เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 85 : ตอนที่ ๗๙ เค้าความวุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,116 ครั้ง
    18 ก.พ. 60

ตอนที่ ๗๙ เค้าความวุ่นวาย

ข้ายกคิ้วมองสีหน้ามีเลศนัยประหลาดของมารดา อันใดที่ว่าความวุ่นวาย? ข้ายิ้มพรางส่ายหน้าอ่อนใจในท่าทางซุกซนราวกับเด็กๆ ของนาง ทั้งที่มีบุตรชายตัวโตเช่นข้าทั้งคนแต่ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยรักสนุกของนางได้เลยสักนิด ช่างเป็นนิสัยที่ชวนให้เอ็นดูระคนเอือมระอา ทำให้ข้าเข้าใจสีหน้าก้ำกึ่งของบิดาที่มักจะแสดงออกยามมองไปที่ท่านแม่แล้ว

รถม้าจอดเทียบหน้าประตูวังหย่งเฮ่าชิงลู่ประคองข้าลง ตอนที่นั่งมาข้ายังไม่ทันนึกหรือรู้สึกอันใดแต่พอมายืนอยู่หน้าวังของฉินอ๋องกลับอดรู้สึกประหม่าขึ้นมามิได้ หากมินับการไปมาอย่างลับๆ แล้วครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ข้ามาหาเขาอย่างเปิดเผย อีกทั้งยามนี้สถานะของพวกเรายังเป็นคู่หมั้นหมายอย่างเป็นทางการอีกด้วย หากบอกว่าไม่ตื่นเต้นเลยย่อมเป็นการโกหก

ข้าเดินมาหยุดที่หน้าประตูใหญ่ทางเข้าวังหย่งเฮ่าจับมือประคองอารมณ์ให้เยือกเย็น จากนั้นก็เหลือบสายตาไปมองชิงลู่ที่เดินไปเจรจากับทหารเฝ้าหน้าประตูวังที่ยืนทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด เมื่อแจ้งชื่อและสถานะให้ทราบพวกเขาก็พลันผงะตกใจรีบคุกเข่าทำความเคารพอย่างนอบน้อมยิ่ง

ข้าแอบตกใจเล็กน้อยพยายามเก็บงำสีหน้าเอาไว้ กล่าวกับพวกเขาด้วยท่าทางนุ่มนวลสุภาพ จากนั้นพวกเราก็ถูกเชิญเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว เด็กรับใช้ทำหน้าแตกตื่น คนหนึ่งรีบวิ่งไปตามพ่อบ้านหม่า อีกคนรีบเชิญข้าไปยังห้องโถงรับแขก ข้ามองพวกเขาแล้วรู้สึกแปลกๆ เมื่อไม่นานมานี้ตัวข้ายังเป็นเพียงคนรับใช้เช่นพวกเขา แต่ในยามนี้กลับกลายเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ที่ทุกคนต้องแสดงความเคารพให้ ไม่ว่าจะทำจากใจหรือเสแสร้งก็ตาม ช่างเป็นชะตากรรมที่พลิกผันยิ่งนัก

ระหว่างทางที่พวกเราเดินไปโถงรับแขกก็เจอเข้ากับรองหัวหน้าองครักษ์เฉิน ข้าหยุดเดินมองไปเขาแล้วผงกศีรษะทักตามมารยาท อีกฝ่ายหันมามองข้า แวบแรกที่หันมามองนั้นเขาทำหน้าตะลึงพรึงเพริด มองข้าเสียตาค้างแต่ไม่นานก็ทำหน้าขนลุกปรับเปลี่ยนท่าทีกระแอมไอแก้เก้อ เดินเข้ามาทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างขวาง

การทำตัวเหมือนเดิมของเขาทำให้ข้ารู้สึกผ่อนคลายมิใช่น้อย เพราะตลอดทางที่พบเจอคนคุ้นหน้าคุ้นตา แต่พวกเขาต่างทำตัวราวกับนกเห็นเกาทัณฑ์ ก้มหน้าหลบตาสีหน้าหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัดเจน

“อือหือ! ไม่เห็นกันเนิ่นนานไม่กี่วันมานี้นี่เอง เหตุใดคุณชายเซี่ยถึงงดงามขึ้นไปอีกเล่า เป็นเช่นนี้ท่านอ๋องต้องอาบน้ำส้มแทนน้ำแล้วกระมัง” ประโยคแรกที่ทักก็เป็นการแซวหยอกที่ทำให้ข้าต้องทอดถอนหายใจ คนแซ่เฉินหัวเราะรับการกลอกตาขึ้นฟ้าของข้า เมื่อเห็นข้าไม่มีอารมณ์จะหยอกล้อด้วยก็เลิกเล่นอย่างรู้จังหวะ

“เจ้ามาหาท่านอ๋องงั้นสินะ โชคไม่ดีนักเพราะตอนนี้ท่านอ๋องมิได้อยู่วัง ออกไปค่ายทหารหลังรับประทานมื้อเช้าแล้ว”

คุยเรื่องทั่วไปตามมารยาทที่ดีเสร็จ คู่สนทนาผู้มีรอยยิ้มขัดตาของข้าก็เอ่ยบอกเรื่องราวทั้งที่ยังไม่ทันได้ถามไถ่ ได้ยินเช่นนั้นข้าก็พยักหน้ารับ มิได้คิดมากอันใด ข้ารีบร้อนมาโดยมิได้บอกกล่าว หากเจอย่อมดีแต่ไม่เจอก็ไม่เป็นไร

“อย่างนั้นรึ? ข้าเองก็มิได้นัดหมายไว้ เป็นเช่นนี้ก็วันหลังค่อยมาเยี่ยมเยียนใหม่ก็แล้วกัน ขอตัวก่อน” ข้าเอ่ยขอตัวหลังจากที่ทราบว่าเจ้าแมวมิได้อยู่ในวัง รองหัวหน้าองครักษ์เฉินยิ้มกว้างไม่ลดละ ข้าเห็นแล้วขัดตาแต่ก็มิได้กล่าวอันใด คนผู้นี้กำลังยิ้มล้อข้าอยู่เป็นแน่! อยากให้ข้าเขินอายสินะ หึ!

