เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ ๐๘ เมื่อมีโอกาสข้าต้องรีบคว้าไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,516 ครั้ง
    30 มิ.ย. 59

ตอนที่ ๘ เมื่อมีโอกาสข้าต้องรีบคว้าไว้

ข้าหันไปมองจิ้นเกอที่หันมายิ้มๆ ให้แล้วขนลุกซู่ จิ้นเกอกับฉินอ๋อง? ไม่ๆ ข้าจำไม่เห็นได้ว่าสองคนมีความสัมพันธ์ทำนองนี้ อย่านะ! ข้ายิ้มแหยๆ ให้กับจิ้นเกอแล้วรีบหลบตาเขาหันไปมองฉินอ๋องที่เดินอยู่ข้างหน้าอย่างกังวลใจ หรือว่ามันจะเป็นไปได้? เพราะดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างมันต่างจากอดีตที่ข้ารู้จัก ข้าแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

พวกเราใช้เวลาเดินสักพักก็เข้าถึงห้องโถงของตำหนักใหญ่ซึ่งเป็นที่พำนักของฉินอ๋อง ฉินอ๋องและส่านอ๋องเดินนำหน้าพวกข้าเข้าไป ฉินอ๋องเดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่หัวแถวสุด อันที่จริงแล้วเขาควรไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่สูงสุดซึ่งถือว่าเป็นเก้าอี้ของประมุขแห่งวังนี้ แต่ฉินอ๋องนั้นไม่ชอบนั่งเก้าอี้ตัวนั้น ข้าคิดว่าเขาคงไม่ชอบนั่งห่างไกลและโดดเดี่ยวจากผู้คน จึงเลือกที่จะนั่งด้านล่างด้วยกันกับคนอื่นๆ ส่านอ๋องเดินไปนั่งเก้าอี้ถัดมาจากฉินอ๋อง พอนั่งเสร็จเขาก็มองจานขนมที่วางไว้บนโต๊ะด้านข้างด้วยดวงตาเปล่งประกาย ส่านอ๋องยื่นมือไปหยิบขนมหวังจะชิมแต่ถูกพี่ชายตบมือดังเพี้ยะ ส่านอ๋องเงยหน้ามองประมุขวังหย่งเฮ่าอย่างงุนงง

“หือ มีอะไรรึท่านพี่?”

“เอามือไปไกลๆ” ไม่ว่าเปล่าฉินอ๋องทำการยกจานขนมย้ายไปไกลจากส่านอ๋องที่มองตามตาปริบๆ ข้าเองก็มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก อืม ถ้าจำมิผิดขนมนั่นเป็นขนมที่ข้าทำนี่น่า ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าแมวจะชื่นชอบขนมนั้นมากเช่นนี้ ชีวิตก่อนของข้าจำไม่เห็นได้ว่าเขาชื่นชอบขนม หรือเพราะว่าข้าไม่ทันได้สังเกต? ส่านอ๋องทำหน้าจ๋อยที่อดชิมขนมแต่ไม่นานก็หันไปจดจ่อกับน้ำชาแทน

“นี่ ให้เจ้า”

“ขอบคุณขอรับ”

ข้าที่กำลังยืนเหม่อถูกเหล่าองครักษ์คนสนิทของฉินอ๋องจู่โจมด้วยของต่างๆ มากมาย เริ่มจากหัวหน้าองครักษ์จางที่โผล่เข้ามาอย่างหน้าศิลา ยัดของใส่มือข้าแล้วเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอ่อ ลักษณะของท่านมันช่างคล้ายการส่งของของโจรอย่างไรอย่างนั้น คนต่อๆ มาเดินเข้ามาหาข้าพร้อมกับมอบข้าวของในมือด้วยใบหน้ายิ้มๆ เสี่ยวชีที่มากับข้าได้รับของตามไปด้วย เจ็ดน้อยฉีกยิ้มแก้มปริ ข้ายืนรับของจนล้นไม้ล้นมือด้วยความสับสน อ่า! ในอดีตข้าไม่มีอย่างนี้นะ ไม่มีเด็ดขาด! หลังจากนั้นข้าเกือบถูกกองข้าวของไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หนังสือ เครื่องเขียน ต่างๆ นานากองท่วมตัว

นี่มันอะไรกัน อดีตของข้าเปลี่ยนแปลงไปหมดสิ้นแล้ว!

“เดี๋ยวข้าจะนำของพวกนี้ไปเก็บให้เจ้า แล้วจะกลับมาหาเจ้าอีกที” เสี่ยวชีเอ่ยอาสาเมื่อเห็นรอบๆ ตัวของข้าเต็มไปด้วยข้าวของที่เหล่าองครักษ์นำมาฝาก เหมือนๆ ได้ยินพวกเขาพึมพำว่าระหว่างทางซื้อติดไม้ติดมือมาให้ นี่ข้าก็ยังสงสัยไม่หาย ข้าไปสนิทสนมกับพวกเขาตั้งแต่เมื่อไร? ข้ามองเสี่ยวชีที่พยายามขนของคนเดียวอย่างลำบากก็เอ่ยบอกเขา

“เจ้าจะขนไปคนเดียวได้อย่างไร เดี๋ยวข้าจะช่วยขน”

“ไม่ได้! ต่อไปเจ้าต้องอยู่รายงานความเป็นอยู่ให้แก่ท่านอ๋องมิใช่รึ? เดี๋ยวข้าหาคนช่วยขนเอง” เสี่ยวชีส่ายหน้าปฏิเสธข้าแทบจะทันที ข้าหันไปมองสองพี่น้องอ๋องที่นั่งจิบชากันเงียบๆ ประเดี๋ยวก็ยกกระดานหมากมานั่งเล่น ตั้งแต่ที่ข้าเริ่มถูกเหล่าองครักษ์หอบของมาให้นั่นแหละ ราวกับกำลังรอเวลาอันใดอยู่ งั้นรึ? พวกเขากำลังรอคุยกับข้างั้นรึ? นั่นสินะ ในอดีตทุกครั้งที่ฉินอ๋องกลับวังก็จะเรียกข้าไปถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ข้าหันกลับมาหาเสี่ยวชีที่เดินเตร่ไปหาจิ้นเกอ เจ็ดน้อยพูดอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าขอร้องเสียงหวาน จิ้นเกอแสนซื่อก็พยักหน้ารับแล้วเดินตามเสี่ยวชีมา พอเดินมาถึงข้าเสี่ยวชีก็ยิ้มกว้างกระซิบบอกข้าด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะ

“เห็นไหมล่ะ ไม่ยากเลย ได้แรงงานมาหนึ่ง”

ข้ายิ้มมองหน้าเจ็ดน้อยที่เจ้าเล่ห์อย่างรู้ทัน นี่ไปออดอ้อนจิ้นเกอคนซื่อมาใช้แรงงานเปล่าๆ อีกละสิ จิ้นเกอขนข้าวของได้เยอะเป็นพิเศษ อย่าลืมสิว่าจิ้นเกอเป็นถึงองครักษ์คนหนึ่ง เรี่ยวแรงของเขาย่อมไม่ธรรมดา ดังนั้นเสี่ยวชีจึงหอบของน้อยลง เจ้าตัวดียิ้มร่าเดินออกไปพร้อมกับจิ้นเกอที่ส่งยิ้มซื่อๆ มาให้ข้า เอาเถิด ก็ดีเหมือนกันที่จิ้นเกอนำข้าวไปส่งให้ บางทีคนพวกนั้นจะได้เกรงใจไม่มารบกวนข้าอีก เรื่องของถังซานน่าจะทำให้คนพวกนั้นหวาดกลัวอยู่บ้าง

ข้ามอบไปรอบๆ เห็นเหล่าองครักษ์เดินออกไปจากห้องหมดแล้ว พวกเขาไปยืนคุ้มกันเจ้านายอยู่ข้างนอก บางส่วนกระจายกำลังไปคุ้มกันทั่วบริเวณตำหนัก ในห้องโถงนี้จึงเหลือเพียงข้าและสองพี่น้องอ๋อง ข้าสูดลมหายใจรวบรวมพลังกายใจเดินเข้าไปหาเจ้านาย นั่งลงคุกเข่าตรงหน้าทั้งสองหนุ่มแล้วก้มหน้าเงียบๆ ตามกฎระเบียบแล้วหากเจ้านายไม่อนุญาตให้เอ่ยอันใดบ่าวรับใช้จะพูดออกมามิได้จนกว่าเจ้านายจะถามหรืออนุญาตให้พูด ผ่านไปสักพักเหมือนทั้งสองจะเล่นหมากกระดานเพลินจนลืมข้าไปเสียสนิท รออีกไม่กี่อึดใจส่านอ๋องก็ถอนหายใจเฮือกเอ่ยยอมแพ้

“ข้าแพ้อีกแล้ว เฮ้อ มิเคยเอาชนะท่านได้เลย”

ฉินอ๋องไม่พูดอะไรตอบ แต่ข้าเดาว่าเขาคงทำหน้านิ่งส่งสายตาที่บอกว่า แหง อยู่แล้วเย้ยน้องชายอยู่แน่ เขาทำแบบนั้นทุกครั้งเวลาที่ข้าบ่นว่าแพ้ให้แก่เขา คราวนี้ฉินอ๋องหันมามองข้าแล้วจ้องมองอยู่เงียบๆ อึก นี่มันชวนอึดอัดชะมัด ใครก็ได้พูดอะไรบ้าง คลายความตื่นเต้นให้ข้าหน่อย ข้าค่อยๆ ม้วนกำแขนเสื้อ เหงื่อผุดจากหน้าผาก ส่านอ๋องเองก็หันมาจ้องข้าอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยถามขึ้นมา

“เจ้าอายุเท่าไรแล้วนะ?”

“สิบสี่ขอรับ”

“อืม ช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ ข้ายังจำตอนที่เจ้ามาอยู่ที่นี้วันแรกได้ เฮ้อ ดูสิ แป๊บเดียวก็โตเสียแล้ว” ส่านอ๋องพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบาแล้วเอ่ยพรรณนาถึงกาลเวลาอะไรของเขา จากนั้นก็หันมาจ้องข้าอีกครั้งด้วยสายตาสำรวจมองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ข้ากังวลเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าส่านอ๋องมองหาอะไรอยู่ ส่านอ๋องแย้มยิ้มออกมาแล้วหันไปมองฉินอ๋องที่กำลังยกน้ำชาดื่ม เขาเอ่ยเสียงคล้ายจริงจังคล้ายหยอกเล่น

“ท่านพี่ หากท่านกลับมาจากชายแดนในปีหน้าเด็กคนนี้คงถูกผู้อื่นสู่ขอไปแล้วเป็นแน่ ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าของเขาที่งดงามเพียงนี้ ย่อมต้องถูกซองมงคลโจมตีมิหยุด เฮ้อ กาลเวลาหนอกาลเวลา ทำอะไรชักช้าเดี๋ยวก็ไม่ทันกิน เอ๊ย ทันการณ์” ขณะที่ส่านอ๋องบ่นพึมพำอะไรของเขา ฉินอ๋องก็ชะงักแล้ววางถ้วยน้ำชาลง ดวงตาคมกริบจ้องตรงมาที่ข้าอีกครั้งจนข้าต้องกลั้นลมหายใจ เงียบอยู่นานคล้ายฉินอ๋องกำลังใช้ความคิด ข้าไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะต้องก้มหน้ามองพื้น ไม่อาจเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเจ้านายโดยพลการได้

“เจ้า มาเป็นคนรับใช้ของเรา”

หือ? คนรับใช้ของฉินอ๋องน่ะรึ?

ข้าน่ะรึ!?

ข้าเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจ เบิกตาน้อยๆ จ้องมองฉินอ๋องที่มองมานิ่งๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ ประเดี๋ยวก่อนเมื่อกี้ข้าอาจจะได้ยินไม่ชัด ฉินอ๋องบอกให้ข้ามาเป็นคนรับใช้ของเขาจริงๆ งั้นรึ? เห็นสีหน้าเหลือเชื่ออย่างมากของข้าฉินอ๋องก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบ

“ไม่อยากเป็นรึ?”

