ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    ღ Rival or Lover ღ :: kai x sehun ::

    ลำดับตอนที่ #9 : Rival or Lover :: 8 ::

    • อัปเดตล่าสุด 29 มี.ค. 56



                คล้อยหลังพระเอกจำเป็นที่เอาหนอนตัวน้อยๆออกให้ บรรยากาศหลังโรงเรียนชนบทก็เงียบสงบไร้สิ่งมีชีวิตใดๆขยับเขยื้อน ยกเว้นเสียแต่ว่าแมลงกับนกบนท้องฟ้า เพียงต้นหญ้าแซมสูงไหวเอนตามแรงลม โอนอ่อนก่อเสียงเบาเคล้ากลิ่นธรรมชาติ โอเซฮุนก็ยังยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายกอดอยู่อย่างเดิมไม่ขยับไปไหน อะไรบางอย่างมันบอกว่าดี มันบอกว่ารู้สึกดีจนลังเลที่จะพาตัวเองให้ออกไป


                ทว่าเสียงที่ดังตุบราวกับรัวกลองข้างในอกทำให้คนผิวขาวตัดสินใจละกายเบาๆเพื่อยื้อออกห่าง รู้สึกถึงแรงรั้งน้อยๆในตอนแรก หากแต่อีกฝ่ายก็ยอมปล่อยกายบอบบางให้เป็นอิสระ ดวงตาเรียวคู่สวยช้อนขึ้นสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ก่อนจะหลุบต่ำและเบนไปทางอื่นเสีย


                ผิวแก้มขาวขึ้นสีเรื่อน้อยๆเมื่อยังได้ยินเสียงก้อนเนื้อข้างในเต้นระรัว ด้วยเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับสังเกตได้ จะสังเกตเห็นว่าเขากำลังไม่เป็นตัวของตัวเอง


                “หน้าที่ของนายคืออะไร”  จงอินเอ่ยเรียบๆคล้ายอยากจะเตือนสติ มองคนอ่อนเดือนกว่านิ่ง  “พี่เขาให้นายมาช่วยงาน แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้”


                ม่านกลมดำที่ช้อนขึ้นมองเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งแข็งกร้าวอีกครา แววโกรธ แววน้อยใจ หรืออะไรก็ตาม ที่มันกำลังฉายชัด สะท้อนเงาของพี่ชายนอกสายเลือด ใบหน้าของคนที่ยังไงก็คอยแต่จะด่าว่าเขา


                “รู้”  สะบัดเสียงตอบห้วนๆเพื่อหลีกเลี่ยงการสนทนากับอีกฝ่ายให้มากที่สุด ขาเรียวยาวก้าวพาตัวเองแทรกผ่านอีกฝ่าย หากแต่ไม่กี่ก้าวลำแขนกลมกลึงก็ถูกรั้งให้ต้องหยุดฝีเท้าแล้วหันมาเผชิญหน้า


                “นายยังไม่ได้ตอบว่ามาทำอะไรตรงนี้”


                “แล้วทำไมจะต้องบอกด้วย?”  สลัดแขนออกจากการเกาะกุม เลิกคิ้วถามไม่เชิงว่าอยากได้คำตอบ หากแต่ต้องการจะบอกว่ามันไม่ใช่กงการหรือว่าเรื่องอะไรที่จะบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ เพราะนี่มันก็ชีวิตของเขา เขาอยากจะทำอะไรก็ไม่จำเป็นต้องรายงานใคร โดยเฉพาะคิมจงอินคนที่ไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับโอเซฮุน เพราะเขามองไม่เห็นเหตุผลที่อีกฝ่ายอยากจะรู้เลยสักนิด


                “เอาเหอะ ก็พอจะรู้อยู่ว่ามาทำอะไร”  เสียงทุ้มขึ้นจมูกนิดๆเอ่ยราบเรียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองคนอ่อนเดือนกว่าด้วยสายตาราวกับเอือมระอา ก่อนคำพูดทำร้ายจิตใจจะออกมาให้อีกฝ่ายยิ่งรู้สึกผิดหวัง  “แต่ทำอะไรก็ควรนึกถึงพ่อกับแม่บ้าง โดนปล้ำขึ้นมาแล้วจะรู้สึก”


