Snow White & 7 dwarfs : My Destiny ชะตาพลิกคลิกรักรุ่นพี่จอมซื่อบื้อ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 352 Views

  • 6 Comments

  • 16 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16

    Overall
    352

ตอนที่ 14 : ขอเป็นแฟนก็ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

บทที่13

ขอเป็นแฟนก็ได้


          หลายวันมานี้เป็นอะไรที่แปลกมากชีวิตฉันอยู่ในโหมดวุ่นวายชวนให้ปวดหัวได้ทุกวี่ทุกวัน ฉันต้องต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างไอ้พวกเพื่อนตัวแสบของฉัน พวกมันใช้ห้องของฉันเป็นที่สิงสถิตทั้งกลางวันและกลางคืนไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง จนฉันปี้ดแตกไล่ตะเพิดพวกมันจนกลับไปหมดเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา 

         ฉันอดทนอดกลั้นกับพวกมันมาเป็นสัปดาห ์ชีวิตฉันที่เคยสงบสุขอยู่ในโลกส่วนตัวหายไปตั้งแต่วันที่เต้ออกจากโรงพยาบาล พวกมันทั้งวุ่นวายทั้งเสียงดังจนฉันไม่เป็นอันได้ทำงานทำการอะไรเลย และตอนนี้ชีวิตฉันก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง เห้อออออ พอทุกอย่างรอบตัวเงียบลงเรื่องพี่คิมก็แว๊บเข้ามาในหัวฉันจนได้ 

          ฉันยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมามีเพื่อนๆมาคอยป่วนก็ดีเหมือนกัน เพราะมันทำให้ฉันลืมคิดเรื่องพี่คิมซะสนิทเลย แต่คิดถึงเรื่องนั้นไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรยังไงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม ฉันควรกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนก่อนหน้าที่จะเจอกับพี่คิม

~ อยากมีคนรัก คนมีรักมันแบบไหน คนอย่างฉันมันยังไม่เคยเข้าใจ บอกก็คงไม่รู้ ดีแค่ไหนก็คงไม่รู้ คงต้องหาสักคนมาเป็นเนื้อคู่~

สมองของข้าวปั้น <3

          "มีอะไรอีก" ฉันกรอกเสียงหงุดหงิดใส่คนปลายสาย 

          [ไอ้ปั้นกูมีเรื่องให้มึงช่วยว่ะ] เสียงไอ้หมอกดูร้อนใจมาก

         "เรื่อง?"

         [พรุ่งนี้วันเกิดม่านฟ้าแล้วอ่ะแต่กูยังไม่มีของขวัญให้น้องเลย] ม่านฟ้าก็คือน้องสาวของม้าหมอกกับเหนือเมฆ

          "แล้วเกี่ยวไรกับกูวะ"

          [มึงช่วยเป็นธุระให้กูหน่อยสิวะ]

          "อะไรวะของขวัญวันเกิดน้องมึง แต่จะให้กูไปหาซื้อให้เนี้ยนะ"

          [ก็ปีก่อนมึงยังเป็นคนช่วยไอ้เมฆเลือกของขวัญได้เลย แล้วตอนนั้นม่านฟ้าก็ชอบของขวัญที่ไอ้เมฆให้มากกว่าของกูด้วย]

         "มึงนี่นอกจากจะขี้โม้แล้วยังขี้อิจฉาด้วยเหรอวะ"

          [ถ้าตอนนี้กูว่างกูไม่ขอร้องมึงหรอก]

          "เดี๋ยวกูต้องดูก่อนว่ามีเพื่อนคนไหนว่างไปกับกูบ้าง"

         [ไม่มีใครว่างหรอก เพราะตอนนี้ไอ้เมฆวานเพื่อนทุกคนให้ไปช่วยกันจัดเซอร์ไพรส์ม่านฟ้าอยู่ที่บ้านกูโน่น]

          "งั้นกูคงช่วยมึงไม่ได้แล้ว มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบออกข้างนอกคนเดียว" 

          [งั้นก็แล้วแต่มึงเลย สงสัยเรื่องที่กูจะให้ลีมินโฮมาเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญงานเลี้ยงครบรอบ20ปีของเอเจนซี่ กูคงต้องคิดดูใหม่อีกที]

