ตอนที่ 9 : ไม่เหมือนคนที่ฉันเคยชอบเลยสักนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

บทที่8

ไม่เหมือนคนที่ฉันเคยชอบเลยสักนิด


@Gampan Cafe`

         หลังจากที่เต้ออกไปทำงานได้สักพักฉันก็มาโผล่ที่นี่เฉยเลย เมื่อคืนฉันนอนคิดทั้งคืนว่าทำไมหัวใจฉันถึงต้องเต้นแรงตอนที่ฉันได้เจอกับพี่คิมทั้งๆที่เรื่องที่ฉันชอบพี่คิมมันก็ผ่านมาเกือบจะ3ปีแล้ว ฉันคิดซ้ำไปซ้ำมาจนฉันได้คำตอบว่าฉันคงยังรู้สึกชอบพี่คิมอยู่ละมั้ง ไม่ว่าฉันจะคิดยังไงคำตอบมันก็ยังเป็นแบบเดิม

          "น้องข้าวปั้นใช่ป้ะ?" เสียงใครสักคนดึงฉันออกจากภวังค์ ฉันหันไปมองคนพูดแล้วก็พบว่า 

          ''ไอ้-พี่-ขี้-เก้ก'' ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ

          "ห้ะ? อะไรนะ" 

          "เอ่อออ ไม่มีอะไรค่ะ พี่..." ฉันไม่รู้จะเรียกพี่เขาว่าอะไร เพราะไม่เคยรู้ชื่อพี่เขาเลยรู้แค่ว่าพี่เขาเป็นเพื่อนสนิทของพี่คิมแล้วก็ชอบทำตัวเหมือนตัวเองหล่อที่สุดในโลก เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่พี่เขาก็หล่อจริงนั่นแหละแถมตอนนี้ยังหล่อกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย

         "พี่...?อ๋ออออ พี่ต้นไผ่ไง เพื่อนไอ้คิมมันน่ะ เคยทำงานอยู่ที่ตลาดนินจาเหมือนกัน ข้าวปั้นจำพี่ไม่ได้เหรอ"

         "อ๋อค่ะ จำได้ๆพี่ต้นไผ่นั่นเอง แหะๆ" ฉันตอบส่งๆไปพร้อมกับหัวเราะแก้เก้อ

         "แล้วข้าวปั้นมายืนทำอะไรตรงนี้ล่ะ พี่เห็นเรายืนมองหน้าร้านอยู่สักพักแล้วนะ"

         "คือ...คือว่าปั้นไม่แน่ใจว่าร้านมันเปิดหรือยัง ปั้นอาจจะมาเช้าไป" แหงสินี่เพิ่งจะ9โมงเช้า แต่ร้านมันเปิด11โมงฉันนี่มันติ๊งต๊องจริงๆเลย 

         "ฮ่าๆๆๆสงสัยข้าวปั้นจะหิวแล้วมั้ง ถึงร้านจะยังไม่เปิดแต่พี่จะอนุโลมให้ลูกค้าวีไอพีคนใหม่ของร้านคนนึงละกัน"

         "เอ๋? ลูกค้าวีไอพีคนใหม่ใครกันคะ ปั้นเหรอ" ฉันยังไม่ได้เริ่มสะสมแต้มในบัตรเลยด้วยซ้ำจะเป็นลูกค้าวีไอพีได้ไง แล้วพี่เขามาทำอะไรที่นี่...หรือว่าทำงานที่นี่เหมือนกัน

         "ใช่ก็ข้าวปั้นนั่นแหละพี่เป็นคนอัพเกรดบัตรให้เองกับมือเลยนะ ไอ้คิมมันไม่ได้บอกเหรอ

         "..." อัพเกรดบัตรให้เองกับมือ แล้วพี่คิมมาเกี่ยวอะไรด้วยฉันงงไปหมดแล้ว

          "ทำหน้าเหมือนโดนผึ้งต่อยก้นขนาดนี้สงสัยจะยังไม่รู้เรื่อง เอาเป็นว่าเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าเนอะ ข้างนอกนี่ร้อนจะตายไป"

