เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 89 : ตอนที่ ๘๓ หยุดหายใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,078 ครั้ง
    18 มี.ค. 60

ตอนที่ ๘๓ หยุดหายใจ

เย็นไว้... ตั้งสติก่อน!

เรื่องนี้อาจมีเลศนัยแอบแฝง ซ้ำยังงุนงงสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้าอีก ข้าค่อยๆ เก็บสายตาจากฉินอ๋องที่ไม่ได้บาดเจ็บหรือเป็นอะไรมามองท่านพ่อที่สูญเสียความเยือกเย็นไป ท่าทางจะพบเจอเรื่องสะเทือนใจหนักหน่วง มีท่านแม่คอยโอบไหล่ของท่านพ่อปลอบโยนอยู่ไม่ห่าง ไม่เพียงแค่ท่านพ่อที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนัก สองพ่อลูกสกุลหลวนเองก็ขมวดคิ้วสับสนหลังจากที่ได้ยินคำบอกเล่าของลูกน้องใต้อาณัติ

“ฉินอ๋องจับเหอชิงจิ่นได้งั้นรึ?”

“มิใช่ว่าท่านพ่อฆ่าเหอชิงจิ่นงั้นรึ?”

คนพ่อถามคำ คนลูกก็ถามอีกคำ แต่ไม่มีผู้ใดเข้าใจว่าทั้งสองพูดเรื่องอันใด นั่นยิ่งทำให้ข้าประหลาดใจมากขึ้นไปอีก ทั้งสามคน ท่านพ่อ มือปราบหลวนเฟิงและหลวนคุนต่างก็เห็นเหตุการณ์ต่างจากคนอื่นๆ ที่เล่าเป็นเสียงเดียวกัน มีข้าอีกคนที่ยังเห็นเหตุการณ์ต่างไปจากพวกเขาทุกคน แล้วเหตุการณ์ไหนจริงเหตุการณ์ไหนเท็จกันแน่?

“ท่านแม่ เราพาท่านพ่อกลับไปพักเถิดขอรับ ทางนี้ให้ท่านมือปราบหลวนเป็นผู้ดูแลจะดีกว่า” ข้าเดินเข้าไปกระซิบบอกด้วยความเป็นห่วงที่เห็นบิดาดูอ่อนล้า ช่วยกันพยุงร่างสูงโปร่งของบิดาไปขึ้นรถม้า ฉินอ๋องเหลือบมองมาก่อนจะเดินเข้าไปคุยฝากฝังงานให้กับมือปราบหลวนเฟิงและบอกให้ส่านอ๋องอยู่ช่วยเหลือมือปราบแล้วเดินตามหลังมา

รถม้าแล่นกลับจวนตระกูลเซี่ย

ข้าค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดย้อนไปถึงเหอชิงจิ่นซึ่งสลบสไลถูกจับมัดแน่นหนาผู้นั้น มองยังไงก็มีหน้าตาเหมือนเหอชิงจิ่นทุกประการ ไม่แปลกที่เหล่ามือปราบจะไม่เอะใจว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน หนำซ้ำยังมี...สิ่งนั้น ข้ากลอกตามองบิดาที่หลับตาพยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเยือกเย็นเหมือนแต่ก่อน

ในตอนแรกฉินอ๋องสู้กับเหอชิงจิ่นที่น่าจะมีพลังควบคุมวัตถุ ต่อมาท่านพ่อถูกคนร้ายในหอหว่านเซียงอวี่ทำร้ายกระเด็นออกมาข้างนอก ข้าออกไปจากรถม้าเพื่อไปปะทะกับคนร้ายคนนั้น เหอชิงจิ่นฉวยโอกาสมาดักหน้าข้าหวังจะจับเป็นตัวประกัน โชคร้ายที่ข้ามีอาณาเขตเยว่ตี้ พลังของเขาจึงใช้ไม่ได้ผลกับข้า

ในตอนที่ข้าจัดการเหอชิงจิ่นได้แล้วอยู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับท่านพ่อ เขากรีดร้องหาข้าระเบิดอารมณ์อย่างบ้าคลั่งคล้ายกับว่าข้าตกอยู่ในภาวะคับขัน ในตอนนั้นเองคนร้ายปริศนาก็ก้าวออกมาจากเงามืด ข้าหันไปมองและพบว่าเขาคนนั้นก็คือ เหลียงอ๋อง พี่ชายคนรองของฉินอ๋อง ผู้น่าจะล้มป่วยนอนอยู่บนเตียง

เหลียงอ๋องทำการโจมตีข้าด้วยการวาดมือผ่านหน้าเช่นเดียวกับมือปราบคนอื่นๆ ที่ยืนนิ่งดวงตาลอยคว้างในทันที ข้าไม่รู้ว่าเขาทำอะไร แต่ในตอนนั้นข้าตกใจและตะลึงที่เห็นเขาจึงยืนนิ่งอยู่กับที่ สังเกตคนรอบข้างและเห็นเหลียงอ๋องไม่แปลกใจหรือสงสัยก็ตัดสินใจแสร้งทำเช่นนั้นต่อไป เหลียงอ๋องช่วยเหอชิงจิ่นตัวจริง ทั้งสองก็พูดคุยกันถึงการทำลายหลักฐาน เดาว่าน่าจะเกี่ยวกับคดีฆ่าคนที่เกิดขึ้นในช่วงขึ้นปีใหม่

เหอชิงจิ่นเป็นคนร้ายอีกคนที่ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง และคนร้ายอีกคนเหอชิงจิ่นเอ่ยถึงก็คือ สายลับข้างกายองค์รัชทายาทองครักษ์ของเขา เหอชิงจิ่น องครักษ์ของรัชทายาท และเหลียงอ๋อง.........