“ประเดี๋ยวก่อน จะรีบร้อนไปไยเล่า ข้ากำลังไปยังค่ายเป่าอี้พอดี เจ้าก็ตามข้าไปหาท่านอ๋องเถิด” พอข้าหมุนตัวจะเดินจากไป คนที่ยิ้มๆ ก็หัวเราะออกมายกมือปรามชักชวนให้ข้าร่วมเดินทางไปกับเขา ข้าส่ายหน้าปฏิเสธ จะให้ไปหาเจ้าแมวถึงค่ายทหารน่ะรึ ไม่มีทาง ข้ามิได้ไม่ประสีประสาคิดเองไม่เป็นขนาดไปรบกวนเวลาทำงานของเขา

“เอาน่า ท่านอ๋องไม่ว่าอันใดหรอก เจ้าอุตส่าห์แต่งมาเสียงดงามเช่นนี้ จุ๊ๆ ไม่แน่ท่านอ๋องอาจจะชอบใจด้วยซ้ำ ไปด้วยกันเถิด ค่ายอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เดินทางไม่นานก็ถึงแล้ว ไปๆ” คนแซ่เฉินไม่รับคำปฏิเสธใดๆ เดินเข้ามาดันหลังข้าเดินออกไป ท่าทางกระตือรือร้นเสียจนข้าเกิดความระแวง เจ้าคนน่ารังเกียจผู้นี้จะต้องวางแผนอันใดอยู่เป็นแน่! ข้าพยายามขัดขืนไม่ยอมตกเป็นหมากให้อีกฝ่ายจับเดินแต่กระนั้นคนแซ่เฉินก็มุ่งมั่นพาตัวข้าไปด้วย

“ไม่ต้องเกรงใจๆ ข้าเป็นองครักษ์ของฉินอ๋องย่อมมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของเจ้านาย เจ้าเป็นถึงคู่หมั้นของท่านอ๋องย่อมเป็นเจ้านายของข้าอีกคน ไปๆ ประเดี๋ยวท่านอ๋องจะกลับมาเสียก่อน สวนทางกันย่อมไม่ดีแน่” รองหัวหน้าองครักษ์เฉินเกลี้ยกล่อมเสียงเบา หันไปพยักหน้าให้แก่องครักษ์คนอื่นๆ ที่ยืนรอท่าอยู่หน้าประตูวัง พวกเขาเห็นข้าแววตาปรากฏความงุนงงแต่ไม่มีผู้ใดเอ่ยถาม เฉินฮุ่ยเคอส่งข้าขึ้นรถม้า ในตอนนั้นพ่อบ้านหม่าเดินออกมาพอดี เขามองข้ากับรองหัวหน้าองครักษ์ของฉินอ๋องอย่างงุนงง

“ออกเดินทาง!” คนแซ่เฉินไม่แม้แต่จะหันไปอธิบายความใด เขาสั่งลูกน้องและกำกับพารถม้าของข้าแล่นออกไป

ข้าที่ถูกลากลงโคลนนั่งถอนหายใจกลัดกลุ้ม เริ่มกังวลใจว่าจะถูกตำหนิเป็นแน่ อันที่จริงหากข้ายืนยันปฏิเสธไม่ไปย่อมไม่มีผู้ใดกล้าขัด แต่กลับทำลังเลใจปล่อยให้อีกฝ่ายลากมาด้วยเช่นนี้ ในใจอดคิดเข้าข้างตัวเองมิได้ว่าฉินอ๋องไม่ตำหนิอันใดข้าแน่ นับวันข้าผู้นี้ก็ยิ่งเหลิงได้ใจ นี่มันไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ

ไปรบกวนเขาที่ค่ายทหารเช่นนี้ออกจะไร้ยางอายจริงๆ บางทีอาจจะโดนติเตียนอย่างเช่นในชีวิตที่แล้ว ครั้งหนึ่งในตอนที่เป็นนายบำเรอข้ายกของว่างไปให้ฉินอ๋องที่นั่งทำงานในห้องทำงานของเขา เมื่อวางของว่างลงข้าก็ขอนั่งเป็นเพื่อนเขาเงียบๆ ฉินอ๋องเพียงแค่เหลือบมองมามิพูดอันใด ตัวข้าจึงเข้าใจไปว่าเขาอนุญาต

ผ่านไปสักพักใหญ่ฉินอ๋องก็ชักสีหน้าไล่ข้าออกไปจากห้องทำงานของเขา ท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ข้าตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อรีบวิ่งออกไปราวกับหนีตาย จากวันนั้นมาข้าได้แต่แอบมองนายบำเรอคนอื่นๆ ผลัดกันเข้าออกรับใช้เขาอยู่ห่างๆ และแล้วเรื่องก็มาเกิดในตอนที่ลู่ชุนเห็นข้าแอบมองก็ยุยงให้ข้ายกน้ำชาไปให้ฉินอ๋อง

ตอนแรกข้าไม่กล้าแต่เพราะถูกลู่ชุนกล่อมจนเชื่อถึงยกน้ำชาเข้าไปในห้องทำงานของฉินอ๋อง เมื่อวางน้ำชาลงฉินอ๋องเพียงเหลือบมองไม่พูดจาแต่ทันทีที่เงยขึ้นมาเห็นเป็นข้าก็ขมวดคิ้วทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้ข้าได้พูดอะไร ออกคำสั่งไล่ข้าไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ข้าขัดคำสั่งไม่ได้ กัดฟันเดินออกไปขณะที่เหลือบมองนายบำเรอคนอื่นๆ ยิ้มเยาะ ข้าอับอายและโมโห

ไม่ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้ข้าก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอันใดถึงมีเพียงข้าที่ถูกเขาตะคอกไล่ออกมา ส่วนคนอื่นๆ นั้นไม่เห็นจะเป็นอะไร นั่งชูคอวางท่าเสียน่าหมั่นไส้ โดยเฉพาะโหลวอิ่งเฟิ่ง นายบำเรอคนโปรดผู้ฉลาดปราดเปรื่อง เขาเป็นผู้ที่ถูกเรียกให้ไปรับใช้ข้างกายที่ห้องทำงานบ่อยๆ จนเป็นที่อิจฉาของบรรดานายบำเรอด้วยกัน

ฉินอ๋องเองก็เคยเผลอพูดถึงโหลวอิ่งเฟิ่งผู้นี้ต่อหน้าข้าเช่นกัน บอกว่าเขาเล่นหมากกระดานได้ยอดเยี่ยมทั้งการวางแผนและกลยุทธ์ ข้าไม่ค่อยสนิทสนมกับคนผู้นี้นัก เพราะเขามีนิสัยสันโดษเป็นอย่างมาก ไม่ยุ่งเกี่ยวหรือไม่คบหากับนายบำเรอคนอื่นๆ หลายครั้งข้าเห็นเขานั่งเล่นหมากกระดานกับฉินอ๋องพลางจิบน้ำชาไปด้วย

