เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 93 : ตอนพิเศษ ณ วังตงกง (๓)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 812 ครั้ง
    9 เม.ย. 60

ตอนพิเศษ ณ วังตงกง (๓)

พวกมันจะชิงลงมือสังหารคุณหนูหยางหงรูอะไรนั่นในยามโหย่ว (๑๗-๑๙น.) เพื่อที่จะล่อเขาให้ไปติดกับยามที่แอบย่องเข้าไปในตระกูลหยางยามซวี (๑๙-๒๑น.) ที่เขาหลอกพวกมันเอาไว้ เหอะ แผนตื้นๆ ที่พวกมันคิดว่าเขาจะโง่ไม่เอะใจใดๆ ก็แค่โผล่หน้าไประหว่างที่พวกมันกำลังลงมือแล้วสวมรอยช่วยเหลือคุณหนูใจง่ายเอาไว้ สุดท้ายก็แต่งเรื่องเสแสร้งตอแหลไปนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้เขาหลุดพ้นจากสถานะผู้ต้องสงสัยในคดี แม้จะพ่วงภาระมาด้วยหนึ่งก็ตามที เอาเถิด วังตงกงเพิ่มคนอีกแค่หนึ่งก็มิได้ทำให้เขาจนลงเสียหน่อย

องค์รัชทายาทนั่งปั้นหน้าเคร่งขรึมมองเหตุการณ์วุ่นวายในจวนตระกูลหยางด้วยใจละเหี่ย เบื่อที่ต้องมารับข้อต่อรองเป็นวรรคเป็นเว้นของท่านอำมาตย์หยางผู้เฒ่า ภายนอกวางตัวหยิ่งในศักดิ์ศรีแต่ในใจแทบจะเอาหลานสาวใส่พานถวายแก่เขา เหตุใดเขาจะรู้ไม่ทันความคิดขุนนางเฒ่าผู้นี้เล่า ด้านหนึ่งเป็นญาติของฉินอ๋องที่มีโอกาสสูงในบัลลังก์ซึ่งตอนนี้คล้ายจะหมดสิทธิ์ อีกด้านก็ได้เกี่ยวดองกับเขาที่เป็นรัชทายาทผู้มีสิทธิ์ในการสืบทอดบัลลังก์ ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นเขาหรือฉินอ๋องขึ้นครองราชย์ตระกูลหยางก็รอดพ้นกลิ่นคาวเลือดไปได้อย่างไรล่ะ

หึ น่าขันยิ่งนัก

อำมาตย์หยางช่างมั่นใจในตัวเองและหลานสาวคนโปรดเกินไป หากเข้าวังตงกงแล้วเกิดเกะกะสายตาขึ้นมา ยามนั้นเขาไม่สนใจว่าเป็นลูกหลานของผู้ใด อยากจะบั่นศีรษะทิ้งก็บั่นทันที!

เบื่อจริง เมื่อไรจะจบเรื่องจบราวเสียที เหวินเหลยแสร้งก้มพิจารณาลวดลายของถ้วยน้ำชาจนไม่รู้จะมองอันใดต่อจึงผงกศีรษะขึ้นมาเพียงเล็กน้อย เขาเห็นนัยน์ตาทอประกายความคาดหวังอันเรืองรองของสาวน้อยวัยขบเผาะที่เขามีสัมพันธ์ด้วยสองสามครั้ง ความหวานเชื่อมหลงใหลฉายชัดจนชายหนุ่มอึดอัดแทบจะกลายเป็นหงุดหงิดแทน แต่ก่อนที่สติขององค์รัชทายาทหนุ่มจะแตกซ่านก็มีมือปราบวิ่งเข้ามารายงานว่าจับตัวคนร้ายได้แล้ว ไม่รอช้าร่างหนาลุกขึ้นถลาไปดูหน้าคนทรยศ

ทันทีที่คนร้ายซึ่งถูกเหล่ามือปราบจับกุมเห็นเจ้านายเดินตรงเข้ามาก็ผวาครั่นคร้ามจนปากซีด โดยเฉพาะนัยน์ตาสีเทาแหลมคมประดุจสายฟ้า ร่างกายชาดิกหวาดกลัวจนขยับร่างกายมิได้ ลมหายใจก็พานสะดุด ร่างกายที่ถูกฝึกมาอย่างแข็งแกร่งสั่นกลัวจนแข้งขาอ่อนแรง เพียงแค่ถูกรัชทายาทหนุ่มจ้องมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะเย็นเยียบน่าขนลุก

“องครักษ์หลิ่วไยเจ้าถึงมาที่นี่ได้ มิใช่ว่าเราสั่งให้เจ้าไปทำงานอยู่อีกฟากของเมืองหลวงหรอกรึ?” องค์รัชทายาทหยุดเท้าลงตรงเบื้องหน้าของคนร้าย มันถูกจับกุมหนาแน่นด้วยโซ่และกุญแจมือเหล็กกล้า ดวงหน้าหล่อเหลาคมสันเชิดขึ้นจนปลายจมูกโด่งเป็นสันชี้ตรงไปยังคนที่เขากำลังตั้งคำถาม

“ฝะ...ฝ่า...บาท ฝ่าบาท! นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมมาที่นี่เพียงเพื่ออารักขาพระองค์จากคนร้ายที่ส่งสารมาข่มขู่ นี่ต้องเป็นแผนใส่ความกระหม่อม ฝ่าบาทให้ความเป็นธรรมกับกระหม่อมด้วย!

“สารเลว! ยังมีหน้ามากุเรื่องต่อหน้าเราอีกอย่างนั้นหรือ!? คนทรยศเช่นเจ้าเราลงมือสังหารเองยังถือว่าไม่คู่ควรเลยด้วยซ้ำ! ไม่คิดเลยว่าข้างกายเราจะมีงูพิษแทรกซึมเข้ามาคอยจ้องทำร้ายนานเพียงนี้ หึ!

“ฝ่าบาท ใจเย็นพ่ะย่ะค่ะ!” มือปราบสองนายรีบเข้ามาห้ามก่อนที่คนร้ายคนสำคัญจะถูกองค์รัชทายาทคุกคามจนเสียสติ เหวินเหลยตวัดสายตามองมือปราบสองคนนั้นอย่างไม่แยแส ก่อนที่เขาจะยกเท้ายันไอ้คนทรยศล้มหงายหลังกระแทกพื้น จิ้มดัชนีลงกดจุดให้ริมฝีปากของมันแข็งค้าง มือปราบที่เผลอกลัวจนผงะถอยหลังออกไปเบิกตากว้าง ลอบตื่นตระหนกจนหลั่งเหงื่อเย็น พวกเขาคิดว่ารัชทายาทหนุ่มลงมือจัดการกับคนร้าย

นัยน์ตาสีเทาประกายขุ่นเคือง ก่อนจะเอ่ยอธิบายเสียงแข็งกระด้าง

“เราแค่สกัดจุดชีพจรปากชั่วคราว หากมันกลืนยาพิษฆ่าตัวตายไปเรื่องจะไม่จบ เหอะ เผลอๆ มือปราบไร้ปัญญาเช่นพวกเจ้าอาจจะพาดพิงว่าเราเป็นคนสั่งให้มันฆ่าตาย มัวแต่คิดวนอยู่ที่เดิมจนจับคนร้ายตัวจริงมิได้เสียที สิ้นเปลืองงบหลวงที่ต้องเลี้ยงดูพวกไร้ประโยชน์!

