เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 94 : ตอนที่ ๘๕ หิมะหลงฤดู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,010 ครั้ง
    22 เม.ย. 60

ตอนที่ ๘๕ หิมะหลงฤดู

ในตอนที่หมุนตัวก้าวเท้าเข้าจวน มีอะไรบางอย่างร่วงหล่นลงมาจากฟ้า มองเพียงแวบเดียวเห็นเป็นปุยนุ่นละเอียด พอสัมผัสก็รู้สึกถึงไอเย็น ข้าแปลกใจ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีละอองหิมะโปรยปรายลงมา หิมะในฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้น่ะหรือ? หิมะหลงฤดูรึ? อยู่ๆ ร่างของข้าก็สั่นเทิ่มหนาวอย่างฉับพลัน นี่มันอะไรกัน? ข้าพ่นลมหายใจยาวมีไอขาวๆ ออกมา ข้ายืนมองดูหิมะร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าจนไหล่สองข้างขาวโพลน

ข้าระบายยิ้มเล็กๆ พอเห็นหิมะสีขาวดูงดงามเยือกเย็นก็พลันระลึกถึงฉินอ๋องขึ้นมา ไม่รู้ว่ายามนี้กำลังเกลี้ยกล่อมให้คนขี้กลัวอย่างฉิวเฟยอินยอมช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อย ข้าหันตัวเดินต่อไป เดินได้เพียงสองก้าวหัวใจก็กระตุกวูบเมื่อเห็นใครคนหนึ่งยืนมองมานิ่งๆ ดวงหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติราบเรียบเย็นเยือกคาดเดาอารมณ์ได้ยาก ยิ่งมีละอองหิมะโปรยปรายประกอบยิ่งทำให้เย็นเยียบจับใจ แววตาเย็นชานั้นคล้ายว่ามีบางอย่างที่ผิดแผดไปจากปกติ

...มีความร้อนกำลังปะทุรุนแรงอยู่ในนั้น

นะ...น่ากลัว!

ข้าสะดุ้ง ปากไวทักไปอย่างสิ้นคิดสุดๆ

ท่านอ๋องมาได้อย่างไร?”

“.....”

ใจตกไปอยู่ที่ท้องทันทีที่ฉินอ๋องไม่ตอบกลับมา แถมยังหลุดปากเรียกเขาว่าท่านอ๋องเสียอีก โอ๊ย! ก็มันตกใจนี่น่า ตอนนี้ข้าอยากหันหลังแล้ววิ่งหนีไปจากตรงนี้นัก อากาศหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตรงหน้าที่มีคนปล่อยไอเย็นเยียบ ข้าเม้มปากกลั้นใจเดินเข้าไปหาเขา ถึงแม้น่ากลัวแต่เจ้าแมวก็ไม่ทำอันตรายอันใดกับข้าแน่กระมัง...

ทำใจกล้าหน่อยจิ้งถิง!

ปลุกใจให้ฮึกเหิมเสร็จก็ฝืนยิ้มไปให้รูปปั้นน้ำแข็งมีชีวิต พยายามคุยกับเขาอีกรอบหนึ่ง

ข้าไม่นึกว่าท่านจะย้อนกลับมา

ครั้งนี้มิได้ทำให้ใจที่อยู่ในท้องร่วงลงไปปลายเท้าแล้ว เจ้าแมวขยับตัวตอบกลับเสียงราบเรียบ

ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะย้อนกลับมาได้

ห๊ะ...?

เหมือนพูดเรื่องเดียวกันแต่ไยข้าถึงงงๆ แต่ช่างเถิด ที่สำคัญกว่านั้นเจ้าแมวพูดกับข้าแล้ว ยกภูเขาออกจากอกไปกว่าครึ่งเลยละ ข้ากำลังอ้าปากพูดต่อแต่ก็ต้องชะงัก ดวงตาสวยที่หรี่มองต่ำคล้ายมีกองไฟแผดเผา ข้ากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ขนลุกซู่ในทันที ไม่ได้คิดไปเองจริงๆ ด้วย เจ้าแมวกำลังโกรธอยู่ โกรธมากด้วย ว่าแต่เขาโกรธเรื่องอันใดล่ะ ข้ากลอกตาซ้ายขวาครุ่นคิดอย่างหนักแล้วสูดลมหายใจเสียงดังครั้งคิดบางอย่างออก

หรือว่าเมื่อครู่นี้จะ... เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นตามหน้าผาก

เจ้าแมวเห็นองค์รัชทายาทจูบข้างั้นรึ!? นี่มัน...โชคร้ายเกินไปแล้ว!

เอ่อ...คือ...เห็นงั้นรึ?”

ฉินอ๋องยกมุมปากเหมือนจะเหยียดยิ้มรับ ไอเย็นปะทะหน้าของข้าจนชาดิก ขยับกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ได้เลย มีแค่ตาเท่านั้นที่ยังกะพริบไหวได้ ยิ้มเมื่อกี้นี่มันทำเอาขนทั่วตัวของข้าลุกชันไปหมด แย่แล้ว แย่แน่ๆ แมวยิ้มยากของข้าดันมายิ้มเหี้ยมไม่พูดไม่จาแบบนี้แสดงว่า...ไม่รอด!

ฮึ่ม! เจ้ารัชทายาทบ้าบอนั่นกลั่นแกล้งข้าจริงๆ ด้วย ปัดโธ่เอ๊ย! กลับมาเมืองหลวงเมื่อไรข้าจะแก้แค้นเอาคืนให้หนักปางตายให้ได้ คอยดูเถิด!

