เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 81 : ตอนที่ ๗๖ ป้อมปราการซ่างซือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,281 ครั้ง
    30 ม.ค. 60

ตอนที่ ๗๖ ป้อมปราการซ่างซือ

คนกลุ่มนี้เป็นต้นเหตุให้ข้ายืนยันจะแยกตัวกลับ ข้าคนเดียวรับมือกับคนพวกนี้ยังพอทำเนา แต่หากทั้งสองคนนั่นเข้ามาเกี่ยวด้วยแล้วล่ะก็เรื่องนี้คงจะลุกลามใหญ่โตแน่ๆ อย่างไรก็ตามกลุ่มคนที่ลอบสะกดรอยตามข้ามานั้นซุ่มมองอยู่เป็นเวลานาน หรือว่าจะมิใช่กำจัดทิ้ง? แต่เป็นทำร้ายร่างกายเพื่อข่มขู่? บางทีอย่างหลังอาจจะสมเหตุสมผลมากกว่า เพราะหากสังหารข้าแล้วล่ะก็จะต้องเกิดปัญหาตามมาทีหลังมากมายแน่

และบางทีอาจจะมิใช่ฮ่องเต้ที่อยู่เบื้องหลังก็เป็นไปได้ ข้ายืนมือไขว้หลังทอดสายตามองผืนน้ำกว้างขวาง อาจจะเป็นผู้อื่นที่ไม่อยากจะให้ข้าตบแต่งกับฉินอ๋องก็เป็นไปได้ ซึ่งมันก็มีมากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าผู้คนคลั่งไคล้หลงใหลเจ้าแมว หรือกระทั่ง... อืม เอาเถิด จะเป็นผู้ใดประเดี๋ยวจะได้รู้แล้ว

ข้าหลับตาพริ้มรับลมที่พัดโชยมาท่ามกลางกลิ่นอายแดดอ่อนๆ อากาศเช่นนี้เหมาะกับล่องเรือเล่นเสียจริงๆ ไยคุณชายหมิงถึงมิเลือกมาล่องเรือในยามนี้กันนะ ไม่เข้าใจรสนิยมของเขาเลยสักนิด ระหว่างที่ข้ากำลังดื่มด่ำผ่อนคลายรอคอยให้พวกมันเคลื่อนไหวโจมตีก่อนอยู่นั้นก็มีกลุ่มคนปริศนาอีกกลุ่มโผล่เข้ามาสมทบ ข้าขมวดคิ้วเล็กน้อย จำนวนคนกลุ่มที่มาใหม่มีไม่มากแต่ขั้นพลังขกลับสูงมากกว่าข้าเสียอีก

บัดซบ! นี่กะจะฆ่ากันให้ตายเลยหรืออย่างไร!?

เมื่อลืมตาขึ้นดวงตาของข้าฉายแววจริงจัง ยกมือโบกสะบัดไปด้านหน้า อาศัยความได้เปรียบสร้างอาณาเขตรอบๆ ตัวขนาดใหญ่ซ้อนกันหลายชั้น จากนั้นก็สร้างอาณาเขตกล่องสี่เหลี่ยมขึ้นมาหลายอันด้วยกัน ระหว่างขยับมือควบคุมอาณาเขตข้าก็ได้ยินเสียงร่างกายที่เสียดสีต้านลม ทันใดนั้นริมฝีปากของข้าก็เหยียดยิ้มออกมาเงียบๆ

“นึกว่าพวกเจ้าจะแอบอยู่ตรงนั้นไปทั้งวันเสียอีก ปล่อยให้เปิ่นกงจื่อ(ข้าคุณชายผู้นี้)รอเสียนานนม” ข้าค่อยๆ หมุนตัวไปประชันหน้ากับพวกมัน ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเบิกบาน กลอกตามองซ้ายขวา เหล่ามือสังหารชุดดำปกปิดหน้าตามิดชิดกระโจนมายืนล้อมเต็มพื้นที่สะพาน ทันทีที่ข้าเอ่ยออกไปพวกมันก็ชักมีดสั้นที่เป็นอาวุธออกมาพร้อมทะยานเข้ามาจัดการได้ทุกเมื่อ เมื่อมองไปรอบๆ ข้าก็คลายความกังวลลงเล็กน้อย

พวกมือสังหารที่ตามมาสมทบไม่ได้เข้ามาโจมตีด้วย พวกมันยังคงปักหลักลอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ มีเพียงกลุ่มมือสังหารกลุ่มแรกซึ่งแอบตามข้ามาตั้งแต่ออกจากจวนเท่านั้น หากมีเพียงพวกนี้ข้าก็จัดการได้สบาย เพราะขั้นพลังสูงสุดของพวกมันอยู่ที่ขั้นหกช่วงกลางเท่านั้น ไม่มีผู้ใดมีฝีมือพอที่จะทำลายอาณาเขตของข้าได้

“ใครเป็นคนส่งพวกเจ้ามา?”

ขัง!

ข้าออกคำสั่งแรกเมื่อพวกมันเข้ามาในอาณาเขตทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ต่อให้ดิ้นรนอย่างไรก็ไม่มีผู้ใดหนีออกไปจากอาณาเขตของข้าได้ ข้าเหลือบมองการเคลื่อนไหวของพวกมันพร้อมกับชวนพูดคุยถ่วงเวลา ในระหว่างนั้นก็ออกคำสั่งลำดับต่อไปในทันที

ซ่อน!

ข้าจัดการซ่อนทุกอย่างในอาณาเขตออกจากสายตาคนข้างนอก แค่นี้ก็ไม่มีใครได้เห็นภาพอะไรทั้งสิ้น พวกมือสังหารแววตาราวกับคนตายไปแล้วไม่ตอบรับอืออาอะไรกลับมา พวกมันพุ่งเข้ามาโจมตีเป็นระบบแบบแผน ดูปราดเดียวก็รู้ว่าพวกมันมาจากสำนักเดียวกัน ทำงานสอดคล้องซึ่งกันและกัน แต่พวกมันโชคร้ายไปหน่อย ไม่สิ โชคร้ายมากที่มีเป้าหมายเป็นข้าคนนี้

ถอยไป!

