เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 92 : ตอนพิเศษ ณ วังตงกง (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 811 ครั้ง
    6 เม.ย. 60

ตอนพิเศษ ณ วังตงกง (๒)

ระยะนี้ได้ยินชื่อเซี่ยจิ้งถิงควบคู่กับฉินอ๋องผู้เป็นน้องชายบ่อยๆ ไม่พ้นเรื่องสิ้นคิดที่ทำให้ฉินอ๋องเข้าไปนอนในคุกหลวง ทั้งที่คิดว่าเป็นคนฉลาดแท้ๆ เขาออกจะชมชอบน้องชายคนนี้มากกว่าน้องชายคนอื่นๆ ฉินอ๋องที่ภายนอกไม่แสดงท่าทีจะสนใจแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทเหมือนคนอื่นๆ หมายถึงภายนอกเท่านั้น ภายในใจของมันอาจจะปรารถนายิ่งกว่าผู้ใดก็เป็นไปได้ผู้ใดจะไปจะล่วงรู้ แต่ตอนนี้กลับทำให้ผู้คนทั้งราชสำนัก ไม่สิ ทั้งแคว้นคาดไม่ถึงที่มันหน้าโง่ขอพระราชทานสมรสกับ บุรุษผู้หนึ่ง!

มิผิด เป็น บุรุษผู้หนึ่ง!

มิใช่คนอื่นไกล เป็นเซี่ยจิ้งถิง คุณชายน้อยหน้าตางดงามเย้ายวน เขายอมรับว่ารูปโฉมที่พิเศษของอีกฝ่ายน่าดึงดูดมากเพียงใด แต่มันก็มิได้มากพอให้เขาเสียสติจนต้องยกย่อง อภิเษกตบแต่งบุรุษเป็นชายาเอกเท่ากับว่าสละสิทธิ์ในการสืบทอดราชสมบัติ ให้ตายเขาก็ไม่ทำ เป็นเพียงแค่บุรุษมอบตำแหน่งชายาเล็กๆ ให้ก็บ่งบอกความโปรดปรานแล้วมิใช่รึ หากได้ขึ้นครองราชย์ก็กลายเป็นสนม อย่างไรเสียสำหรับเขาแล้วไม่ว่าตำแหน่งใดมันก็เหมือนๆ กัน ขึ้นอยู่กับความโปรดปรานที่เขาจะมอบให้ต่างหาก ตำแหน่งไหนก็เมียเขาทั้งนั้นแหละ!  

คิดถึงท่าทางผยองของน้องชายต่างมารดาแล้วไม่สบอารมณ์จริงๆ

“หึ ฉินอ๋อง ช่างโง่นัก”

จางหรงได้ยินเจ้านายพึมพำพร้อมกับหัวเราะเย้ยหยัน ประโยคดูแคลนอย่างเปิดเผยของเจ้านายที่มีต่อน้องชายมิได้ทำให้ขันทีหนุ่มแสดงท่าทีแปลกใจใดๆ นอกจากนิ่งเฉยและปฏิบัติหน้าที่ดูแลรับใช้ของตัวเองต่อไป เพราะเคยชินกับท่าทางเยาะเย้ยคนทั่วหล้าของเจ้านายก็เป็นไปได้ มีผู้ใดบ้างที่รัชทายาทหนุ่มไม่เคยดูถูกดูแคลนกระทั่งพระบิดายังไม่เว้น

หลังจากกลับมาจากเข้าเฝ้าพระมารดาเหวินเหลยเอนกายพักผ่อนได้ไม่นาน หวงไทจื่อเฟย (พระชายาเอกในองค์รัชทายาท) ก็เข้ามาขอเข้าพบ นำผลไม้สดที่ปอกเปลือกมาเป็นของกำนัล ทั้งสองนั่งพูดคุยด้วยท่าทางเป็นทางการ จางกงกงไม่เคยเห็นทั้งสองมีท่าทางใกล้ชิดกันสนิทสนมเช่นสามีภรรยา ความสัมพันธ์คล้ายเจ้านายลูกน้องเสียมากกว่า แต่หลายปีมานี้พระชายาเอกดำรงตำแหน่งทำหน้าที่ได้ดี นางถือว่าเป็นคนฉลาดเฉลียวเรียบร้อยเคร่งขรึม ในสายตาขันทีหนุ่มนางเหมาะเป็นว่าที่ฮองเฮาแต่ไม่เหมาะจะเป็นภรรยาเลยจริงๆ

พอเจอคนที่เหมาะเป็นภรรยาก็ดันคว้าไม่ทันผู้อื่น เฮ้อ เจ้านายผู้อาภัพ!

ผ่านไปหนึ่งชั่วยามพระชายาเอกขอตัวกลับตำหนักของนาง ทิ้งพระสวามีที่มีสีหน้าติดจะเบื่อหน่ายเล็กๆ ไว้เบื้องหลัง นัยน์ตาสีเทาขุ่นมัวเฉกควันกลอกมามองขันทีหนุ่มที่รับใช้มาตั้งแต่จำความได้ คนโดนจ้องรีบหันหน้ากลับมาจากมองตามขบวนของพระชายาเอก สบกับดวงตาเบื่อหน่ายของเจ้านายก็รีบผงกศีรษะ เดินเร่งไปนำสิ่งที่เจ้านายต้องการ ไม่นานร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้มของขันทีก็รุดเข้ามาพร้อมกับหมากกระดาน หนึ่งในของไม่กี่อย่างที่แก้เบื่อของรัชทายาทหนุ่มได้

“ช่วงนี้ฟ่านมี่ซิ่นไม่ค่อยมาเล่นหมากกระดานกับเราเหมือนอย่างเคย” เสียงแหบเครือกล่าวขึ้นลอยๆ

จางกงกงพยักหน้ารับ ไม่ใช่แค่ช่วงนี้ แต่เป็นตั้งแต่หลังสงครามหน้าหนาวที่ผ่านมา ฟ่านมี่ซิ่นผู้นั้นก็มิค่อยไปมาที่วังตงกงบ่อยเท่าเมื่อก่อน ข่าวที่ได้รับจากสายว่านางเป็นตัวแปรสำคัญในการเกิดเหตุวุ่นวายในราชสำนักแคว้นเหลียว รัชทายาทหนุ่มจึงเริ่มไม่สนิทใจที่จะคบหากับอีกฝ่าย ฝ่ายฟ่านมี่ซิ่นก็คล้ายจะรู้ตัว ในอดีตไม่ว่านางพูดหรือแนะนำสิ่งใดรัชทายาทหนุ่มก็เชื่อและทำตามไปซะหมด จนเขาคิดว่าเจ้านายชมชอบนางอยู่มิใช่น้อย แต่ยามนี้เจ้านายของเขาเรียกกิจการที่มอบหมายให้อีกฝ่ายดูแลกลับมาหมด หนำซ้ำหากมีเรื่องสำคัญๆ ก็ไม่ค่อยเรียกนางมาปรึกษาเหมือนเคย หมางเมินจนคล้ายเป็นตัดสัมพันธ์กันไปเสียแล้ว แต่แบบนี้ก็ดีแล้วเพราะเขาก็ไม่ไว้ใจฟ่านมี่ซิ่นเท่าไร ไม่สิ! ไม่ดี พอไม่มีฟ่านมี่ซิ่นงานที่เขาต้องรับผิดชอบก็มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แทบไม่มีเวลาอู้ เอ๊ย เวลาพักผ่อน!

