Snow White & 7 dwarfs : My Destiny ชะตาพลิกคลิกรักรุ่นพี่จอมซื่อบื้อ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 350 Views

  • 6 Comments

  • 16 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    350

ตอนที่ 12 : ม้าหมอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

บทที่11

ม้าหมอก


          ในที่สุดฉันก็ปั่นนิยายเรื่องใหม่ล่าสุดจนจบภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ แต่คงต้องรีไรท์อีกหลายรอบเลยทีเดียว หลายวันมานี้ฉันเก็บตัวอยู่ในห้องไม่ออกไปไหนเลย เดินเข้าเดินออกระหว่างห้องฉันกับห้องเต้อยู่อย่างนั้น ไม่ได้ไปแม้กระทั่งร้านกำปั้นคาเฟ่จนฉันต้องอดเจอพี่คิมแถมปฏิบัติการคว้าพี่คิมมาเป็นแฟนของฉันยังต้องหยุดชะงักลงอีกด้วย ทำไมถึงเป็นแบบนั้นอ่ะเหรอ

         "ไอปั้นมึงเสร็จยังวะ" นั่นไงเสียงมารหัวขนที่มาทำตัวติดฉันแจตั้งแต่วันที่เต้ได้ยินเสียงพี่คิมในโทรศัพท์

         "ไอ้หมอกมึงนี่ก็เร่งกูอยู่นั่นแหละ" ไม่ต้องสงสัยว่ามันคือใคร 

          ไอ้หมอกหรือม้าหมอกเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กของฉันเองเเหละ(แก๊งสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดที่ประกอบไปด้วย'ข้าวปั้น' สโนว์ไวท์คนสวย และคนแคระทั้งเจ็ด 'ลาเต้' 'ม้าหมอก' 'เหนือเมฆ' 'ก้ามปู' 'จาเซีย' 'ซันไชน์' 'อาชา') และสายดาร์คที่พูดมึงพูดกูนี่ฉันเป็นกับเพื่อนผู้ชายทุกคนนะยกเว้นเต้คนเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าฉันกับเต้เราพูดกันแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กๆละมั้งก็เลยติดปากจะให้เปลี่ยนมันก็กระไรอยู่

          "ก็กูหิวไส้จะขาดแล้วเนี้ย ในห้องมึงก็ไม่มีอะไรที่ใส่ปากแล้วเคี้ยวได้เลย ส่วนห้องไอ้เต้กูก็ฟาดเรียบหมดละ" 

         "ก็ใครใช้ให้มึงมาตามติดกูล่ะกลับบ้านไปเส้ งานการไม่มีทำหรือไง"

         "กูบอกมึงรอบที่ล้านแล้วว่านี่คืองานของกู จับตามองมึงค่าจ้างวันละหมื่นเลยนะเว้ย"

ที่ว่ามาจับตามองฉันแล้วได้วันละหมื่นน่ะมันพูดจริง เพื่อนๆในแก๊งจ้างมันมาเพราะอยากรู้ว่าผู้ชายคนที่เต้ได้ยินเสียงคืนนั้นคือใครและฉันมีความลับอะไร ขนาดฉันพยายามบอกเต้ไปว่ามันคือเสียงในทีวีแต่เต้ก็ไม่ยอมเชื่อทั้งๆที่ปกติเต้เชื่อฉันทุกอย่าง

          "เพื่อนชั่ว!เห็นแก่เงิน เสร็จแล้วลุกขึ้นดิวะจะไปไม่ไป"

         "เออๆๆ แล้วแขนมึงเนี้ยเมื่อไหร่จะหายเคล็ดวะ นี่มันก็หลายวันแล้วนะเว้ย" ก็แขนที่ได้แผลจากร้านกำปั้นคาเฟ่เมื่อหลายวันก่อนนั่นแหละ ฉันโกหกมันว่าล้มในห้องน้ำแล้วแขนเคล็ด