อืมมมม...อ๊ะ!? นั่นไง! ข้าจำได้แล้ว

กลิ่นสมุนไพรประหลาด ข้าเคยได้กลิ่นหอมนั้นจากตัวเหลียงอ๋อง จากนั้นก็ได้กลิ่นจากห้องพักในหอหว่านเซียงอวี่ซึ่งเป็นห้องของเหอชิงจิ่น และอีกครั้งที่ได้กลิ่นจากตัวขององครักษ์ของรัชทายาท ทั้งสามเป็นกลิ่นเดียวกัน!

และ... ข้าเหลือบมองท่านพ่ออีกครา

เหอชิงจิ่นกับองครักษ์สายลับคนนั้นพยายามก่อคดีเพื่อโยนความผิดให้กับองค์รัชทายาท แน่นอนว่าองค์รัชทายาทคนนั้นก็มิได้จะมือสะอาดสะอ้าน จากสิบคดีต้องมีสักห้าละที่เขาเป็นคนก่อเอง ส่วนอีกห้าเป็นฝีมือของสองคนนี้เพื่อใส่ไคล้เขาให้มีโทษหนักชนิดที่ว่าไม่มีทางขออภัยโทษได้ ถ้าหากมันเป็นแผนการโค่นรัชทายาทของเหลียงอ๋องจริงแล้วละก็ เหลียงอ๋องคนนั้นก็น่ากลัวอย่างยิ่ง!

คิดแล้วข้าก็อดขนลุกมิได้

ลองคิดดูเถิด คนประเภทใดกันจะค่อยๆ วางแผนทีละเล็กทีละน้อยจนไม่มีผู้ใดเอะใจสงสัยเช่นนี้ได้ มีเพียงคนที่เหี้ยมโหดและอดทนสูงมากเท่านั้น คนประเภทนี้น่ากลัวกว่าคนบ้าคลั่งจิตไม่ปกติอย่างรัชทายาทมากนัก วางแผนแนบเนียนมานานหลายปีเพื่อจัดการศัตรูในตูมเดียวจบ หากวันนั้นถ้ารัชทายาทไม่มางานเลี้ยงครบรอบวันเกิดของข้าและไม่อยู่ดึกดื่นจนงานเลี้ยงจบเพื่อยั่วโมโหข้า ป่านนี้รัชทายาทคนนั้นคงไม่จบแค่ออกไปสำนึกผิดที่วัดนอกเมืองหลวงเป็นแน่

จะว่าไปแล้วในชีวิตก่อนข้าไม่รู้รายละเอียดของเรื่องนี้เลย ได้ยินคร่าวๆ ว่าจับคนร้ายมาลงโทษก็จบเรื่อง นอกจากนั้นข้าก็ไม่ได้สนใจใคร่รู้มากนัก เฮ้อ ตอนนี้รู้สึกอยากให้ตัวเองในชีวิตนั้นมีความสอดรู้สอดเห็นบ้างจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงมีข้อมูลมากกว่านี้ แต่ว่าสรุปคือพ่อมือปราบหลวนคุนคนเก่งในชีวิตที่แล้วนั้นจับแพะมาสินะ ตอนนี้เองก็ท่าทางจะจับผิดคนอีกเหมือนเดิม.........

ประเดี๋ยวก่อน!

คน...คนที่ทำให้รัชทายาทรอดพ้นมาได้ มิใช่...มิใช่ฉินอ๋องหรอกหรือ!?

มือของข้าสั่นระริกจนชา เหงื่อแตกพลั่กไปทั่วใบหน้า เหลือบตาไปมองลอดหน้าต่างซึ่งมีท่านแม่ทัพขี่ม้าตามมาไม่ไกลกันนัก

ฉินอ๋องเป็นคนวางแผนซ้อนแผนให้กับรัชทายาทจนอีกฝ่ายลอยตัวจากปัญหาไปได้ ไม่แน่ว่าคนที่ทำให้รัชทายาทอยู่โยงที่จวนตระกูลเซี่ยในวันเทศกาลลอยโคมอาจจะเป็นเขาด้วยก็ได้ หนำซ้ำ...หนำซ้ำตอนที่คุยธุระกับท่านพ่อและมือปราบหลวนเฟิงในค่ายทหารฉินอ๋องยังเหมือนจะรู้ว่าผู้ใดเป็นคนร้ายอีก! ดูเผินๆ เหมือนเป็นข้าที่อยากจะไปหอหว่านเซียงอวี่ แต่พอคิดดูแล้วคล้ายจะเป็นฉินอ๋องเองต่างหากที่ต้องการมา!

หากบอกว่าเขาล่วงรู้ทุกอย่างเพราะเป็นคนฉลาด มันก็ออกจะเกินไป นี่มันอย่างกับมีตาที่สามที่สามารถมองเห็นอนาคตได้!

ข้ายกมือขึ้นคลึงขมับ

บางทีอาจจะบังเอิญกระมัง!

เอาเถิดเรื่องฉินอ๋องตอนนี้ไม่สำคัญนัก กลับมาคิดเรื่องเหตุการณ์ประหลาดจะดีกว่า ทำไมในสถานที่เดียวกันกลับมีคนเห็นเหตุการณ์ต่างกันออกไป? หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับพลังของเหลียงอ๋อง? แต่ได้ยินมาว่าเขามีพลังวิเศษในการควบคุมลม หรือว่าเขาจะมีพลังวิเศษสองอย่างเช่นเดียวกับข้า เช่นนั้นก็อันตรายมาก พลังอีกอย่างของเขาต้องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้แน่

ควบคุมให้คนเห็นภาพตามที่เขาต้องการ สร้างภาพลวงตางั้นรึ? เขาให้ท่านพ่อ พ่อลูกสกุลหลวน ส่านอ๋องกับพวกมือปราบเห็นเหตุการณ์แตกต่างกันออกไป ที่แน่ๆ เขาใช้พลังนั้นสร้างให้ตนเองเป็นชายขี้โรคตบตาผู้คนมานานหลายปี ไม่แน่อาจจะใช้พลังนี้สร้างภาพให้มือปราบโชคร้ายมีหน้าตาเหมือนเหอชิงจิ่นด้วย!