                เซฮุนเบิกตาจ้องใบหน้าคมนิ่ง แววหวานสั่นน้อยๆอย่างบังคับไม่ได้ ปากเจ้ากรรมจึงพูดในสิ่งที่ตนเองนึกคิดออกไปด้วยอารมณ์บางอย่างมันผลักดัน


                “นั่นมันก็เรื่องของฉันอยู่แล้วนี่ นายน่าจะดีใจนะถ้ามันเป็นแบบนั้น”  ยกยิ้มที่มุมริมฝีปากน้อยๆอย่างรู้สึกสมเพช สมเพชตัวเองเหลือเกิน.. และเมื่อเห็นว่าอยู่ตรงนี้ต่อไปเขาก็จะยิ่งรู้สึกแย่ รู้สึกไม่ดี รู้สึกเจ็บไปหมดเวลาที่อีกฝ่ายกล่าวหา เซฮุนก็ไม่อยากจะอยู่ให้รกสายตาจงอิน...


                “!!!”  หากแต่ยังไม่ทันได้หมุนตัวหนีออกไปจากบริเวณที่แสนอึดอัด แขนยาวก็ถูกรั้งเอาไว้อีกครา ใบหน้าขาวเงยขึ้นสบ มองลึกเข้าไปในดวงตาคมที่จ้องกลับมาอย่างราบเรียบ


                “จะดีใจมากกว่าถ้านายทำตัวอยู่เป็นที่เป็นทาง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น”


                “ก็บอกว่ารู้แล้วไง! ...อีกอย่าง นายคงไม่ลืมนะว่าฉันเป็นผู้ชาย แล้วผู้ชายอย่างฉันก็พอจะดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้นายคอยทำทุกอย่างให้ตลอดเหมือนที่ผ่านมา ทั้งตอนที่ฉันอยู่อังกฤษหรือว่าที่นี่ก็ตาม ไม่ว่าคุณพ่อจะบังคับนายยังไง ต่อจากนี้ฉันจะรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง”


                กายผอมของน้องชายเป็นอิสระ เซฮุนรีบก้าวเท้าเดินห่างออกไป ปล่อยให้นัยน์ตาคมมองตามด้วยความรู้สึกหลากหลาย จงอินแลบลิ้นเลียริมฝีปากพลางถอนหายใจยาว มือหนาที่ถูกสลัดออกเป็นรอบที่สองยกขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหงุดหงิด


                “แม่ง”  สบถเบาๆกับตัวเองก่อนจะก้าวตามแผ่นหลังของอีกฝ่าย อยากรับผิดชอบตัวเองก็ดี ให้มันได้ตลอดก็แล้วกัน


                พอออกมาเจอกลุ่มเพื่อน คิมจงอินก็พาตัวเองเดินเข้ามาหา อดไม่ได้ที่จะส่งเท้าออกไปสะกิดขาชินฮเยที่กำลังนั่งพักกินมื้อกลางวันที่เลยเวลามาพอสมควร


                “อะไรของมึงอีกเนี่ย!


                “มึงเข้าไปทำอะไรกับมัน”


                “ทำอะไรคืออะไร กูก็บอกแล้วไงว่าแค่เอาหนอนออกให้น้อง ยังไม่ทันได้ล่วงเกินเลย”  แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่คิด โอเซฮุนน่ารักจะตายไป ใครเห็นก็เคลิ้มทั้งนั้นแหละ แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ(?)ที่มีอยู่น้อยนิด จึงไม่ทันได้ทำอะไรไม่ดี ว่าแล้วก็ยัดข้าวคำโตใส่ปากด้วยท่าทางเสียดาย


                “กูหมายถึงเข้าไปทำไม”


                “กูแค่พาน้องเขาไปเดินเล่น”  ตอบอู้อี้เพราะเคี้ยวข้าวเต็มปาก


                “หลังโรงเรียน?”