          หลังจากที่พี่ต้นไผ่เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟัง ก็ได้ความว่าพี่คิมเป็นเจ้าของร้านกำปั้นส่วนพี่ต้นไผ่ก็เป็นผู้จัดการร้าน อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ ฉันซึ่งเป็นคนที่พวกพี่เขาเคยรู้จักเลยได้กลายมาเป็นลูกค้าวีไอพีของร้านไปโดยปริยาย และไม่ต้องมีการสะสมแต้มแต่อย่างใด เรียกง่ายๆว่าเล่นเส้นนั่นเอง 

          ตอนนี้ฉันก็ได้เข้ามาเดินเอ้อระเหยคอยชายอยู่ในสวนจำลองโซนวีไอพีของร้านกำปั้นง่ายๆแบบที่ฉันไม่ได้คาดคิด ที่นี่บรรยากาศดีเหมือนอย่างที่ฉันจินตนาการไว้เลย ซืดดดดดด! ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอดสดชื่นดีจังเลย ฉันชอบ>///<

          "นั่นใคร?" ฉันเดินชมสวนอยู่ดีๆก็มีเสียงตะโกนถามขึ้น ฉันมองหาต้นเสียงแล้วก็พบว่า

          "พี่คิม" ฉันเผลอเรียกชื่อคนที่เหมือนจะนั่งอ่านหนังสืออะไรสักอย่างอยู่บนเก้าอี้เอนนอนตัวยาวใต้ต้นไม้ที่ดูเหมือนจะต้นใหญ่ที่สุดในสวน

         "ปั้นทำไมถึง..."

         "อ๋ออ คือปั้นเจอพี่ต้นไผ่หน้าร้าน แล้วพี่เขาก็ให้ปั้นเข้ามาด้วยกัน ขอโทษที่มารบกวนตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดนะพี่" ฉันรีบแก้ตัวจนลิ้นพัน

         "อืมมม" พูดจบคนตัวสูงตรงหน้าก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือต่อ ทำราวกับว่าการปรากฏตัวของฉันไม่ได้สำคัญอะไร ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่ากำแพงที่อยู่รอบตัวพี่คิมสูงกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะ

         "พี่คิมอ่านอะไรอยู่เหรอคะน่าสนุกจัง" ฉันพูดขึ้นทำลายความเงียบพร้อมกับนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างๆพี่คิม แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าไม่ได้ใส่ใจ

          "..." และก็มีเพียงความเงียบตอบกลับมา ทำไมพี่คิมถึงไม่ตอบฉันล่ะหรือพี่คิมจะไม่ได้ยิน 

          "เอ่อออ พี่คิมมาร้านเช้ากว่าพนักงานแบบนี้เป็นเจ้าของร้านดีเด่นได้เลยนะเนี้ย ขยันอย่างงี้นี่เองลูกค้าที่นี่ถึงได้เยอะสุดๆ" 

         "..." ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

         "พี่คิมเริ่มเปิดร้านนี้นานแค่ไหนแล้วอ่ะ ไอดอลของปั้นนี่สุดยอดไปเลยเนอะ ปั้นคิดไม่ผิดจริงๆที่ยกตำแหน่งนี้ให้พี่ ฮ่าๆๆ"

          "..." ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยย

          "พี่คิมได้ยินที่ปั้นพูดป้ะ" ฉันชักจะเริ่มฉุนขึ้นมานิดๆล้ะ

          "ได้ยินสิแต่จะให้พี่ทำยังไงล่ะ พี่ไม่เห็นว่ามีความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องมานั่งพูดคุยไร้สาระอะไรพวกนี้กันเลยสักนิด" ฉึก!!! เหมือนมีตรีนนับล้านพุ่งมาตรงหน้า เล่นเอาฉันหน้าชากันเลยทีเดียว

          "งะ..งั้นเหรอ?" ฉันพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น 

         "..." หึ! นี่ฉันมาทำบ้าอะไรที่นี่กันแน่ ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้สนิทกันนี่นาอย่าลืมสิข้าวปั้น ว่าเธอเป็นแค่คนรู้จัก มีแค่เธอเท่านั้นที่รู้สึกชอบและมโนไปเองทุกๆอย่าง เวลาเปลี่ยนอะไรๆก็คงเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องแปลกสักหน่อยผู้ชายตรงหน้าฉันตอนนี้ไม่เหมือนกับพี่คิมคนที่ฉันเคยชอบตอนนั้นเลยสักนิด