ข้ามั่นใจว่าสิ่งที่ตัวข้าเห็นคือความจริงที่เกิดขึ้น อย่าลืมสิว่าข้ายังมีอาณาเขตเยว่ตี้ที่มีคำสั่งป้องกันพลังวิเศษอยู่ จนกว่าอาณาเขตนั้นจะถูกทำลายพลังวิเศษใดๆ ก็จะไม่มีผลต่อข้า แต่เพื่อความมั่นใจข้ามีพยานให้สอบถามอีกคน ไม่สิ อีกตน! แม้ว่าทุกคนจะถูกเหลียงอ๋องใช้ภาพลวงตาเล่นงานแต่ยังมีสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้อยู่หนึ่ง ข้าเงยหน้ามองมารดาที่คอยดูแลท่านพ่อไม่ห่าง

ท่านแม่ เมื่อครู่ท่านเห็นอะไรบ้างหรือขอรับ?

ท่านแม่ชะงัก หันมามองข้าที่ทำหน้าจริงจัง นางตอบกลับทางจิตเช่นเดียวกัน ไม่ให้คนอื่นๆ ได้รู้เรื่องด้วย

จะเล่าในตอนที่เจ้าลงมาจากรถม้าก็แล้วกัน สิ่งที่แม่เห็น....

 อ่า! จากที่ท่านแม่เล่ามาตรงกับที่ลูกเห็น ที่คนอื่นเห็นผิดแผกไปจากพวกเราลูกมั่นใจว่าต้องเกี่ยวข้องกับเหลียงอ๋องเป็นแน่ ท่านแม่คิดเห็นเช่นไรขอรับ?

พลังมายา

พลังมายา?

ใช่แล้ว! น่าแปลกมาก เหตุใดราชวงศ์ในแคว้นถิงถึงได้มีพลังนี้ได้ ทั้งที่มันเป็นพลังวิเศษเฉพาะสายเลือดของตระกูลจาแท้ๆท่านแม่ทำหน้ากังวล คิ้วเรียวบางแทบม้วนเข้าหากัน ข้าได้ยินก็ชะงักแล้วยกคิ้วขึ้นสูง ตระกูลจา? นี่มัน...มิใช่หนึ่งในสี่ตระกูลยิ่งใหญ่ในยุทธภพ ที่เรียกว่าสี่พยัคฆ์นั่นหรอกรึ!?

พลังวิเศษเฉพาะสายเลือด? อีกอย่างตระกูลจาที่ว่าหากลูกจำมิผิด ตระกูลจาที่ว่านั้นคือ...

อืม ขั้วอำนาจใหญ่ในยุทธภพ ตระกูลเยว่ ซุน โหยว จา สี่ตระกูลใหญ่ที่มีคนให้ความเคารพนับถือเปรียบเป็นเทพเจ้าเลยละ สี่ตระกูลโดดเด่นเป็นพิเศษเพราะพลังวิเศษเฉพาะสายเลือดที่จะสืบทอดต่อเพียงคนที่มีสายเลือดเดียวกัน อย่างเช่น พลังเยว่ตี้ของเจ้าอย่างไรเล่า มีเพียงทายาทของตระกูลเยว่เท่านั้นที่สามารถมีพลังนี้ได้ เช่นเดียวกับพลังมายาของตระกูลจา มีเพียงสายเลือดตระกูลจาเท่านั้นที่จะมีพลังวิเศษนี้ หากมันเป็นทายาทตระกูลจาย่อมกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแล้ว

เรื่องนี้เราควรบอกท่านทวดไฉหลางหรือไม่ขอรับ?

จะว่าไปแล้วเหตุใดท่านประมุขตระกูลถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้เล่า! จะว่ามาตามบิดาเหลวไหลของข้าก็ไม่น่าใช่ เอ๊ะ หรือว่า....!?ท่านแม่ทำท่าเหมือนเพิ่งคิดได้ว่ามีบรรพบุรุษมาเยี่ยมเยียนถึงที่ นางจ้องข้าเขม็งก่อนจะถอนหายใจออกมาพรั่งพรู  นั่นสินะ คงถึงเวลาแล้วจริงๆ

เวลาอันใดหรือขอรับท่านแม่?

เปลี่ยนผู้นำตระกูล!

!!!!


 


หลังจากดูแลท่านพ่อนอนพักผ่อนเรียบร้อยข้าก็กลับมาเรือนหงเหมย เป็นห่วงท่านพ่อไม่น้อยเพราะข้าไม่เคยเห็นเขาสูญเสียความเยือกเย็นเช่นนี้มาก่อน นับว่าเป็นเรื่องน่าตกใจเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ในตอนที่ท่านแม่ตายข้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าท่านพ่อมีท่าทีอย่างไร จำได้เพียงแค่ว่าเขายังคงสงบเยือกเย็นไม่เปลี่ยน

“ครั้งแรกที่ได้เห็นท่านพ่อเกรี้ยวกราดเช่นนี้ เฮ้อ” ข้าพึมพำกับคนที่เดินอยู่ข้างๆ เสียงเบา

“เราเคยเห็นมาก่อน เกรี้ยวกราดกว่า น่าหวาดหวั่นกว่า คลุ้มคลั่งกว่า เราเกือบไม่รอด... ได้เสด็จพ่อช่วยไว้ทันกาล”