                “หญ้าขึ้นสูงดีนะ”


                คิมจงอินมองเพื่อนด้วยสายตาดุๆพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับความกวนตีนไร้ขีดจำกัด แลบลิ้นสากเลียความแห้งผากของริมฝีปากเล็กน้อยพร้อมกลอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ ความจริงคือเขาก็ไม่ควรจะสนใจ ใครจะทำอะไรก็ไม่ควรสนใจ เพื่อนมันจะทำอะไรก็ไม่ควรสนใจถ้าตราบใดที่มันยังไม่ได้ทำเรื่องให้ครอบครัวของเขาเดือนร้อน


                “อย่าซีเรียสน่าจงอิน พวกกูแค่ล้อเล่น แข่งกันทำคะแนนกับน้องขำๆ ไม่ได้จะจีบเอาจริงเอาจัง ทำหวงไปได้”


                เขาควรจะเชื่อว่าพวกมันโตพอจะแยกแยะออก และสิ่งที่เขาควรสนใจตอนนี้ก็คืองาน


                นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองไปยังศาลาริมน้ำที่ปรากฏกายผอมของโอเซฮุนนั่งนิ่ง ใบหน้าขาวหม่นน้อยๆจนคนแอบมองรู้สึกวูบไหวข้างในอก ดวงตาเรียวคู่สวยนั่นหลุบต่ำมองพื้นไม่พูดไม่จากับใคร ทั้งๆที่ลู่หานกับแพคฮยอนเองก็นั่งอยู่ด้วยกัน แถมยังคุยกันดูสนุก หันไปชวนคนอายุน้อยสุดก็ได้เพียงรอยยิ้มบางตอบบกลับมา


                และตอนนั้นเองที่ม่านกลมวาวสองคู่สบกัน ลมหายใจของจงอินสะดุดเล็กน้อย แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่ออีกฝ่ายรีบเบนหนีไปทันที


                ก็ดี.. เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน


     

    * * * * *


     

                “ไม่ได้ครับน้องเซฮุน พี่จะนอนกับแพคฮยอน”


                “แต่ว่า....”


                “ไม่ได้ก็คือไม่ได้ครับ”


                และแม้ว่าโอเซฮุนจะเงยหน้าขึ้นแล้วทอดเห็นรอยยิ้มที่ริมฝีปากได้รูปของปาร์คชานยอลซึ่งเป็นรุ่นพี่กลายๆด้วยอายุที่มากกว่าหากอยู่ชั้นปีเดียวกันก็ตาม แต่กรอบดวงตากลมโตกลับไม่ยิ้มไปด้วยนี่สิที่ทำให้คนผิวขาวต้องกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอด้วยความยากลำบาก น้ำเสียงทุ้มเข้มที่ทอดปฏิเสธเหมือนจะนุ่มนวล แต่ฟังดีๆก็พาให้ขนลุกด้วยความรู้สึกแปลกๆ


                เซฮุนที่เตรียมพร้อมย้ายห้องอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวตัวหลวมไม่กล้าจะเอ่ยขออะไรอีก ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของคนอายุมากกว่าเดินหายเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้คนน่ารักยืนคอตกอยู่ที่เดิม ผิวกายต้องอากาศเย็นๆยามค่ำคืน แขนยาวยกขึ้นโอบกอดตัวเองหลวมๆ


                พลั่ก!


                กายบอบบางเซน้อยๆเมื่อร่างผอมเพรียวถูกใครบางคนเดินมากระแทกไหล่ เงยหน้าขึ้นก็พบว่าเป็นพี่ชายนอกสายเลือดเดินตรงเข้าไปด้านในบ้านพักของเพื่อนสนิทหน้าตาเฉยโดยไม่มีแม้แต่คำพูดคำจา ปล่อยให้คนเป็นน้องขยับปากบ่นพึมพำเบาๆคนเดียวราวกับจะสาปแช่งอีกฝ่าย ใบหน้าหวานงองุ้มมองค้อนในแบบที่อีกฝ่ายไม่ทันเห็น