“ไม่ขอรับ อยาก!” ข้ารีบส่ายหน้าแล้วเอ่ยตอบรับอย่างรุนแรง

“เราเข้าใจแล้ว” ฉินอ๋องตกใจไม่น้อยที่เห็นข้าแสดงท่าทีเช่นนั้น เขาเลิกคิ้วเล็กๆ ก่อนจะพยักหน้าให้ข้า โอ๊ย ให้ตายเถอะ ข้ารู้สึกอายเป็นบ้าที่เผลอแสดงท่าทีโจ่งแจ้งเช่นนั้นออกไป นี่เขาคงไม่คิดว่าข้าคิดไปไกลแล้วหรอกนะ หวังว่าเขาจะไม่เข้าใจผิดคิดว่าข้าคาดหวังอะไรที่มากกว่านี้ ข้ารีบก้มซ่อนใบหน้าแดงๆ และร้อนผ่าวภายใต้สายตาจ้องมองของเขา บ้าเอ๊ย นี่ข้าน่าอายจริงๆ! หูจิ้งถิง เจ้ามันน่าขายหน้านัก ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากจะล้มตัวไปนอนกลิ้งบนพื้น ข้ากำแขนเสื้อตนเองไว้แน่นยิ่งขึ้น

ฉินอ๋องไม่ได้พูดอะไรอีก และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านบน ข้าได้ยินเสียงส่านอ๋องหัวเราะ จากนั้นเขาก็ร้องเจ็บออกมาแล้วบ่นพึมพำอย่างน้อยอกน้อยใจ เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ ข้าอยากจะเงยหน้าไปมองเหลือเกิน

“เจ้าไปย้ายข้าวของมาอยู่ห้องเล็กข้างห้องเราแล้วเริ่มทำงานในวันพรุ่ง”

“ขอรับ” ข้าตอบรับ หัวใจเต้นรัวเร็วเหมือนจะเป็นลมทุกขณะ นี่มันอะไรกันเนี่ย!? นอกจากเป็นคนรับใช้ส่วนตัวแล้วข้ายังได้ย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักใหญ่อีก! แน่นอนว่าในอดีตของข้านั้นไม่มีเช่นนี้หรอก ข้าไม่เคยได้เป็นคนรับใช้ของท่านอ๋อง ไม่เคยได้ย้ายมาอยู่ตำหนักใหญ่ และกว่าข้าจะได้ใกล้ชิดกับฉินอ๋องก็ปาไปอายุสิบเจ็ดนู้น หรือนี่เพราะว่าข้าทำบางอย่างต่างไปจากในอดีตทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป แถมยังเปลี่ยนไปในทางที่ดีด้วย ข้าแทบจะร้องไห้ออกมา ต้องขอบคุณท่านแม่จริงๆ!

“นี่เป็นการชดเชยให้แก่เจ้าที่ถูกกล่าวหาในวันนี้ เจ้าไปพักเถิด” ฉินอ๋องมองข้าแล้วเอ่ยอธิบายเหตุผลที่ทำให้ข้าได้มาเป็นคนรับใช้ของเขา จากนั้นเขาก็โบกมือให้ข้าไปได้ ข้าก้มหน้ารับ

“ขอบพระคุณขอรับ”

อ้อ อย่างนี้นี่เอง ข้าเข้าใจละ แต่ช่างเถอะ ข้าก็ไม่ได้หวังถึงขนาดจะกลายเป็นอะไรอย่างอื่นกับเขาเสียหน่อย แค่นี้ข้าก็มีความสุขมากๆ แล้ว ว้าว ข้าได้เลื่อนขั้นอย่างมหาศาลเลย! ได้เป็นคนรับใช้ส่วนตัวของท่านอ๋องก็เปรียบได้เป็นขันทีประจำพระองค์ของฮ่องเต้ ข้าตื่นเต้นจนหลงลืมไปว่าตนเองมีงานรับผิดชอบในครัว พอคิดขึ้นมาได้ก็เริ่มลำบากใจ ยังไม่มีใครมาทำหน้าที่ส่วนนี้แทนด้วย ข้าอึกอักก่อนจะเอ่ยออกไป ฉินอ๋องพยักหน้ารับ

“เรื่องนั้นหากเจ้ามิได้รับใช้เราก็ไปทำได้ งานรับใช้เราก็มิได้มีอันใดมากมาย”

“ขอบพระคุณขอรับ”

“เจ้าทำขนมงั้นรึ?” ส่านอ๋องแทรกเข้าถามอย่างแปลกใจ ข้าเงยหน้าแล้วยิ้มให้กับเขา ส่านอ๋องชะงักเล็กน้อยก่อนจะกระแอมแล้วคลี่พัดในมือพัดหน้าไปมา ฉินอ๋องหรี่ตาลงดูท่าทางอันตรายยิ่ง ข้ารีบก้มหน้าแล้วเอ่ยตอบด้วยใจหวาดหวั่น ไม่ทราบว่าทำอันใดผิดอีก

“ขอรับ ข้าเป็นคนทำขนม”

“อ้อ มิน่า เฮ้อ ท่านพี่ แม้แต่ขนมท่านก็ยังหวงรึ?” ส่านอ๋องทำหน้าเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันไปมองพี่ชายด้วยสีหน้าเอือมระอา ฉินอ๋องไม่หันไปมองหน้าน้องชายด้วยซ้ำ เขาฟาดมือใส่อีกฝ่ายดังผัวะ หลังมือของฉินอ๋องตีแสกหน้าส่านอ๋องเต็มๆ คนถูกพี่ชายตีสะดุ้งโหยงยกมือกุมหน้าร้องออกมาราวกับเจ็บเสียมากมาย

“โอ๊ย! ใบหน้าหล่อๆ ของข้า!