“ให้กระหม่อมไปตามคุณหนูฟ่านดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“ช่างเถิด เจ้านั่งลงเล่นสักตา” รัชทายาทหนุ่มส่ายมือปฏิเสธ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าให้คนถามนั่งลงอีกฝั่ง

จางกงกงรีบนั่งลงกลัวไม่ทันใจเจ้านาย รีบจัดเตรียมหมากให้กับเจ้านายและตัวเองอย่างคล่องแคล่ว สองบ่าวนายผลักกันวางหมากไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคิ้วเข้มขมวดมุ่นเหนือนัยน์ตาสีเทา เรียวนิ้วยาวลูบไล้ปลายคางแล้ววางหมากของตนลงกระดาน จากนั้นฝ่ายตรงกันข้ามก็วางลงหมากเต็มกระดานพอดี รัชทายาทหนุ่มเม้มริมฝีปากได้รูปเป็นเส้นตรง ซ่อนความหงุดหงิดไว้ในแววตา ลอบมองขันทีนั่งหน้าเหลอหลานับแต้มหมากกระดานเหมือนไม่รู้ว่าจริงๆ ว่าแต้มบนกระดานนั้นมันเท่ากัน อ้อยอิ่งนับแต้มอย่างใจเย็นเห็นแล้วรู้สึกมือกระตุกอยากตบหัวสักป้าบ

โครม!

“แต้มเท่ากัน เจ้าจะนับทำไม! วางแผนให้เท่ากันเองแท้ๆ!

“ฝ่าบาท กระหม่อมจะวางแผนขนาดนั้นได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ มันบังเอิญจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ” จางกงกงผงะตกใจสุดตัวเมื่ออยู่ๆ เจ้านายก็ตบฝ่ามือลงบนกระดานจนหมากกระเด็นไปทุกทิศ เกือบกระเด็นเข้าปากของเขาไปหลายเม็ดแล้วเหมือนกัน ขันทีขี้กลัวหัวใจหดเกร็งลนลานคุกเข่าอ้อนขอความเมตตาอย่างว่องไว

ได้ยินคำแก้ตัวของข้ารับใช้รัชทายาทหนุ่มต้องขึงตาใส่อีกฝ่ายพร้อมกับกัดฟันกรอด

บังเอิญเท่ากันทุกตาที่เล่นอย่างนั้นหรือ ผู้ใดเชื่อก็โง่เต็มทนแล้ว!

ก่อนที่รัชทายาทหนุ่มจะยกขาเตะคนตรงหน้าก็พลันมีเสียงรายงานดังขึ้นจากหน้าประตู ทั้งสองร่างชะงักกึกทันทีที่ได้ยินชื่อผู้ที่รอเข้าพบ สบตากันเคร่งขรึมแวบหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้ากลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว รัชทายาทหนุ่มเอ่ยอนุญาต ในใจยังมีความหงุดหงิดที่ไม่ทันได้ระบายออก

ช่างบังเอิญอย่างร้ายกาจ!

เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เขาหมายจะลงไม้ลงมือกับเจ้าขันทีจอมกะล่อนที่ไหลลื่นทุกสถานการณ์ ถ้าไม่รู้ว่ามันมีพลังวิเศษเป็นหัตถ์ปรุงอาหารแล้วละก็ คงคิดว่าพลังวิเศษของมันเป็นความบังเอิญแน่ๆ เหตุใดทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างบังเอิญได้ตลอดหากเกี่ยวข้องกับอีกฝ่าย เป็นคนโชคดีจนใกล้เคียงปีศาจ ทำให้เขารำลึกถึงคำพูดของน้องชายต่างมารดา เหอะ ถ้าไอ้ขันทีนี่เป็นเทพเจ้าแห่งโชคของเขาจริง ป่านนี้คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหามากมายเช่นนี้หรอก

รัชทายาทหนุ่มลดเท้าลงโบกมือไล่จางกงกงที่เกือบหัวใจวาย ขันทีหนุ่มพ่นลมหายใจพรั่งพรูรีบผุดลุกขึ้นจากพื้น ปรี่เข้าไปเอ่ยเชิญองครักษ์หลิ่วที่เข้ามาช่วยชีวิตน้อยๆ ของเขาไว้ได้ทันกาลอย่างกระตือรือร้น

“ถวายบังคมองค์รัชทายาท ขอพระองค์ทรง...”

“อย่ามัวแต่พร่ำ จะพูดอะไรก็พูดออกมา”

ถ้อยคำสรรเสริญถูกเจ้านายโบกมือตัดบทด้วยความรำคาญ องครักษ์หลิ่วลุกขึ้นยืนแล้วเข้าเรื่องไม่อ้อมค้อมเมื่อเห็นดวงหน้าคมคายของเจ้านายเริ่มมีเค้าความหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างหนาในอาภรณ์หรูหราเอนตัว นัยน์ตาเทาที่คาดเดายากดังกลุ่มหมอกควันจ้องกดดัน ริมฝีปากได้รูปแย้มยิ้มที่เหมือนเยาะเย้ยคนทั่วหล้า รอบตัวที่เดิมผ่อนคลายเปลี่ยนแปรเป็นแหลมคมอย่างฉับพลัน องครักษ์หลิ่วขนลุกอย่างไร้สาเหตุ เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมตามไรฟันเมื่อถูกเจ้านายจับจ้องราวอสรพิษเพ่งเล็งเหยื่อของมัน

“เจ้าทำตามคำสั่งของเราได้ดียิ่ง”

“กระหม่อมทำตามที่พระองค์ประสงค์เสมอพ่ะย่ะค่ะ”

“เราไม่แปลกใจเลย” องค์รัชทายาทหัวเราะ ดวงหน้าคมคายที่มีเค้าโครงคล้ายคลึงฮ่องเต้เหวินจิ่นมากที่สุดในหมู่พี่น้องแย้มยิ้มพึงพอใจ แต่มีบางสิ่งบางอย่างในน้ำเสียงชื่นชมอัดแน่นไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่เงียบงันชวนขนลุก องครักษ์หลิ่วลอบกลืนน้ำลาย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงได้รู้สึกกังวลหวั่นใจเช่นนี้ หลังจากรายงานงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ เขาก็เอ่ยปรึกษาเรื่องทั่วๆ ไปตามปกติ จนกระทั่ง...