                ไม่นานกายสูงโปร่งก็เดินกลับออกมา ตอนนี้เองที่โอเซฮุนยิ่งรู้สึกวูบไป ดวงตาเรียวคู่สวยทอดมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้าก้มตาเดินผ่าน ทำราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอย่างนั้นแหละ


                แววหวานกลอกกลิ้งไปมาคล้ายไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ไม่รู้จะทำยังไงกับความรู้สึกบางอย่างที่ขึ้นมาจุกแน่นจนอึดอัดไปหมด ขาเรียวยาวไม่กล้าแม้แต่จะขยับกลับเข้าไปในบ้านพักชั่วคราวของตนเอง ไม่รู้สิ เขารู้สึกว่าตัวเองน่ารังเกียจจนอีกฝ่ายไม่อยากอยู่ใกล้ๆ จนอยากให้ไปไกลๆ...


                “อ้าว เซฮุนยังไม่นอนอีกเหรอ”


                “พี่ชินฮเย”  หันมองคนตัวสูงด้วยความแปลกใจ เลิกคิ้วน้อยๆ คล้ายก็สงสัยเหมือนกันกับที่อีกฝ่ายถามตน มองตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายที่ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น


                “พี่สังเกตมาสักพักและ เซฮุนกับไอจงอินดูไม่เหมือนพี่น้องเท่าไหร่ แถมมันยังไม่เคยเล่าให้ใครฟังอีกว่ามีน้องชาย แต่อย่าไปใส่ใจกับปากหมาๆของมันมากเลย บ้า เก๊กไปเรื่อย”


                “เราคนละพ่อแม่กันน่ะครับ... จงอินจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผมด้วย”


                “เร้ออออ?? ...แต่เมื่อกี้พี่เห็นแวบๆ แค่มันไม่สนใจ ใครกันน้าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลย”  ใบหน้าคมปรากฏรอยยิ้มขำ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ชอบมีเรื่องกวนประสาทชาวบ้านจะกลายเป็นคนอ่อนโยนเวลาอยู่ใกล้คนน่ารัก แต่เชื่อเถอะว่าเจ้าตัวก็ยังไม่เชื่อเลย


                และคำบอกเล่าของคนอายุมากกว่าก็ทำให้เซฮุนเบิกตาน้อยๆคล้ายไม่อยากยอมรับว่าหน้าเขาจะเป็นแบบนั้นจริงๆ คนผิวขาวส่ายหัวพรืดอย่างปฏิเสธ


                “ผมเปล่านะ”


                “ช่างเถอะ ..จริงๆพี่ก็อยากทำตัวเป็นพระเอกนะ แต่ไม่ได้เอาเสื้อคลุมออกมาเหมือนกัน เพราะงั้นก็รีบเข้าบ้านไปนอนได้แล้ว หนาวจนซีดแล้วนั่น”  คนที่เดินไปเอาของกับเพื่อนในกลุ่มว่าอย่างนั้นก่อนจะยกยิ้มส่งให้ ขนาดเขาที่ตัวใหญ่กว่าเจอลมพัดเย็นๆเข้าไปก็สะท้านจะแย่  “รีบนอนๆ พรุ่งนี้ตื่นเช้านะ ถ้าคุณหมอไม่สบายแล้วใครจะดูแลล่ะ พี่ไปนอนก่อน”


                ยิ้มบางก่อนจะพยักหน้ารับ จนกระทั่งอีกฝ่ายเดินห่างออกไป เซฮุนจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วเดินกลับเข้าไปด้านในบ้านไม้ซึ่งไม่ได้หรูหราอย่างในเมืองแต่ก็น่าอยู่ไม่น้อย


                มือขาวเลื่อนบานประตูที่เดิมทีเป็นห้องของคนลูกสาวแต่ถูกยกให้เขากับรูมเมทอีกคนชั่วคราว เมื่อเข้ามาก็เห็นรูมเมทที่ว่านอนหลับสบายหันหลังให้ไปแล้ว ดวงตาเรียวคู่สวยมองผ้าปูนอนหนาๆหนึ่งผืนกับผ้าห่มหนาๆอีกหนึ่งผืนที่แทบจะไม่เหลือไว้ให้เขาห่ม เซฮุนพ่นลมหายใจเบาก่อนจะล้มตัวลงนอนที่ว่างด้านข้าง