         "เมื่อกี๊มึงบอกว่าอะไรนะ" ถ้าลีมินโฮมาเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญงานเลี้ยงครบรอบ20ปีให้เอเจนซี่ไอ้หมอก ฉันก็ต้องทำงานร่วมกับเขาสิถูกมั้ย? ทำไมน่ะเหรอ หึๆ เมื่อเดือนก่อนไอ้หมอกมาขอให้ฉันช่วยไปเป็นคอลัมนิสต์ให้กับโปรเจ็คใหม่ของบริษัทมันน่ะสิ ซึ่งโปรเจ็คใหม่ที่ว่าไอ้หมอกจะทำร่วมกับแขกรับเชิญในงานเลี้ยงครบรอบ20ปีของเอเจนซี่ กรี๊ดดดดดดด ลีมินโฮ $///$

          [กูจะให้ลีมินโฮมาเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญงานเลี้ยงครบรอบ20ปีของเอเจนซี่แล้วมึงก็ต้องสัมภาษณ์แขกรับเชิญทุกคนของงานเลี้ยงนี้ไปเขียนคอลัมน์ด้วย] กรี้ดดดดดดดดจะเป็นลม แค่ไปซื้อของขวัญก็ไม่ได้ยากอะไรนี่นา

          "งั้นมึงโอนเงินค่าของขวัญมาเลย กูจะออกไปซื้อให้เดี๋ยวนี้"

          [แต่มันดึกแล้วนะ มึงไปคนเดียวได้แน่เหรอ]

          "ถ้ามึงคิดจะใช้กูแล้ว มึงไม่ต้องมาทำเป็นห่วงกูหรอก"

@ห้างเอสวาย 22:56 น.

         สงสัยกันใช่มั้ยล่ะว่าดึกขนาดนี้จะมีห้างที่ไหนเปิด ก็ห้างเอสวายนี่ไงล่ะเป็นห้างแรกและห้างเดียวที่เปิด24ชั่วโมง แถมยังอยู่ถัดจากคอนโดฉันมา2ตึกเองและฉันก็ใช้เวลาเดินมาถึงนี่ไม่ถึง10นาทีด้วยซ้ำ จะว่าไปการมาเดินในที่ที่คนเยอะๆแบบนี้คนเดียวมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดนะ

          "ปั้น!มาคนเดียวเหรอ" นี่มันเสียงพี่คิมแน่ๆฉันจำได้ มาทักฉันทำไม? เกลียด!!!

          "คุณรู้จักฉันด้วยเหรอคะ" ฉันหันกลับไปตอบพร้อมกับทำหน้างง

          "พี่ขอโทษ ปั้นพอจะมีเวลาคุยกับพี่หน่อยมั้ย" เหอะ!ผีออกอีกแล้วสินะ 

          "ขอโทษนะคะพอดีว่าฉันไม่คุยกับคนแปลกหน้า ขอตัวค่ะ" พูดจบฉันก็เดินออกมาโดยที่ไม่หันกลับไปมอง ฉันเดินเลือกของไปเรื่อยๆพลางก็คิดว่าคนอย่างม่านฟ้าจะอยากได้อะไรนะในเมื่อชีวิตเธอก็มีครบหมดทุกอย่างแล้ว 

          "เห้ออออ ยากจัง"

          "อะไรยากเหรอให้พี่ช่วยมั้ย" เห้ยยยย นี่ยังตามฉันมาอีกเหรอ

         "ตามมาทำไม"

         "คิดถึงปั้นไง" คิดถึงฉัน?นี่ฉันฝันอยู่เหรอ หรือว่าพี่คิมโดนอะไรกระแทกหัวมา

         "พี่คิมสมองกลับหรือไง"

         "แหน่ะ เรารู้จักกันแล้วใช่มั้ย" ยัยข้าวปั้นแกต้องไม่รู้จักเขาสิ พี่คิมยิ้มจนตาหยีเป็นสระอิ 

         ตึกตัก...