“ฝ่าบาท เรื่องของคุณหนูหยางหงหรูเป็นเช่นไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?”

“หยางหงหรู? อ้อ ช่วงนี้เราเบื่อๆ ปล่อยไว้อีกสักพักค่อยจัดการ” องค์รัชทายาทยักไหล่โบกมือคล้ายไม่สนใจกับเรื่องนี้นัก องครักษ์หลิ่วพยักหน้ารับ สีหน้าราบเรียบเหมือนไม่ติดใจใดๆ แต่ในใจของเขานั้นกลับร้อนรน คำสั่งที่ได้รับมาจากคนๆ นั้นให้เขาหลอกล่อองค์รัชทายาทให้ลงมือ หรือเข้าหาคุณหนูหยางในวันสองวันข้างหน้า แต่ท่าทางของคนตรงหน้ากลับไม่อนาทรร้อนใจจะลงมือ องครักษ์หลิ่วพยายามครุ่นคิดหาวิธีกระตุ้นให้รัชทายาทหนุ่มรีบลงมืออย่างแนบเนียน

“หรือว่าเจ้ามีความคิดสนุกๆ อย่างนั้นรึ?” เสียงทุ้มต่ำแหบเครือเอ่ยถามพร้อมกับนัยน์ตาสีเทาหรี่มองอย่างคาดหวัง องครักษ์หลิ่วใจเต้นระรัว ดีใจที่มีอีกฝ่ายเปิดโอกาสให้เขาทำตามแผนง่ายๆ ชายผู้มีแผนการในใจรีบเสนอวิธีกระตุ้นความสนใจของคนตรงหน้าโดยมิได้เอะใจใดๆ

“ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม!” หลังจากฟังขั้นตอนลงมืออันเหี้ยมโหดขององครักษ์ประจำตัว องค์รัชทายาทก็ทำหน้าประหลาดใจวูบหนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาคล้ายพึงพอใจ ดวงตาสีเทาคู่นั้นยิ้มหยีเป็นขีด ไม่ทราบว่าเหตุใดองครักษ์หลิ่วที่สบดวงตาที่กำลังยิ้มคู่นั้นแล้วรู้สึกผวา

“เป็นความคิดที่ดี เอาเป็นว่าเราจะทำตามวิธีที่เจ้าบอกมา คิดแล้วก็ตื่นเต้นจริงๆ อีกสองวันช่างยาวนานจริง!” รัชทายาทหนุ่มพยักหน้าพออกพอใจ แย้มยิ้มชมเชยไม่หยุดปาก ใบหน้าคมคายขบคิดแล้วแสยะยิ้มออกมาก่อนจะถอนหายใจแสร้งบ่นเสียดายหงุดหงิด ชายหนุ่มยกมือโบกไล่องครักษ์ของตนออกไป พอลับร่างองครักษ์หลิ่วดวงหน้าคมคร้ามสบถออกมาทันทีอย่างไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาสีเทาประกายกร้าวอาฆาต

“ไอ้ทรยศ!

อารมณ์คุกรุ่นรุนแรงระเบิดออกมาจนใบหน้าบิดเบี้ยว อกกว้างขยับขึ้นลงจนคล้ายคนหอบหนัก จะไม่ให้เขามีโทสะได้อย่างไร คนสนิทที่เขาอุตส่าห์ไว้วางใจแท้ๆ แต่มันกลับทรยศเป็นสุนัขรับใช้ของคนอื่น! คนใกล้ตัวที่เขาวางใจค่อยๆ สูญเสียไปทีละคนๆ ตายบ้าง ทรยศบ้าง ช่างน่าหงุดหงิดนัก!

“ฝ่าบาท น้ำชาหน่อยไหมพ่ะย่ะค่ะ?” เสียงนุ่มนวลของขันทีหนุ่มที่เงียบไร้ตัวตนอยู่นานเอ่ยขึ้นมาลูบไล้ประโลมอารมณ์ร้อนๆ ของเจ้านายหนุ่ม องค์รัชทายาทตวัดสายตาไปมองร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาสีเทาไม่เก็บงำความรู้สึกเหมือนเมื่อครู่หลุบมองถ้วยชาที่ขันทีคนสนิทยื่นมาใกล้ เขายกขึ้นจิบแล้วพ่นลมหายใจ

บัดสบ! แค่น้ำชาแท้ๆ เหตุใดถึงได้อร่อยนัก!

ขอแค่ผ่านมือของมันไม่ว่าจะอะไรก็อร่อยเลิศรสจริงๆ องค์รัชทายาทลดโทสะลงโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เขาจิบน้ำชาไปสักพักแล้ววางถ้วยน้ำชาลง ใจเย็นเป็นปกติแล้วแต่ก็อดจะไม่พอใจที่ถูกขันทีไม่ได้เรื่องดับเพลิงอารมณ์ง่ายเช่นนี้ เจ้านายหนุ่มเริ่มพาลพาโล ชี้นิ้วสั่งให้บ่าวรับใช้หนุ่มหยิบผลไม้สดที่ได้มาจากพระชายาเอกมาป้อนใส่ปาก รัชทายาทหนุ่มนอนกินผลไม้เป็นลูกนก เขาขมวดคิ้ว ขนาดผลไม้ธรรมดายังอร่อยไม่ลืมหูลืมตา บ้าเอ๊ย!

ดวงตาสีเทาจ้องมองมือเรียวสีน้ำผึ้งนวลเนียนที่หยิบผลไม้ป้อนใส่ปากเขาอย่างสงสัย ไม่รีรอเขายกมือคว้ามือที่ยังว่างอีกข้างของมันไว้หมับ ไม่สนใจว่าเจ้าของมือจะตกใจเพียงใด ร่างหนายกตัวขึ้นนิด ดึงมือเข้าใกล้มากขึ้น ตวัดลิ้นลากเลียลงบนฝ่ามืออุ่น คนโดนเลียมือเบิกตากว้างแก้วตาแทบแตก

“ฝะ...ฝ่า...ฝ่าบาท!?

“.....”

บัดซบ อร่อยจริงด้วย!