“หือ มีเรื่องเช่นนั้นด้วยรึ?” ข้าหันกลับไปมองอย่างสนองสนใจ คาดว่าอาจจะเป็นงานในราชสำนัก เพราะท่านพ่อเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นย่อมต้องปะทะกับฝ่ายบู้เช่นฉินอ๋องเป็นเรื่องปกติ อาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้กระมังที่ทำให้ทั้งสองเขม่นหน้ากัน เจ้าแมวพยักหน้า ใบหน้านิ่งเรียบแต่ดวงตากลับฉายแววหม่นหมองเพียงวูบผ่านก่อนจะว่างเปล่าดังเดิม

“เราสัญญาแล้วว่าจะดูแลอย่างดีแต่กลับทำมิได้ย่อมสมควรโดน”

ข้ามองเขาอย่างแปลกใจ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ เสียงทุ้มต่ำของเขาคล้ายกับเยาะหยัดตนเอง ฟังแล้วไม่สบายใจอย่างยิ่ง ข้าเม้มปากถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา พยายามเปลี่ยนบรรยากาศที่หดหู่ชอบกล

“แต่มันก็ผ่านไปแล้วใช่หรือไม่? อย่าคิดมากเลย ตอนนี้ท่านก็พยายามเป็นอย่างดีแล้ว ท่านพ่อย่อมมองเห็นแน่” ข้าพูดให้กำลังใจเขา ฉินอ๋องเป็นเจ้านายที่จริงจังและทุ่มเทให้แก่ทำงานผู้หนึ่ง แม้ในอดีตจะผิดพลาดบ้างแต่ผู้ใดจะไม่เคยผิดพลาดกันบ้างเล่า เจ้าแมวชะงักตัวกึก ตวัดสายตามาจ้องข้าเหมือนหาร่องรออะไรบางอย่าง ข้ากะพริบตาใสซื่อใส่ อีกฝ่ายจึงค่อยๆ หันหน้าไปมองทางอื่นพร้อมกับพ่นหายใจออกมาอย่างรับไม่ได้

“ให้เด็กน้อยมาสอนเรื่องเช่นนี้ อับอายยิ่งนัก”

“ผู้ใดเด็กน้อยกัน” ข้ายื่นริมฝีปากงอขึ้นเล็กน้อย ฉุนกับแววตาเจ้าแมวที่ทำตัวเหมือนตนเองเป็นผู้อาวุโสเสียเต็มประดาทั้งที่อายุแค่สิบเก้า นับตามจิตข้างในข้าต่างหากที่แก่กว่า! ข้าฟึดฟัดทำเป็นโมโหใส่เขาไม่จริงจังนัก อีกฝ่ายก็ปัดๆ มือหยอกล้อกลับอย่างไม่ใส่ใจ  

ข้าพลันสะดุ้งตัวโหยง อยู่ๆ ในหัวผุดเรื่องยาพิษบุปผาเยือกได้ก็พลันทำหน้าเคร่งเครียด ฉินอ๋องมองข้าที่นิ่งไปแล้วก้มๆ เงยๆ มองสำรวจเขาไปทั่วอย่างแปลกใจ สิ่งที่ข้ากังวลมิใช่เรื่องที่ยาพิษนั่นส่งผลให้เขาแตะต้องอิสตรีมิได้ แต่ข้ากำลังเป็นห่วงเรื่องผลข้างเคียงอื่นๆ อยู่ต่างหาก ขึ้นชื่อว่ายาพิษแล้วย่อมเป็นโทษต่อร่างกาย แต่เท่าที่เห็นก็ไม่เห็นเขาจะเจ็บปวดหรือมีอาการผิดปกติใดๆ

นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉินอ๋องไม่รู้ตัวว่าถูกวางยาพิษเป็นแน่ จากที่พวกมันพูดฉินอ๋องถูกวางยาพิษมานานแล้วด้วย ข้าหน้าซีดขาว หัวใจกระตุกวาบเหมือนจะหายไปทั้งดวง

มันจะส่งผลถึงชีวิตของเขาด้วยหรือเปล่า!?

ข้าคว้าแขนของเขาไว้มับแล้วรีบดึงให้เขาเดินตามมา ข้าลากเจ้าแมวเข้าไปในห้องนอนท่ามกลางใบหน้าตกใจที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของเหล่าคนรับใช้ มิใช่นะ! ข้ามิได้คิดจะทำเรื่องน่าอายกลางวันแสกๆ พวกเจ้าไยทำหน้าเขินอายกันเช่นนั้นด้วย!? ข้าพยายามทำเป็นมองไม่เห็นเหล่าคนที่คิดไปไหนต่อไหน รีบดันร่างสูงใหญ่ที่หนักชะมัดยากไปยังเตียงนอนเพื่อจะเอาพิษออก

ก่อนที่ข้าจะทันได้เอ่ยอะไรออกไป มือใหญ่ที่มีอุณหภูมิเย็นสบายก็คว้า ข้าก้มไปมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้างุนงง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่ง มีเพียงนัยน์ตาสีดำขลับที่ทอประกายแวววิบวับไม่น่าไว้ใจ

“เมื่อคืนยังไม่พอรึ? เจ้านี่ก็ใจกล้าไม่เบา ข้าชอบมาก”

“ห๊ะ?” ข้าทำหน้าเอ๋อในทันที พูดอันใดของเขากัน? อะไรไม่พอกัน เมื่อคืน? สมองยังไม่ทันได้คิดออก เจ้าแมวก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด จับแขนทั้งสองข้างของข้าดึงตัวลง เคลื่อนไหวแผ่วเบา พริบตาเดียวข้าก็นอนแผ่อยู่บนเตียงอย่างง่ายกาย เรือนร่างหนาราวกำแพงโน้มตัวตามลงมา ข้าหน้าร้อนวาบเหมือนถูกน้ำร้อนลวก

ผิดประเด็นไปไกลแล้ว!