“เรื่องขนมนั้นว่างๆ ค่อยทำ อย่าหักโหมตนเอง” ฉินอ๋องเอ่ยกำชับอีกครั้ง ข้านี่แทบจะตัวลอยขึ้นจากพื้น ใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจของข้าเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมาจากหน้าอก น้ำเสียงของเขาช่างละมุนอบอุ่นมากๆ นี่ข้าหูฟาดไปหรือเปล่า!? เขาพูดเหมือนกำลังห่วงใยเข้าอยู่เลย ข้าเงยหน้ามองฉินอ๋องที่มองมาด้วยใบหน้านิ่งๆ จากนั้นข้าก็พยักหน้าหงึกหงัก

“เฮ้อ! ข้าพลาดแล้วที่มานั่งตรงนี้” ส่านอ๋องถอนหายใจขัดบรรยากาศแปลกๆ เขาโพล่นขึ้นเสียงดังอย่างหดหู่ ข้าสะดุ้งโหยงหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ส่วนฉินอ๋องมองน้องชายด้วยสายตาเย็นชาแล้วหันมาโบกมือให้ข้าออกไปได้ ข้าก้มศีรษะแล้วถอยตัวก่อนจะลุกเดินออกไป ในใจยังรู้สึกอบอุ่นไม่จางหาย เฮ้อ แม้ว่าฉินอ๋องจะเตือนด้วยความหวังดีในฐานะเจ้านายที่ดีก็ตาม แต่ข้าก็รู้สึกมีความสุขสุดๆ! วันนี้ข้าช่างโชคดีและมีความสุขจริงๆ

ข้าเดินออกมาจากห้องโถงเห็นเสี่ยวชียืนรออยู่ก่อนแล้ว ข้ายิ้มเดินเข้าไปหาเสี่ยวชีที่ทำตัวหยุกหยิกๆ พอข้าเดินมาถึงเขาก็รีบคว้าแขนข้าเดินออกไปอย่างตื่นเต้นราวกับมีเรื่องบางอย่างต้องการจะพูด เสี่ยวชีแทบจะดึงข้าเหาะมายังเรือนนอนของพวกเรา เขาลากข้าขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วจ้องมองข้าด้วยดวงตาเล็กๆ ที่พยายามจะเบิกกว้าง เสี่ยวชีมองข้าอยู่ชั่วครู่แล้วทอดถอนหายใจพยักหน้าหงึกหงักๆ ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง อะไรของเจ้าเด็กนี่กันเนี่ย? ข้ามองเสี่ยวชีอย่างไม่เข้าใจ

“เจ้าบ้าเอ๊ย! ได้ดีแล้วอย่าลืมสหายเช่นข้านะ” เสี่ยวชีอมยิ้มเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มยินดี เดี๋ยวนะ ทำไมเสี่ยวชีถึงรู้ว่าข้าเลื่อนตำแหน่งล่ะ ข้ายังไม่ทันได้บอกเขาเลย เห็นข้าทำหน้างงใส่ เสี่ยวชีก็อ่อนใจยิ้มอย่างใจเย็น มองข้าราวกับข้านั้นเป็นเด็กน้อยไม่รู้ประสีประสา เสี่ยวชีส่ายหน้าแล้วเอ่ยอธิบาย

“ฟังนะ เรื่องรางวัลที่ท่านอ๋องให้หลิวจิ้นหรือแม้กระทั่งข้าวของที่พวกองครักษ์ให้เจ้าน่ะมีเบื้องหลัง ข้าสืบถามมาจากเจ้าบื้อหลิวจิ้นแล้ว รับรองไม่ผิดแน่ๆ เจ้านี่โชคดีจริงๆ ท่านอ๋องเองก็ตามีแววนัก ข้าบอกแล้วว่าจิ้งถิงของข้าคือเพชรเม็ดงามที่สุด” เสี่ยวชีเอ่ยไปยิ้มภาคภูมิใจไป สีหน้าประหนึ่งมารดาที่ลูกสาวกำลังจะได้แต่งงานออกไป ข้ากะพริบตาใส่เขาแล้วเลิกคิ้ว เบื้องหลัง? เบื้องหลังอะไรกัน? เจ็ดน้อยมองข้าก่อนจะยิ้มเคลิบเคลิ้มเริ่มทำหน้าเพ้อฝันพลางบอกเล่า

“ตลับเงินใส่เข็มน่ะท่านอ๋องมอบให้หลิวจิ้นเป็นรางวัลจริงๆ แต่มันก็แค่ข้ออ้างนั่นแหละ องครักษ์หยาบๆ คนหนึ่งจะใช้เข็มทำอันใด ไม่เพียงแค่นั้นตอนมอบให้รองหัวหน้าองครักษ์เฉินก็ยังบอกใบ้ให้หลิวจิ้นนำไปให้ผู้อื่นก็ได้ หลิวจิ้นจึงคิดถึงเจ้าแล้วนำมามอบให้ยังไงเล่า เฮ้อ ท่านอ๋องนี่น่าอ้อมค้อมไปไหน ฮิๆ แล้วตลับยาทองคำก็เช่นกัน จำตอนที่ท่านอ๋องกลับมาได้หรือไม่ วันนั้นเจ้าปวดขาเป็นเหน็บลุกมิได้ อึกใจต่อไปหลิวจิ้นก็เดินถือยามาให้เจ้า เจ้ารู้อะไรหรือไม่หลิวจิ้นได้มันมาจากท่านอ๋องตอนเดินผ่าน โธ่เอ๊ย! ให้เฉยๆ ไม่ว่ารองหัวหน้าองครักษ์เฉินยังบอกให้หลิวจิ้นมาดูความผิดปกติที่หน้าวังอีก อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นใช่หรือไม่ จงใจน่ะสิไม่ว่า โธ่ๆ! ท่านอ๋องล่ะก็~!