หลังๆ ไม่ใช่การอธิบายแต่เป็นกระทบกระทั่งอย่างตั้งใจ หัวหน้ามือปราบหลวนเฟิงก้าวเข้ามาทันได้ยินคำดูแคลนขององค์รัชทายาท ชายวัยกลางคนหน้าหมองคล้ำไปเป็นแถบ โดยเฉพาะปล่อยในยามที่พวกเขาปล่อยให้คนร้ายอีกคนหลุดรอดเงื้อมมือไปได้ ไม่มีอะไรแก้ตัวได้เลยจริงๆ สุดยอดมือปราบแห่งเมืองหลวงก้มหน้ารู้สึกผิดและหดหู่ใจ

“มันคงยังไปไม่ไกลจากบริเวณนี้เพราะมันบาดเจ็บมิใช่น้อยๆ รีบส่งคนออกไปค้นหาเร็วเข้า” ท่านอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้งผู้มีบทบาทในคดีฆาตกรรมในวันขึ้นปีใหม่ก้าวเข้ามาสั่งการอย่างเฉียบขาด เตือนให้มือปราบลุกขึ้นมาทำงานต่อ สองพ่อลูกสกุลหลวนรีบนำคนออกค้นหาอย่างรวดเร็ว

“แปลกใจจริงที่เห็นใต้เท้าเซี่ยอยู่ที่นี่ มิได้กำลังเฉลิมฉลองที่ขายบุตรชายได้หรอกหรือ?” ปากหมาทำงานอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นบิดาของเจ้าเด็กเซี่ยจิ้งถิง พานให้นึกถึงเรื่องยุ่งยากที่สร้างความวุ่นวายไปทั่วราชสำนัก ขุนนางน้อยใหญ่ถูกติดสินบนต่างเคร่งเครียดขบคิดกันจนหัวแทบระเบิด กระทั่งขุนนางที่เอนเข้าข้างเขายังไม่เว้นถูกติดสินบนให้สนับสนุนความคิดแสนดีงามของฉินอ๋อง ซึ่งไม่ต้องติดสินบนตาแก่พวกนั้นก็แทบอยากเสนอตัวเป็นเจ้าภาพงานแต่งให้อยู่แล้ว

“ยังหรอกพ่ะย่ะค่ะ หากจะฉลองวันใดกระหม่อมจะทูลเชิญให้พระองค์เป็นเจ้าภาพ”

“ก็ขอให้ได้ฉลองก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทแสยะยิ้มกล่าวรับไม่สะทกสะท้าน มั่นใจยิ่งกว่ามั่นใจว่ากว่าฮ่องเต้จะหาฤกษ์งามยามดีให้ทั้งสองแต่งกันได้คงมิใช่เร็วๆ นี้แน่ ฮ่องเต้องค์นั้นก็แค่ยอมถอยเพื่อรุก แสร้งโอนอ่อนรับปากตามคำขอไปก่อน จากนั้นก็หาคำพูดมาอธิบายยืดเยื่อจนกว่าจะหาวิธีทำลายความสัมพันธ์ทั้งสองได้ อย่างไรฉินอ๋องก็คือพระโอรสคนโปรด ฮ่องเต้เหวินจิ่นจะยอมตัดใจให้อภิเษกกับบุรุษที่กลายเป็นการตัดสิทธิ์การสืบทอดราชสมบัติได้อย่างไร

“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ คงจะเร็วๆ นี้”

“แล้วเราจะรอเป็นเจ้าภาพละกันใต้เท้าเซี่ย” เหวินเหลยแสร้งแย้มยิ้มเหมือนไม่คิดอะไร แต่ในใจนั้นกำลังวางแผนการบางอย่างอยู่เป็นฉากๆ อีกเสี้ยวหนึ่งก็ระแวงท่าทีนิ่งสงบของเซี่ยเหยียนจิ้ง ไม่มีทางที่อำมาตย์เจ้าเล่ห์ผู้นี้จะไม่ล่วงรู้สิ่งที่ฮ่องเต้คิด แม้กระทั่งเขายังเดาออกแล้วคนที่เป็นสหายรู้ใจจะไม่ทราบได้อย่างไร หรือว่ามันมีแผนการใดอยู่ในใจ?

องค์รัชทายาทสะสางทุกเรื่องจนเรียบร้อยแล้วเดินทางกลับวังตงกง

“กระหม่อมเตรียมถังน้ำอุ่นไว้พร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทจะสรงน้ำเลยหรือไม่?”

“อืม” ร่างหนาพยักหน้า หากแต่คิ้วของเขากลับขมวดมุ่น จ้องขันทีหน้าตาธรรมดาๆ ร่างไม่สูงนักตรงหน้าเขม็ง อีกฝ่ายหน้าซีดเผือดที่ถูกจ้องมองระยะประชิด แม้จะหวาดกลัวแต่มือไม้ก็ยังคล่องแคล่วใช้ได้ ติดแค่ก้มหน้าก้มตารับใช้มากเกินไปหน่อย กลัวอะไรนักหนา รัชทายาทหนุ่มเลิกคิ้ว จำมิได้ว่ามีขันทีผู้นี้อยู่ในวังของตน จากนั้นก็มองไปรอบๆ อย่างสงสัย

ไอ้ขันทีนั่นหายไปไหน!?

“วันนี้ฝ่าบาทประสงค์จะเสด็จไปตำหนักของชายาคนใดหรือพ่ะย่ะค่ะ? กระหม่อมจะให้บ่าวรับใช้ไปบอกให้เตรียมต้อนรับ...”

“จางกงกงเล่า?” องค์รัชทายาทยืนให้ขันทีรับใช้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า มิได้ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยแม้แต่น้อย พอไม่เห็นเงาหัวของขันทีปัญญาอ่อนที่ปกติจะเสนอหน้าอยู่ในสายตาของเขาตลอดคนนั้นก็ถามแทรกจนขันทีผู้มาแทนที่หุบปากฉับ เหวินเหลยจำได้ว่าก่อนที่จะไปจวนตระกูลหยางอีกฝ่ายมิได้บอกว่าจะไปทำธุระที่ใด แล้วไยยามนี้ถึงไม่อยู่กันเล่า

“เอ่อ...จางกงกงนั้น...เอ่อ...คือ...” ขันทีผู้ถูกเรียกให้มาทำหน้าที่แทนสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆ องค์รัชทายาทผู้ประดุจเทพเจ้าแห่งความตายเบือนหน้ามาจ้องด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์ มือหยาบกร้านจากการทำงานหนักปล่อยอาภรณ์เนื้อดีแล้วคุกเข่าลงพื้นพร้อมกับตัวสั่นเทา เหงื่อเย็นๆ หลั่งเต็มหลัง ขันทีผู้โชคร้ายพยายามจะตอบแต่ดันตื่นเต้นตกใจจนติดอ่างวนเวียนไปมาทำให้เจ้านายสูงศักดิ์โมโหทันที กระทืบเท้าตวาดดังลั่น

“มันอยู่ไหน!?

ขันทีโชคร้ายแทบจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น เขาก้มโขกศีรษะ

“กระหม่อมไม่ทราบจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ! จางกงกงเพียงบอกกระหม่อมให้มารับใช้ฝ่าบาท...”

“แล้วมันยังบอกอะไรอีกหรือไม่!?” เจ้านายที่กำลังองค์ลงกัดฟันกรอดจนเส้นเอ็นบนขมับปูดออกมา สีหน้าโกรธเคืองเหมือนจะสังหารคนได้ไม่กะพริบตาทำเอาขันทีโชคร้ายคู้ตัวบนพื้น กลั้นหายใจราวกับกลัวว่าลมหายใจของเขาจะไปสร้างความหงุดหงิดให้กับเทพเจ้าแห่งความตายองค์นี้แล้วชะตาจะขาดโดยไม่รู้ตัว คนกลัวตายรีบละล่ำละลักตอบออกไปแทบไม่เสียเวลาหยุดคิด

“จางกงกงมิได้บอกอันใดอีก แต่กระหม่อมทราบมาว่าจางกงกงไปร่ำสุรากับสหายพ่ะย่ะค่ะ!

ไอ้ขันทีบัดซบ!!!

 

*****

 

สำหรับบ่าวรับใช้แล้วช่วงเวลาที่ได้ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า คือ ตอนตั้งวงร่ำสุรากับสหายอย่างไรเล่า!