ทั้งสองดูเพลิดเพลินสนุกสนาน พูดคุยหัวเราะไปด้วยกัน เห็นสีหน้าเอาจริงเอาจังในการขบคิดของเจ้าแมวข้าก็อดจะสะท้อนใจมิได้ ดูเอาเถิด ยามที่เล่นกับข้าเขาไม่เห็นมีท่าทีสนุกสนานจริงจังเช่นนี้ เพียงแต่ทำหน้าทำตาเบื่อหน่ายใส่ คิดแล้วก็หดหู่ยิ่งนัก ไม่รู้จะแก้อย่างไรเพราะข้าก็ฉลาดได้เพียงแค่นั้น

ข้าเม้มปากก่อนจะตัดสินใจไม่ไปค่ายเป่าอี้

“พวกเรากลับจวนกันดีกว่า คงไม่ดีนักที่จะไปรบกวนฉินอ๋อง”

ชิงลู่มองข้าอย่างแปลกใจที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนใจจะกลับทั้งที่เดินทางมาไกลมากแล้ว ท่านแม่ที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามจ้องมองข้าเหมือนต้องการจะอ่านลึกลงไปในจิตใจ ข้าก้มหน้าหลบสายตาที่เพ่งเขม็งจับผิดของอีกฝ่าย ไม่เอาดีกว่า อย่างไรข้าก็ไม่อยากเสี่ยงที่จะถูกเจ้าแมวโมโหใส่แน่ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมานี้จะไม่เคยถูกเขาโกรธก็เถิด เมื่อไม่มีใครพูดอันใดข้าก็หันหน้าจะตะโกนบอกคนขับรถม้าให้หยุดแต่ถูกคำถามของท่านแม่หยุดเอาไว้เสียก่อน

เหตุใดจะกลับเล่า? นี่ใกล้จะถึงแล้วนะ

“ข้าไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของเขา”

...เอาเถิด หากคิดเช่นนั้นก็กลับกันเถิด

ข้ามองไปที่ชิงลู่เพื่อให้เขาไปบอกคนขับรถม้า ชิงลู่พยักหน้าเข้าใจขยับตัวไปยังหน้ารถม้า เลื่อนเปิดหน้าต่างบานเล็กแล้วเอ่ยให้อีกฝ่ายหยุดเพื่อกลับรถม้าย้อนเส้นทางกลับจวน แต่ทว่าหูข้ากลับได้ยินเสียงหัวเราะที่กวนโทสะประจำตัวของคนแซ่เฉิน เสียงลมผสมผสานเสียงบอกกล่าวที่ชวนโมโหดังตอบกลับมา

“ขออภัยคุณชาย! อีกนิดก็ใกล้ถึงแล้ว อดทนชั่วครู่เท่านั้นขอรับ”

ข้าเงยหน้าจ้องเขม็งผ่านหน้าต่างบานเล็กไปมองใบหน้ายิ้มจนตาหยี ลมตีผ่าหน้าจนมึนงง เหตุใดคนขขับรถม้าถึงกลายเป็นหมอนี่ได้เล่า!? ข้ามองตาดวงตาโค้งเสี้ยวจันทร์ประกายวิบวับอย่างเจ้าเล่ห์คู่นั้นแล้วเลือดลมตีขึ้นศีรษะ บัดซบ! เจ้าคนแซ่เฉิน! มันรู้ก่อนแล้วว่าข้าจะต้องเปลี่ยนใจกลางทางถึงไล่คนขับรถม้าของข้าแล้วเข้ามาสวมบทแทน กะจะมัดมือมัดเท้าข้าจนถึงที่สุดอย่างนั้นหรือ!?

“เจ้า! หยุดรถให้ข้าเดี๋ยวนี้!” ข้าตะโกนสั่งออกไป น้ำเสียงเฉียบขาดและดุดันยิ่ง แม้แต่ตัวข้ายังตกใจ คนแซ่เฉินตะลึงไปชั่วขณะ ไม่นานรถม้าก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วแล้วจอดลงในที่สุด

ข้าผ่อนลมหายใจแผ่วเบา กังวลไม่น้อยที่เผลอใส่อารมณ์กับอีกฝ่าย บางทีอาจจะเป็นเพราะความกดดันจากชีวิตที่แล้วกระมัง เมื่อทบทวนและคิดให้ดีก็รู้สึกว่าตนเองได้กระทำรุนแรงเกินไป ข้ากำลังเอ่ยปากขอโทษในการกระทำอันหยาบกระด้างเมื่อครู่ เพียงแต่เสียงยียวนปนหัวเราะของเขาดังขึ้นมาขัดเสียก่อน

“คุณชายจิ้งถิง ถึงแล้วขอรับ!

“....”

บัดซบคนแซ่เฉิน!

ข้าตะโกนด่าลั่นในใจ มิได้จอดเพราะข้าเป็นคนบอกแต่จอดเพราะว่าถึงที่หมายแล้วต่างหาก! ข้ารีบเสือกไสความรู้สึกผิดเมื่อครู่ทิ้งลงหลุมไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้แทบอยากกระโดดลงจากรถม้าไปต่อยหน้าลูกน้องคนสนิทของเจ้าแมว กวนโมโหยิ่งนัก! ข้ายังนั่งนิ่งเงียบอยู่ในรถม้า ไม่ขยับเขยื้อนตัวใดๆ ชิงลู่เริ่มอึดอัดใจชำเลืองมองข้าอยู่หลายครั้ง สีหน้างุนงงและสับสน

“จิ้งถิงหนอจิ้งถิง! ข้าอุตส่าห์หวังดีถึงเพียงนี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้เป็นวันประชุมค่ายทหารทั้งสี่? แม่ทัพ รองแม่ทัพ ทุกคนต่างต้องเข้าร่วมประชุม นี่ไม่สำคัญ ที่ข้าอยากจะบอกเจ้าก็คือ... เหล่าแม่ทัพทั้งหลายต่างก็พาธิดามาด้วยต่างหาก จุดประสงค์นั้นคงไม่ต้องให้ข้าสาธยายยืดยาว โดยเฉพาะคุณหนูหูชือเซี่ยนคนงามคนนั้น!

คนแซ่เฉินที่เห็นข้าไม่ยอมลงจากรถม้าก็แสร้งถอดถอนหายใจ ก่อนจะใช้น้ำเสียงที่ฮึดฮัดไม่พอใจเอ่ยคลายปมที่ชักพาข้ายังที่แห่งนี้ ข้าชะงักตัวเล็กๆ อดจะขมวดคิ้วมิได้ ประชุมทหารก็ประชุมไปเสียสิ ไฉนต้องพกบุตรธิดาเข้าไปร่วมด้วย? นี่มันงานชมบุปผาดูตัวท่านแม่ทัพฉินอ๋องรึ? ถึงแม้ในใจจะค่อนแคะต่างๆ นานาแต่ข้ากลับเอ่ยตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ

“แล้วอย่างไรเล่า?”