เสี่ยวชีเอ่ยไปยิ้มกรุ้มกริ่มไป ประเดี๋ยวก็วีดว้าย ประเดี๋ยวก็ม้วนต้วนตัวไปมา ข้าพยายามคิดตามก็รู้สึกแปลกใจ เหตุใดฉินอ๋องจะต้องทำแบบนั้นด้วยเล่า? บางทีมันอาจจะบังเอิญจริงๆ ก็ได้ ข้าไม่อยากจะคิดอะไรไปไกลเกินตัว ถ้ามันไม่ใช่ ไม่ใช่ใครหรอกที่เจ็บปวดแต่เป็นข้าผู้เดียว ดังนั้นข้าควรระวังระมัดในการคิดเรื่องนี้ เสี่ยวชียังไม่ยอมหยุด เขาเอ่ยต่อไปด้วยรอยยิ้มขบขัน

“แล้วของฝากพวกองครักษ์นั่นอีก หลิวจิ้นเล่าให้ข้าฟังว่าระหว่างทางกลับท่านอ๋องจะซื้อนู่นนั่นนี่มาเยอะแยะมากมาย จากนั้นก็จะแจกของทั้งหมดให้แก่พวกองครักษ์ แล้วเจ้าคิดว่าพวกองครักษ์จะเอาชุดสวยๆ เครื่องประดับเอย ของเล่นเอยไปให้ใคร แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีใครมอบให้ รองหัวหน้าองครักษ์อีกละที่แนะนำให้พวกเขานำของที่ท่านอ๋องแจกมามอบให้แก่เจ้า จากนั้นมันก็เป็นธรรมเนียมที่ท่านอ๋องซื้อแต่เหล่าองครักษ์นำมามอบให้เจ้า ท่านอ๋องนี่ล่ะก็~” เสี่ยวชีบิดตัวไปมาแล้วเหมือนเขินอายจากนั้นก็ก้มตัวตบพื้นตึงๆ ข้าได้ฟังเสี่ยวชีเล่าก็รู้สึกมีบางอย่างในใจค่อยๆ อุ่นเอ่อล้นออกมาแต่พยายามจะกดมันเก็บไว้แล้วเอ่ยแย้ง

“บางทีอาจจะเป็นเพราะจิ้นเกอเอ็นดูข้า พวกองครักษ์จึงเอ็นดูตามก็ได้”

“เหอะ เจ้าซื่อบื้อนั่นไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด! มันแค่ดีใจว่าเจ้าเป็นที่เอ็นดูของเหล่าพี่น้ององครักษ์แค่นั้น! ซื่อบื้อใช้ไม่ได้” เสี่ยวชีหันขวับมามองข้าด้วยสายตาดุร้าย ก่อนจะทำเสียงขึ้นจมูก เอ่ยค่อนแคะจิ้นเกออย่างเลือดเย็น ข้ารู้สึกสงสารจิ้นเกอไม่น้อยที่ถูกเสี่ยวชีจัดระดับให้เป็นชายผู้ใช้ไม่ได้ แม้เสี่ยวชีจะชื่นชอบบุรุษแต่นั่นไม่รับรวมจิ้นเกอลงไปด้วยแน่นอน เสี่ยวชีถอนหายใจห้วนๆ หันมามองแล้วเรียกข้าด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย

“หูจิ้งถิง”

“หือ?” ข้าเลิกคิ้วแสร้งทำเป็นนิ่งเฉย แต่จริงๆ ข้ากำลังหวาดหวั่นเจ็ดน้อยที่ทำหน้าซุกซนออกหน้าออกตา พอเห็นข้าหันไปมองเสี่ยวชีก็กระแซะเข้ามาหาข้าพร้อมกระซิบบอกด้วยท่าทางลึกลับ

“ข้าจะส่งเสริมเจ้าเป็นอย่างดีเชียวละ ก่อนอื่นข้าจะไปขอตำราเคล็ดลับมัดใจบุรุษจากพี่ซูมาให้เจ้าศึกษา ข้าเคยได้ยินมาว่าตำราเล่มนั้นบันทึกเรื่องการบำรุงผิวพรรณ ความชมชอบของบุรุษ จนไปถึงเรื่องลึกซึ้งกายแนบกาย เฮ้อ เด็กไม่ประสาเช่นเจ้าต้องเตรียมพร้อมศึกษาเรื่องนี้ให้มากๆ ไว้ถึงจะมัดใจท่านอ๋องได้นานๆ หน้าตางดงามอย่างเดียวไม่พอ มันต้องลีลาเด็ดด้วย ฮิๆ!” เสี่ยวชีหัวเราะคิกคัก สีหน้าเจ้าเจ็ดน้อยตอนนี้ดูทะลึ่งเป็นอย่างมาก

ข้าถอนหายใจ พี่ซูที่ว่าคงจะเป็นชายคณิกาขายเรือนร่างซึ่งเสี่ยวชีสนิทด้วยคนนั้นกระมัง ตำราที่ว่าคงไม่พ้นตำราอย่างนั้นสินะ ข้ามองเสี่ยวชีที่ทำหน้าแดงก่ำหัวเราะคิกๆ ชอบใจ เจ้าเด็กน้อยนี่คิดไปถึงไหนกัน เสี่ยวชีที่หันมาเห็นข้าทำหน้าเฉยๆ ก็จุ๊ปากตบอกตนเองเอ่ยอวดอ้างอย่างภาคภูมิใจ

“เจ้าน่ะคงไม่รู้เรื่องสินะ ไม่เป็นไรๆ มีอะไรไม่เข้าใจถามข้าได้เลย”

จริงๆ เลย ข้าถอนหายใจแล้วเหลือบมองเสี่ยวชีอย่างเอือมระอา เกรงว่าข้าจะมีประสบการณ์ด้านนี้มากกว่าเจ้านะเสี่ยวชี คิดว่าในช่วงที่เป็นที่โปรดปรานอยู่ เจ้าแมวเอาข้าไปนั่งดูเฉยๆ งั้นรึ? หึ! หากเป็นเช่นนั้นข้าคงจะไม่เข้าใจเป็นแน่ว่าเสี่ยวชีพูดถึงสิ่งใด แต่เปล่าเลย! ข้าเข้าใจทุกอย่าง และบอกเลยว่าเคยทำมาแล้วทุกสิ่ง! ในอดีตนั้นข้าถูกเจ้าแมวทำหน้าเหมียวๆ ใส่ทั้งวัน ยามค่ำคืนยิ่งเป็นหนักเหมียวๆ ใส่ข้าจนไม่มีเวลาพักหายใจ ไม่สนใจเลยว่าข้าจะเหนื่อยล้าแค่ไหน กว่าจะได้นอนหลับข้าแทบอ่อนระทวยเป็นโจ๊ก ลืมตาตื่นยามอู่(๑๑-๑๓โมง)ทุกวัน ไม่เข้าใจว่านายบำเรอเหล่านั้นทำได้อย่างไร หลังจากรับใช้ท่านอ๋องยังมีเรี่ยวแรงพากันตื่นแต่เช้า แต่งหน้าทำผมเดินเล่นในสวนอวดความงามยิ้มแย้มสดใสให้กัน ส่วนข้านั้นไม่มีปัญญาทำเช่นนั้นได้หรอก


(ทำหน้าเหมียวๆ ใส่ :: นะๆ ขอข้าอีกสักรอบเถิด!)