         หัวใจฉันเต้นแรงมากจนแอบกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน รอยยิ้มแบบนั้นรอยยิ้มที่ฉันหลงรัก ทำไมเขาต้องมาทำดีกับฉันด้วย เขาทำเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          "สนุกมากเหรอ? เล่นกับความรู้สึกปั้นมันสนุกมากเลยเหรอ ปั้นเป็นตัวอะไรในสายตาพี่กันแน่"

         "ปั้นใจเย็นๆนะ พี่ขอโทษ" พี่คิมพูดน้ำตาคลอ สายตาของพี่คิมทำให้ฉันเชื่อว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ 

         "ไม่มีประโยชน์หรอก พี่จำประโยคนี้ได้มั้ย" ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มเศร้าๆไปให้พี่คิม

         "พี่ขอโทษ" ในตาคู่นั้นไม่หลงเหลือความเย็นชาอยู่เลยสักนิด

         "ปั้นไม่ใช้มันกับพี่หรอกนะ" ทำไมฉันถึงเกลียดเขาไม่ลงนะ แต่เอาเถอะถึงเกลียดไปก็คงมีแต่ฉันที่เป็นทุกข์ "ไม่ต้องขอโทษเยอะก็ได้ ปั้นไม่ได้โกรธพี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"

          "หมายความว่า"

          "ก็หมายความว่าพี่ไม่ต้องรู้สึกผิดแล้วนะ เพราะเรื่องทั้งหมดคนที่ผิดคือปั้น ปั้นเองที่ทำให้ทุกอย่างมันแย่"

         "ปั้นอย่าคิดอย่างงั้นสิ พี่เองแหละที่ผิดคนเดียวและก็ผิดมาตั้งแต่แรก"

         "พี่คิมอย่าเถียง ปั้นบอกว่าปั้นผิด"

         "ไม่ใช่ พี่ต่างหากผิด"

         "ก็บอกว่าอย่าเถียงปั้นไง" ฉันลืมตัวตะโกนออกมาเสียงดังจนคนมองมาที่เรากันทั้งห้าง >///< อายจัง รีบไปจากตรงนี่ดีกว่า

         "งั้นถ้าปั้นไม่โกรธพี่แล้ว ให้พี่เดินเป็นเพื่อนนะ" พี่คิดพูดแล้วเดินตามฉันมาด้วย

          "ไม่เอาหรอกปั้นมีเพื่อนเยอะแล้วแถมเพื่อนปั้นยังหล่อกว่าพี่ตั้งเยอะ" ฉันพูดไปตามที่คิด ก็ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆใครจะคิดล่ะว่าพี่คิมจะพูดว่า

          "งั้นพี่ขอเป็นแฟนปั้นก็ได้ หวังว่าตำแหน่งนี้จะยังว่างอยู่"

          "บ้า!!! >///<" นี่พูดไปพูดมาเข้ามุขกากๆได้ไง แต่ก็แอบเขินอยู่นะ

         "ได้มั้ยล่ะ นี่พี่พูดจริงนะ" พี่คิมพูดพร้อมกับจับไหล่ฉันให้หยุดเดิน แล้วมองเข้ามาในตาของฉัน สายตาจริงจังของพี่คิมทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ทำไมเขาถึงมีอิทธิพลกับหัวใจฉันมากขนาดนี้

         'หมายความว่า ฉัน-ไม่-ได้-ชอบ-เธอ-แล้ว จำใส่สมองของเธอเอาไว้ให้ดีแล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก' 

         เสียงเเละสายตาของพี่คิมในวันนั้นวกกลับเข้ามาในหัวฉันอีกครั้ง ฉันสะบัดมือพี่คิมออกจากไหล่แล้วผลักอกพี่คิมเต็มแรงจนเขาเซไปหลายก้าว

          "ไม่ได้ชอบปั้นแล้วมาทำแบบนี้ทำไม" ฉันพูดเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้

         "ปั้น..." พี่คิมพยายามเดินเข้ามาใกล้ฉัน แต่ฉันกลับถอยหนีเพราะกลัวหัวใจตัวเองเหลือเกิน ฉันจะไม่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บอีกแล้ว เพราะงั้นเราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันอีก

         พลั่ก!!! 

         "โอ้ย!" อยู่ๆก็มีเด็กวิ่งมาชนฉัน ไอศรีมที่เด็กคนนั้นถือมาด้วยเลอะเเขนฉันเต็มไปหมด

         "ขอโทษครับพี่"

         "ไม่เป็นไรจ้ะ" ฉันยิ้มให้เด็กคนนั้นอย่างไม่ถือโทษโกรธเคือง แล้วเขาก็วิ่งออกไป

         "เป็นไงบ้างเลอะหมดแล้วเนี้ยเห็นมั้ย" พี่คิมเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดแขนที่เลอะให้อย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันยืนมองอยู่อย่างนั้น หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง บ้าจริง!ทำไมฉันต้องหวั่นไหวกับอะไรแบบนี้ด้วย

         "ขอบคุณ" พอพี่คิมเช็ดเสร็จฉันก็รีบขอบคุณแล้วเดินออกมา หวังว่าเขาคงไม่ได้ยินเสียงหัวใจฉันหรอกนะ

         "ปั้นนน รอด้วย" พี่คิมยังคงเดินตามฉันต่อ

         "พี่จะตามมาทำไมอีก"

         "ก็บอกว่าจะเดินปะ.."