หนึ่งอาณาเขตเยว่ตี้สามารถลงคำสั่งได้สี่คำสั่ง แต่ข้ากางอาณาเขตไปทั้งหมดห้าชั้นด้วยกัน นั่นแสดงว่าข้าออกคำสั่งได้ถึงยี่สิบคำสั่ง เป็นขีดกำจัดสูงสุดของข้าในตอนนี้ เงาสีดำวูบเข้ามาสู่คลองสายตาข้าสะบัดมือดันไปด้านข้างกระแทกพวกมันกระเด็นอัดกำแพงอาณาเขต

ตามด้วยกดพวกมันทั้งหมดกระแทกพื้นอย่างแรง บดแนบพื้นต่อเนื่อง เสียงกรอบแกรบราวกับกระดูกที่ถูกค้อนทุบบดดังขึ้นดังลั่น พวกมันเบิกตาอย่างตื่นตระหนก เผลอส่งเสียงร้องลั่นอย่างเจ็บปวด เพียงแค่หนึ่งลมหายใจกลุ่มมือสังหารก็ถูกข้าจับได้อย่างง่ายดาย

นั่นเป็นเพราะพวกมันมัวแต่ชะล่าใจ ปล่อยให้ข้ามีโอกาสเตรียมตัว แต่จะโทษพวกมันก็ไม่ได้เพราะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าข้าผู้นี้มีพลังอะไร การที่จะสู้กับพลังเยว่ตี้ได้นั้นจะต้องมีขั้นพลังที่สูงกว่าเพื่อทำลายอาณาเขตได้ และอีกอย่างต้องไม่ปล่อยให้มีโอกาสได้สร้างอาณาเขต ดังนั้นจะสู้กับพลังเยว่ตี้ต้องโจมตีเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อความได้เปรียบ

“ข้าจะถามพวกเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ใครส่งพวกเจ้ามา?” ข้าก้าวไปหยุดตรงมือสังหารที่มีขั้นพลังมากที่สุดในกลุ่ม มันต้องเป็นหัวหน้าของกลุ่มมือสังหารกลุ่มนี้เป็นแน่ ข้าก้มหน้ามองเหยียดสายตาเย็นชาแล้วค่อยๆ เอ่ยถาม เน้นย้ำเชื่องช้าและชัดเจน แต่ทว่ารอแล้วรอเล่ามันก็ไม่ปริปากใดๆ ออกมา แสงความเย็นเยียบสาดซัดในดวงตาของข้า

จงหยุดนิ่ง!

เท้าของข้าเตะเสยไปที่ด้านข้างใบหน้าของมันแล้วฉีกยิ้มออกมา คิดจะกินยาพิษฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ? ไม่ ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าได้ตายง่ายดายเช่นนั้นหรอก! ข้ากวาดสายตามองพวกมันที่ขยับตัวไม่ได้แล้วทำเสียงขึ้นจมูก คนปากแข็งเช่นพวกมันน่าจะยอมตายมากกว่าบอกความจริง ข่มขู่ไปก็คงจะไร้ประโยชน์และเปลืองเวลาไปเปล่าๆ คงต้องใช้วิธีที่รวดเร็วที่สุด ข้ามองหัวหน้ามือสังหารกลุ่มนี้ที่กัดฟันกรอด มันขมวดคิ้วจนเป็นร่องลึกติดกัน

จงตอบคำถามข้า

“ใครเป็นคนส่งพวกเจ้ามาสังหารข้า?”

“เป็นท่านประมุขสั่งมา...!?” มันตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว สิ้นเสียงตอบมือสังหารผู้นั้นก็สะดุ้งเบิกตาตกใจ นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมองมายังข้าอย่างตื่นตระหนกราวกับเห็นทูตผีปีศาจ ข้าไม่ใส่ใจ ถามต่อไปไม่เร่งรีบ

“โอ้ แล้วประมุขของพวกเจ้าคือผู้ใดรึ?”

“หยุนฟง ประมุขป้อมปราการซ่างซือ(สูญสิ้น)”

นี่มัน...........!!

“หะ?” ข้าก้าวถอยหลังทำหน้าตกใจ

หยุนฟง! ใครกัน!?

ข้าไม่เคยได้ยินชื่อของคนผู้นี้มาก่อนเลย ป้อมปราการซ่างซือยังไม่เคยได้ยินเลยสักนิด! นี่มันอะไรกัน? เหตุใดคนผู้นี้ถึงอยากจะสังหารข้าล่ะ? จำมิได้ว่าเคยไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนแซ่หยุน! ข้าเลิกคิ้วขึ้นสูงจ้องมองไปยังมือสังหารผู้นั้นที่หน้าซีดเผือดราวกับเสื้อตกสีอย่างงุนงงสงสัย เห็นข้าแสดงอาการตอบสนองรุนแรงมันก็แสยะยิ้มออกมาพร้อมทั้งถือโอกาสใช้เจ้านายข่มขู่ข้า

“หึ เจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่? ต่อให้เจ้าฆ่าพวกข้าทั้งหมดแต่ว่าเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี ท่านประมุขหยุนจะไม่ปล่อยให้เป้าหมายที่ถูกว่าจ้างหลุดรอดไปเด็ดขาด เขาจะส่งมือสังหารมาสังหารเจ้าจนกว่าเจ้าจะตาย ป้อมปราการซ่างซือเมื่อรับงานมาแล้วจะต้องทำงานชิ้นนั้นให้สำเร็จ ไม่มีคำว่าผิดพลาด!

“ป้อมปราการซ่างซือนี่เป็นนักฆ่ารับจ้างงั้นรึ?”

