เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 83 : ตอนที่ ๗๗ พันธมิตรที่เหนือความคาดหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,233 ครั้ง
    8 ก.พ. 60

ตอนที่ ๗๗ พันธมิตรที่เหนือความคาดหมาย

หลังจากเหล่ากงกงกลับไปแล้วสมาชิกสกุลเซี่ยแต่ละคนก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว พวกเขามีท่าทางสีหน้าที่แตกต่างกัน ท่านปู่ท่านย่ามีสีหน้าเย็นชานัก พวกเขามองมายังข้า ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเคืองไม่พอใจอย่างชัดเจน ท่านย่าพึมพำไร้เสียง แต่ข้าอ่านได้จากการขยับปากของนาง

น่าขยะแขยง ขายขี้หน้า...

อ่า นี่ท่านปู่กับท่านย่าคงเป็นพวกอนุรักษ์นิยมหัวโบราณกระมัง ลัทธิอนุรักษ์นิยมมิใช่ว่าไม่มี แม้ว่าการแต่งงานอยู่กินระหว่างเพศเดียวกันจะถูกยอมรับ แต่ก็ย่อมมีพวกที่ต่อต้านและมีความคิดฝังหัวว่าบุรุษคู่กับสตรีเท่านั้นอยู่ แต่ข้าก็ไม่ได้สนใจทั้งสองคนนั้นหรอก เพราะอย่างไรพวกเขาก็ไม่ชอบข้าอยู่ดี

ท่านลุงเซี่ยเหยียนจินมองมาด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนที่เขาจะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หรี่ตามองน้องชายคนรองหรือท่านพ่อของข้าด้วยท่วงท่าเป็นผู้ชนะ ข้าไม่เข้าใจความนึกคิดของท่านลุงนัก เขาเดินเข้ามายินดีกับข้าสีหน้ายิ้มแย้มเกินพอดี ดูแล้วชวนขนลุกขนพอง จากนั้นก็ดึงบุตรธิดาจากฮูหยินใหญ่เข้ามาร่วมยินดีกับข้าด้วย

เซี่ยจินหรงเอ่ยแสดงความยินดีกับข้าเพียงลมปาก แต่ท่าทางของเขานั้นตรงกันข้าม สีหน้าแสดงความรังเกียจออกมาอย่างชัดแจ้งไม่ปกปิดเลยแม้แต่น้อย เขารีบกล่าวแล้วก็ฉีกตัวออกไปยืนอยู่ห่างๆ ส่วนน้องสาวของเขาเซี่ยจินฟาง ตั้งแต่ได้ยินคำประกาศของราชโองการนางก็ทำหน้าตกตะลึง จนกระทั่งมาได้สติเมื่อบิดาดึงตัวมาร่วมยินดีกับข้า

เด็กสาวผู้กำลังย่างเข้าสู่วัยสาวสะพรั่งถลึงดวงตาจ้องมองข้าด้วยแววตาน่ากลัวแอบแฝงไปด้วยความอิจฉา แม้ว่าท่านลุงจะพยายามให้นางพูดยินดีกับข้าแต่เซี่ยจินฟางกลับไม่ยอมพูดอันใด นางทำเสียงขึ้นจมูกสะบัดตัวออกจากมือของบิดาแล้ววิ่งออกไปไม่วายหันมามองข้าด้วยความคับแค้น ข้าไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย นางคงจะเป็นปลาในบ่อของเจ้าแมวอีกตัวกระมัง

ท่าทางของคนตระกูลเซี่ยมิได้ทำให้ข้าหวาดหวั่นเท่ากับปฏิกิริยาของสองแม่ลูกซู่ลี่ปินกับเซี่ยเหยียนเหว่ย ทั้งสองแทบไม่มีท่าทีใดๆ นอกจากทำตัวสงบเสงี่ยมเอ่ยยินดีสองสามประโยคเท่านั้น ว่ากันว่าท่าทีสงบเช่นนี้เป็นดั่งความสงบก่อนที่พายุจะถาโถม

ทุกคนแยกย้ายกันกลับเรือน ข้าเองก็เช่นเดียวกัน ท่านพ่อพูดกับข้าสองสามประโยคก่อนจะถูกเรียกตัวเข้าวังหลวง ในครั้งนี้ท่านแม่ตามท่านพ่อเข้าวังไปด้วย ข้าเก็บราชโองการไว้อย่างดี ถอดชุดหลายชั้นออกให้เคลื่อนไหวร่างกายได้สะดวก ข้านั่งจิบน้ำชาพลางครุ่นคิด ฉินอ๋องรู้ได้อย่างไรว่าวันนี้ฮ่องเต้จะประกาศราชโองการ? เฮ้อ ข้าชักจะหวาดกลัวเขาแล้วสิ! คาดการณ์ถูกต้องไปเสียทุกอย่าง มีเรื่องใดบ้างที่เขาไม่รู้?

นั่งจิบชาไปได้สักพักข้าก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากเรือน โบกมือปัดไม่ให้ใครเดินตามมา ทุกคนชะงักเพียงครู่ก่อนจะย่อตัวแล้วหันหลังไม่เดินตามมาอย่างเข้าใจ ข้าเก้าเท้าเดินไปเรื่อยๆ ไร้จุดหมาย ผ่านหน้าเหล่าคนรับใช้ที่รีบก้มตัวเคารพนบน้อมคนแล้วคนเล่า เทียบกับเมื่อก่อนแล้วไหนเลยข้าผู้นี้จะถูกเคารพเช่นนี้ ตัวตนของข้าแทบไม่อยู่ในสายตาของผู้ใดด้วยซ้ำ จนกระทั่ง...