         "เรื่องของกูน่า มึงก็รีบๆเดินหน่อยได้มะไหนบอกว่าหิว" ไอ้หมอกมันเป็นคนไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ วันแรกที่มันมาแล้วเห็นสภาพแขนฉันมันถึงขั้นจะแกะผ้าพันแผลดูให้ได้เลยว่าฉันแขนเคล็ดจริงมั้ย เรื่องมันเป็นอย่างงี้

          'แขนมึงเป็นไรวะ' ทันทีที่มันเห็นแขนฉันนะ มันก็พุ่งเข้ามาดึงแขนไปดูอย่างเร็ว

          'กูล้มในห้องน้ำเมื่อเช้าแล้วเอาแขนลงมันเลยเคล็ดนิดหน่อย"

          'แขนเคล็ด? แล้วมึงเอาผ้าพันแผลมาพันทำไม เขาต้องพันด้วยผ้ายืดไม่ใช่เหรอวะ'

          'อ๋ออออ ก็ที่ห้องกูมันไม่มีผ้ายืดไง กูก้เลยเอาผ้าพันแผลมาพันแก้ขัดไปก่อน'

          'กูไม่เชื่อ ไหนแกะดูดิ้' มันเอาแขนรัดคอฉันไว้แล้วพยายามจะแกะผ้าพันแผลออก

          'แค่กๆๆๆ กู-หาย-ใจ-ไม่-ออ...ออก' มันรีบปล่อยฉันออก

          'เห้ยกูขอโทษ ลืมตัวทุกทีเลยว่ามึงมันผู้หญิงอ่อนแอ บอบบาง'

          'เออออ ท่องไว้เลยนะมึง'

          'งั้นเดี๋ยวกูออกไปซื้อผ้ายืดพันเคล็ดมาให้แล้วกัน'

          'รู้หน้าที่นี่ ดีๆๆรีบๆหน่อยนะ' เห้ออออ เกือบไปแล้ว

          ตอนนั้นฉันคิดว่าจะรอดแล้ว แต่ที่ไหนได้พอไอ้หมอกกลับมาจากซื้อผ้ายืดนะมันก็ตั้งท่าจะแกะผ้าพันแผลต่อลูกเดียวเลย

         'ถ้าจะพันผ้ายืดมึงก็ต้องแกะผ้าพันแผลออกก่อนมั้ยล่ะ'

         'กูทำเองได้น่ามึงไม่ต้องมายุ่งเลย เอาผ้ายืดมานี่'

         'มึงจะทำเองได้ไง กูทำให้มันเร็วกว่า'

         'กูบอกว่ากูจะทำเองไง'

         'ทำไมมึงต้องทำเหมือนกับว่ากูจะแก้ผ้ามึงด้วย แค่เเกะผ้าพันแผลออกแค่เนี้ย' ความต้องแตกแน่ๆ โอยยยยย อยากตายโว้ย อยากตายยยยยยย

แต่ตอนนั้นฉันก็รอดมาได้เพราะเสียงโทรศัพท์ของไอ้หมอกดันดังขึ้นมาได้เวลาพอดิบพอดี 

          ฉันอาศัยตอนที่มันออกไปคุยโทรศัพท์รีบพันผ้ายืดปิดทับผ้าพันแผลไป แต่ด้วยความที่ไอ้หมอกเป็นไอ้หมอกมันก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้น หลังจากที่มันกลับมาจากคุยโทรศัพท์มันถามหาผ้าพันแผลที่ฉันแกะออกใหญ่เลย กว่าเรื่องเเขนเคล็ดจะจบลงด้วยดี ฉันนี่แทบระเบิดห้องทิ้งกันเลยทีเดียว

@ร้านซูชิชาช่า

          "แล้วนี่มึงจะบอกกูได้ยังว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร"

          "มึงแค่รับจ้างมาจับตามองไม่ใช่เหรอ อย่าคิดมาถามกูซะให้ยากเลย ก็กูบอกพวกมึงไปแล้วว่าเสียงในทีวีอยากไม่เชื่อกูเองก็ช่วยไม่ได้"