ลิ้นร้อนเลียซ้ำลงฝ่ามือข้างนั้นแล้วครางลึกในลำคอ รสชาติหวานอร่อยยิ่งกว่าผลไม้ที่กำลังกินอยู่เสียอีก คนถูกเลียฝ่ามือขมวดคิ้วอึกๆ อักๆ ทำหน้าลำบากใจปนหวาดหวั่น ก่อนที่จะกลั้นใจเอ่ยถ้อยคำที่อยากบอกเจ้านายออกไปเบาๆ

“เอ่อ...ฝ่าบาท มือข้างนั้นของกระหม่อมยังไม่ล้าง...”

เพ้ย!

องค์รัชทายาทสลัดมือที่ตนกำลังเลียทิ้งไปราวกับมันเป็นของร้อน ร่างหนาพลิกตัวโก่งคอถ่มน้ำลายอย่างรังเกียจ ตัวขันทีเองก็เบะปากถูมือที่ถูกเจ้านายเลียเข้ากับชุดเอาเป็นเอาตาย ท่าทางขยะแขยงพอกัน คนกำลังกลั้วปากด้วยน้ำชาเปรยหางตามาเห็นท่าทางนั้นก็ชะงัก ท่าทางรังเกียจกันแบบนั้นสร้างความไม่พอใจขึ้นมาเป็นริ้วๆ ในอก รัชทายาทหนุ่มยันตัวขึ้นนั่งหมายจะถีบบ่าวรับใช้กวนโทสะสักที แต่ยังไม่ทันได้แตะแม้แต่ปลายก้อยเสียงรายงานหน้าประตูก็ดังขัดขึ้นอีกรอบ

สมควรตาย!

เหวินเหลยสบถในใจเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ชะงักเท้าเอาไว้ เงยหน้าแทบจะถลึงตาใส่คนที่เข้ามาขัดจังหวะ ขันทีกลัวตายกลิ้งตัวหลบไปหลายตลบพ้นจากบาทาเจ้านายที่เงื้อรอลงทัณฑ์ไปหวุดหวิด ร่างสูงผวาลุกขึ้นวิ่งหน้าเริดไปเชิญแขกที่มาขอเข้าพบองค์รัชทายาท แต่ไม่วายเสียวสันหลังวาบเมื่อถูกสายตาไม่ต่างจากอสรพิษร้ายจับจ้องตามมา สายตาเคียดแค้นหนักหน่วงที่ชัดเจนว่าจะไม่ละความพยายามที่จะกระทืบเขาในสักวัน

ร่างหนาพ่นลมหายใจ วางเท้าลง ตะโกนอนุญาตให้ชายารองที่ยกขบวนมาหาให้เข้ามาพบได้ นัยน์ตาสีเทาจับจ้องอยู่ที่ขันทีที่ยิ้มระรื่นเบิกบานทำตัวนอบน้อมจนน่าหมั่นไส้ บริการเหล่าชายาของเขาอย่างกระตือรือร้นจนเกินไป ช่างแตกต่างจากที่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เขาลิบลับ บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ไม่ลากมันไปตัดหัวทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด ปล่อยมันไว้ให้รำคาญลูกตาทำไมก็สุดจะเข้าใจในตัวเอง รัชทายาทหนุ่มจ้องใบหน้าสีน้ำผึ้งเนียนพลางคำรามสาบานในลำคอ

สักวันเขาจะจัดการมันให้ร้องหาบิดามารดาแทบไม่ทันเลย คอยดู!

 

*****

 

“หึ ดูเหมือนน้องชายของเราจะสุขสมหวังเสียจริง แค่นอนในคุกเล่นๆ ออกมาก็ได้ดังหวังแล้ว” องค์รัชทายาทแค่นหัวเราะออกมาหลังจากเอ่ยประชดประชัน ปิดบังเสียงกร้าวที่ไม่พอใจไม่มิด จางกงกงเหลือบมองเจ้านายด้วยความเห็นใจอย่างยิ่ง หลังจากได้ยินข่าวเรื่องที่ฉินอ๋องถูกปล่อยตัวจากคุกหลวง หนำซ้ำที่ประชุมยังลงความคิดเห็นเป็นเอกฉันท์ให้ฉินอ๋องหมั้นหมายรอฤกษ์งามยามดีจัดงานแต่งคุณชายเซี่ยจิ้งถิง รัชทายาทหนุ่มก็ทำหน้าอยากฆ่าใครสักคนระบายความอัดอั้นในใจ

เฮ้อ! จะทำอย่างไรได้ มาช้ากว่าเขาไปก้าวหนึ่ง ต้องโทษโชคชะตาที่ให้มาเจอถูกคนแต่ผิดเวลาน่ะสิ ฝั่งนู้นรู้จักกันมาเนิ่นนาน แถมยังผ่านประสบการณ์ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกันอีก มองจากมุมใดก็พ่ายตั้งแต่ยังมิได้แข่งขันกันเลยด้วยซ้ำ ยังไม่พูดถึงว่าฝั่งนี้ยังทำตัวไม่ยอมรับ ปากหนัก แสดงออกตรงกันข้ามกับความในใจอีกนะ ไม่ว่าจะพิจารณาซ้ายหรือขวา หน้าหรือหลัง เจ้านายของเขาก็แพ้เต็มประตู

เอาจริงๆ หากให้เลือกระหว่างองค์รัชทายาทกับฉินอ๋อง เป็นเขา เขาก็เลือกฉินอ๋อง! ต่อให้อีกฝ่ายเป็นเพียงก้อนน้ำแข็งหมื่นปีไม่ละลาย แต่ก็ยังดีกว่าเลือกมหันตภัยร้ายในร่างมนุษย์เช่นเจ้านายของเขาอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้ฉินอ๋องกับคุณชายน้อยเซี่ยจิ้งถิงคงเฉลิมฉลองรองานมงคลอยู่หรือไม่ ในขณะที่เจ้านายของเขายังคงทำหน้าเป็นหมีหิวน้ำผึ้งคอยจ้องจับผิดเพื่อจะจับเขาไปโบยระบายความหงุดหงิดคับข้องใจ  

พาลชัดๆ! ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด

นี่ละน่า ชีวิตคนเป็นบ่าว เฮ้อ!

จางหรงแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองตามแผ่นหลังกว้างขวางที่เดินลับไปในตำหนักส่วนพระองค์ของฮ่องเต้เหวินจิ่ง ขันทีในนามเหยียดยิ้มเยาะเย้ยคนอกหักทั้งที่ยังไม่เริ่มเกี้ยวหนุ่มน้อย อยากสงสารอยู่หรอก แต่ทำตัวไม่น่าเห็นใจเอง หึ! ร่างสูงสะบัดหน้าพรึบเดินไปนั่งรออยู่ในอุทยานใกล้ตำหนัก ในระหว่างที่เจ้านายหนุ่มเข้าไปเข้าเฝ้าพระบิดาบ่าวเช่นเขาก็ต้องรอข้างนอก มิบังอาจเข้าไปเสนอหน้าด้วยได้

เหวินเหลยเดินตรงไปยังแท่นประทับที่พระบิดานั่งพักผ่อนหลังจากผ่านพ้นการประชุมว่าราชการในยามเช้า นัยน์ตาสีควันหมอกเหลือบมองอำมาตย์เซี่ยที่หยุดทำความเคารพเขาแล้วเดินผ่านออกไป ดวงหน้าที่คล้ายคลึงกับบุตรชายอยู่ส่วนหนึ่งราบเรียบนิ่งสงบเช่นทุกที ริมฝีปากรูปกระจับเหยียดยิ้มไร้ความหมาย เดินมุ่งหน้าไปทำความเคารพพระบิดาอย่างสง่าผ่าเผยเช่นทุกที

ฮ่องเต้เหวินจิ่นหันพระพักตร์มาทอดพระเนตรพระโอรสองค์โต คราแรกที่เห็นก็อดแปลกพระทัยมิได้เมื่อพระโอรสดูสงบมากกว่าทุกครั้ง ก่อนนั้นบรรยากาศรอบกายคล้ายเป็นทะเลที่มีคลื่นบ้าคลั่งอยู่ตลอด แต่ในยามนี้เป็นทะเลที่ไร้คลื่นโหม แต่มันกลับดูน่าเกรงขามและคาดเดายากกว่าเดิม ใบหน้าคมคายเรียบนิ่งไร้อารมณ์แต่ริมฝีปากยกยิ้มแฝงความเย้ยหยันทุกผู้ทุกคนอย่างโอหังเป็นธรรมชาติยิ่ง

“เสด็จพ่อ เป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ ขออภัยที่ช่วงนี้กระหม่อมมิได้มาเข้าเฝ้า” ร่างหนาเดินไปนั่งเก้าอี้เมื่อพระบิดาผายพระหัตถ์อนุญาตให้นั่ง เหวินเหลยถามไถ่สุขภาพของฮ่องเต้เหวินจิ่น การพูดคุยกับพระบิดาของเขาค่อนข้างเป็นทางการราวกับเป็นการพูดคุยระหว่างฮ่องเต้ขุนนางมากกว่า หากเปรียบกับน้องชายคนอื่นๆ ระยะห่างของเขากับพระบิดาดูจะมีมากกว่าทุกคน ทั้งที่เป็นโอรสองค์แรกแต่กลับห่างเหินไม่ผูกพันใดๆ สาเหตุอาจจะเป็นเพราะเรื่องพระมารดาก็เป็นไปได้

“เราสบายดี ดีแล้วที่เจ้าไม่มาเข้าเฝ้า ก่อนหน้านี้เป็นช่วงเวลาที่ยุ่งเหยิงจริงๆ แล้วเจ้าเล่าลูกรักเป็นอย่างไรบ้าง?” ฮ่องเต้เหวินจิ่นรับสั่งไปตามเนื้อผ้าแล้วตรัสถามกลับทั่วๆ ไป

“ไม่ทุกข์ไม่ร้อนอันใดพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว จริงสิ เราได้กระถางดอกหมู่ตานมาหลายกระถาง เลือกไปประดับไว้วังตงกงของเจ้าสักสองสามกระถางเถิด” ฮ่องเต้เหวินจิ่นพยักหน้าก่อนจะนึกอะไรออกมาได้ ชี้นิ้วไปบนโต๊ะที่มีกระถางดอกหมู่ตานตั้งเรียงรายเต็มโต๊ะ ดวงหน้าคมคร้ามแย้มพระโอษฐ์ก่อนจะตรัสพระราชทานหมู่ตานแก่พระโอรส

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” เหวินเหลยหันไปตามทิศทางที่พระบิดาชี้ชวนให้ดู เขาจัดการเลือกไปส่งๆ ก่อนจะเดินกลับมาเพื่อเข้าเรื่องสำคัญที่ทำให้ต้องมาที่แห่งนี้

“อันที่จริงวันนี้กระหม่อมมาขออนุญาตจากเสด็จพ่อ”

“หือ เรื่องอันใดกัน?” ฮ่องเต้เหวินจิ่นยกพระขนงขึ้นข้างหนึ่งแล้วเอ่ยพระโอษฐ์ถามเสียงราบเรียบ ในพระทัยคาดเดาไปต่างๆ นานาจนกระทั่งองค์รัชทายาทเอ่ยบอก นำพาความประหลาดใจมาให้แก่พระองค์อย่างยิ่ง

“กระหม่อมตัดสินใจจะออกไปทบทวนตนเองที่วัดนอกเมืองหลวงตามรับสั่งของเสด็จพ่อ”

“อ้อ เรื่องนั้นน่ะเอง แล้วเจ้าจะไปเมื่อไร?”

“อีกสักสามสี่วันพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ลูกรัก ไปอยู่ในที่สงบก็จงทบทวนตนเองให้จงดี คาดหวังว่าเจ้าจะได้ประสบการณ์ดีๆ กลับมา” ฮ่องเต้เหวินจิ่นพยักพระพักตร์เบาๆ พระเนตรคมกริบลอบจับสังเกตพระโอรสที่ยังคงดูปกติ ไม่สิ นิ่งผิดปกติต่างหาก ไม่คล้ายองค์รัชทายาทที่อารมณ์ร้อนบ้าบิ่นเหมือนแต่ก่อน ดำริไปเพลินๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าจะตรัสสิ่งใดกับพระโอรส

“จริงสิ ไปทบทวนเฉยๆ ยังจะไร้จุดหมาย เช่นนั้นเราจะให้คำถามหนึ่งคำถามเพื่อให้เจ้าไปขบคิดให้แตก กลับมาที่นี่เมื่อไรก็มาตอบคำถามให้เราฟัง”

ร่างหนาผงกศีรษะขึ้นไปมองพระบิดาที่ระบายพระโอษฐ์แย้มยิ้ม มองไม่ออกว่าแฝงความรู้สึกใด มิใช่ว่าไร้อารมณ์ในยิ้มนั้นแต่เป็นไม่อาจล่วงรู้ว่ายิ้มของฮ่องเต้นั้นแฝงไปด้วยความจริงสักกี่ส่วน หน้ากากของเจ้าแผ่นดินนั้นเชื่อถือไม่ได้แม้แต่น้อย ฮ่องเต้เหวินจิ่งทรงพระสรวลเสียงแผ่วทันทีที่เห็นพระโอรสของพระองค์ขยับตัวมองมาอย่างระแวงระวัง

“อย่าได้เครียดเช่นนั้น มิใช่คำถามที่ยากเย็นอันใด คำถามสั้นๆ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ในความคิดของเจ้าฮ่องเต้ที่ดีนั้นเป็นอย่างไร”

“.....”

