เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 82 : ตอนพิเศษ พ่ายแพ้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,315 ครั้ง
    18 ก.พ. 60

ตอนพิเศษ พ่ายแพ้

“เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโอรสของเราจะควบคุมราชสำนักได้เด็ดขาดเช่นนี้ ชวนให้หงุดหงิดและไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก” สุรเสียงนุ่มนวลทว่ามันเปี่ยมไปด้วยความเข้มแข็งเฉกบุรุษตรัสขึ้นมาด้วยความขุ่นเคือง ระหว่างที่พระองค์ทอดพระเนตรไปยังพระสหายคนสนิทซึ่งนั่งจิบชาด้วยสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ใดๆ พระโอษฐ์ได้รูปสวยเม้มเป็นเส้นตรง พยายามระงับอารมณ์พุ่งพล่านที่ถูกกดดันจากรอบด้านโดยที่พระองค์ลงมือทำสิ่งใดมิได้

นี่เป็นข้อจำกัดขององค์จักรพรรดิอีกข้อสินะ!

หลังจากที่ได้ยินประโยคคำขอที่น่าตกใจจากโอรสทำให้ฮ่องเต้เหวินจิ่งกังวลพระทัยยิ่ง ในวันนั้นพยายามจะให้อีกฝ่ายคิดให้ดีแต่กลับถูกโอรสทำลายความหวังดีด้วยความดื้อรั้นเลือดร้อน ในคราแรกเพียงดำริว่าเป็นนิสัยเลือดร้อนทั่วๆ ไปของผู้อยู่ในวัยหนุ่มจึงได้ปล่อยให้ฉินอ๋องนั่งคุกเข่าไม่สนพระทัย แต่ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่ามันจะลุกลามใหญ่โตเช่นนี้ ราวกับเรือนไม้ที่ถูกเผาไหม้ซึ่งมีสาเหตุมาจากสะเก็ดเพลิงเล็กๆ ต่อให้คนไม่มีสมองก็ยังรู้ว่ามันแปลก กองเพลิงกองนี้จะต้องมีคนคอยปะทุมันให้ลุกโชนอยู่เป็นแน่

“การกระทำของพวกเขาเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ยากเลย ล้วนแล้วแต่ต้องการผลักดันให้ฉินอ๋องต้องตกอยู่ในฐานะหมดสิทธิ์สืบทอดราชบัลลังก์ เหตุใดฝ่าบาทถึงได้ทรงตัดสินพระทัยเช่นนั้นเล่า? กระหม่อมเคยกล่าวไว้แล้วว่าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ฉินอ๋องไม่คู่ควรกับบุตรชายของกระหม่อมเลยแม้แต่น้อย” บุรุษในอาภรณ์ชายยาวสีเทาลวดลายปักรูปต้นสนเอ่ยหลังจากที่เขาจิบชา น้ำเสียงราบเรียบไม่มีอารมณ์ใดๆ เหมือนกับเขากำลังพูดเรื่องทั่วไปมิใช่เรื่องสำคัญอันใด

พระเนตรเรียวสีดำสนิทชำเลืองมองพระสหายผู้พ่วงตำแหน่งขุนนางคนสนิทครู่หนึ่ง ท่าทางไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวเช่นนี้สร้างความหงุดหงิดให้แก่พระองค์เป็นอย่างมาก ฮ่องเต้แค่นสุรเสียงขึ้นนาสิกก่อนจะคว้าถ้วยชาขึ้นมาจิบดับกระหายและดับกลุ่มก้อนโทสะภายใน

“หึ! เจ้าอย่าได้พ่นคำพูดไร้สาระนั่นเลย เห็นว่าเราเขลาอย่างนั้นรึ? หากมิใช่เจ้าเป็นผู้นำพวกเขาเข้ามาวันนั้น ยามนี้เราคงรับมือได้อย่างง่ายดายกว่านี้แล้ว!

“ฝ่าบาท กล่าวเช่นนี้เป็นการกล่าวหากระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ ในยามนั้นไหนเลยกระหม่อมจะทราบได้ว่าพวกเขาต้องการพูดเรื่องใด”

บัดซบ! พูดออกมาได้หน้าไม่อายอย่างยิ่ง ในวันแรกหลังจากฉินอ๋องถูกลงโทษคุกเข่าผู้ใดพาขบวนโอรสของพระองค์เข้ามายังโถงว่าราชการกัน!? บังเอิญเห็นเหล่าอ๋องน้อยทั้งหลายต้องการเข้ามาเยี่ยมชมโถงว่าราชการ ท่านอำมาตย์เซี่ยจึงพาพวกเขาเข้ามาด้วยจิตใจจงรักภักดี ปรารถนาให้เหล่าว่าที่ผู้ปกครองในอนาคตมาชมงานเอาประสบการณ์ ช่างเป็นข้ออ้างที่ทุเรศทุรังเป็นที่สุด!