เท้าทั้งสองของข้าหยุดนิ่งลงเมื่อเงยหน้าขึ้นจะเห็นต้นไม้ใหญ่ในสวนใหญ่ของจวนแห่งนี้ มันเป็นต้นเดียวกันที่ข้ากับท่านแม่มักจะปีนป่ายขึ้นไปเล่นอยู่บนนั้น และใต้ต้นไม้ใหญ่นี้เป็นที่ที่ข้าได้พบฉินอ๋องเป็นครั้งแรก ถูกเขาคนนั้นช่วยเอาไว้พร้อมกับถูกลากกลับไปยังวังอย่างงุนงง เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วแม้ข้าจะมัวแต่ตกตะลึงแต่ก็จดจำเรื่องราวนี้ได้เป็นอย่างดี ข้าไม่เคยลืมเหตุการณ์ในวันนั้น ไม่เคยคิดลืมเลือนเรื่องนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ข้าเดินมาหย่อนตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ทอดมองไปด้านหน้าอย่างเหม่อลอย ชีวิตนี้มาไกลยิ่งนัก ไกลกว่าตัวข้าจะคิดฝันเสียอีก ในใจของข้าเปี่ยมล้นด้วยความยินดีและหวาดหวั่นลึกๆ ในจิตใจ นี่คงจะมิใช่ฝันใช่หรือไม่? นี่คือความจริงงั้นหรือ? ข้ากลัวเหลือเกินว่าจะตื่นขึ้นมาและรับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความฝัน

ตัวข้าไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เลยแม้แต่น้อย มันดีเกินกว่าจะเป็นความจริง มีความสุขเกินไปแล้ว!

ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นแล้วโอบกอดล้อมขาและผลุบใบหน้าลงซบนิ่งเงียบ ใคร่ครวญคิดทบทวนเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ถูกโบยจนตายจนกระทั่งเวลานี้ มันเกิดขึ้นรวดเร็วราวกับเป็นเรื่องโกหก

ข้าเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมองมาอย่างแรงกล้า นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นมองตรงมาที่ข้านิ่งเงียบ ให้ความรู้สึกเยือกเย็นเป็นปกติ แต่ไม่รู้ว่าข้านั้นคิดไปเองหรือไม่ เพราะนัยน์ตาคู่นั้นทอดมองมาอย่างอ่อนโยนและเชื่อมหวาน มันดูร้อนแรงน่าหวาดหวั่นจนแก้มทั้งสองข้างของข้าร้อนผ่าวไปหมด ข้าหลบสายตาคู่นั้นด้วยการก้มซบเข่าเหมือนเดิม แม้จะมองไม่เห็นแต่หูของข้าก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาค่อยๆ เยื้องย่างเข้ามาหาอย่างมั่นคงและหนักแน่น

“ดูเจ้าไม่ดีใจสักเท่าไร?” เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นเป็นเอกลักษณ์เด่นเอ่ยถามเมื่อเขาเดินมาหยุดใกล้ข้า ดูคล้ายจะหาเรื่องกันนิดๆ อันใดที่ว่าไม่ดีใจ? ข้าดีใจจนสติหลุดลอยแล้วยังมากล่าวหากันเช่นนี้อีก หึ หรือจะให้ข้ากระโดดโลดเต้นหัวเราะเสียงดังลั่นทั่วจวนเลยหรืออย่างไร

“ข้าดีใจ”

“งั้นรึ? เช่นนั้นเงยหน้าขึ้นมาให้ข้าดูว่าเจ้าดีใจอย่างไร”

“ท่านเองก็ไม่เห็นจะดูดีใจเท่าไรนัก” ข้าไม่ยอมเงยหน้าตามที่อีกฝ่ายขอมา ใช้คำพูดย้อนคืนกลับไปให้อีกฝ่ายแทน ดวงหน้าหล่อเหลายังคงดูราบเรียบเยือกเย็นเช่นเดิม หากคนภายนอกมองมาคงเข้าใจไปว่าพวกเราสองคนนั้นไม่ยินดียินร้ายกลับเรื่องได้หมั้นหมายเป็นแน่ ข้าถอนหายใจทว่ามันก็อดจะหัวเราะขำมิได้

“ข้าดีใจ” ฉินอ๋องเงียบไปอึดใจก่อนจะกล่าวกลับมาเรียบๆ ด้วยประโยคเดียวกันกับที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ สีหน้าและน้ำเสียงนั้นช่างส่งเสริมประโยคที่ได้เอ่ยออกมายิ่งนัก! ข้าที่เงยหน้าแอบลอบมองอีกฝ่ายอยู่แวบหนึ่งเห็นเช่นนั้นก็หมดอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงด้วย เช่นนี้ยังจะมีหน้ามากล่าวหาผู้อื่นอีก

“สีหน้าดีใจของท่านจะถูกเข้าใจว่าโดนบังคับให้หมั้นหมายก็ไม่น่าแปลกใจอันใด”

“อืม...” ฉินอ๋องทำเสียงในลำคอรับคำประชดของข้า ร่างสูงสง่าค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงข้างข้า ไม่ใส่ใจว่าจะเปื้อนฝุ่นหรือดิน เขาทำตัวตามสบายสีหน้ายังคงเย็นชาเช่นปกติ นัยน์ตาคู่สวยมองสบสายตาของข้าไม่หลบหลีกไปทางอื่น ปลายนิ้วหยาบกร้านยื่นมาจิ้มปลายจมูกของข้าก่อนจะเอ่ยคาดโทษน้ำเสียงหาเรื่องหน่อยๆ

“เพียงข้ามคืนไยว่าที่ฉินหวางเฟยถึงได้ปากคอเราะร้ายเช่นนี้กันนะ?”

