เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 80 : ตอนที่ ๗๕ ประเด็นร้อนแรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,119 ครั้ง
    23 ม.ค. 60

ตอนที่ ๗๕ ประเด็นร้อนแรง

ข้านอนไม่หลับทั้งคืนแม้ว่าท่านทวดเยว่ไฉหลางจะมิได้พูดสิ่งใดหลังจากนั้นก็ตาม เพียงแค่จ้องมองข้านิ่งๆ แล้วก็หันหลังเดินจากไป หายตัวแวบลับตาไปแบบต่อหน้าต่อตา นี่มันอะไรกันแน่ ผีหลอกรึ!? ข้าได้แต่ตกตะลึงยืนทึ่มทื่ออยู่ที่เดิมนานค่อนคืนถึงจะกู้สติกลับคืนมาได้ ข้าครุ่นคิดจุดประสงค์ของท่านทวดในตำนานผู้นั้นที่อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวอย่างกะทันกันเช่นนี้ มันต้องมีสาเหตุสักอย่างแน่

เพราะมัวแต่คิดมากจนมิได้นอน และมาเผลอหลับไปก่อนเช้านี่เอง ทำให้ข้าลุกขึ้นมาอีกทีก็สายตะวันตรงศีรษะแล้ว มื้อแรกของวันจึงเป็นมื้อกลางวัน ข้านั่งเบลอถือตะเกียบ เนิ่นนานก็ยังไม่เริ่มต้นคีบอะไรสักอย่างกินเสียที ท่านแม่ที่กินข้าวอิ่มแล้วก็หันมามองข้าที่ยังคงนั่งอ้าปากเหวอรอให้แมลงบินเข้า นางมองข้าสลับกับอาหารบนโต๊ะแล้วถอนหายใจ พลางครุ่นคิดหาถ้อยคำจะเอ่ยกับข้าผู้ซึ่งถูกทุกคนในที่นี้เข้าใจผิดไปว่ากำลังกลุ้มใจเรื่องฉินอ๋อง

ลูกแม่เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นให้มากนัก มัวแต่ห่วงฉินอ๋องจนไม่ได้กินอะไรเช่นนี้ ประเดี๋ยวก็ผอมดูน่าเกลียดเอาน่า ฉินอ๋องออกมาจากวังเห็นสภาพผอมแห้งของเจ้าจะพาลวิ่งหนีเสียก่อน

ท่านแม่ ท่านพ่อผอมกว่าข้าอีก ท่านไม่เห็นพูดว่ามันน่าเกลียด!

ให้ตายเถิด ข้าถอนหายใจปลงกับคำปลอบใจแสนไม่ได้เรื่องของมารดา อีกอย่างผู้ใดจะเป็นห่วงเจ้าแมวงี่เง่านั่นกัน ฮึ! นอนอยู่ในห้องขังแบบนั้นไปให้พอใจเถิด พอคิดถึง หน้าและท่าทางมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ของเจ้าแมวก็ลอยผ่านตา ข้าพ่นลมหายใจแล้วขยับมือคีบอาหารกินโดยไม่พูดอะไร พอเห็นข้าก้มหน้ากินข้าวทุกคนที่ยืนอยู่ในห้องก็พลันสีหน้าอ่อนพ่นลมหายใจโล่งอกกันเป็นทิวแถว

หลังอิ่มหนำสำราญกับมื้ออาหารแสนอร่อยข้ากับท่านแม่ก็มานั่งจิบชามอลี่หอมละมุนด้วยกัน เป็นช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายอย่างแท้จริง ในเรือนหงเหมยเงียบสงบไม่มีแม้แต่เสียงอึกกะทึกมารบกวน ข้าหลุบตามองชาในถ้วย ในหัวคิดย้อนไปถึงช่วงเวลาเดียวกันนี้ในชีวิตที่แล้ว การที่ได้มานั่งจิบชาสบายอารมณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่เกินจะจินตนาการถึงจริงๆ ตัวข้าในตอนนั้นคงจะกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานในครัวอยู่เป็นแน่ คิดถึงเรื่องนี้แล้วก็พลันอัศจรรย์ใจขึ้นมา

ในตอนนั้นข้ารักษาสร้อยคอหินซับจันทราเอาไว้จึงทำให้ได้เจอมารดา รับรู้ถึงพลังวิเศษและเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เคยได้ล่วงรู้เมื่อครั้งชีวิตที่แล้ว เพียงแค่จุดเปลี่ยนเล็กๆ จุดเดียวกลับนำพาตัวข้ามาไกลเกินกว่าตัวข้าในชีวิตที่แล้วจะจินตนาการถึงแทบไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง ข้ายกยิ้มออกมาเล็กๆ พลางวางถ้วยชาลงวางอย่างเบามือ

กลิ่นหอมของมอลี่ฮวาอ่อนๆ ผ่อนคลายจิตใจให้สงบได้ชะงัก ข้าหยุดใช้หัวคิดเรื่องของท่านปู่ผู้นั้น คิดไปก็ปวดหัวเสียเปล่าๆ ข้าจะรอให้อีกฝ่ายเข้ามาแย้มพรายก่อนก็ไม่มีอันใดเสียหาย หลังจากคิดตัดใจแล้วข้าก็ครุ่นคิดรายการอาหารที่จะเอาไปฝากเจ้าแมวในคืนนี้

เวลาดำเนินไปอย่างช้าๆ ข้าคิดไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็กำลังคิดเรื่องของท่านทวดตระกูลเยว่ผู้นั้น เป็นตัวจริงหรือตัวปลอมข้าเองก็ไม่อาจบอกได้ ประเดี๋ยวก่อน! ยังมีคนๆ หนึ่งที่สามารถบอกได้อยู่นี่น่า ข้าชำเลืองมองไปที่ท่านแม่ซึ่งกำลังตกอยู่ในภวังค์นิยายรักประโลมโลก

“ท่านแม่ ท่านทวดเยว่ไฉหลางเป็นคนเช่นไรหรือขอรับ?” ข้าตัดสินใจสอบถามข้อมูลจากมารดา นางน่าจะรู้เรื่องของทวดผู้เป็นญาติผู้ใหญ่ในตระกูล เฮ้อ เหตุใดข้าถึงคิดไม่ถึงกันนะ คนรู้ก็อยู่ใกล้ตัวแท้ๆ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ยังไม่อาจทำใจเชื่อได้ว่าบุรุษรูปงามวัยยี่สิบห้าผู้นั้นจะเป็นทวดได้ ขึ้นชื่อว่าทวดของคนแล้วย่อมอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบสิ

ท่านทวดของเจ้าน่ะหรือ? แม่เองก็ไม่ค่อยได้พบท่านบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่แล้วท่านมักจะเก็บตัวฝึกวิชาอยู่บนยอดเขาจิ้นเยว่เลี่ยง(ชิดจันทร์) หากไม่มีความจำเป็นก็จะไม่ลงมายุ่งเกี่ยว งานภายในของตระกูลล้วนปล่อยวางให้แก่ท่านย่าซินจัดการ ส่วนสำนักยุทธ์นั้นมีท่านปู่เฟยเป็นผู้ดูแล ท่านตาของเจ้าอย่าได้ถามถึง เอาแต่ลอยชายไปวันๆ มิได้มีประโยชน์อันใดเลยจริงๆ

ท่านแม่เปิดปากเล่าอย่างง่ายดาย นี่คงเป็นเพราะต้องการเบี่ยงความสนใจของข้าจากเรื่องฉินอ๋องเป็นแน่ แม้จะถูกเข้าใจผิดไปไกลโขแต่ข้าก็มิได้กล่าวแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น ตรงกันข้ามกลับใช้จุดผิดพลาดนี้เป็นประโยชน์ตักตวงสิ่งต่างๆ แทน เอาเถิด ปล่อยพวกเขาเข้าใจผิดไปก็มิได้เสียหายอันใดนี่นะ

ข้าขมวดคิ้วเล็กๆ คำตอบดูเหมือนจะไม่ตรงคำถามสักเท่าไร เหตุใดไปๆ มาๆ กลายเป็นบ่นให้แก่บิดาบังเกิดเกล้าเช่นนี้กัน ข้าตัดบทการวิพากษ์วิจารณ์บิดาตนเองของท่านแม่ลงด้วยการกระแอมไอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามดึงเข้าสู่ประเด็นแกนหลัก

“หน้าตาหรือรูปลักษณ์ของท่านทวดเป็นอย่างไรกันนะ?”

หน้าตาน่ะหรือ?

ข้าพยักหน้าแสดงความสนใจออกไปอย่างกระตือรือร้นราวกับเด็กๆ แววตาประกายตื่นเต้น ท่านแม่เห็นท่าทางอยากรู้อยากเห็นของข้าก็แย้มยิ้มขบขันออกมา นางเกลี่ยปลายนิ้วลูบคางไปมา พยายามขุดคุ้ยหาเศษเสี้ยวความทรงจำ สักพักถึงเริ่มบรรยายรูปลักษณ์ของท่านทวดผู้นั้น

สง่างาม สูงส่ง สว่างราวกับเป็นพระจันทร์ แม่จำได้ว่าตัวของท่านเหมือนกับส่องแสงได้ เห็นกี่ครั้งๆ ก็อดจะแปลกใจมิได้ อืม อีกอย่างเท่าที่แม่จำได้ท่านทวดของเจ้านั้นมีใบหน้าอ่อนเยาว์อย่างน่าอัศจรรย์นัก ผ่านไปกี่ปีก็ยังดูหนุ่มแน่นมิแก่ลงแม้แต่น้อย...เดี๋ยวก่อน นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว!

ท่านแม่เอ่ยพลางทำตาย้อนรำลึกไปถึงอดีต นางยิ้มเล็กๆ อย่างภาคภูมิใจ จากนั้นก็กะพริบตาขมวดคิ้วเหมือนกับคิดบางอย่างออกมาได้ ข้าใคร่สนใจในทันที ท่านแม่เงยหน้าที่เบิกตาตกใจขึ้นมา ข้าเบิกตารอฟังความจากนาง ไม่รอช้าข้ารีบส่งคำถามไปขยี้ทันที

“ประหลาดอย่างไรขอรับท่านแม่?”

ก็จะไม่ให้ประหลาดได้อย่างไร เจ้าลองคิดดู เหตุใดคนผู้หนึ่งถึงได้มิแก่ลงเลยแม้แต่น้อย ท่านทวดไฉหลางแม้ผ่านไปเป็นสิบๆ ก็ยังคงหนุ่มแน่นเยาว์วัย ในขณะที่ท่านตาของเจ้ากลับแก่เอาๆ ล่าสุดที่แม่จำได้ผู้คนสับสนไปหมดว่าผู้ใดเป็นบุตรชายผู้ใดเป็นบิดา นี่มันมิได้ผิดมนุษย์มนาหรอกหรือ? เฮ้อ จะว่าไปแล้วผู้ที่มีพลังทะลุขั้นสิบได้ก็มิได้นับว่าเป็นคนอยู่แล้วนี่นะ

ข้ากะพริบตาปริบๆ ท่านทวดนี่หน้าอ่อนเยาว์ยิ่งกว่าท่านตาที่เป็นบุตรชายอีกงั้นหรือ!? อาจจะเป็นเพราะอยู่ในขั้นสิบอย่างที่ท่านแม่กล่าวก็เป็นไปได้ ขั้นสิบในตำนานนั้นย่อมมิใช่เป็นคนธรรมดาทั่วไปแน่ ท่านแม่ลูบคางไปมาพลางเอ่ยคาดเดาไปเรื่อยเปื่อย

ในตอนที่แม่ท่องยุทธภพอยู่นั้นเคยได้ยินผู้คนกล่าวกัน พวกเขาเรียกว่าคนที่อยู่ในขั้นแปดเป็นพวกเหนือมนุษย์ ส่วนผู้ที่มีพลังขั้นสิบนั้นมิใช่มนุษย์ ผู้คนยกย่องว่าเป็นเซียน!

เซียนงั้นรึ?