                ไม่ได้รู้หรอกว่าใครอีกคนลืมตาและฟังเสียงอยู่เงียบๆ


                โอเซฮุนหันหน้าเข้าหา ทอดสายตามองแผ่นหลังกว้าง แผ่นหลังของคนเป็นพี่ชายที่คลุมทับด้วยเสื้อยืดและผ้าห่ม แผ่นหลังที่เขาแอบมองทุกคืนเวลาอยู่ด้วยกัน ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นในห้วงความคิด ย้ำเตือนเหลือเกินว่าเขาเป็นคนผิด คนที่ไม่ถูกกันตั้งแต่แรกหลังพ่อกับแม่แต่งงานก็เลยยิ่งเกลียดกัน โอเซฮุนก็คิดว่าตัวเองเกลียดคิมจงอิน หากแต่ทุกอย่างที่สมองมันเรียกร้องสั่งการให้ทำกลับตรงกันข้าม


                ความจริงคือเขากำลังปกป้องตัวเอง


                ท่ามกลางความเงียบและแสงอ่อนๆที่ส่องเข้ามาจากดวงไฟทางเดินหน้าบ้าน ม่านกลมสีดำยังคงกระพริบมอง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเพลียจากการทำงานหนัก ถึงนอนหลับเสียเร็ว แย่งผ้าห่มไปหมดอีกต่างหาก แล้วแบบนี้เขาไม่ต้องนอนหนาวตลอดคืนหรือไงกัน


                มือสวยลูบท่อนแขนที่กอดตัวเองไปมาราวกับว่ามันจะช่วยบรรเทาความหนาวได้บ้าง ลิ้นเล็กแลบเลียความแห้งผากก่อนจะเพิ่งรู้สึกได้ว่าตัวเองเผลอกัดกรามเสียแน่น ลูบปลายจมูกรั้นที่เย็นนิดๆพลางกระชับแขนและขดตัวมากกว่าเดิม


                ผ่านไปสักพักเปลือกตาบางกระพริบเรื่อยและเริ่มปรือ กายบอบบางเริ่มสั่นน้อยๆยามผิวกายต้องอากาศเย็น วินาทีนั้น...


                !!!


                ดวงตาเรียวก็สว่างวาบกระพริบปริบๆมองใครอีกคนที่พลิกตัวตะแคงหันมาทางเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องนิ่งไร้อารมณ์ใดๆ เพียงกายหนาขยับเข้าหาและแขนยาวตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมร่างของโอเซฮุน พลันความอุ่นก็ครอบคลุมไปทั้งร่างกายและหัวใจ


                แววหวานสั่นระริกกลอกกลิ้งไปมาอย่างไม่เข้าใจ แต่กระนั้นก็รีบปิดลง หลับตาลงให้เร็วที่สุด เผื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นว่าหยาดน้ำไร้สีกำลังไหลลงจากหางตา ทว่ากำแพงที่สร้างเองกับมือพังทลาย กำแพงที่ไม่แข็งแรง ยามที่สัมผัสได้ถึงก้านนิ้วเรียวแตะเบาๆ เกลี่ยเบาๆ ค่อยๆปาดอย่างอ่อนโยนในแบบที่โอเซฮุนไม่เคยได้รับ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงขยับจากอีกฝ่าย เปลือกตาบางปรือเปิดก็เห็นว่าคิมจงอินหันหลังให้เขาอีกแล้ว


                เซฮุนไม่ได้ร้องไห้สะอื้น เพียงแค่จู่ๆน้ำตาก็ไหล


                ทำไมยิ่งถอยห่าง เหมือนยิ่งโดนดึงกลับไป


               

    * * * * *


     

                “คิมจงอิน ตื่นได้แล้วโว้ยยยย โหยยย เป็นประธานมึงนอนกินบ้านกินเมืองมาก”