“ผู้ใดปากคอเราะร้ายกัน” ข้ามุดหน้าหนีการรังควานจากปลายนิ้วที่จิ้มไปทั่วหน้าของเจ้าแมว พึมพำปฏิเสธเสียงเบา

หลังจากนั้นพวกเราสองคนก็นั่งเงียบปล่อยเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เหม่อมองไปด้านหน้าครุ่นคิดบางอย่าง อากาศเย็นๆ รอบตัวค่อยๆ กลายเป็นอุ่นเมื่อความร้อนจากร่างสูงใหญ่เคลื่อนมาโอบรอบพร้อมกับกลิ่นอายหอมเย็นๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แทรกซึมเข้ามาในโสตสัมผัสของข้า

“เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่?” เสียงทุ้มต่ำนุ่มลึกกระซิบถามข้างหู มันทำให้ข้าอดจะเคลิบเคลิ้มเผลอตัวตอบออกไปแทบจะทันที เหมือนกับถูกสะกดจิตอย่างไรอย่างนั้น

“ข้ากำลังคิดถึงครั้งแรกที่ได้พบท่านที่นี่”

“เป็นการพบที่น่าประทับใจมากเลยใช่หรือไม่?” เจ้าแมวคล้อยตามเอ่ยถามต่อไป แต่เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเสียงของเขามันแปลกไปคล้ายกำลังกลั้นหัวเราะและเป็นคำถามที่หลงตนเองอะไรเช่นนี้ ข้าเงยหน้ายืดตัวนั่งแล้วหันไปมองคนข้างๆ ที่ยังคงสีหน้าเป็นปกติของแมวจอมหยิ่ง ข้าคิดไปเองงั้นหรือ?

“ประทับใจเล็กน้อย” ข้าทนความหลงตนเองของเจ้าแมวไม่ไหว ตอบปฏิเสธพร้อมยกมือขึ้นมาทำท่าประกอบคำตอบ

“เจ้าพูดความจริงมาจะดีกว่า อย่าฝืนโกหกเช่นนั้นเลย”

เจ้าแมวหรี่ตามองตอบมาด้วยแววตาไม่เชื่อถืออย่างสิ้นเชิง ริมฝีปากได้รูปสวยเผยอเอ่ยโต้แย้งได้น่าหมั่นไส้ยิ่ง เจ้าแมวผู้หลงตัวเองแบบกู่ไม่กลับ! ข้ายิ้มออกมา ทั้งหมั่นไส้ระคนขบขันเจ้าแมวที่ทำหน้าราวกับกำลังถูกโกงปลาทูไปต่อหน้าต่อตา

“วันนั้นข้าประทับใจปากอันแหลมคมของท่านมากที่สุด ตอกกลับเหล่าญาติพี่น้องอวดดีของข้าจนพวกมันร้องหาบิดามารดาเชียว ผู้ใดกันแน่ที่ปากคอเราะร้าย หึๆ”

“ยามนั้นข้าอารมณ์ไม่ดี ตั้งใจจะหลบงานเลี้ยงน่าเบื่อหน่ายไปชมจันทร์เงียบๆ ในสวนบุปฝา แต่กลับต้องมาเจอกลุ่มคุณหนูทั้งหลายส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญเป็นที่สุด”

“อ้อ ออกมาชมจันทร์นี่เอง น่าเสียดายที่ท่านมิได้ชมจันทร์อย่างที่หมาย”

“ไม่เป็นไร แม้จะมิได้ชมจันทร์แต่ข้านั้นได้จันทร์มาครอบครองแทนอย่างไรเล่า”

ข้าเอียงคอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ หมายความว่ายังไง? ฉินอ๋องไม่พูดอะไรต่ออีก ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือมาดึงข้าลุกขึ้นตาม ปัดพวกฝุ่นตามเสื้อผ้าให้ข้าและตัวเองก่อนจะดึงให้เดินตามไป ฉินอ๋องหันมาถามขณะที่ลากข้าเดินไปข้างหน้า

“นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว เจ้าไม่หิวบ้างรึ?”

ข้าเงยหน้ามองดวงหน้างดงามตรงหน้าอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมา จับมือที่กุมเอาไว้ดึงฉินอ๋องให้ชะลอฝีเท้าจากนั้นก็เร่งเดินไปข้างๆ เขา ปรับความเร็วให้เท่ากันเพื่อเดินเคียงข้างเขา ข้ากวาดสายตามองสำรวจเจ้าแมวรอบหนึ่ง

“ถึงจะไม่ค่อยหิวนักแต่ข้าจะเข้าครัวทำอาหารให้ท่านกินก็แล้วกัน ขืนปล่อยให้ท่านแม่ทัพผอมไม่มีแรงแบบนี้ประเดี๋ยวลูกน้องของท่านจะต่อว่าข้าเอาได้” ข้าเอ่ยพร้อมกับหยอกล้อเจ้าแมวที่ผอมโซหลังจากต้องอดน้ำอดข้าวใช้แผนทรมานสังขารอยู่หลายวัน ฉินอ๋องยกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับพร้อมทั้งเอ่ยรับอย่างเต็มอกเต็มใจ

“ต้องรบกวนฉินหวางเฟยแล้ว”

เมื่อครู่ยังเป็นแค่ ว่าที่ไฉนตอนนี้ถึงเปลี่ยนยศรวดเร็ว เรียกได้เป็นธรรมชาติราวกับฝึกฝนเอ่ยมานับพันครั้งจนคุ้นชิน ข้ายังไม่ทันได้ส่งสายตาค้อนกลับไปให้เจ้าแมวผู้พูดออกมาหน้าตาเฉย ร่างที่เดินๆ อยู่ก็ลอยคว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้าเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ หัวใจหายแวบ รีบยื่นมือไปคว้าลำคอแข็งแกร่งไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว

“อีกอย่างถึงข้าจะผอมลงเล็กน้อยแต่มิใช่จะไร้เรี่ยวแรง เจ้าอยากจะทดสอบดูข้าก็มิขัดข้องอันใด”

“ข้าเชื่อแล้วว่าท่านแข็งแรงแต่ปล่อยข้าลงก่อนได้หรือไม่!