ผลออกมา คือ เหล่าโอรสน้อยใหญ่ของพระองค์ต่างคุกเข่าศีรษะโขกพื้นเอ่ยขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ฉินอ๋อง จากที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงเรื่องนี้แม้สักคน ในตอนนั้นถูกขยายเรื่องให้ผู้คนรับรู้กันไปทั่ว ที่น่าแปลกไปกว่านั้นไยเรื่องที่พระองค์สั่งห้ามมิให้ผู้ใดแพร่งพรายถึงถูกโอรสเหล่านั้นล่วงรู้ได้ คิดได้เพียงอย่างเดียวว่าต้องมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังการบอกข่าวสารนี้!

ในวันนั้นฮ่องเต้ทรงระเบิดโทสะออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ยกเลิกการว่าราชการยามเช้าไปอย่างรวดเร็ว ตัดปัญหาพร้อมทั้งไล่โอรสทั้งหลายกลับไป มีเพียงองค์รัชทายาทที่มิได้เข้าร่วม คราแรกพระองค์คิดจะจัดการเรื่องนี้เงียบๆ แต่ไหนเลยจะรู้ว่ามันกลายเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อไปเสียแล้ว โดยเฉพาะฉินอ๋องที่ยังคงคุกเข่าไม่ยอมแพ้หรือตัดใจง่ายๆ

เหลียงอ๋องที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอยังถ่อสังขารเข้ามาเอ่ยขอร้อง ไม่เพียงเท่านั้นโจวอ๋อง ส่านอ๋อง และเว่ยอ๋องต่างจะผลัดกันมาขอเข้าเฝ้า สร้างความกดดันที่มองไม่เห็นแก่พระบิดาของพวกเขา กระทั่งพระญาติเชื้อพระวงศ์ยังแห่เข้ามาช่วยเหลืออย่างคับคั่ง แม้จะถูกคาดโทษแต่ก็มิอาจหยุดยั้งพวกเขาได้จนกระทั่งฮ่องเต้เริ่มปวดเศียรเวียนเกล้า

ในตอนออกว่าราชการยามเช้าขุนนางน้อยใหญ่ยังยกเรื่องนี้ขึ้นมากล่าวทุกสองสามประโยค แต่ละคนถกเถียงกันคอเป็นเอ็นเห็นเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ฝ่ายขุนนางที่สนับสนุนฉินอ๋องต่างค้านกันเสียงแข็ง ตรงข้ามกับฝ่ายที่มิได้สนับสนุนฉินอ๋องพวกเขาแทบอยากจะจัดงานแต่งเสียเดี๋ยวนั้น และยังมีกลุ่มขุนนางผู้เป็นกลางไม่ยอมแสดงความคิดเห็นใดๆ กระทั่ง...

คนผู้หนึ่งกระโดดออกมาร่วมด้วย!

ขุนนางฝ่ายที่มิได้สนับสนุนฉินอ๋องถล่มฝ่ายตรงข้าม เชิดชูความดีความงามของฉินอ๋องที่ได้กระทำมามากมาย และยังหาญกล้าท้วงติงถ้อยคำของฮ่องเต้ดุจดั่งทองพันชั่งหนักยิ่งกว่าขุนเขา กล่าวจะให้รางวัลย่อมต้องเป็นไปตามที่ได้ตรัสสัญญาเอาไว้ ในขณะที่ฝ่ายเห็นด้วยกำลังย่ำแย่ ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ก็ขมวดพระขนงหวาดหวั่นพระทัยเช่นเดียวกัน ตอนนั้นนั่นเองอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้งก็ก้าวออกมา เหล่าขุนนางที่สนับสนุนฉินอ๋องทำหน้าดำคล้ำเพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายอยู่ฝ่ายเห็นด้วย

“กระหม่อมไม่เห็นด้วยที่จะให้บุตรชายแต่งให้แก่ฉินอ๋อง”

ด้วยคำพูดประโยคเดียวก็ทำให้สถานการณ์พลิกตาลปัตร เหล่าขุนนางที่สนับสนุนฉินอ๋องรีบหนุนทัพต้าน โจมตีสวนกลับไปจนฝ่ายเห็นด้วยเริ่มตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เมื่ออำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้งออกปากว่าไม่เห็นด้วย ขุนนางที่เป็นกลางก็เริ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนคัดค้านตาม ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเหตุการณ์ที่เริ่มพลิกผันก็พลันโล่งพระทัยไปเปลาะหนึ่ง

เมื่อบิดาของอีกฝ่ายไม่ยินยอมเช่นนั้นพระองค์ก็ใช้เป็นข้ออ้างปฏิเสธได้!