@คอนโดJY

         "ที่ร้ากกกกกเต้กลับมาแล้ว ซื้อของอร่อยๆมาเยอะแยะเลยนะ"

          "..." ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ที่โซฟาตัวนี้ตั้งแต่โดนแสกหน้ามาจังๆเมื่อเช้า ภาพในอดีตฉายชัดเป็นฉากๆวนไปวนมาเป็นสิบๆรอบตั้งแต่วันแรกที่เจอพี่คิมจนถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่ทำให้ฉันรู้สึกหน่วงๆในอกข้างซ้าย ตรงนี้ใช่หัวใจหรือเปล่า มันเหมือนมีใครสักคนเอามือมากำมันไว้แล้วค่อยๆบีบ แน่นขึ้นๆเรื่อยๆเรื่อยๆจนมันแหลกคามือ

         "ปั้น!!! ร้องไห้ทำไม?" เต้พุ่งเข้ามาหาฉันอย่างร้อนใจแล้วล้วงหาอะไรสักอย่างในกระเป๋า

         "..." ฉันร้องไห้เหรอ 

         "ทำไมตาบวมช้ำจนน่ากลัวแบบนี้ล่ะ โอ๋ๆๆหยุดร้องได้แล้วนะคนดี" เต้ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้ฉันแล้วก็โอบกอดฉันไว้อย่างนั้นโดยที่ไม่พูดอะไรอีกเต้จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ฉันมีเรื่องไม่สบายใจ เต้จะไม่ถามจะไม่เซ้าซี้ฉันว่าฉันเป็นอะไรมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ฉันรู้ว่าเต้อยากรู้แต่เต้ต้องอดทนเก็บความเป็นห่วงนั้นไว้เพราะเต้รู้ว่าฉันไม่อยากเล่า

         โกรกกกกกกก!!!!

         "ปั้นหิวมั้ย? ไปกินข้าวกันดีกว่านะ วันนี้มีแต่ของชอบปั้นทั้งนั้นเลย" จะว่าไปวันนี้ทั้งวันยังไม่มีอะไรส่งถึงท้องฉันเลยนี่นา 

         "หิวมาก" ฉันตอบเต้ด้วยเสียงที่เบาสุดๆ ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลืออยู่เลยตอนนี้ ระหว่างที่เรานั่งกินข้าวกันอยู่เต้ก็พูดขึ้นมาว่า

         "เต้ขอโทษนะปั้น แต่เต้ทำเป็นเฉยเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมาไม่ได้ ตั้งแต่รู้จักกันไม่ว่าปั้นจะมีปัญหาหรือเครียดเรื่องอะไรถ้าปั้นไม่อยากเล่าเต้ก็ไม่เคยถามเซ้าซี้อยากจะรู้เรื่องของปั้นเลยสักครั้ง เพราะไม่ว่ายังไงเต้ก็ยังอยู่ตรงนี้ข้างๆปั้นเสมอ"

          "เต้..."

          "ฟังเต้ให้จบก่อนสิปั้น ครั้งนี้มันเกินไปนะปั้นร้องไห้จนตาบวมช้ำขนาดนี้เต้เฉยๆไม่ได้ว่ะ ปั้นไม่เคยเป็นแบบนี้เลยไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้ และเต้ก็ไม่ได้เห็นปั้นร้องไห้มานานมากแล้วด้วย ปั้นเป็นอะไรบอกเต้มาตรงๆเถอะนะ ปั้นก็รู้นี่ไม่ว่าจะยังไงเต้ก็อยู่ข้างๆปั้นเสมอ อะไรหรือใครที่มันทำให้ปั้นเป็นแบบนี้เต้จะไม่ปล่อยมันไว้แน่ เพราะงั้นปั้นเล่าให้เต้ฟังหน่อยได้มั้ย" 