โธ่เอ๊ย เมื่อกี้พวกคนรับใช้ในจวนที่อยู่บริเวณนี้ทำตาโตแทบจะถลน คนเฒ่าคนแก่รีบก้มหน้าลงอย่างรู้ความ แต่พวกเด็กๆ กลับอ้าปากเหวอจ้องมองมาด้วยใบหน้าแดงขัดเขิน ข้าต่างหากที่ต้องเขินอาย! เจ้าแมวทำหูทวนลมไม่ได้ยินเสียงประท้วงของข้า ไม่แค่นั้นจับข้าโยนเล่นอยู่หลายครั้ง กว่าจะยอมปล่อยข้าแทบขาอ่อนเปลี้ย หัวใจจนเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวอยู่เลย ข้าหันไปจ้องเจ้าแมวงี่เง่าพลางจดบัญชีแค้นต้องชำระเอาไว้เงียบๆ

“ข้าหิวแล้ว” ฉินอ๋องออกคำสั่งด้วยประโยคบอกเล่าน้ำเสียงราบเรียบ นายท่านผู้เอาแต่ใจกลับมาอีกครั้งหลังจากหยอกล้อทาสเช่นข้าจนพอใจ ข้าพยักหน้ารับในใจอดคิดมิได้ว่าจะใส่ยาระบายลงไปในอาหารดีหรือไม่

พวกเรามาถึงเรือนหงเหมยข้าก็รีบเข้าครัวไปทำอาหาร มีเหล่าพ่อครัวประจำเรือนเป็นลูกมือคอยช่วยเหลือ ซึ่งปกติแล้วมีพวกเขาช่วยทำให้ประหยัดเวลาในการลงมือทำอาหารไปมากโข แต่ในวันนี้กลับใช้เวลานานในการเตรียมของแต่ละอย่าง ซึ่งก็มิใช่ความผิดของพวกเขาเลย ข้าเข้าใจดี การที่มีท่านแม่ทัพใหญ่นั่งจ้องด้วยดวงตาเย็นเยียบเป็นน้ำแข็งอย่างใกล้ชิดนั้นมันกดดันมากเพียงใด เหล่าพ่อครัวของข้าต่างเหงื่อตกหน้าซีด ประหม่าสับถูกสับผิดจนวุ่นวายไปหมด

กว่ามื้อเที่ยงจะเตรียมเสร็จเล่นทำเอาข้าเหนื่อยสุดๆ ไม่เคยทำอาหารแล้วเหนื่อยใจมากเพียงนี้ เอาเถิด มันก็มิได้แย่เพียงนั้น ระหว่างกำลังทำกับข้าวแล้วมีเจ้าแมวอยู่ใกล้ๆ ทำให้ข้ารู้สึกดีจริงๆ ในชีวิตก่อนเขาไม่ค่อยสนใจสักเท่าไร ไม่แปลกนัก เพราะอาหารเลิศรสเพียงใดคนระดับเขาย่อมผ่านมาหมดแล้ว ย่อมไม่มีความสนใจหรือกระตือรือร้นใดๆ กับอาหารที่กินเข้าไป แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขาสนใจและให้ความสำคัญ ช่างน่ารักจนข้าอยากจะหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มใจจริงๆ

“เหตุใดฉินอ๋องถึงได้มาอยู่ที่นี่เล่า?” ท่านพ่อที่กลับมาจากวังหลวงเดินเข้ามาในเรือนหงเหมย เจอเข้ากับฉินอ๋องซึ่งกำลังนั่งรอกินมื้อกลางวันก็เลิกคิ้วก่อนจะเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ น้ำเสียงเรียบๆ แต่ค่อนไปทางเย็นชาเล็กน้อย

“ท่านพ่อตา พวกเรากำลังตั้งโต๊ะมื้อเที่ยง โชคดีที่ท่านพ่อตามาทัน เชิญนั่งท่านพ่อตา” ฉินอ๋องไม่เก็บท่าทางหาเรื่องออกหน้าออกตาของท่านพ่อ เขาเพียงพยักหน้ารับเรียบๆ ไม่ติดใจเรื่องที่ท่านพ่อมิได้ทำความเคารพตามธรรมเนียม ผายมือออกไปเชิญอีกฝ่ายนั่งลงร่วมรับประทานมื้อเที่ยงด้วยกัน พอเจ้าแมวพูดจบใบหน้าของท่านพ่อคล้ายจะดำทะมึนไปทั้งแถบ

เน้นคำว่า ท่านพ่อตาจน ท่านพ่อตาจ้องตาถลนเส้นเลือดแทบแตก

“ฉินอ๋องเองก็เพิ่งออกจากคุกหลวง เหตุใดมิพักผ่อนอยู่ที่วังสักหลายวันก่อนค่อยออกมาข้างนอกเช่นนี้เล่า” ท่านพ่อกัดฟันกดเสียงเน้นคำเรียกฉินอ๋องเหมือนพยายามเตือนบางอย่าง แม้ท่านพ่อจะกัดฟันพูดแต่สีหน้าและท่าทางการนั่งลงนั้นยังคงสง่างามและราบรื่นเป็นธรรมชาติ ดูเผินๆ เหมือนถามไถ่ตามปกติแต่ข้ากลับรู้สึกว่าท่านพ่ออยากจะไล่ฉินอ๋องเสียมากกว่า

ท่านแม่ที่ตามมาด้วยมองสามีเพียงแวบเดียวแล้วลอยมานั่งเก้าอี้ข้างๆ นางมองท่านพ่อสลับกับฉินอ๋องที่กำลังทำหน้าตาเย็นชาแข่งขันกันแล้วก้มศีรษะกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น ข้ามองศึกสองบุรุษหน้าตายอย่างขยาด ไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยเลย!