จางหรงใช้เวลาที่เจ้านายปลีกตัวไปจัดการธุระส่วนตัว นัดหมายพี่น้องร่วมสาบานมาร่ำสุรากันที่หอบุปผาจันทรา สถานที่ชายหนุ่มทั้งหลายมาสังสรรค์หาความสำราญ เป็นปกติที่เมื่อพอมีเวลาว่างเขาก็จะมาที่คลายเครียดที่ได้รับมาจากเจ้านายที่รับใช้ยากที่สุดในแผ่นดิน มักจะชวนพี่น้องร่วมสาบานมาร่วมร่ำสุราด้วยกัน ครั้งนี้ก็เช่นกัน

ร่างสูงในชุดอาภรณ์เนื้อผ้าชั้นเลิศนั่งจิบสุราในห้องหับส่วนตัว ข้างกายของชายหนุ่มมีนายคณิกาหน้าตางดงามคอยบริการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และไม่ไกลจากที่นั่งของเขามีนายคณิการูปโฉมงามตาไม่แพ้กัน นั่งบรรเลงกู่ฉินขับกล่อมทำนองไพเราะเป็นกับแกล้มชั้นดีเพิ่มความสุนทรีย์ให้แก่การร่ำสุรา ดูผิวเผินชายหนุ่มราวกับคุณชายตระกูลใหญ่แต่ความจริงแล้วคนผู้นี้ก็คือ จางหรง นั่นเอง

จางหรงเป็นคนหนึ่งที่มาใช้บริการสถานที่รื่นรมย์ อย่าสงสัยว่าเพราะเหตุใดขันทีอย่างเขาถึงได้มีเงินทองมาเที่ยวสถานที่ละลายทรัพย์นี้ได้ จริงๆ งานของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่รับใช้องค์รัชทายาทเท่านั้น รวงร้านทรัพย์สมบัติทั้งหมดขององค์รัชทายาทก็ได้เขาดูแลจัดการจนเจริญเติบโตได้กำไรมหาศาลเช่นทุกวันนี้ พูดได้เต็มปากว่าเงินทองทุกตำลึงขององค์รัชทายาทต้องเคยผ่านมือเขามาก่อน ถือว่าข้อดีอีกอย่างที่ได้รับใช้องค์รัชทายาท เพราะถ้ารับใช้ได้ถูกใจก็จะตกรางวัลให้แบบใจกว้างสุดๆ ค่าแรงจึงมากตามกำไรที่ได้รับมา นับได้ว่าร่ำรวยพอตัว

“น้องรองมานานแล้วรึ?” ชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างเอ่ยทักขึ้น เมื่อเดินเข้ามายังห้องสำหรับแขกพิเศษของทางหอบุปผาจันทรา จางหรงเงยหน้าไปมองพี่ใหญ่ร่วมสาบานที่เพิ่งมาถึงแล้วแย้มยิ้มตอบกลับไป

“ไม่นานพี่ใหญ่เฉิน เพิ่งรินเหล้าใส่จอกยังมิทันได้แตะท่านก็มานี่แหละ รินเหล้าให้พี่ใหญ่เฉินเสียสิตงตง” จางหรงอธิบายพลางถือจอกสุราขึ้นประกอบคำพูด ขันทีผู้สะบัดตำแหน่งนั้นเอาไว้เบื้องหลังสวมมาดบุรุษเจ้าสำราญพยักพเยิดหน้าไปยังนายคณิกาคนงาม หนุ่มน้อยหน้าหวานใสรีบคลานเข่าเข้ามารับใช้แขกผู้เข้ามาใหม่ด้วยท่าทางอ่อนหวานน่ามอง

เฉินฮุ่ยเคอชำเลืองมองนายคณิกาคนงาม ที่พอเขานั่งลงก็ได้กลิ่นหอมจากร่างบอบบาง หอมเสียใจของเขาอดหวั่นไหวมิได้ รวมเข้ากับรูปหน้าเรียวเล็กแก้มใสแดงระเรื่อก็ยิ่งทำให้ใจเต้นรัวเร็ว มือเล็กขาวผ่องรินสุรายกขึ้นมาให้เขา พอยื่นมือไปรับจงใจสัมผัสมือนุ่มก็ทำให้ร่างน้อยหลบตาขวยเขิน ยิ่งดูน่ารักน่าเอ็นดู นี่มันรสนิยมของเขาชัดๆ! ผู้เป็นพี่ใหญ่กระแอมเบาๆ แล้วยกยิ้มวูบหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาสุภาพราวกับบัณฑิตเงยหน้าไปมองน้องรองที่ยิ้มๆ แววตารู้ทัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นผู้ใดเตรียมไว้ให้แก่เขาโดยเฉพาะ

“เฮ้อ เจ้านี่รู้ใจข้าจนน่าขนลุก เป็นพยาธิในท้องข้าหรือไร?” คนถูกรู้ใจแสร้งถอนอกถอนใจยอมแพ้ ถามประชดออกไปแต่ก็มิได้มีความขุ่นเคืองใดๆ แฝงอยู่ คนถูกกล่าวหาว่าเป็นพยาธิหัวเราะในลำคอ

“หึๆ มันเป็นความสามารถของคนที่เป็นบ่าวรับใช้มานานปี ท่านพอใจหรือไม่?”

“พอใจซี~ พี่ใหญ่เช่นข้าจะว่าพยาธิในท้องอย่างเจ้าได้งั้นรึ?” พี่ใหญ่คนดีพยักหน้าแกนๆ ราวกับจำใจยอมอย่างเสียมิได้ น้องรองผู้รู้รสนิยมความชอบราวกับพยาธิในท้องหัวเราะขันท่าทางยียวนของพี่ชายร่วมสาบาน ก่อนที่จะเริ่มถามไถ่ความเป็นอยู่ของอีกฝ่าย ช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยได้พบหน้ากันนัก ต่างคนต่างก็ยุ่งขิงอยู่กับหน้าที่การงาน

“ช่วงนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”

“เฮ้อ พูดแล้วจะหาว่าบ่นมากแต่มันเหนื่อยจริงๆ คนรับใช้เช่นข้ากับเจ้านี่มันลำบากลำบนนัก ยังจำเจ้านายใบ้ของข้าหรือไม่?” พอถูกถามพี่ใหญ่เฉินก็ถอนหายใจยาวเหยียด ไม่พอแค่นั้น ยังส่ายหน้าไปมาตอกย้ำอาการเหนื่อยจนแทบทนมิไหว

“จำได้สิพี่ใหญ่” จางหรงพยักหน้ารับ

ผู้ใดจะจำมิได้ พี่ใหญ่เฉินเคยเล่าให้ฟังว่าเจ้านายของพี่ใหญ่เฉินนั้นเป็นใบ้ ซ้ำยังเป็นคนแข็งทื่อดังก้อนหิน ไม่มีอารมณ์ใดๆ ให้ผู้อื่นเห็น ทุกครั้งที่พี่ใหญ่เฉินคาดเดาความต้องการของเจ้านายใบ้เป็นต้องปวดศีรษะแทบระเบิด เขาฟังแล้วเห็นใจพี่ชายร่วมสาบานนัก และอดที่จะรู้สึกว่าตนเองโชคดีอยู่มิใช่น้อย ดีที่องค์รัชทายาทไม่เป็นใบ้ และแสดงความรู้สึกออกมาแม้มันจะเป็นแบบปากอย่างใจอย่างก็เถิด แต่ถ้าไม่ซื่อบื้อเกินก็พอเดาออกง่ายดาย

“นั่นแหละ! ช่วงที่ผ่านมาข้าเหนื่อยจนหัวหมุน เพราะเจ้านายใบ้อยากแต่งเมีย แต่ทางบ้านไม่ยอมให้แต่ง คนรอบข้างก็ไม่ยินดี ข้าต้องวิ่งเต้นไปเจรจากับคนนั้นคนนี้ทีจนแทบจะแยกร่างได้อยู่แล้ว กว่าบิดาของเจ้านายใบ้จะยอมลงให้ ข้าแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน วิ่งเต้นขึ้นเหนือลงใต้เอาสินบนไปยัดใส่มือคนเกี่ยวข้อง กดดันบิดาของเจ้านายใบ้ให้ยอมรับลูกสะใภ้คนงาม” เฉินฮุ่ยเคอพ่นลมหายใจ ระบายความเหนื่อยที่สะสมมาให้น้องชายร่วมสาบานรับฟัง พูดไปแล้วก็เหมือนมันเพิ่งผ่านมาหมาดๆ อารมณ์ยังติดค้างไม่หาย

“ลำบากท่านแล้วพี่ใหญ่ แล้วผลเป็นอย่างไรรึ?” จางหรงพยักหน้าหงึกหงัก ออกท่าเข้าอกเข้าใจกับพี่ชายร่วมสาบาน เพราะเขาเองก็เคยผ่านประสบการณ์วิ่งเต้นช่วยเหลือเจ้านายมาแล้วเช่นกัน หนักหนาจนมิได้หลับมิได้นอนตั้งหลายวัน และที่น่าโมโหยิ่งกว่านั้นเจ้านายงี่เง่านั่นไม่มีขอบจงขอบใจสักคำ