ข้าไม่รอให้ตัวเองถูกทำให้ไขว้เขวรีบยกมือเฉาะแสกหน้าเจ้าแมวลามกให้ตื่น เจ้าแมวสะดุ้งผละจากตัวข้าไปอย่างรวดเร็ว หน้าผากขาวเปื้อนรอยแดงจากสันฝ่ามือ ข้าตะกายตัวลุกขึ้นนั่งแล้วพ่นลมหายใจออกไปดังๆ แสดงอาการไม่พอใจให้เขาเห็น ฉินอ๋องส่งสายตาตัดพ้อทำหน้าหงอยมาให้

“นี่ข้ากำลังจริงจังอยู่”

“ข้าก็จริงจังไม่แพ้กัน” เจ้าแมวตอบกลับหน้าจริงจังตามคำพูด ข้าถลึงตาใส่

จริงจังเรื่องอันใดมิทราบ!? เจ้าแมวหื่นนี่!

“อยู่นิ่งๆ”

“เจ้าอยากเป็นคนเริ่มก่อน?” เจ้าแมวหื่นยังไม่สิ้นฤทธิ์ ถูกข้าทุบไปหนึ่งที หัวเราะหึๆ ในลำคอ ยอมอยู่นิ่งๆ อย่างว่าง่าย ข้าถอนหายใจเบาๆ ทั้งหน่ายใจปนขบขัน จริงๆ เลย เหตุใดถึงได้ทำกะล่อนไม่เข้ากับหน้าตาเย็นชาที่ดูนิ่งดั่งหินผา ข้าสะบัดข้อมือเบาๆ สร้างอาณาเขตเยว่ตี้ครอบตัวฉินอ๋องเพื่อดึงพิษออกมาจากร่างของเขา

ก่อนจะเอ่ยคำสั่งตัวข้าชะงักหยุดนิ่ง

ถ้าหาก...ถ้าหากว่าฉินอ๋องถอนพิษบุปฝาเยือกได้แล้วเขาก็จะมีสัมพันธ์ต่อสตรีได้ตามปกติ เช่น...เช่นนั้นตอนนั้นข้าจะยังมีความหมายหรือไม่? ปลายนิ้วของข้าสั่นระริกอย่างห้ามมิได้ ในอกคล้ายถูกบีบแน่นเจ็บแปลบยากจะทานทน

“จิ้งถิง?”

ข้าเงยหน้ามองบุรุษรูปงามที่เย็นเยือกตรงหน้า จ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีถ่านที่คาดเดาความรู้สึกได้ยาก ยามนี้ก็เช่นเดียวกันแม้จะอยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจแต่ก็มิอาจล่วงรู้ความจริงในของเขาได้เลย อยู่ๆ ข้าก็หวาดกลัวไม่กล้าจะลงมือถอนพิษให้แก่เขา แววตานิ่งเฉกเช่นน้ำขังกระพือไหวเล็กๆ แทบจะมองไม่เห็นถ้าไม่สังเกต

“เจ้าเป็นอะไรงั้นรึ?” ริมฝีปากได้รูปสวยแดงระเรื่อเปล่งเสียงทุ้มที่เยือกเย็นถามไถ่ ฟังเหมือนมิได้ใส่ใจแต่กระแสบางอย่างในน้ำเสียงเยือกเย็นนั้นคล้ายกับมีความห่วงใย ข้าหลุบตาต่ำลง ค่อยๆ ซึบซับนำความห่วงใยที่ซุกซ่อนไว้ในความเย็นชาของเขา

ใจแคบ เห็นแก่ตัว!

เพียงแค่หวาดกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจหลังจากมีโอกาสมากขึ้น เพียงแค่นั้นถึงกับจะไม่ใยดีต่อพิษในตัวของเขา นี่มันช่างน่ากลัวนัก การได้รับความรักความห่วงหาทำให้ข้าหวาดกลัวที่จะสูญเสียมันไป ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ได้เป็นเช่นนี้แท้ๆ อาจเป็นเพราะครั้งนั้นข้าผิดหวังจนไม่คิดคาดหวังสิ่งใดจากเขาจึงไม่มีความกลัวที่จะสูญเสีย แต่ครั้งนี้ข้าได้รับสิ่งที่คาดหวังมาโดยตลอดย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะกลัว ความเห็นแก่ตัวนี่ช่างน่ารังเกียจนัก เฮ้อ

ข้าคิดย้อนไปในตอนแรกที่กลับมา มิใช่เพียงแค่ใช้ชีวิตอยู่ยาวนานเพื่อเฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ หรอกรึ? ตอนนี้กลับโลภมากได้มากมายเพียงนี้แล้วยังไม่ยอมหยุด ช่างน่ากลัวนัก ทุกสิ่งทำให้ข้าเปลี่ยนไปเกือบจะกลายเป็นคนใจแคบเห็นแก่ตัวซะแล้ว หากเป็นข้าเมื่อก่อนได้แค่นี้ย่อมพอใจมากแล้ว ต่อไปจะเกิดอันใดขึ้นก็ช่างเถิด ขอเพียงให้เขามีชีวิตรอดปลอดภัยก็พอแล้ว

ปลายนิ้วที่สั่นไหวพลันหยุดนิ่ง ใจที่วูบไหวเต็มไปด้วยความกลัวก็มลายหายไป

“อยู่นิ่งๆ” ข้ากำชับเขาอีกครั้ง ใช้เสียงอ่อนโยนเท่าที่ทำได้ แตะไหล่กว้างแผ่วเบา

...ท่านจะเปลี่ยนไปหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อย เพราะอย่างไรใจข้าก็ไม่เคยเปลี่ยน

ขับพิษออกมา!

