[จบ] He is my sky เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 18 : เป็นแฟนกันต้องทำอะไรบ้าง?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

ตอนที่ 18 : เป็นแฟนกันต้องทำอะไรบ้าง?

            ทำไมผมถึงตอบตกลงที่จะคบกับน้องน่ะหรอ…..คำตอบมีเพียงอย่างเดียวคือ ผมไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองได้อีกแล้ว แม้ว่าจะรู้ว่าวันข้างหน้าจะต้องเกิดปัญหาตามมาอีกมากมายแต่ผมก็ยินดีที่จะผ่านมันไปกับคนรักของผมให้ได้

            ไลน์!

            หืม

            SKY : จะถึงแล้ว ลงมาได้เลยครับ

            Gunnn : อ่า ครับ

            3 วันแล้วสินะที่ความสัมพันธ์ของผมและน้องเวหาถูกพัฒนาจากรุ่นพี่-รุ่นน้อง พี่รหัส-น้องรหัส พี่เทค-น้องเทค มาเป็น เอ่ออ แฟนกันน่ะ ตลอด3 วันที่ผมไม่ได้เจอกับน้องเลยนับตั้งแต่วันกิจกรรมอักษรไนท์ จะว่าอย่างไรดีล่ะผมคงเขินมากเกินที่จะเจอหน้าน้องตอนนี้ รวมถึงการคุยโทรศัพท์ก็ยังไม่เกิดขึ้น มีเพียงการส่งสติ๊กเกอร์ไลน์กันไปมาแต่เพียงเท่านั้น

            แต่ดูเหมือนว่าผมคงต้องเผชิญกับความจริงแล้วล่ะเนื่องจากวันนี้ตอนเช้าผมกับน้องเวหามีเรียกตรงกัน เมื่อคืนพ่อคุณโทรมามัดมือชกว่าจะมารับผมที่คอนโดและห้ามปฏิเสธและผมจะทำยังไงได้ก็น้องจากต้องตอบตกลงเพียงเท่านั้น

            เอ่อ ส สวัสดีครับ น้องเวหา

            “อืมม รอนานไหม

            “ไม่นานเลยครับ พี่ก็เพิ่งจะลงมาจากคอนโดมาเหมือนกันครับ

            “เราไปกันเลยไหม น้องเวหาที่นั่งอยู่ฝั่งขนขั่บเอ่ยถาม

            “ค ครับ

            ผมเดินขึ้นรถคันหรูของน้องเวหาที่อุตส่าห์ขับเข้ามารับผมถึงใต้คอนโด เรื่องนี้เจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ผมออกไปยืนรอที่หน้าคอนโดเหมือนทุกที บอกว่ากลัวจะไม่ปลอดภัยให้ผมรออยู่ใต้คอนโดเดี๋ยวจะวนรถเข้าไปรับเอง ฮึ่ยย! ผมก็เป็นผู้ชายนะที่สำคัญผมอายุมากกว่าน้องเวหาด้วยแต่ทำไมถึงกลายเป็นผมที่ต้องเป็นคนถูกน้องดูแลเสียเอง

            อย่าพูดแบบนั้นสิ

            “ค ครับ?”

            “ก็ที่พูดไปเมื่อคืนไง

            “เอ่อคือ.

            “ถ้าไม่พูด ก็ไม่ออกรถนะ

            “พี่ไม่พูดไม่ได้หรอครับคือพี่เขินน่ะครับสิ้นประโยคเสียงผมเบาจนแทบไม่ได้ยิน คนข้างตัวผมยิ้มมุมปาก คงสนุกสิท่าที่ได้แกล้งผม ผมร้อนจนเหมือนว่าแอร์ในรถคันหรูของนอนเวหาเสียเขินจนไม่ต้องเดาเลยว่าตอนนี้หน้าผมแดงแค่ไหน

            “……..คนตัวสูงข้างตัวผมไม่ตอบอะไร มีเพียงลอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่กำลังมองมาที่ผม และดูเหมือนว่าน้องจะเอาจริงที่ไม่ยอมออกรถเสียที

            เอ่ออ คือ ก กาย ครับออกรถนั้นครับ กันหิวแล้วเดี๋ยวไปทานข้าวเช้าไม่ทัน

          หึหึ ก็แค่เนี้ยแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะเตรียมขับรถออกจากบริเวณใต้คอนโด

            ฟอด

            ผมโดนจนนิสัยไม่ดีขโมยหอมแก้มผมกลางลานจอดรถใต้คอนโด

            น น้อง เวหา!”