         "เออๆๆตามมาเงียบละกัน" ฉันรีบขัดก่อนที่พี่คิมจะพูดอะไรเลี่ยนๆออกมาอีก เราเดินเงียบๆกันมาสักพักใหญ่ ฉันยังไม่เจอของที่คิดว่าจะเป็นของขวัญวันเกิดม่านฟ้าได้เลยสักอย่าง

         "นี่ปั้นกำลังหาอะไรอยู่เหรอ"

         "เห้ออออออ เหนื่อยแล้วนะ"

         "ให้พี่ช่วยหามั้ย บอกมาสิว่าหาอะไร"

         "ของขวัญวันเกิดน้องสาวไอ้หมอกอ่ะ ยากชะมัด"

         "ทำไมยากล่ะ ของในห้างนี่เยอะแยะเป็นของขวัญวันเกิดได้ทุกอย่างเลยนะ"

         "ของในห้างพวกนี้ม่านฟ้ามีเกือบหมดทุกอย่างแล้ว นางคงไม่ดีใจเท่าไหร่ถ้าพี่ชายซื้อของพวกนี้ให้"

          "พี่ชายซื้อให้? พี่งงมากเลยปั้นพูดอะไรอยู่เนี้ย"

         "คืองี้ไอ้หมอกมันวานปั้นให้มาซื้อของขวัญวันเกิดให้น้องสาวมันน่ะ"

         "อ้าวว เป็นพี่ชายแบบไหนกันเนี้ย"

         "ปั้นก็ว่าอยู่"

         "แล้วถ้าเป็นพวกเค้กล่ะ แบบเค้กที่มีก้อนเดียวในโลกไรงี้"

         "เค้กเหรอ?" จริงสิ!ม่านฟ้าชอบอะไรที่ไม่เหมือนใคร "แล้วเราจะไปสั่งทำที่ไหนได้บ้างล่ะ" ฉันพูดจบพี่คิมก็ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

          "นี่ใคร?"

          "ก็พี่คิมไง เลิกเล่นได้แล้ว ปั้นมีเวลาไม่มากแล้วนะ"

          "ไม่ได้เล่นซะหน่อย ก็จะบอกว่าพี่นี่ไงล่ะทำให้ได้"

         "จริงง่ะ? หน้าอย่างพี่เนี้ยนะจะทำเค้ก"

         "อ้าวๆๆแบบนี้มันดูถูกกันชัดๆ พี่เป็นถึงเจ้าของร้านกำปั้นคาเฟ่ที่เลื่องลือเรื่องเค้กสูตรเด็ดไปครึ่งค่อนประเทศเลยนะ"

         "เว่อร์ละ แล้วพี่จะทำทันเหรอ มันต้องใช้พรุ่งนี้แล้วนะ"

          "ทันสิ ไป!กลับไปทำตอนนี้เลย" พูดจบพี่คิมก็ถือวิสาสะเอามือเรียวยาวของเขามากุมมือฉันไว้ แล้วพาฉันเดินออกจากห้างเพื่อกลับไปที่ร้านของเขา มือพี่คิมทั้งนุ่มทั้งอุ่นเขากุมมือฉันไว้แน่นราวกับว่ากลัวฉันจะหายไป 

          ฉันมองไปที่มือของเราสองคน ให้ตายเถอะ!หัวใจฉันเต้นแรงอีกแล้ว ฉันตื่นเต้นจนมือเย็นไปหมด ยิ่งมือฉันเย็นมากเท่าไหร่มือพี่คิมก็ยิ่งอุ่นมากขึ้น เขากุมมือฉันไว้ไม่ปล่อยตั้งแต่ในห้างจนกระทั่งมาถึงร้าน ฉันดึงมืออกจากมือพี่คิมแล้วรีบอธิบาย

          "ปั้นอยากได้เค้กที่แปลกที่สุดในโลกนะ แค่แตกต่างคงไม่พอ"

         "มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ"

         "ใช่!ต้องขนาดนั้นเลยแหละ"