         ตั้งแต่เล็กจนโตฉันก็มีเต้ที่คอยอยู่ข้างๆและเข้าใจฉันทุกๆอย่าง เต้ไม่เคยถามในเรื่องที่ฉันไม่อยากเล่า ทุกครั้งที่ฉันมีเรื่องไม่สบายใจเต้จะพยายามทำให้ฉันรู้สึกโอเคขึ้นโดยที่ฉันไม่ต้องพูดเรื่องเหล่านั้นให้เต้ฟัง ทุกๆวันเต้จะเล่าเรื่องของตัวเองให้ฉันฟัง เต้ไม่เคยมีเรื่องปิดบังฉันเลย แต่ฉัน...ฉันกลับเป็นคนที่ไม่เคยได้เล่าเรื่องของตัวเองให้เต้ฟังเลย ทำไมฉันถึงได้เห็นแก่ตัวแบบนี้นะ

          "ปั้นขอโทษT[]T ที่ผ่านมาเต้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของปั้น แต่ปั้นกลับทำตัวเป็นเพื่อนที่แย่ที่สุดของเต้ ปั้นเอาแต่สร้างเรื่องให้เต้ต้องมาปวดหัวไปด้วย ทำให้เต้ต้องคอยเป็นห่วงอยู่ตลอด"

         "หยุดเลยปั้น ห้ามพูดแบบนี้ออกมาอีกนะ ปั้นคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเต้และเราก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไปจะไม่ทิ้งกันไปไหน เพราะฉะนั้นห้ามคิดว่าปั้นทำให้เต้ลำบากเด็ดขาด" 

          "เต้..." ฉันเรียกเต้แล้วมองหน้าอยู่อย่างนั้น

          "หือ?" เต้ตอบพร้อมกับทำหน้าสงสัยที่ฉันเอาแต่จ้องหน้าเขาแต่ไม่ยอมพูดอะไร 

          "..." ปั้นขอโทษนะที่ต้องเห็นแก่ตัวอีกแล้ว แต่ปั้นไม่อยากให้เต้ต้องมากังวลเรื่องของปั้นเพิ่มอีก แค่เต้ต้องคอยดูแลปั้นที่ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตก็เหนื่อยมากพอแล้ว เต้อย่ามาเก็บเรื่องไร้สาระของปั้นไปคิดให้ปวดหัวเลยนะ นะเต้นะปั้นขอ ฉันพูดในใจและสื่อทุกอย่างผ่านสายตา

          "โอเค เต้จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปก็ได้ แต่ปั้นต้องสัญญานะว่าจะไม่ร้องไห้อย่างหนักแบบนี้อีก" และมันก็เป็นอย่างที่ฉันคิด 

         "สัญญา...ขอโทษนะ เต้น่ารักที่สุดเลย" เต้จะรู้เสมอว่าฉันต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไรทั้งๆที่ฉันไม่จำเป็นต้องพูดให้เต้ฟัง มันเป็นเเบบนี้มาตั้งแต่เรารู้จักกัน และฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป


เช้าวันต่อมา 

          เมื่อคืนจำได้ว่าพอฉันกับเต้กินข้าวเสร็จเราก็ไปนั่งรอดูซีรี่ย์ที่เต้เล่นออนแอร์วันแรก แต่คงเป็นเพราะฉันเหนื่อยมากก็เลยเผลอหลับไปก่อนที่จะได้ชื่นชมเพื่อนรักเหมือนทุกๆครั้ง ยิ่งตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนหลับสบายอยู่บนเตียงมันทำให้ฉันรู้สึกผิดมากขึ้น เต้ทำอะไรๆให้ฉันหลายอย่างแต่ฉันกลับไม่เคยได้ทำอะไรให้เต้เลย 

         วันนี้ฉันดันมาตื่นสายอีกก็เลยได้เจอแค่อาหารเช้าบนโต๊ะกับโน๊ตแผ่นจิ๋วที่มีลายมือเต้เขียนสั้นๆว่า 'เจอกันตอนเย็นนะ :)' เห้อออ เพื่อนที่แสนดีของฉัน ฉันว่างมากก็เลยแวะมาเยี่ยมชมเฟสบุ๊คของตัวเองที่ไม่ได้อัพเดทอะไรเลย น่าจะ2ปีได้แล้วมั้ง ฉันเลื่อนดูเรื่องราวที่เพื่อนๆโพสและแชร์ในฟีดข่าวแล้วก็อ่านไปเรื่อยๆแก้เซ็ง แล้วก็สะดุดกับบทความหนึ่ง

         'ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะได้ดั่งใจเราไปซะทุกอย่าง บางครั้งเราก็ต้องพยายามเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เราต้องการ แต่มนุษย์แสนโง่เขลาเบาปัญญาก็มักจะยอมแพ้เพียงเพราะสิ่งที่พยายามทำไม่สำเร็จในครั้งแรก' 

          ก็เห็นๆอยู่ว่าไม่สำเร็จมันก็แปลว่าแพ้ไม่ใช่เหรอ แพ้ก็คือแพ้อ่ะแล้วทำไมถึงบอกว่ายอมแพ้ล่ะ สงสัยคนที่เขียนบทความนี้คงจะสมองกลับ

         'ตลกดีนะที่ฉันคิดจะยอมแพ้ทุกๆครั้งที่สิ่งที่ฉันหวังไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง แต่ฉันก็คงทำได้แค่คิดนั่นแหละ เพราะว่าความจริงแล้วฉันยังอยากจะลองสู้ดูอีกสักหน่อย บางทีมันอาจจะดีขึ้นกว่านี้ก็ได้' 

         อยู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงตัวเองพูดทั้งๆที่ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้พูด นี่ฉันหลอนไปแล้วเหรอเนี้ย แต่เอ้ะ?เดี๋ยวนะ ประโยคพวกนี้มันคุ้นๆเหมือนฉันจะเคยพูดมาก่อน จริงด้วย! 

         ฉันเคยพูดแบบนั้นตอนที่ฉันกำลังพยายามตีสนิทกับพี่คิม ตอนนั้นฉันมุ่งมั่นมากที่จะทำมันให้สำเร็จแต่แล้ววันหนึ่งเวลาของฉันก็หมดลง มาวันนี้ดูเหมือนฉันจะมีโอกาสได้นับหนึ่งใหม่อีกครั้ง แต่ฉันกลับยอมแพ้ตั้งแต่มันยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ มันใช่แล้วเหรอ? 

         ฉันจะเลิกชอบพี่คิมได้จริงๆเหรอวะ ฉันจะเลิกยุ่งกับพี่คิมแค่เพียงเพราะฉันรู้สึกว่ากำแพงมันสูงขึ้นกว่าเดิมเหรอ ฉันไม่ใช่มนุษย์โง่เขลาเบาปัญญาอย่างที่เจ้าของบทความนั่นว่าสักหน่อย เพราะฉะนั้นฉันจะต้องพยายามต่อไปถึงแม้ว่าจะล้มเหลวเป็นร้อยๆครั้งก็เถอะ ฉันจะต้องทำให้พี่คิมรักฉันให้ได้ ห้ามยอมแพ้จนกว่าจะสำเร็จ ฮึบ!!!


08:42 น.

         เช้าวันนี้เป็นเช้าที่สดใสมาก ฉันตื่นมากินข้าวเช้ากับเต้เหมือนปกติ แต่พอเต้ออกไปทำงานฉันก็ตามออกมาทันที ฉันไม่ได้ตามเต้ไปทำงานหรอกนะ แต่ฉันตามออกมาเพราะคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นไต ไตหาหัวจามตามหาหัวใจไงจ้ะ ฮิ้ววว~ อ้าวไม่ขำเหรอ แหะๆ^•^ ก็ฉันจะไปตามหาหัวใจจริงๆนี่นา 

         เมื่อคืนฉันนอนคิดทั้งคืนว่าจะทำลายกำแพงรอบตัวพี่คิมยังไงดี และฉันก็คิดได้อย่างหนึ่งนั่นคือฉันต้องหน้าด้านให้มากๆและไม่ใช่แค่หน้านะที่ด้าน หัวใจฉันก็ด้วยฉันต้องทนให้ได้กับการที่จะโดนเมินและอาจจะได้ยินคำพูดจาแรงๆของพี่คิมเหมือนกับเมื่อวานหรืออาจจะมากกว่านั้น ฉันต้องฮึบ! ฮึบไว้ 'ด้านได้อายอด'ท่องไว้นะข้าวปั้น 