เรื่องแก้แค้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ปัญหาหนักใจมากที่สุดคือคนตรงหน้ามากกว่า ข้ายืนอ้าปากพะงาบๆ เป็นปลาเกยตื้น บ้าจริง เวลาเช่นนี้ต้องพูดอย่างไรให้รูปปั้นน้ำแข็งหลอมละลายกลายเป็นเจ้าแมวสุดน่ารักตัวเดิมได้กัน ข้าเอาแต่กะพริบตาขบคิดติดขัดอยู่นานสองนาน จนกลายเป็นยืนใบ้อยู่ท่ามกลางพายุหิมะที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ให้ตายเถิด หนาวจนคิดอันใดมิออกแล้ว!

ฉินอ๋องผู้แปลงกายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไม่เปิดปากพูดอันใดสักคำ แต่ดวงตาที่เจือโทสะไม่ชัดเจนแต่เล่นทำให้ขนลุกขนพองไปทั้งตัวเหมือนมีคำพูดสื่อออกมาว่า จะพูดอันใดก็รีบพูดมาอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้าเย็นๆ ดูผิวเผินราบเรียบสงบนิ่งดุจขุนเขา แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าแอบกัดฟันกรอดอย่างแนบเนียน

อากาศรอบตัวหนาวเหน็บจับใจ กลับมีเหงื่อเม็ดโตๆ ไหลลงขมับของข้าไม่หยุด

ขะ...ขอ...โทษ

คิดอันใดไม่ออกกก็ขอโทษก่อนละกัน ฉินอ๋องเขม็งตาจ้องกลับมาเหมือนจะไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิม ข้าไม่อาจห้ามตนเองให้หยุดสั่นได้ ไม่รู้ว่ากลัวอันใดนักหนา แม้แต่ปากยังสั่นจนพูดอันใดมิออก บ้าจริง! จะสั่นไปถึงเมื่อไรกัน!? ตัวก็สั่น ในหัวก็ว่างเปล่าไปหมด ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรออกไปถึงจะทำให้เขาหายโกรธ

นี่มันเรื่องร้ายแรง ข้ารู้!

ปล่อยให้คนอื่นมาสัมผัสใกล้ชิดเช่นนี้เป็นใครหน้าไหนก็ต้องโมโหอยู่แล้ว หากเปลี่ยนเป็นข้ามาเห็นฉินอ๋องถูกผู้อื่นแตะต้องชิดใกล้เช่นนั้นก็ต้องโมโหหน้ามืดเป็นแน่ ไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝ่ายเป็นถึงพี่ชายต่างมารดาของเขาอีก เหตุใดข้าถึงได้โง่เง่าเช่นนี้กันนะ!? ทำยังไงดี! อธิบาย ต้องรีบอธิบาย! ยิ่งคิดก็ยิ่งลนลานจนเริ่มพูดไม่ได้

ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองค่อยๆ ก้มหน้าลง ตัวสั่นเหมือนจะล้มพับเป็นลมได้ทุกเมื่อ หัวเล็กๆ ที่บรรจุขี้เลื้อยมากกว่ามันสมองพยายามขบคิดเรียบเรียงคำพูดแก้ต่าง แต่ครั้นเงยหน้าขึ้นจะเอ่ยปาก ได้สบนัยน์ตาสีดำเข้มราวกับถ่านก็พานให้หัวว่างเปล่า มีเพียงแต่หัวใจที่เต้นรัวระส่ำไปหมด แย่มาก! แม้กระทั่งในช่วงความเป็นความตายเช่นนี้ข้ายังประหม่ากับตาสวยๆ ของฉินอ๋องอยู่อีก ฮือ! ขนาดขึงตาแข็งโกรธสุดๆ ก็ยังดูสวย

ฉินอ๋องนี่สมกับเป็นหนุ่มรูปงามจริงๆ!

ในขณะที่ข้ากำลังบ้าบอกับอาการคลั่งไคล้หลงใหลไม่ลืมหูลืมตา อยู่ๆ คนตรงหน้าก็พ่นลมหายใจออกมา

นี่ก็มืดค่ำแล้วเจ้าไปพักผ่อนเถิดเจ้าแมวโบกมือไล่ ก่อนจะถอนหายใจอยู่หลายเฮือกแล้วเดินผละจากไปอย่างรวดเร็ว แค่นั้นไม่พอยังปั้นหน้าปั้นตาประหนึ่งแบกภูเขาทั้งลูกไว้บนไหล่ ขบกรามจนนูน โมโหยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ฝีเท้าที่ก้าวออกไปก็แทบจะกลายเป็นวิ่งราวกับอยากไปให้พ้นจากที่นี่ใจจะขาด

มองแผ่นหลังที่เหยียดตรงและเหมือนมีตัวอักษรว่า โกรธตัวโตๆ ยิ่งรู้สึกผิดจนจุกอกแน่นเสียหายใจมิออก เป็นตัวข้าเองที่ทำผิด แม้องค์รัชทายาทจะทำไปเพราะกลั่นแกล้ง แต่เป็นข้าที่ยืนนิ่ง(เพราะมัวแต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก)ไม่โต้ตอบใดๆ กลับไป อีกอย่างข้าไม่ควรให้รัชทายาทลากออกไปง่ายๆ ตั้งแต่แรก ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้รู้สึกผิดจนอยากจะโขกศีรษะกับเสาสักสิบรอบ