“ก็ใช่น่ะสิ เจ้าไม่รู้รึอย่างไร!? บ้าไปแล้ว ป้อมปราการซ่างซือโด่งดังมาก ไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก ไปหลบอยู่หลังเขาที่ไหนมา บ้านนอกเหลือเกิน อั๊ก! เจ้า! อ๊ากกก!

ข้าควบแน่นลมปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วฟาดหน้าของมันอย่างฉุนๆ ไอ้นักฆ่าบ้านี่ปากมากจริง ข้าเป็นคนรักสงบจะไปรู้จักป้อมมือสังหารอัปมงคลเช่นนั้นได้อย่างไร หึ! หรืออันที่จริงป้อมปราการบ้าบอนี่อาจจะไม่โด่งดังอย่างที่มันอ้าง ก็แค่ป้อมกระจอกๆ แต่หลงคิดว่าตัวเองโด่งดังมีชื่อเสียง? ข้าซัดเจ้าปากเปราะนี่จนเลือดกบปากก็เงยหน้าไปมองด้านนอกอาณาเขต กลุ่มคนที่หลบซ่อนตัวได้เริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้แล้ว

เมื่อมองไปข้าก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเพราะคนกลุ่มนั้นเป็นคนคุ้นเคยกันดี ไม่ใช่มือสังหารอย่างที่เข้าใจ พอหยุดคิดนิดหน่อยข้าก็เข้าใจจึงถอนหายใจออกมา เจ้าแมวนะเจ้าแมว รู้ขนาดนี้แล้วเมื่อวานไม่เห็นเตือนข้าสักคำ กลุ่มคนที่กำลังเดินมาใกล้นั้นคือเหล่าองครักษ์คนสนิทของฉินอ๋อง ข้าสะบัดมือส่งอาณาเขตไปครอบตัวมือสังหารทั้งสิบที่นอนตัวแข็งทื่อบนพื้น ฆ่าไปก็น่าเสียดาย อีกอย่างข้าก็มิใช่คนใจโหดเหี้ยมขนาดนั้น เก็บไว้ใช้งานจะดีกว่า

ข้ากะพริบตามองอาณาเขตที่กำลังครอบตัวหัวหน้ากลุ่มนักฆ่าอย่างประหลาดใจ นี่มัน...เหตุใดอาณาเขตถึงได้... แต่ไม่นานอาณาเขตของข้าที่บิดเบี้ยวไม่เป็นรูปก็กลับมาเป็นกล่องสี่เหลี่ยมอีกครั้ง ข้าถอนหายใจออกคำสั่งกักอาณาเขตเหล่านั้นให้ติดตามตัวพวกมันไปตลอดจนกว่ามันจะถูกทำลาย จากนั้นก็ยกเลิกคำสั่งหยุดและกดทับออกไปแล้วเอ่ยกับพวกมันที่เริ่มขยับเคลื่อนไหวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ต่อไปนี้พวกเจ้าจงทำตามคำสั่งของข้า หากผู้ใดกล้าขัดคำสั่งหรือทรยศมันผู้นั้นจะต้องทรมานจนตาย”

“ใครจะไปยอม!” พอลุกขึ้นยืนได้พวกมันก็แสยะยิ้ม นัยน์ตาวาว พุ่งเข้ามาหาข้าหมายจะสังหารในกระบวนท่าเดียว ข้าแย้มยิ้มบางๆ ยกมือขึ้นแล้วเปล่งเสียงออกคำสั่งหยุดดังชัดเจน ตัวของพวกมันหยุดอยู่กลางอากาศทันทีที่ข้าเอ่ย จากนั้นข้าก็ส่ายหน้าเหนื่อยใจ อุตส่าห์ยื่นข้อเสนอให้อย่างสงบแท้ๆ ข้ายื่นมือออกไป มองเข้าไปในดวงตาที่สั่นเทาหวาดหวั่นตรงหน้าแล้วพูดคำสั่ง

มานี่

 ร่างของมันพุ่งเข้ามาหามือของข้าราวกับเป็นแม่เหล็ก ข้าคว้าคอมันกำไว้หลวมๆ แล้วกวาดสายตามองคนที่เหลือ พวกมันเริ่มสั่นกลัวทั้งที่ขยับเคลื่อนไหวมิได้ ข้าไม่เอ่ยสิ่งใดหันกลับมาจ้องมองคนในมือ เสียงราบเรียบดังขึ้นเป็นคำสั่ง

อากาศจงหายไป

ผ่านไปอึดใจหนึ่งมันก็เริ่มหน้าเขียวคล้ำ นัยน์ตาจ้องเขม็งข้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ใบหน้าของมันสั่นระริกไปกระทั่งริมฝีปากเหมือนพยายามขยับแต่ขยับไม่ได้ แววตาดิ้นรนหาทางรอด ไม่นานดวงตาที่เบิกกว้างนั้นก็แข็งทื่อ ข้าถอนหายใจปล่อยร่างนั้นร่วงไปกับพื้น จ้องมองชายที่เบิกตาโพลงที่ไร้แววชีวิตแล้วออกคำสั่งอีกครั้งอย่างไม่ยี่หระใดๆ

สลายหายไปซะ!