          ฉันเดินดุ่มๆเข้ามาในร้านกำปั้นแล้วก็พบกับร่างสูงตรงหน้ากำลังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะในร้าน เวลาที่พี่คิมตั้งใจทำงานมันดูเท่มากเลยสำหรับฉัน เราไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วนะ รอยยิ้มกับใบหน้าเนียนใสนั่นก็ยังคงทำให้ใจฉันสั่นได้เสมอ พี่คิมยังตัดผมทรงเดียวกับเมื่อก่อนเพียงแค่วันนี้พี่เขาไม่ได้มัดผมไว้กลางศรีษะเหมือนทุกครั้ง พี่คิมใช้มือเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นทำให้ฉันมองเห็นสันจมูกจากด้านข้างได้ชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลาราวกับภาพวาด แอร้ยยยยย>///< คนอะไรน่ารักเป็นบ้า

         "พี่คิมปั้นช่วยนะ" ฉันเดินเข้าไปแย่งผ้ามาจากมือพี่คิมแล้วเช็ดโต๊ะตัวถัดไปต่อ

         "ไม่ต้อง!!" พี่คิมแย่งผ้าจากฉันคืนไป

         "น่านะ ให้ปั้นช่วยเถอะ" ฉันแย่งผ้าผืนนั้นคืนมาอีกรอบ

          "อย่ายุ่งได้มั้ยวะ" พี่คิมพยายามจะแย่งผ้าคืนไปจากฉัน แต่ฉันเอาหลบไปไว้ด้านหลังทำให้พี่คิมโน้มเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว 

          ตอนนี้หน้าเราใกล้กันมาก ใกล้กันจนฉันได้กลิ่นสบู่อ่อนๆจากตัวพี่คิม ลมหายใจของพี่คิมรดใบหน้าฉันจนแก้มทั้งสองข้างของฉันร้อนฉ่าขึ้นมาดื้อๆ ฉันกับพี่คิมเราสบสายตากันอยู่อย่างนั้น ในตาของพี่คิมตอนนี้มันดูว่างเปล่าจนทำให้ฉันขนลุก อะไรทำให้พี่คิมคนที่อ่อนโยนของฉันเย็นชาได้ถึงเพียงนี้นะ เรายืนค้างกันอยู่ท่านั้นนานมากจนฉันอึดอัด

         "เอ่ออ ~///~" 

         "เออ อยากทำอะไรก็เชิญ" พูดจบพี่คิมก็เดินหายไปหลังร้าน ฉันเอามือทั้งสองข้างมานาบแก้มไว้สักพักแล้วก็เลื่อนมือขวาลงมาแปะไว้ที่อกข้างซ้าย ตอนนี้หัวใจของฉันเต้นแรงจนอกแทบจะระเบิดอยู่แล้ว

~ อยากมีคนรัก คนมีรักมันแบบไหน คนอย่างฉันมันยังไม่เคยเข้าใจ บอกก็คงไม่รู้ ดีแค่ไหนก็คงไม่รู้ คงต้องหาสักคนมาเป็นเนื้อคู่~

บก.มายองเนส

         "สวัสดีตอนเช้าค่ะบก. มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะโทรมาแต่เช้าเชียว"

         [ฉันมีเรื่องจะขอร้อง จะว่าไปเราก็ทำงานด้วยกันมาหลายปีแล้วนะข้าวปั้น]

          "บก.คะมีอะไรก็พูดมาเลยค่ะ เน้นๆเนื้อไม่เอาน้ำค่ะ"

         [ฉันอยากให้เธอร่วมโปรเจกต์ใหม่ครั้งนี้ด้วย หวังว่าเธอคงไม่ใจร้ายกับฉันใช่มั้ย]

         "แต่บก.คะโปรเจกต์นี้ที่ว่าคือต้องส่งงานสิ้นเดือนหน้า ซึ่งเราตกลงกันไว้แล้วว่าฉันจะส่งนิยายเรื่องใหม่ให้บก.หลังฉันกลับจากเกาหลี"

         [นั่นก็ใช่ ฉันถึงบอกไงว่าขอร้อง โปรเจกต์นี้เหมาะกับเธอมากเลยนะ นะๆขอร้องล่ะข้าวปั้น]

         "ก็ได้ค่ะ แต่บก.ต้องรับปากนะว่าจะไม่เร่งฉัน"

         [รับปากสิ ฉันกำหนดให้เธอส่งต้นฉบับก่อนไปเกาหลีเลยก็ได้ เเล้วเรื่องใหม่ที่ว่าฉันก็จะไม่เร่งด้วย เธอพร้อมส่งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น]

         "งั้นก็ตามนั้นเลยค่ะ"

         [โอเค เดี๋ยวฉันส่งรายละเอียดโปรเจกต์ไปให้ในเมลนะ]

         "ค่ะบก."