“...เอ๊ะ”

ขับพิษออกมา!

ทำไม? เพราะอะไรถึงไม่มีพิษออกมาเล่า!?

ข้าพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีอันใดเกิดขึ้น พลังของข้าใช้ไม่ได้อย่างนั้นรึ? เป็นไปไม่ได้! หือ หรือว่าเป็นเพราะเดิมทีในตัวของฉินอ๋องก็ไม่มีพิษอยู่แล้ว!? อะไรกัน เจ้าเหลียงอ๋องบ้านั่นกุเรื่องขึ้นมาเองหรอกรึ? ข้าอุตส่าห์ดิ้นรนต่อสู้กับจิตใจอยู่ตั้งนานกลายเป็นว่าทำเก้อไปฝ่ายเดียว บ้าเอ๊ย! หน้าแตก หน้าแตกยับไม่มีชิ้นดีแล้ว!

เจ้าแมวไม่ได้โดนพิษ เช่นนั้นก็แปลว่าเขาเลือกข้าจริงๆ!!!

ไม่เกี่ยวกับยาพิษบ้าบออะไรนั่น!

ข้าถอนหายใจโล่งอก เอนศีรษะซบลงบนไหล่ของเขา ไม่อาจห้ามริมฝีปากที่ขยายยิ้มกว้าง มือทั้งสองของข้าสอดรอบเอวของเขารั้งกายแข็งแกร่งเข้ามากอดแนบชิด กลิ่นกายหอมเย็นเป็นเอกลักษณ์ต้องนาสิก

“อ้อนข้าอยู่รึ?”

“เปล่าสักหน่อย”

“ดี เช่นนั้นก็มาทบทวนความผิดของเจ้ากันเถิด”

หือ? ความผิด? ข้าทำอะไรผิดอย่างนั้นรึ!?

ข้ากระชากตัวเองออกมา กะพริบปริบๆ ใส่เจ้าแมวที่ปั้นหน้าปั้นตาน่ากลัว สีหน้าท่าทางก็เข้มงวดไม่ต่างจากผู้พิพากษาที่พิจารณาความผิดในศาล ทั้งกดดันและข่มขู่จนตัวสั่นไปหมด พยายามคิดแล้วคิดอีก นึกไม่ออกเลยสักนิดว่าไปทำผิดตอนไหน เห็นท่าทางงุนงงไม่เข้าใจของข้า ฉินอ๋องก็แค่นเสียงขึ้นจมูก จิ้มนิ้วลงบนหน้าผากของข้าอยู่หลายที เจ็บชะมัด! นี่นิ้วหรือเหล็กกันแน่? ถ้าจิ้มทะลุหน้าผากข้าก็ไม่แปลกใจอันใด

“ก่อนเราจะไปได้บอกเจ้าไว้อย่างไร บอกให้อยู่ในรถม้าใช่หรือไม่? เราตาฝาดกระมังที่เห็นใครบางคนปั้นจิ้มปั้นเจ๋อยืนปะปนกับคนอื่นๆ สงสัยจะเป็นคนหน้าคล้ายเจ้า” เขาเปลี่ยนคำแทนตัวแสดงอำนาจที่เหนือกว่า ยกตัวขึ้นจ้องมองข้าเหมือนนกอินทรีจับจ้องเหยื่อ เหงื่อผุดขึ้นมาจับตามหน้าผาก บ้าที่สุด ที่แท้ก็เรื่องนั้นหรอกหรือ? ในตอนนั้นใครมันจะไปนึกถึงในเหตุการณ์แบบนั้นกัน

“นั่นมัน...” ข้ากำลังอ้าปากแก้ต่าง

“ไม่ต้องแก้ตัว ผิดก็ต้องถูกลงโทษ” เจ้าแมวดูจริงจังจนข้าเริ่มหวาดหวั่น เขาดันตัวข้าลงจากเตียง เดี๋ยวๆ นี่เอาจริงงั้นเหรอ? “เมื่อก่อนเชื่อเราทุกคำแท้ๆ เกือบถูกจับเป็นตัวประกัน ถ้าเป็นอะไรไปจะว่าอย่างไร?”  

ฉินอ๋องเงื้อมือขึ้นสูง จะทำอะไรน่ะจะตีกันงั้นรึ!? ข้าสะดุ้ง เกร็งไหล่ไว้รอพร้อมกับหลับตาปี๋ แต่รอนานเท่าไรก็ไม่รู้สึกเจ็บสักนิด มีเพียงรู้สึกจั๊กจี้วูบๆ เดี๋ยว! ลงโทษอันใด!? ไยมือต้องลูบๆ คลำๆ บั้นท้ายคนอื่นเช่นนี้เล่า! ข้าลืมตาหันขวับไปมองคนด้านหลังที่หัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ ข้าพลันหน้าบึ้งงอรีบปัดมือแมวลามก โธ่เอ๊ย นึกว่าจะตีจริงๆ เสียอีก หลอกกันนี่หว่า!

