ตอนที่ 18 : ข้าวปุ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

บทที่17

ข้าวปุ้น


          "พี่ข้าวปั้น?" คนที่ฉันวิ่งชนเรียกชื่อฉันด้วยความประหลาดใจ เสียงหวานเล็กคุ้นหูนั่นทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองเจ้าของเสียง และได้แต่หวังให้ความคิดของตัวเองผิดไป

          "..." แต่ฉันก็ต้องผิดหวัง เพราะคนตรงหน้าคือเธอคนนั้นจริงๆ

          "ใช่ตัวจริงๆด้วย" ข้าวปุ้นน้องสาวต่างแม่ของฉัน เธอมาที่นี่ทำไม?

          "ข้าวปุ้น...ตอนนี้ตัวควรจะอยู่ปารีสไม่ใช่เหรอ"

          "ไอจะอยู่ปารีสได้ยังไงในเมื่อตัวอยู่ที่นี่" เธอพูดพลางยิ้มหวานส่งมาให้ฉัน ใครเห็นก็คงมองว่าน้องสาวดีใจที่ได้เจอพี่สาว แต่ฉันรู้ดี...

          "ตัวจะบอกว่าตัวอยู่ไม่ได้โดยไม่มีพี่งั้นเหรอ" เธอยังไม่คายสตรอเบอร์รี่ที่เธอคาบออกมาจากท้องแม่ทิ้งสินะ

          "ก็ตัวกับไอเรามีกันแค่สองคนแล้วนี่นา ไอตามหาตัวมาสองปีแล้วนะไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่"

          "อ้าว!! ข้าวปุ้น" เสียงพี่คิมที่มาถึงทีหลังฉันฉุดหัวใจฉันให้ดิ่งลงสู่พื้น เขาเรียกข้าวปุ้น

          "Hi!! ฮันนี่"

          "สองคนรู้จักกันงั้นเหรอ" ฉันถามด้วยความสับสน เขารู้จักกัน สนิทสนมกันถึงขั้นเรียกฮันนี่เลยงั้นเหรอ

          "แล้วปั้นรู้จักข้าวปุ้นด้วยเหรอ ข้าวปุ้นปะ..."

          "ไอเป็นรุ่นน้องที่*โนว์ฮาวเบคของฮันนี่ เราสนิทกันมากเลยนะตัว ดีใจจังที่ตัวก็รู้จักกับฮันนี่ด้วย"

          "อ๋อ งั้นเหรอ"

          "แล้ว?" พี่คิมชี้ฉันสลับกับข้าวปุ้น

          "ก็พี่สาวที่ไอตามหามาตลอดสองปีที่ผ่านมาไง"

          "เห้ย! ข้าวปุ้นเป็นน้องสาวของปั้นงั้นเหรอ" พี่คิมหันมามองฉันเหมือนต้องการให้ฉันย้ำให้ชัดอีกครั้ง

          "อื้อออ น้องสาวต่างแม่ที่เคยเล่าให้พี่ฟังนั่นแหละ"

          "ตัวพูดเรื่องไอให้ฮันนี่ฟังด้วยเหรอ พี่สาวไอพูดว่าไงบ้างเหรอฮันนี่" ข้าวปุ้นแสดงท่าทีออกมาอย่างสดใส แต่ข้างในคงร้อนเป็นไฟกลัวว่าฉันจะพูดความจริงให้พี่คิมรู้หมดแล้ว

          "ก็ไม่มีอะไรหรอก ปั้นแค่บอกว่ามีน้องสาวต่างแม่อยู่ที่ปารีสอ่ะ พี่ก็ลืมคิดไปเลยว่าน้องสาวของข้าวปั้นก็ชื่อข้าวปุ้น ส่วนพี่สาวของข้าวปุ้นก็ชื่อข้าวปั้น"

          "ก็ไม่เห็นต้องใส่ใจเลยนี่" ฉันพูดแบบขอไปที เบื่อหน้าน้องสาวแสนสตอ~เต็มแก่แล้ว

          "แล้วตัวเป็นอะไรกับฮันนี่เหรอ" ข้าวปุ้นมาเกาะแขนฉันแล้วถามเสียงใส เชื่อมั้ยว่าขนแขนฉันสแตนอัพพรึบๆๆเลยทีเดียว

