจะเคยคบกับผู้ชายมาก่อน แต่พวกเรายังไม่เคยทำอะไรมากกว่ากอดหรือจูบเลยครับ แต่ว่าตอนนี้ผมควรทำยังไงดี

            ไม่เคยเหมือนกันครับ แต่กายอยากให้กันเป็นครั้งแรกของกายได้ไหมครับ

            “…” แทนคำตอบ ผมได้แต่พยักหน้าหงึกๆเป็นคำตอบเนื่องจากเขินจนไม่สามรถทำอะไรได้แล้วตอนนี้

            เมื่อคนตรงหน้าเห็นว่าผมอนุญาตก็จูงมือผมเข้าไปในบริเวณห้องนอนของผมก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่าง

            กายสัญญาจะไม่ทำให้กันเจ็บนะครับแก้มผมตอนนี้คงจะแดงเป็นลูกมะเขือเทศแน่ๆ


NC        


หลังจากกิจกรรมเข้าจังหวะ

            เราสองคนนอนกอดกันทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด และไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดใดๆ ถึงจะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะแต่ตอนนี้ผมขอเลือกที่จะนอนก่อนเพราะว่าเหนื่อยจากกิจกรรมเข้าจังหวะเมื่อสักครู่นี้เหลือเกิน

            การที่ทำให้น้องเวหาหึงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ผมจะจำขึ้นใจไว้แต่ถึงยังไงผมก็มีความสุขที่ครั้งแรกเป็นของน้องเวหา ผมคิดอะไรอีกเล็กน้อยและเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ทิ้งให้คนตัวสูงนอนมองอย่างขบขัน

           


 

____________________________________________________________________________________________________

เป็นไงกันบ้างงคร้าบบ สำหรับตอนที่ยี่สิบ เรารู้นะเธอรอ NC กัน ฮ่าฮ่า

อะลิ้งค์จ้าาอ่านได้ที่ ReadAwrite : https://www.readawrite.com/c/8a518c28e7a7743655721229696eb4ea


รบกวนช่วยแชร์กันด้วยน้าาา

Hashtag หลักของเรื่องคือ #เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า


ปล.อาจจมีคำผิดอยู่บ้างน้าา เดี๋ยวกัสสึจะทยอยมาแก้ และรีไรท์อีกทีน้าาา นี่ก็รีบมาอัพก่อนเลยไม่มีเวลา

ตรวจคำผิดเลยสักตอน ฮือออ ต้องขออภัยด้วยจ้าา ถ้าเจอคำผิดก็แจ้งได้เลยน้าาา


ปล. 2 ตอนนี้กำลังเปิดจองรูปเล่มแล้วจ้า 



รายละเอียดเพิ่มเติม 

https://www.facebook.com/Guss.snn/posts/430589597708462?__tn__=K-R


ติดตามพูดคุยกับกัสสึได้ที่

Twitter : @Gusssnk

IG: Natthawit.g


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #103 ฟิลลิปส์_ฟิลส์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 22:38
    นี่สิ การจัดเรียงที่สบายตา (ลูบอก) คือคนที่เห็นอีกคนหนึ่งนี่ใคร อย่าทำให้เดือดร้อนนะพลีสส ชั้นกลัวใจ
    #103
    0
  2. #100 miniin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 06:28

    O M G หึงแรงไปอี๊กกกกก
    #100
    0