“เฮ้อ ให้ตายเถิด ว่าที่ฉินหวางเฟยของข้าน้อย คิดสิขอรับคิด! แม้ว่าท่านอ๋องจะรักเจ้าแต่ใช่ว่าหากมีคนอื่นเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมจะไม่เผลอแอบปันใจ ใจของคนนั้นยากจะคาดเดา หากเป็นเช่นนั้นจริงจะโทษใครได้นอกเสียจากตัวเจ้าที่ปล่อยปละให้ผู้อื่นมาฉวยโอกาสไป ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่าปล่อยให้มีควัน”

วาจาลิ้นทองสองฉากสามฉาก!

ข้าถูกคนแซ่เฉินกล่อมจนต้องถอนหายใจยอมจำนน หันไปมองชิงลู่พยักหน้าให้กับเขา ชิงลู่รีบลงจากรถม้าประคองข้าลงไปยืนต่อหน้าเฉินฮุ่ยเคอที่ยิ้มแป้น ช่างน่าตะบันให้ยับนัก! ข้าละสายตาจากใบหน้ายียวนกวนโทสะดวงนั้นแล้วพยายามสงบสติอารมณ์ เอาเถิด อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว อีกอย่างคุณหนูทั้งหลายยังเข้าไปได้แล้วข้าจะเข้าไปอีกคนหนึ่งจะเป็นไรไป

“เชิญคุณชายตามข้ามาขอรับ” คนแซ่เฉินสนุกสนานกับการแสร้งทำตัวเป็นข้ารับใช้ ก้มตัวผายมือเชื้อเชิญข้าเดินตามเขาเข้าไปในค่ายทหาร ข้ามองเขาตาขวางแต่ก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี ในหัวเร่งคิดข้อแก้ตัวที่จะเอาไว้อ้างยามฉินอ๋องถาม ปัดโธ่เอ๊ย หากฉินอ๋องโมโหข้าล่ะก็คนแซ่เฉินอย่าคิดเลยว่าจะรอด!

มัวแต่คิดหาเหตุผลจนลืมแม้กระทั่งมองรอบตัว ผ่านไปสักพักใหญ่รู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองมาจึงเงยหน้ามองไปรอบๆ ข้าพลันขนลุกเมื่อสบสายตาเข้ากับดวงตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองมา สีหน้าของพวกเขาตกตะลึง เหล่าทหารในค่ายที่กำลังเดินผ่านไปแทบจะเหยียบเท้ากันเพราะมัวแต่มองมาข้า บางคนมือถือดาบก็เกือบเฉาะศีรษะเพื่อน เกิดเหตุการณ์อลหม่านเกิดตามรายทางที่ข้าก้าวเดินผ่าน ข้ากะพริบตาปริบๆ เลี่ยงไม่สบตากับพวกเขาด้วยความประหม่างุนงง

เสียงทอดถอนหายใจดังขึ้นจากเบื้องหน้า เฉินฮุ่ยเคอพึมพำอะไรบางอย่างพร้อมกับฉีกยิ้มสาสมใจ

“จ้องเข้าไปเถิดพวกเจ้า ประเดี๋ยวพวกเจ้าจะได้ตกนรกทั้งเป็น”

จากนั้นข้าก็เหลือบไปมองชิงลู่ที่เดินอยู่ข้างๆ เขามีสีหน้าพึงพอใจปนภาคภูมิ ยืดอกเดินเชิดหน้าพร้อมกับยิ้มกระหยิ่มแปลกๆ แม้กระทั่งท่านแม่ที่ลอยตัวอยู่ไม่ไกลยังมีท่าทางผิดแผกไปด้วย นางกอดอกพยักหน้าขึ้นลงพึมพำด้วยความภูมิใจ

สมแล้วที่เป็นลูกของข้า!

ข้าเร่งฝีเท้าเพื่อหลบหนีจากสายตาจับจ้องน่าขนลุกเหล่านั้นที่ตามติดแผ่นหลังไม่ลดละ และแล้วข้าก็เห็นเจ้าแมว เขายืนอยู่กับเหล่าลูกน้องบนลานฝึกยิงธนู คล้ายกับกำลังฝึกซ้อมและแนะนำการยิงธนูกันอยู่ อาการตาขาวของข้าเริ่มกำเริบอีกครั้ง รู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ จินตการว่าจะถูกเขาต่อว่าหัวใจก็หดเกร็ง

ขณะที่เดินเข้าไปใกล้ทุกทีเท้าของข้าคล้ายจะหนักขึ้นเรื่อยๆ บนตัวก็เหมือนถูกกองหินทับถมจนก้าวต่อไม่ได้ ความกังวลใจเกาะกุมร่างกายจนเหงื่อเริ่มผุดตามไรผม ข้าสูดลมหายใจพยายามปลอบโยนใจขี้ขลาดดังมุสิกของตัวเองให้สงบลง

หลังจากทำใจได้ข้าก็ทอดสายตามองไปยังฉินอ๋องที่ยืนมองการฝึกซ้อมของลูกน้องใต้บัญชา แม้ว่าเขาจะยืนอยู่กับลูกน้องคนสนิทแต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบน่าขนลุก สีหน้าและแววตาแข็งกระด้างน่ากลัวเช่นนั้นเหมือนคนละคนกับที่ข้ารู้จัก ทั่วทั้งร่างแผ่รัศมีแหลมคมและเย็นเฉียบอันตรายออกมา ผลักดันให้ผู้คนไม่กล้าแม้จะหายใจ ข้ายกมือขึ้นมากุมเพียงแค่มองยังรู้สึกหนาวเหน็บและน่ากลัวยิ่ง

คนผู้นี้คือแม่ทัพผู้บัญชากองทัพนับแสน หาใช่เจ้าแมวของข้าไม่

“ท่านอ๋อง ข้ามาแล้วขอรับ” เฉินฮุ่ยเคอเดินตรงไปรายงานตัวกับเจ้านายด้วยน้ำเสียงรื่นเริงผิดปกติ เจ้าแมวมิได้สนใจจะหันมามอง เขาพยักหน้ารับเรียบๆ ดวงตายังคงจ้องมองตรงไปข้างหน้าอย่างเย็นชา ข้ามองเขานิ่งงัน นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้เห็นเขาที่เป็นเช่นนี้จนหลงลืมไปว่าแท้จริงฉินอ๋องเป็นคนเย็นชา

“อะแฮ่ม ท่านอ๋อง ทายสิว่าผู้ใดมาหา” เฉินฮุ่ยเคอคล้ายจะเก้อไปเมื่อเจ้านายไม่แม้แต่จะหันมามอง เขากระแอมไล่ความกระด้างอายแล้วค่อยเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยเสียงสดใส แต่กระนั้นฉินอ๋องก็ไม่ขยับหรือสนใจแม้แต่น้อย คิ้วสักเส้นยังไม่กระดิก ไร้ความสนใจอย่างสิ้นเชิง เย็นชาไม่แม้แต่จะส่งเสียงรับด้วยซ้ำ ทำเอารองหัวหน้าองครักษ์ของเขาเริ่มเบะปากทำท่าจะร้องไห้ด้วยความช้ำอกช้ำใจ เฉินฮุ่ยเคอเอี้ยวคอกลับมาเอ่ยบอกข้า

“ท่านอ๋องกำลังยุ่งอย่างที่เห็น เจ้ากลับไปก่อนเถิดจิ้งถิง...”