ข้ายืนมองฉินอ๋องเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ลมหนาวพัดผ่านหอบเอาละอองหิมะมาปะทะหน้า ข้าหลับตาลงปิดกั้นภาพต่างๆ ที่กำลังมองเห็น ตั้งแต่ย้อนกลับมานี่เป็นครั้งแรกที่เขาหันหลังเดินไปจากข้าก่อน คิดทบทวนดูแล้ว ทุกครั้งจะเป็นฉินอ๋องที่พยายามเข้าใจความคิดความรู้สึกของข้า และเมื่อย้อนถึงตัวเองก็พานทำให้สับสน แล้วตัวข้าเล่าเคยพยายามเข้าใจอะไรบางหรือไม่? มิใช่แค่รอคอยให้อีกฝ่ายพยายามเข้าใจและปรับตัวฝ่ายเดียวงั้นรึ? ข้านี่ช่างเป็นคนรักไม่ได้เรื่องอะไรเช่นนี้!

อยู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องในชีวิตก่อนขึ้นมา คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยมีเรื่องทำนองนี้มากก่อน ในตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่รัชทายาทใช้คนมาบีบบังคับให้ข้าไปพบเพื่อกลั่นแกล้งข่มขู่ให้หวาดกลัว และเมื่อกลับมายังวังหย่งเฮ่าที่ฉินอ๋องยืนรออยู่ก่อนแล้ว วันนั้นเขาก็มีท่าทางเย็นชาและโกรธเกรี้ยวอย่างเย็นยะเยือกเช่นนี้ ครั้งนั้นข้าคิดไปว่าเขาโกรธเพราะเสียหน้าที่นายบำเรอไปเกี่ยวข้องกับบุรุษอื่น แม้จะมิได้มีความรู้สึกใดๆ แต่ทุกผู้ทุกคนย่อมมีความรู้สึกหวงของๆ ตัวเองเป็นธรรมดา จึงบอกปัดไปว่ารัชทายาทแค่เชิญไปจิบน้ำชาและพูดคุยเล่นในตอนที่เขาเอ่ยถาม จากนั้นฉินอ๋องก็ไม่มาหาข้าอีก ห่างเหินและเย็นชา ระหว่างนั้นรัชทายาทก็เริ่มก่อกวนข้ามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนร่ำลือไปว่าข้านั้นคบชู้ ทั้งที่... มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย

ถ้าหากว่าข้ากล้าพูดความจริงออกไป... ในยามนั้นจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมแสนเศร้านั้นได้ได้บ้างหรือไม่? คงจะพูดมิได้เต็มปากนัก เพราะในยามนั้นข้าเป็นเพียงแค่นายบำเรอตัวเล็กๆ ไม่มีความสำคัญหรือคุณค่าใดๆ แต่ว่า... ตอนนี้ ณ เวลานี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ข้ามิใช่นายบำเรอไร้ค่าในวันวานผู้นั้น ข้าคือคนรัก คู่หมั้น ว่าที่ชายาของเขาต่างหาก!

ไม่รอให้หิมะปกคลุมศีรษะไปมากกว่านี้ข้าวิ่งออกไปดึงชายเครื่องแบบทหารสีดำเอาไว้ก่อนที่เขาจะปีนขึ้นไปนั่งหลังม้า ฉินอ๋องชะงักหยุดตัว เขาเอี้ยวตัวกลับมาด้วยสีหน้าเมินเฉยเย็นชา ข้าปล่อยมือยืนเงียบไม่พูดอะไรออกไป เนิ่นนานข้าเหมือนจะได้ยินเสียงกัดฟันกรอดจากเจ้าแมว ร่างสูงสง่าขยับตัวจะปีนขึ้นหลังม้าอีกครั้ง ข้ายื่นมือไปดึงเสื้อของเขาแน่นไม่ยอมให้ขึ้นม้า ฉินอ๋องหยุดตัวหันมามองข้าอีกครั้งหนึ่งแต่ข้าก็ไม่พูดอะไรอีก เป็นเช่นนี้อยู่หลายรอบจนรูปปั้นน้ำแข็งกะเทาะเปลือกขมวดคิ้วทั้งโมโหทั้งหงุดหงิด สีหน้านิ่งเย็นเยียบของเขาแสดงอารมณ์ออกมาให้เห็น ข้าเม้มปากกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม

พวกข้ารับใช้มองพวกเราสองคนอย่างงุนงงไม่เข้าใจว่ากำลังเล่นอันใดกันอยู่ มองไม่นานพวกเขาก็หันหน้าหนีไม่สนใจใคร่รู้เรื่องของเจ้านาย ฉินอ๋องล้มเลิกจะขึ้นหลังม้าแล้วข้าถึงยิ้มออกมาจนถูกเขาขึงตาดุใส่ เจ้าแมวสะบัดหน้าพรืดเบนตัวไปยืนหันหลังแล้วกอดอก อาการเหมือนงอนปนโมโหจึง... น่ารักเป็นบ้า! ข้าคันมือยิกๆ เมื่อครู่คงเพราะตาบอดชั่วขณะเป็นแน่ถึงได้มองเห็นเป็นน่ากลัว เจ้าแมวก็คือเจ้าแมวนั่นแหละ มีอะไรน่ากลัวกัน?