          "กูก็อยากจะเชื่อมึงนะ แต่ไอ้เต้ที่เชื่อมึงทุกอย่างมันยังไม่เชื่อมึงเลย กูก็เลยเชื่อมึงไม่ลง"

          "กูไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าลูกชายเจ้าของเอเจซี่โฆษณาชื่อดังอย่างมึงเนี้ย ทำไมต้องมารับค่าจ้างแค่วันละหมื่นด้วย ธุรกิจพ่อมึงใกล้เจ๊งแล้วเหรอ"

          "เห้ยมึงอย่าม่าแช่งงี้นะเว้ย กูก็พูดไปงั้นแหละค่าจ้างบ้าอะไรนั่นไม่มีหรอก กูแค่มาอยู่เป็นเพื่อนคนขี้เหงาแถวนี้"

          "มึงอยากนั่งๆแล้วหงายหลังใช่ป้ะ"

          "กูล้อเล่นนน ก็พวกกูเป็นห่วงมึง คนอย่างมึงไม่ควรใช้ชีวิตคนเดียวไม่งั้นอายุจะสั้น"

          "นี่พวกมึงเห็นกูเป็นคนยังไง แต่กูก็เป็นคนอย่างนั้นจริงนั่นแหละ แหะๆ"

          "ไอ้เต้มันบอกพวกกูว่าพักหลังๆนี่มึงทำตัวแปลกๆเหมือนมีอะไรปิดบังมันอยู่ และจากการที่กูมาอยู่กับมึงเป็นเวลาเกือบๆสัปดาห์เนี่ยมันก็ทำให้กูรู้ว่าเรื่องที่ไอ้เต้พูดมัน..."

          "ไม่จริงเลยสักนิดใช่มั้ย มึงก็รู้เต้มันชอบคิดมาก"

         "ยิ่งกว่าจริงสิไม่ว่า มึงมีความลับอะไรบอกกูมา" นี่ฉันทำตัวเเปลกไปจริงๆเหรอเนี้ย ฉันก็ว่าฉันเนียนสุดๆแล้วนะ

          "ข้าวปั้น!ใช่เธอจริงๆด้วย หายหน้าหายตาไปหลายวันเลยนะ" ชิบแล้วววว พี่ต้นไผ่จะโผล่มาทำไมตอนนี้เนี้ย ฉันชำเลืองไปดูปฏิกริยาของไอ้หมอก มันนั่งเล่นมือถือเหมือนไม่ได้ใส่ใจ

          "แหะๆพี่ต้นไผ่นี่เอง พี่มาทำอะไรแถวนี้เหรอ" ฉันหัวเราะแห้งๆแล้วก็ถามเสียงอ่อย ในใจนี่ท่องนะโมพุทโธให้พี่ต้นไผ่หายตัวไปได้ยิ่งดี

          "เพื่อนมันเลี้ยงวันเกิดน่ะ แล้วนี่ที่ไม่แวะมาที่ร้านหลายวันเพราะแอบมาเที่ยวเล่นกับแฟนนี่เอง" พี่ต้นไผ่พูดพลางชี้ไปที่ไอ้หมอก เวรเอ้ยยย อยากหายตัวไปจากตรงนี้จริงๆเลย

         "ผมม้าหมอกครับ ^___^" ไอ้หมอกแนะนำตัวเองแล้วก็ไม่วายยื่นมือมาเชคแฮนด์กับพี่ต้นไผ่

         "ยินดีที่ได้รู้จักครับ พี่ชื่อต้นไผ่"

         "พี่ต้นไผ่จะกลับแล้วหรือยังคะ" ฉันอึดอัดจะตายอยู่แล้วเนี้ย

         "อ่าาาใช่พี่กำลังจะกลับแล้วล่ะ ลืมไปเลยไอ้คิมมันยืนรออยู่ นั่นไงกระแสจิตมันแรงจริงๆถึงว่าเสียวสันหลังวาบๆ" พี่ต้นไผ่พูดพลางหันไปมองที่ประตูร้าน