วันนั้นการว่าราชการจบลงโดยไม่มีข้อสรุปใดเพียงแต่เห็นได้ชัดว่าฝ่ายคัดค้านมีมากกว่า ในวันที่สามความอดทนของฮ่องเต้ก็สิ้นสุดลง โถงว่าราชการเหล่าขุนนางที่ไม่เห็นด้วยกำลังเอ่ยประกาศข้อสรุปออกไปอย่างเป็นทางการ แต่ทว่าก่อนที่ฮ่องเต้จะทันได้รับสั่งสิ่งใดก็มีคนผู้หนึ่งก้าวออกมาอีกครั้ง

“เรียนถามใต้เท้าทั้งหลาย ไยถึงได้เอ่ยว่าบุตรชายของข้าเซี่ยเหยียนจิ้งผู้นี้ไม่คู่ควรกับฉินอ๋องงั้นรึ? อ้อ นี่เป็นการดูถูกบุตรชายของข้าหรือพวกท่านกำลังกล่าวว่าข้าผู้เป็นบิดาสั่งสอนบุตรชายไม่ดีกัน! ขอถามทุกท่านที่กล่าวหาบุตรชายของข้าเซี่ยเหยียนจิ้งผู้นี้ ไหนพวกท่านลองเอ่ยสิว่าบุตรชายของข้าผู้นี้ไม่คู่ควรกับฉินอ๋องที่ใด?”

พูดอย่างเดียวไม่พออำมาตย์ผู้กุมอำนาจในราชสำนักกว่ากึ่งหนึ่งยังจ้องเขม็งไปยังพวกเขาด้วยดวงตาเย็นเยียบน่ากลัว เหล่าขุนนางฝ่ายไม่เห็นด้วยคล้ายถูกข่มขู่ คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะโพล่งถามเช่นนี้ออกมา ทำให้พวกเขาอึกอักเอ่ยอันใดมิออก

“หึ! ฉินอ๋องต่างหากที่ไม่คู่ควรกับบุตรชายของข้า!” ท่านอำมาตย์เซี่ยแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างดูแคลนก่อนจะประกาศกร้าวอย่างเย่อหยิ่ง เล่นเอาเหล่าขุนนางในโถงแห่งนั้นตั้งสติมิถูกว่าท่านอำมาตย์เซี่ยต้องการสิ่งใดกันแน่ สถานการณ์ในตอนนั้นจึงวุ่นวายอลหม่าน ฮ่องเต้จำใจปิดการประชุมลงอย่างหงุดหงิดพระทัย  

ด้วยข่าวลือที่ระบาดไปทั่วเมืองผนวกกับอารมณ์ค้างคาจากโถงว่าการ เมื่อเห็นเหล่าโอรสทั้งหลายมานั่งคุกเข่าอ้อนวอนพร้อมกับฉินอ๋อง ฮ่องเต้จึงเกิดโทสะยากจะระงับ สำแดงฤทธารับสั่งมิให้เหล่าโอรสเข้าวังหลวงเป็นเวลาหนึ่งเดือน และให้นำตัวฉินอ๋องไปกักขังที่คุกหลวง ในตอนแรกพระองค์กริ้วแทบอยากจะสั่งทำโทษอย่างอื่นแต่เมื่อเห็นสภาพโอรสที่พระองค์ก็ยับยั้งดำริได้ทัน

สภาพอ่อนล้าแต่ยังคงมุ่งมั่นไม่ย่อท้อของฉินอ๋องทำให้ฮ่องเต้ไม่รู้จะทำเช่นไรกับโอรสของพระองค์เอง ได้แต่ส่งไปขังคุกหลวงเพื่อให้อีกฝ่ายไตร่ตรองให้รอบคอบทำหัวให้เย็นและคิดได้ ระหว่างนั้นก็กำชับให้ผู้คุมคุกหลวงดูแลโอรสของพระองค์เป็นอย่างดี ห้ามให้ขาดตกบกพร่องใดๆ และตอนนั้นฮ่องเต้เหวินจิ่งตัดสินพระทัยจะสะสางเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