“ย่อมสำเร็จแน่นอนอยู่แล้ว นี่ได้หมั้นหมายกันเอาไว้ก่อน รอฤกษ์ดีๆ ตบแต่งเข้ามา ไม่นานนี่แหละ เจ้านายใบ้ของข้าทนรอได้ไม่นาน ใจจะขาดก่อนน่ะสิ ฮ่าฮ่าฮ่า!” คนที่กำลังบ่นยิ้มจนตาหยี แม้ปากบอกว่าเหนื่อยแต่จริงๆ แล้วก็ยินดีมิใช่น้อยที่งานนี้สำเร็จไปด้วยดี เห็นพี่ชายร่วมสาบานมีท่าทีเช่นนั้นจางหรงก็ยิ้มตาม

“ดีแล้วๆ ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยก็แล้วกัน ว่าแต่ไม่คิดเลยว่าเจ้านายใบ้ของพี่ใหญ่จะอาการหนักขนาดนี้ ท่าทางไม่เหมือนคนบ้ารักสักเท่าไร” จากที่ฟังพี่ใหญ่นินทาเจ้านาย เอ๊ย ฟังคำบอกเล่าจากพี่ใหญ่มานาน ภาพลักษณ์เจ้านายใบ้ของพี่ชายร่วมสาบานในหัวของเขาเป็นคนแข็งทื่อ ไร้ความรู้สึกเสียอีก แต่นี่กระไรใจร้อนราวกับหนุ่มวัยรุ่นริรัก

“โอ๊ย เจ้าจะไปอันใด เจ้านายใบ้ของข้ามิได้บ้ารักเฉยๆ ถึงขั้นหลงจนหัวปักหัวปำเชียว ขนาดก่อนหมั้นหมายยังพยายามปีนกำแพงเข้าไปลอบเจอ ทั้งที่พ่อตาแทบจะยืนเฝ้ากำแพงไม่ให้เล็ดลอดเข้าไป ถ้ามีคนบอกว่าถูกมนต์เสน่ห์ข้าก็ยอมเชื่อ” เฉินฮุ่ยเคอส่ายหน้ากับความคิดเห็นของน้องชายร่วมสาบาน ก่อนจะทำการเล่าวีรกรรมบูชารักของเจ้านายออกมาไหลลื่น ฟังน้ำเสียงคนเล่าออกจะหมั่นไส้ปนอิจฉา จางหรงได้ฟังก็จินตนาการรูปโฉมของสตรีที่ทำให้บุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นหินผาหลงรักมากมายเช่นนั้น

“ว่าที่นายหญิงของท่านต้องงามมากแน่ๆ”

มิเช่นนั้นจะทำให้เจ้านายใบ้แข็งทื่อเป็นก้อนหินรุ่มร้อนหัวใจขนาดนั้นงั้นรึ?

“งามมากจริงๆ ไม่แค่นั้นยังมีฝีมือครัวที่ยอดเยี่ยม มีน้ำใจ ไม่เย่อหยิ่งเหมือนผู้ดีมีสกุลคนอื่นๆ เป็นคนตลกๆ อีกต่างหาก เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก” พี่ใหญ่เฉินหัวเราะอย่างเปิดเผยพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะบรรยายถึงว่าที่เจ้าสาวของเจ้านาย รอยยิ้มที่แสนจะยินดีจนออกทางแววตาซึ่งนานทีจะได้เห็นทำให้จางหรงเชื่อสนิทใจว่าว่าที่เจ้าสาวนั้นเป็นสตรีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ท่าทางของพี่ชายร่วมสาบานทำให้จางหรงมิติดใจอีกต่อไป สตรีดีๆ เช่นนี้ผู้ใดจะไม่คว้าไว้กันเล่า เขาเองก็อยากพบสตรีดีๆ เช่นนี้สักคนเช่นกัน

“ว่าแต่เจ้าเถิด ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

“มิใช่แค่ท่านที่เหน็ดเหนื่อยกับเจ้านาย ข้าเองก็ไม่แพ้กัน” พอถูกถามกลับจางหรงก็ถอนหายใจหดหู่ นึกถึงเจ้านายผู้นั้นแล้วพานหงุดหงิดใจขึ้นมาทันที วันๆ หาเรื่องกุดหัวเขาไม่พอ ยังชอบโยนงานของตัวเองมาให้เขาปวดหัวอีก ทำงานให้เจ้านายทั้งที่ต้องคอยดูแลทุกอย่างให้เจ้านาย ที่รับใช้องค์รัชทายาทมาจนถึงทุกวันนี้ได้โดยไม่ตายหรือเสียสติก่อนก็อดจะนับถือมิได้จริงๆ จางหรงยกจอกสุราขึ้นจิบ พยายามสะบัดเรื่องเจ้านายออกจากหัวแล้วหันไปให้คณิกาหนุ่มรูปงามข้างกายปลอบใจ

“เจ้านายวิปลาสของเจ้าไปฆ่าคนอีกแล้วรึ?”

“ช่วงนี้ไม่แล้ว เรื่องใหญ่กว่านั้นอีกพี่ใหญ่เฉิน”

“หือ เรื่องอันใด?” พี่ใหญ่เฉินเลิกคิ้วสนใจ

“เจ้านายวิปลาสของข้าดันไปตกหลุมรักคนมีสามีแล้วน่ะสิ!

“โอ้! เรื่องใหญ่จริงๆ ถ้าอย่างนั้นสามีของสาวงามผู้นั้นมิถูกเจ้านายวิปลาสของเจ้าฆ่าตายแล้วหรอกรึ?” จากที่ฟังเรื่องราวเจ้านายของน้องชายคนละแซ่เล่าให้ฟังก็พอจะคาดเดานิสัยได้บ้าง เขาเห็นใจและชื่นชมไปพร้อมๆ กัน ถ้าหากเขาอยู่กับเจ้านายบ้าเลือดที่เอะอะก็ฆ่าคนคงบ้าตายไปนานแล้วแน่ๆ

“เกือบแล้วละพี่ใหญ่ ยังดีที่เจ้านายวิปลาสของข้าไม่ยอมรับว่าตนเองหลงรักคนงาม นี่ถ้ายอมรับเมื่อใดนรกเมื่อนั้นเป็นแน่ มิใช่สามีของคนงามหรอกนะ ข้านี่แหละนรก!” จางหรงพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ กระแทกจอกสุราในมือลงบนโต๊ะ

“เออ ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้ายังจำที่เจ้าเล่าให้ฟังได้ เจ้านายวิปลาสของเจ้าไปถูกใจบุตรชายเจ้าเมืองผู้หนึ่งแต่ขี้เกียจจะเกี้ยวเลยส่งให้เจ้าไปเกี้ยวแทน ตอนนั้นข้าเห็นใจเจ้าเหลือเกิน ลำบากลำบนเกี้ยวแต่กลับต้องส่งไปให้ผู้อื่นกิน ครั้งนี้ก็คงไม่น่าจะต่างกันนักหรอก เจ้าไปซื้อยาแก้ปวดหัวหลายๆ เทียบไว้รอเลยจะดีกว่า หึๆ”

“ชีวิตข้ารันทดแท้ๆ ท่านยังจะหัวเราะอีก เฮ้อ! ครั้งนั้นข้าเข็ดหลาบชั่วชีวิต เหอะ เกี้ยวจนเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่คนอื่นกลับมาคาบไปกิน ซ้ำยังถูกตบหน้าเสียบวมฉึ่งไปตั้งหลายวัน บัดซบจริงๆ” จางหรงยกจอกเหล้าในมือเทใส่ปากแล้วบ่นด้วยอารมณ์โมโห

ตอนนั้นเขาจำได้ดี ระหว่างที่องค์รัชทายาทเตร็ดเตร่เที่ยวอยู่ในเมืองแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก บังเอิญเจอเข้ากับกลุ่มหนุ่มน้อยรูปงามกลุ่มหนึ่งซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นบุตรชายเจ้าเมืองแห่งนั้น จางหรงเผลอตัวชมบุตรชายท่านเจ้าเมืองต่อหน้าองค์รัชทายาท เท่านั้นแหละได้เรื่องเลย เจ้านายผู้เอาแต่ใจร้องถูกใจด้วย ออกคำสั่งให้เขาไปเกี้ยวพาตัวหนุ่มน้อยคนนั้นมาให้ นรกสิ ถ้าชอบก็ไปจีบเองสิโว้ย! แต่นั่นละคำสั่งก็คือคำสั่ง พอเขาจีบมาให้เจ้านายกินได้จนอิ่มหนำก็ถูกหนุ่มน้อยคนนั้นตบจนแก้มบวมทั้งสองข้าง โดนชี้หน้าด่าว่าต่ำช้าสารเลว! เฮ้อ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ซ้ำยังเอากระดูกมาแขวนคออีก! นับตั้งแต่นั้นจางหรงไม่เคยชมใครต่อหน้าเจ้านายอีกเลย