ข้าถลาไปยืนชิดด้านหลังของเขาแล้วเริ่มเล่าแบบละเอียดยิบ แทบจะบอกอยู่แล้วว่าตอนก้าวเท้าออกจากห้องนั้นใช้เท้าซ้ายหรือขวา มันติดอยู่ที่ว่าข้าจำมิได้น่ะสิ ไม่เช่นนั้นก็บอกไปแล้วละ เจ้าแมวทำหน้าเย็นชาเหมือนเดิมไม่ขยับตัวใดๆ แต่ข้าสังเกตเห็นว่าร่างกายของเขาผ่อนเกร็งลงแล้ว ดีใจจัง! ข้ามีกำลังใจเล่าต่อไปไม่หยุดจนกระทั่งเล่าไปถึงคฤหาสน์ของฉิวเฟยอิน เจ้าแมวที่ยืนฟังอยู่ชะงักตัวกึกแล้วกำลังอ้าปากพูด แต่ถูกข้าชิงตัดบทเสียก่อน

“ข้ารู้ว่าท่านไปที่นั่นเพราะเหตุใด ฉิวเฟยอินจัดการได้ยาก ประเดี๋ยวข้าจะช่วยท่านกล่อมเขาให้ยอมช่วยเหลือ”

“เรื่องนั้น...”

“ข้าอยากช่วย! ถึงท่านบอกไม่ให้ยุ่งเกี่ยวก็เถิด แต่เรื่องเล็กๆ แค่นี้ให้ข้าช่วยเถิด นะ~” ข้ารู้ดีว่าเขาจะเอ่ยสิ่งใดจึงรีบโจมตีเข้าจุดสำคัญอย่างไม่อ้อมค้อม ออดอ้อนเกาะหลังของเขาพร้อมกับช้อนตาขึ้นไป เจ้าแมวอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจำนนอ้อมแอ้มรับความไป

“แล้วก็ ข้าขอโทษที่ปล่อยให้บุรุษอื่นนอกจากท่านแตะต้องตัว ข้าไม่ได้ตั้งใจปล่อยให้เขาทำเช่นนั้น ท่านอย่าได้ถือสา บางทีรัชทายาทอาจเห็นท่านยืนอยู่จึงกลั่นแกล้งผู้คนเล่นสนองจิตใจไม่ปกติของเขา” ข้าปล่อยมือจากเขาแล้วเอ่ยกลับมายังเรื่องเดิมที่ยังค้างคาอยู่ เอ่ยขอโทษด้วยสีหน้าจริงจังยิ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจขุ่นเคืองต่อว่าตัวก่อเหตุประโยคถ้วน เจ้าแมวมองข้านิ่งงัน ดวงตาครุ่นคิดบางอย่าง ข้ากะพริบตาสูดลมหายใจแล้วเอ่ยต่อ

“ต่อไปข้าจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ถ้าหากเขามากลั่นแกล้งอีกข้าจะตอบโต้กลับให้ร้องเสียงหลงหาทางกลับวังมิได้”

“นั่นคือสิ่งที่ข้าอยากให้เจ้าพูดและเข้าใจ ระวังตัวให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรัชทายาทหรือคนอื่นๆ ก็ตาม” เจ้าแมวหันตัวกลับมาทันทีที่ข้าทุบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ มือใหญ่คว้าไหล่ของข้าไว้หมับ เขาถอนหายใจออกมายาวเหยียดอย่างโล่งใจ กองไฟกองนั้นในดวงตาคล้ายจะมอดดับ เจ้าแมวพยักหน้าพูดย้ำอีกครั้งราวกับจะเตือนให้ข้าจดจำขึ้นใจ ข้าพยักหน้ารับอย่างมุ่งมั่น

ข้าเข้าใจแล้วละ! ตัวข้านั้นค่อนข้างหละหลวมไม่ระมัดระวังตัวเองเสมอเลย ไม่แปลกที่จะถูกอีกฝ่ายโจมตีหรือแกล้งเอาง่ายๆ เช่นนี้ ถ้าเกิดข้าระวังตัวมากกว่านี้คงไม่มีเรื่องเกิดขึ้น เห็นฉินอ๋องไม่โมโหจนกลายร่างเป็นภูเขาน้ำแข็งแล้วข้าก็โล่งอกจนถอนหายใจออกมาเสียงดัง ฉีกยิ้มกว้างขวางจนคนเห็นมันเขี้ยวเอื้อมมือมาบีบปลายจมูกของข้า ฉินอ๋องทำหน้าขรึมเอ่ยคำเตือนอีกประโยคอย่างไม่วางใจ

“โดยเฉพาะรัชทายาท เจ้าต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เขาน่ะหลงรักเจ้าอยู่ด้วย”

“หา? ฮ่าฮ่าฮ่า!” ข้ายกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะพ่นลมหายใจหัวเราะขบขันออกมาเสียงดัง เจ้าแมวหรี่ตามองาอย่างดุดัน ข้าก็กระแอมไอเอ่ยปฏิเสธทั้งส่ายหน้าไปมา “พูดอะไรกันน่ะ เป็นไปมิได้หรอก! ไยถึงได้คิดเช่นนั้นไปได้” พูดจบก็ถอนหายใจมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ

ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนนั้นข้ายืนยันว่ารัชทายาทวิปริตผู้นั้นไม่มีทางหลงรักข้าอย่างแน่นอน อาจพูดจริงๆ เขาอาจจะสนใจข้าเท่านั้นเอง ไม่ถึงกลับจะชอบหรือรัก เพราะทุกครั้งที่เรียกไปหาเขาไม่เคยแตะต้องข้าแม้แต่ปลายนิ้ว เพียงแค่ข่มขู่ให้หวาดกลัวบ้าง กลั่นแกล้งให้อับอายบ้าง แสดงพฤติกรรมวิปริตโอ้อวดให้ข้ารังเกียจ นั่นเป็นเพียงการกระทำที่ถูกคนรอบข้างยุยง ในตอนนั้นรัชทายาทเองก็เหมือนภูเขาไฟที่จวนเจียนจะระเบิด ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นอันใดแต่อาจจะเกี่ยวข้องกับพระมารดา ตงฮองเฮาก็เป็นไปได้ ครั้งนี้ข้าหวังจากใจจริงว่าตงฮองเฮาจะช่วยขัดเกลาจิตใจพระโอรสให้กลับมาเป็นปกติได้

“เอาเถิด อย่างไรก็ระวังตัวไว้แล้วกัน”

“ขอรับท่านอ๋อง!” ข้ายกมือทำตะเบ๊ะรับคำสั่งแข็งขัน เจ้าแมวมองมาอย่างอ่อนใจ เขากล่าวอำลาอีกรอบ ไม่วายชี้นิ้วสั่งให้ข้ารีบกลับห้องหลังจากปัดเอาหิมะที่ร่วงมาคลุมศีรษะ แต่ข้ายังไม่ไปไหนเดินตามเขาที่เดินไปยังม้า ฉินอ๋องจับเจ้าแมวสีขาวปลอดทั้งตัวก่อนจะหันมามองข้าด้วยแววตาระแวง ข้ายิ้มน้อยๆ ออกมากล่าวดักไปก่อน

“ข้าไม่ดึงท่านหรอกน่า”

ฉินอ๋องไล่ข้าอีกรอบแล้วเขาก็ยึดตัวม้าจะยกขาตวัดขึ้นนั่งหลังม้า ข้ายื่นมือไปดึงรั้งเขาลงมา ฉินอ๋องหันขวับมามองข้าด้วยสายตาเย็นเยียบแกมดุคล้ายข้าเป็นเด็กซุกซนผู้หนึ่ง ข้าเพียงยิ้มรับก่อนจะกวักมือให้เขาขยับตัวมาใกล้ๆ เจ้าแมวยกคิ้วเล็กน้อย แปลกใจแต่ก็ยอมขยับตัวมาใกล้ ข้ากระดิกนิ้วให้เขาก้มตัวลงมาหา อีกฝ่ายมองตาข้าพยายามจ้องค้นหาพิรุธบางอย่างแต่ข้ากลับยิ้มไม่บอกอารมณ์เร่งให้เขาก้มลง พอเจ้าแมวเข้ามาใกล้ระยะที่ต้องการข้าก็ยกมุมปาก เขย่งตัวจูบเขาเร็วๆ หนึ่งรอบแล้วเอ่ยกลั้นหัวเราะ

“นี่ต่างหากถึงเรียกว่าจงใจทำ”

ฉินอ๋องนิ่งอยู่ท่าเดิม กลอกนัยน์ตามามองข้าด้วยแววตาเข้ม ริมฝีปากได้รูปพึมพำเบาๆ “เข้าใจลวนลาม แต่แค่นี้เองน่ะรึ?” ก่อนที่ข้าจะทันได้เข้าใจว่าเขาหมายถึงสิ่งใด ฝ่ามือหยาบกร้านก็ยื่นมากุมประคองแก้ม ดวงหน้าหล่อเหลางดงามหาใดเปรียบก็โฉบเข้ามาใกล้เพื่อประทับเรียวปาก เจ้าแมวจูบข้าเหมือนจะอยากชะล้างทำความสะอาด กวาดเรียบทุกส่วนลบร่องรอยของรัชทายาทไปหมดจด เลียทิ้งท้ายจนพอใจก็ทำการจากลาอีกครั้ง

รอบนี้ไปจริงๆ ลับร่างของฉินอ๋องข้าก็เดินหันหลังกลับเรือนหงเหมยไปอย่างปลอดโปร่ง เมื่อไปถึงข้าก็ถูกชิงลู่และจื่อลู่ที่เดินวนเป็นห่วงจนหน้าดำคล้ำเครียดพุ่งมาหาจนจะเอาศีรษะชนท้อง เล่าให้ทั้งสองคลายความกังวลแล้วจึงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนพักผ่อน ระหว่างนั้นกำลังเข้านอนจื่อลู่ก็อุทานเสียงเบาคิดบางอย่างได้ เขาก้มตัวรีบวิ่งทักๆ ออกไปจากห้องแล้วกลับมาพร้อมกับเทียบเชิญที่ผูกด้วยเชือดสีทองอร่าม

“ส่งมาถึงตอนที่นายน้อยออกไปจากจวนพอดีขอรับ”

ข้าเลิกคิ้วยื่นมือไปรับมาอ่าน สีทองเช่นนี้เป็นของฮ่องเต้มิใช่หรือ?

“งานเลี้ยงฉลองหมั้นหมายของข้ากับฉินอ๋องเนี่ยนะ!?