“เราแข็งแรงดี ขอบคุณท่านพ่อตาที่เป็นห่วง” ฉินอ๋องเปรยตามองท่าทางกัดฟันข่มใจของท่านพ่ออย่างไม่สนใจนัก

ท่านพ่อผงะเกือบกัดลิ้นตัวเองด้วยความโมโห ใบหน้านิ่งๆ เผยสีหน้าขุ่นเคืองที่ถูกเรียกว่าพ่อตาออกมาแวบหนึ่งก่อนที่มันจะสลายหายไปชั่วพริบตา ฉินอ๋องเหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบก็ยิ่งขยันเรียกราวกับต้องการให้อีกฝ่ายสำลักคำว่า พ่อตาตาย ท่านแม่นั่งอมยิ้มพยักหน้ารับหน้าชื่นตาบานกับคำว่า แม่ยาย ต่างจากท่านพ่อที่สีหน้าเริ่มดำคล้ำลงไปทุกที

ท่านพ่อพยายามนิ่งเงียบสยบความเคลื่อนไหว แต่คำเรียกพ่อตาอย่างนั้นพ่อตาอย่างนี้ก็ทำให้ท่านอำมาตย์หน้าหยกระเบิดโทสะออกมา

“หยุดเรียกข้าว่าพ่อตา!

“อืม...คงจะไม่เหมาะสมจริงๆ เช่นนั้นคงต้องเรียก ท่านพ่อ แทนสินะ”

“.....” ท่านพ่อตัวแข็งทื่อ จ้องมองฉินอ๋องที่ยังคงมีสีหน้านิ่งเยือกเย็นจนถึงกระดูกด้วยแววตาว่างเปล่า กระนั้นข้าก็สามารถแปลแววตานั้นออกมาเป็นคำพูดได้ ท่านพ่อคงอยากจะตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นว่า ผู้ใดให้กำเนิดลูกบัดซบเช่นนี้กัน!?’ ก่อนที่ท่านพ่อจะหลุดคำพูดเสี่ยงลบหลู่เบื้องสูงออกมาข้าก็รีบเดินเข้าไปทำลายบรรยากาศไม่สู้ดี

หลังจากจัดแจงยกอาหารชุดสุดท้ายมาวาง บรรยากาศรอบโต๊ะยังคงร้อนอบอ้าว และดูเหมือนจะร้อนยิ่งกว่าเดิมเมื่อเริ่มลงมือรับประทานอาหาร เจ้าแมวถือตะเกียบกวาดสายตามองไปทั่วโต๊ะแล้วเหลือบตามามองข้าด้วยแววตาแฝงคำพูด ข้าเห็นเช่นนั้นมือก็พลันเคลื่อนไหวไปเอง คีบอาหารไปวางให้เจ้าแมวด้วยความคุ้นเคย ทันใดนั้นท่านพ่อก็จ้องข้าด้วยแววตาร้อนระอุข้ากะพริบตางุนงงไม่เข้าใจ ท่านแม่ที่มองอยู่นานก็หมดความอดทน

 เฮ้อ เหยียนจิ้ง! อย่าอิจฉาฉินอ๋องนักเลย มา ข้าหยิบให้ท่าน กินเสียสิ!ท่านแม่บรรจงคีบอาหารวางบนถ้วยข้าวให้แก่ท่านพ่อ ฝ่ายสามีชำเลืองมองภรรยาด้วยแววตาอบอุ่นก่อนจะชะงักเมื่อก้มมองถ้วยข้าวที่ถืออยู่ ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือแค่บังเอิญทุกอย่างที่ท่านแม่คีบให้นั้นดันเป็นสิ่งที่ท่านพ่อไม่ชอบ ดวงตาเรียวพลันดำมืดในทันที ท่านแม่มองท่านพ่อที่ถูกกลั่นแกล้งก็ยกมือปิดปากหัวเราะขบขันก่อนจะพยักพเยิดหน้ามาที่ข้า

สุดท้ายก็มาจบที่ข้าเหมือนเดิม!

หลังจากที่กินข้าวเสร็จท่านพ่อขอตัวไปพักผ่อนเพราะรู้สึกปวดหัว ข้ามองตามหลังบิดาผู้น่าสงสารพร้อมกับกำชับให้กินยาก่อนนอนพัก ท่านแม่โกรธแค้นผู้ใดมาถึงได้มาลงกับท่านพ่อร่วมมือกับเจ้าแมวกลั่นแกล้งอีกฝ่ายต่างๆ นานาเช่นนี้ หลังจากระบายอารมณ์จนเป็นที่พอใจท่านแม่ก็ลอยตัวตามหลังท่านพ่อไป ส่วนฉินอ๋องยังคงนั่งจิบน้ำชาพลางวางท่าราวกับเป็นวังของเขาเอง ข้าเองก็ชักจะปวดหัวตามท่านพ่อเสียแล้วสิ