            “เรียกเหมือนเดิมอีกแล้วนะเจ้าตัวไม่สะทกสะท้าน

            “……..

            “อะ ไม่แกล้งแล้ว รีบไปกันเถอะเนอะไม่ต้องมาเนอะเลย ฮึ่ยย เช้านี้ถ้าใครทักผมว่าไข้ขึ้นคงไม่แปลกใจ ก็ใครซะอีกล่ะทำผมเขินหน้าแดงได้ตั้งแต่เช้า ไม่ได้โทรคุยกันสามวันพอเจ้าตัวโทรมาทีนึงก็ขอเรื่องน่าอายกับผมเลย

            ย้อนกลับไปช่วงประมาณสองทุ่มของเมื่อคืนนี้

            เป็นแฟนกันแล้วอย่าแทนตัวแบบนี้ได้ไหม

            “แบบนี้ก็ดีแล้วหนิครับ

            ไม่ดี มันดูห่างเหินไป

            “แล้วต้องยังไงหรอครับ

          “เรียกผมว่า กาย และแทนตัวเองว่า กัน ไม่ต้องมีคำว่าพี่

            “ต แต่.

            ไม่มีแต่ครับพรุ่งนี้กายไปถึง 8โมงตรงแล้วเจอกันนะครับกัน

            ฉ่า (ต้องเดาไหมครับว่าเสียงอะไร)

            ต้องถามไม่ครับว่าเสียงอะไร ถ้ามีไข่แล้วมาตอกใส่หน้าผมคงทอดไข่ดาวสุกได้หลายฟองแน่ๆ นี่ถ้าหนึ่งอยู่ด้วยนะคงจะโดนล้อว่าผมเป็นเด็กใจแตกแน่ๆเลย ไม่ก็ต้องโดนด่าว่าแรดทำตัวบ้าผู้ชายหลังจากนั้นผมมารู้ทีหลังว่าคนที่สนิทกับน้องเวหาส่วนใหญ่จะเรียกน้องเวหาว่า กาย ที่ย่อมาจากคำว่า สกาย หรือที่แปลว่าท้องฟ้าและมีความหมายเดียวกับคำว่า เวหา น้องเวหาจึงอยากให้ผมเปลี่ยนไปเรียกน้องว่ากายจะได้ดูไม่ห่างเหิน

            จากคอนโดผมจริงๆแล้วใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีก็สามารถมาถึงมหาลัยได้อย่างง่าย แต่แน่นอนว่าใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทยในช่วงเวลาเช้าที่คนออกไปทำงานกันแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเราจะขับมาถึงมหาลัยโดยใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง

            วันนี้น้องเวหา..เอ่อกายน่ะ ก็ชวนผมมาทานข้าวเช้า ซึ่งนับเป็นข้าวเช้ามื้อแรกที่เราทานด้วยกันนับตั้งแต่ทะเลาะกันไปตอนนั้น ผมเดินลงจากรถจากฝั่งที่นั่งข้างคนขับ วันนี้น้องเวหามาจอดรถไว้ใกล้ๆกับตัวมหาลัยเช่นเคย ก่อนที่พวกเราจะเดินคู่กันไปโรงอาหารของคณะเพื่อไปทานข้าวเช้าก่อนเตรียมขึ้นเรียน

            เวหา จะทานอะไรครับเดี๋ยวพี่ไปซื้อให้

            “นั่งรอตรงนี้แหละ เดี๋ยวไปซื้อให้เอง กันจะทานอะไรครับ

            “เอ่อถ้านั้นโจ๊กก็ได้ครับ

            “ครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวจะยกมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ เห้อออ น้องเวหาดูจะพูดเก่งขึ้นนะครับและก็หยอดเก่งเสียด้วย

            หลังจากน้องเวหาเดินออกจากโต๊ะเพื่อที่จะไปซื้อโจ๊กมาเป็นมื้อเช้าของพวกเรา มีนักศึกษาหลายคนมองมายังที่โต๊ะผม แต่โชคดีที่ตอนนี้ยังเช้าอยู่ นักศึกษาเลยยังไม่ชุกชุมมากนัก แต่คงไม่แปลกหรอกที่คนอื่นจะสนใจน้องเวหาขนาดนี้ ยังไงผมก็ยังต้องย้ำเตือนกับตัวเองว่าน้องเป็นใคร การที่จะมีคนมองมาที่ผมและสงสัยว่าผมเป็นใครทำไมถึงมากับน้องเวหาก็เป็นเรื่องปกตี่จะต้องเกิดขึ้นในชีวิตผมหลังจากนี้แน่นอน