          "เราเป็นฟะ..." พี่คิมเหมือนจะพูดอะไรที่ฉันไม่อยากให้ข้าวปุ้นรู้ ฉันก็เลยรีบขัดขึ้น

          "เรารู้จักกันตั้งแต่พี่กลับมาไทยช่วงแรกๆ ตอนนั้นทำงานพาทไทม์ร้านใกล้ๆกันที่ไน้ท์มาเก้ตที่นึง"

          "อ๋ออออ อย่างงี้นี่เองโลกกลมจังเลยเนอะ"

          "คงงั้น" เมื่อไหร่จะกลับไปเสียที

          "ไอมีเรื่องอยากจะคุยกับตัวเยอะแยะเลย แต่วันนี้ไอรีบมากงั้นไอขอเบอร์มือถือตัวไว้ก่อนนะ" ว่าแล้วนางก็ยื่นมือถือมาให้ฉัน ฉันก็จิ้มๆๆแล้วรีบส่งคืนให้ เธอจะได้รีบๆกลับไปเสียที

          "ไว้ไอโทรหานะตัว ฮันนี่ไอไปก่อนนะ บาย" เธอบอกลาฉันแล้วก็ไม่ลืมบอกลาพี่คิมตามด้วยจุ๊ปแก้มพี่คิมเบาๆด้วย

          ตอนนี้ฉันเริ่มตงิดๆในความสัมพันธ์ของพี่คิมกับข้าวปุ้นมาก ฉันเริ่มมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับข้าวปุ้นเพิ่มมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ไม่อยากถามพี่คิม

          "ทำไมปั้นไม่บอกข้าวปุ้นไปว่าเราเป็นแฟนกัน" อยู่ๆพี่คิมก็ถามด้วยน้ำเสียงเครียดๆ

          "ให้ข้าวปุ้นรู้ไม่ได้หรอกว่าพี่เป็นแฟนปั้น"

          "ทำไมล่ะ หรือปั้นไม่ได้คิดจะจริงจังกับพี่"

          "ไปกันใหญ่แล้ว มันไม่เกี่ยวกันเลยนะ"

          "แล้วทำไมข้าวปุ้นถึงรู้ไม่ได้ล่ะ"

          "เพราะปั้นไม่อยากให้ข้าวปุ้นแย่งพี่ไปจากปั้น"

          "ห้ะ? ตลกแล้วปั้น"

          "ข้าวปุ้นเกิดมาเพื่อแย่งทุกอย่างไปจากปั้น"

          "ปั้นคิดมากไปเองหรือเปล่า"

          "คิดมากงั้นเหรอ พี่จะไปรู้อะไรล่ะ พี่ไม่ได้มาเป็นปั้นนี่ พี่ไม่มีทางรู้หรอกว่าปั้นต้องเจอกับอะไรบ้าง" ฉันเริ่มโมโห

          "ปั้นใจเย็นๆก่อนนะ" ให้ใจเย็นเหรอ ไม่มีทางใจเย็นได้หรอกในเมื่อเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด

          "ข้าวปุ้นเกลียดปั้น แล้วปั้นก็ก็เกลียดมันเหมือนกัน"

          "พี่ว่าไม่จริงหรอกนะ ตั้งแต่พี่รู้จักข้าวปุ้นมา ข้าวปุ้นพยายามตามหาปั้นมาตลอด ข้าวปุ้นจะเกลียดปั้นได้ไง"

          "คนเราจะตามหากันเพราะความเกลียดไม่ได้หรือไง"

          "เท่าที่พี่รู้จักข้าวปุ้น ข้าวปุ้นก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลยนะ"

          "มันแย่งทุกอย่างไปจากปั้นยังเลวร้ายไม่มากพออีกเหรอ"

          "พี่ไม่รู้ว่าก่อนนั้นเคยเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสองคน แต่สองปีที่ผ่านมาข้าวปุ้นร้องไห้ทุกครั้งที่พูดถึงปั้นเลยนะ"

          "มันตอแห_"

          "ปั้น!" ดูเหมือนพี่คิมจะเริ่มเลือดขึ้นหน้าแล้วเหมือนกัน ทำไมต้องโกรธขนาดนั้น ตกลงใครเป็นแฟนเขากันแน่ ฉันหรือข้าวปุ้น