สิ้นคำนั้นร่างของฉินอ๋องชะงักกึก ทุกคนในบริเวณนั้นค่อยๆ หันมามองอย่างสงสัย คนที่ตกเป็นเป้าสายตาไม่สนใจสักนิด เขาสะบัดหน้าหันมามองอย่างรวดเร็ว ข้าคลี่ยิ้มน้อยๆ ส่งออกไปให้เขา เจ้าแมวยืนนิ่งอยู่กับที่ นิ่งแม้กระทั่งตายังไม่กะพริบ ดวงตางามคู่นั้นจ้องตรงมาที่ข้าอย่างไม่ลดละ บรรยากาศรอบตัวค่อยๆ เปลี่ยน แม้ยังดูเย็นชาแต่ก็ต่างจากก่อนหน้านั้นอย่างเห็นได้ชัด ข้าที่ถูกจ้องมองราวกับจะถูกจับกินเริ่มหวาดหวั่น หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว

ระหรือว่าเขากำลังโมโห!?

“ไม่เห็นหัวข้าเลยนะท่านอ๋อง” เฉินฮุ่ยเคอที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างข้ากับฉินอ๋อง เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะพึมพำพร้อมกับทำท่ายกมือซับน้ำตาที่หางตา สักพักใหญ่ก็โบกมือไปมาตรงหน้าเจ้านาย

“ท่านอ๋องขอรับ ท่านอ๋อง! จะตะลึงในความงามของหวางเฟยอีกนานไหมขอรับ!? ใจเย็นก่อนท่านอ๋อง ตรงนี้ยังมีพวกข้าอยู่นะขอรับ หากอยากจะกินช่วยอดใจไปทำที่กระโจมของท่านได้หรือไม่?”

บัดซบคนแซ่เฉินพ่นอันใดออกมากัน!?

ข้าหน้าร้อนวูบกับคำพูดไร้สาระที่ถูกพ่นออกมาจากปากของคนไร้ยางอาย แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ ทันทีที่คำพูดบ้าบอนั้นดังขึ้นข้าก็ไม่อาจสบสายตากับเจ้าแมวได้อีกต่อไป รู้สึกเขินอายจนร่างแทบจะไหม้ ข้าก้มหน้าหลบปิดบังใบหน้าที่แดงก่ำของตนเองเอาไว้ ยังคงรู้สึกถึงสายตาแหลมคมคู่นั้นจ้องมองมาไม่หยุด

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรบริเวณโดยรอบกลับเงียบสนิทข้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามอง ทุกสายตาจับจ้องมองมาที่ข้าคล้ายจะเหม่อลอยหน้าแดงก่ำราวกับเป็นไข้ ข้ากะพริบตาฉงนใจ

ไม่เพียงแต่ข้าจะรับรู้ถึงความผิดปกตินี้ ฉินอ๋องเหลือบมองไปโดยรอบด้วยสายตาเย็นชา แววตาของเขาประกายดุดันและเหี้ยมโหด รอบตัวคล้ายมีกลุ่มควันสีดำทมิฬแผ่ออกมา ทันใดนั้นเขาก็หันขวับกลับมามองข้าพร้อมกับกัดฟันกรอด พริบตาเดียวร่างของเขาก็พุ่งตรงเข้ามา รองหัวหน้าเฉินหลีกทางให้เจ้านายอย่างว่องไว เจ้าแมวรวบตัวข้าอุ้มตัวลอยพยายามกดศีรษะของข้าซบลงบนแผงอกของเขาคล้ายพยายามปิดซ่อนตัวข้าจากสายตาผู้อื่น จากนั้นเขาก็ทะยานฝีเท้าจากไปอย่างรีบร้อน

“อย่าหักโหมนะขอรับท่านอ๋อง!” คนบัดซบเฉินตะโกนไล่หลังเสียงดังลั่นจนข้าแทบจะระเบิดตัวด้วยความเขินอาย คนแซ่เฉินหากเจ้าหุบปากก็ไม่มีผู้ใดกล่าวว่าเจ้าเป็นใบ้หรอกนะ!

ข้าถูกอุ้มเข้ามาในกระโจมหลังหนึ่ง เท้ายังไม่ทันได้แตะพื้นก็ถูกเจ้าแมวบุกจู่โจมทันที อ้อมแขนแข็งแกร่งของเขากอดรัดข้าแนบอก เรียวปากได้รูปของเขาบดขยี้อย่างป่าเถื่อนร้อนแรง ระหว่างที่จูบข้าเขาก็พึมพำเรียกชื่อข้าคลอเคล้าอยู่พักใหญ่ เสียงลมหายใจกระชั้นดังท่ามกลางความเงียบในกระโจมหลังใหญ่ อึดใจต่อมาเขาก็ผละริมฝีปากข้าสูดลมหายใจเข้า ยังไม่ทันได้หายใจเต็มปอดเจ้าแมวก็รั้งตัวข้าไปโอบกอดแน่นจนข้าขยับตัวมิได้ ข้ามึนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่

“ฉินอ๋อง...”

“เรียกชื่อข้า!” เขาคำรามบอกเสียงดุดันยิ่ง

“...เสวี่ย ท่านเป็นอะไรไป?

ฉินอ๋องกอดข้าอยู่นานถึงขยับตัวปล่อยข้าออกจากอ้อมกอด เขาดันไหล่ของเขาจ้องมองข้าที่งุนงงไม่เข้าใจด้วยแววตาทะมึนตึงไม่พอใจ สีหน้าของเขาสงบเยือกเย็นมาก

“เจ้าไม่ควรเลยจริงๆ”

ข้ากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะใจหายวูบ ใบหน้าซีดเผือด หรือว่าเขาจะโมโหที่ข้ามาที่นี่โดยไม่ขออนุญาตเขาก่อน นั่นสิ เขาไม่ชอบให้ข้ามายุ่งย่ามการทำงานแท้ๆ แต่ข้ากลับ... นี่ข้าเหลิงเกินไปแล้วสินะ

“ข้า...”