-----

ข้านั่งมองคนรับใช้กวาดหิมะที่ปกคลุมพื้นจนขาวโพลน แปลกจริงเชียว ข้าไม่เคยเห็นหิมะหลงฤดูตกยาวนานเช่นนี้เลย อันที่จริงก็ไม่เคยเห็นหิมะหลงฤดูสักครั้ง พอหิมะตกลงมาเช่นนี้กิจวัตรบางอย่างจึงติดขัด ไม่ว่าจะเป็นกิจการค้าขายหรือแม้กระทั่งชาวไร่ชาวนาก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

ไม่รู้ว่ายามนี้พืชพรรณจะเป็นเช่นไรแล้ว พืชผักนาข้าวที่เพิ่งจะผลิต้นกลับถูกพายุหิมะทับถม บอกได้ยากว่าจะรอดหรือไม่ ส่งผลต่อผลผลิตในปีนี้ให้ลดลงเป็นแน่ หิมะตกคราวนี้เป็นเรื่องใหญ่จริงๆ ท่านพ่อเร่งเข้าวังหลวงข้าคาดว่าต้องเป็นเรื่องนี้แน่ แม้กระทั่งฉินอ๋องยังแวะมาหาข้าเพียงแวบเดียวก่อนจะเร่งไปช่วยเหลือชาวบ้านด้วยแววตาเจือความรู้สึกผิดที่ข้าไม่เข้าใจ

ในยามเช้าอากาศหนาวเล็กน้อยแต่เมื่อเลยผ่านคล้อยบ่ายกลับไม่หนาวเย็นแล้ว หิมะถูกกวาดและเริ่มละลาย ข้าที่เอนตัวอ่านตำราเล่นๆ ก็ลุกยืดเส้นยืดสาย เดินออกไปนอกเรือนสูดอากาศข้างนอกบ้าง ข้าเดินครุ่นคิดวิธีจัดการกับฉิวเฟยอิน ครั้งนี้จะใช้สิ่งใดหลอกล่อให้อีกฝ่ายยอมตกลงรับปากช่วยเหลือดี ครั้งนั้นข้าเป็นคนยื่นข้อเสนอดีๆ ให้ถึงทำให้เขามีเงินทองจนซื้อคฤหาสน์กลายเป็นเศรษฐีหย่อมๆ ไม่ต้องเอาอกเอาใจแขกเป็นชายคณิกาอีก ตอนนี้เขามีเงินทองให้ใช้สอยแล้วยังจะเหลือสิ่งใดที่เขาต้องการอีกเล่า?

สตรี? ครอบครัว? บุรุษ? คนรัก?

เอ... ข้าเองก็รู้จักบุรุษดีๆ ที่ยังโสดอยู่หลายคนมิใช่รึ? อย่างเช่นคนแซ่เฉินอย่างไรเล่า ข้าอุตส่าห์โฉมงามให้คนหนึ่งเช่นนี้คนแซ่เฉินจะต้องหลั่งน้ำตาขอบคุณข้าสักสามรอบเป็นแน่! หึๆ แผนชายงามใช่ว่าจะมิได้ผลเสมอไป อย่างไรเสียต้องพิสูจน์ดูเสียก่อนค่อยว่ากันอีกที

ข้าหยุดเท้าที่เดินไปเรื่อยเปื่อย กำลังหมุนตัวกลับเพื่อเตรียมตัวไปข้างนอก แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นชายชุดสีขาวแสงจันทร์นวลอันเป็นเอกลักษณ์ก็ต้องหันตัวไปมองด้วยความแปลกใจ เมื่อคืนนี้หิมะหนักท่านทวดเยว่ไฉหลางก็ยังนอนอยู่บนต้นไม้ต้นนั้นอย่างนั้นรึ!? มิถูกหิมะทับถมจนเป็นไข้ไปแล้วหรืออย่างไร? ข้าออกจะร้อนใจอยู่วูบหนึ่งเร่งฝีเท้าเดินไปยังต้นไม้เจ้าปัญหาต้นนั้นแล้วเบิกตากว้าง ตกใจจนอ้าปากเหวอ

มิใช่เห็นศพนอนแข็งตายแต่อย่างใด!

ท่านทวดเยว่ไฉหลางนอนเอกเขนกอย่างสุขสำราญเลยต่างหาก ในมือขวาถือตำราเล่มไม่หนานัก มือซ้ายหยิบขนมหน้าตาคุ้นๆ ว่าเป็นขนมที่ข้าทำเมื่อเช้านี้ส่งเข้าปากเคี้ยวเนิบนาบ นอกจากจะมานอนต้นไม้บ้านผู้อื่นแล้ว ยังแอบลักขโมยขนมมากินหน้าตาเฉยอีก ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือท่านทวดอยู่ในอาณาเขตทรงกลมที่มีรัศมีสีทอง ดูคล้ายกับอาณาเขตเยว่ตี้ของข้าแต่ของข้านั้นเป็นสีขาวขุ่นเหมือนสีเทา ข้ารู้ว่าท่านทวดมีพลังวิเศษคือพลังเยว่ตี้ แต่ที่ข้าตกใจก็คือมันเป็นทรงกลม มิใช่ทรงสี่เหลี่ยม! สร้างอาณาเขตแบบทรงกลมก็ได้หรือ!?