“ตกใจหมดนึกว่าจะตี”

“ผู้ใดจะกล้าตีเด็กน้อยของเรากันเล่า?” คนตัวสูงขยับเข้ามาโอบชิดไหล่ ลูบมือเบาๆ ปลอบโยนเสียงนุ่ม คำว่าเด็กน้อยทำเอาข้ากระดากอาย เด็กที่ไหน ข้าโตแล้วนะ! แต่น้ำเสียงที่ทอดอ่อนหวานทำเอาข้าไม่กล้าจะโต้แย้งอะไรออกไป ยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายกอดแต่โดยดี ก่อนที่จะสะดุ้งครั้นเจ้าแมวกระซิบต่อท้ายหยอกเย้า “แต่ถ้าตีด้วยอย่างอื่นก็ไม่แน่”

อย่างอื่นที่ว่านั้น... ข้าทำตาขวางใส่เจ้าแมวลามกที่เลื่อนมือลงต่ำคล้ายจะประกาศเจตนาว่า อย่างอื่นที่ว่านั้นคือสิ่งใด ข้ารีบผลักเขาตีตัวออกห่าง หึ! นี่มันชักจะลามกันไปใหญ่ทั้งที่ควรจะเครียดเรื่องที่เกิดขึ้นที่หอหว่านเซียงอวี่แท้ๆ ไยต้องมาถูกเจ้าแมวลวนลามเอาเปรียบในห้องนอนตนเอง?

พอประเด็นยาพิษบ้าบอนั่นจบไปใจข้าก็ปลอดโปร่งวนกลับไปคิดเรื่องหนักหัวอีกครั้ง ข้าถูกเจ้าแมวดึงมือให้ไปนั่งด้วยกัน ไม่รู้ตัวกระทั่งถูกนิ้วของใครบางคนจิ้มลงบนหว่างคิ้วที่ขมวดเป็นปม พอชำเลืองไปมองก็เห็นเขาจ้องมองด้วยแววตาคุกรุ่มไม่พอใจที่ถูกเมิน  

“อย่าคิดมาก เรื่องนี้ให้เราจัดการเถิด”

“ท่านน่ะหรือ? แล้วจะจัดการอย่างไร?” ข้ากะพริบตามองเจ้าแมวที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้นัก ทำราวกับเป็นเรื่องเล็กที่เพียงพลิกฝ่ามือก็จบเรื่อง คนถูกซักทำหน้าตึงที่ข้าเซ้าซี้ไม่เลิก ตอบบอกอย่างปัดๆ ให้ผ่านไปเร็วๆ

“หากมีบางอย่างบังตาย่อมต้องลบมันออก เอาละ เรามีเรื่องจริงจังจะถามเจ้า อย่าสนใจเรื่องคนอื่นให้มากนัก สนใจเรื่องเราอย่างเดียวก็พอแล้ว” ฉินอ๋องดึงมือของข้าไปเขย่าและบีบแน่นเรียกร้องความสนใจอย่างรุนแรง ข้าถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย พยักหน้ารับอย่างเสียมิได้ จะพูดอันใดก็พูดมา ข้ารอฟังอยู่ เจ้าแมวสีหน้าคลายความตึงลงเอ่ยสั่งเผด็จการ

“หากเราถามอันใด เจ้ามีสิทธิ์พยักหน้าได้อย่างเดียว เข้าใจหรือไม่?

พูดจบก็ทำตาเจ้าเล่ห์ ข้าเกือบส่งค้อนไปให้ ถ้าถามเรื่องบ้าๆ มิเป็นการเอาเปรียบกันหรอกหรือ? เจ้าแมวบีบมือเร่งคาดคั้นข่มขู่ทางสายตา ข้าพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ เจ้าแมวก็ยืดตัวขึ้น

“คิดว่าอีกสักหน่อยค่อยพูดแต่ตอนนี้มันไม่มีเวลาแล้ว”

บรรยากาศรอบตัวค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นจริงจัง ข้าถูกดึงเข้าไปเข้าบรรยากาศเช่นนั้นก็อดจะประหม่ามิได้ นี่เขาจะพูดเรื่องใดกันแน่เหตุใดถึงกดดันกันเช่นนี้ ฉินอ๋องกุมมือข้าทั้งสองไว้แล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าทิ้งใต้หล้ามาเพื่ออยู่เคียงคู่กับเจ้า...”

“....”

“เจ้าจะยินยอมร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับข้าหรือไม่จิ้งถิง?”

“....”

ข้านั่งนิ่งเงียบเหมือนโดนกระชากวิญญาณออกไปจากตัว ว่าอะไรนะ? เมื่อครู่ข้าหูแว่วไปเองหรือไม่? แต่เหตุใดเขาถึงจ้องมองข้าด้วยท่าทีรอคอยและดูกระวนกระวายใจเช่นนั้นด้วยเล่า ข้ายังคงเงียบไม่มีท่าทีจะขยับตัวหรือเอ่ยสิ่งใด เจ้าแมวบีบมือของข้าแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ข้าไม่รู้สึกอะไรเลย แม้กระทั่งกลั้นหายใจยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ

ข้าพยักหน้าหงึกๆ

ทันใดนั้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มงดงามมากที่สุด อ่อนหวานมากที่สุด และมีความสุขมากที่สุด

“....” ครั้งนี้ข้าหยุดหายใจแล้วจริงๆ

 

 

 

 

 

 



หยุดหายใจจริงๆ แต่เป็นหยุดหายใจด้วยความกลัวนะ! //ถ้าจะแสยะยิ้มปานนั้น

เอาใหม่ๆ รูปนี้ๆ

v


แจกยิ้มสดใสของคนมีฟามรักกกก~~~


จากตอนที่แล้วที่งงเด้ งงเด้กันไป หวังว่าตอนนี้จะเข้าใจกันบ้าง 5555

แควนคลับชายหมากรอหน่อย ตั้งใจจะไปให้ถึงตอนชายหมาโผล่เข้าซีนแต่ก็ยาวไป ตัดไปตอนหน้าแล้วกัน

ตอนนี้น่าจะเป็นการเฉลยเรื่องที่ทุกคนสงสัยได้เป็นอย่างดีแล้วนะ

ถ้าข้างในถิงถิงยี่สิบ แต่เจ้าแมวนี่.....อาจเรียกได้ว่าตาแก่!