“ก่อนอื่นเจ้าต้องฝึกให้ตัวอ่อนนิ่มเสียก่อน!” เสี่ยวชีหันมามองข้าด้วยสายตาจริงจัง เขาลุกขึ้นตะครุบตัวข้าแล้วพยายามจัดแจงท่าฝึกตัวอ่อนที่ว่า ข้าร้องห้ามเขาแต่อีกฝ่ายไม่ฟังอันใด จ้องมองมาราวกับตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์แน่นหนา

“มิได้ใช้ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ฝึกตั้งแต่เด็กๆ นี่ละได้ผลนัก”

ว่าแล้วเสี่ยวชีก็ดัดตัวข้าด้วยเรี่ยวแรงที่มี ข้าเจ็บจนร้องลั่น พยายามดิ้นให้หลุด เสี่ยวชีร้องบอกข้าด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

“อย่าดิ้นสิ เพื่ออนาคตของเจ้านะ!

อนาคตเจ้าสิ!

ข้าพยายามต่อสู้กับเสี่ยวชีที่ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเยอะแยะ ผ่านไปนานพอดูเสี่ยวชีก็ปล่อยตัวข้าแล้วเอ่ยกำชับให้ฝึกเช่นนี้อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง ข้ากลอกตาใส่เขาอย่างโมโห แต่อีกฝ่ายไม่สนใจเอ่ยสั่งสอนราวกับข้าเป็นลูกชายหัวรั้นของเขา เสี่ยวชีหันไปร้องเพลงเบาๆ ในลำคอพลางครุ่นคิดหาวิธีบำรุงผิวพรรณให้ข้า ข้ามองเจ็ดน้อยอย่างหวาดระแวง

ยามนี้เขาช่างน่ากลัวนัก!

“พ่อบ้านหม่าบอกให้พวกข้ามาช่วยเจ้าขนของ” เด็กหนุ่มที่เริ่มโตแล้วสี่ห้าคนเดินเข้ามาในห้องของพวกเราแล้วเอ่ยบอก ข้าทำหน้าคิดได้แล้วพยักหน้ารับ ก็ดีเหมือนกัน เมื่อก่อนของๆ ข้าไม่เยอะนักหรอก แต่ตอนนี้ข้ามีของมากมายกองอยู่เต็ม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากขนย้ายคนเดียวต้องเสียเวลามากแน่ คนพวกนั้นเดินเข้ามาช่วยข้าขนย้ายของไปอยู่ห้องใหม่ เสี่ยวชีมองอย่างงุนงง อ่า นั่นสิ ข้าลืมบอกเขาไปเสียสนิท เจ็ดน้อยหันมาถามข้าทันทีเมื่อคนพวกนั้นเดินออกไป

“เจ้าจะย้ายที่ใดรึ?”

“ท่านอ๋องให้ข้าเป็นคนรับใช้ส่วนตัว แล้วให้ย้ายไปอยู่ห้องเล็กๆ ในตำหนักใหญ่น่ะ”

“ฮั่นแน่ๆ!

พอข้าบอกไปเสี่ยวชีก็ยิ้มกว้างมองข้าอย่างล้อเลียนทันที ข้าถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไปมา เจ้าเจ็ดนี่ยังไม่ยอมเลิกเล่นเรื่องนี้อยู่อีก มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นสักหน่อย เสี่ยวชีเข้ามากระทุ้งศอกใส่ข้าแล้วเหลือบมองมาอย่างมีความหมาย ข้าปรามอีกฝ่ายด้วยสายตาดุอย่างทนไม่ไหว แต่เหตุใดหน้าของข้าถึงได้ร้อนเช่นนี้เล่า เสี่ยวชีหัวเราะชอบใจที่เห็นใบหน้าของข้าแดงก่ำ

“ยอมรับมาเถอะว่าเจ้าเองก็ชอบ!

เชอะ ข้ายอมรับอยู่แล้วว่าชอบเขา แล้วยังไงเล่า ข้าจะไม่ยอมเป็นปลาย่างให้แมวดอมดมอีก เพราะข้าต้องการมีชีวิตอยู่อย่างยืดยาว หลบเลี่ยงวิกฤตการตายตอนอายุยี่สิบปี หากข้าอยากมีชีวิตอยู่ต่อต้องไม่เป็นที่หมั่นไส้ของพวกนายบำเรอคนงามของฉินอ๋อง ดังนั้นสิ่งที่ข้าต้องจำไว้คือต้องไม่มีสัมพันธ์เกินเลยกับเจ้านาย!