“วันนี้คงอยู่เป็นเพื่อนเจ้าไม่ได้ หลายวันแล้วที่ข้ามิได้สะสางงาน ป่านนี้พวกมันคงกองรอให้ไปทำจนล้นแล้วกระมัง” ทันทีที่ข้ากลับมานั่งลงฉินอ๋องก็ประคองถ้วยชาวางไว้ไร้เสียงแล้วเอ่ยลาอย่างไม่อ้อมค้อม ไม่ทันจะได้นั่งดีข้าก็ต้องลุกขึ้นเพื่อเดินไปส่งท่านอ๋องที่หน้าจวน ก่อนจะเดินจากไปฉินอ๋องเอื้อมมือมาลูบแก้มของข้าพร้อมกับออกสั่งตามความเคยชิน

“รีบเข้านอนเสียล่ะ”

ข้ามองเจ้าแมวกระโดดขึ้นม้าวิ่งออกไปพร้อมกับองครักษ์เป็นขบวนแห่ตามหลัง มองได้ไม่นานข้าก็หันหลังรีบสาวเท้าเดินกลับเรือนหงเหมย พาตัวเองไปยังคอกเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่งสร้างเมื่อไม่กี่วันมานี่ เด็กรับใช้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลสัตว์เลี้ยงเมื่อเห็นข้ามาเยือนก็รีบตรงมาต้อนรับอย่างนอบน้อม ข้าพยักหน้ารับถามไถ่สองสามประโยคก่อนจะให้เขาปลีกตัวออกไป เหลือเพียงข้ายืนอยู่คนเดียวท่ามกลางสัตว์ตัวน้อยๆ ทั้งหลาย

“เจ้ามานี่สิ” ข้ายื่นมือออกไปเรียกเจ้านกน้อยสีเทาเรียบๆ ไม่สะดุ้งตาออกมาจากกรงที่เปิดเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว พวกมันรีบกระพือปีกบินโผมาหาข้าทันทีที่ถูกเรียก เกาะลงบนท่อนแขนของข้าถึงสี่ตัว ท่าทางกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด ข้ายิ้มใช้ปลายนิ้วจิ้มลงตามตัวของพวกมันเบาๆ พร้อมกับกระซิบบอกสิ่งที่พวกมันต้องไปทำ

“เข้าใจแล้วก็จงไปยังวังหย่งเฮ่า ระวังอย่าให้ถูกสัตว์หรือคนจับไปทำอาหารเล่า” ข้ากำชับคำสั่งอีกครั้งแล้วเอ่ยเตือนพวกมันด้วยใจที่เป็นกังวลเล็กน้อย พวกมันผงกศีรษะเล็กๆ นั้นแล้วค่อยๆ กระพือปีกโบยบินออกไปเป็นกลุ่ม มองเผินๆ เป็นกลุ่มนกแสนธรรมดาสามัญไม่ควรค่าให้สนใจ ซึ่งลักษณะเช่นนี้นี่แหละที่เป็นสุดยอดสายสืบ!

ตัวข้าคิดมานานแล้วว่าควรจะหาสายสืบเป็นของตัวเอง หากล่วงรู้ข่าวสารต่างๆ ย่อมจัดการเรื่องราวได้ง่ายมากขึ้น เหล่าผู้มีอำนาจต่างก็สร้างเครือข่ายเพื่อเก็บเกี่ยวข่าวสาร ฮ่องเต้ ฉินอ๋องหรือแม้กระทั่งท่านพ่อล้วนแล้วแต่มีกลุ่มคนที่เป็นสายข่าวทั้งนั้น เสียแต่ข้าไม่อาจจะหาคนมากมายและมีฝีมือได้เช่นพวกเขา ครุ่นคิดอยู่นานถึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองยังมีพลังอีกอย่างหนึ่ง ตอนแรกนึกว่าพลังนี้จะไร้ประโยชน์เสียแล้ว พลังจะดีหรือไร้ค่าอยู่ที่คนใช้จริงๆ

“อู้หย่า ไปเตรียมเจ้าหมอกทมิฬให้พร้อม ข้าจะขี่มันออกไปข้างนอกหน่อย”

“ขอรับนายน้อย” อู้หย่าที่ไปเฝ้ามองพฤติกรรมว่าที่ผู้ต้องสงสัยคนนั้นกลับมาทำหน้าที่ติดตามอารักขาข้าเช่นเดิม และข้าได้ส่งฝูงหนูตัวน้อยๆ ไปจับตาคนผู้นั้นแทน ไม่เปลืองทรัพยากรบุคคลและยังแนบเนียนไม่มีผู้ใดสงสัยหรือเอะใจ ช่างเป็นสายสืบที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!

หลังจากเตรียมตัวเล็กน้อยข้าก็เดินไปยังหน้าจวน เจอเจ้าหมอกทมิฬที่พ่นหายใจแสดงท่าทีว่างอนเพราะช่วงนี้ข้ามิได้มาเจอมันเลย ใช้เวลาไม่น่าในการปลอบและเอาใจม้าหนุ่มขี้น้อยใจข้าก็ทะยานออกไปจากหน้าจวน ด้านหลังมีผู้ติดตามมาสองสามนาย หลังจากที่มีเหตุการณ์ลอบสังหารท่านพ่อก็ส่งผู้อารักขามาตามประกบข้าเพิ่มอย่างไม่วางใจ และจื่อลู่ที่ต้องเปลี่ยนตัวกับชิงลู่เพราะว่าชิงลู่นั้นขี่ม้าไม่เป็น

หนึ่งในผู้อารักขาควบม้านำขบวนเพื่อดูแลความปลอดภัยพร้อมกับเป็นคนเบิกทางให้พวกเราด้านหลังได้ขี่ม้าอย่างสะดวก ข้าตั้งใจไปยังจวนสกุลหมิงเพื่อสืบหาข่าวคราวของว่าที่มือปราบคนดังเสียหน่อย แม้ว่าคดีเหมือนจะเงียบหายไปและผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่ลางสังหรณ์ของข้ามันบอกว่ากำลังมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น

แล้วข้าจะพลาดได้อย่างไร!