            มาแล้วครับ

            “เท่าไหร่ครับ เดี๋ยวพี่จ่ายคืนให้ จะให้แทนตัวเองว่ากันตลอดมันก็ยังไม่ชิน ยังไงก็คงต้องปรับตัวกันไป

            “ไม่เป็นไรมื้อนี้เดี๋ยวเลี้ยงเอง รีบทานเถอะครับเดี๋ยวเย็นหมด

            “ขอบคุณนะครับ

            หลังจากทานไปสักพัก

            ไม่อร่อยหรอครับ

            “อ่อ ไม่ใช่ครับคือพี่ไม่ทานกระเทียมเจียวน่ะครับน้องเวหาคงจะสังเกตภาพตรงหน้า ที่ผมกำลังเขี่ยกระเทียมเจียวให้ไปอยู่ที่ขอบชามโจ๊ก ปกติแล้วถ้าผมสั่งเองก็จะสั่งคุณป้าคนขายว่าไม่ใส่กระเทียมเจียวด้วยทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้ไปสั่งเอง จึงต้องตกอยู่ในสภาพนั่งเขี่ยของที่ตัวเองไม่ชอบออกจากชาม

            ขอโทษนะครับ กายไม่รู้มาๆเดี๋ยวกายทานให้เองครับ

            “ไม่เป็นไรหรอกครับแค่เขี่ยไว้ข้างจานก็พอครับ

            “ขอโทษนะที่ไม่ได้ถาม

            “ไม่เป็นไรครับ พี่ก็ผิดเองที่ลืมบอกด้วยเหมือนกันว่าไม่ต้องใส่กระเทียมเจียวมา เรารีบทานกันเถอะครับเดี๋ยวขึ้นเรียนไม่ทัน

            “ครับ แต่ต่อไปชอบไม่ชอบอะไรต้องบอกกายนะ กายเป็นแฟนกันก็อยากรู้ว่าแฟนตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร

            เอื้อ

            เกร๊ง

            ไม่ต้องเดาว่าเสียงไหนเป็นเสียงไหน ถ้าคนตรงหน้าผมหน้าตาธรรมดาหรือปกติกว่านี้หน่อยผมคงไม่รู้สึกเขินหรือหวั่นไหวขนาดนี้ แต่คนตรงหน้าผมทำอะไรไม่เคยคิดถึงจิตใจผมเลยว่าจะรับไหวมั้ย….ส่วนเสียงเพล้งที่ตามมา ผมเผลอปล่อยช้อนร่วงลงพื้นทันทีเมื่อน้องเวหาพูดประโยคนั้นจบ

            เห้ยย เดี๋ยวกายไปหยิบให้ใหม่นะ

            “ข ขอบคุณครับคนตัวสูงลุกขึ้นไปขอช้อนกับร้านโจ๊กใหม่ ส่วนผมตอนนี้ก็นั่งบิดไปบิดมาข่มความเขินที่คนตัวสูงปล่อยใส่ผมมาตั้งแต่ยังไม่ได้เจอหน้ากันด้วยซ้ำ

            เจอกันตอนเย็นนะครับ เดี๋ยวไปส่ง

            “ครับ เจอกันครับ

            วันนี้นอกจากพวกเราจะเรียกตรงกันทั้งคาบเช้าและคาบบ่ายแล้วพวกเรายังเลิกเวลาตรงกันอีกด้วย น้องเวหาจึงอาสาขับไปส่งผมที่คอนโด ช่วงนี้เจ้าตัวบอกว่ายังไม่มีตารางงานช่วงเย็นเลยขอใช้เวลากับผมให้เต็มที่ก่อนที่จะมีงานเข้ามา

            แหมมม เขาว่ากันว่าคนมีความรักมักจะดูเด็กลงนิดนึง ดูท่าจะจริง

            “เออ ปกติแมร่งเป็นเด็กเอ๋ออยู่แล้วนะ วันนี้เด็กลงไปจนเหมือนเด็กเกิดใหม่เลยว่ะ ฮ่าฮ่า

            “หนึ่งกับแจนอย่าพูดเสียงดังสิเราอาย

            “จ้าจ้า ไม่พูดแล้วก็ได้จ้า เห็นเพื่อนมีความสุขชั้นก็มีความสุขเหมือนกัน วันไหนผัวแกว่างๆพามากินข้าวกับเพื่อนด้วยสิ

            “ผัวเพื่อนก็ไม่เว้นนะอีแจน อาทิตย์ที่แล้วยังบอกให้ไอกันไปหาผู้ชายมาดามใจอยู่เลย ทีวันนี้ล่ะเชียร์ออกหน้าออกตา