                เสียงโวยวายด้านนอกทำให้เปลือกตาบางขยับช้าๆ ค่อยๆปรือเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกที่ทำให้ห้องทั้งห้องสว่างไปด้วย สิ่งแรกที่สัมผัสคือกลิ่นหอมประจำตัวของใครอีกคน ประสาทการรับรู้เริ่มทำงานทันทีที่พบว่าตัวเองกำลังนอนซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งที่ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเป็นของใคร ดวงตาเรียวเบิกกว้างอย่างตกใจ กลอกกลิ้งหาหนทางออกไปจากลำแขนยาวที่โอบรัดรอบเอวเอาไว้หลวมๆ


                เรียวคิ้วขมวดมุ่น ค่อยๆยกหัวออกจากแขนอีกข้างที่ไม่รู้ว่าลงมาหนุนแทนหมอนตั้งแต่เมื่อไหร่ เผลอกลั้นหายใจขณะพยุงตัวเองช้าๆ ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเขาเองก็กอดเอวอีกฝ่ายเสียแน่น ถึงว่านอนหลับสบายไม่รู้เรื่องไม่หนาวเลยทั้งคืน


                โอเซฮุนเอ๊ย!


                หลับตาปี๋เมื่อคิดว่าตนอาจจะเป็นต้นเหตุของสภาพในเช้านี้ นึกตำหนิตัวเองในใจพลางยกแขนออกจากตัวของคิมจงอินเบาๆ จับแขนยาวที่วาดกอดวางลงกับผ้าปูผืนหนา ลากตัวเองออกมาจากผ้าห่มสัมผัสอากาศเย็นสบายยามสายทันที


                ฟู่ว!~


                ผ่อนลมหายใจยาว กายผอมของโอเซฮุนนั่งห่างจากพี่ชายนอกสายเลือดที่นอนนิ่ง เบนดวงตาคู่สวยสำรวจโครงหน้าเรียวได้รูปยามหลับแล้วก็รู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้าไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆที่อุณหภูมิภายนอกก็ออกจะเย็น แต่ข้างในของเขานี่สิเหมือนจะระเบิด มือขาวยกขึ้นโบกพัดให้ตัวเองไปมาเผื่อว่ามันจะดับร้อน แต่มันช่างไร้ประโยชน์เสียจริง เมื่อยิ่งลอบมองสีเรื่อก็ยิ่งแต้มผิวแก้มขาว เสียงเต้นตุบตรงหน้าอกก็ยิ่งดังออกมาราวกับรัวกลอง


                คุณหมอจำเป็นจึงตัดสินใจลุกพรวดขึ้นแล้วก้าวเร็วๆออกจากห้องไปทันที


                ไม่ทันได้เห็นเปลือกตาของคนที่แสร้งทำเป็นหลับกำลังเปิดขึ้นช้าๆ มันทอดนิ่งไปทางประตูไม้เลื่อนที่เพิ่งจะปิดลง ใบหน้าหล่อเหลาไม่แสดงอาการใดๆ กระทั่งแขนยาวที่ถูกอีกคนจับพาดวางก็ยังไม่ขยับเคลื่อน เพียงเสียงประหลาดๆจากด้านในที่ดังเหลือเกิน เพียงก้อนเนื้อน้อยๆที่กำลังเต้นดัง มันบอกว่าคิมจงอินกำลังคิดอะไร


                เพราะอย่างน้อยตอนนี้เขาก็รับรู้ได้ถึงไออุ่นที่ซุกแน่น.. ยังตราตรึงไม่จางหาย

     







    - - -
    ฟิคมันไปตามอารมณ์เพลงจริงๆค่ะ เพลงเปลี่ยนอารมณ์เปลี่ยน =[]= เริ่มงงตัวละครและตัวเองแล้ว ฮ่าๆๆ ต่อจากนี้คิมจงอินจะเป็นยังไง? แล้วน้องเซฮุนล่ะ? ...ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันมากๆเลยนะคะ ขอบคุณทุกคนค่ะ


     

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×