เซียนที่ว่ากันว่ามีชีวิตเป็นอมตะน่ะรึ? ข้าเกือบจะส่ายหน้าออกไปแล้วแต่พลันคิดถึงท่านทวดผู้นั้นขึ้นมาเสียก่อน ตัวของข้าเย็นเยียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มนุษย์ย่อมต้องการชีวิตที่เป็นอมตะ ขั้นสิบเปรียบดั่งความใฝ่ฝันของผู้มีพลังวิเศษทุกคนในใต้หล้า เพียงแต่การจะไปถึงจุดๆ นั้นยากเย็นแสนเค็ญนัก

ผู้คนปรารถนาตะกายสู่ขั้นสิบก็คงเป็นเพราะชีวิตอมตะ เป็นเซียนที่ไม่แก่ไม่ตาย แต่มันจะเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ? ข้าคิดว่ามันเป็นคำเล่าเพ้อฝันเสียมากกว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงในช่วงเวลาที่ผ่านมาต้องมีเซียนสักคนปรากฏตัวบ้าง แต่นี่กลับไม่มีเรื่องราวของยอดคนเหล่านั้นเลย ผ่านมาเป็นหมื่นๆ ปีย่อมมีคนสำเร็จถึงขั้นสิบอย่างน้อยก็สักสิบกว่าคน แล้วพวกเขาเหล่านั้นหายไปไหนกันเล่า? หากพวกเขาไม่แก่ไม่ตายจริงๆ ย่อมต้องปรากฏให้เห็นบ้าง

“นายน้อย คุณชายหมิงและคุณหนูหานมาขอเข้าพบขอรับ”

“เชิญพวกเขาไปที่ห้องโถงรับรองก่อน ประเดี๋ยวข้าจะตามไป” ข้าเงยหน้าหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง มองจื่อลู่ที่เดินเข้ามาโน้มตัวรายงาน ข้าพยักหน้าออกคำสั่ง หนุ่มหยกม่วงก็โค้งตัวเดินออกไปต้อนรับแขกที่มาเยือน แปลกใจเล็กน้อยที่สองคนนั้นมาหาในยามนี้ พอคิดๆ ไปข้าก็จำได้ว่าวันนี้เป็นวันที่พวกเรานัดพบกันนี่เอง

“ท่านแม่ เช่นนั้นลูกขอตัวก่อนนะขอรับ”

อืม มีเพื่อนอยู่ด้วยก็ดีจะได้ไม่มัวแต่คิดมากอยู่ผู้เดียว แม่เองก็จะไปดูบิดาของเจ้าเสียหน่อย ไม่รู้ว่าเข้าวังแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง อ้อ จริงสิ ถ้าเป็นไปได้ช่วงนี้เจ้าอย่าออกไปข้างนอกจวนน่าจะดีกว่า แต่หากอยากจะออกไปจริงๆ แล้วล่ะก็ควรจะระวังตัวให้มากกว่าปกติ พ่อของเจ้าฝากมาบอกน่ะ

“ลูกเข้าใจแล้วขอรับ”

ข้าพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนโค้งตัวมองส่งมารดาที่ลอยตัวทะลุออกไปจากเรือน ครุ่นคิดเรื่องที่ถูกเตือนเล็กน้อย จากนั้นก็คิดเรื่องของท่านพ่อ ข้ามิได้กังวลใจใดๆ ด้วยเรื่องคราวนี้อาจจะทำให้ท่านพ่อถูกค่อนแคะบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะมากมายอันใดเพราะมีรับสั่งห้ามเอ่ยถึงเรื่องฉินอ๋อง อีกอย่างการกระทบกระทั่งกันระหว่างขุนนางย่อมมีบ้างเป็นปกติ ด้วยฝีมือของท่านพ่อข้าไม่เป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย ออกจะกังวลแทนฝ่ายที่เข้ามาหาเรื่องเสียอีก

เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงคุณชายหมิงก็ลุกขึ้นพุ่งตัวเข้ามาหาข้าด้วยสีหน้าร้อนรนแทบจะระงับมิได้ ข้ายกคิ้วเล็กน้อยมองหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มสว่างไสวอย่างแปลกใจ อีกฝ่ายทำท่าอ้าปากราวต้องการเอ่ยเรื่องบางอย่าง แต่สุดท้ายคล้ายจะฉุดคิดขึ้นมาได้เสียก่อนจึงไม่พูดอันใด เอาแต่พึมพำหลับตาขยี้ผมจนยุ่ง ข้าจับใจความได้ประมาณมีรับสั่งโทษประหารอะไรประมาณนี้ เพียงแค่ไม่กี่คำที่ไม่ปะติดปะต่อกันข้าก็รู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องใด ท่าทางขัดแย้งอดทนอดกลั้นของคุณชายหมิงทำให้ข้าอดที่จะยิ้มออกมามิได้ ข้ามิได้เอ่ยถึงเรื่องนั้นกลับโพล่งถามไปอีกเรื่อง

“ครั้งนี้พวกเราจะไปที่ใดดี?”

“เจ้าสนใจไปเหลาเฟินเซียงหรือไม่? ที่นั้นมีอาหารรสเลิศ แต่เลืองชื่อที่สุดย่อมเป็นสุราเฝินจิ่ว” หานลี่จูยิ้มมุมปากหันมาตอบอย่างมาดมั่นเต็มไปด้วยความมั่นใจอันเป็นบุคลิกโดดเด่นของนาง ข้าร้องอ้อพลางพยักหน้าครุ่นคิดเพียงชั่วแวบหนึ่งก็ตกปากรับคำชวนของคู่หมั้นสาวสวยของส่านอ๋องทันที

“เหลาเฟินเซียง ดียิ่งๆ เช่นนั้นก็ไปกันเถิด ท่าทางหมิงอิงดูอดใจมิไหวอยากจะไปที่นั่นจนนั่งมิติดแล้ว”

“ข้าไม่ได้ร้อนใจอะไรเสียหน่อย! เจ้านี่ ไยถึงยังยิ้มออกเช่นนี้ได้ หนำซ้ำยามนี้มิเหมาะจะไปเที่ยวสนุกแท้ๆ” คุณชายหมิงที่ถูกกระทบกระเทียมทำหน้าบึ้งปฏิเสธเสียงดัง เขาถลึงตัวเข้ามาขวางการตบมือตกลงกันระหว่างข้ากับคุณหนูแม่ทัพใหญ่ คิ้วเรียวบางขมวดคิ้วมองข้าด้วยแววตาโมโหปนงุนงง ใบหน้างดงามดวงนั้นงอง้ำอย่างน่าเอ็นดู ข้าไม่เพียงแต่จะมิได้โกรธกลับรู้สึกอยากหัวเราะใบหน้ามุ่ยๆ ที่ทำปากยื่นไม่พอใจของเด็กน้อยหมิงแทน

“ยิ้มแล้วจะแปลกอันใด มิใช่ว่ามีคนตายเสียหน่อย อีกอย่างหากเวลานี้มิออกไปเที่ยวให้ผ่อนคลายเสียบ้าง แล้วเจ้าจะให้เขานั่งจับเจ่ารอคอยอย่างโง่เง่าในเรือนตามลำพังอย่างนั้นรึ? เรื่องนี้เขาก็มิได้เป็นผู้ก่อเรื่องแล้วยังจะให้มานั่งทุกข์ใจเพราะคนเอาแต่ใจคิดเองเออเองอย่างนั้นรึเจ้าทึ่ม?”