            “ก็แหมผัวเพื่อนหล่ออะ แกไม่ว่าอะไรใช่ไหม แบ่งเป็นอาหารตาชั้นบ้างสิ

            “เออ ถ้าเขาว่างจะลองชวนดูนะ

            “ให้มันได้อย่างนี้สิ

            “เห้ออ เพื่อนกูแรดซะไม่มีประโยคนี้เป็นเหมือนประโยคประกาศสงครามโดยหนึ่ง

            "อีหนึ่ง! มึงจะหยุดพูดจาปากหมากับกูสักวันได้ไหม

            “ไม่ได้เห็นมึงดิ้นแล้วสนุกดี

            “อีห่า กูขอให้สักวันมึงโดนเด็กไอเด็กฟีฟ่าจับกดแล้วทำให้แกหายปากหมาสักที

            “เห้ยไอเหี้ย พูดงี้มาต่อยกันเลยดีกว่าไหม

            “มาสิ คิดว่าอีแจนคนนี้จะกลัวมึงหรือไง

            “เอ่อ ใครคือฟีฟ่าหรอผมที่เป็นฝ่ายสังเกตการณ์มานาน ได้เลิกถามเสียที

            ผัวเด็กอีหนึ่งมันห้ะ!

            สัส เพ้อเจ้อ ไปๆขึ้นเรียนได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนองค์แม่มึงด่าอีกหรอก

            “หึหึ จะเพ้อเจ้อไม่เพ้อเจ้อกูจะคอยดู

            สงครามขนาดย่อมจบลงท่ามกลางการทิ้งระเบิดของเจนที่ทำให้ผมงง หนึ่งเนี้ยนะจะมีผัว เอ้ยมีแฟนไม่น่านะ แต่ถึงจะถามคะยั้นคะยอขนาดไหน ทั้งสองก็ไม่ยอมตอบคำถามผมสักที มีแต่แจนที่อมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ผมได้แต่คิดและก็สงสัยเท่านั้น

            หลังจากที่ผ่านกิจกรรมอักษรไนท์มาแล้วอีกหนึ่งกิจกรรมที่รอพวกเราทุกคนอยู่ นั้นคือกิจกรรมสอบไฟนอล! กิจกรรมอดหลับอดนอนของเหล่านักศึกษาทุกชั้นปี การเข้าเรียนทุกคาบจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากไม่สามารถหยุดได้ตามใจอีกแล้ว แม้ว่าอาจารย์จะไม่ได้ว่าอะไรแต่ถ้าอยากจะรอดโดยที่ไม่ต้องลงใหม่ก็ตั้งใจเรียนกันดีกว่าเนอะ

            และแน่นอนใกล้เทศกาลสอบไฟนอลเท่าไหนอาจารย์ก็จะอัดเต็มเนื้อหาเท่านั้น สภาพผมตอนนี้จึงแทบจะกลายเป็นผีดิบเดินได้ไม่รู้ตัวแม้กระทั่งอาจารย์เลิกคลาสแล้ว สมองผมตอนนี้ไม่สามารถรับอะไรได้อีกแล้ว ผมจึงเดินไปนั่งรอน้องเวหาแถวม้านั่งใต้คณะเพื่อรอน้องเลิกเรียนไม่นานคนตัวสูงก็เดินลงจากอาคารพร้อมเด็กชั้นปีที่หนึ่ง และเมื่อเห็นผมนั่งคอยอยู่ก็เดินตรงมาที่ผมทันที

            ทำไมดูเหนื่อยขนาดนั้น

            “วันนี้เพลียมากเลยครับ เนื้อหายากมากอาจารย์รีบสอนเพราะกลัวจะไม่ทันสอบไฟนอล

            “อ่อเพราะงี้เลยเหนื่อยสินะ

            “ใช่ครับ

            “งั้นเราไปหาอะไรเย็นๆทานกันดีไหมครับ จะได้สนชื่น

            “เอ่อ ก็ได้ครับผมดูนาฬิกาข้อมือเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลง เนื่องจากยังไม่เย็นมาก และเบื่อๆนิดนึงด้วยที่เพื่อนแอบเทโดยแจนให้เหตุผลว่าจะตามไปดูผัวเด็กของหนึ่งมัน เลยไม่มีใครว่างไปกับผมเลย