กว่าจะได้พักผ่อนฮ่องเต้เหวินจิ่งต้องตรากตรำทำงานที่มีอยู่มากมายไม่หมดสิ้น ยามปกติพระองค์มีผู้ช่วยมือดีที่คอยจัดการงานเหล่านี้ นั่นมิใช่ใครที่ไหน เป็นอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้งผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะบุคคลที่ทำงานรวดเร็วเหมาะสมราวกับปีศาจ เมื่อปล่อยงานให้อีกฝ่ายรับผิดชอบฮ่องเต้เหวินจิ่งจะมีเวลาว่างให้ทำสิ่งอื่นได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านตำรา ฝึกวิชา ดื่มสุราเคล้านารี แต่ทว่าวันนี้ผู้ช่วยผู้นั้นกลับชิงขอลาครึ่งวันแล้วรีบกลับจวนไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งงานทั้งหลายให้แก่เจ้านายต้องมานั่งสะสางทีละงานๆ จนมืดค่ำ

เมื่อทำงานเสร็จก็ได้เวลาที่พระองค์พักผ่อนสรงน้ำเข้าบรรทม ระหว่างสาปแช่งอำมาตย์คนสนิทไปตามทางฮ่องเต้เหวินจิ่งก็มาถึงตำหนักฉิงเซียงที่พำนักของหวงกุ้ยเฟย สนมสุดรักสุดโปรดปราน หลังจากทรงสำราญหย่อนใจและกายสิ่งที่คาดไม่ถึงก็ได้เกิดขึ้นหวงกุ้ยเฟยที่ในตอนแรกๆ นั้นโมโหให้แก่บุตรชายเป็นอย่างมาก ทว่าตอนนี้นางกลับกำลังคุกเข่าโขกศีรษะขอร้องแทนบุตรชายที่ถูกขังลืมที่คุกหลวง แม้จะมีโทสะแต่ฮ่องเต้กลับยิ้มไม่ทำสิ่งใดเพียงแค่ตรัสรับกลางๆ เพราะเห็นสนมรักหลั่งน้ำตาคล้ายจะเจียนขาดใจดูโศกเศร้าน่าสงสารจึงทำใจมิได้ที่จะลงโทษอีกฝ่าย

เช้าวันใหม่ฮ่องเต้ออกว่าราชการยามเช้าในเวลาเดิม หลังจากกวาดสายตามองไปทั่วโถงก็ขมวดคิ้วเมื่อไม่เห็นเงาของอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้ง พอตรัสถามกลับได้คำตอบว่าอีกฝ่ายขอลาพักร้อนอย่างไม่มีกำหนด! โทสะขององค์ฮ่องเต้พุ่งพรวดขึ้นในทันทีระหว่างที่คิดจะเกลี่ยกล่อมอีกฝ่ายมาทำงานอย่างไรดีก็ถูกเสียงอันดังก้องโถงดึงกลับมาเสียก่อน

“ฝ่าบาท โปรดพระราชทานสมรสให้แก่ฉินอ๋องกับคุณชายเซี่ยจิ้งถิงด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!

เสียงพูดนั้นดังต่อๆ กันเป็นทอดๆ ฟังจนขนลุกซู่ ฮ่องเต้จ้องมองภาพเหล่าขุนนางทั่วทั้งโถงคุกเข่าโขกศีรษะเอ่ยขออย่างพร้อมเพรียง สิ่งที่ทำให้พระองค์ตกใจก็คือไม่มีผู้ใดขัดค้านแม้สักคน นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เหล่าขุนนางบัดซบพวกนี้เห็นพร้องต้องกันเป็นเสียงเดียว! ฮ่องเต้เหวินจิ่งวาดพระเนตรไปทั่วทั้งโถงแล้วตรัสสิ่งใดมิออก กระทั่งแม่ทัพใหญ่หานและแม่ทัพใหญ่หูที่มิค่อนได้เข้าร่วมว่าราชการบ่อยนักยังมาขอร้องด้วย!

เหตุการณ์นี้ทำให้พระองค์แทบทิ้งวรกายพิงบัลลังก์ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าแล้วแย้มพระโอษฐ์เอ่ยขานรับออกไป

เอาเถิด ศึกนี้พระองค์พ่ายแพ้แล้ว!