ยังไม่ทันได้เอ่ยอย่างที่ตั้งใจเจ้าแมวก็โน้มตัวลงมา เงาดำแวบผ่านม่านตา รู้ตัวอีกทีใบหน้าหล่อเหลางดงามของเขาก็ประชิดใกล้ เรียวปากนุ่มกดลงบนริมฝีปากของข้า คลอเคล้านุ่มนวลจนอกของข้าสั่นไหว ค่อยๆ ลิ้มรสชาติริมฝีปากของข้าทีละน้อย ลิ้นสากคืบคลานเข้ามาภายในปากสัมผัสไปทั่ว หยอกเย้าและเย้าแหย่ลิ้นที่เคลื่อนสะเปะสะปะของข้าอย่างเชี่ยวชาญ มือหนายื่นมาแตะปลายคางของข้าเชยขึ้นเล็กน้อยให้เขาได้ชิมอย่างถนัดถนี่

จูบอันลึกซึ้งและดูดดื่มนี่ทำให้ข้าตาพร่าพรายและขาหมดเรี่ยวแรง ตัวอ่อนยวบแอบอิงพิงกายกำยำของเขา ฉินอ๋องถอดริมฝีปากอ้อยอิ่งจูบไม่ยอมผละจากเสียที เขากระซิบเสียงแตกพร่า ทั้งโมโหและพึงพอใจ สับสนปนเปกัน

“เจ้าไม่ควรแต่งเช่นนี้ออกมาข้างนอกเลย ทั้งที่เจ้าเป็นของข้าคนเดียวแท้ๆ กลับถูกผู้อื่นจ้องมอง!

ข้ากลั้นยิ้ม โล่งใจที่เขาไม่ได้โมโหเรื่องที่ข้ามาหาแต่กลับไปไม่ชอบใจที่ข้าถูกผู้อื่นจ้องมอง นี่ช่าง...อืม เป็นนิสัยเด็กน้อยเสียจริงๆ ขี้หวง! เจ้าแมวกอดก่ายตัวข้าราวกับจะกีดกันมิให้ผู้ใดมอง แสดงท่าทีครอบครองเป็นเจ้าของข้า แม้อันที่จริงแล้วจะไม่มีผู้ใดอยู่ก็ตามเถิด ดวงหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นมาวูบหนึ่ง นัยน์ตาคู่งามประกายเหี้ยม กัดฟันเอ่ยลอยๆ ออกมา

“ควักตาพวกมันดีหรือไม่?”

ข้าเบิกตาตื่นตระหนก นี่ไม่ใช่การพูดเล่นแน่นอน แต่เป็นการพูดที่จริงจังยิ่ง! ข้าลนลานรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แค่มองข้าเล็กน้อยถึงกลับต้องถูกควักลูกตา ทหารกล้าเหล่านั้นจะน่าสงสารเกินไปแล้ว เจ้าแมวจ้องข้านิ่งก่อนจะก้มหน้าก้มตาหอมแก้มข้าฟอดแล้วฟอดหลายจนแก้มข้าแดงช้ำไปหมดถึงยอมเลิกลา

ฉินอ๋องปล่อยมือจากตัวข้าแล้วแยกตัวออกไป ทำท่าฮึดฮัดพยายามข่มอกข่มใจ ข้าชะโงกหน้าไปมองด้วยความอยากรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เมื่อเห็นท่าทางน่ารักนั้นก็อดจะหัวเราะออกมามิได้ ฉินอ๋องคล้ายแมวถูกจับได้ว่าปล่อยเรี่ยราดบนพื้นโก่งตัวขู่จนขนลุกฟู่ เอื้อมมือหมายจะเข้ามาบีบแก้มของข้าแต่ข้าหลบพ้นอย่างหวุดหวิด ข้าหลบอยู่หลายรอบคิดว่าเขาจะเบื่อหน่ายเลิกเล่นไปแต่กลับได้ผลตรงกันข้าม ราวกับถูกบางอย่างกระตุ้นเจ้าแมวดูสนุกกับการหยอกเย้านี้นัก

“ท่านแม่ทัพงานไปถึงไหนแล้วขอรับ โปรดอย่าหักโหม เร่งทำงานเถิดขอรับ!” เสียงกระซิบบอกสั่นๆ ฟังดูหวาดกลัวดังลอดเข้ามาในกระโจมทำลายบรรยากาศชื่นมื่นภายในกระโจม ดูเหมือนว่าจะเป็นลูกน้องผู้ห่วงใยงานการของท่านแม่ทัพถึงกลั้นใจมากระซิบเตือนเช่นนี้ จะเตือนก็ควรจะเตือนเสียงดังกว่านี้หน่อยมิได้รึ หากมิใช่ว่าข้ามีพลังขั้นหกจะทันได้ยินเช่นนี้อย่างนั้นรึ? ข้าหยุดเคลื่อนไหวพร้อมๆ กับถูกร่างสูงสง่ากอดจากด้านหลัง

“ท่านแม่ทัพเลิกเล่นได้แล้วกระมัง ไปตั้งใจทำงานของท่านเถิด”

“หากทำงานเสร็จจะให้รางวัลหรือไม่?”

“งานของท่านไม่เกี่ยวกับข้าเสียหน่อย” ข้ากระทุ้งข้อศอกใส่ท้องเขาแล้วดิ้นหลุดออกจากอ้อมกอด อันที่จริงน่าจะพูดว่าฉินอ๋องปล่อยข้าออกมามากกว่า ข้าหันตัวมองฉินอ๋องที่หันหลังเดินตรงไปยังนั่งหน้าโต๊ะทำงานที่มีม้วนกระดาษกองเต็มโต๊ะ ระหว่างที่เจ้าแมวเริ่มทำงานข้าก็ระบายยิ้มเดินไปนั่งเก้าอี้ด้านข้างเพื่อดูเขาทำงาน

อ่า ข้าขอดูชดเชยในส่วนชีวิตที่แล้ว!

ฉินอ๋องเงยหน้าขึ้นมามองข้ามุมปากมีรอยยิ้มเล็กๆ จากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบพู่กัน ข้าเอียงตัวมองแล้วลุกขึ้นเสนอตัวไปฝนหมึกให้แก่เขา เจ้าแมวไม่พูดอะไรก้มหน้าอ่านเอกสารเงียบๆ พู่กันจรดบนกระดาษ ข้าจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเขาพลางฝนแท่งหมึก เฮ้อ บาปจริงๆ ใบหน้านี้ช่างบาปหน้ายิ่งนัก หล่อเหลาและงดงามเกินไป!