“จงคิดให้ดี พ่อคาดหวังว่าเจ้าจะกลับมาพร้อมกับคำพูดที่น่าพึงใจ ลูกรัก ขอให้เจ้าโชคดี” ตรัสบอกไปราวกับมิได้สลักสำคัญอันใด จากนั้นฮ่องเต้ก็อวยพรให้แก่พระโอรสที่ทำท่าอยากจะลุกออกไปเต็มแก่แล้ว องค์รัชทายาทลุกขึ้นทำความเคารพ

“กระหม่อมขอทูลลา”

“พ่อดีใจที่เจ้าคิดได้ในเวลานี้ ไม่มีผู้ใดแย่งชิงของที่เป็นของเจ้าได้นอกเสียจากตัวเจ้าผลักมันออกไปเอง”

คำทิ้งท้ายของพระบิดาทำให้เท้าที่กำลังก้าวเดินออกไปชะงักเล็กน้อย รัชทายาทหนุ่มผงกศีรษะรับแล้วหันตัวเดินออกไป ในหัวของเขามีคำพูดของพระบิดาวนเวียนไปมา โดยเฉพาะคำถามที่อีกฝ่ายฝากฝังมา และคำพูดทิ้งท้ายที่ซ่อนเร้นปรารถนาบางอย่าง ไม่มีผู้ใดแย่งชิงไปนอกเสียจากผลักมันออกไปเองอย่างนั้นรึ? พูดคล้ายอยากให้เขาเป็นผู้สืบทอดแต่กระนั้นแหละ คำของฮ่องเต้เชื่อมิได้มากที่สุด!

เหวินเหลยก้าวข้ามธรณีประตูตำหนักออกมาด้านนอก ลอบดวงตามองหาบ่าวรับใช้ที่ติดตามมาด้วยกัน ใช้เวลาไม่นานก็หาอีกฝ่ายเจอในที่สุด ร่างสูงในชุดสีน้ำเงินที่บุรุษทั่วไปสวมใส่กำลังยืนแจกยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มทั้งสองแก้ม ดวงตาโศกที่ยามนี้ดูกระดี๊กระด๊าขัดลูกตาจ้องมองตามนางกำนัลร่างบอบบางจนตาปร่อย พอมีขันทีรูปงามตัวบางเดินผ่านก็หันตามพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มให้จนคนถูกมองแก้มแดงขึ้นสีเขินม้วนเดินบิดซ้ายขวา รัชทายาทหนุ่มขมวดคิ้วแน่น

เป็นแค่ขันทีแท้ๆ!

เจ้านายหนุ่มเหยียดยิ้มเย็นยะเยือก เดินดุ่มเข้าไปหาบ่าวรับใช้ประจำตัวที่ทำหน้าทำตาเสียดายเหลือแสนตามหลังนางกำนัลและเหล่าขันทีรูปงามหยดย้อย ฝีเท้าไร้เสียงเดินวูบเดียวก็มาหยุดด้านหลังของคนไม่รู้ชะตากรรมราวกับเป็นยมทูตโผล่มาปลิดลมหายใจของคนถึงฆาตที่ยังมัวแต่เหล่คนงาม

บาทายกขึ้นสูงเตรียมพร้อมถีบคนตรงหน้าให้หน้าคว่ำ แต่ยังไม่ทันได้ลงน้ำหนักเท้าอีกฝ่ายก็ผุดลุกขึ้นพรวดพร้อมกับบ่นพึมพำบางอย่างพลางเช็ดน้ำตาตรอมตรมน่าเห็นใจซะเหลือเกิน...

จางกงกงนั่งโบกพัดไล่อากาศร้อนอบอ้าวที่ทำให้เหงื่อซึมไปทั่วตัว แต่พอนัยน์ตาโศกชำเลืองไปเห็นนางกำนัลสาวรูปโฉมน่ามองอากาศรอบข้างพลันเย็นสดชื่นขึ้นทันตา ยอดเยี่ยม จมูกตาคิ้วชดช้อยงามตา! ชายหนุ่มที่นับว่าหล่อเหลาคลี่ยิ้มส่งสายตาวิบวับไปให้เป้าหมายให้สาวน้อยขวยเขินกระชุ่มกระช่วย ข้อดีในการตามเจ้านายเข้าวังหลวงมีไม่กี่ข้อ หนึ่งในนั้นคือการมีอาหารตาให้เมียงมองเช่นนี้แล นางกำนัลในรั้ววังหลวงล้วนคัดเลือกจากสตรีมีตระกูลเพียบพร้อมไปด้วยรูปโฉม แม้แต่ขันทียังรูปโฉมงดงามชดช้อยสบายหูสบายตา ไม่เหมือนในวังตงกง ขันทีในนามเบะปากทำหน้าตึง

ร่างสูงลุกขึ้นพรวด ลมหายใจเต็มไปด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน

ปัดโธ่เอ๊ย! เหตุใดที่วังตงกงขององค์รัชทายาทถึงไม่มีจำพวกรื่นหูรื่นตาเช่นนี้บ้าง!? แห้งแล้งยิ่งกว่าทะเลทรายไร้น้ำทิพย์ชุ่มฉ่ำหัวใจ เมื่อก่อนก็พอมีอยู่บ้างแต่เพราะคนพวกนั้นอยู่ไม่ยืดน่ะสิ คนหน้าตาดีหน่อยถูกความโลภหลอกล่อ หน้ามืดหลงผิดปีนขึ้นเตียงปีศาจตาสีเทาหวังสบาย หารู้ไม่ว่านั้นเป็นหนทางไปนรกแบบเที่ยวเดียวไม่มีกลับ โปรดปรานประเดี๋ยวประด๋าวก็หาเรื่องสังหารทิ้ง หรือไม่ก็ถูกเหล่าชายาน้อยใหญ่กลั้นแกล้งสารพัดจนไม่รอดชีวิต ทุกครั้งที่เห็นเขาได้แต่กัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความเสียดายทรัพยากรที่ดี

บ้าจริง! แต่ละคนงดงามปานนั้น เสียดาย เสียดายจริงๆ เว้นไว้เป็นอาหารตาแก่เขาสักคนมิได้เลยหรืออย่างไร!