          "..." ฉันมองหน้าพี่คิมอย่างผิดหวัง

          "พี่รู้ว่าปั้นโกรธที่พ่อยกทุกๆอย่างให้ข้าวปุ้นหมด แต่มันไม่ใช่ความผิดของข้าวปุ้น" ข้าวปุ้นคงเล่าเขาหมดแล้วสินะ เรื่องที่ถูกเล่าก่อนคงน่าเชื่อกว่า

          "เหอะ!" ฉันหัวเราะในคอ ด้วยความสมเพชตัวเอง

          "ข้าวปุ้นตามหาปั้นเพื่อแบ่งทรัพย์สินของพ่อให้ปั้น"

          "ดูเหมือนพี่คิมจะรู้จักข้าวปุ้นดีจังเลยนะคะ"

          "ข้าวปุ้นเป็นห่วงพี่สาวเขามาก" ถ้าข้าวปุ้นมันจะตามหาฉันจริงๆ มันคงหาเจอไปนานแล้ว จ้างนักสืบไม่เกินสองเดือนก็คงเจอตัวฉัน

          "รู้จักข้าวปุ้นดี แต่พี่คิมกลับไม่รู้จักปั้นเลย"

          "ไม่ใช่แบบนั้นนะปั้น" ไม่ใช่แบบนั้นแต่การกระทำนี่ชัดเจนมาก

          "พี่คิมกำลังจะบอกว่าปั้นใส่ร้ายข้าวปุ้น"

          "พี่ไม่ได้คิดแบบนั้น พี่คิดว่าปั้นกำลังเข้าใจข้าวปุ้นผิด"

          "พี่คิมรู้จักข้าวปุ้นมานานแค่ไหนกัน"

          "สองปี...และพี่ก็คิดว่าพี่ดูไม่ผิดข้าวปุ้นไม่ใช่คนไม่ดีหรอก เราสนิทกันมาก"

          "แต่ปั้นรู้จักข้าวปุ้นมา19ปี ตั้งแต่เธอลืมตาดูโลกจนถึงทุกวันนี้ เธอคือคุณหนูส่วนปั้นคือคนใช้"

          "..." พี่คิมเงียบไป

          "ถ้าพี่คิดว่าพี่รู้จักข้าวปุ้นดีกว่าปั้น และสิ่งที่พี่คิมรู้มันจริงที่สุดเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก"

          "ปั้น...แต่...คือพี่..."

          "พี่คิมเป็นอะไรกับข้าวปุ้นกันแน่"

          "ข้าวปุ้นเป็นคู่..."


~ อยากมีคนรัก คนมีรักมันแบบไหน คะ...~

ที่รักของข้าวปั้น <3


          "เต้?" ฉันรีบกดรับสายเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรมา

          [กูเองเหนือเมฆไม่ใช่ไอ้เต้]

          "อ้าว ไอ้เมฆหรอกเหรอ"

          [มึงดูจะผิดหวังมากที่คนโทรคือกูไม่ใช่ไอ้เต้]

          "ก็กูคิดว่าเต้จะยอมคุยด้วยแล้วนี่หว่า"

          [ถ้ามึงอยากให้ไอ้เต้หายโกรธ มึงก็รีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย]

          "ทำไม? มีอะไรหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น"

          [มึงมาดูเองเถอะ]

          "เออ"

          ติ้ด!

          ฉันหันไปมองหน้าพี่คิมที่มองฉันอยู่ก่อนแล้วเพียงแค่ครู่เดียว แล้วฉันก็ตัดสินใจเดินออกมาโดยที่ยังเคลียปัญหากับพี่คิมไม่จบ ว่าแต่ก่อนหน้านี้พี่คิมพูดว่า 'ข้าวปุ้นเป็นคู่...' คู่อะไร คู่หมั่น? พี่คิมหมายความว่าอะไรกันแน่ ช่างมันเถอะ!


*โนว์ฮาวเบค คือ Know how bake สถาบันสอนทำเบเกอรี่และขนมอบ โนว์ฮาวเบค สำหรับผู้สนใจการทำเบเกอร์รี่และขนมอบ ทุกเพศ ทุกวัย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น