 



แถมท้าย เป็นรองหัวหน้าองครักษ์นั้นมันไม่ง่ายนักหรอก

ฉินอ๋องเดินหน้านิ่งไปยังตำหนักใหญ่ที่พำนักของเขา ระหว่างทางเหลือบไปเห็นองครักษ์ในชุดสีน้ำเงินเดินเข้ามาในสายตา คนๆ นั้นเมื่อเห็นเจ้านายก็โค้งตัวเคารพ ฉินอ๋องพยักหน้ารับหนึ่งครั้งแล้วเดินต่อ แต่เดินไปไม่กี่ก้าวเขาก็หยุดยืนนิ่ง เหล่าลูกน้องคนสนิทรีบหยุดตามแล้วรีบจัดขบวนยืนตัวตรงอย่างรวดเร็ว ฉินอ๋องหันกายไปมององครักษ์ผู้นั้นที่ยังนั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่

“หลิวจิ้น”

“ขอรับ” หลิวจิ้นสะดุ้งตกใจเมื่อเจ้านายเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ร่างสูงแข็งแกร่งดุจภูผายืนจ้ององครักษ์อยู่นิ่งๆ จนคนโดนจ้องเหงื่อแตกพลั่ก คิดทบทวนว่าไปทำสิ่งใดให้ท่านอ๋องระคายเคือง ฉินอ๋องเอ่ยต่อราบเรียบทรงพลัง

“วันนี้เจ้าทำงานได้ดีมาก”

มือกร้านจากการจับดาบจับธนูยื่นไปตรงหน้าของรองหัวหน้าองครักษ์เฉิน สายตาเยือกเย็นเป็นน้ำแข็งหมื่นปีเหลือบไปมองลูกน้องคนสนิท รองหัวหน้าองครักษ์เฉินผู้เป็นทั้งองครักษ์และแพทย์ฝีมือดีกะพริบตาปริบๆ เอียงหน้าใช้สายตาสื่อความหมาย

ท่านต้องการอันใดจากข้าขอรับท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่

“.....”

รองหัวหน้าองครักษ์เฉินกะพริบตาปริบๆ จ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของผู้เป็นนาย ลึกลงไป ยังไม่พอ ลึกลงไปอีก! สุดท้ายก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เมื่อหาคำตอบจากใบหน้านิ่งดุจศิลาของอีกฝ่ายไม่ได้ เขาก็ต้องใช้มันสมองอันชาญฉลาดของตนเองครุ่นคิดว่าเจ้านายต้องการอันใดกันแน่ เวลาผ่านไปไม่นานสีหน้าของรองหัวหน้าก็ดำมืดขึ้นเรื่อยๆ ชั่วอึดใจหนึ่งมันก็สว่างวูบสดใสขึ้นมาทันตา รองหัวหน้าเฉินถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดสมองปราดเปรื่องของเขาก็แปลภาษาท่านอ๋องได้สำเร็จ ฉินอ๋องเอามือลงแล้วพยักหน้าไปทางหลิวจิ้นที่นั่งตัวเกร็งด้วยความหวาดกลัว

รองหัวหน้าเฉินเห็นดังนั้นก็ฉวยเอาตลับยาสีทองออกมาจากเป้สะพายของเขา เดินมาหยุดที่องครักษ์หนุ่มผู้น่าสงสาร ถูกรังสีแช่เย็นของท่านอ๋องเล่นงานจนตัวสั่นกึกๆ รองหัวหน้าเฉินยิ้มกว้างอย่างเป็นกันเองแล้วเอ่ยอธิบายแทนท่านอ๋องที่หันตัวเดินออกไปก่อนอย่างไม่ใส่ใจ

“งานเตรียมเส้นทางพวกเจ้าทำได้ดีมาก ทำให้ท่านอ๋องกลับมาได้รวดเร็วกว่ากำหนด ในเมื่อทำความดีความชอบท่านอ๋องยอมตบรางวัลให้ นี่เป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดา เพราะฉะนั้นเจ้ารับยานี้ไปเถอะ ยาตลับนี่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาปวดเมื่อย เหน็บชา จนกระทั่งรอยฟกช้ำ” รองหัวหน้าเฉินยื่นให้แก่หลิวจิ้น แต่ทว่าหนุ่มคนซื่อกลับไม่ยอมรับไว้แล้วเอ่ยตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง

“งานนี้ทุกคนมีส่วนร่วม มิใช่ข้าเพียงผู้เดียว หากข้ารับไว้ย่อมไม่ยุติธรรมแก่พวกเขา”

“เอาน่า! รับไว้เถอะ เจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม! ไม่เป็นไรหรอก!” รองหัวหน้าเฉินยิ้มค้างเมื่อโดนปฏิเสธ เขาหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว คิดทางวิธีให้อีกฝ่ายรีบๆ รับไป ใบหน้าที่ค่อนข้างไปทางบัณฑิตผู้สุภาพแผ่ไอเย็นออกมาจนหลิวจิ้นสะดุ้งเฮือก ก่อนที่ใบหน้านั้นจะฉีกยิ้มกว้างยิ่งกว่าตอนแรก ยัดตลับยานั้นใส่มือของหลิวจิ้นพร้อมเอ่ยลอดไรฟัน

“รับไปซะไอ้หนู”

“เอ่อ ขอบพระคุณขอรับ” หลิวจิ้นรับเอาไว้ด้วยความงุนงง คนที่ยัดของสำเร็จก็ลุกขึ้นหายใจโล่ง ปาดเหงื่อจากหน้าผากด้วยใบหน้าปลอดโปร่ง เฮ้อ ภารกิจสำเร็จ! ก่อนจะเดินออกไปรองหัวหน้าเฉินก็กระแอมไอเอ่ยแนะนำบางอย่างด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ

“จริงสิ ข้ามีงานมอบหมายให้เจ้าไปทำสักหน่อย”

“อะไรหรือขอรับ”

“ช่วยไปดูความเรียบร้อยแถวหน้าวังได้หรือไม่ ข้าเห็นสิ่งผิดปกตินิดหน่อยแต่ไม่แน่ใจนัก เจ้าช่วยไปตรวจสอบอีกทีได้หรือไม่?”

“ขอรับ!” หลิวจิ้นตอบรับอย่างแข็งขันแล้วรีบขอตัวไปทำภารกิจที่ท่านรองหัวหน้าสั่งทันที

รองหัวหน้าเฉินมองตามหลังขององครักษ์หนุ่มไปแล้วถอนหายใจเฮือกอย่างเหน็ดเหนื่อย ทำไมกันนะ ทำไมถึงได้รู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษกันนะ เพราะว่าต้องใช้สมองประมวลท่าทีของเจ้านายหรือเปล่า? หากเป็นเช่นนี้ต่อไปมีหวังเขาจะต้องหัวระเบิดในสักวันแน่ๆ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีนกกาบินกลับรังแล้วพึมพำให้คำมั่นสัญญากับตนเองด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

“สักวันข้าจะต้องลาออกจากตำแหน่งนี้ให้จงได้!