            กันอยากกินอะไรครับ

            “อะไรก็ได้ครับ

            “ไม่มีอะไรก็ได้ครับ กายถามกันนะครับ

            “เอ่องั้นไปทานบิงซูหลังมอก็ได้ครับ

            “ครับงั้นเราเดินไปละกันเนอะ

            สถานที่ที่พวกเรามาในวันนี้เป็นบริเวณเดียวกับที่เคยมาเลี้ยงสายแถวนี้มีร้านอาหารและร้านคาเฟ่อยู่หลายร้านด้วยความที่น้องเวหาถามโดยที่ผมไม่มีเวลาตั้งตัวจึงเลือกร้านที่ผมชอบมานั่งทานกับแจนบ่อยๆตอนนี้เป็นช่วงเย็นนักศึกษาจึงทยอยมาหาอะไรทานกันเยอะทำให้เราต้องรอคิวเล็กน้อยก่อนพนักงานจะเรียกชื่อของน้องเวหาเมื่อถึงคิวของพวกเรา

            เอ่อ คือคุณเวหา สองที่นะคะพนักงานสาวหลบตาน้องเวหาทันทีเมื่อมองหน้า เธอคงจะเขินไม่น้อยที่ดาราดังมาทานร้านที่เธอทำงานอยู่

            ครับ รบกวนขอที่ที่ส่วนตัวหน่อยนะครับ

            “ห้ะ เอ่อค่ะๆ งั้นเชิญชั้นสองเลยนะคะ

            “ขอบคุณครับ

            หลังจากเดินมาถึงโต๊ะพวกเราก็ใช้เวลาเลือกเมนูกันไม่นาน เมนูที่ผมเลือกเป็นบิงซูรสเมล่อนของโปรดของผมเอง ส่วนคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามผมไม่ได้เลือกอะไรแค่บอกว่าเดี๋ยวทานด้วย

            น้องเวหาไม่ทานหรอครับใช้เวลาไม่นานบิงซูของพวกเราก็ถูกเสิร์ฟ แต่คนที่ทานจริงๆกลับเป็นผมเพราะน้องเวหาเอาแต่นั่งจ้องจนผมทำอะไรไม่ถูก จนได้แต่ทานแก้เขิน

            จริงๆแล้วกายไม่ชอบเมล่อนเท่าไหร่

            “อ้าวหรอครับ พี่ไม่รู้ งั้นเราสั่งกันใหม่ไหมครับ

            “ไม่เป็นไรกันทานเถอะ เดี๋ยวไว้มารอบหน้าค่อยเปลี่ยนเมนู

            “เอาอย่างนั้นหรอครับ อืมก็ได้ครับผมแอบทำหน้าหงอเล็กน้อย

            ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เราเพิ่งจะเป็นแฟนกัน ค่อยๆเรียนรู้กันไปก็ได้ครับ ยังมีเวลาอีกนาน

            “เอ่อครับ

            ใช่ครับพวกเราอาจจะเป็นคู่รักใหม่ แม้จะยังไม่รู้จักกันดี แต่เราก็ยังสามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้



____________________________________________________________________________________________________

เป็นไงกันบ้างงคร้าบบ สำหรับตอนที่สิบแปด คู่ข้าวใหม่ปลามันหวานกันจริงๆ

ตอนหน้าน้องเวหาจะพาพี่กันไปเดทด้วยแหละเธอ อย่าลืมติดตามกันนะจ้ะ


รบกวนช่วยแชร์กันด้วยน้าาา

Hashtag หลักของเรื่องคือ #เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า


ปล.อาจจมีคำผิดอยู่บ้างน้าา เดี๋ยวกัสสึจะทยอยมาแก้ และรีไรท์อีกทีน้าาา นี่ก็รีบมาอัพก่อนเลยไม่มีเวลา

ตรวจคำผิดเลยสักตอน ฮือออ ต้องขออภัยด้วยจ้าา ถ้าเจอคำผิดก็แจ้งได้เลยน้าาา


ปล. 2 ตอนนี้กำลังจะเปิดจองรูปเล่มแล้วจ้า เร็วๆนี้จ้าาา ติดตามเลย




ติดตามพูดคุยกับกัสสึได้ที่

Twitter : @Gusssnk

IG: Natthawit.g


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #88 PPSnook (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 21:15
    น่ารักอะแต่มันยังมีอิพอร์ช
    #88
    0
  2. #86 ผีขนมหยก (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 10:31
    งุ้ยยยยยย น่าร้ากกก รอเคลียร์เรื่องพอร์ช มาเห็นค่ากันเวลาเธอเหงาไม่ได้นะเออ เวหาต้องจัดการพอร์ชให้กันน้าาา
    #86
    0