“ข่าวลือพวกนั้นช่างมองการณ์ไกลได้ดีนัก มิเคยรู้มาก่อนว่าเมืองหลวงยังมีบัณฑิตที่คิดอ่านลึกล้ำอยู่มากเช่นนี้” ฮ่องเต้เหวินจิ่งเปรยขึ้นพลางเหลือบมองไปยังบุรุษผู้มีดวงหน้างดงามแต่ทว่ากลับราบเรียบไร้อารมณ์ เซี่ยเหยียนจิ้งยังคงนิ่งเฉยแม้จะถูกสายพระเนตรที่ต้องการจับพิรุธมองเขม็งมาก็ตาม

“บุคคลมากความสามารถบางครั้งก็ปิดตัวซ่อนเร้นพ่ะย่ะค่ะ”

“งั้นรึ? อยากรู้เสียจริงว่าจะมากความสามารถเท่าอำมาตย์เซี่ยของเราหรือไม่?”

“ฝ่าบาทเลิกกล่าวกระทบกระทั่งกระหม่อมเถิด อย่างไรเสียนี่ก็เป็นเรื่องดีมิใช่หรือ? องค์รัชทายาทเริ่มเปลี่ยนไปแล้วหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาอาจจะเหมาะสมก็เป็นไปได้”

“เมื่อก่อนเขาโหดเหี้ยมเหลวไหลแต่เราก็ทำเป็นมองไม่เห็นเพราะเห็นแก่ฮองเฮา แต่ในยามนี้หากเขาไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมาะสมกับตำแหน่งแล้วล่ะก็คงจะเป็นไปได้ยาก เราหวังว่าเขาจะรู้ว่าควรทำตัวเช่นไร”

“ฮองเฮาเป็นสตรีฉลาดเฉลียวย่อมอบรมสั่งสอนรัชทายาทได้ดีแน่พ่ะย่ะค่ะ”

“อืม แล้วคดีนั้นเล่า?”

“ฝ่าบาทไม่ต้องกังวล กระหม่อมจะจัดการให้เรียบร้อย”

“เราไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น แต่กังวลเรื่องคนที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก”

“เรื่องนี้กระหม่อมคาดว่ามันอาจจะเป็นคนเดียวกันที่ส่งนักฆ่ามาสังหารบุตรชายของกระหม่อม มันต้องการกวนน้ำให้ขุ่นเพื่อให้พวกเราขัดแย้งกันเองเหมือนเมื่อครั้งจวิ้นอ๋องและภรรยาของกระหม่อม ครั้งนี้มันทำพลาด หึ บุตรชายของกระหม่อมมิได้อ่อนแอเพียงนั้นแค่นักฆ่าปลายแถวไหนเลยจะกำจัดเขาได้”

ฮ่องเต้ถึงกับถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เอาแล้วไง เซี่ยเหยียนจิ้งอาการเห่อบุตรชายกำเริบอีกครั้ง สีหน้ายิ้มเล็กยิ้มน้อยอย่างปลาบปลื้มชวนให้หมั่นไส้ยิ่งนัก ฟังอีกฝ่ายพูดพร่ำถึงบุตรชายไม่หยุดรู้สึกรำคาญจนต้องเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง

“จริงสิ ได้ยินข่าวมาว่าคนผู้นั้นมาพำนักที่จวนตระกูลหู เฮ้อ ไม่ว่าจะส่งเทียบเชิญไปอย่างไรอีกฝ่ายก็ปฏิเสธไม่สนใจจะมาเสียทุกครั้ง เจ้าว่าเราจะเชิญคนผู้นั้นเข้าวังหลวงอย่างไรดีเขาถึงตกลงมาตามคำเชิญ”

“ไม่เห็นจะยากเลยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทจัดงานเลี้ยงฉลองการหมั้นหมายระหว่างบุตรชายของกระหม่อมกับฉินอ๋องแล้วส่งเทียบเชิญไปให้ กระหม่อมเชื่อว่าคนผู้นั้นจะต้องไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน” เซี่ยเหยียนจิ้งได้ยินเสียงบ่นจากองค์เหนือหัวก็เอ่ยตอบอย่างรวดเร็วก่อนจะแย้มยิ้มมีเลศนัยที่ดูมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ฮ่องเต้เหวินจิ่งจ้องมองดวงหน้างดงามที่แต้มแต่งรอยยิ้มที่ยากจะพบพาน พระองค์ทำหน้าเจ็บปวดกุมที่หน้าอกซ้ายก่อนจะตรัสด้วยท่าทางจริงจัง