ข้ายกมือแตะอาณาเขตสีทองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตาเมินเฉยไร้อารมณ์ชำเลืองมองมาที่ข้าแต่มิได้กล่าวอันใด ตัวของข้าวุบเข้าไปในอาณาเขตเหมือนถูกดูดเข้ามา ในอาณาเขตนี้อย่าว่าแต่หิมะเลย ขนาดไรฝุ่นยังเล็ดลอดเข้ามามิได้ หนำซ้ำอากาศข้างในอบอุ่นชวนนอนยิ่ง และยังมีเสียงดนตรีดังขับกล่อมให้เพลินอุราอีกด้วย นอกจากจะมิได้นอนหนาวแล้วท่านทวดยังสุนทรีย์นอนอ่านตำราพลางฟังเพลงบรรเลงคลอ ข้าห่วงผิดคนจริงๆ!

“ขออภัยที่เข้ามารบกวนขอรับ ข้าเป็นห่วงท่านทวด เกรงว่าจะถูกหิมะทับจนหนาวเหน็บ เฮ้อ หิมะก็ช่างมาตกผิดกาลผิดฤดูจริงๆ” ข้าโค้งคำนับเอ่ยขออภัยอย่างสุภาพนอบน้อม ท่านทวดโบกมือคล้ายไม่ใส่ใจ ก่อนจะพึมพำเสียงราบเรียบออกมาเรื่อยเปื่อยเหมือนกำลังบ่น

“เดิมทีเป็นเพียงถงเซียน(เซียนชั้นทองแดง)ยังมิเป็นปัญหานัก แต่ยามนี้เลื่อนขั้นเป็นเถี่ยเซียน(เซียนชั้นเหล็ก)อารมณ์ความรู้สึกจึงส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมจนกลายเป็นเภทภัย เพราะเหตุนี้จึงไม่ควรรั้งอยู่แผ่นดินข้างล่างนี้ เตือนมันด้วย ให้ควบคุมอารมณ์มากกว่านี้ มิเช่นนั้นข้าจะไม่ยินยอมให้มันอยู่ที่นี่”

ถงเซียน? เถี่ยเซียน? พูดถึงอันใดอยู่?

“เอ่อ... ท่านทวดหมายถึงผู้ใดหรือขอรับ?”

ท่านทวดเยว่ไฉหลางหลุบตามองตำราในมืออยู่เนิ่นนาน ข้าเมื่อยจะกลั้นหายใจแล้วเขาค่อยหันมาตอบ

“ไยไม่ไปถามเอากับคู่หมั้นเจ้าเล่า?”

ฉินอ๋องน่ะหรือ?

“หากไปเตือนมันเรื่องนี้แล้วก็อย่าลืมเตือนมันเรื่องเงื่อนไขที่ข้าถามไว้ด้วย ให้มันเร่งตัดสินใจมิเช่นนั้นข้าจะฉุดไปโดยไม่บอกกล่าว”

ฉุดไปไม่บอกกล่าว!?

ข้าผงะตกใจ นี่ท่านทวดต้องการจะฉุดฉินอ๋องอย่างนั้นรึ!? ถึงเจ้าแมวจะรูปงามจริงแต่ถึงขนาดทำให้ท่านทวดต้องการฉุดนี่ทำให้ข้าปวดศีรษะขึ้นมาทันที พูดในแง่ไหนข้าก็สู้ท่านทวดมิได้เลยสักนิด ราวกับเอาไม้จิ้มฟันไปงัดท่อนซุง หากท่านทวดต้องการฉุดเจ้าแมวจริงๆ ข้าจะเข้าไปขัดขวางได้อย่างไร อ่า ท่านทวดแย่งคู่หมั้นของเหลนเช่นนี้มันการกระทำที่ไร้คุณธรรมจรรยาอย่างยิ่งนะขอรับ ขอประท้วง!

“ท่านทวดจะฉุดฉินอ๋องไปมิได้นะขอรับ!

“ข้าจะไปฉุดมันมาทำไม?” ท่านทวดกลอกตามองข้าอย่างไร้อารมณ์ ข้าที่กำลังอารมณ์พลุ่งพล่านเหมือนถูกอีกฝ่ายสะบัดฝ่ามือตบจนหน้าชา เอ๋? ก็ไหนบอกว่าหากไม่เร่งตัดสินใจจะฉุดอย่างไรเล่า เห็นข้าทำหน้ามึนงงเป็นเครื่องหมายคำถามบนหน้าท่านทวดก็ยกมือชี้นิ้วมายังข้า

“หมายถึงตัวเจ้า”

“ข้า?” แตะอกแล้วบีบเสียงโทนสูงแหลมปรี๊ดจนเสียดแทงหู ดวงตาเบิกโพลง ท่านทวดยกนิ้วอุดรูหูแล้วพยักหน้าเอ่ยต่อด้วยสีหน้าเมินเฉยไร้อารมณ์ร่วม

“ใช่ ผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งประมุขตระกูลเยว่ต่อจากข้า”

!!!

 

 

 

 

 

 



อ๋องแมว - โกรธแล้วนะ! (หน้าโกรธจริงๆ นะ)

*-* (ถิงถิงตาตาวิบวับ หนุ่มรูปงามๆ)


อ๋องแมว – เอาเถิด เฮ้อ~//ถอนหายอ่อนอกอ่อนใจ


กราบขอประทานโทษทุกท่านเจ้าค่ะ ข้าน้อยเพียงแอบอู้อ่านนิยายที่ซุ่มซื้อมา

เทศกาลงานหนังสือมีนิยายใหม่หลั่งไหลเข้ามามากมาย ขออภัยจริงๆ

แต่พอสะสางหนังสือเสร็จไปก็ดันไม่สบายอีก (อ่านห่ามรุ่งห่ามค่ำกันเลยทีเดียว)

ตอนนี้จึงนำอ๋องแมวและท่านทวดมาแก้ต่างให้ หวังว่าทุกท่านจะขออภัยข้าน้อย(ทาสแมวตาดำๆ)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.01K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25520 sunflowerrrr (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 มีนาคม 2564 / 02:50
    ท่านอ๋องสร้างปัญหาแล้ววววว55555555
    #25,520
    0
  2. #25482 LALA0896322569 (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:02
    มีเป็นหนังสือรึเปล่า?