“เฮ้อ ชีวิตข้ารับใช้นี่มันเหนื่อยจริงๆ”

“ใช่เลยพี่ใหญ่ เอ้าๆ ชนๆ ดื่มให้ลืมชีวิตยุ่งยากที่ต้องคอยรับใช้เจ้านายเอาแต่ใจ”

เคล้ง! จอกเหล้าทั้งสองชนกันจนสุรากระเซาะ ชายหนุ่มหน้าตาดูดีทั้งสองยกจอกสะบัดหน้าเงยขึ้นเทเหล้าใส่ปาก แขนเสื้อซับสุราตรงมุมปาก จังหวะนั้นเองแขกคนสุดท้ายก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับทักสองหนุ่มด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส ดวงหน้าหล่อเหลาเรียบง่ายฉีกยิ้มกว้างอันเป็นเสน่ห์เอกลักษณ์เฉพาะตัว นัยน์ตาสีน้ำตาลดูอ่อนหวานฉายความยินดีเต็มเปี่ยม

“พี่ใหญ่เฉิน พี่รองจาง!

“น้องสามถง! มาๆ นั่งๆ”

ชายหนุ่มอาภรณ์สีเขียวพร้อมกับเหน็บขลุ่ยไม้ไผ่ขมสีน้ำตาลไว้ที่เอวเดินยิ้มร่าเข้ามา มองพี่น้องร่วมสาบานกวักมือกระตือรือร้น เขานั่งลงพร้อมกับเปรยสายตามองชายคณิกาที่เข้ามาบริการด้วยแววตาเปล่งประกายถูกใจ เหวินถงหรือท่านอ๋องห้ายิ้มหวานใส่คนงามจนอีกฝ่ายเขินม้วนต้วน หัวใจของเขาที่ถูกก่อกวนมาหลายวันกระชุ่มกระช่วยขึ้นมาทันควัน

จุ๊ๆ รสนิยมของพี่รองจางนี่ยอดเยี่ยมเสมอ!

ทั้งสามหนุ่มแม้จะมีสถานะตำแหน่งแตกต่างกันแต่ไม่มีคนใดสนใจ ต่างฝ่ายต่างไม่รู้และไม่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้ใด ในที่นี่พวกเขาคือพี่น้องร่วมสาบาน ปล่อยวางยศบรรดาศักดิ์ไว้เบื้องหลัง ลูกผู้ชายอย่างพวกเขาคบกันด้วยจิตใจล้วนๆ และต้นเหตุที่นำพาหนุ่มทั้งสามแซ่มาบรรจบกันจนถือจอกสุราสาบานเป็นพี่น้องย่อมไม่พ้นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองอย่างที่พวกเขาสนใจเหมือนกัน หนึ่งนั้นคือสุราเมรัย สองไม่พ้นเรื่องโฉมงาม

ทั้งสามถือว่าเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่มีชื่อในย่านเริงรมย์ หนึ่งหล่อเหลาสุภาพดังบัณฑิต หนึ่งหล่อเหลาคมคายช่างเอาอกเอาใจ และอีกหนึ่งหล่อเหลาปากหวานตาหวาน เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าทั้งสามหนุ่มเล็งเป้าหมายคนเดียวกันอย่างบังเอิญ พวกเขาแข่งกันเกี้ยวพาราสีเป้าหมาย มีทั้งขัดแข้งขัดขาตัดหน้ากันชุลนุมทะเลาะกันก็บ่อยครั้ง สุดท้ายคนงามกลับมีเจ้าของแล้วและหวังจะหลอกกินเงินพวกเขาสามคน หนำซ้ำหนุ่มเจ้าของคนงามรู้เข้าก็หยิบรำกระบองไล่ตีพวกเขาจนหัวแบะ เพราะผ่านวิกฤตครั้งนั้นมาด้วยกันจึงเกิดเป็นมิตรภาพขึ้นมาแทนที่ ทั้งสามหนุ่มยกเหล้าสาบานเป็นพี่น้องกัน แม้ว่าฉากหน้าทำเป็นรู้กันแค่แซ่แต่ฉากหลังนั้นไม่มีผู้ใดไม่รู้จักกัน เพียงแค่เก็บเรื่องนั้นไว้ในใจ ไม่นำออกมาตีแผ่ก็เท่านั้น

“พวกท่านมานานแล้วรึ?” น้องเล็กสุดของกลุ่มเอ่ยถามหลังจากจ้องมองคนงามข้างกายอยู่นานสองนาน

“สักพักเห็นจะได้ นึกว่าน้องสามจะไม่มาเสียแล้ว” จางหรงหัวเราะอารมณ์ดี ทิ้งเรื่องน่ารำคาญใจของเจ้านายไว้ข้างหลัง นานๆ ทีที่พี่น้องร่วมสาบานทั้งสามคนจะมาพร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้

“มาช้าเพียงเล็กน้อย พี่รองอย่าถือสา”

“มาช้าย่อมต้องถูกปรับ”

“ถ้าเป็นสุราและนารี ข้ายอมให้ปรับ” เหวินถงยิ้มรับยกจอกสุราขึ้นซดแล้วส่งเสียงซาบซ่านออกมาอย่างพอใจในรสสุราที่ดื่ม พี่ชายร่วมสาบานอีกสองยิ้มชั่วร้าย ยกกาสุรารินให้น้องเล็กสุดทำการปรับเสียจนคนมาทีหลังเริ่มแก้มแดงระเรื่อพูดลิ้นรัวเล็กน้อย และราวกับเป็นธรรมเนียมเมื่อพบหน้ากันย่อมต้องบ่นระบายความในใจออกมา

“นี่ๆ ฟังข้าพี่ใหญ่ พี่รอง! พี่ชายของข้าน่ะนะอยากจะแต่งเมียจนโกลาหนไปทั่วบ้าน ถูกท่านพ่อโยนเข้าไปขังลืมในซังเตด้วยนะ หนำซ้ำว่าที่พี่สะใภ้ของข้ายังบุกมาหาข้าถึงบ้านเพื่อข่มขู่เอาความจริงที่เกิดขึ้น ข้านี่กลัวแทบตาย! เท่านั้นยังไม่พอ ว่าที่พี่สะใภ้ยังส่งสหายของตนเองมาป่วนข้าจนปวดหัวไปหมด สตรีดุร้ายเช่นนั้นผู้ใดจะอยากได้กัน แต่งเข้าบ้านมาเกรงว่าข้าจะจบชีวิตภายในสามวันเป็นแน่ โฮฮฮฮ~ ให้ตายข้าก็ไม่อยากแต่ง!

“น้องสามเจ้าก็ลำบากมิใช่น้อย” จางหรงพยักหน้ามองน้องชายร่วมสาบานที่บ่นระบายความอัดอั้นตันใจ แม้น้องสามถงจะมิใช่ข้ารับใช้เช่นพวกเขาสองคนแต่อีกฝ่ายก็มีเรื่องลำบากให้เผชิญเช่นเดียวกัน จางหรงค่อนข้างสนิทกับน้องสามมากกว่าพี่ใหญ่เฉิน เพราะพี่ใหญ่เฉินเข้ามาร่วมวงสังสรรค์ไม่บ่อยนัก เนื่องจากอีกฝ่ายต้องตามเจ้านายใบ้ไปทำงานต่างเมือง ส่วนน้องสามถงนั้นอยู่ในเมืองหลวงเช่นเดียวกันจึงมีโอกาสร่ำสุราเคล้าโฉมงามด้วยกันบ่อย

น้องสามถงนั้นมีคู่หมั้นที่ทางบ้านจัดไว้ให้ ฟังความแล้วเป็นสตรีดุร้ายน่ากลัว อีกฝ่ายมาเล่าระบายให้ฟังอยู่บ่อยๆ ถึงการติดตามทุกฝีก้าวราวกับโรคจิต ซ้ำยังหาเรื่องอาละวาดสตรีที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับน้องชายร่วมสาบานของเขาอีก เฮ้อ เป็นเขาก็ไม่เอาเหมือนกัน ศรีภรรยาของเขาจะต้องเป็นสตรีอ่อนหวาน ใจเย็นมีเหตุมีผล เก่งงานบ้านงานเรือน อ่อนโยนเอาใจใส่ รักสัตว์ สงบเสงี่ยมเรียบร้อย หน้าตามิใช่ประเด็นสำคัญ