          ติ้ด!!! นี่ฉันกะว่าจะอยู่ว่างๆพักผ่อนซักสองสัปดาห์ก่อนจะเริ่มวางพล็อตเรื่องใหม่ แต่สงสัยการพักผ่อนคงไม่ใช่สิ่งที่ฉันควรจะได้รับ เซ็งจริงๆเลยโว้ยยยยย 

         ฉันเช็ดโต๊ะในร้านจนเสร็จ พี่คิมหายไปไหนแล้วนะ ฉันเดินหาพี่คิมจนทั่วร้านแล้วก็มาจบที่สวนจำลอง อ้ะ!!นั่นไง พี่คิมนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่เดิมตรงนั้นแต่หนังสือที่อ่านไม่ใช่เล่มเดิม บนโต๊ะข้างเก้าอี้เอนนอนตัวยาวมีหนังสือวางอยู่หลายเล่ม 

         ฉันเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆพี่คิมแล้วถือวิสาสะหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่มือฉันยังไม่ทันได้แตะหนังสือด้วยซ้ำ

         "เธอจะทำอะไร!" คนข้างๆตะคอกใส่จนฉันสะดุ้งพร้อมกับปัดมือฉันออกอย่างแรง ป่าเถื่อนเป็นบ้า :'(

          "ก็แค่อยากรู้ว่าพี่คิมอ่านอะไรอยู่ แต่ถ้าถามไปพี่คิมก็คงไม่ตอบ ปั้นก็เลยจะหยิบมาดูเอง"

         "ไม่มีมารยาท"

          "ใช่ค่ะ ปั้นเป็นแบบนั้น" ว่าแล้วฉันก็หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่านโดยไม่แคร์สายตาคนตัวสูงข้างๆ

         "จุ้นจ้านจริงๆเลย" พี่คิมพูดจบก็ตั้งใจอ่านหนังสือต่อ 

          "มีหลายเรื่องเลยนะที่ปั้นอยากรู้" 

          "..."

          "ช่วงที่เราไม่ได้เจอกันชีวิตพี่เป็นยังไงบ้าง เรียนจบตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง"

          "หนวกหู!!" พี่คิมตวาดฉันเสียงดังลั่น แต่ฉันเลือกที่จะไม่ใส่ใจ

          "ถ้าพี่ยังไม่อยากเล่าปั้นเล่าก่อนก็ได้ วันนั้นวันที่พี่แบทกับพี่ยูบอกปั้นว่าจะปิดร้านแล้ว วินาทีนั้นเหมือนโลกทั้งใบพังลงมาตรงหน้า ปั้นไม่เคยคิดที่จะกลับไปที่นั่นอีกเลย เพราะเกลียดความคิดถึง ปั้นไม่อยากคิดถึงพวกเขาอีก"

          "..."

          "หลังจากวันนั้นก็มีสำนักพิมพ์ที่ปั้นเคยส่งต้นฉบับนิยายไปติดต่อมาว่านิยายของปั้นจะได้ตีพิมพ์ ปั้นดีใจมากจนลืมเรื่องเศร้าๆพวกนั้นไปเลย ปั้นเขียนนิยายส่งให้สำนักพิมพ์เรื่อยๆ นิยายทุกเรื่องของปั้นขายดีมาก ไม่ถึงปีปั้นก็ได้เซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ ได้เขียนนิยายร่วมกับนักเขียนรุ่นพี่ดังๆหลายคน ปั้นเรียนจบในปีถัดมาใช้เวลาเรียน2ปีกับ1เทอม ปั้นตั้งใจพัฒนาฝีมือในการเขียนของตัวเองไม่คิดจะหางานอื่นทำจนปั้นเก็บเงินซื้อคอนโดได้ ปั้นก็ว่าจะแยกตัวออกมาเป็นนักเขียนอิสระ เพราะว่าสิ้นปีนี้ปั้นก็จะหมดสัญญากับทางสำนักพิมพ์แล้ว ปั้นไม่คิดว่าการย้ายบ้านใหม่จะทำให้ปั้นได้เจอกับพะ..."