ร่างที่แน่นิ่งค่อยๆ หลุดร่อนออกเป็นแผ่นๆ มันสลายกลายเป็นฝุ่นผงแล้วหายวับไปในอากาศท่ามกลางสายตาเบิกกว้างและเสียงสูดลมหายใจที่แตกตื่น ข้ายังจ้องมองพื้นที่เคยมีคนนอนเบิกตากว้างซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีลมหายใจ ปลายนิ้วสั่นเทาด้วยความรู้สึกกลัวยากจะบรรยายแต่ไม่นานข้าก็กำมือแน่น ปัดเป่าทุกอย่างให้หายไปอย่างหมดจด มันไม่ตายก็เป็นข้าที่ตาย ไม่จำเป็นต้องรู้สึกหวั่นไหวอะไร ข้าเหลือบไปมองพวกมันด้วยสายตาเย็นเฉียบแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง

“จงเชื่อฟังข้า”

พวกมันสะดุ้งเฮือก ดวงตาล่องลอยอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะค่อยๆ หม่นลงและแข็งทื่อไร้แววตา สีหน้าแตกตื่นหวาดกลัวกลายเป็นราบเรียบไร้อารมณ์อย่างรวดเร็ว พวกมันย่อตัวคุกเข่าแล้วเอ่ยตอบรับเหมือนคนโดนสะกดจิต

“ขอรับนายน้อย”

ข้าแปลกใจในท่าทางของพวกมันแต่ก็ไม่ได้คิดมาก นี่อาจจะเป็นบุคลิกของนักฆ่า ข้าโบกมือไล่พวกมันให้ไปซ่อนตัวเมื่อมีคำสั่งเรียกใช้ค่อยมาปรากฏตัว พวกมันก้มศีรษะรับฟังอย่างเชื่องๆ ข้ายกเลิกอาณาเขตขนาดใหญ่ไป พริบตานั้นด้วยความว่องไวที่เป็นทักษะของนักฆ่าเหล่าร่างเงาสีดำก็พุ่งหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ข้ายืนเอามือไขว้หลังทอดมองผืนน้ำด้วยท่าเดิมในตอนแรกเริ่ม

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่เหตุใดถึงมองไม่เห็นเจ้าเล่า? แล้วนักฆ่าพวกนั้นหายไปไหนหมดแล้ว!?” รองหัวหน้าองครักษ์เฉินประจำวังหย่งเฮ่าวิ่งตรงมาที่ข้ายืนอยู่ เขาเหลียวมองหานักฆ่าชุดดำไปทั่วสะพาน ก่อนจะหันมาซักไซ้เอากับข้า ข้าค่อยๆ เบือนหน้าไปมองเขาแล้วทำหน้างุนงงปนแปลกใจ จากนั้นก็ถามกลับไปด้วยสีหน้าใสซื่อ

“อ้าว รองหัวหน้าองครักษ์เฉินไยถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า? มีอะไรงั้นรึ?”

“เมื่อกี้เจ้า...เจ้าหายตัวไปแล้ว...อะไรกันขึ้น?”

“พูดอันใดของท่าน ข้าก็ยืนอยู่ตรงนี้ตลอด มิได้หายตัวไปไหนเสียหน่อย นี่คิดจะแกล้งอำข้าเล่นหรืออย่างไร?” ข้าตีสีหน้าตายแสร้งทำเป็นมองคนแซ่เฉินอย่างหวาดระแวงปนงุนงง

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” เฉินฮุ่ยเคอยังไม่ยอมแพ้ เขาหรี่ตาจ้องข้าแล้วเอ่ยถามราวกับต้องการจับพิรุธ ข้าเงยหน้าสบตาเขาจากนั้นก็หลบไปถอนหายใจยืดยาว เอ่ยตอบน้ำเสียงราบเรียบที่พยายามจะปกปิดความกลุ้มใจ

“ข้าต้องการอยู่คนเดียวเพื่อคิดอะไรบางอย่าง”

คนแซ่เฉินมองข้าแล้วเบิกตาโตเป็นไข่ไก่ สีหน้าคิดไม่ถึง จากนั้นเขาก็หันไปถามความคิดเห็นจากเหล่าสหายองครักษ์เดียวกันที่มีสีหน้าเหลอหลาไม่แพ้กัน พวกเขาส่ายหน้าไปมาแล้วยักไหล่ ทั้งสองฝั่งส่งสายตาสื่อสารกันไปมา ข้ามองดูเงียบๆ สักพักใหญ่ก็กระแอมเรียกความสนใจกลับมาที่ตัวเอง เฉินฮุ่ยเคอหันมามองข้าทั้งที่ยังขมวดคิ้วครุ่นคิดเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่

“ท่านมาก็ดีแล้ว ข้าอยากจะรู้ว่าตอนนี้ฉินอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง?”

ข้าแสร้งชวนพวกเขาคุยเรื่องฉินอ๋องแต่ไม่นานพวกเขาก็ขอตัวกลับไปก่อน องครักษ์ของเจ้าแมวจากไปด้วยสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ พอลับหลังพวกเขาข้าก็หันกลับมายืนมองผืนน้ำในทะเลสาบอีกครั้ง สีหน้าสงบนิ่งราบเรียบเป็นที่สุด แต่ข้างในนั้นกำลังหัวเราะสีหน้าของเหล่าองครักษ์ฝีมือดีของวังหย่งเฮ่า แทบจะกลิ้งตัวไปบนพื้นสามรอบ

ยืนทอดอารมณ์ไปได้สักพักข้าก็เรียกไป๋หู่มาแล้วบอกให้เขาไปเรียกรถม้าเตรียมกลับจวน ไป๋หู่ทำตามโดยไม่ปริปากถามใดๆ แน่นอนอยู่แล้ว คนอารักขาลับจะไม่พูดหรือถามสิ่งใดจากเจ้านายนอกเสียจากมีคำสั่ง พวกเขาไม่สนใจว่าเจ้านายจะทำสิ่งใดบ้าง เพราะงานของพวกเขาคืออารักขารักษาความปลอดภัยและทำตามคำสั่งของเจ้านาย

ใช้เวลาสักพักใหญ่ข้ากลับมาถึงจวนตระกูลเซี่ย ยามนี้ก็เย็นมากแล้วเมื่อเดินเข้าไปในจวนข้าเห็นท่านพ่อให้คนส่งสารไปส่งอะไรบางอย่าง ข้าเดินสวนทางกับเด็กส่งสารพอดี ท่านพ่อหันมามอง ด้านข้างมีท่านแม่ยืนอยู่ด้วย นางมองข้าพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ข้าเดินไปหาพวกเขา

“ท่านพ่อ ท่านให้เด็กส่งสารไปส่งอะไรหรือขอรับ?”