หานลี่จูทำเสียงขึ้นจมูกกลอกตาไปมาอย่างเอือมระอา ก่อนจะนางจะลุกขึ้นยืนยื่นหน้าไปตอกกลับด้วยวาจาจิกกัดที่ชวนปวดแสบปวดร้อน ข้าเกือบจะอ้าปากเหวอกับถ้อยคำที่แดกดันคนหลายคนได้ในเวลาเดียวกัน ฝีปากคุณหนูแม่ทัพผู้นี้ล้ำเลิศ! ล้ำเลิศยิ่งนัก! ไม่เพียงแต่ตอกกลับคุณชายหมิงได้ แต่ยังลากไปตบหน้าฉินอ๋องและส่านอ๋องอย่างแนบเนียน ข้าอดจะพยักหน้าเห็นด้วยกับหานลี่จูมิได้ ใช่ ไยต้องมานั่งกลุ้มเพราะคนเอาแต่ใจพรรค์นั้นกัน!

“ขะ...ข้า...ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นเสียหน่อย ไยเจ้าต้องถลึงตาดุด้วย อยากไปก็ไปสิ ผู้ใดได้ห้ามเจ้า!” คุณชายหมิงผงะถอยหลัง ดวงหน้าเรียวไข่ขาวซีดเป็นไก่ต้ม เขาเม้มปากพูดโต้ไปอย่างยากลำบาก ระหว่างพูดก็ทำการถอยหลังเข้าที่กำบัง เอาข้าเป็นที่กันชนเสียอย่างนั้น เฮ้อ สภาพพี่ใหญ่ของกลุ่มไยถึงได้หงอเพียงนี้

หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยตามประสา ไม่กี่อึดใจรถม้าก็เตรียมจอดรอหน้าจวนเรียบร้อย พวกเราจึงเดินทางไปยังเหลาเฟินเซียงที่ขึ้นชื่อติดอันดับต้นๆ ของเมืองหลวง

หมิงอิงและหานลี่จูนั่งไปกับข้าเพราะต้องการสนทนาฆ่าเวลาระหว่างเดินทางที่ว่างเปล่า ทั้งสองมิได้เอ่ยถึงเรื่องวุ่นวายในราชสำนักที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้เลย ข้าเองก็มิได้คิดมากอันใดแล้ว ค่อนข้างดีใจที่พวกเขาพยายามใส่ใจความรู้สึกของข้า เรื่องนี้ ราวกับเป็นสหายกันจริงๆ! ความรู้สึกห่วงใยใส่ใจกันเช่นมิตรสหายทำให้ข้าดีใจจนยิ้มตลอดเวลา ยามนี้ข้ามิได้มีสหายเพียงเสี่ยวชีเท่านั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ชื่นใจยิ่ง

เสี่ยวเอ้อของเหลาเฟินเซียงออกมาต้อนรับพวกเราทั้งสามอย่างดี พวกเขาแทบจะบริการห่ามขึ้นไปนั่งเก้าอี้ ข้าไม่แปลกใจนัก ชื่อเสียงและอำนาจทางตระกูลของพวกเราทั้งสามนั้นน่าเกรงขามอย่างยิ่ง หลังจากได้ที่นั่งดีๆ พวกเราเริ่มสั่งกับแกล้มและที่ขาดมิได้ก็คือสุราขึ้นชื่อของเหลาแห่งนี้ คุณชายหมิงมองค้อนข้ากับหานลี่จูพร้อมกับบ่นพึมพำทำหน้าบึ้ง

“ดื่มกันตั้งแต่หัววัน พวกผีขี้เหล้าเอ๊ย!

คุณชายหมิงเป็นผู้ใด? ก็เป็นพี่ใหญ่เพียงแค่อายุอย่างไรเล่า ข้ากับหานลี่จู มีรึจะใส่ใจเสียงเล็กเสียงน้อยของเขา พวกเราเพียงมองตากันแล้วยักไหล่ จากนั้นก็สั่งเสี่ยวเอ้อไม่แยแสคำประชดประชัน หมิงอิงยิ่งทำหน้างอน่าขบขันกว่าเดิม

พอได้รับสุราข้ากับหานลี่จูไม่รอช้า รีบเปิดเทลิ้มรสสุราดีกันอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมอ่อนๆ แสนอ่อนโยนลอยโชยทันทีที่เปิดจุกไห ข้าสูดลมหายใจพลางพยักหน้าพอใจ หานลี่จูเป็นผู้เทบริการพวกเราอย่างคล่องแคล่ว ข้าเพิ่งจะทราบว่าคุณหนูแม่ทัพใหญ่ผู้นี้เป็นคอสุราผู้หนึ่ง หมิงอิงได้รับจอกเล็กๆ ส่วนข้ากับหานลี่จูนั้นเป็นจอกสุราขนาดใหญ่พอดีฝ่ามือ

ระหว่างที่พวกข้านั่งจิบสุราหอมหวานนุ่มไม่บาดคอไปเรื่อยๆ พลันได้ยินเรื่องราวบางอย่างที่น่าสนใจจากเหล่าบัณฑิตทรงภูมิที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่นั่ง พวกเขาเองก็มาร่ำสุราสนทนากับพรรคพวกคอเดียวกัน

“พระราชประสงค์ขององค์ฮ่องเต้คราวนี้จะแจ้งยิ่งนัก หากทรงวางพระองค์เมินเฉยเช่นนี้ไปเรื่อยๆ พวกขุนนางที่มิได้เข้าร่วมกับฉินอ๋องต้องอยู่กันไม่เป็นสุขแน่ โดยเฉพาะฝ่ายขององค์รัชทายาท เฮ้อ จะว่าไปข้าก็รู้สึกดีที่ในพระทัยของฮ่องเต้มิได้ตั้งใจสนับสนุนองค์รัชทายาทองค์นี้ขึ้นนั่งบัลลังก์”