อ้อ ลืมบอกอีกเรื่องหนึ่งไป เห็นแก่แมวตาดำๆ ตอนเข้าหอจะไม่ตัดก็แล้วกัน~~~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.078K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25444 Maylyunho (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:45
    เจ้าอมวกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไป แต่ใดๆคือไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบันก็คือรักถิงๆคนเดียว
    #25,444
    0
  2. #25248 NamfonSunisa (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 08:52
    ข้าว่าแล้ว ว่าแล้ว ว่ามันแปลกๆตั้งแต่แรก ที่อยู่ดีๆเจ้าแมวจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนขนาดนี้ หึ ข้าเคยคอมเม้นไว้แล้ว ว่าเจ้าแมวต้องย้อนกลับมาด้วยแน่ๆ ตอนนี้เข้าใจแจ่มแจ้ง ย้อนกลับมาด้วยจริงๆ5555555555555
    #25,248
    0
  3. #25034 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 17:29
    นี่ไม่ฟินเพราะอินตอนที่แล้วอยู่ แม่ม!!!
    #25,034
    0
  4. #24777 aynahcsoo  (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 23:51
    ฉินอ๋องน่าจะย้อนกลับมาเหมือนกันป่ะ ที่สงสัยคือมีส่วนทำให้น้องย้อนกลับมาด้วยใช่ไหม หรือยังไง ฮือ
    #24,777
    1
    • #24777-1 NamfonSunisa(จากตอนที่ 89)
      10 มกราคม 2564 / 08:53
      น้องย้อนกลับมาเพราะแม่พามา แต่ฉินอ๋องย้อนกลับมาได้ไงก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ
      #24777-1
  5. #24475 Fueled me (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 22:39
    เอาจริงพิษคงสลายไปตั้งแต่ตอนทำสงครามแล้วมั้ย และด้วยคาแรคเตอร์ของนายเอกแล้ว น้อทสะไพ้ค่ะ เฮ้อ555555555555 ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นประสบการณ์ที่ผ่านมาเราก็เห็นๆกันอยู่ บัดโธ่ จะคาดหวังอะไรกับน้อง แงงงงงงง
    #24,475
    0
  6. #24006 munkrishear (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 02:13
    ตลกภาพแมวยิ้มด้านบน555555555555
    #24,006
    0
  7. #23919 thedarksun1986 (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 18:03
    ใจละลาย
    #23,919
    0
  8. #23450 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:11
    บางทีก็อยากย้อนกลับไปใชชีวิต 14อีกครั้งเหมือนน้องบ้าง
    #23,450
    0
  9. #23416 meuwly (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 13:42
    สกุลน้องน่าจะมาจากอดีตด้วยป่าวเนี่ย
    #23,416
    0
  10. #22651 DKdabble (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 23:19
    เป็นเขิน ;-;
    #22,651
    0
  11. #22503 Ruanjai (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 14:35
    กำลังเขินๆกับคำว่ายิ้มหวานเลื่อนลงมาเจอรูปแมวโอโหหหช็อค
    #22,503
    0
  12. #22353 shimshim (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 02:30
    กำลังอินคนยิ้มหวานเลื่อนมาเจอรูปนังแมวนี่ขำก๊ากเลยค่ะ555
    #22,353
    0
  13. #22215 Xialyu (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:02
    แหมมมมมมรอยยิ้มช่างบาดใจ
    #22,215
    0
  14. #22162 Konrafah (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:41
    อ่านอีก สนุกมาก
    #22,162
    0
  15. #22109 DARA T. (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:49
    คือนี่ไม่งงเลย เข้าใจอะ เข้าใจหมด แต่ที่ไม่เข้าใจคือถิงถิงจะงงไรนัก สติรุ้กกกกกกก
    #22,109
    0
  16. #22031 lills (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 09:56
    ท่านอ๋องย้อนกลับมาเหมือนกันใช่ปะ
    #22,031
    0
  17. #22019 SUGA19 (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:44
    ท่านอ๋องต้องมาจากอดีตกับถิงถิงแน่เลย
    ปล.จะว่าไปจะ90ตอนแล้วท่านอ๋องยังไม่ได้กินถิงถิงเลย5555
    #22,019
    0
  18. #21617 kanokwan_TNEP (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:56
    ฉินอ๋องฉลาดสุดแล้ว
    #21,617
    0
  19. #21294 pcy921 (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 13:05
    เอ้อออจบประเด็นพิษเนอะ
    #21,294
    0
  20. #20953 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 13:46
    เกือบจะใจแป้วแล้ว
    #20,953
    0
  21. #20642 นัทมิมิ (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 17:14
    ท่านพ่อน่ากลัวกว่าตอนที่จิ้งถิงตายแร่เลย ท่านอ๋องย้อนเวลากลับมาเหมือนกันแน่เลยอะ
    #20,642
    0
  22. #20433 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 12:35
    ชายหมาหมดสิทธิ์แล้วววววว
    #20,433
    0
  23. #20037 Jibbam_2b (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 21:54
    สงสัยมานาน เริ่มแนใจหล่ะว่าฉินอ๋องก็ได้ย้อนกลับมาเหมือนถิงเอ๋อร์
    #20,037
    0
  24. #20036 Jibbam_2b (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 21:53
    รูปแรกตกใจหงายท้องเลย5555555
    #20,036
    0
  25. #19787 Night Demon (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 12:35
    ทำไมรู้สึกว่าฉินอ๋องจะวนมาหลายลูปแล้วนะ แบบมากกว่าลูปเดียวอะ เพราะดูรู้อนาคตมากเกินไป
    #19,787
    0