“วันนี้แปลกจริง พี่รองจางดื่มหนักกว่าทุกที รึมีเรื่องหนักใจอันใด?” เหวินถงตั้งข้อสังเกตหลังจากมานั่งดื่ม เห็นพี่รองยกจอกสุราเร็วกว่าผิดปกติ เขาหมดไปจอกอีกฝ่ายหมดไปสาม เฉินฮุ่ยเคอเองก็เห็นเหมือนกัน เขาพยายามช่วยปรามแต่คนถูกปรามไม่สนใจ โบกมือไปมาพร้อมกับหัวเราะในลำคอ

พี่รองยืนยันแบบนั้น พี่ใหญ่กับน้องเล็กก็ปล่อยเลยตามเลย

สามหนุ่มร่ำสุราเพลิดเพลิน ด้วยเป็นคนคอแข็งใช้เวลานานถึงเริ่มแสดงอาการมึนเมา อารมณ์กำลังได้ที่กรึ่มๆ จากสุราและเสียงบรรเลงดนตรี กลิ่นอายเคล้าโลกีย์กระตุ้นให้ชายหนุ่มเคลิ้ม หันไปคลอเคลียซุกไซ้หากลิ่นหอมกรุ่นกายจากคนงามข้างตัว และยิ่งเมื่อคึกคะนองก็พากันลุกขึ้นร้องรำทำเพลง

พี่ใหญ่เฉินถือจอกเหล้าเคาะเป็นจังหวะ พี่รองจางตบโต๊ะต่างกลอง ส่วนน้องเล็กถงควักขลุ่ยออกมาร่วมสร้างจังหวะบรรเลงให้ครึกครื้น ซ้ำยังบันเทิงจนแต่งเนื้อร้องสดออกมา หากมีคนรู้จักพวกเขาเดินผ่านมาก็ไม่มีผู้ใดเชื่อสายตาว่าคนบ้าที่กำลังเต้นอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้น หนึ่งเป็นรองหัวหน้าองครักษ์ของฉินอ๋อง หนึ่งเป็นคนสนิทขององค์รัชทายาทผู้โหดเหี้ยม และอีกหนึ่งคือส่านอ๋องท่านอ๋องห้า เสียงสรวลเฮฮาปนเสียงดนตรีมั่วซั่วดังลอดออกมาจากห้องเป็นระยะ

ตกดึกเสียงคนเริ่มแหบแห้งสติแทบไม่เหลือ พี่ใหญ่เฉินโอบเอวแน่งน้อยแยกตัวออกไปก่อน น้องสามถงสั่งให้โฉมงามข้างกายพี่รองดูแลพี่ชายร่วมสาบานที่เมาปริ้นนอนกลิ้งเกลื่อนกับพื้น แล้วก็เดินกอดคนงามออกไปสร้างคืนวสันต์จันทราของเขาเอง

“นายท่านจาง...” เสียงหวานๆ ดังขึ้นบนตัว ฟังออดอ้อนเล็กๆ ทำให้นายท่านจางยกยิ้มกริ่ม ยื่นมือไปรั้งร่างบอบบางมาเกยบนร่างของเขา มือไม้ขยับเปะปะไปทั่วร่างเล็กที่ดันร่างปฏิเสธเสียงแผ่วเบา

“นายท่านเมาอยู่นะขอรับ”

“เมารึ? ยังหรอก หากอยากให้ข้าเมาแล้วละก็จงใช้ตัวเจ้ามอมเมาข้าเสียสิ”

“นายท่าน...โอ๊ย!!!

ผมยาวสลวยของชายคณิกาคนงามถูกมือใหญ่กระชากสุดแรง หนังหัวแทบเปิด ร่างเล็กๆ ถูกเหวี่ยงหล่นจากตัวคนเมา หนุ่มร่างบางหน้าบิดเบี้ยวเจ็บหนังหัวจนน้ำตาเล็ด พอเงยหน้าจะตวาดด้วยความโมโหก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปต้องชะงักค้าง ใบหน้าคมคร้ามที่จ้องมองมาน่ากลัวจนขนหัวลุกสะอึกกลัวพูดอะไรไม่ออก

“ไส-หัว-ไป!” ร่างหนาตวาดไล่เสียงเข้ม ดุจนโฉมงามสะดุ้งแทบสิ้นสติ รีบกระวีกระวาดหอบสังขารออกไปจากห้อง เหลือเพียงคนเมาที่ยังคงมึนศีรษะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมานั่ง มือลูบหน้ามองคนที่ยืนตระหง่านค้ำศีรษะ หน้าตาบึ้งตึงยับย่นเป็นชั้นๆ น่าเกลียดน่ากลัวจนคนเมาสร่างตาสว่างวาบทันที

“มาได้อย่างไร?”

“กลับ!

“ข้าลุกไม่ไหว” คนเมาโบกมือ

“ก็มุดหัวอยู่นี่แหละ!

“มาพยุงข้าสิ”

ไอ้ขันทีนี่! เหวินเหลยขึงตาใส่ขันทีรับใช้ที่ยื่นมือมาพร้อมออกคำสั่ง ผู้ใดมันเป็นเจ้านายเป็นคนรับใช้กันแน่? เขาปัดมือมันทิ้งแทบทันทีไม่ต้องคิด ดูมันตอนนี้สิ พอเมาแล้วท่าทางต่อเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเชียว ไอ้ท่าทางเสแสร้งหวาดกลัวยามปกติว่าน่ารำคาญแล้ว แต่ตอนมันเมาน่ารำคาญยิ่งกว่า เสียงคางยานพูดอ้อแอ้ตามตื้อไม่เลิก    

“เหลย~ พยุงหน่อย~”

“อุบาทว์ตา!

คนถูกอ้อนขมวดคิ้วจัดการตบศีรษะคนเมาจนหน้าทิ่ม ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ รัชทายาทหนุ่มเห็นสภาพดูไม่ได้ของอีกฝ่ายก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา คนเมาครางอืออาลูบหัวที่โดนตบเต็มแรง สะบัดหน้า เงยหน้าขึ้นมาจะต่อว่าคนฉวยโอกาสประทุษร้ายตอนเมา แต่ก็หยุดชะงักเมื่อเห็นเจ้านายหันหลังย่อตัวลง

“ขึ้นมา”

คนเมาหัวเราะคิกกระโดดขึ้นหลังเจ้านายอย่างไม่กลัวตาย คนต้องแบกคนเมาถอนหายใจอีกครั้ง ค่อยๆ ลุกขึ้นพาคนด้านหลังเดินออกไป คนเมาทิ้งศีรษะลงบนลาดไหล่กว้างแล้วนิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีกคล้ายว่าหลับไปแล้ว เหวินเหลยหันมองข้างหลังแล้วอดจะหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ ทั้งที่ตั้งใจมาอาละวาดระบายความคับข้องใจ แต่กลับมาเจอมันเมาแอ๋อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็อดจะแปลกใจมิได้ อะไรทำให้คนงี่เง่าไม่คิดอะไรยุ่งยากอย่างมันดื่มหนักเช่นนี้

“ฝ่าบาท!? ส่งท่านจางหรงมาให้กระหม่อมแบกแทนเถิดพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์ที่ติดตามเจ้านายมาผงะตกใจที่เห็นองค์รัชทายาทแบกข้ารับใช้ขึ้นหลัง พอตั้งสติได้ก็รีบเข้าไปอาสาช่วย หากมีผู้ใดมาเห็นเข้าจะเข้าใจผิดได้ หนำซ้ำจางหรงอาจจะถูกลงโทษอีกด้วย ทว่าความหวังดีของเขากลับถูกเจ้านายบอกปัดด้วยแววตาน่ากลัว องครักษ์ที่หวังดีกลืนน้ำลายถอยหลังทำหน้าจ๋อย

เหวินเหลยหันกลับไปมองคนที่เขาแบกไว้ หนักจะตายอยู่แล้ว ทำไมเขาถึงได้โง่ไม่ยอมโยนมันทิ้งกันนะ ถึงจะเคยด่ามันอย่างนั้นอย่างนี้แต่ก็สุดท้ายเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ หากไม่นับตงฮองเฮาผู้เป็นพระมารดา ก็มีแค่ไอ้บ้านี่ละที่อยู่กับเขามาตลอด ไม่อยากจะยอมรับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ มันเปรียบเป็นสหายหนึ่งเดียว เป็นน้องชายที่คอยกวนประสาทแต่ก็อยู่ข้างๆ มาตลอด เขาเชื่อใจพระมารดาฉันใด ก็เชื่อมั่นว่ามันจะไม่ทรยศเขาฉันนั้น

“อุ๊บ! จะอ้วก!