ทันทีที่บัณฑิตชุดเขียวไม่มีลวดลายเอ่ยขึ้นบรรยากาศโต๊ะของข้าก็พลันสะดุดกึก มีเพียงข้าเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ยกจอกสุราขึ้นจิบตามด้วยกับแกล้มราวกับมิได้ยินสิ่งใด คุณหานที่ฉลาดเฉลียวพริบตาก็เริ่มทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางหันไปมองนอกระเบียงไม่สนใจเสียงใดๆ ที่ดังขึ้นอย่างเร่าร้อนเดือดพล่าน มีเพียงคุณชายหมิงคนซื่อที่อ้าปากมองข้าเลิ่กลั่กก่อนจะยกจอกสุราซดดื่มอย่างมีพิรุธสุดๆ ข้าได้แต่มองยิ้มๆ

“ราชสำนักจะต้องวุ่นวายพักใหญ่เป็นแน่ ได้ข่าวมาว่าขุนนางแต่ละฝ่ายนั้นล้วนแล้วแต่พยายามกดดันเพื่อเปลี่ยนพระทัยขององค์ฮ่องเต้ให้ทรงพระราชทานสมรสแก่ฉินอ๋อง”

“แน่นอน หากฉินอ๋องสมรสกับบุรุษย่อมหมดสิทธิ์ในการสืบทอดราชสมบัติ เป็นการตัดคู่แข่งไปอย่างไม่ต้องเปลืองแรงใดๆ หมากในครั้งนี้ของฉินอ๋องรุนแรงนัก ข้าอ่านไม่ออกเลยว่าฉินอ๋องคิดอ่านวางแผนเช่นไรกันแน่ หรือเขาแค่ต้องการตบแต่งกับบุตรชายอำมาตย์เซี่ยจริงๆ?”

“หึ เชื้อพระวงศ์ไม่มีผู้ใดเรียบง่าย ข้าว่าฉินอ๋องจะต้องมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจเป็นแน่ ครั้งนี้อาจจะเป็นอย่างที่เจ้าพูดก็เป็นไปได้ ราชสำนักวุ่นวายครั้งใหญ่”

“เฮ้อ พวกเจ้าคิดไปไกลยิ่ง การที่องค์ฮ่องเต้มิยินยอมให้ฉินอ๋องสมหวัง อาจจะเป็นเพราะกลัวเสื่อมพระเกียรติก็เป็นได้ คิดดูเถิด เป็นเชื้อพระวงศ์แต่กลับจะแต่งกับบุรุษด้วยกัน มันมีเสียที่ไหน!” บัณฑิตที่มีอายุน้อยที่สุดโพล่งขึ้นมาด้วยใบหน้าดูถูกแววตาเหยียดหยามไม่ปกปิด แต่เขาก็ถูกบัณฑิตชุดสีเขียวที่นั่งอยู่ด้านข้างตะคอกใส่จนหน้าบิดเบี้ยว

“เจ้าโง่! ความรู้เท่าขี้เล็บกลับมาพูดโอ้อวด ในประวัติศาสตร์ได้บันทึกเอาไว้ มีเชื้อพระวงศ์หลายคนนักที่ยกย่องบุรุษด้วยกันเป็นคู่ชีวิต ไม่รู้อันใดอย่ากล่าวขึ้นมาเสียจะดีกว่า”

“เฮ้ย พวกเจ้าอย่าได้ทะเลาะกันเลย เรื่องซับซ้อนพรรค์นี้พวกเราย่อมมิอาจรู้แจ้ง แต่ที่ข้าคิดไว้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ว่าจะจบอย่างไรสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือฉินอ๋อง” บัณฑิตชุดขาวลวดลายปักสวยงามดูท่าจะเป็นพวกมีฐานะยกมือมากั้นมิให้เพื่อนของเขากระโจนต่อยตีกัน จากนั้นเขาก็เอ่ยแสดงความคิดเห็นของตนเองบ้าง

“อย่างไร?”

“เหตุการณ์ในครั้งนี้เหมือนฉินอ๋องจะคิดบุ่มบ่าม แต่หากตรองถี่ถ้วนแล้วข้ากลับคิดว่าบุรุษผู้นี้คิดวางแผนมาเป็นอย่างดีต่างหาก!” บัณฑิตชุดขาวกระแอมเบาๆ แสดงสีหน้าอมภูมิเมื่อถูกสายตาจับจ้องมองมา เขาเอ่ยเกริ่นปลุกเร้าความอยากรู้ของคนฟังพุ่งขึ้นสูงแล้วจึงค่อยๆ แจกแจงเรื่องราว

“ในกรณีที่ฉินอ๋องมิได้แต่งย่อมไม่เสียหายอันใด กลับทำให้ขุนนางที่ยังไม่เลือกฝ่ายเห็นชัดว่าในพระทัยของฮ่องเต้นั้นดำริเช่นไรอยู่ ข้าได้ยินมาอีกว่ามีผู้คนเห็นคนติดตามคนสนิทของฉินอ๋องเวียนแวะไปหาขุนนางมากหน้าหลายตา ไม่เพียงแค่นั้นยังนำของขวัญไปมอบให้พวกเขามากมาย ดูอย่างไรก็เป็นการผูกมิตรหาพรรคพวกชัดๆ ด้วยปัจจัยต่างๆ ย่อมทำให้ขุนนางละโมบพวกนั้นย่อมสวามิภักต่อฉินอ๋องเป็นแน่!

“ร้ายกาจยิ่งนัก!” พอฟังจบคนอื่นๆ ที่ได้ยินก็พากันอุทานเป็นเสียงเดียว พวกเขาครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพยักหน้าทำสีหน้าแววตานับถือคำวิเคราะห์ที่รู้เท่าทันถึงแผนแยบยลนี้ ใบหน้าของแต่ละคนเมื่อได้ฟังยิ่งกระหายอยากรู้มากขึ้น บรรยากาศร้อนแรงไปด้วยเสียงซุบซิบดังไปทั่วเหลาเฟินเซียง

ข้านั้นทำหน้างุนงงปนไม่อยากจะเชื่อ นี่เจ้าแมวหาพรรคพวกเข้าร่วมกลุ่มของเขาอย่างนั้นหรือ? แถมยังให้ลูกน้องวิ่งไปติดสินบนคนอื่นไปทั่วอีก! ไหนบอกว่าไม่สนใจอย่างไรเล่า แล้วเหตุใดถึงทำเช่นนี้!? ในใจข้าเริ่มขุ่นมัวแต่ภายนอกนั้นยังคงสีหน้าราบเรียบอารมณ์ดีเอาไว้เช่นเดิม ข้าเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจกว่าเดิม

บัณฑิตชุดขาวที่เป็นคนพูดเห็นผู้คนมองมาด้วยความชื่นชมก็แย้มยิ้มเล็กๆ อย่างถ่อมตัวก่อนจะคลี่พัดโบกไปมาวางมาดก่อนจะเอ่ยต่อ “จุ๊ๆ อย่าพึ่งตื่นเต้นไป นี่พึ่งจะครึ่งเรื่องเท่านั้น”

“ข้าไม่โต้แย้งในครึ่งแรกนั้น แต่หากครึ่งหลังที่ฉินอ๋องได้สมรสจริงจะมีประโยชน์อันใดกัน หมดสิทธิ์ในบัลลังก์มิใช่รึ?”