“ดูอะไรของเจ้า?” เสียงทุ้มต่ำแหบเครือดังขึ้นจากด้านหลัง จางหรงที่มัวแต่จมกับเรื่องขันทีน้อยหน้าตางดงามก็ชูนิ้วก้อยขึ้นเป็นคำตอบพร้อมกับตอบออกไปด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า

“เหตุใดวังตงกงถึงไม่มีอาหารตาเช่นนี้บ้างกันนะ? มีแต่พวกหน้าโหดๆ เถื่อนๆ อยากจะร้องไห้!

“ขันทีเช่นเจ้ามองไปก็เปล่าประโยชน์ ปวกเปียกป้อแป้ยังจะกระสันอยากได้”

คนถูกสบประมาทว่าอ่อนปวกเปียกไม่สู้นิ่วหน้าโมโหแทบจะทันที สะบัดพัดในมือดังพรึบ เอี้ยวตัวไปด้านหลังเพื่อเผชิญหน้ากับคนที่ดูถูกเชิงชายของตน ริมฝีปากแดงเรื่ออ้าปากท้าทายอย่างห้าวหาญ มันเป็นผู้ใดกัน มิรู้รึว่าเขาเป็นผู้ใด จางหรง! จางหรงเชียวนะ!  

“ผู้ใดป้อแป้!? พิสูจน์ดูไหม!?...งะ!

พอหันไปสบตากับนัยน์ตาสีเทาที่แผ่ไอเย็นเคลือบหอกแหลมที่พุ่งเข้ามาทิ่มแทงตัวจนพรุนก็เกิดอาการเสียวสันหลังแวบ พร้อมๆ กับสะดุ้งตัวโหยงเมื่อถูกคนด้านหลังที่สูงกว่าไม่มากคว้าหมับกลางลำตัว หัวใจเต้นกระหน่ำหวาดหวั่นร่วงหล่นลงสู่ปลายเท้า หน้าสีน้ำผึ้งนวลซีด เหงื่อเม็ดโตๆ ไหลตามขมับจนหยดลงปลายคาง

เฮงซวย ลูกชายส่วนสำคัญของเขากำลังตกอยู่ในเงื้อมมือมาร!?

“พิสูจน์อันใดรึจางกงกง?” เสียงแหบเครือก้มกระซิบถามข้างหู ริมฝีปากกระชับแสยะยิ้มชั่วร้าย พร้อมกันนั้นมือใหญ่ก็ขย้ำเต็มกำ เรียกเสียงสูดลมหายใจเฮือกจากคนถูกกุมยุทธศาสตร์สำคัญ วงหน้าสีน้ำผึ้งเริ่มเหยเกคล้ายจะร้องไห้ ดวงตาคมเรียวที่ล้อมด้วยแพขนตายาวกะพริบไหวพรึบๆ ใส่คนที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังเหมือนจะอ้อนวอนอยู่ในที ริมฝีปากอิ่มร้อนรนเอ่ยปฏิเสธแทบจะสำลักถ้อยคำ

“อึก...ปะ...เปล่า...พ่ะย่ะค่ะ! ไม่ต้องพิสูจน์อันใดก็รู้ว่ากระหม่อมป้อแป้!

...ถ้าถูกบีบบิดนานกว่านี้เกรงว่าจะป้อแป้ถาวรแล้ว!

“หึ มิใช่ว่าอยากให้เราพิสูจน์หรอกรึ?” เจ้านายหนุ่มมองบ่าวรับใช้ที่หน้าซีดเผือดแล้วหัวเราะสะใจในลำคอ มือที่ขยุ้มกำเอาไว้เต็มฝ่ามือกว้างก็ค่อยๆ ขยับเคลื่อนไหว

เฮ้ยๆๆๆ อย่าขยับบบบบบบ!

คนอยากถูกพิสูจน์เบิกตาแทบแตก ตะโกนโหยหวนปฏิเสธลั่นในใจ เหงื่อกาฬหลั่งโซมกาย อยากจะหน้ามืดหมดสติไปให้รู้แล้วรู้รอด ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะสาแก่ใจข้างหูก็ยิ่งโมโหแทบอยากตีอกชกลม

“อุ๊ย!” เสียงอุทานแผ่วเบาแต่ทว่าดังก้องเต็มหูของขันทีหนุ่ม ตัวของเขาแข็งทื่อเมื่อเห็นกลุ่มนางกำนัลและขันทีน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเดินเข้ามาเป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์กระอักกระอ่วนเจียนตาย กลุ่มคนเข้ามาใหม่หน้าแดงก้มหน้ามองพื้นพึมพำขออภัยแล้ววิ่งแจ้นจากไปไม่เหลียวมองกลับมาหาจางกงกงที่กำลังยกมือจะอธิบาย

โว้ยยยยย เข้าใจผิดแล้ววววว!

รัชทายาทหนุ่มปล่อยตัวขันทีคนสนิทที่ทรุดตัวลงทำหน้าทำตาร้องไห้ไร้น้ำตาจะเป็นจะตายเสียให้ได้ ทำราวกับเป็นสาวน้อยแรกรุ่นเพิ่งเสียบริสุทธิ์ให้แก่โจรใจโฉด เหวินเหลยเหยียดยิ้มเยาะอย่างพออกพอใจ สาแก่ใจเขานักไอ้ขันทีปัญญาอ่อน! ทำเป็นยิ้มระรื่นหูตาแพรวพราวน่าหมั่นไส้ เป็นแค่ขันทีเจียมตัวเสียบ้าง คงเพราะได้กลั่นแกล้งคนที่หมั่นไส้มานานแรมปีทำให้อารมณ์ของรัชทายาทหนุ่มดีขึ้นผิดหูผิดตา   

“จะนั่งอีกนานหรือไม่ กลับได้แล้ว!” ร่างหนากดเสียงให้ทุ้มต่ำกว่าปกติเตือนบ่าวรับใช้ที่กุมขมับรับไม่ได้อยู่บนพื้น ก่อนที่จะหันตัวเดินนำออกไปก่อน ไม่สนใจว่าคนที่มาด้วยจะตามมาหรือไม่

เฮ้อ! โชคดีจริงลูกพ่อ เจ้ายังอยู่ดีมิได้ถูกตัด ขันทีแต่ในนามชำเลืองมองเบื้องล่างแล้วคลี่ยิ้มโล่งใจ

ก่อนจะถอนหายใจอย่างปลงตกอีกรอบ เอาเถิด คนพวกนั้นก็แค่อาหารหูอาหารตามิใช่เป้าหมายที่เขาจะไขว้คว้าได้ ยังมีสาวๆ ชาวบ้านหน้าตาน่ารักเรียบร้อยอีกตั้งหลายคน นี่ยังไม่นับชายรูปงามในหอบุปผาที่คอยบริการเอาอกเอาใจอีก คิดตกทุกอย่างจางหรงก็ผุดลุกขึ้นจากพื้นแย้มยิ้มเบิกบานก่อนจะรีบตีปีกเดินตามเจ้านายไปอย่างรวดเร็ว

ชายชาตรีเช่นเขาจางหรงผู้นี้มิคิดเล็กคิดน้อยเพียงแค่ถูกเจ้านายลูบนิดลูบหน่อยหรอก!