“อ้อ ส่งจดหมายลาพักร้อน” ท่านพ่อเอ่ยตอบสีหน้าราบเรียบอย่างยิ่ง

“....” ข้าพลันหมดคำพูดจะกล่าว ช่างเป็นขุนนางที่ขยันหาวันหยุดอย่างไม่ย่อท้อจริงๆ!

ท่านพ่อพยักหน้าส่งสัญญาณให้ข้าเดินไปด้วย ข้าไม่ขัดข้องเพราะมีคำถามอยากจะถามอยู่เช่นกัน เดินไปได้สองสามก้าวข้าก็เอ่ยถามออกมาทันที

“ท่านพ่อรู้จักป้อมปราการซ่างซือหรือไม่?”

ทันทีที่ข้าหลุดถามออกไปท่านพ่อก็หยุดเท้าหันขวับมามองสายตาเขม็งเคร่งเครียด ท่านแม่เองก็มีสีหน้าตกใจจนอ้าปากเหวอ อ๊ะ มิใช่สำนักไร้ชื่อหรอกหรือเนี่ย? ท่านพ่อตกใจไปชั่ววูบหนึ่ง เขากวาดสายตามองข้าแล้วกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง

“เจ้าสบายดี?”

“อย่าได้กังวลขอรับ พวกมันไม่มีโอกาสได้แตะแม้แต่ปลายเส้นผมของข้า”

“ก็ดีแล้ว” ท่านพ่อพยักหน้ารับแล้วออกเดินอีกครั้ง ท่านแม่ถอนหายใจโล่ง จากนั้นนางก็ลอยตัวมาหมายจะตบหลังข้าแต่ดันทะลุตัวเย็นเยือกจนขนลุกซู่ เสียงแหลมเล็กกรีดร้องอย่างดีใจ

“สมกับเป็นบุตรชายของข้าจริงๆ! นักฆ่ากระจอกเหล่านั้นไม่คณามือหรอก!

ท่านพ่อขมวดคิ้วจ้องท่านแม่ที่กอดอกพยักหน้าขึ้นลงรัวๆ พออกพอใจ ส่งสายตาห้ามปรามเงียบๆ แต่กลับไม่ได้พูดอะไรสักคำ ดูเหมือนจะห้ามแต่ก็ยอมตามใจอยู่ดี ขณะที่พวกเราเดินไปเรือนหงเหมยก็พูดเรื่องนักฆ่า ท่านพ่อเล่าว่าป้อมปราการซ่างซือเป็นกลุ่มนักฆ่าที่รับจ้างสังหารคนทั่วสารทิศ พวกมันค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่หวาดกลัวของผู้คน รับจ้างฆ่าคิดตามอัตราความยากง่ายของเป้าหมาย ยิ่งเป้าหมายมีความยากมากเท่าไรค่าตอบแทนก็ยิ่งสูงตามลำดับ

ท่านพ่อคาดการว่าคนที่จ้างวานพวกมันมาสังหารข้านั้นค่อนข้างมีฐานะ เพราะข้าซึ่งเป็นเป้าหมายจัดว่าเป็นเป้าหมายที่ยากพอสมควรเนื่องจากฐานะที่ไม่ธรรมดา แต่ข้ากลับคิดตรงกันข้าม ไม่ใช่เรื่องคนจ้างวานมีฐานะแต่เป็นเรื่องความยากของเป้าหมายต่างหาก พวกมันน่าจะคิดว่าข้าเป็นเป้าหมายที่ง่ายเสียมากกว่า เพราะนักฆ่าที่มานั้นมีขั้นพลังที่ไม่สูงมากนัก

พวกเรานั่งรับประทานมื้อเย็นพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ท่านพ่อไม่แย้มพรายเรื่องในราชสำนักให้ข้าฟังเลยสักนิด แทบจะไม่เอ่ยถึงเรื่องของฉินอ๋องเลย ข้าเองก็ไม่กล้าซักถามเพราะท่าทางอีกฝ่ายไม่อยากกล่าวถึง ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองยังเข้มข้นไม่จืดจางเลยจริงๆ ข้ารอจนกระทั่งทุกอย่างตกอยู่ในความสงบก็เริ่มเคลื่อนไหวในทันที

วันนี้ไม่มีอุปสรรคใดๆ มาขัดขวางระหว่างทางเหมือนเมื่อวาน ทำให้ข้าเดินทางมาถึงคุกหลวงได้รวดเร็ว ทุกอย่างเหมือนเดิมทุกอย่าง เดินผ่านผู้คุมคุกหลวง ทำให้นักโทษนอนหลับไปแล้วเดินเข้าสู่ห้องขังที่มีเจ้าแมวนอนตะแคงหันหน้าเข้ากำแพง ข้ายกเลิกคำสั่งปกปิดตัวตน วางปิ่นโตไว้บนพื้น ค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลง ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงแผ่นหลังกว้าง แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมาเลย

“เสวี่ย” ข้าเรียกเขาพร้อมกับเขี่ยหลังของเขาอยู่นานแต่ฉินอ๋องก็ไม่ขานรับเสียที เป็นอะไรของเขากัน? ข้าเอื้อมมือหมายจะเขย่าตัวของเขากลับได้ยินเสียงแค่นขึ้นจมูก มือที่จะเขย่าพลันหยุดชะงัก หันไปมองใบหน้าด้านข้างที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืดของลูกกรง ชะโงกเข้าไปมองใกล้ๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น

ประเดี๋ยวก่อน ถึงจะหน้านิ่งอย่างนั้นก็เถิด แต่กลับสัมผัสได้ถึงอารมณ์แง่งอนที่แผ่กระจายออกมาจากดวงหน้าเรียบๆ ข้ากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะตั้งสติหยุดไม่ให้ตัวเองหลุดขำออกไป

“เหตุใดถึงมาช้า?” เสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งพึมพำทั้งที่ไม่ยอมหันหน้ามา

อุ๊บ แมวงอนนนนน!?