         "อ้าวแล้วพี่คิมทำไมไปยืนทำหน้ายักษ์อยู่ตรงนั้น"

          "อ๋อออ อาการอย่างนั้นเขาเรียกว่าหึงจนขี้ขึ้นสมองน่ะ อุ้ป!ข้าวปั้นเมื่อกี๊ไม่ได้ยินที่พี่พูดนะ งั้นพี่ขอตัวเลยดีกว่าไว้ค่อยเจอกันนะ" หึงเหรอ? พี่ต้นไผ่พูดอะไรฉันไม่เห็นเข้าใจเลย

         "ค่ะ บายยย" ฉันรับรู้ได้ถึงชะตากรรมของตัวเองในวินาทีข้างหน้าได้เลย

         "ความลับ? ความลับไม่มีในโลกมึงว่ามั้ย ฮ่าๆๆๆๆ" ฉันไม่น่าชวนมันมาร้านนี้วันนี้เลยยยยยยย T[]T "มึงก็รู้ดีใช่มั้ย ว่าทำไมเพื่อนถึงเลือกกูให้มาจับตามองมึง"

         "กูจะไปรู้ได้ไง"

         "เพราะว่ากูจะรู้ความจริงทั้งหมดได้โดยที่มึงไม่จำเป็นต้องพูดไง"

         "มึงนี่มันขี้โม้ไม่เปลี่ยนเลยว่ะ"

         "มึงกับผู้ชายที่ชื่อคิมนั่นมีซัมติงกันถูกมั้ย" เห้ยยย มันรู้จริงๆว่ะทั้งๆที่มันเห็นเหตุการณ์แค่นั้นเนี้ยนะ

         "ทำไมมะ..."

         "กูฉลาดไงจบนะ และนี่ก็คือสาเหตุที่มึงทำตัวแปลกๆยอมรับมาซะ เพราะมึงแสดงไม่เก่ง"

          "เอออออ" ไอ้หมอกหยิบมือถือขึ้นมากำลังจะกดโทรออกหาใครสักคน"เห้ยๆๆมึงทำอะไรอ่ะ หยุดก่อนหยุดๆๆๆหยุดดดดดด"

          "อะไรของมึงวะ กูก็จะโทรบอกไอ้เต้ไงมันจะได้เลิกกังวล"

          "มึงจะบ้าเหรอ ยิ่งมึงบอกเต้มันก็จะยิ่งกังวลป่าววะ มึงก็รู้นี่ว่าเต้มันเป็นคนยังไง"

         "เออว่ะ แล้วมึงจะให้กูทำไง ไม่รู้แหละยังไงกูก็ต้องโทรบอกมัน"

          "กูจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้มึงฟังตั้งแต่ต้นจนจบเลย แต่มึงต้องสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับเต้แล้วก็เพื่อนๆคนอื่น"

         "เห้ย! ไอ้ปั้นมึงเป็นเตี่ยไรของมึงวะ เราทุกคนเป็นเพื่อนกันนะเว้ยทำไมเรื่องแค่นี้มึงจะบอกให้ทุกคนรู้ไม่ได้"

         "ถ้ามึงฟังกูเล่าให้จบมึงจะรู้เอง"

         "เอองั้นก็เล่ามา" 

...วันต่อมา...

         เมื่อวานฉันเล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่เจอพี่คิมครั้งแรกจนถึงตอนนี้ให้หมอกฟังจนจบใช้เวลาเกือบ3ชั่วโมง น้ำหมดไปหลายเหยือกเลยล่ะ พอเล่าเรื่องจบไอ้หมอกก็ลุกขึ้นมาลากฉันให้ลุกตาม

         'ไปกันกูทนไม่ไหวแล้ว'

         'เดี๋ยวๆๆมึงจะไปไหน'

         'ก็ไปต่อยไอ้พี่คิมของมึงให้ฟันร่วงหมดปากไง กล้าดียังไงมาปฏิเสธรักสโนว์ไวท์น้อยของพวกกู'