เมื่อมาถึงจวนสกุลหมิงข้าได้เจอใต้เท้าหมิงที่มีรูปร่างอ้วนฉุแต่หน้าตามีรัศมีอิ่มเอิบของจิตใจที่ดี เป็นเหมือนกับบุตรชายของเขาแต่ว่ามิได้ซื่อบื้อเหมือนคนโง่งมเช่นบุตรชาย ออกจะฉลาดรู้ความสมกับเป็นขุนนางใหญ่ เขาเห็นข้ามาเยือนก็แสดงท่าทีต้อนรับอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง เร่งพาตัวบุตรชายออกมายัดเยียดให้ข้าอย่างกระตือรือร้นจะผูกมิตรด้วย

“โอ้! จิ้งถิง! ดีใจด้วยนะ ข้าได้ยินจากท่านพ่อแล้วว่าฝ่าบาททรงพระราชทานสมรสแก่เจ้ากับฉินอ๋องแล้ว! ข้าคิดว่าจะไปหาเจ้าในวันพรุ่งนี้ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาหาข้าถึงจวนในวันนี้ เอ๊ะ หรือว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ!?” คุณชายหมิงที่ถูกนำตัวมาเมื่อเห็นข้าก็พลันยิ้มกว้างพุ่งเข้ามาสวมกอดแสดงความยินดีแบบหนักหน่วง เขาพูดพร่ำยาวเหยียดก่อนจะชะงักตัวมองข้าด้วยสายตาตื่นตระหนก ก่อนที่คุณชายเจ้าของรอยยิ้มสว่างไสวจะจินตนาการไปไกลข้าก็โบกมือตัดความคิดเหลวไหล

“ไม่มีอันใด ข้ามาหาเจ้ามิได้รึ?”

“ย่อมมาได้แน่นอน โทษที ข้าดีใจมากไปหน่อย! ช่วงนี้เสี่ยวคุนไม่ว่างมาเล่นด้วย ข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว!

“เสี่ยวคุนยังทำคดีนั้นไม่เสร็จอีกหรือ? นี่ก็ผ่านมาตั้งนานข้านึกว่าสะสางไปเรียบร้อยแล้วเสียอีก”

ไม่ต้องเกริ่นถามอะไรให้มากความ หมิงอิงทำการเปิดคำถามให้แก่ข้าเสร็จสรรพ ดีจริง พวกเราคุยกันไปพลางเดินไปยังศาลากลางสวนดอกไม้ของจวนสกุลหมิง ข้ามองไปรอบๆ แล้วพยักหน้าเอ่ยชมสองสามคำ เป็นสวนบุปผาของฤดูใบไม้ผลิจริงๆ ดอกมู่ตานหลากสีหลายสายพันธุ์เปล่งประกายความงดงามของพวกมัน ประชันความอ่อนช้อยของกลีบดอกและสีสันสวยสดอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กัน

“ใช่ไหมๆ พี่สะใภ้ของข้านั้นมีฝีมือในการจัดสวน สวนนี้นางลงมือทำใหม่เมื่อต้นฤดูนี่เอง”

หลังจากถามถึงหลวนคุนอยู่หลายประโยคข้าก็เปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อมิให้อีกฝ่ายแปลกใจได้ แต่ถึงจะไม่เปลี่ยนข้าก็คิดว่าคุณชายหมิงไม่สงสัยอะไรหรอก ข้าอยู่คุยและเล่นกับเขาอยู่นานใกล้จะหมดยามเซิน(๑๓-๑๕น.)ข้าถึงขอตัวกลับ ตอนแรกคิดจะให้คุณชายหมิงมีส่วนร่วมด้วยแต่พอคิดอีกทีอาจจะลากอีกฝ่ายมาเสี่ยงอันตรายเสียเปล่าๆ คืนนี้อาจจะไม่มีอะไรก็เป็นไปได้ เมื่อข้ากลับมาถึงเรือนหงเหมยระหว่างที่กำลังแช่น้ำผ่อนคลายร่างกายก็พลันได้ยินเสียงเคาะหน้าต่างสองสามที พอเพ่งสายตาไปมองก็เห็นเป็นเงาของนกตัวหนึ่ง

“ว่าอย่างไร?”

ข้าหลับตาฟังสิ่งที่เจ้านกน้อยรายงานยาวเหยียด แม้แต่เรื่องซุบซิบกันในวังหย่งเฮ่าก็ยังไม่พลาดสักเรื่อง ช่างเป็นสายข่าวที่มีประสิทธิภาพเกินไปแล้ว! พอทำงานเสร็จมันก็บินออกไปรับรางวัลอย่างกระตือรือร้น ข้าจมอยู่กับสิ่งที่ได้รับรู้ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน พวกเขามิใช่ศัตรูกันอย่างนั้นหรือ? เหตุใดถึงได้นัดเจอกันลับๆ เช่นนี้เล่า? พวกเขาวางแผนจะทำอะไรอย่างนั้นรึ? ข้าพยายามคิดอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าทั้งสองจะร่วมมือกันได้

ฉินอ๋องกับองค์รัชทายาท!

 

 

 

 

 

 

 




ท่านแม่ตามท่านพ่อเข้าวังไปด้วย ใช่แล้ว... จงตอบคำถามต่อไปนี้!