 

 


 


รองหัวหน้าองครักษ์เฉิน / เฉินฮุ่ยเคอ

 


และแล้วดูเหมือนว่าท่านจะงานงอกอีกแล้ว

หลังจากผ่านพ้นวิกฤตแปลเจตนาผิดพลาดของเสี่ยวชี

คราวนี้ท่านเจอกับด่านห้ามมีสัมพันธ์กับเจ้านายของถิงถิงน้อยแทน

ฉินอ๋องเจ้าคะ เชิญสำราญกับขนมจานนั้นให้เต็มที่เถิดเจ้าค่ะ

ส่วนตอนแถมพูดได้คำเดียวว่า สงสารเขานะคะ 5555

คุณผู้อ่านทำตัวน่ารักจริงๆ แทบอยากจะลงให้อีกสักตอน(ยังไม่แต่งสักตัว555)

ผู้แต่งแต่งเต็มที่มา ผู้อ่านก็ต้องเต็มที่กลับด้วยน่า

ปล. นำเพลงจีนเพราะๆ มาฝากค่ะ ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่ชอบมาก


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.516K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25496 Pimnok2124 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:55
    วงวารรองหัวหน้าเฉิน5555555555
    #25,496
    0
  2. #25495 Pimnok2124 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:51
    จิ้นเกอ เสี่ยวซี
    #25,495
    0
  3. #25494 Pimnok2124 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:48
    โลกนี้อาจจะเป็นมิติคู่ขนานหรือเปล่า
    #25,494
    0
  4. #25467 ❀;than (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:12
    หรือท่านอ๋องแมวจะตายในสนามรบเลยกลับชาติมาเกิดด้วย !
    #25,467
    0
  5. #25320 Maylyunho (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 10:25
    สงสารรองหัวหน้าเฉิน แปลความเงียบเป็นภาษา ถองถองแม่ชอบอุดมการณ์หนู ปล่อยให้อ๋องแมวขาดใจไป ออแอ
    #25,320
    0
  6. #25075 Nuinooy1199 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 21:24
    อ๋องสั่งให้เอามาให้แน่ๆ
    #25,075
    0
  7. #24983 blueeyes111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 16:01
    อ้อมกว่าท่านอ๋องนั้นคงไม่มีอีกแล้ว55555:
    #24,983
    0
  8. #24913 Nice (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 21:03

    เจ็ดน้อย เป็นพี่เลี้ยงนางงาม5555

    #24,913
    0
  9. #24784 rjisubb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 13:50
    อยากขำดังๆ555โคตรซึนเลย
    #24,784
    0
  10. #24577 R.quartz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 13:36
    นับถือผู้แปลแทนท่านอ๋อง เจ้านี่มัน Genius จริงๆ เป็นข้าข้ายังไม่ทราบเจตนาได้หากพูดเพียงแค่นั้น😚
    #24,577
    0
  11. #24391 BarBiirs_39 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 09:49
    อ้อมแบบอยู่เชียงใหม่จะไปกรุงเทพแต่ขับรถวนรอบประเทศก่อนเงี้ย //วงวารเฉินเกอเกอ55555555555555
    #24,391
    0
  12. #24361 Fueled me (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 14:04
    มาดหมายไว้ซะดิบดีแล้วน้องฉัน55555555555
    #24,361
    0
  13. #24317 XXXFUXXX (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 01:54
    ชั้นเอ็นดูความมองสามีตัวเองเป็นโพแมวเหมียวววว
    #24,317
    0
  14. #24316 Nadia. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 01:53
    เอ็นดูวววว ทำหน้าเหมียวๆๆๆๆๆ
    #24,316
    0
  15. #23949 munkrishear (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 01:19
    จิ้นเกอก้คือคู่กับเสี่ยวซีในอยาคตแน่ๆ5555555 คนซื่อบื้อ
    #23,949
    0
  16. #23911 thedarksun1986 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 01:06

    ลอบเรื่องนี้กลับมาอ่านหลายรอบแล้ว
    #23,911
    0
  17. #23866 koykam2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 21:10
    ตอนแรกนึกว่าจะงั้นอ่านมาเรื่อยๆเออสนุกอ่ะ^_^
    #23,866
    0
  18. #23858 chilfull (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 21:20
    เสี่ยวซี หนูกำลังสอนจระเข้ว่ายน้ำอยู่เด้อ 5555555
    #23,858
    0
  19. #23848 mukmanee123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 14:43
    ฉินอ๋องจะแห้งไหมนะ น้องจะไม่ยอมมีสัมพันธ์ด้วย เอ๊ะะะะ ยอมหรอ
    #23,848
    0
  20. #23779 Nichan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:57
    เสี่ยวซี คุ้นๆคนในคำทำนายบ้างมั้ย แบบหล่อๆแต่ซื่อบื้อๆอ่ะ อยู่ใกล้ตัวขนาดนี้นี่เอง555555 ส่วนฉินอ๋องย้อนเวลามาด้วยรึป่าวน้าาา
    #23,779
    0
  21. #23572 kallmelnwz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 23:36
    เสี่ยวชีลูกกกก ระดับนี้ไม่ต้องแนะแล้วลูก 5555 เวทท่ารองมาก สู้เขานะท่านรอง 55555555555
    #23,572
    0
  22. #23535 alittletigerp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 13:21
    เหมียวๆ555555555
    #23,535
    0
  23. #23511 นกน้อยของบอสแบม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 13:58
    เหมือนไม่ใช่แค่น้องถิงคนเดียวที่ย้อนเวลากลับมาอ่ะ
    #23,511
    0
  24. #23426 Balinyamay83 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 19:50
    น่าสงสารพี่เฉินเค้านะครับ
    #23,426
    0
  25. #23374 N nana (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 13:14
    สินอ๋องกลับมาเกิดอีกรึป่าวคะ เหมือนทุกอย่างเปลี่ยนหมดอะ
    #23,374
    0