         'นี่ไงเหตุผลที่กูให้เพื่อนทุกคนรู้ไม่ได้'

         'มึงเลิกชอบมันเลยนะ กูไม่ชอบขี้หน้ามัน'

         'ถ้ากูเลิกชอบได้กูทำไปแล้ว ไม่ต้องรอให้มึงมาบอกกูหรอก อีกอย่างกูก็มั่นใจว่าพี่เขารู้สึกเหมือนกูแน่ๆ'

         'มันไล่มึงขนาดนั้นมึงจะยังเอาอะไรมามั่นใจอีกวะ'

          'เถอะน่ากูขอลองอีกสักตั้ง มึงอย่าเพิ่งให้เพื่อนๆรู้เรื่องนี้เด็ดขาดจนกว่ากูจะได้คบกับพี่เขากูจะบอกทุกคนเอง'

          'แล้วถ้าไม่ได้คบล่ะ'

          'เรื่องนี้ก็จะตายไปพร้อมกูกับมึง'

          'กูถามจริงนี่มึงโง่หรือโง่วะ' 

          'ถ้ากูโง่มึงก็โง่นั่นแหละ'

หลังจากนั้นไอ้หมอกก็มาส่งฉันที่คอนโดแล้วก็เก็บสัมภาระของมันกลับบ้านไป สงสัยใช่มั้ยล่ะว่าทำไม

         "เต้บอกปั้นแล้วใช่มั้ยว่าให้ซื้ออย่างอื่นที่ไม่ใช่ขนมปังมาเก็บไว้ที่ห้องบ้าง" ก็เจ้าของห้องกลับมาแล้วนี่ไง แถมยังมาสร้างความรำคาญให้ฉันไม่แพ้ไอ้หมอกอีก

          "จะซื้อมาทำไม ยังไงปั้นก็ไปกินห้องเต้อยู่ดี"

          "แล้วถ้าเต้ไม่อยู่หลายวันแบบนี้อีกล่ะ"

          "เต้ก็ทำข้าวกล่องไว้ให้เหมือนเดิมไง ยังไงเต้ก็คงไม่ไปนานเป็นแรมปีอยู่แล้ว"

          "ไม่รู้แหละยังไงปั้นก็ต้องเผื่อไว้ ถ้าเกิดวันไหนหิวกะทันหันขึ้นมาแล้วเต้ไม่อยู่จะได้มีอะไรไว้กิน"

          "โอ้ยยยย ตั้งแต่เต้กลับมาเต้ยังบ่นปั้นไม่หยุดเลยนะไม่เหนื่อยบ้างเหรอ"

         "เหนื่อย! เหนื่อยมากด้วยแต่เต้จะบ่นจนกว่าปั้นจะเลิกดื้อ"

         "โอเคๆๆ แต่ตอนนี้ปั้นขออยู่คนเดียวเงียบๆซักวันนะ ปั้นเหนื่อย!!"

          "เอางั้นเหรอ งั้นเดี๋ยวตอนยะ..."

          "ไม่มีตอนเย็นเต้ วันนี้ปั้นอยากอยู่เงียบๆแบบไม่มีใครมากวนใจ ค่อยเจอกันพรุ่งนี้เช้าเลยแล้วกัน"

          "อื้มมม เต้ไปนะซียู" 

          ฉันทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อนหลังจากที่เต้กลับห้องตัวเองไป ให้ตายเถอะ!ฉันปวดหัวจนแทบจะระเบิด ไอ้เราก็อุตส่าห์ดีใจที่ไอ้หมอกกลับไป แต่เมื่อวานพอเต้กลับมาถึงห้องก็เอาแต่บ่นกรอกหูฉันจนเข้านอน ตื่นเช้ามายังไม่วายบ่นต่ออีกยาวยืดจนฉันทนไม่ไหวไล่ตะเพิดกลับห้องไปอย่างที่เห็น เมื่อเข้าสู่ความสงบแล้วฉันก็ของีบสักพักแล้วกัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น