          "แล้วมาบอกฉันทำไม ว่างมากนักเหรอถึงได้มาทำตัวจุ้นจ้านแถวนี้ ห้ะ?"

          "ปั้นเคยจีบพี่ด้วยนะ ตอนนั้นพี่รู้ตัวป้ะ"

         "..." พี่คิมมองหน้าฉันแล้วทำท่าเหมือนอึ้งกับสิ่งที่ฉันพูด

          "ปั้นชอบพี่มากเลยนะ แต่เสียดายตอนนั้นมีเรื่องที่ทำให้ไม่ได้เจอพี่อีก แต่วะ..."

          "หุบปาก!" พี่คิดตะคอกใส่ฉันแล้วก็เดินออกไป ฉันทำอะไรผิดเนี้ย? ฉันก็หงุดหงิดเป็นเหมือนกันนะเว้ย

          ฉันเดินตามหาพี่คิมอีกรอบ แล้วก็เห็นว่าพี่คิมยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงสวนหย่อมหน้าร้าน ฉันรีบเดินเข้าไปหาแล้วก็ต้องชะงัก

         "จุ้นจ้านชะมัด มึงรีบมาไล่ข้าวปั้นกลับไปเลยนะ"

          "แล้วทำไมต้องให้คนอื่นมาไล่ปั้นด้วย" ฉันบอกแล้วว่าฉันก็หงุดหงิดเป็นเหมือนกัน

          "กูวางก่อนนะมึง"

          "เหอะ!" ฉันหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้

          "แล้วนี่มาแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์เขาเรียกว่าไม่มีมารยาทไม่รู้หรือไง"

          "ไม่ได้แอบฟังซะหน่อย ก็มายืนฟังให้เห็นอยู่นี่ไง ตอบคำถามมาสิ"

          "คำถาม?"

          "ทำไมต้องให้คนอื่นมาไล่ปั้นด้วย"

          "ก็ฉันไล่เองแล้ว แต่เธอก็ยังหน้าด้านอยู่" 

          'เธอ...ฉัน' สรรพนามที่พี่คิมใช้แทนฉันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือฉันหน้าด้านหัวใจก็ด้านด้วย แค่นี้ฉันต้องห้ามสะท้าน ฮึบไว้ ฮึบ!!

          "ต่อให้ใครมาไล่ ปั้นก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น ปั้นจะอยู่ที่ๆปั้นอยากจะอยู่ ปั้นจะไปก็ต่อเมื่อปั้นอยากจะไป เพราะฉะนั้นพี่คิมไม่มีสิทธิ์มาไล่ปั้น"

          "สิทธิเหรอ? ก็สิทธิ์ของความเป็นเจ้าของร้านไง ออกไป"

          "แต่ปั้นเป็นลูกค้า" ฉันพูดลอยหน้าลอยตา

          "ลูกค้าก็ต้องเข้าร้านตอนร้านเปิด และสั่งอาหารนั่งทานตามปกติ ไม่ใช่มาทำตัวจุ้นจ้านระรานคนอื่นแบบนี้ ออกไปซะ"

          "ไม่"

          "บอกว่าให้ออกไป Let's go!" พี่คิมจ้องฉันเหมือนกับโกรธแค้นมาแต่ชาติปางก่อน สายตาเย็นชาแบบนั้นมันไม่เหมาะกับพี่คิมเลยสักนิด ถึงฉันจะเจ็บแต่ฉันก็จะอดทน

         "ไปก็ได้วะ" คิดว่าฉันจะยอมแพ้ง่ายๆเหรอ ไม่มีทางหรอกตอนนี้ฉันไม่ใช่ข้าวปั้นหน้าบางใจบางคนเก่า แต่ฉันอัพเลเวลความหน้าด้านใจด้านมาแล้ว เราได้เห็นดีกันแน่พี่คิม จำไว้!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น