 

 

 

 

 

 



อนาคตที่สดใสรอชายเหลยอยู่(?)


ก็ยังไม่จบอยู่ดี ยาวเกิ๊น เหลือประเด็นอีกสองสามประเด็น

แต่งเคะหงิมๆ มาเยอะแล้ว อยากได้เคะป่วนจนเมะปวดหัวกุมขมับ

อยากให้ชายเหลยปวดเฮด หมั่นไส้ แฟนคลับเยอะ 55555

อยากลองแต่งจำพวกรักรุนแรงเถื่อนๆ แบบไม่ยอมกันบ้าง หวานๆ ให้ชายแมวไปละกัน

จางกงกงนางไม่เหมือนถิงถิงเลยสักนิด ป่วนพอๆ กับพี่น้องร่วมสาบานของนาง

แก๊งสามช่าวินาศสันตะโร รอดูว่ามันจะมีใครบ้าง คนคุ้นเคยยยยยย 5555

ปล. ขอเปลี่ยนจาก เหล๋ยเป็น เหลยตามคำทักท้วงให้ถูกหลักภาษา ขอบคุณที่ทักกันมานะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 811 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25518 sunflowerrrr (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 8 มีนาคม 2564 / 01:15
    555555555555 ไม่ไหวคู่นี้มันทำไมหนักหนา เป็นที่รองมือรองเท้า ช่วยกันตบบ่าตบหัว เอ็นดูอ่ะน่าแกล้งและน่าด่าทั้งคู่ เหมาะสมๆๆๆ5555555555
    #25,518
    0
  2. #25507 Fukii03 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:54
    ตลกประโยคที่ว่า ท่าทางเยาะเย้ยคนไปทั่วหล้า ขนาดบิดายังไม่เว้น อะไรสักอย่าง 5555555555555555
    #25,507
    0
  3. #25481 DinDumm (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:13
    เนื้อคู่
    #25,481
    0
  4. #25447 Maylyunho (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:11
    ค้องจางหรงนี่ล่ะ สมน้ำสมเนื้อ มีวิธีรับมือคนฆ่าหมา
    #25,447
    0
  5. #24996 HappinessReader (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 08:16

    ขอสมัครเป็นแฟนคลับชายเหลยฮ่ะ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกทั้งน่ารักน่าสงสาร

    #24,996
    0
  6. #24709 Parichat_Palala (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 12:36
    ชอบคู้นี้ น่ารักก
    #24,709
    0
  7. #24511 xrxrose (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 18:51
    คู่นี้น่ารักดีอ่ะ5555
    #24,511
    0
  8. #24507 PirawanBoonnuam (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 10:37
    น่ารักกกกกกก
    #24,507
    0
  9. #24484 Fueled me (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 08:12
    พระรองช่างอาภัพ ขนาดลูกน้องยังเห็นใจ55555555555555
    #24,484
    0
  10. #24009 munkrishear (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 03:13
    ชอบคู่นี้TT ชายหมาตัดใจจากน้องถิงแล้วมองจางกงกงเร้วววว
    #24,009
    0
  11. #23906 soundlessnote (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 19:50
    โอเค คอมเมนท์ตอนที่แล้วนี่ปลิวและดับไปเลยจ้า
    #23,906
    0
  12. #23650 คาเรลล่า อานาธีเซีย (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 20:07

    เป็นคนที่อยู่รอดจริงๆ จางกงกง

    #23,650
    0
  13. #23539 ตงฟาง (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 19:48

    มีอีกไหมชอบคู่นี้ น่ารักกกกกกกกดด

    #23,539
    0
  14. #23480 Liew__pcy (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 11:06
    น่าร้ากกกกกกกก
    #23,480
    0
  15. #23455 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:58
    เป็นเจ้าสินะ
    #23,455
    0
  16. #23354 Honery (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 21:36
    ที่แท้ก็มีคู่ของตัวเอง โถ่เอ้ย อุตส่าห์เชียร์555 /// กลับไปซบอกอ๋องเหมียว
    #23,354
    0
  17. #23257 Phatra (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 19:44

    องค์ชายหมา ข้ารักเจ้า????

    #23,257
    0
  18. #22901 MynanNI (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 21:50
    เลิฟคู่นี้มาก ขอโทษ​ชายแมวด้วย ตอนนี้เรารักชายหมาแทนแล้ว
    #22,901
    0
  19. #22894 เกอเกอ (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 19:31

    แอบเขินตอนเลียมือ5555555

    #22,894
    0
  20. #22666 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:32

    ไม่ไหววว พยามอย่างหนักที่จะไม่ขำเสียงดัง โฮรวว ชอบ!!!!! //ป่วนพอๆกันนี่แอบนึกถึงคนแซ่เฉินเลยค่ะ55555

    #22,666
    0
  21. #22507 Ruanjai (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 17:56
    คู่นี้ถูกใจอิฉันแนวเถื่อนๆน่ารักๆดีชอบบบบหึ้ยย
    #22,507
    0
  22. #22368 Patamaporn Masud (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 07:28
    ช่ยหมาคือตลกมากอ่ะ ชอบบบบ 55555
    #22,368
    0
  23. #22332 jinsan2 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 01:46
    เปลี่ยนเรืออีกแล้ววววววววววววว!!!

    55555
    #22,332
    0
  24. #22218 Xialyu (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:57
    มุ้งมิ้งน่าดูอิอิ
    #22,218
    0
  25. #21684 SeowooPark (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 16:59
    คู่นี้น่ารักอ่ะ เจ้าหมาถูกล่อลวงด้วยขนมน่ารัก 55555
    #21,684
    0
  26. #20290 barious (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 13:00
    อ่าว ทำไมไม่โดนตัด เราอ่านข้ามอะไรไป แบบนี้โดนจับได้ไม่ตายหรอ
    #20,290
    1
    • #20290-1 munap(จากตอนที่ 92)
      25 ตุลาคม 2562 / 08:20
      มันบอกตั้งเเต่ตอนเเรกเเล้วค่ะว่าอวัยวะครบ32
      #20290-1