         "เจองานหินแล้วมั้ยล่ะ" พี่คิมหยิบจับอุปกรณ์ทำขนมได้คล่องมือมาก ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าเค้กในร้านพี่คิมเป็นคนทำเองทั้งหมด วันนี้ฉันนั่งมองพี่คิมทำเค้กตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ระหว่างที่พี่คิมทำเค้กพี่คิมเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาให้ฉันฟังเยอะแยะไปหมด ฉันฟังไปยิ้มไปบางครั้งก็หลุดขำออกมา 

         พี่คิมดูมีความสุขมากตอนที่ได้ทำในสิ่งที่เขาบอกว่าชอบ เมื่อก่อนฉันจินตนาการภาพพี่คิมขึ้นมาก็เยอะ แต่ไม่เคยจินตนาการภาพพี่คิมที่อยู่ในครัวแบบนี้เลย อยากตื่นเช้าขึ้นมาแล้วเห็นภาพแบบนี้ทุกวันจัง ไม่ๆๆปั้นหยุดคิดเดี๋ยวนี้ลืมไปแล้วหรือไงว่าแพ้แล้ว

04:32 น.

         เวลาห้าชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วและตอนนี้เราก็ได้เค้กที่แปลกที่สุดในโลกมาเป็นที่เรียบร้อย เอาจริงๆฉันว่าคงไม่มีใครกล้ากินเค้กก้อนนี้กันเลยทีเดียว นี่ขนาดฉันยังชอบมากๆเลยไม่อยากจะคิดว่าไอ้หมอกจะชอบมากขนาดไหน ยิ่งคนที่ได้รับเป็นของขวัญวันเกิดนะฉันอยากเห็นหน้านางตอนนั้นจริงๆ อยากเป็นม่านฟ้าเพราะเค้กก้อนนี้เลยนะเนี้ย

         "เค้กนี่คิดเงินแสนนึงยังดูน้อยไปเลยนะปั้นว่า"

         "ฮ่าๆๆมันเจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ"

         "เจ๋งไม่เจ๋งไม่รู้ แต่ที่รู้ๆเจ้าของวันเกิดต้องชอบจนกรี๊ดลั่นบ้านแน่ๆ พี่คิดค่าเค้กนี่แพงๆเลยนะ"

อยากรู้ใช่มั้ยว่าเจ๋งยังไง ถ้าได้เห็นเค้กก้อนนี้ทุกคนจะไม่รู้สึกว่ามันคือเค้ก เพราะมันเหมือนรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของสามคนพี่น้องนั่นมาก น่ารักมากๆเลย รู้สึกภูมิใจในสมองของตัวเอง ถึงไม่ได้เป็นคนทำแต่ก็เป็นถึงคนคิดเชียวนะ ถ้าคิดไม่ได้ก็ไม่ได้ทำเหมือนกัน เพราะงั้นฉันก็คือส่วนสำคัญของเค้กก้อนนี้ ถึงตอนที่คิดฉันจะไม่คิดว่ามันจะทำได้จริงๆ แต่ในที่สุดมันก็ทำได้ แถ่แด้มมมมมมม!!!!!

         "เห้ยจริงๆพี่ทำให้ฟรีเลยก็ได้นะ"

         "ห้ามฟรี คนจ่ายเงินมันรวยเราก็ต้องคิดแพงๆสิ แล้วค่อยมาหารครึ่งกันโอเคนะ"

         "ฮ่าๆๆๆเอาอย่างงั้นเลยเหรอ"

         "อื้มมม ส่วนเค้กนี่พี่มีกล่องใส่หรือเปล่า"

         "แน่นอนว่าต้องมี ร้านพี่รับทำเค้กงานแต่งงานใหญ่กว่านี้สูงกว่านี้ก็มีมาแล้ว เพราะงั้นปั้นแค่เขียนที่อยู่และเวลาที่จะให้ไปส่งไว้ แล้วเดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง"

          "ห้าววววววววววววว" ฉันหาวรอบที่ล้าน นี่ต้องคิดค่าจ้างให้คุ้มเลย ไอ้หมอกนะไอ้หมอก

         "หาวขนาดนี้พี่ว่าเรารีบกลับไปนอนดีกว่า"

         "โค-ตะ-ระง่วงเลยอยากจะบอก งั้นปั้นกลับละ" ฉันพลางเขียนที่อยู่กับเวลาตั้งไว้แล้วก็หยิบกระเป๋าเตรียมตัวกลับห้อง

         "เห้ยๆๆเดี๋ยวพี่ไปส่ง"

         "ไม่ต้องหรอกแค่นี้เอง"

         "นะๆๆให้พี่ไปส่ง อยากมีโมเม้นไปส่งแฟนที่บ้านบ้าง" หือ?