พู่กันที่จรดบนกระดาษยังไม่ขยับเขียนใดๆ ดวงหน้าที่ข้ามองก็เอียงมาสบตาเข้าพอดี ข้ากะพริบตาค่อยๆ ก้มหน้าตั้งใจฝนหมึก ข้าเหลือบมองไปกระดาษตรงหน้าของเขา ปลายพู่กันยังคงวางบนกระดาษไม่ขยับ ข้าฝนหมึกได้เยอะแล้วก็หยุดมือยืนมองเจ้าแมวที่ก้มหน้าตั้งใจอ่านเอกสารตรงหน้า ผ่านไปสักพักเขาก็เบือนหน้ามามองข้าจากนั้นก็ก้มเหมือนจะขยับพู่กันในมือแต่ผ่านไปหลายอึดใจก็ยังไม่เขียนอะไรใดๆ ลงไป

เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามฉินอ๋องก็มิได้คืบหน้าใดๆ ข้ามองเขาด้วยความแปลกใจ ปัญหานี้มันยากขนาดที่ฉินอ๋องผู้ปราดเปรื่องนั่งขบคิดนานเพียงนี้เลยหรือ? ฉินอ๋องยังคงนั่งหน้าเคร่งขรึมไม่ยอมขีดเขียนใดๆ ระหว่างนั้นก็ชำเลืองตามองข้าไปด้วย ข้าเลิกคิ้วสังเกตอาการแปลกๆ ของเขา

นี่เขาคงมิใช่กำลังกระสับกระส่าย?

สีหน้าของเขายังคงเยือกเย็นเหมือนฟ้าถล่มก็ยังไม่ตกใจดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนว้าวุ่นใจ ข้าคงจะเข้าใจผิดกระมัง หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะข้ายืนจ้องเขาประชิดเกินไป เช่นนั้นข้าไม่ควรรบกวนเขา ข้าตัดสินใจถอยร่นมานั่งเก้าอี้ที่เดิมในตอนแรกจากนั้นก็มิได้จ้องมองอีกฝ่ายเพียงแค่นั่งเงียบๆ พยายามไม่ทำเสียงใดๆ

ผ่านไปนานข้ามองของทั่วกระโจมจนหมดทุกสิ่งอย่างก็อดใจหันไปมองเจ้าของกระโจมมิได้ มองไปก็เห็นดวงตาคมเข้มกะพริบตามองข้าอยู่ปริบๆ พวกเรามองกันจนเก้อเขินค่อยๆ ละสายตาจากไป ข้ามองยอดกระโจม เขาแสร้งจับพู่กันจุ่มหมึกแล้วมองเอกสารตรงหน้าที่ว่างเปล่าดุจเดิม เหตุใดเขาถึงยังไม่เขียนอะไรเลยสักคำ เอาแต่มองข้าอยู่นั่นแหละ หน้าข้าไม่มีคำตอบให้หรอกนะ!

“เฮ้อ” ฉินอ๋องถอนหายใจออกมายาวเหยียด เป็นเสียงถอนหายใจที่ดูกลัดกลุ้มและจนใจพร้อมกัน

“เป็นอะไรอย่างนั้นรึ?”

“จิ้งถิง เจ้า...” ฉินอ๋องเอ่ยเพียงเล็กน้อยแล้วทำท่าลังเล ข้ายิ้มเอ่ยถามออกไป ดวงหน้าราบเรียบแต่นัยน์ตาแฝงไปด้วยความลำบากใจ “นี่ก็ใกล้จะได้เวลามื้อกลางวันแล้ว ข้าอยากจะกินอาหารฝีมือของเจ้า”

“อ้อ เช่นนั้นท่านอยากกินอะไรพิเศษหรือไม่?”

“อะไรก็ได้ เจ้าทำมาอร่อยทุกอย่างนั่นแหละ”

ข้ามองคนเอ่ยพ่นถ้อยคำเคลือบน้ำผึ้งหวานด้วยใบหน้าแข็งทื่อแล้วอดจะส่งค้อนอย่างหมั่นไส้มิได้ หากข้าทำสิ่งที่เขาไม่ชอบมาให้จะยังมีหน้าพูดเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่? ข้าไม่อยากอยู่สาวความให้ยืดยาว รีบลุกขึ้นเดินออกไปนอกกระโจม คิดในหัวว่าจะทำอันใดบ้าง กำลังจะหันไปถามหาชิงลู่ที่มาด้วยกัน ไม่ทราบว่าตอนนี้ไปเล่นอยู่ที่ใด ข้าสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นมารดามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวาง ยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดด้านข้างก็มีเสียงของทหารเอ่ยขึ้นรายงาน

“ท่านแม่ทัพ แม่ทัพหูขอเข้าพบขอรับ!

ข้าตกใจรีบหันตัวไปมองด้านข้าง เป็นแม่ทัพหูผู้โด่งดังคนนั้นจริงๆ ข้าสงบใจลงจากนั้นก็ประคองมือทั้งสองคารวะผู้อาวุโส แม่ทัพหูนั้นอายุอานาน่าจะเกินห้าสิบปีแล้ว แต่ยังคงรูปลักษณะวัยสามสิบปลายได้นับว่ามีพลังขั้นสูงไม่น้อย เป็นแม่ทัพที่มีพลังขั้นสูงสุดของแคว้นฉิง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพที่เคร่งระเบียบวินัยแต่เขากลับมีรูปลักษณ์เป็นหนุ่มหยกเสียนี่ ไม่แปลกใจว่าเหตุใดคุณหนูหูซือเชี่ยนถึงมีรูปโฉมงดงามเช่นนั้น แม่ทัพหูพยักหน้ารับการคารวะจากข้า

หลังจากคารวะแม่ทัพหูสายตาของข้าก็มองเลยไปด้านหลังของเขาพบเห็นชายหนุ่มโดดเด่นผู้หนึ่ง เขาผู้นั้นยืนแย้มยิ้มบางๆ คล้ายมีคล้ายไม่มี อาภรณ์สีน้ำเงินผนวกกับลักษณะสุขุมคัมภีรภาพ ส่งเน้นให้ดวงหน้าหล่อเหลาสง่างาม ปากคิ้วจมูกประกอบเข้าด้วยกันล้วนแล้วน่ามองอย่างยิ่ง ข้าคารวะเขาด้วยเพราะคิดว่ามาพร้อมกับแม่ทัพหูย่อมเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่ง

คนผู้นั้นพยักหน้ารับสุขุม นัยน์ตาเรียวยาวทอประกายแวววาวยิ่งทำให้เขามีกลิ่นอายดังจอหงวนทรงภูมิ ข้าอดที่จะมองเขาอีกสักนิดมิได้ นับว่าเป็นหนุ่มรูปงามอีกคนหนึ่งก็ว่าได้ หลังจากข้าคารวะคนผู้นั้นท่านแม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่งเสียงคิกคัก ใบหน้าบิดเบี้ยวจากการกลั้นหัวเราะ ข้าก้มหน้าขมวดคิ้วเหลือบมองมารดาอย่างงุนงง มีอะไรให้ตลกขนาดนั้นกัน?