    ทยอยออกมาก้อได้น้าาาาา
    #25,482
    0
  3. #25449 Maylyunho (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:53
    ท่านอ๋องเป็นเซียนนนน
    #25,449
    0
  4. #24791 Bellaballaa (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 03:18
    บ้างครั้งก็รู้สึกว่า รำคาญน้องเหมือนกันนะ... เหนื่อยใจ
    #24,791
    0
  5. #24513 xrxrose (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 19:22
    ไม่ธรรมดา อ้ะๆ ไม่ธรรมดา 5555
    #24,513
    0
  6. #24486 Fueled me (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 08:50
    พระเอกแค่ย้อนกลับมา พลังเลยอยู่ที่ขั้นเจ็ดแล้วก็ใช้เวลาฝึกจนถึงขั้นบรรลุเซียน เทพเกิ้นนนน
    #24,486
    0
  7. #24012 munkrishear (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 15:51
    เนี่ย ฉินอ๋องย้อนกลับมาจริงๆนั่นแหละ คำที่ว่าข้าก้ไม่คิดว่าจะย้อนกลับมาได้เนี่ย ชัดๆๆ
    #24,012
    0
  8. #23940 natchapatsorn (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 20:55
    ฉินอ๋องเลยขั้นสิบไปแล้ว!!!
    #23,940
    0
  9. #23549 AkaKawa (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 11:30
    ถ้าให้น้องเป็นผู้นำตระกูลกลัวว่ามันจะไปไม่ลอดนะสิ
    #23,549
    2
    • #23549-1 AkaKawa(จากตอนที่ 94)
      30 ตุลาคม 2562 / 11:30
      รอดเถอะ
      #23549-1
    • #23549-2 PaPa9(จากตอนที่ 94)
      3 พฤศจิกายน 2562 / 19:26
      นั่นสิกลัวจะไปไม่รอด
      #23549-2
  10. #23364 Honery (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 08:07
    รู้เลยทำไมทวดจะฉุดหลาน ก็ดูท่านตาสิ 😂
    #23,364
    0
  11. #22220 Xialyu (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:29
    โอ้!!!!! ท่านอ๋องเป็นเซียน
    #22,220
    1
    • #22220-1 PaPa9(จากตอนที่ 94)
      3 พฤศจิกายน 2562 / 19:26
      จริงดิ เอ๊ะเดี๋ยวนะ
      #22220-1
  12. #22034 lills (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 10:49
    อ๋องแมวเป็นเซียนอ่อ
    #22,034
    0
  13. #21311 pcy921 (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 14:37
    ไหนใครทำพายุหิมะคะ ตี!
    #21,311
    0
  14. #20955 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 14:20
    จะโดนฉุดกลับบ้านแล้ว
    #20,955
    0
  15. #20795 LBeau (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 16:45
    ตอนแรกพลังจิ้งถิงก็เป็นสีทองไม่ใช่หรอทำไมตอนนี้กลายเป็นสีขาวขุ่น คนแต่งสับสนหรอ
    #20,795
    0
  16. #20041 Jibbam_2b (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 11:21
    โหยยย น่ารักกกกก
    #20,041
    0
  17. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:41
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #20,029
    0
  18. #19977 malodybb (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 17:24
    ห๊ะ ฉินอ๋องถึงขั้นเซียนแล้วหรอ 0o0
    #19,977
    0
  19. #19931 PuiPui--r (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 08:49
    เพราะถิงถิงชิงด่าตัวเองก่อนว่าหัวขี้เลื่อยเราเลยจะไม่ด่าซ้ำ 555
    #19,931
    0
  20. #19203 กระรอกoneday (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 16:24
    นั้นประไร
    อ๋องแมว ท่านต้องใจเย็นก่อนนน 555555
    #19,203
    0
  21. #18908 tungminpe (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 14:15
    ถึงกับพายุหิมะถล่มกันเลยทีเดียว 5555
    #18,908
    0
  22. #18448 ZakittaA (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 21:49
    โมโหจนอากาศแปรปรวน 5555555555555555 ตอนนี้อ๋องแมวขั้นไหนแล้วอ่ะ เซียนแล้วหรอ เซียนคือขั้นไหนง่ะ สิบหรอ ลืมหมดแหล่วว
    #18,448
    0
  23. #18269 NarinmeFukawa (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 06:13
    หิมะที่ตกๆมาเนี่ย...ฉินอ๋องชะ?
    #18,269
    0
  24. #18223 M.D. MayDay (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 02:13
    ฉินอ๋องเป็นเซียนแล้วหรอ!!? ไม่น่าหล่ะตอนที่เจอกับท่านตาเลยทำแบบนั้นได้สินะ ส่วนถิงถิฃต้องไปเป็นประมุขคนต่อไปหรอเนี่ย ดูจะวุ่นวาย 5555
    #18,223
    0
  25. #18015 Evil Balloon (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 08:47
    คิดถึงมากกกๆ~
    #18,015
    0