         "เดี๋ยวนะ...ใครแฟนพี่ไม่ทราบ"

         "ก็ซ้อมไว้ก่อนไง เผื่อวันนึงได้เป็น" ไอ้พี่คิมคนบ้า ฉันเขินนะเว้ย>///< "ไปๆๆ รีบกลับไปนอน" 

          พี่คิมดันหลังฉันให้เดินจนมาถึงฟุตบาทหน้าร้านที่มีทางม้าลาย ตอนนี้ก็ใกล้จะเช้าแล้วรถค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน จริงๆที่นี่รถมันก็เยอะตลอดเวลาอยู่แล้ว เรากำลังจะเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งเพราะตอนนี้ถนนว่างแล้ว อยู่ๆพี่คิมก็มาจับมือฉันและพาฉันข้ามถนน จริงๆเพื่อนฉันทุกคนก็ทำแบบนี้ตลอด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ใจเต้นแรงเพราะผู้ชายที่จับมือฉันข้ามถนนคือพี่คิม หน้าฉันตอนนี้ทั้งร้อนทั้งแดง หัวใจก็เต้นแรงจนอกเเทบระเบิด

          "ปั้นอยู่ชั้นไหนเหรอ" เสียงพี่คิมดึงสติฉันกลับมา นี่ฉันใจลอยไปถึงไหนกันถึงไม่รู้ว่าตัวเองมาถึงลิฟท์ในคอนโดแล้ว

         "สามสิบเจ็ด" แอร้ยยยยยยยยยย>///< เขินอีกแล้วว ผู้ชายมาส่งที่บ้าน

         "ปั้นเรื่องที่พี่บอกว่าไม่ด้ะ..."

         ติ้ง!!! เสียงลิฟท์เปิดออกดังขัดพี่คิม เขาจะพูดอะไรนะทำไมไม่พูดต่อ

          "เมื่อกี้พี่คิมจะพูดไรเหรอ"

          "อ้อออ พี่ลืมแล้วไว้นึกออกจะบอกแล้วกันนะ แล้วห้องเราอยู่ไหนล่ะ"

          "จริงๆพี่คิมส่งแค่นี้ก็ได้นะ"

          "มาส่งแล้วก็ต้องส่งให้ถึงห้องดิ" ฉันเดินนำพี่คิมมาถึงหน้าห้อง และจนถึงตอนนี้เราสองคนก็ยังจับมือกันอยู่

         "ปล่อยได้แล้ว" ฉันพูดในขณะที่มองไปที่มือ

         "ไม่อยากปล่อยเลย"

         "จะปล่อยไม่ปล่อย"

         "ปั้นจำได้มั้ยเราจับมือกันครั้งแรกเมื่อไหร่"

         "ก็ในห้างก่อนกลับไปที่ร้านเพื่อทำเค้ก ถามทำไม?มันไม่ใช่การจับมือที่มีความหมายลึกซึ้งซะหน่อย"

          "จำไม่ได้สินะ"

          "ก็บอกไปแล้วไง จะจำไม่ได้ยังไง พี่เพี้ยนป่าวเนี้ย" พี่คิมหน้าสลดลงแค่ครู่เดียว

         "ก็สามปีก่อนไง เราเคยจับมือกันตั้งหลายครั้ง" พี่คิดพูดพลางยิ้มจนตาเป็นสระอิอีกแล้ว ทำไมต้องน่ารักอยู่เรื่อยเลยนะ แล้วจะให้ฉันเลิกชอบพี่ได้ยังไง แล้วเรื่องจับมือเมื่อสามปีก่อนนี่ยังไงกัน ทำไมฉันถึงจำไม่ได้นะ 

         "เราเคยจับมือกันด้วยเหรอ?"

         "ว้าาา แย่จัง! อย่างงี้พี่ก็จำได้อยู่คนเดียวสินะ" ฉันพยายามคิดก็คิดไม่ออก

         "พี่มั่วป้ะ ถ้าเคยเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นปั้นก็ต้องจำได้สิ"

         "มาเดี๋ยวพี่ช่วย" อยู่ดีๆพี่คิมก็พูดแปลกๆแล้วก็จับมือทั้งสองข้างของฉันไว้ "จำได้ยัง?"