“หากได้สมรสจริงก็ย่อมได้ประโยชน์แน่นอน”

“ข้าเห็นด้วย! คุณชายเซี่ยจิ้งถิงรูปงดงามแม้กระทั่งคุณหนูหูซือเชี่ยนยังเทียบมิได้ หนำซ้ำยังมีจิตใจที่ดีมีเมตตา อ่อนโยนเพียบพร้อม อย่าว่าแต่ฉินอ๋องเลย หากเป็นข้าได้ตบแต่งกับเขาล่ะก็จะต้องบูชาเช้าบูชาเย็นแน่ๆ หึๆๆ”

“ไอ้ลามก! คิดได้เรื่องต่ำตม เฮ้อ! ให้ตายเถิด”

ข้าขนลุกเกรียวเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะมีเลศนัยของบัณฑิตคนนั้นที่ยิ้มคล้ายกำลังฝันเคลิบเคลิ้มไปไกล เหล่าพรรคพวกทำหน้าขยะแขยงเขาก่อนจะถอนหายใจเมินหน้าไม่สนใจกลับเข้าสู่เรื่องเดิมต่อด้วยสีหน้าจริงจัง

“พวกเจ้าจะต้องมองไปไกลกว่านั้น หากฉินอ๋องได้ตบแต่งกับคุณชายเซี่ยย่อมหมดสิทธิ์ไปสืบทอดบัลลังก์ ชั่วคราว นั่นทำให้องค์ชายองค์อื่นๆ ไม่สนใจจับผิดหรือโจมตีเขาอีกต่อไป ในระหว่างที่พี่น้องคนอื่นๆ ห่ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดฉินอ๋องก็ซุ่มเก็บพลัง นั่งมองอย่างสบายๆ รอเก็บเอาผลประโยชน์ เมื่ออ๋องคนอื่นๆ ต่อสู้กันจนสูญเสียปางตายกันแล้วฉินอ๋องก็ฉวยโอกาสนั้นเข้ามาโจมตีแย่งบัลลังก์ไปครองได้อย่างง่ายดาย”

“แต่เขาหมดสิทธิ์ไปแล้วจะเข้ามาแย่งก็มิได้นั่งบัลลังก์เช่นเดิม”

“หึๆ พวกเจ้านี่ไม่คิดอะไรบ้างเลยรึ? ข้ากล่าวว่าฉินอ๋องหมดสิทธิ์ชั่วคราว นั่นก็เพราะ...เขาสามารถหย่าขาดได้อย่างไรเล่า! นี่เป็นแผนตบตาแสร้งถอยเชิงรุก! พอได้นั่งบัลลังก์ฉินอ๋องย่อมหย่าคุณชายเซี่ยแล้วตบแต่งสตรีเข้าวังหลังอยู่แล้ว”

“นั่นสิ หย่าก็ได้นี่น่า! เท่านี่ก็กลับมามีสิทธิ์สืบทอดแล้ว”

 ข้าเกือบทำตะเกียบในมือตก โชคดีที่กำตะเกียบไว้ได้ทัน ได้ยินคนเหล่านั้นพูดถึงเรื่องหย่ามันทำให้ข้าอดจะหวาดหวั่นมิได้ ไม่ๆ ข้าจะต้องหนักแน่น! เจ้าแมวก็ตกปากรับคำแล้วว่าจะไม่หย่าแน่นอน ข้าพยายามไม่สนใจคำพูดไร้สาระของพวกเขา ไล่ลบความคิดด้านลบออกไปจากหัว แต่ยังไม่ทันจะรู้สึกโล่งใจก็มีคนผู้หนึ่งเรื่องน่ากลัวที่ทำให้ข้าลนลาน

“แล้วถ้าฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรสให้ฉินอ๋องจริงๆ แต่เป็นคุณหนูสกุลใหญ่สักสกุลเล่า?”

“นั่นสินะ ฮ่องเต้ใช่ว่าจะเคี้ยวได้ง่ายๆ ยิ่งถูกกดดันทุกด้านเช่นนี้ย่อมต้องเกิดความคิดต่อต้านทำเรื่องตรงกันข้ามได้นี่นะ”

“ก็มีโอกาสเป็นเช่นนั้น หากเป็นเช่นนั้นจริงก็วนไปที่ครึ่งแรกฮ่องเต้พระราชทานสมรสฉินอ๋องกับคุณหนูตระกูลใหญ่ยิ่งเป็นการส่งเสริมอำนาจให้แก่ฉินอ๋องมิใช่รึ? แต่ว่าอ๋องแต่ละฝ่ายนั้นคงจะไม่ยอมง่ายๆ หรอก”

“เฮ้อ หมากครั้งนี้ของฉินอ๋องวางได้เด็ดขาดนัก!