“ไม่ช้าเสียหน่อย ก็มาเวลาเดิม” ข้าพยายามกลั้นยิ้ม เม้มปากตอบกลับอย่างมีเหตุผล คว้ามือของเจ้าแมวดึงเบาๆ ให้เขาลุกขึ้น เมื่อเขาไม่ยอมลุกขึ้นมาข้าก็กะพริบตาด้วยความรู้สึกขบขันปนเอือมระอาหน่อยๆ ข้าสูดลมหายใจปั้นหน้าให้ราบเรียบจริงจังค่อยๆ เอ่ยล่อหลอกเสียงอ่อน

“ท่านไม่หิวอย่างนั้นรึ? ลุกขึ้นมาเร็วเข้า ประเดี๋ยวอาหารพวกนี้จะเย็นเสียก่อน”

“ป้อนข้า”

เจ้าแมวมากปัญหายอมลุกขึ้นมานั่ง พาร่างหนาๆ ของเขาเข้ามากระแซะคลอเคลียข้าอย่างรวดเร็ว มือโอบกอดรอบตัวของข้า ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมยาวสีดำที่นุ่มสลวยนั้นเอียงซบไหล่ของข้าพลางถูไถไปมาเบาๆ แสดงท่าทางเหมือนกำลังออดอ้อน ข้าสูดลมหายใจคล้ายได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงมากขึ้น เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นเอ่ยกระซิบเร่งเร้าเอาแต่ใจ ท่าทางสั่งการที่แสนจะเผด็จการนั้นมิได้น่ารังเกียจแต่อย่างใด ในสายตาของข้ามันช่างน่ารักเสียนี่กระไร!

ข้ายอมตามใจเจ้าแมวที่ออดอ้อนซึ่งนานครั้งจะเป็นเช่นนี้ แน่นอน แน่นอนอยู่แล้ว! ข้าไม่มีทางปล่อยโอกาสอันดีงามนี้ไป หัวใจของข้าเต้นรัวจนปวดอกไปหมด พยายามควบคุมมือให้ป้อนข้าวให้เจ้าแมวดีๆ หักห้ามใจไม่ให้เข้าไปกอดและลูบศีรษะของเขา เจ้าแมวขี้อ้อนพิงตัวข้าพร้อมกับเคี้ยวข้าวหงับๆ คีบอะไรให้ก็กินหมด ฮือออ น่ารักเหลือเกินนนนน!

“ตัวเจ้าช่างหอมนัก”

ไม่นานเจ้าแมวที่ทำตัวเรียบร้อยก็เริ่มกลายพันธุ์เป็นเสือหิว มือไม้ไม่อยู่สุขค่อยๆ ขยับไปตามตัวของข้า ก้มหน้าก้มตาซุกไซ้ซอกคอแทบจะฝังหน้าลงไปตรงนั้น ถูกตอหนวดแข็งๆ ทิ่มทำให้ข้าจั๊กจี้จนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมา ข้ายกมือขึ้นฟาดเข้าหน้าผากของเจ้าแมวลามกเบาๆ แล้วเอ่ยเตือนเสียงเข้มก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

“เลิกล้อเล่นได้แล้ว วันนี้ข้าต้องเจอกับเรื่องใดบ้าง รู้หรือไม่?”

ฉินอ๋องหยุดเล่นเขาปล่อยมือจากข้าแล้วยืดตัวนั่งหลังตรงจ้องมองมาที่ข้าด้วยแววตาของคนรู้ทุกอย่าง มือหยาบกร้านจากการฝึกใช้อาวุธยกขึ้นมาลูบศีรษะของข้า เสียงทุ้มต่ำที่เยือกเย็นเป็นเอกลักษณ์เอ่ยชมเชย 

“แต่เจ้าก็ผ่านมันมาได้ดีมิใช่หรือ? เด็กน้อยของข้า ข้าภูมิใจในตัวเจ้า”

ข้าเหลือบสายตามองเขาแล้วปัดมือที่ลูบศีรษะออก

“ข้ามิใช่เด็กน้อยเสียหน่อย”

“ก็เพิ่งสิบห้ามาหมาดๆ มิใช่รึ?”

ข้าทำได้เพียงแต่ส่งสายตาค้อนให้แก่เขา เชอะ จะเถียงก็เถียงมิได้ เพราะถ้าพูดตามกายภาพแล้วข้าก็อายุสิบห้าจริงๆ นั่นแหละ เรื่องนี้ไม่ทำให้ข้าหงุดหงิดได้เท่าเรื่องที่บุรุษผู้นี้คาดเดาและล่วงรู้ทุกอย่างน่ะสิ! ถ้าหากเขาไม่รู้ว่าข้าจะถูกลอบฆ่าแล้วไยจะส่งพวกองครักษ์ของเขามาตามข้าด้วย ข้าแอบหยิกแขนของเขาด้วยความหมั่นไส้ ฉินอ๋องไม่พูดอะไรปล่อยให้ข้าระบายอารมณ์กับตนเอง

คลุกคลีอยู่กับเจ้าแมวนานเป็นชั่วยามข้าถึงรีบเร่งออกมาจากคุกหลวง แต่ยังไม่ได้กลับจวนในทันที ข้าแวบหลบเข้าที่ลับตาผู้คนจากนั้นก็เรียกบางอย่างออกมาจากเงามืด มันส่งเสียงจี๊ดๆ ตรงหน้าข้าคือฝูงครอบครัวหนูที่ข้าบังเอิญสบตาไปเมื่อวันก่อน ด้วยของตอบแทนเป็นอาหารถุงหนึ่งข้าจึงได้ข้อมูลบางอย่างมา