         "..."

         'พี่คิมมะพร้าวโต๊ะไหนอ่ะ'

         'มาเดี๋ยวพี่ช่วย' ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนซ้อนทับภาพตรงหน้า 

         วันนั้นพี่คิมสอดมือทั้งสองข้างมาซ้อนทับมือฉันเพื่อรับมะพร้าวไปจากฉัน สัมผัสอุ่นๆของมือพี่คิมตอนนี้มันทำให้หัวใจฉันกระตุกเบาๆและเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

         "พี่อยากให้ปั้นรู้ว่าวันนั้นพี่ตั้งใจ วันนี้ก็เหมือนกัน" พี่คิดพูดจบก็ดึงมือข้างซ้ายของฉันไปวางไว้ที่อกของเขา

          ตึกตัก... หัวใจของพี่คิดเต้นแรงราวกับจะระเบิดออกมา ตอนนี้เสียงหัวใจของเราสองคนดังแข่งกัน หน้าฉันตอนนี้ร้อนผ่าวไปทุกอณู >///<

         "..." (_ _) ฉันดึงมือตัวเองกลับมาไขว้ไว้ด้านหลังแล้วก้มหน้าไม่กล้าสบตาพี่คิม

         "พี่ไม่กวนแล้ว ปั้นไปนอนเถอะ" มือเรียวของพี่คิมวางลงบนหัวฉันเบาๆ เขาค่อยๆลูบผมฉันแล้วก็พูดว่า "ฝันดีนะ" 

          กรี้ดดดดดดดดดดด ฉันเขินจะตายอยู่แล้วววว

          "อื้มม" ฉันยืนค้างอยู่อย่างนั้น จนพี่คิมต้องหมุนไหล่ฉันให้หันไปทางประตูห้องแล้วดันฉันเบาๆ

         "รีบเข้าไปสิ" 

          ติ้ด!!!! 

          ฉันแตะคีย์การ์ดแล้วรีบพาตัวเองเข้ามาในห้อง ฉันเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาทาบหน้าตัวเองไว้ก่อนที่มันจะระเบิด คนบ้า!!!!~///~ ฉันพาร่างอ่อนแรงมาทิ้งตัวลงบนโซฟาห้องนั่งเล่น โดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีสายตาคู่หนึ่งเห็นการกระทำทุกอย่างของฉันตั้งแต่กลับเข้าห้องมา

         "ไปไหนมาเหรอปั้น" ฉันตกใจจนสะดุ้ง!เพราะไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ที่นี่ในเวลานี้นอกจากฉัน ฉันค่อยๆหันไปมองเต้ที่น่าจะนั่งอยู่ตรงนี้นานแล้วแต่ฉันไม่ทันได้สังเกต

         "..." สายตาของเต้ที่มองมาที่ฉันตอนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ 

          "ออกไปข้างนอกคนเดียวตอนกลางคืนแล้วยังกลับห้องมาเกือบเช้า โทรศัพท์มือถือก็ไม่พกติดตัว ปั้นเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ห้ะ!!!!"

          "เต้...ใจเย็นๆก่อนนะ" ฉันเดินไปนั่งลงข้างๆเต้แล้วกุมมือเต้ไว้ "ปั้นขอโทษนะที่ทำให้เต้เป็นห่วง"

         "ไปไหนมา" เต้ถามคำถามเดิมอีกครั้งด้วยเสียงที่ฉันแทบจะไม่ได้ยิน

          "..." ฉันเลือกที่จะเงียบเพราะรู้สึกผิดจนพูดไม่ออก เต้คงนั่งรอฉันอยู่ตรงนี้นานมาก ต้องอดหลับอดนอนเพราะเป็นห่วงฉัน ทำไมฉันถึงทำตัวแย่ๆอีกแล้วนะ หรือฉันจะเปลี่ยนไปจริงๆอย่างที่เต้ว่า

         "ช่างมันเถอะ...ยังไงปั้นก็กลับมาอย่างปลอดภัย งั้นเราแยกย้ายกันเข้านอนเหอะ ปั้นคงง่วงมากแล้ว เต้ก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน ฝันดีนะ" เต้พูดจบก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปเงียบๆ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเต้ทำตัวแปลกนะ แต่คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น