อยู่ๆ คนที่นอนนิ่งขยับตัว ทำหน้าพะอืดพะอม มือปิดปากแน่น คนที่เชื่อมั่นแทบอยากโยนลงจากหลัง หมดอารมณ์กับมันเลยจริงๆ! รัชทายาทหนุ่มช่วยข้ารับใช้คนสนิทลูบหลังอ้วกจนหมดไส้หมดพุง คนเมาคล้ายจะได้สติกลับมาเล็กน้อยแต่ก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เหวินเหลยแบกคนเมาขึ้นหลังไปที่ม้าก่อนจะปีนขึ้นไปนั่ง จัดแจงคนเมาให้นั่งดีๆ แล้วกระทุ้งเท้าบังคับม้าออกตัววิ่งไปในความมืด ท่ามกลางเสียงลมเข้ามาปะทะเขาคล้ายได้ยินเสียงคนเมาแว่วเข้าหู

“ตัวเซี่ย เหลยเกอ” (ขอบคุณมาก พี่เหลย)

“หึ! เจ้าได้ตอบแทนจนกระอักแน่ หรงตี้(น้องหรง)”

 

*****

 

....ได้ตอบแทนจนกระอักจริงๆ!

จางกงกงผู้กำลังสวมบทบาทเป็นชาวบ้านเก็บของป่าขาย เดินย้ำเท้าตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่ายเฝ้ามองตามติดพฤติกรรมของฉินอ๋อง ผู้เพิ่งออกมาจากคุกหลวงตามคำสั่งของเจ้านาย บอกได้คำเดียวว่าเหนื่อย! ประสาทจะกินเสียให้ได้ ฉินอ๋องผู้นี้แตกต่างจากเจ้านายจอมเกียจคร้านของเขาจริงๆ แทนที่จะพักเหนื่อยสักหลายๆ วันแต่วันรุ่งขึ้นก็จับม้าควบเข้าค่ายทหารเพื่อทำงานทันที ช่างเป็นบุรุษที่มีความรับผิดชอบสูงส่ง สมแล้วที่คนงามเลือกเป็นคู่ครอง ต่างจากองค์รัชทายาทที่เอะอะก็โยนงานมาให้ข้ารับใช้เช่นเขาทำแทนลิบลับ

ไม่ว่าบุ๋นหรือบู๊ฉินอ๋องล้วนแล้วแต่อยู่เหนือพี่ชายต่างมารดาที่ยามเล่าเรียนก็หาเรื่องโดด ปล่อยให้เขารับหน้ากับพระอาจารย์ ไปๆ มาๆ เป็นเขาคนเดียวที่ได้ร่ำเรียนจากเหล่าอาจารย์สุดยอดฝีมือทั้งหลายแทน โชคดีที่จางหรงพอเอาอ่าวอยู่บ้าง ทำให้อาจารย์เหล่านั้นพึงพอใจ ไม่ไปไล่เบี้ยเอากับรัชทายาทหนุ่ม ให้ตายเถิด หากเจ้านายของเขาขึ้นครองราชย์จริงมิกลายเป็นฮ่องเต้ด้อยปัญญาคนแรกในประวัติศาสตร์แคว้นฉิงหรอกหรือ?

ในตอนที่กำลังเคลิ้มๆ จะหลับไปจางหรงก็เห็นรถม้าที่มีคนคุ้นหน้าเป็นสารถี หือ? นั่นมันพี่ใหญ่เฉินมิใช่รึ? อ่า! เอาละ เขารู้อยู่แล้วว่าพี่ชายร่วมสาบานคนนั้นเป็นผู้ใดมานานแล้วแต่ก็ไม่เคยจะสนใจ พี่ใหญ่เฉินจะเป็นหมูเห็ดเป็ดไก่ของผู้ใดเขาก็ไม่ใส่ใจหรอก จางกงกงสอดส่องสังเกตการณ์ไปทั่วค่ายเป่าอี้ เห็นคุณชายเซี่ยจิ้งถิงมาหาคนรักถึงค่ายทหารแล้วถอนหายใจ ต่อให้ทั้งสองยังไม่แต่งเจ้านายของเขาก็ไม่มีหวังสักกะผีกเดียว ดูนั่นเถิด พวกเขารักกันแทบจะกลืนกิน มีหวังบ้าบออันใดกัน!?

ร่างสูงกลับมาซ่อนเร้นกายรอคอยเป้าหมายอยู่เงียบๆ ล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆ เห็นเป้าหมายเคลื่อนไหวก็ติดตามไปไม่ห่าง จางหรงหนาวๆ ร้อนๆ คล้ายฉินอ๋องชำเลืองมองมาทิศทางที่เขาซ่อนตัวบ่อยครั้ง โชคดีที่มีเหตุบังเอิญนานาประการมาช่วยเขาเอาไว้ทำให้ท่านอ๋องสี่ได้แต่สงสัยประหลาดใจ เป้าหมายของเขามาหยุดที่หอดนตรีหว่านเซียงอวี่ ระหว่างที่เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายของกลุ่มมือปราบจางหรงก็นั่งตักบัวลอยกินอย่างสบายอารมณ์ พอเป้าหมายเคลื่อนไหวอีกครั้งเขาก็ติดตามไปทุกฝีก้าว

“อุหว่า นี่มัน...”

ในที่สุดการสะกดรอยตามฉินอ๋องก็มีเรื่องให้ไปรายงานเจ้านายได้บ้างแล้ว ฉินอ๋องเข้าไปในคฤหาสน์หลังหนึ่ง สอบถามเพื่อนบ้านแถวนั้นได้ความมาว่าเป็นคฤหาสน์ที่เพิ่งถูกซื้อโดยคณิกาชายนามว่า ฉิวเฟยอินจางกงกงรีบกลับไปรายงานแก่องค์รัชทายาทที่พอได้ยินก็แย้มยิ้มอารมณ์ดีทันตาเห็น รีบลากเขามุ่งหน้าไปเยี่ยมเยียนคุณชายเซี่ยจิ้งถิงผู้งดงามชวนหลงใหล ขนาดเขายังรู้สึกว่าคุณชายน้อยผู้นี้ดูน่ารักน่าเอ็นดู แล้วเจ้านายที่มีใจผูกสมัครรักใคร่ด้วยเล่าจะขนาดไหน

รัชทายาทหนุ่มจัดการลากคุณชายน้อยเซี่ยจิ้งถิงไปซุ่มมองคู่หมั้นหมาดๆ ที่เข้าไปในคฤหาสน์ของคณิกาชาย ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีขององค์รัชทายาทหรือโชคร้ายของฉินอ๋อง จังหวะที่จอดรถม้าเป็นเวลาเดียวกับที่ฉินอ๋องเดินออกมาจากคฤหาสน์ฉิวพอดิบพอดีราวกับนัดกันไว้ นี่มันบังเอิญเกินไปแล้ว!

สารถีขับรถม้าเอาหูแนบฟังเสียงข้างใน ไม่รู้ว่าป่านนี้คุณชายน้อยเซี่ยจิ้งถิงจะเสียใจหรือคิดมากเพียงใด เฮ้อ เขาไม่อยากแยกคู่ของผู้ใดเลย แต่จะโทษฝ่ายนี้ฝ่ายเดียวมิได้ ก็ฉินอ๋องดันมีเรื่องให้คนอื่นเอามาเล่นงานได้เองนี่หว่า จางหรงถอนหายใจอีกครั้ง คล้อยหลังฉินอ๋องเขาบังคับรถม้ากลับไปยังจวนตระกูลเซี่ยอีกครั้ง ปล่อยให้เจ้านายล่ำลากับคนในดวงใจ เพราะวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่รัชทายาทหนุ่มเดินทางไปจากเมืองหลวงแล้ว และนั่นเป็นเหตุผลที่เขาต้องอดทนอีกนิด

พรุ่งนี้ก็หลุดพ้นเป็นอิสระแล้ว!