“เหยียนจิ้ง เจ้าอย่ายิ้มเช่นนั้น เราใจไม่ดีเลย หัวใจคล้ายจะถูกเจ้าบีบเอาไว้”

“.....” เซี่ยเหยียนจิ้งมองกลับไปด้วยดวงตาที่เย็นชาและว่างเปล่า

 

 

 

 

 

 

 



ฮ่องเต้ตอนหนุ่มๆ ก็คงจะประมาณนี้ ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ เจ้าชู้หน่อยๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.315K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25535 CK 27 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 23:28
    ก็ไม่อยากตะจิ้นนะยัยไงก็ยังมีท่านแม่ แต่แบบ55555
    #25,535
    0
  2. #25440 NEPTUNEL (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:42
    555555555555555555
    #25,440
    0
  3. #25428 Maylyunho (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:26
    นี่แนะ เรือผีก็มา 555
    #25,428
    0
  4. #25242 DraftD (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 18:38
    เรือผีของจริง😂
    #25,242
    0
  5. #25030 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 14:49
    เรือผี!! อิบร้าเรือผี!!!!
    #25,030
    0
  6. #24804 Peach9 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 12:10
    เดี๋ยววววว555555555
    #24,804
    0
  7. #24802 RitaRockZa (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 02:42
    ที่ท่านแม่ชอบแกล้งฮ่องเต้เพราะหึงใช่มะ55555
    #24,802
    0
  8. #24787 PaPa9 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 21:15
    ฮ่องเต้ช่างเป็นสหาย?ที่ดียิ่งนักเพคะ
    #24,787
    0
  9. #24762 aynahcsoo  (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 09:25
    แอบสงสารฮ่องเต้นะโดนกดดันมันทุกทาง 55555555
    #24,762
    0
  10. #24705 R.quartz (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 07:05
    ท่านพ่อของฉันเสน่ห์แรง ขนาดฮ่องเต้ยังสยบ เอ่อ เดี๋ยวไปฟ้องท่านแม่แป๊ป
    #24,705
    0
  11. #24508 xrxrose (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:02
    ขออนุญาตพายเรือพ่อค่ะ5555 คึมบับ คุณเห็นซัมติงในมโนของอิชั้นไหม โง้ยยย ไม่ไหวๆ เรือบ๊าปบาป//แจวจ้ำจึก
    #24,508
    0
  12. #24468 Fueled me (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 19:52
    กับสหายคนนี้สู้ไม่ได้เลยใช่มั้ย555555555555
    #24,468
    0
  13. #24003 munkrishear (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:12
    โอ้ยฮ่องเต้55555555 สรุปดีใช่มั้ย
    #24,003
    0
  14. #23902 eu-ei-eu-ei (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 14:52
    ทำไมรู้สึกเหมือนถูกดูดให้ขึ้นเรือนีอ่ะ5555
    #23,902
    0
  15. #23886 cream_o2 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:44
    จิ้นได้ไหม อรุ่มมม
    #23,886
    0
  16. #23882 pinend (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 00:05
    ชอบเรือนี้จัง
    #23,882
    0
  17. #23677 mild5219 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 23:58
    ถึงว่า ท่านแม่ถึงชอบแกล้งนัก555
    #23,677
    0
  18. #23470 Bee_khom🐝 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:33
    แหม่ ก็ว่าจะไม่จิ้นแล้ว บ้าจีง
    #23,470
    0
  19. #23432 1q_2w_3e_4r (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 20:58
    เรือผีต้องมาแล้วปะะะะะะ
    #23,432
    0
  20. วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 23:19
    เรือนี้น่าอยู่มากกกกก
    #23,231
    0
  21. #22863 pattarawadee-eve (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:44
    ไม่ชิพค่ะๆ(ได้กันๆๆๆๆ)
    #22,863
    0
  22. #22838 PAMMIISUGER (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 01:04
    ว่าแล้วทำไมท่านแม่ถึงชอบแกล้งฮ่องเต้ เรือผีชัดๆ 555555
    #22,838
    0
  23. #22835 SRmonster_18 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 20:03
    จะพยายามไม่ชิปนะพะยะค่ะ555555555555โอ้ยยบย
    #22,835
    0
  24. #22809 tunty0505 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 17:06
    พยายามไม่ชิป55555
    #22,809
    0
  25. #22754 а м (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 21:05

    คู่นี้ทำเราใรไม่ดี55555555

    #22,754
    0