“ขอบใจนะ นี่รางวัลของพวกเจ้า” ข้าวางถุงอาหารพร้อมกับขนมให้พวกมันแล้วรีบเดินทางกลับจวน ระหว่างนั้นก็ครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินจากพวกหนูตัวน้อยๆ พวกมันบอกว่าวันนี้มีคนมาหาฉินอ๋อง พวกเขาคือองค์รัชทายาทและท่านทวดเยว่ไฉหลาง! ทั้งสองเป็นแขกที่ข้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นคนเข้าไปหาฉินอ๋องถึงในคุกหลวง

พอข้ามาถึงจวนก็มองไปยังต้นไม้ใหญ่ริมสระน้ำ เห็นชุดสีขาวนวลต้องแสงจันทร์อ่อนๆ นอนอยู่บนต้นไม้ต้นเดิม ข้ายืนมองอยู่ครู่ใหญ่แต่ฝ่ายนั้นก็มิได้มีท่าทีใดๆ จึงถอนหายใจเดินเข้าไปในเรือนเพื่อหลับพักผ่อน ข้าถามฉินอ๋องว่าเขาจะออกมาตอนไหน คนผู้นั้นไม่ยอมตอบกลับบอกให้ข้าแต่งตัวให้ดูดีไว้ในวันพรุ่งนี้ นั่นหมายความว่าเขาจะออกมาพรุ่งนี้อย่างนั้นหรือ?

รุ่งเช้าข้าตื่นขึ้นมาตามปกติ ฝึกซ้อมพลัง กินข้าว อาบน้ำแต่งตัว อะแฮ่ม ข้ามิได้แต่งตัวพิถีพิถันเพื่อรอผู้ใดหรอกนะ เห็นว่าชุดนี้ยังมิเคยได้ลองใส่ข้าจึงหยิบขึ้นมาลองสวมดูเท่านั้น! มิได้รอฉินอ๋องเลยแม้แต่น้อย ในวันนี้ข้ามิได้ออกไปที่ใดนั่งอ่านตำราสมุนไพรที่ขอร้องให้ท่านพ่อหามาให้ จริงสิ วันนี้ท่านพ่อเองก็มิได้เข้าวังอ้างว่าหยุดพักร้อนตามที่ได้ส่งจดหมายลาไปเมื่อวันก่อน ท่านแม่แทบออกมาร่ายรำด้วยความเบิกบาน

“คุณชาย! คุณชายขอรับ! นายท่านเรียกให้ท่านไปที่ห้องโถงใหญ่ขอรับ!” เด็กรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามารายงานด้วยใบหน้าแตกตื่น ข้ามองอาการหอบเหนื่อยของเขาอย่างประหลาดใจ พยักหน้ารับแล้วรีบรุดเร่งไปตามคำสั่งของบิดา เมื่อข้าก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ก็ต้องตกใจ เพราะข้างในนั้นมีสมาชิกตระกูลเซี่ยคุกเข่านั่งเป็นระเบียบ พวกเขาก้มหน้าสำรวมทำให้ท่านพ่อที่ยืนอยู่ด้านหน้าโดดเด่นออกมา

“ถิงเอ๋อร์ มาตรงนี้” ท่านพ่อเอ่ยเรียกข้าพร้อมกับพยักพเยิดใบหน้า ข้ารีบเดินเข้าไปหาบิดาเมื่อไปถึงนัยน์ตาก็สะท้อนแววแปลกใจปนงุนงงที่เห็นเหล่ากงกงคนสนิทของฮ่องเต้ยืนอยู่ตรงหน้า เมื่อข้ามาถึงกงกงที่ข้าจำได้ว่าเขาคือมหาดเล็กประจำพระองค์พ่อบ้านของฮ่องเต้ก็เปล่งเสียงแหลมๆ ของเขาออกมา

“เซี่ยจิ้งถิง รับราชโองการ!

ข้าเหลือบมองท่านพ่อแล้วค่อยๆ คุกเข่าลงก้มหน้าคารวะรับฟังราชโองการของฮ่องเต้ คำประกาศแรกเริ่มร่ายความดีความชอบของข้ามายาวเหยียด ตามมาด้วยถ้อยคำสรรเสริญเยินยอที่แทบที่จะให้ขนทั่วตัวของข้าลุกชูชัน กงกงผู้นั้นกระแอมเล็กน้อยคอแห้งหลังจากต้องอ่านราชโองการที่ยืดยาว

“...ดังนั้นเห็นสมควรให้เซี่ยจิ้งถิงบุตรชายของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยเหยียนจิ้ง อภิเษกสมรสกับฉินอ๋องโอรสลำดับที่สี่ของเรา วันมงคลให้รอฤกษ์ยามจากโหรหลวงอีกที จบราชโองการ”

“น้อมรับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” ข้าเผลอสูดลมหายใจเข้านิ่งอึ้งอยู่นานก็ถูกสายตากงกงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าสะกิดให้รู้สึกตัว ข้าจึงก้มตัวโขกศีรษะกับพื้นเอ่ยรับราชโองการ ยื่นมือไปรับราชโองการสีทองของโอรสสวรรค์ พยายามสุดไม่ให้มือสั่นจนทำราชโองการหล่นลงพื้นขายขี้หน้า

พอรับราชโองการข้ายังคงนิ่งวิญญาณหลุดลอย ท่านพ่อลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นถุงเงินให้แก่เหล่ากงกงตามธรรมเนียม พวกเขาพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงถ้อยทีถ้อยปราศรัย แม้ข้าจะยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ก็มิอาจได้ยินสิ่งใดเพราะสติของข้ามันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กระทั่งเหล่ากงกงหันมาแสดงความยินดีด้วยข้ายังพยักหน้าตอบกลับไปอย่างล่องลอย

ด้วยคำประกาศจากราชโองการสีทองในมือตอนนี้ข้าเป็นคู่หมั้นของฉินอ๋องแล้ว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 



เหตุใดถึงมาช้า ปล่อยให้ข้ารอตั้งนาน!//งอนแล้วนะ


ตอนนี้พิสูจน์ได้ว่าถิงถิงคนเหี้ยมพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าแมวเท่านั้นจริงๆ