ข้าเผลอขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย นี่มันคิดได้ลึกล้ำขนาดนี้เชียวรึ? เหตุใดตัวข้าถึงคิดเช่นนี้มิออกแม้แต่น้อย ที่แท้ก็เกิดเรื่องมากกว่าที่ข้าคาดการณ์เอาเสียอีก ไม่เพียงเหล่าบัณฑิตที่วิเคราะห์วิจารณ์กันสนุกปาก แม้กระทั่งเหล่าคุณชายลูกหลานตระกูลขุนนางลามไปถึงชาวบ้านทั่วไปที่มานั่งที่เหลาเฟินเซียงก็มิวายยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นหัวข้อหลักในการสนทนา

พวกเขาหลบเลี่ยงใม่เอ่ยเรื่องที่ฉินอ๋องคุกเข่าขอพระราชทานสมรส และเอ่ยถึงประเด็นอื่นๆ แทน หลุดพ้นจากการผิดคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดกล่าวถึงเรื่องนั้นไปอย่างง่ายๆ เรื่องคราวนี้ยุห้ามก็เหมือนยิ่งยุสินะ ยิ่งที่นี่คือเหลาซึ่งมีประชาชนแวะเวียนมาสังสรรค์ก็มิแปลกที่จะกลายเป็นแหล่งตั้งวงถกเถียงแลกเปลี่ยนข่าวสาร เป็นสถานที่อันดับต้นๆ ในการเก็บเกี่ยวข่าวซุบซิบเลยทีเดียว

ข้าหันไปมองหานลี่จูที่นั่งกอดอกตั้งใจฟังเสียยิ่งกว่าตัวข้า คนที่เป็นต้นคิดให้มาที่นี่ก็คือนาง พอถูกข้ามองนางก็ค่อยๆ ยืดตัว สีหน้าเปี่ยมความมั่นใจไม่มีร่องรอยรู้สึกผิดใดๆ นางกลับเอ่ยแก้ต่างหนีการกล่าวโทษสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยเหตุและผล

“รู้เขารู้เราย่อมมีประโยชน์กว่า”

“ข้ายังไม่พูดอะไรสักคำ ร้อนตัวไปไย?” ข้ายกมุมปากแล้วเอ่ยรับแบบไม่ใส่ใจพร้อมกับสัพยอกกลับ หานลี่จูเปลี่ยนสีหน้าเป็นขัดเขินเล็กน้อยก่อนที่นางจะส่งเสียงกระแอมไอแก้อาการกระดากอาย คุณชายหมิงทำเสียงขึ้นจมูกจ้องมองไปยังเหล่าผู้คนที่แลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างไหลลื่น เขาหันกลับมาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยอย่างอดมิได้

“พูดอะไรเช่นนี้ ฉินอ๋องเป็นบุรุษที่ดีผู้หนึ่ง ไยจะเจ้าเล่ห์มากแผนการเช่นที่คนเหล่านั้นกล่าวหา ข้าแทบจะกัดฟันด้วยความอิจฉาแทบตาย จะมีบุรุษคนใดจริงใจไปกว่าฉินอ๋องอีกเล่า เจ้าควรจะดีใจที่ได้คนเช่นฉินอ๋องเป็นคนรัก เฮ้อ! ถ้าหากเจ้าทำให้เขาเสียใจแล้วล่ะก็ข้าจะ...ข้าจะ...”

คุณชายหมิงโมโหทำฮึดฮัดแทนเจ้าแมวที่ตอนนี้กำลังกลิ้งตัวนอนเล่นในกรงขัง ข้าเพียงยิ้มบางๆ รับไม่เอ่ยอันใดออกไป พอจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องการเอ่ยสิ่งใด คุณชายหมิงนี่ชอบฉินอ๋องจริงๆ เลยสินะ แต่ว่าเจ้าแมวของข้านั้นเป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่ง แต่เขากล่าวผิดไปเล็กน้อยในจุดที่ว่าเขาไม่เจ้าเล่ห์ เพราะเจ้าแมวตัวจริงจะต้องเจ้าเล่ห์มากๆ ต่างหากเล่า!

“เจ้าจะทำสิ่งใดรึ?” หานลี่จูแสยะยิ้มยื่นหน้าเข้าไปใกล้คุณชายหมิงที่เงียบไปไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ เขาเม้มปากเงยหน้ามองหญิงสาวชุดแดงเพลิง คุณชายหมิงทำหน้าบูดบึ้งที่ถูกล้อเลียน ไม่มีใครคาดคิดเขาอ้าปากจะงับปลายจมูกของหานลี่จู

“กัดสตรีป่าเถื่อนเช่นเจ้าอย่างไรเล่า!

โชคดีที่คุณหนูแม่ทัพใหญ่มีปฏิกิริยาที่เร็วมาก นางโยกตัวหลบไปอย่างหวุดหวิด ชำเลืองตาเยาะเย้ยไปที่หนุ่มตัวเล็กซึ่งโมโหจนหน้าแดงก่ำ ข้าถอนหายใจเข้าไปแทรกกลางระหว่างพวกเขาเพื่อห้ามไม่ให้ทั้งสองทะเลาะกัน หลังจากดื่มกันจนพอใจพวกเราก็แยกย้ายกันกลับคนละทาง คราแรกพวกเขาอยากจะกลับไปพร้อมกับข้า แต่เป็นข้าที่ยืนยันให้พวกเขากลับไปก่อนอ้างว่าจะไปจัดการธุระต่อ

พอขึ้นรถม้าข้าก็บอกให้คนขับไปส่งที่ท่าน้ำหลันเซ่อ จากนั้นก็ไล่พวกเขากลับไปทั้งหมด พวกเขาไม่ยอมไปจนกระทั่งข้าสั่งด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างถึงยอมทำตาม พวกเขากลับไปอย่างไม่เต็มใจนักข้าก็ไม่สนใจอีก เดินมือไขว้หลังไปยังสะพานท่าน้ำหลันเซ่อ วันนี้มีแดดออกอ่อนๆ อากาศเหมาะมาเดินเล่นรับลมจริงๆ

ข้าค่อยๆ เดินไปตามสะพานไม้ หรี่ตามองผืนน้ำที่มีระลอกคลื่นเล็กๆ แล้วชำเลืองมองไปยังทิศทางที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซ่อนตัวมิดชิดเร็วๆ ทีหนึ่ง ไม่แสดงพิรุธใดๆ ออกมา พวกมันตามข้ามาตั้งแต่ออกจากจวนแล้ว ข้ารู้ตัวอยู่ตลอด ตอนนี้ข้าเข้าใจสิ่งที่ท่านพ่อฝากเตือนแล้ว ฮ่องเต้ไม่คิดจะพระราชทานสมรสฉินอ๋องกับคุณหนูที่ไหนหรอก หากทำเช่นนั้นในเวลานี้ขุนนางคงจะขัดขวางกันให้วุ่นวายแน่ๆ นอกจากวิธีพวกนั้นแล้วมันยังมีอีกวิธีที่จะจบเรื่องพวกนี้ลง...

กำจัดข้าไปเสียอย่างไรเล่า!