จากตอนที่แล้วหลังจากนั้นท่านคิดว่าฮ่องเต้จะเป็นอย่างไร....

ปล. ตื่นเต้นอะไรกัน ฮ่องเต้นางก็ชอบหยอดแบบนี้อยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติของคนอัธยาศัยดี?

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.233K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25431 Maylyunho (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:12
    จะมีใครจอ้นหมากับแมวบ้าง ดูสิ 555
    #25,431
    0
  2. #24469 Fueled me (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 20:14
    นี่ไงจุดเปลี่ยนสำคัญ รัชทายาทในชาติที่แล้วก็คงเสียสติที่แม่ถูกวางยาพิษจนตาย พอมาตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว หึ ถึงเวลาของพระรองรึยัง!!!
    #24,469
    2
    • #24469-1 NEPTUNEL(จากตอนที่ 83)
      4 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:57
      ตอนนี้ล่ะ คงได้ลากไส้คนร้ายเบื้องหลังแล้ว
      #24469-1
    • #24469-2 NEPTUNEL(จากตอนที่ 83)
      4 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:59
      โอ้ย คอมเม้นต์ผิดที่ โทษค่ะ;-;
      #24469-2
  3. #24004 munkrishear (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:31
    หื้ออออออ ยังไงกัน!ฉินอ๋องกับรัชทายาท!
    #24,004
    0
  4. #22209 Xialyu (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:06
    มีปมให้คิดดดดดดด
    #22,209
    0
  5. #22094 sinner9un (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:17

    โอ้ว้าวววววววววววว

    #22,094
    0
  6. #22054 The_Fear (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 04:14
    องค์ฮ่องเต้คงมีหน้าสั่นแบบงงๆแน่เลยค่ะ ข้อหาเต๊าะสามีท่านแม่55555555555555
    #22,054
    0
  7. #22009 lills (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 09:52
    ฮ่องเตระวังตัวนะเพคะ5555555
    #22,009
    0
  8. #21262 pcy921 (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 10:38
    เกรงว่าฮ่องเต้จะหยอดเล่นๆแต่ท่านแม่น่าจะตบจริงเพคะ กลัวพระองค์จะประชวรเป็นโรคหัวสั่นแบบไม่รุตัว
    #21,262
    0
  9. #20667 ฟองฟู่ (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 02:27
    พูดได้แค่นี้เลยว่า ฮ่องเต้เจ้าคะพระองค์ทรงแซ่บมากเจ้าค่ะ หล่อแซ่บมาก หล่อแบบถล่มฟ้าทลายดินมาก ฮืออ ;///;
    #20,667
    0
  10. #20425 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 21:20
    ท่านแม่ตามไปตีฮ่องเต้ข้อหาละลาบละล้วงสามีละเส่
    #20,425
    0
  11. #20339 Fktay (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 14:14
    เอ้ะ ท่านแม่กังวลว่าจะไม่ได้อยู่กับท่านพ่อเหรอ เกือบลืมไปเลย ก็แค่มอบสร้อยหินซับจันทราแก่ท่านพ่อ แค่นี้เอง? หรือจะทำไม่ได้?
    #20,339
    0
  12. #20338 Fktay (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 14:12
    เกือบลืมเจ้าม้าหมอกทมิฬ =_=
    #20,338
    0
  13. #20325 mint_mnrmg (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 01:13
    แอบขึ้นเรืออ๋องแมวกับองค์ชายฆ่าหมาจะผิดไหม//โดนรุมกระทืบ
    #20,325
    0
  14. #19610 lovelykik (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 00:53
    แล้วพลังรูปผู้หญิงอะ
    #19,610
    4
    • #19610-1 lovelykik(จากตอนที่ 83)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 00:53
      หรือเราอ่านผิดไปเอง
      #19610-1
  15. #19191 กระรอกoneday (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 10:48
    ท่านแม่หึงเหรอเจ้าคะ 5555555555
    อ๋องแมวและพ่อตา ตลก 555555
    อ๋องแมวกับองค์ชายฆ่าหมา ข้าจะมิมีวันขึ้นเรือเด็ดขาด
    #19,191
    0
  16. #18213 M.D. MayDay (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 22:09
    ว่าแล้วเชี่ยวว่าพลังที่สองเหมาะที่จะเอามาไว้ใช้หาข่าวสารมากๆ
    #18,213
    0
  17. #18184 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 00:02
    อยากให้แม่เป็นคน
    #18,184
    0
  18. #17905 พิจิตรา ทันพานิชย์ (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 12:00
    ยังไงๆๆๆๆงงๆ
    #17,905
    0
  19. #17820 Meatboll (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 21:40
    อ่อ เป็นอย่างนี้นี่เอง ท่านพ่อน่าสงสาร55555
    #17,820
    0
  20. #15988 pick-17 (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:50
    ท่านแม่เกิดอาการ'หึง'ชิมิล่ะ~
    #15,988
    0
  21. #15959 sunny chic (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:03
    ทำไมท่านแม่ถึงคีบอาหารให้ท่านพ่อได้
    #15,959
    0
  22. #15928 Naniilah (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:31
    อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เองท่านแม่เลยงอน
    #15,928
    0
  23. #15890 เจ้าชายหงส์ขาว (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:58
    ห่ะ=.=
    #15,890
    0
  24. #15889 B3003B (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:06
    "ฉินอ๋องกับองค์รัชทายาท"
    ...
    Feeling shocked ????
    #15,889
    0
  25. #15888 Nu pae (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:51
    เห็นบรรทัดสุดท้ายแล้วมามองที่รูป อืม....ไรท์คงไม่พลิกเรื่องถูกไหม????
    #15,888
    0