เก๊กเอาเรื่อง!

  ท่านแม่กลั้นไม่ไหว ปล่อยก๊ากออกมาแทบจะทิ้งตัวลงไปหัวเราะกลิ้งกับพื้น โชคดีที่มีข้าเพียงผู้เดียวที่ได้ยิน ไม่เช่นนั้นคงจะมองหน้ากันมิถูก ท่านแม่หัวเราะจนน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล จ้องมองแขกของฉินอ๋องแล้วพึมพำด้วยสีหน้าแววตารอคอยเรื่องสนุก

ความวุ่นวายมาเยือนแล้ว!

 

 

 

 

 

 



เยว่เมิ่ง


ลาสต์บอสก็คือ...ข้า(บัณฑิตว่างงาน)ผู้นี้อย่างไรเล่า!

ด่านร้อยตอนเจ้าจะฝ่าไปได้อย่างนั้นรึอ๋องแมว? หึ!

จงล้มข้าให้ได้เสียก่อน คำสาปร้อยตอนถึงจะคลาย วะฮ่าฮ่าฮ่า!

ปล. เดี๋ยวจะมีบทชายหมากะตอนพิเศษให้หน่อย อุตส่าห์ได้ตัวร้ายยอดเยี่ยมเชียวนะ 5555 ชายหมาช่างฮ็อตแท้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.116K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25441 NEPTUNEL (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:21
    อ้าว55555556
    #25,441
    0
  2. #25435 Maylyunho (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:30
    ท่านตาแน่ๆ
    #25,435
    0
  3. #25031 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 16:22
    เพื่อนท่านตาคือแม่ทัพหู และคนที่มากับแม่ทัพหูก็คือท่านตา คราวนี้ไม่ผิดตัวแน่!!
    #25,031
    0
  4. #24773 aynahcsoo  (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:36
    ท่านตาเรอะะะะ ทำไมทุกคนรูัอ่ะ 555555555
    #24,773
    0
  5. #24471 Fueled me (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 21:18
    เก้ทละที่ไม่อยากให้น้องมาอยู่ใกล้เพราะมันจะกระสับกระส่าย เสียสมาธิอย่างแรง55555555555 เปิดตัวท่านตาแล้วๆๆๆ
    #24,471
    0
  6. #23349 Honery (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 19:52
    ท่านตาาาาา
    #23,349
    0
  7. #22810 tunty0505 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 17:47
    เอ็นดูอ๋องเหมียว จะให้เขาออกไปก็ต้องบอกเขาว่าตัวเองมัวแต่มองเขาจนไม่มีสมาธิ5555 ก่อนหน้านี้ก็เป็นงี้ใช่ไหมล่ะ แต่ซึนจัด
    #22,810
    0
  8. #22648 DKdabble (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 22:31
    มั่นเขี้ยวคนแซ่เฉิน สู่รู้มากๆๆ
    #22,648
    0
  9. #22572 moomooka (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 18:28
    ชอบรองเฉินจริงๆค่ะ เป็นตัวสร้างสีสันมากๆ 555
    #22,572
    0
  10. #22502 Ruanjai (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 09:32
    ใช่พ่อของท่านแม่รึปล่าวว
    #22,502
    0
  11. #22211 Xialyu (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:14
    เค้าคือหนออออออ
    #22,211
    0
  12. #22013 lills (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 12:18
    ใครรรอ่า555555
    #22,013
    0
  13. #21586 +tO Dr3aM,To f Ly+ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:56
    เดี๋ยวๆ ท่านตามาไงเนี่ย!?!
    #21,586
    0
  14. #21272 pcy921 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 11:37
    ท่านตาาาาาาา
    #21,272
    0
  15. #20429 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 11:05
    ฉินอ๋องชอบจิ้งถิงมานานแล้วไวเล่าโถ่TT
    #20,429
    0
  16. #20120 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 02:42
    มันน่าเชียร์ให้บัดซบคนแซ่เฉิน(จิ้งถิงได้กล่าวไว้)โดนกดจริงๆนั่นล่ะ 55555555
    #20,120
    0
  17. #19825 PuingSama (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 13:58
    คิดว่าที่โดนไล่เพราะอ๋องแมวไม่มีสมาธิแน่ๆ มัวแต่จะคอยมองหน้าเค้า ชาติก่อนก็ด้วยรึเปล่าแต่ยังซึนเลยดูดุบวกกับถิงถิงน้อยยังไม่กล้า เห้อ
    #19,825
    0
  18. #19335 moony+lilac (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 23:09
    ที่โดนไล่นี่น่าจะเพราะถิงถิงอยู่แล้วอ๋องแมวไม่มีสมาธิทำงานลมปราณแตกซ่านใช่ไม่ใช่5555555555555
    #19,335
    0
  19. #19193 กระรอกoneday (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 11:16
    คนแซ่เฉิน ก็ยังเหมือนเดิมมิเสื่อมคลาย 5555555
    ท่านตารึเปล่าเจ้าคะ ท่านแม่รู้ใช่ไหม
    #19,193
    0
  20. #17911 พิจิตรา ทันพานิชย์ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 12:34
    งดงาม????????????
    #17,911
    0
  21. #17822 Meatboll (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 22:35
    ท่านตารึเปล่า???
    #17,822
    0
  22. #17701 DKdabble (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 03:07
    จากคนแซ่เฉินกลายเป็นคนบัดซบเฉิน ช่างคู่ควรกับคำนี้เหลือเกิน55555555
    นี่ก็คิดว่าชาติที่แล้วที่ท่านอ๋องแมวไล่ถิงถิงออกมาก็เพราะแบบนี้แหละ อยากเล่นด้วยจนไม่เป็นอันทำงาน ก็เลยไล่ซะะ รุนแรงไปหน่อย น่าตีจริงๆ
    #17,701
    0
  23. #16353 Evil Balloon (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 22:27
    ที่เขียนงานไม่ออกเพราะคิดถึงแต่จิ้งถิงคนงามล่ะซี้ท่านอ๋องงงง~~ 555555555555555+

    #16,353
    0
  24. #16260 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:20
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #16,260
    0
  25. #16130 Feris-Mysky (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:25
    ที่ไล่ไปเพราะอ๋องแมวจะไม่มีสมาธิในการทำงานรึป่าวคะ ^^ คู่แข่งคนใหม่ท่าทางจะร้ยกาจไม่ใช่เล่น 5555 รอตอนต่อไปเลยคะ สนุกมากกกกกกก ไรท์สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้คะ
    #16,130
    0