“เป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?”

“ก็ดี” เหวินเหลยตอบสั้นๆ แล้วแสยะยิ้มสะใจออกมา ทำเอาข้ารับใช้งุนงง

มือหนาโบกไล่ให้อีกฝ่ายกลับไปทำหน้าที่สารถี ส่วนตัวเขาก็เข้าไปในรถม้าแล้วหัวเราะในลำคอ คราแรกคิดจะกล่าวคำลาเท่านั้น แต่พอมองไปข้างในจวนตระกูลเซี่ยก็เห็นน้องชายต่างมารดายืนมองตรงมาด้วยสีหน้าคาดเดายาก ตอนนั้นเองเขาก็โน้มตัวไปสัมผัสริมฝีปากนุ่มของร่างบางแล้วกล่าวคำลา เจ้าเด็กแซ่เซี่ยนั่นก็ซื่อบื้อเสียจริงๆ และบวกกับที่ได้เห็นสีหน้าเดือดดาลอันหาได้ยากจากน้องชายต่างมารดาก็ยิ่งทำให้เขาอารมณ์ดีสุดๆ

“เฮ้อ บาปกรรมหนอบาปกรรม” เสียงบ่นพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียดดังมาจากสารถี เหวินเหลยชะงัก คิดถึงคำพูดบางคำที่เขาเกือบจะหลงลืมไปแล้ว รัชทายาทหนุ่มหลุบตาลูบคางครุ่นคิดบางอย่าง พอมีเจ้าบ้านี่อยู่ใกล้ๆ แผนทุกอย่างผ่านฉลุยไปด้วยดีจริงๆ เทพเจ้าแห่งโชคอย่างนั้นรึ? อาจจะเป็นอย่างที่น้องชายต่างมารดาว่าไว้ก็เป็นไปได้

 

*****

 

ในระหว่างที่รัชทายาทหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับมื้อเย็นกับพระมารดาอยู่นั้น เสียงเปี่ยมเมตตาของตงฮองเฮาก็หันมาเอ่ยกับข้ารับใช้คนสนิทที่ยืนคอยรับใช้อยู่ไม่ไกล

“จางหรง สามปีต่อจากนี้ก็ช่วยดูแลเหวินเหลยแทนเราด้วยนะ”

“...!!!?

 

 

 

 

 




เฮ้อ จบเสียที ยาวเกินไป ขออภัยคนที่รอชายแมวนะจ้ะ

ปล. ที่จางหรงไม่โดนตอน ก็เพราะนางเป็นเด็กในสังกัดตงฮองเฮา

ไม่ได้เข้าวังมาเป็นขันที แต่อยู่กับตงฮองเฮามาตั้งแต่เด็ก รับใช้รัชทายาทมาตลอด

ส่วนตำแหน่งกงกงเนี่ยชายเหลยตั้งให้ลอยๆ กะจะแกล้งอะไรงี้จ้ะ

หวิดโดนตัดเหมือนกันแต่นางหนีรอดมาได้ถึงทุกวันนี้ 55555


จางหรงหลังจากที่ได้ยินคำขอร้องของตงฮองเฮา


สวรรค์ ข้าทำอันใดผิด!!!?


สงสารหรงตี้...


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 812 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25519 sunflowerrrr (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 8 มีนาคม 2564 / 02:28
    เจ้านายลูกน้องคู่นี้คือยิ่งกว่ามวยถูกคู่ซะอีก อย่างปั่น555555555
    #25,519
    0
  2. #25505 kristkatt (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:01
    ส่านอ๋องกะองครักษ์เฉินไม่รู้จักกันหรอคะ
    #25,505
    0
  3. #25448 Maylyunho (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:46
    สงสารหรงตี้จริงๆ
    #25,448
    0
  4. #24994 M.D. MayDay (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 17:10
    เจ้านายใบ้ เจ้านายวิปลาส 5555
    #24,994
    0
  5. #24960 ชาเมท (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 13:09
    อยากอ่าน ปล่อยข้าไปเถอะองค์รัชทายาท ต่อ อยากรู้ว่าน้องหรงจะปราบชายหมาอย่างไร หรือจะโดนชายหมาปราบยังไง ชอบๆไม่รู้ว่าไรท์จะกลับมาเขียนต่อทั้ง2เรื่องไหม หรือจะทำเป็นเล่มขายก็พร้อมซื้อ น่าติดตามมาก

    อยากรู้เรื่องชายหมาทั้งชีวิตก่อนและหลังน้องถิ้งกับอ๋องสี่กลับชาติมาใหม่
    #24,960
    0
  6. #24820 parkhyun6104 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 14:51
    คู่นี้น่ารักมากๆๆๆอ่านวนหลายรอบแล้ว สมน้ำสมเนื้อกันมากค่ะ55555555555
    #24,820
    0
  7. #24485 Fueled me (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 08:37
    เกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น อ่ย5555555555555555555
    #24,485
    0
  8. #24010 munkrishear (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 03:36
    จางหรงงงง555555555555 โคตรชอบคู่นี้
    #24,010
    0
  9. #23925 pprsmair (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:33
    อยากอ่านคู่นี้อ่าาาาาา
    #23,925
    0
  10. #23812 aris_g18 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:59
    ชอบคู่นี้
    #23,812
    0
  11. #23651 คาเรลล่า อานาธีเซีย (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 20:47

    อยากให้มีตอนพิเศษของจางกงกงอีก รึเรื่องแยกก็ดี ชอบบบ

    #23,651
    0
  12. #23481 Liew__pcy (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 11:54
    อิน้องคง งงอะ แบบอิหยังวะ ปกติตรูก้ดูแลอยุ่แล้วปะ ถ้าไม่ใช่ตรูแล้วใครจะทนมือทนทรีนมันดั่ยย! 55444444444
    #23,481
    0
  13. #23457 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:14
    แสบพอกันจริงงๆ สามพี่น้องง
    #23,457
    0
  14. #22668 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 21:08
    นั่นปะไร๊ แต่ชั้นชืมส่านอ๋องไปได้ยังไงกัน พลาดจริงๆ เฮ้อ //วะ วันนั้นทั่นอ๋องสี่ ยะ อยู่แถวนั้นด้วยสินะคะ...แหะ จิ้งถิงสู้ๆ!!!
    #22,668
    0
  15. #22219 Xialyu (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:23
    พี่คิมซูฮอนก็มา5555
    #22,219
    0
  16. #22036 svanya (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 15:25
    โอยยยน้องหรงงงงงง โอย 555556
    #22,036
    0
  17. #22030 Ferizia (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 23:56
    งื้อออออ ชอบคู่นี้อ่าา ความสามพี่น้องร่วมสาบาน 6555555 แต่งอีกได้ไหมมมมม เค้ารออ่านน้าาา
    #22,030
    0
  18. #22023 N\'noey Butter (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 19:56
    ชอบนาง555555 3 พี่น้องร่วมสาบานไปอี๊กกก
    #22,023
    0
  19. #21508 moo91292 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 14:47
    ชอบคู่นี้
    #21,508
    0
  20. #21307 pcy921 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 14:19
    เชื่ออยู่คะว่าส่านอ๋องท่านเฉินและกงกงจะพี่น้องร่วมสาบานกัน นินทาเจ้านายเก่ง5555555555
    #21,307
    0
  21. #20720 Lunla_dog (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:47
    สอบถามค่ะ คู่นี้ใช่เรื่อง ปล่อยจ้าไปเถิด องค์รัชทายาท อีกเรื่องของไรท์ป่ะค่ะ พอดี เปิดไปดูผลงานอื่นๆ แล้วเห็น รอติดตามทั้งสองเรื่องนะคะ ^^
    #20,720
    0
  22. #20717 Jane (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 20:26

    อยากอ่านคู่นี้อีกทำไงดี 55555 น่ารักน่าถีบมากเลยอ่ะ >//<

    #20,717
    0
  23. #20693 AmPangJI (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 21:09
    ชอบคู่นี้ อยากให้มีเรื่องอีกค่ะ ><
    #20,693
    0
  24. #20615 sabel2 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 04:22

    อ่านคู่นี้ละยิ้มตลอดเลย

    #20,615
    0
  25. #20592 _Daonuea_ (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 22:53
    สวสารจางกรงอ่ะฮืออ555555555
    #20,592
    0