ปล. ท่านพ่อหาเรื่องหยุดงานจนได้สิน่า!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.281K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25427 Maylyunho (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:56
    เกิดอันใดขึ้นนะ
    #25,427
    0
  2. #25244 NamfonSunisa (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 10:45
    เราอยากให้จิ้งถิงไปกับท่านทวดนะ
    #25,244
    0
  3. #24799 Peach9 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 21:34
    คือแบบนี่ว่าเขาต้องรู้กันอยู่แล้วแหละงั้นท่านจะเขียนจดหมายลาพักร้อนรอเหรอหรือไม่ก็ไม่ใช่จดหมายลาพักร้อนอ่ะ5555555 คุงทวดขามาทำอะไรคะอยากรู้สุด
    #24,799
    0
  4. #24761 aynahcsoo  (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 09:16
    เฮยยย มันดีนะ น้องแกร่งขึ้นด้วยคือเลิศแล้วยังเป็นคู่หมั้นอีกแง้ดีมั่กเลยย
    #24,761
    0
  5. #24700 R.quartz (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 00:20
    อ่านตรงนั้นปุปนี่คือ...หัวใจมันปริ้มมาก แบบฉันได้รับสิ่งที่รอคอยมานานแสนนานแล้ว!! (ถ้าถามว่าชอบตรงไหนที่สุดในตอน81ขอบอกตรงๆเลยว่า ไม่ใช่ที่ทุกคนคิดแน่นอน ฉันชอบการต่อสู้เห็นน้องแกร่งแบบนี้ก็ปลื้มไปอีกจ้า หรือก็คือชอบตอนน้องสู้ที่สุด)😁
    #24,700
    0
  6. #24467 Fueled me (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 19:42
    จดหมายลาพักร้อนหรือจดหมายข่มขู่กันแน่น่ะท่านพ่อ555555555555
    #24,467
    0
  7. #24002 munkrishear (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:01
    เย้ ในที่สุดดดดด
    #24,002
    0
  8. #23938 natchapatsorn (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 16:33
    อาจเป็นถ้อยทีถ้อยอาศัยหรือป่าวคะ ชอบม้ากๆๆๆๆๆๆๆ อ่านซ้ำมาหลายรอบแน้ว
    #23,938
    0
  9. #23514 Wilnot (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 15:06
    ท่านพ่อแบบเหน์อกว่าฮ่องเต้อี๊ก555555
    #23,514
    0
  10. #22808 tunty0505 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 16:59
    ท่านพ่อลาพักร้อนนี่มีไรป่าวเนี่ยยยย
    #22,808
    0
  11. #22500 Ruanjai (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 23:22
    โอ้ววววเพราะท่านพ่อที่ยื่นลาพักร้อนหรือปล่าวเนี้ยย
    #เหนือฮ่องเต้ยังมีท่านพ่อ
    #22,500
    2
    • #22500-1 PaPa9(จากตอนที่ 81)
      3 พฤศจิกายน 2562 / 16:48
      เหนือท่านพ่อยังมีท่าแม่ คริ.คริ...
      #22500-1
    • #22500-2 soundlessnote(จากตอนที่ 81)
      10 เมษายน 2563 / 14:17
      lol เป็นทอดๆ
      #22500-2
  12. #22006 lills (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 07:37
    55555555เพราะท่านพ่อรึป่าว
    #22,006
    0
  13. #21642 ท่านอากิระ ! (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 18:19
    อ๋องแมวใช้เวลาขอตั้งนาน ไม่ยอมให้ พอท่านพ่อ้องยื่นใบลาพักร้อนวันเดียว ฝ่าบาทถึงกับทรงอนุญาต !!! 5555

    โอ๊ย ตายแล้วว 5555

    #เหนือฮ่องเต้ยังมีท่านพ่อ

    #เหนือท่านพ่อยังมีท่านแม่ 5555
    #21,642
    0
  14. #21597 badlism. (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 16:52
    ท่านพ่อ555555555
    #21,597
    0
  15. #21308 Thitima Udchachon (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 14:26
    ข้าจะให้ลูกชายคุกเข่ากี่วันก็ได้ แต่เจ้าลาพักร้อนไม่ได้! 555555
    #21,308
    0
  16. #21247 pcy921 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 10:00
    ท่านทวดเข้าไปหาท่านอ๋องทำไมอะคะ
    #21,247
    0
  17. #20856 PaulaPum (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 12:05
    ส่วนนึงที่ฮ่องเต้ยอมน่าจะมาจากที่ท่านพ่อลาพักร้อน5555555555555555
    #20,856
    0
  18. #20730 Lukitarin (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 10:10
    โอ้วว จะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วสินะหนูถิงถิง กระซิกๆ//ยกมือซับน้ำตา
    เอ่อว่าแต่..รับชาน้ำผึ้งสักถ้วยดีหรือไม่ท่านกงกง ราชโองการยาวขนาดนี้ ท่าจะคอแห้งผากเลยนะ หุหุ
    #20,730
    0
  19. #20657 Chanyeol24 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 23:14
    กรี๊ดดดดดดด จะหมั้นแล้ววว
    #20,657
    0
  20. #20423 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 10:11
    ฮาที่ท่านพ่อลาพักร้อน555555555555
    #20,423
    0
  21. #20253 Khaochaz (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 11:31
    เย่!!!!!! แต่งเลยๆ
    #20,253
    0
  22. #19570 SKYnotSKI (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 05:55
    เฮฮฮฮฮฮ
    #19,570
    0
  23. #19553 HairmitonZe (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:49
    กรี้ดดดดดดดด
    #19,553
    0
  24. #19366 Luciano_aummy (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 19:05
    กื้ดดดดดดดดด
    #19,366
    0
  25. #19328 moony+lilac (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 19:35
    เพราะท่านพ่อแน่ๆ ไม่งั้นฮ่องเต้จะยอมง่ายๆ แบบนี้เรอะ กร๊ากก 55555555555555555
    #19,328
    0