 

 

 

 

 

 

 



โจวอ๋อง / เหวินจิ่น


แวะมาบอกว่ายังไม่ตายค่ะ 5555555555

ตอนที่แล้วพอท่านทวดเบบี้เฟซโผล่ก็ย้ายทีมกันใหญ่เลยนะ

รอให้ท่านตามาก่อนเถอะ จะเสียใจที่ด่วนใจเร็วเลือกก่อน ฮิๆ

ปล. เรื่องนี้เหมือนกับเรื่องที่แต่งจบล่าสุด(ปีไหนฟะ? 555555) แบะๆๆ ใบ้แล้วนะ(นี่ใบ้แล้วเหรอ?)

ปล.๑ ถงเซียนคืออะไร มีในเนื้อเรื่องค่ะ ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ได้รู้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.119K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25426 Maylyunho (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:39
    อิตาฮ่องเต้ เดี๋ยวให้อำมาตย์เซี่ยลาออกนะเฟ้ย
    #25,426
    0
  2. #24798 Peach9 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 21:16
    ร้ายกาจ...แต่ละคนทำดิชั้นอึ้งทั้งนั้น
    #24,798
    0
  3. #24786 PaPa9 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 20:38
    ฮ่องเต้ก็ฮ่องเต้เถอะ หึ!! แบล็คทางแม่น้องไหญ่มากกกเลยนะฮ่องเต้ไหวเหรอ?????
    #24,786
    0
  4. #24760 aynahcsoo  (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 09:01
    ัลโหลลล นี่ลูกชายเพื่อนเองง
    #24,760
    0
  5. #24465 Fueled me (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 18:31
    ร้ายกาจจริงๆ นี่ลูกชายเพื่อนไง!!!!
    #24,465
    0
  6. #24001 munkrishear (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 23:42
    ฮ่องเต้ช่างร้ายนัก!!!
    #24,001
    0
  7. #22499 Ruanjai (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 22:57
    โอ้พระเจ้าเรื่องนี้แต่ล่ะคนทำให้ข้าที่ใจร่านอยู่แล้วใจของข้ายิ่งกราสับกระส่ายอยากได้ซ่ะทุกคนหล่อไม่เกรงใจหัวอกหัวใจของข้าเลยเห้ออ
    #22,499
    1
    • #22499-1 PaPa9(จากตอนที่ 80)
      3 พฤศจิกายน 2562 / 16:33
      นั่นสิเรื่อนี้ทำเอาข้าอยากสร้างฮาเร็มเลย
      #22499-1
  8. #22206 Xialyu (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:28
    ท่านทวดมาทำไรอะ
    #22,206
    0
  9. #21999 lills (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 22:19
    เดี๋ยวเจอน้อง!
    #21,999
    0
  10. #21641 gan8824 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 17:53
    บางทีท่านทวดอาจจะโผล่มาเพื่อระเบิดพระราชวังเพราะรกหูรกตาก็เป็นได้555//เพ้อเจ้อขั้นสุด
    #21,641
    0
  11. #21243 pcy921 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 09:41
    นี่ก็คิดอยู่ว่าฮ่องเต้น่าจะคิดกำจัดน้องถิงอะค่ะ
    #21,243
    0
  12. #20982 Slyvester (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 16:16
    แสดงว่าฉินอ๋องก็ถึงขึ้นสิบแล้ว ทวดเลยเรียกว่าถงเซียน พอเป็นเซียนแล้วก็ยังมีระดับของเซียนอีกด้วย
    #20,982
    0
  13. #20587 _Daonuea_ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 22:55
    ท่านทวดเจ้าคะ จัดการฮ่องเต่ทีเจ้าค่ะ
    #20,587
    0
  14. #20422 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 09:46
    ฮ่องเตตตตตตตตต้ จะทำแบบนี้ไม่ได้นะะะะะะะะ
    #20,422
    0
  15. #20334 Fktay (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 12:54
    เกลียดฮ่องเต้อ่ะ ท่านทวดจัดการเลยยยย
    #20,334
    0
  16. #20256 สีครามจ๋า (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:12
    ทำไมแต่ละคอมเม้นท์โหดกันจังคะ
    #20,256
    0
  17. #19975 malodybb (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 10:33
    ทำไมถิงถิงจะท้องไม่ได้ ก้แค่ใช้พลังเยว่ตี้ครอบตัวเองไว้ แล้วก้สั่งให้ท้องได้ก้จบ หึ เจ้าฮ่องเต้จอมเขลา รอรับกรรมเถอะ
    #19,975
    0
  18. #19608 lovelykik (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 00:21
    ฮ่องเต้ หึหึ หนูถิงมีแบ้คโคตรเทพทรูอยู่ด้วย ทำงี้นี่หาเหาใส่หัวมากๆ55555
    #19,608
    0
  19. #19327 moony+lilac (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 15:20
    เล่นกับใครไม่เล่นนิ กล้ามาเล่นกะถิงถิง
    #19,327
    0
  20. #19188 กระรอกoneday (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 22:51
    ฮ่องเต้ ข้าว่าท่านอยู่เฉยๆดีกว่านะคะ
    เดี๋ยวจะหาว่าหม่อมฉันไม่เตือน #ยิ้มหวาน
    #19,188
    0
  21. #17816 Meatboll (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 19:18
    ฮ่องเต้อยากโดนแบบชายหมาหรือเพคะ?//เอียงคอยิ้ม:)
    #17,816
    0
  22. #16741 NarinmeFukawa (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 16:54
    ฮ่องเต้ร้ายกาจ?เดี๋ยวเถิดประเดี๋ยวจะโดนรุมนะเจ้าคะ//เตรียมพลังอันน้อยนิด//ยุ่งกับใครไม่ยุ่งกล้ายุ่งกับถิงน้อยของเรา
    #16,741
    0
  23. #15921 Naniilah (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:46
    เดานะ
    แสดงว่าชาติที่แล้วที่ถิงถิงตายแบบไม่มีความผิด(โดนใส่ร้ายแต่ไม่มีการสอบสวนก็ลงโทษ) อาจเป็นเพราะอ๋องแมวขแงเราคิดจะแต่งกับถิงถิงแน่เลยย มโนระดับสิบ
    #15,921
    0
  24. #15746 Asahi_san (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 12:51
    ฮ่องเต้มันร้ายยยย เดี๋ยวเจอฤทธิ์รุ่นพ่อกับรุ่นลูก 5555
    #15,746
    0
  25. #15445 khao-chae (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 09:40
    น่อววววว
    #15,445
    0